Friday, January 02, 2026

HORSES AND FILMS

 

HAPPY NEW YEAR 2026 ขอให้เจอแต่เรื่องที่ตระหนกตกใจในทางที่ดีเกินคาด ตลอดทั้งปีนะคะ

 

เราเพิ่งเข้าถึง MTV หรือไม่ก็ช่องมิวสิควิดีโออะไรสักช่องในปี 1995 หลังจากเราย้ายมาอยู่อพาร์ทเมนท์ แล้วอพาร์ทเมนท์มีเคเบิลทีวี ก่อนหน้านั้นเราก็ได้แต่พึ่งพารายการบันเทิงคดีของคุณมาโนช พุฒตาล ทางททบ. 5 ได้ดูมิวสิควิดีโอเพลงฝรั่งแค่ 25 นาทีต่อสัปดาห์ในช่วงทศวรรษ 1980 แล้วส่วนใหญ่ก็มีแต่เพลงร็อคด้วยนะ เพราะคุณมาโนชแกคงชอบเพลงร็อค ในขณะที่จริง ๆ แล้วเราชอบเพลงแดนซ์ ซึ่งคุณมาโนชแทบไม่เคยเปิดในรายการของเขาเลย 555

 

ช่วงต้นทศวรรษ 1990 เริ่มมีเคเบิลทีวีเข้ามาในไทย แต่บ้านเราจน ก็เลยไม่มีปัญญาสมัครเป็นสมาชิกเคเบิลทีวีในช่วงนั้น

++++++

 

HORSES AND FILMS

 

ต้อนรับปีมะเมีย ด้วยหนัง 10 เรื่องที่เราประทับใจที่มีม้าเป็นส่วนสำคัญในหนัง

 

เรียงตามลำดับปี

 

1. ASHES OF TIME (1994, Wong Kar-wai, Hong Kong)

 

2. FROM BEHIND (1999, Valérie Lemercier, France)

 

หนัง QUEER เรื่องนี้ให้ความสำคัญกับ “จู๋ของม้า”

 

3. SEABISCUIT (2003, Gary Ross)

 

4. WHAT THE SNOW BRINGS (2005, Kichitaro Negishi, Japan)

 

5. OF WOMEN AND HORSES (2011, Patricia Mazuy, France)

 

6. THE TURIN HORSE (2011, Béla Tarr, Ágnes Hranitzky, Hungary, 155min)

 

7. OF HORSES AND MEN (2013, Benedikt Erlingsson, Iceland)

 

8. THE RIDER (2017, Chloe Zhao)

 

9. ANTEBELLUM (2020, Gerard Bush, Christopher Renz)

 

ฉากควบม้าที่ระทึกใจที่สุดในชีวิตของเรา อยู่ในหนังเรื่องนี้

 

10. NOPE (2022, Jordan Peele)

+++

หนึ่งในโมเมนต์ประทับใจสำหรับเราในปี 2025 คือการได้เห็น Gloria Estefan เฉิดฉายในหนังเรื่อง GABBY'S DOLLHOUSE: THE MOVIE (2025, Ryan Crego, A+30) ดีใจที่ Gloria ยังมีชีวิตอยู่ 55555

+++

 

เรายังไม่เคยดู

 

A NEW LOVE IN TOKYO (1994, Banmei Takahashi)

LOVE & POP (1998, Hideaki Anno)

MABOROSI (1995, Hirokazu Koreeda)

SHINJUKU TRIAD SOCIETY (1995, Takashi Miike)

TOKYO FIST (1995, Shinya Tsukamoto)

++++

THREE KINGDOMS: STARLIT HEROES (2025, Meng Yu, Yuan Yuan, China, animation, A+30) เป็นหนังเรื่องแรกที่เราเคยดูที่เน้นนำเสนอตัวละคร "โจโฉ" ในทางบวก หรือในฐานะ "พระเอก" โดยเฉพาะเน้นไปที่ "ความรักหมา" ของโจโฉ

+++

THE BRINK OF DREAMS (2024, Nada Riyadh, Ayman El Amir, Egypt, documentary, 102min, A+30)

 

หลังจากเราเปิดปี 2026 ด้วยการดูหนังออนไลน์เรื่อง THE FOUR TIMES (2010, Michelangelo Frammartino, Italy, 88min, A+30) ที่งดงามมาก ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เราก็ต่อด้วยการดู “หนังสารคดีเรื่องแรกของปี” ซึ่งก็คือ THE BRINK OF DREAMS ในทันที เพราะหนังทั้งสองเรื่องกำลังจะหลุดออกจากเว็บไซต์ Festival Scope ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

 

THE BRINK OF DREAMS เล่าเรื่องของกลุ่มหญิงสาวในชนบทอียิปต์ที่ทำ “คณะละครข้างถนน” ด้วยกัน โดยพวกเธอเล่นละครกันข้างถนนเพื่อสื่อสารประเด็นทางสังคมให้ชาวบ้านชาวช่องที่เดินผ่านไปผ่านมาได้รับรู้และตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว

 

ดูแล้วก็นับถือพวกเธอมาก ๆ กล้าหาญชาญชัยกันมาก ๆ เพราะสังคมที่พวกเธออยู่อาศัยกันมันอนุรักษ์นิยมมาก ๆ คือแค่ผู้หญิงแต่งตัวธรรมดา ๆ ก็โดนหาว่าเป็นกะหรี่แล้ว และการ “เล่นละครข้างถนน” แบบนี้ มันไม่ใช่การสื่อสารกับ “ผู้ชมที่ตั้งใจมาชมละคร” ซึ่งผู้ชมแบบนั้นมันเป็นกลุ่มที่ “เป็นมิตร” กับนักแสดงละครอยู่แล้ว แต่ “การเล่นละครข้างถนน” มันเป็นการสื่อสารกับ “คนที่พร้อมจะตะโกนด่านักแสดงอย่างรุนแรงได้ทุกเมื่อ” น่ะ โดยเฉพาะพวกชายฉกรรจ์ตัวใหญ่ ๆ เราก็เลยรู้สึกว่า “นักแสดงละครข้างถนน” แบบนี้นี่มันต้องอาศัยความกล้าหาญชาญชัยอย่างใหญ่หลวงมาก ๆ

 

แล้วสังคมที่พวกเธออยู่ มันก็เป็นสังคมที่ “ผู้ชายเป็นใหญ่” อย่างรุนแรงมาก ๆ ผู้หญิงอาจจะถูกบีบให้แต่งงานตั้งแต่อายุ 15 ปี และผู้หญิงที่แต่งงานแล้วก็จะถูกคาดหวังให้ทำหน้าที่เป็น “แม่บ้าน” เท่านั้น แทนที่จะได้เป็นอิสระ ทำงานที่ตัวเองต้องการ

 

เราเข้าใจว่าสังคมที่พวกเธออยู่เป็น “คริสต์” นะ แต่ไม่รู้ว่าเป็นคริสต์นิกายอะไร มันเป็นนิกายที่ “ห้ามการหย่าร้าง” ไม่แน่ใจว่าเป็นนิกาย Coptic หรือเปล่า

 

THE BRINK OF DREAMS ได้ฉายในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ในสาย Critics’ Week ด้วยนะ และหนังเรื่องนี้สามารถคว้ารางวัล Golden Eye หรือรางวัลหนังสารคดียอดเยี่ยมในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์มาได้ด้วย

 

ดู THE BRINK OF DREAMS แล้วก็นึกถึงหนังสองเรื่อง ซึ่งก็คือ

 

1. SOUTHERN SORCERESSES (2020, Eliane Caffé, Carla Caffé, Beto Amaral, Brazil, documentary, A+30)

 

เพราะหนังสารคดีบราซิลเรื่องนี้พูดถึงกลุ่ม queer activists ที่ชอบจัดการแสดงข้างถนนเพื่อกระตุ้นจิตสำนึกประชาชนให้ตระหนักถึงปัญหาสิทธิ queer หรืออะไรทำนองนี้ ถ้าหากเราจำไม่ผิด และการจัดแสดงละครข้างถนนแบบนี้ก็ต้องเผชิญกับเสียงด่าทอจากประชาชนใจแคบอย่างรุนแรงมาก

 

2. AMAL (2017, Mohamed Siam, Egypt, documentary, A+30)

 

เพราะหนังสารคดีเรื่องนี้ตามติดชีวิตเด็กสาวชาวอียิปต์เหมือนกัน โดยหนังเรื่องนี้ตามติดชีวิตของอามาล เด็กสาววัย 14 ปีที่เข้าร่วมในการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงประเทศอียิปต์

++++

 

The Four Times (2010, Michelangelo Frammartino, Italy/Germany/Switzerland)

 

I worship this film ตอนดูช่วงแรก ๆ จะรู้สึกว่ามัน extremely slow cinema แต่พอดูไปเรื่อย ๆ กลับพบว่า "เราตามเนื้อเรื่องไม่ทัน" คือในความ extremely slow ของมันจริง ๆ แล้วเราต้องคอยจับสังเกตสิ่งต่าง ๆ อย่างละเอียดมาก ไม่งั้นเราจะพลาดความเชื่อมโยงของสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ในแต่ละฉาก ตั้งแต่มด, ก้อนอิฐ, ฝุ่นผง, เศษกระดาษ, ถ่าน, ปล่องไฟ, etc.

No comments: