THE BRIDE! (2026, Maggie Gyllenhaal, A+30) คือตัวอย่างของหนังกลุ่มนี้ชัด
ๆ เลย
++
นอกจาก THE BRIDE! (2026, Maggie
Gyllenhaal, A+30) แล้ว หนังอีกเรื่องที่เราคิดว่าเข้ากันมาก ๆ
กับกลุ่มหนัง NEW WAVE OF MONSTROUS FEMININE ตามที่คุณไกรวุฒิบรรยายไว้เมื่อวานนี้
ก็คือ AMULET (2020, Romola Garai, UK/UAE) เพราะว่า AMULET
กำกับโดยผู้หญิง, มีประเด็นเรื่องสงครามระหว่างเพศหญิงเพศชาย
และมีความ monstrous feminine สูงมาก ๆ
ส่วนหนังอีกเรื่องที่เราว่าเกือบจะเข้ากับกลุ่ม NEW
WAVE OF MONSTROUS FEMININE ก็คือ A BANQUET (2021, Ruth
Paxton, UK) เพราะว่าอันนี้ก็เป็นหนังสยองขวัญที่กำกับโดยผู้หญิงเหมือนกัน
และตัวละครเอกก็เหมือนถูก transform ด้วยอำนาจลึกลับเหมือนกัน
แต่โดยรวม ๆ แล้วเหมือนมันยังไปไม่สุดเท่ากับหนังกลุ่ม monstrous feminine เรื่องอื่น ๆ ถ้าหากเราจำไม่ผิดนะ
++++++
ประทับใจการบรรยายเรื่อง “สตรีปีศาจ”
ของคุณไกรวุฒิเมื่อวานนี้มาก ๆ
พอฟังบรรยายนี้แล้ว เราก็เลยแอบมาคิดต่อเล่น ๆ
ว่า ประเด็นเรื่อง “ศาสนา” มันส่งผลต่อภาพยนตร์กลุ่ม MONSTROUS FEMININE ด้วยหรือเปล่า เราก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน
เพราะว่าหนังกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นหนังอเมริกัน + ยุโรป
เพราะถ้าหากเราเข้าใจไม่ผิด หนังอเมริกัน +
ยุโรป ได้รับอิทธิพลจากศาสนาคริสต์ ซึ่งให้ความสำคัญกับ demons,
devils มากกว่า ghosts อะไรพวกนี้
ซึ่งจะแตกต่างจากชาติตะวันออกที่เชื่อเรื่อง ghosts และไสยาศาสตร์ต่าง
ๆ อย่างรุนแรง และอินเดียก็มีความเชื่อเรื่อง “เจ้าแม่กาลี” ด้วย
เพราะฉะนั้นหนังสยองขวัญของชาติตะวันออก
ก็เลยมีหนังกลุ่ม “ผีผู้หญิงล้างแค้น” หรือหนังกลุ่ม “ผีผู้หญิงอาละวาด” เยอะมาก
อย่างเช่น
1. กิ่งแก้ว (2026, Ekkachai Srivichai,
A+15)
2. ราคี THE STAIN (2026, Ning
Bhanbhassa Dhubtien, Pond Krisda Witthayakhajorndet, Ping Lumpraploeng, A+10)
3. HOUSE (1977, Nobuhiko Obayashi, Japan, A+30)
4. SUZZANNA: BURIED ALIVE (2018, Rocky Soraya, Anggy Umbara,
Indonesia, A+30)
คือเหมือนการเก็บกดของผู้หญิงในชาติตะวันออกบางชาติ
สามารถปลดปล่อยได้ด้วยเรื่องเล่าแบบ “ผีผู้หญิงล้างแค้น” หรืออย่างอินเดียนั้น
เราก็จะเห็นตัวละครหญิงในหนังบางเรื่องพูดถึง “ความเป็นเจ้าแม่กาลี”
ที่แอบซ่อนอยู่ในตัวผู้หญิงแต่ละคน
แต่พอชาติตะวันตก ไม่ค่อยเชื่อเรื่อง ghosts
และไม่มีความเชื่อเรื่อง “เจ้าแม่กาลี”
มันก็เลยเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้ “การเก็บกดของผู้หญิง”
ได้รับการระบายออกผ่านทางตัวละครแบบ witch และ monstrous
feminine ด้วยหรือเปล่า อันนี้เราก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน
+++
ดู POSSESSION (1981, Andrzej Zulawski,
France/West Germany, second viewing, A+30) กับ IF I HAD
LEGS I’D KICK YOU (2025, Mary Bronstein, A+30) แล้วอินมาก ๆ
นึกถึงตัวเราเองมาก ๆ ย้อนกลับไปดูวิดีโอที่เคยถ่ายตัวเราเองในปี 1991 แล้วก็ไม่รู้ว่าตัวเองรอดชีวิตมาจนถึงปัจจุบันได้อย่างไร
55555
Edit เพิ่ม: เราอัปโหลดวิดีโอนี้ลง
Facebook ในวันที่ 1 พ.ค. ปี 2013 นะ แต่วิดีโอนี้ถ่ายในปี
1991 แล้ว Facebook มันให้เราเลือก timeline ได้ เราเลยลงเป็นปี 1991
++++++
ขอบคุณมาก ๆ ครับ ผมยังไม่เคยดู “ขมิ้นกับปูน”
แบบจริง ๆ จัง ๆ เลย แต่จำได้ว่าตอนอยู่มัธยม เพื่อน ๆ ชอบมา role play ละครขมิ้นกับปูนเวอร์ชั่นปี 1990 โดย role play เป็นบทของ
ชไมพร จตุรภุช (ปัทมา) กับปัทมา ปานทอง (ปวีณา) 55555
++++
เมื่อวานนี้เราได้ดู POSSESSION (1981,
Andrzej Zulawski, France/West Germany, second viewing, A+30) ที่หอภาพยนตร์
ศาลายา แล้ววันนี้เราก็ได้ดู IF I HAD LEGS I’D KICK YOU (2025, Mary
Bronstein, A+30) ที่เอ็มควอเทียร์
ปรากฏว่าหนังสองเรื่องนี้เหมือนเป็นหนังที่สร้างขึ้นเพื่อเป็น double bill ซึ่งกันและกันโดยเฉพาะโดยไม่ได้ตั้งใจ 5555 เพราะเรารู้สึกว่า
1. ทั้งสองเรื่องพูดถึงผู้หญิงสติแตกเหมือนกัน
2. แต่ POSSESSION เหมือนเป็น
“ผู้ชายที่มองผู้หญิงสติแตกด้วยความฉงนสนเท่ห์ ไม่เข้าใจ กังขา
รู้สึกว่ามันเป็นปริศนาลี้ลับ” ในขณะที่ IF I HAD LEGS I’D KICK YOU เหมือนเป็นมุมมองจากตัวผู้หญิงสติแตก
3. สามีของนางเอกทั้งสองเรื่องไปทำงานในสถานที่ห่างไกลเหมือนกัน
และปล่อยให้นางเอกสติแตกอยู่กับลูก แต่ POSSESSION เริ่มต้นเรื่องเมื่อพระเอกเดินทางกลับมาจากการทำงานในสถานที่ห่างไกล
ส่วน IF I HAD LEGS I’D KICK YOU นั้นเริ่มต้นเรื่องในจุดที่แตกต่างกัน
4. หนังทั้งสองเรื่องเต็มไปด้วย “ตัวละครชิบหาย
ๆ” คือตัวละครประกอบแต่ละตัวในหนังสองเรื่องนี้ รุนแรงมาก ๆ
5. หนังทั้งสองเรื่องเปิดโอกาสให้ “นักแสดงนำหญิง”
โชว์ฝีมือทางการแสดงอย่างรุนแรงมาก
6. แต่เราชอบหนังทั้งสองเรื่องนี้ในแบบที่แตกต่างกันนะ
เราชอบ POSSESSION มากกว่า เพราะมัน “หลุดโลก” มากกว่า ส่วน IF
I HAD LEGS I’D KICK YOU นั้นเราชอบในแบบที่เราอินกับตัวละครในบางแง่มุม
ดูแล้วก็นึกถึงหลายช่วงชีวิตของตัวเราเองที่เจอมรสุมชีวิตอย่างรุนแรง
ถ้าหากใครเคยดูตัวเราในวิดีโอที่ถ่ายไว้ในปี
1991 ตามคลิปในคอมเมนท์ อาจจะพอนึกภาพออก 55555
7. พอดู POSSESSION กับ IF
I HAD LEGS I’D KICK YOU แล้ว ก็เลยรู้สึกว่า antidote ของหนังสองเรื่องนี้อาจจะเป็น THE LEFT-HANDED WOMAN (1977, Peter Handke,
West Germany, A+30) เพราะว่า THE LEFT-HANDED WOMAN พูดถึงนางเอกที่เผชิญกับอะไรที่คล้าย ๆ วิกฤติชีวิตเหมือนกัน แต่เธอรับมือกับมันในแบบที่สุขุมคัมภีรภาพกว่านางเอกของ
POSSESSION และ IF I HAD LEGS I’D KICK YOU มาก ๆ
คือเหมือนพอเราดู IF I HAD LEGS I’D KICK
YOU แล้ว เราก็เห็น “ตัวเองในแบบที่เราเองไม่อยากเป็น”
แล้วเราก็เลยบอกตัวเองว่า “เราจะต้องไม่ทำตัวเหมือน Rose Byrne ใน IF I HAD LEGS I’D KICK YOU เราจะพยายามทำตัวให้เหมือน
Edith Clever ใน THE LEFT-HANDED WOMAN เราจะไม่ปล่อยให้ตัวเอง nervous breakdown แบบ Rose
Byrne เราจะต้องรับมือกับอุปสรรคของชีวิตในแบบสุขุมคัมภีรภาพเหมือน Edith
Clever ใน THE LEFT-HANDED WOMAN”
เราพยายามบอกตัวเองแบบนั้นนะ
แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำได้จริงแค่ไหน 55555
Edit เพิ่ม:
8. นางเอกของ POSSESSION และ
IF I HAD LEGS I’D KICK YOU มีปัญหาอย่างรุนแรงกับ “ลูกค้า”
เหมือนกัน โดยนางเอกของ POSSESSION ทำในสิ่งที่ดูโหดร้ายต่อ “ลูกศิษย์ในคลาสบัลเล่ต์”
ส่วนนางเอกของ IF I HAD LEGS ก็มีปัญหาอย่างรุนแรงกับ “ลูกค้าที่มีปัญหาทางจิต”
ของเธอ
9. นางเอกของ POSSESSION และ
IF I HAD LEGS I’D KICK YOU เหมือนถูก torn ระหว่าง “สองสถานที่อยู่อาศัย” ต้องวิ่งรอกไปมาระหว่างสองสถานที่
โดยนางเอกของ POSSESSION ต้องวิ่งรอกไปมาระหว่าง “บ้านที่อยู่กับลูกที่เป็นมนุษย์”
กับ “บ้านที่อยู่กับอสูรกาย (ซึ่งจริง ๆ แล้วก็เป็นลูกอีกคนของเธอ?)”
ส่วนนางเอกของ IF I HAD ก็ต้องวิ่งรอกไปมาระหว่าง
“โรงแรม” กับ “บ้านเพดานพัง” ของเธอ
10. ตัวละครสำคัญในหนังทั้งสองเรื่องนี้ “ขากะเผลก”
เหมือนกัน
MY LIFE IN 1991
https://web.facebook.com/jit.phokaew/videos/10201256824966025
No comments:
Post a Comment