Monday, July 30, 2012

"IF I AM TARNISHED BECAUSE OF LUST, LET ME BE A HUMAN BECAUSE OF LOVE."


"หากฉันมีคาวเพราะความใคร่ ก็ขอให้ฉันเป็นคนเพราะความรัก"

Douglas Sirk ยังต้องไหว้เมื่อเจอกับคำโปรยบนโปสเตอร์ของ "คนมีคาว" (1978, พันคำ) ฮ่าๆๆ

"If I am tarnished because of lust, let me be a human because of love." This is the tagline from the film THE TARNISHED PERSON (1978, Punkam). I think Douglas Sirk would have liked this tagline.






ALFRED KUBIN

An artwork by Alfred Kubin


เห็นรูปของ Alfred Kubin แล้วทำให้นึกถึงนิตยสาร "สตรีสาร ภาคพิเศษ" ที่มีคอลัมน์ "แต่งเรื่องจากภาพ" เราเห็นรูปของ Alfred Kubin แล้วอยากให้มีการนำรูปภาพของเขามาใช้ในคอลัมน์ "แต่งเรื่องจากภาพ" สำหรับเด็กประถมบ้าง ฮ่าๆๆ



Sunday, July 29, 2012

THE ALIENATION OF FILMS FROM THE FILMS THEMSELVES

Photo from a dinner on Friday, 27 July, 2012.

Cinephile friends talked about  "THE ALIENATION OF FILMS FROM THE FILMS THEMSELVES" (หนังแปลกแยกจากหนัง) which happens when we see 16mm Thai films nowadays. When these films were shown in the past, the dubbers were there to give voices to characters in the films, but the voices of these dubbers are not recorded. So when we see these old 16mm Thai films nowadays, we can never fully understand how they were really shown in the past.


UTAMA -- EVERY NAME IN HISTORY IS I (2003, Ho Tzu Nyen, Singapore, A+30)

FATHER (Somjet Meeyen, A+15)

FATHER (Somjet Meeyen, A+15)

สืบหาพ่อเมิงเหรอ (สมเจตน์ มีเย็น)

I like the gender confusion in this comedy very much.

Thursday, July 19, 2012

LOVE STORY (Anuphap Autta, A+30)

LOVE STORY (Anuphap Autta, A+30)

I think I identify myself with the hero of this film in some aspects. Anuphap Autta directed PSYCHOSIS (2010, 20 min, A-) and FIVE HUNDRED THOUSAND BET (25 min, B+). Both of them are not the kind of films that I really like, so I'm very surprised that LOVE STORY gives me such a great pleasure.

Tuesday, July 17, 2012

THE SWEETEST FEELING (2012, Pea Panuvatvanich, 21 min, A+30)

THE SWEETEST FEELING (2012, Pea Panuvatvanich, 21 min, A+30)

spoilers alert

สิ่งที่ชอบในหนังเรื่องนี้

1.มันทำให้นึกถึงประสบการณ์ส่วนตัวของตัวเองในวัยเด็ก เราอาจจะไม่ได้มีประสบการณ์รุนแรงเหมือนอย่างนางเอกของเรื่อง แต่หนังเรื่องนี้ก็ทำให้เรานึกถึงชีวิตสมัยมัธยมต้นของตัวเราเองมากๆ ทั้งเรื่องการทาเล็บและเรื่องการที่แม่พาเราเข้าวัดเพื่อไปปฏิบัติธรรม ตอนเราอยู่มัธยมต้นเราเคยไปเข้าโรงเรียนสอนศาสนาในวันอาทิตย์ และเราก็ตกหลุมรักเด็กหนุ่มคนนึงที่มาเรียนธรรมะในชั้นเรียนเดียวกับเรา เขาหล่อดี ตอนนั้นน่าจะเป็นประมาณปี 1986 ตอนนี้เวลาผ่านมา 25 ปีแล้ว เราก็ยังสงสัยอยู่เลยว่าตอนนี้เขาเป็นอย่างไรบ้าง มีลูกมีเมียไปแล้วยัง คิดถึงเขาจังเลย ฮ่าๆๆ

สรุปได้ว่า สิ่งหนึ่งที่เราชอบมากๆในหนังเรื่องนี้ก็คือการถ่ายทอดความรู้สึกของเด็กวัยนั้นออกมาได้ดีมากๆ ทั้งความรู้สึกอยากรู้อยากเห็นเรื่องเพศ, ความรู้สึกอยากแต่งตัว อยากทำอะไรแร่ดๆ, ความรู้สึกรำคาญพ่อแม่ของตัวเอง, ความรู้สึกสงสัยในพ่อแม่ของตัวเอง และการเรียนรู้กับอารมณ์ทางเพศของตัวเอง ที่สามารถเกิดขึ้นได้แม้แต่ในวัด

2. การสร้างบรรยากาศในหนังก็น่าสนใจมากนะ มันมีการสร้างบรรยากาศหลอนๆที่น่าสนใจดีน่ะ ซึ่งเราว่ามันเกิดจาก

2.1 ดนตรีประกอบ ที่สร้างความหลอนในระดับที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการให้ผู้ชมได้ยินเพียงแค่ดนตรีประกอบในหลายๆฉาก แทนที่จะได้ยินเสียงตัวละครพูด มันทำให้ผู้ชมเริ่มดำดิ่งลงสู่โลกภายในจิต/อารมณ์/ความรู้สึกของตัวละคร แทนที่จะอยู่กับโลกความจริงภายนอก

2.2 การตัดต่อสลับเวลากัน มีช็อตบางช็อตที่เหมือนเป็นภาพความทรงจำจากช่วงเวลาต่างๆในหัวของนางเอกประดังประเดเข้ามาในเวลาเดียวกัน หรือมีการตัดภาพใบหน้าของแม่จากช่วงเวลาอื่นแทรกเข้ามา การตัดภาพแบบนี้ก็ช่วยสร้างอารมณ์หลอนได้ดี และช่วยพาผู้ชมเข้าสู่โลกภายในของตัวละคร

2.3 การจัดแสงและการจัดฉากในฉาก masturbation เราว่าฉากนี้น่าสนใจดี คือแทนที่มันจะถ่ายออกมาแบบ realistic มันกลับทำออกมาในทางตรงกันข้าม มีการจัดแสงที่ทำให้นึกถึงละครเวที มีแก้วน้ำที่ทำให้ฉากดู surreal มากยิ่งขึ้น

3.ชอบการเปลี่ยนโฟกัสของภาพจากระยะไกลมาเป็นระยะใกล้ด้วย มันดูติดตาดีในสองฉาก ฉากนึงก็คือฉากที่นางเอกมองหญิงสาวเซ็กซี่ในวัด กล้องโฟกัสที่หน้าหญิงสาวคนนั้นในระยะไกล แล้วก็เปลี่ยนมาโฟกัสที่หน้านางเอกในระยะใกล้ แล้วก็อีกช็อตในฉากจบ ที่กล้องโฟกัสไปที่ภาพนางเอกในวัยไร้เดียงสาในระยะไกล แล้วก็เปลี่ยนมาโฟกัสที่ตุ๊กตาที่มีรอยชำรุดในระยะใกล้ หนังนำเสนอภาพการสูญเสียความไร้เดียงสาและความเปลี่ยนแปลงของนางเอกออกมาได้ดีตรงจุดนี้ คือผ่านทางการเปลี่ยนโฟกัสของภาพ และผ่านทางการกระทำของนางเอก (การถอดวิกผม) ที่ตรงข้ามกับช่วงต้นเรื่อง ดูแล้วก็นึกถึงหนังเรื่องอื่นๆ ที่อาจจะใช้ voiceover ในทำนองที่ว่า "หลังจากเหตุการณ์นั้น ฉันก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป" หรือ "หลังจากฤดูร้อนครั้งนั้น จิ๋มฉันก็บานไม่หุบอีกตลอดไป" หรืออะไรทำนองนี้ แต่หนังเรื่องนี้เลือกใช้วิธีการนำเสนอที่ดูลึกซึ้งกว่า

4.ชอบที่หนังไม่ได้สั่งสอนศีลธรรมคนดูนะ และก็เหมือนจะไม่ได้ด่าใครด้วย หนังเหมือนกับจะบอกว่าความเงี่ยนของนางเอก, ผู้หญิง, พระ ในเรื่องนี้ มันเป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไร แต่หนังก็ไม่ได้นำเสนอภาพตัวละครฝั่งตรงข้าม (แม่, พระหนุ่มที่เป็นนักเทศน์) ในทางลบ การดูหนังเรื่องนี้ก็เลยไม่ได้ให้บทสรุปง่ายๆ หรือให้คติสอนใจแบบหนังไทยทั่วไป แต่ทำให้เรานึกถึงประสบการณ์จริงในชีวิตเราแทน

5.การแสดงก็น่าพอใจมากนะ นางเอกเล่นดี ผู้หญิงเซ็กซี่ในวัดก็เล่นได้อารมณ์อีโรติกมากๆ เธอเหมือนนางปีศาจงูที่มายั่วยวนพระหนุ่ม และเธอสามารถแสดงความเซ็กซี่ได้ทางแววตากับรอยยิ้ม โดยไม่ต้องบิดตูดหรือทำลีลาอะไรมากมาย ส่วนตัวคุณแม่ก็เล่นได้ดีมาก ชอบใบหน้าของเธอขณะที่แสดงความไม่พอใจเล็กน้อยตอนที่เห็นเล็บตีนนางเอกหรืออะไรทำนองนี้ ใบหน้าแบบที่ซ่อนความรู้สึกหงุดหงิดไว้ภายใน ไม่ได้แสดงอะไรออกมามากมาย มันทำให้นึกถึงพวกตัวละครในหนังของ Ingmar Bergman ฮ่าๆๆ ส่วนตัวประกอบที่มาฟังเทศน์ในวัดบางคนก็หน้าตาบ้านๆดีมาก

6.การจัดองค์ประกอบภาพก็ดีนะ ฉากที่เห็นชัดคือฉากที่นางเอกกับแม่นั่งอยู่ห่างจากกันขณะฟังเทศน์ แล้วมีหัวของผู้หญิงแก่คนนึงคั่นอยู่ตรงกลาง แล้วก็ชอบภาพตอนต้นเรื่องด้วย ที่นางเอกส่องกระจกสองบานในขณะเดียวกัน การถ่ายเงาสะท้อนของนางเอกในฉากนั้นทำออกมาได้สวยและน่าสนใจดี

7.โครงสร้างของเรื่องที่มีการซ้ำฉากตอนต้นกับตอนกลางเรื่องก็น่าสนใจดีนะ โดยเฉพาะเวลาดูหนังเรื่องนี้แบบแบ่งเป็นสองตอนในยูทูบ ฮ่าๆๆ คือพอเราดูส่วนที่สอง แล้วเห็นฉากตอนต้นคลิปที่เหมือนกับส่วนแรก เราจะงงๆว่าเราเข้าไปดูคลิปอันเดิมหรือเปล่า

ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเวลาหนังเรื่องนี้ฉายโรงรวดเดียวตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง การซ้ำฉากตอนกลางเรื่องมันจะส่งผลกระทบต่อคนดูยังไงบ้าง

ถ้าให้เราฉายหนังเรื่องนี้ควบกับหนังเรื่องอื่นๆ เราก็คงเลือกฉายควบกับ DIRTY WHITE (2012, Anca Oproiu, Romania), VALERIE AND HER WEEK OF WONDERS (1970, Jaromil Jires, Czechoslovakia) และ LIME (2001, Nathilde Overrein Rapp, Norway) เพราะหนังสามเรื่องนี้นำเสนอเรื่องของเด็กสาววัยรุ่นกับความรู้สึกทางเพศออกมาได้อย่างหลอนๆดี และอยากฉายควบกับช่วงกลางของหนังเรื่อง AMER (2009, Helene Cattet + Bruno Forzani) ด้วย เพราะช่วงกลางของ AMER ถ่ายทอด moment ของเด็กสาวคนนึงขณะเดินผ่านหนุ่มๆแก๊งมอเตอร์ไซค์ ช่วงกลางของหนังเรื่องนี้แทบไม่มีเนื้อหาหรือเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นเลย แต่มันอาศัยการตัดต่อภาพแบบรุนแรงมากๆจนทำให้เกิดอารมณ์อีโรติก เราก็เลยนึกถึง THE SWEETEST FEELING ในแง่ที่มันมีการสร้างบรรยากาศที่น่าสนใจมากๆในเรื่อง คืออย่างที่บอกว่าบรรยากาศในหนังเรื่องนี้มันหลอนแบบแปลกๆน่ะ มันไม่อีโรติกนะ แต่มันเหมือนกับมีความรัญจวนใจหรือกลิ่นไอของอารมณ์ทางเพศลอยแทรกจางๆอยู่ในสายลมหรือปะปนอยู่ในความชื้นสัมพัทธ์ในหนังเรื่องนี้




Saturday, July 14, 2012

VIDEO MEMORANDUM NO.8: CAT (2012, Wiwat Lertwiwatwongsa, A+)

VIDEO MEMORANDUM NO.8: CAT (2012, Wiwat Lertwiwatwongsa, A+)

I wish someone makes a film compiling curtain shots from VIDEO MEMORANDUM NO.8: CAT (2012, Wiwat Lertwiwatwongsa, A+), THE NAKORN ASAJARN TRILOGY: NIGHTMARE (2011, Wachara Kanha), ZOETROPE (2011, Rouzbeh Rashidi), PASSING THROUGH THE NIGHT (2011, Wattanapume Laisuwanchai), etc.

Favorite Thai Songs 21: LIGHT A BIG CANDLE -- Manee Maneewan + Adul Green

Favorite Thai Songs 21: LIGHT A BIG CANDLE -- Manee Maneewan + Adul Green


"สะเดาของพี่มันหวาน ถ้าน้องต้องการพี่จะให้ทั้งพวง"

"ข้าวโพดของใคร แหมฝักใหญ่ๆจนเหลือคะเน"

"ข้าวโพดของพี่แน่เทียว เหลืออยู่ดอกเดียวจะไว้ทำพันธุ์ ถ้าไม่รังเกียจ พี่ขอแลก ถ้าจานเปลน้องแตกก็อย่ามาโทษกัน"


Thursday, July 12, 2012

COSMOPOLIS (2012, David Cronenberg, A+30)


COSMOPOLIS (2012, David Cronenberg, A+30)

One of the reasons why I worship this film is the same reason why I worship THE DEVIL, PROBABLY (1977, Robert Bresson), THE SEVENTH CONTINENT (1989, Michael Haneke), and NOTHINGNESS (สุญญตา) (2012, Pattamon Sawasdi). These four films make me reflect on my own life.

This is what Bresson talks about THE DEVIL, PROBABLY:  "a film about the evils of money, a source of great evil in the world whether for unnecessary armaments or the senseless pollution of the environment."

The great pleasure I get from COSMOPOLIS unintentionally reminds me of the great pleasure I get from one of my most favorite scenes of all time in THE DEVIL, PROBABLY:

" Young Man: In losing my life, here's what I'd lose! [He takes out a piece of paper from his pocket and begins to read from it] Family planning. Package holidays, cultural, sporting, linguistic. The cultivated man's library. All sports. How to adopt a child. Parent-Teachers Association. Education. Schooling: 0 to 7 years, 7 to 14 years, 14 to 17 years. Preparation for marriage. Military duties. Europe. Decorations (honorary insignia). The single woman. Sickness: paid. Sickness: unpaid. The successful man. Tax benefits for the elderly. Local rates. Rent-purchase. Radio and television rentals. Credit cards. Home repairs. Index-linking. VAT and the consumer... [He crumples the paper up and throws it with disgust into the fireplace.]

Psychiatrist: Loss of appetite often accompanies severe depression.

Young Man: I'm not depressed. I just want the right to be myself. Not to be forced to give up wanting more . . . to replace true desires with false ones based on statistics...
[The pyschiatrist starts on his diagnosis of the young man's condition.]

Psychiatrist: . . . would impede your psychological development and would explain the root of your disgust and your wish to die.

Young Man: But I don't want to die!

Psychiatrist: Of course you do!

Young Man: I hate life. But I hate death, too. I find it appalling.
[The young man further contends:]". . . if I commit suicide . . . I can't think I'll be condemned for not comprehending the incomprehensible.""




MV: THE BEAUTY OF THE DISTRICT -- The Rich Man's Toy

MV: THE BEAUTY OF THE DISTRICT -- The Rich Man's Toy

The music video is done in Aki Kaurismaki's style. Thanks to Filmsick for telling us about this.

Wednesday, July 11, 2012

POSTER OF "RENT HUSBAND"

This is the poster of RENT HUSBAND (1974, Chaluay Sriratana). The poster is made by Chawana Boonchoo. It is shown in an exhibition at Bangkok Art and Culture Centre until July 29, 2012.


Tuesday, July 10, 2012

OUR HOUSES ARE IN THE SAME ALLEY (2011, Tanawat Parnjun, A+)

OUR HOUSES ARE IN THE SAME ALLEY (2011, Tanawat Parnjun, A+)

บ้านเราอยู่ในนี้ซอยเดียวกัน (ธนวัต ปานจันทร์)

THE ADVENTURE OF BUAKAEW (Daraspong Trongprasit, 10min, B+)

THE ADVENTURE OF BUAKAEW (Daraspong Trongprasit, 10min, B+)

บัวแก้วผจญภัย (ดรัสพงศ์ ตรงประสิทธิ์)

THAILAND IN A CAFETERIA (2012, Thai Pradithkesorn, 25min, A+/A)

THAILAND IN A CAFETERIA (2012, Thai Pradithkesorn, 25min, A+/A)

ประเทศไทยในโรงอาหาร (ไท ประดิษฐเกษร)

I like the concept of this film very much, though the opinions expressed in this film seem a little bit too patriotic for me.

THE LAST BIRD (2012, Thai Pradithkesorn, A+/A)

THE LAST BIRD (2012, Thai Pradithkesorn, A+/A)

GHOST (Somjet Meeyen, B+)

GHOST (Somjet Meeyen, B+)

ผีหด ตดดับ (สมเจตน์ มีเย็น)


I have seen five films by Somjet Meeyen, and this one is the least funny.

GHOST RELATE (Somjet Meeyen, A+)

GHOST RELATE (Somjet Meeyen, A+)

ผีโหด กระโดดเยี่ยว (สมเจตน์ มีเย็น)

The funniest thing for me in this film is the ghost.

MEMORY OF LOVE BOONGOM (Somjet Meeyen, A+30)

MEMORY OF LOVE BOONGOM (Somjet Meeyen, A+30)

อยากเอาหนังของสมเจตน์ มีเย็น มาปะทะกับหนังของนักเรียนสมุทรปราการปีที่แล้ว (กลุ่มที่ทำ DANGEROUS SUMMER) และหนังของนักเรียนจังหวัดร้อยเอ็ด (กลุ่มที่ทำวิษณุมนต์) อยากจัดค่ายเพื่อให้เด็กๆจากสามโรงเรียนนี้ได้มาปะทะกัน

Monday, July 09, 2012

MV: SCIENTIST & DESTROYER II -- Afternoon (2012, Nathan Homsup, A-)

MV: SCIENTIST & DESTROYER II -- Afternoon (2012, Nathan Homsup, A-)

MEMORIUM (Palakorn Kleungfak, 12 min, A+30)

MEMORIUM (Palakorn Kleungfak, 12 min, A+30)

The video in this clip is longer than intended. You should watch only the first 12 minutes of the clip.

Sunday, July 08, 2012

THE LITTLE PILOT (Promsorn Sriplang, animation, A-)

THE LITTLE PILOT (Promsorn Sriplang, animation, A-)

VISUAL SIMILARITIES BETWEEN YEELEN AND WALKABOUT (2012, Joshua Whitelaw)

VISUAL SIMILARITIES BETWEEN YEELEN AND WALKABOUT (2012, Joshua Whitelaw)


Thanks to Graiwoot for telling us about the clip above.

สิ่งที่ประทับใจอย่างมากในคลิปข้างต้นคือดนตรีประกอบ เข้าใจว่าเป็นดนตรีประกอบของ John Barry ใน WALKABOUT เราชอบดนตรีแบบนี้มาก เพราะมันทำให้นึกถึงวัยเด็กของเราที่มักได้ยินดนตรีแบบนี้จากหนัง, ละคร, โฆษณาในช่วงปลายทศวรรษ 1970 และต้นทศวรรษ 1980

FIRST LOVE (Teera Prachumkong, A+30)

FIRST LOVE (Teera Prachumkong, A+30)

The film is available online with English subtitles.


I give A+30 to this film, because of the moment 7:47, when a boy says to another boy, "I love you." It reminds of the gentle homoerotic feeling in the film DUCK SEASON (2004, Fernando Eimbcke, Mexico, A+30).

HELP (2012, Teera Prachumkong, A)

HELP (2012, Teera Prachumkong, A)

ช่วยด้วย (2012, ธีระ ประชุมของ)

The thing I like the most in this film is the dangerous atmosphere in the first section of the film.

SHATTERED MEMORIES (Wachirawit Puttima, A+)

SHATTERED MEMORIES (Wachirawit Puttima, A+)

ถ้าฉันยังรักเธอ (วชิรวิทย์ พุทธิมา)

I want to screen this film together with RECONSTRUCTION (2003, Christoffer Boe, A+30).

BAR JING JING HAI GLING TAI (Theeraphat Ngathong, A+30)

BAR JING JING HAI GLING TAI (Theeraphat Ngathong, A+30)

MIDDLE GROUND (2012, Than Sok, Cambodia, video installation, A+15)

MIDDLE GROUND (2012, Than Sok, Cambodia, video installation, A+15)

I saw it in the exhibition RIVERSCAPES IN FLUX at G23. The exhibition is held until July 22, 2012.



THE GAZE (2007/2011, Julia Burns, Australia, interactive video installation, A+20)

THE GAZE (2007/2011, Julia Burns, Australia, interactive video installation, A+20)

I saw it in the exhibition SELECTIVELY REVEALED at Art Center Chula. The exhibition is held until July 21, 2012.




CONVERSATION (2008, Anne Scott Wilson, Australia, video installation, A+)

CONVERSATION (2008, Anne Scott Wilson, Australia, video installation, A+)

I saw it in the exhibition SELECTIVELY REVEALED at Art Center Chula. The exhibition is held until July 21, 2012.



OPERA HOUSE STEPS: DECEMBER (2006, Jess MacNeil, Australia, video installation, A+)


OPERA HOUSE STEPS: DECEMBER (2006, Jess MacNeil, Australia, video installation, A+)

I saw it in the exhibition SELECTIVELY REVEALED at Art Center Chula. The exhibition is held until July 21, 2012.



FILM FOR MY NANNA (2006, Anastasia Klose, Australia, video installation, A+15)

FILM FOR MY NANNA (2006, Anastasia Klose, Australia, video installation, A+15)

I saw it in the exhibition SELECTIVELY REVEALED at Art Center Chula. The exhibition is held until July 21, 2012.





THE SWIMMERS (2009, Jess MacNeil, Australia, video installation, A+10)


THE SWIMMERS (2009, Jess MacNeil, Australia, video installation, A+10)

I saw it in the exhibition SELECTIVELY REVEALED at Art Center Chula. The exhibition is held until July 21, 2012.



RAPTURE (SILENT ANTHEM) (2009, Angelica Mesiti, Australia, video installation, A+15)

RAPTURE (SILENT ANTHEM) (2009, Angelica Mesiti, Australia, video installation, A+15)

I saw it in the exhibition SELECTIVELY REVEALED at Art Center Chula. The exhibition is held until July 21, 2012.




SWIMMERS (2007, Christopher Fulham, Australia, video installation, A+)

SWIMMERS (2007, Christopher Fulham, Australia, video installation, A+)

I saw it in the exhibition SELECTIVELY REVEALED at Art Center Chula. The exhibition is held until July 21, 2012.



RUNNERS (2009, Christopher Fulham, Australia, video installation, A+)


YOU WERE IN MY DREAM (2010, Isobel Knowles + Van Sowerwine, Australia, video interactive, A+30)

CAMOUFLAGE (2005, Penelope Cain, Australia, video installation, A+)

LIVE AND LET DIE (2011, Catherine Bell, Australia, video installation, A+)

VIDEODROMES FOR THE ALONE: LOVE CATS (1991/2007, Ms & Mr, Australia, video installation, A+)

WE DANCE IN THE STUDIO (TO THAT SHIT ON THE RADIO) (2010, Michael Zavros, Australia, video installation, A+15)

RELICS (2007, Peter Alwast, Australia, video installation, A+)

RELICS (2007, Peter Alwast, Australia, video installation, A+)

I saw it in the exhibition SELECTIVELY REVEALED at Art Center Chula. The exhibition is held until July 21, 2012.

A film by Peter Alwast called AT THE ROTUNDA (2005, 20 min, A+) was shown in the Bangkok Experimental Film Festival in 2008.



Saturday, July 07, 2012

Favorite Quote from Lynne Cooke

Favorite Quote from Lynne Cooke

This is a copy of what I posted in Graiwoot's wall:

ในหนังสือ IN THIS CIRCUMSTANCE, THE SOLE OBJECT OF ATTENTION SHOULD BE THE TREACHERY OF THE MOON มีคนชื่อ Lynne Cooke เขียนถึงงาน installation ชื่อ WHEN AN OBJECT GETS SICK II ของ Araya Rasdjarmrearnsook โดยเปรียบเทียบกับงานของ Eulalia Valldosera ด้วย โดย Lynne Cooke เขียนว่า

"Space is taken as a physical context rather than a neutral backdrop to the work, to the degree that installation involves guiding attention away from singular objects into complexes and relations structured within the viewing space itself. The recent recourse to this mode, first formulated in Dada and Surrealist work then regenerated by Fluxus and Conceptual artist, coincided with the reconceptualisation of notions of absence in post-structuralist theory so that rather than being conceived as mere nothingness, absence because a productive force seminal to discourse and psycholinguistics. Albeit in very different ways much of the work of Ann Hamilton, Susan Hiller, Tony Oursler, Araya Rasdjarmrearnsook, Eulalia Valldosera and Heri Dono investigates or exploits these conceptualizations."

What Lynne Cooke wrote made me want to see the works of the artists mentioned here very much.

The photo is from FLYING ANGELS (Heri Dono).



Thursday, July 05, 2012

I WORSHIP VIRIYAPORN BOONPRASERT

There are so many filmmakers I would like to worship in the Marathon Film Festival, including Viriyaporn Boonprasert, Amornsak Chatratin, Banyong Poolsup, Chompoonut Metha, Eakarach Gaewmahink, Eakarach Monwat, Fari Tesprateep, Manasak Khlongchainan, Napat Treepalawisetkun, Nattida Tohchoodee, Nasree Labaideemun, Prasit Suebjaksa, Setthasiri Chanjaradpong, Somjet Meeyen, Teera Prachumkong, Teeranit Siangsanoh, Theeraphat Ngathong, Teerapong Panyakam, Wachara Kanha, Waris Deepisut, etc.

DEVELOP BLESSING GIANT DHAMMA IN 3 WORLDS: GHOST OF CENTRALWORLD (Viriyaporn Boonprasert, 8 min, A++++++++++++++++++++++++++++++) and DEVELOP BLESSING GIANT DHAMMA IN 3 WORLDS: I'M GONNA BE A NAIVE  (Viriyaporn Boonprasert, 24 min, A++++++++++++++++++++++++++++++) reminds me of the power of Harun Farocki's films.




THE NERVOUS (Waris Deepisut, 104min, A+++++++++++++++)

THE NERVOUS (Waris Deepisut, 104min, A+++++++++++++++)

The film is full of plot holes, and the ending is not satisfactory, but I worship "the attempt" to make this film. I think this film is made in a high school in Trad Province.


เรื่องเกี่ยวกับนักเรียนสาวคนนึง (โมไบล์) ถูกฆาตกรรม นักเรียนหญิงที่เห็นเหตุการณ์ฆาตกรรมถูกจับตัวไปขังไว้ นักเรียนหญิงที่ตามไปช่วยเธอก็ถูกฆ่าตาย นักเรียนชายที่เห็นเหตุการณ์นี้ถูกจับเป็นหนูทดลองยาประหลาดอันนึง ดูเหมือนจะมีองค์กรลับอยู่ในโรงเรียนแห่งนี้ พระเอกเป็นแฟนกับนักเรียนสาวคนแรกที่ถูกฆาตกรรม เขาพยายามสืบหาว่าใครฆ่า โดยที่พี่ชายของโมไบล์ก็พยายามสืบด้วย ผู้คนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ถูกฆ่าตายไปเรื่อยๆ ตัวละครเกือบทุกตัวใส่ความอีกคนนึงว่าเป็นผู้ร้าย จนพระเอกเริ่มงุนงงว่าใครพูดความจริงกันแน่ ผู้ร้ายก็ตบกันเอง และใส่ร้ายกันเองจนอุตลุดไปหมด คนดูอย่างเราก็เริ่มงงว่าตกลงใครดีใครชั่ว ใครชั่วมาก ชั่วน้อย ทำไมผู้ร้ายทุกตัวในเรื่องนี้ถึงเกลียดกันเอง ใส่ความกันเอง และตบกันเองจนวุ่นวายไปหมด

หนังที่ใกล้เคียงกับคฤหาสน์ซ่อนเพลิงมากที่สุดอาจจะเป็น BRICK (2005, Rian Johnson) เพราะมีเนื้อหาเกี่ยวกับปริศนาลึกลับในโรงเรียนเหมือนกัน และมีตัวละครแบบ femme fatale ที่น่าสนใจมากๆเหมือนกัน แต่คฤหาสน์ซ่อนเพลิงมี femme fatale ถึงสองตัว และฉากที่สองตัวตบกันเองนี่เป็นฉากที่ เราชอบมากๆในระดับ A++++++++++++++++++++++++++++++

Sunday, July 01, 2012

WHY I LIKE SOME OLD THAI FILMS


This is a copy of what I wrote on a friend's Facebook wall, talking about why we're interested in old Thai films:

I share the same reasons as Graiwoot about why I'm interested in old Thai films. As for me, I think I'm interested in films in general, and old Thai cinema is just a part of them. It is just one of the uncharted territories for me. There are so many old Thai films which I still haven't seen but would like to see, such as THE HEART HAS FEET (หัวใจมีตีน) (1972), starring Pairoj Jaising as a male prostitute.

A group of old Thai films which I'm particularly drawn to are the melodramatic ones and the dramatic ones about lives of women. There seem to be many Thai films about women's lives in the 1970s and the 1980s, but there are very few contemporary Thai mainstream films about women's lives now. I like such films as LITTLE DUCK (เป็ดน้อย) (1968, Prince Panupan Yukol), INSANE (ประสาท) (1975, Piak Poster), LAST LOVE (ความรักครั้งสุดท้าย) (1975, Chatreechaloem Yukol), THE FOREST OF EROS (ป่ากามเทพ) (1976, Vijit Kunavudhi), CHARMLESS (ไร้เสน่หา) (1979, Chana Kraprayoon), DIVORCE BECAUSE OF ADULTERY (หย่าเพราะมีชู้) (1985, Manop Udomdej), I DON'T GIVE IT A DAMN (ช่างมันฉันไม่แคร์) (1986, M.L. Bhandevanop Devakul), WATER AND SAND (น้ำเซาะทราย) (1986, Chalee Intaravijit), RIVER OF NO RETURN (สายน้ำไม่ไหลกลับ) (1987, Banjong Kosalvat), DON'T SAY SHE IS A SINNER (อย่าบอกว่าเธอบาป) (1987, Tanit Jitnukul), and IT'S ME (คือฉัน) (1990, JazzSiam), partly because they don't make melodramatic Thai films like some of these anymore, and partly because it is easier for me to identify with the adult heroines in these old Thai films than the young heroines in Thai contemporary mainstream films now.

As for old Thai directors, I like Permpol Choei-aroon the most. I have seen four films of his, and it made me feel so unexplainably great. I think I share the same wavelength with him much more than other old Thai directors. I find films made by other old Thai directors very entertaining, especially Dokdin Gunyamarn and Rangsee Tasanapayak.