Tuesday, March 10, 2026

IF I HAD LEGS I'D KICK YOU

 

THE BRIDE! (2026, Maggie Gyllenhaal, A+30) คือตัวอย่างของหนังกลุ่มนี้ชัด ๆ เลย

++

นอกจาก THE BRIDE! (2026, Maggie Gyllenhaal, A+30) แล้ว หนังอีกเรื่องที่เราคิดว่าเข้ากันมาก ๆ กับกลุ่มหนัง NEW WAVE OF MONSTROUS FEMININE ตามที่คุณไกรวุฒิบรรยายไว้เมื่อวานนี้ ก็คือ AMULET (2020, Romola Garai, UK/UAE) เพราะว่า AMULET กำกับโดยผู้หญิง, มีประเด็นเรื่องสงครามระหว่างเพศหญิงเพศชาย และมีความ monstrous feminine สูงมาก ๆ

 

ส่วนหนังอีกเรื่องที่เราว่าเกือบจะเข้ากับกลุ่ม NEW WAVE OF MONSTROUS FEMININE ก็คือ A BANQUET (2021, Ruth Paxton, UK) เพราะว่าอันนี้ก็เป็นหนังสยองขวัญที่กำกับโดยผู้หญิงเหมือนกัน และตัวละครเอกก็เหมือนถูก transform ด้วยอำนาจลึกลับเหมือนกัน แต่โดยรวม ๆ แล้วเหมือนมันยังไปไม่สุดเท่ากับหนังกลุ่ม monstrous feminine เรื่องอื่น ๆ ถ้าหากเราจำไม่ผิดนะ

++++++

 

ประทับใจการบรรยายเรื่อง “สตรีปีศาจ” ของคุณไกรวุฒิเมื่อวานนี้มาก ๆ

 

พอฟังบรรยายนี้แล้ว เราก็เลยแอบมาคิดต่อเล่น ๆ ว่า ประเด็นเรื่อง “ศาสนา” มันส่งผลต่อภาพยนตร์กลุ่ม MONSTROUS FEMININE ด้วยหรือเปล่า เราก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน เพราะว่าหนังกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นหนังอเมริกัน + ยุโรป

 

เพราะถ้าหากเราเข้าใจไม่ผิด หนังอเมริกัน + ยุโรป ได้รับอิทธิพลจากศาสนาคริสต์ ซึ่งให้ความสำคัญกับ demons, devils มากกว่า ghosts อะไรพวกนี้ ซึ่งจะแตกต่างจากชาติตะวันออกที่เชื่อเรื่อง ghosts และไสยาศาสตร์ต่าง ๆ อย่างรุนแรง และอินเดียก็มีความเชื่อเรื่อง “เจ้าแม่กาลี” ด้วย

 

เพราะฉะนั้นหนังสยองขวัญของชาติตะวันออก ก็เลยมีหนังกลุ่ม “ผีผู้หญิงล้างแค้น” หรือหนังกลุ่ม “ผีผู้หญิงอาละวาด” เยอะมาก อย่างเช่น

 

1. กิ่งแก้ว (2026, Ekkachai Srivichai, A+15)

2. ราคี THE STAIN (2026, Ning Bhanbhassa Dhubtien, Pond Krisda Witthayakhajorndet, Ping Lumpraploeng, A+10)

3. HOUSE (1977, Nobuhiko Obayashi, Japan, A+30)

4. SUZZANNA: BURIED ALIVE (2018, Rocky Soraya, Anggy Umbara, Indonesia, A+30)

 

คือเหมือนการเก็บกดของผู้หญิงในชาติตะวันออกบางชาติ สามารถปลดปล่อยได้ด้วยเรื่องเล่าแบบ “ผีผู้หญิงล้างแค้น” หรืออย่างอินเดียนั้น เราก็จะเห็นตัวละครหญิงในหนังบางเรื่องพูดถึง “ความเป็นเจ้าแม่กาลี” ที่แอบซ่อนอยู่ในตัวผู้หญิงแต่ละคน

 

แต่พอชาติตะวันตก ไม่ค่อยเชื่อเรื่อง ghosts และไม่มีความเชื่อเรื่อง “เจ้าแม่กาลี” มันก็เลยเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้ “การเก็บกดของผู้หญิง” ได้รับการระบายออกผ่านทางตัวละครแบบ witch และ monstrous feminine ด้วยหรือเปล่า อันนี้เราก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน

https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid01AghYfEuAcD9MDVNA6ZicTJe8uPZRxj9AHTkRnLmc9PGbQTYiD3uL5wSrtVzpi6wl

+++

 

ดู POSSESSION (1981, Andrzej Zulawski, France/West Germany, second viewing, A+30) กับ IF I HAD LEGS I’D KICK YOU (2025, Mary Bronstein, A+30) แล้วอินมาก ๆ นึกถึงตัวเราเองมาก ๆ ย้อนกลับไปดูวิดีโอที่เคยถ่ายตัวเราเองในปี 1991 แล้วก็ไม่รู้ว่าตัวเองรอดชีวิตมาจนถึงปัจจุบันได้อย่างไร 55555

 

Edit เพิ่ม: เราอัปโหลดวิดีโอนี้ลง Facebook ในวันที่ 1 พ.ค. ปี 2013 นะ แต่วิดีโอนี้ถ่ายในปี 1991 แล้ว Facebook มันให้เราเลือก timeline ได้ เราเลยลงเป็นปี 1991

++++++

 

ขอบคุณมาก ๆ ครับ ผมยังไม่เคยดู “ขมิ้นกับปูน” แบบจริง ๆ จัง ๆ เลย แต่จำได้ว่าตอนอยู่มัธยม เพื่อน ๆ ชอบมา role play ละครขมิ้นกับปูนเวอร์ชั่นปี 1990 โดย role play เป็นบทของ ชไมพร จตุรภุช (ปัทมา) กับปัทมา ปานทอง (ปวีณา) 55555

++++

เมื่อวานนี้เราได้ดู POSSESSION (1981, Andrzej Zulawski, France/West Germany, second viewing, A+30) ที่หอภาพยนตร์ ศาลายา แล้ววันนี้เราก็ได้ดู IF I HAD LEGS I’D KICK YOU (2025, Mary Bronstein, A+30) ที่เอ็มควอเทียร์ ปรากฏว่าหนังสองเรื่องนี้เหมือนเป็นหนังที่สร้างขึ้นเพื่อเป็น double bill ซึ่งกันและกันโดยเฉพาะโดยไม่ได้ตั้งใจ 5555 เพราะเรารู้สึกว่า

 

1. ทั้งสองเรื่องพูดถึงผู้หญิงสติแตกเหมือนกัน

 

2. แต่ POSSESSION เหมือนเป็น “ผู้ชายที่มองผู้หญิงสติแตกด้วยความฉงนสนเท่ห์ ไม่เข้าใจ กังขา รู้สึกว่ามันเป็นปริศนาลี้ลับ” ในขณะที่ IF I HAD LEGS I’D KICK YOU เหมือนเป็นมุมมองจากตัวผู้หญิงสติแตก

 

3. สามีของนางเอกทั้งสองเรื่องไปทำงานในสถานที่ห่างไกลเหมือนกัน และปล่อยให้นางเอกสติแตกอยู่กับลูก แต่ POSSESSION เริ่มต้นเรื่องเมื่อพระเอกเดินทางกลับมาจากการทำงานในสถานที่ห่างไกล ส่วน IF I HAD LEGS I’D KICK YOU นั้นเริ่มต้นเรื่องในจุดที่แตกต่างกัน

 

4. หนังทั้งสองเรื่องเต็มไปด้วย “ตัวละครชิบหาย ๆ” คือตัวละครประกอบแต่ละตัวในหนังสองเรื่องนี้ รุนแรงมาก ๆ

 

5. หนังทั้งสองเรื่องเปิดโอกาสให้ “นักแสดงนำหญิง” โชว์ฝีมือทางการแสดงอย่างรุนแรงมาก

 

6. แต่เราชอบหนังทั้งสองเรื่องนี้ในแบบที่แตกต่างกันนะ เราชอบ POSSESSION มากกว่า เพราะมัน “หลุดโลก” มากกว่า ส่วน IF I HAD LEGS I’D KICK YOU นั้นเราชอบในแบบที่เราอินกับตัวละครในบางแง่มุม ดูแล้วก็นึกถึงหลายช่วงชีวิตของตัวเราเองที่เจอมรสุมชีวิตอย่างรุนแรง

 

ถ้าหากใครเคยดูตัวเราในวิดีโอที่ถ่ายไว้ในปี 1991 ตามคลิปในคอมเมนท์ อาจจะพอนึกภาพออก 55555

 

7. พอดู POSSESSION กับ IF I HAD LEGS I’D KICK YOU แล้ว ก็เลยรู้สึกว่า antidote ของหนังสองเรื่องนี้อาจจะเป็น THE LEFT-HANDED WOMAN (1977, Peter Handke, West Germany, A+30) เพราะว่า THE LEFT-HANDED WOMAN พูดถึงนางเอกที่เผชิญกับอะไรที่คล้าย ๆ วิกฤติชีวิตเหมือนกัน แต่เธอรับมือกับมันในแบบที่สุขุมคัมภีรภาพกว่านางเอกของ POSSESSION และ IF I HAD LEGS I’D KICK YOU มาก ๆ

 

คือเหมือนพอเราดู IF I HAD LEGS I’D KICK YOU แล้ว เราก็เห็น “ตัวเองในแบบที่เราเองไม่อยากเป็น” แล้วเราก็เลยบอกตัวเองว่า “เราจะต้องไม่ทำตัวเหมือน Rose Byrne ใน IF I HAD LEGS I’D KICK YOU เราจะพยายามทำตัวให้เหมือน Edith Clever ใน THE LEFT-HANDED WOMAN เราจะไม่ปล่อยให้ตัวเอง nervous breakdown แบบ Rose Byrne เราจะต้องรับมือกับอุปสรรคของชีวิตในแบบสุขุมคัมภีรภาพเหมือน Edith Clever ใน THE LEFT-HANDED WOMAN”

 

เราพยายามบอกตัวเองแบบนั้นนะ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำได้จริงแค่ไหน 55555

 

Edit เพิ่ม:

 

8. นางเอกของ POSSESSION และ IF I HAD LEGS I’D KICK YOU มีปัญหาอย่างรุนแรงกับ “ลูกค้า” เหมือนกัน โดยนางเอกของ POSSESSION ทำในสิ่งที่ดูโหดร้ายต่อ “ลูกศิษย์ในคลาสบัลเล่ต์” ส่วนนางเอกของ IF I HAD LEGS ก็มีปัญหาอย่างรุนแรงกับ “ลูกค้าที่มีปัญหาทางจิต” ของเธอ

 

9. นางเอกของ POSSESSION และ IF I HAD LEGS I’D KICK YOU เหมือนถูก torn ระหว่าง “สองสถานที่อยู่อาศัย” ต้องวิ่งรอกไปมาระหว่างสองสถานที่ โดยนางเอกของ POSSESSION ต้องวิ่งรอกไปมาระหว่าง “บ้านที่อยู่กับลูกที่เป็นมนุษย์” กับ “บ้านที่อยู่กับอสูรกาย (ซึ่งจริง ๆ แล้วก็เป็นลูกอีกคนของเธอ?)”

 

ส่วนนางเอกของ IF I HAD ก็ต้องวิ่งรอกไปมาระหว่าง “โรงแรม” กับ “บ้านเพดานพัง” ของเธอ

 

10. ตัวละครสำคัญในหนังทั้งสองเรื่องนี้ “ขากะเผลก” เหมือนกัน

 

MY LIFE IN 1991
https://web.facebook.com/jit.phokaew/videos/10201256824966025

 

No comments: