Friday, February 15, 2019

WHAT ARE WE WAITING FOR? (2016, Marie-Monique Robin, France, documentary, A+25)


WHAT ARE WE WAITING FOR? (2016, Marie-Monique Robin, France, documentary, A+25)

1.ดูแล้วนึกถึง DOWNSIZING (2017, Alexander Payne) เลย 555 เพราะ DOWNSIZING ก็พูดถึงสังคมคนที่ “ใช้ทรัพยากรน้อย” เหมือนกัน แต่ DOWNSIZING เป็น fiction, sci-fi ส่วนหนังเรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า เราทำแบบนั้นได้ในโลกแห่งความเป็นจริง โดยไม่จำเป็นต้องลดขนาดร่างกายตนเองลง

2.ดูแล้วก็ชื่นชมสังคมในหนังเรื่องนี้มากๆนะ และคิดว่ามันเป็นหนังที่เหมาะสำหรับคนที่ทำงานเชิงสังคม + actvists มากๆ แต่ในแง่นึงเราก็จะรู้สึก “ห่างๆ” จากหนังเรื่องนี้นิดนึง เพราะเราเป็นคนที่ individualistic มากๆมั้ง, เกลียดสังคม, รักความสบาย, ชินกับการอยู่ในเมืองอะไรแบบนี้

คือคิดว่าหลายๆอย่างในหนังเรื่องนี้มันดีมากๆ แต่อย่างตัวเราคงไม่สามารถลุกขึ้นมา “ติดตั้งแผง solar cell” ได้ด้วยตัวเองน่ะ มันคงต้องอาศัยคนอื่นๆให้มาช่วยรณรงค์, พัฒนา, วางแผน, แก้กฎหมาย, ขับเคลื่อนอะไรกันไป เพื่อให้การใช้พลังงานแสงอาทิตย์เป็นสิ่งที่ทำได้จริง, มีประสิทธิภาพ และแพร่หลายในไทย อะไรทำนองนี้ คืออย่างตัวเราคงต้องอาศัยคนอื่นๆเป็นหัวหอกในการขับเคลื่อนก่อนน่ะ แล้วเราค่อยทำตาม

3.จริงๆแล้วเราว่าหลายอย่างที่สังคมชนบทในหนังเรื่องนี้ทำ มันทำให้เรานึกถึงชุมชนอามิชในสหรัฐ และชุมชนของชาวอโศกในไทยน่ะ เพราะชุมชนที่อิงกับหลักศาสนาแบบนี้ มันก็ไม่ค่อยใช้เทคโนโลยี, ต่อต้านสารเคมี, ยึดหลักกินน้อย ใช้น้อย ทำงานให้มาก, เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เหมือนๆกัน เพียงแต่ว่า ชุมชนแบบนี้มันจะมีส่วนที่เข้ากับเราไม่ได้อยู่ด้วย นั่นก็คือ “หลักศาสนาที่เคร่งครัดเกินไปสำหรับเรา” น่ะ เพราะฉะนั้นชุมชนฝรั่งเศสในหนังเรื่องนี้ก็เลยน่าสนใจสำหรับเรามากในแง่ที่ว่า มันเหมือนเอาแต่ “สิ่งดีๆ แนวคิดดีๆ วัตรปฏิบัติดีๆ” ที่เหมือนกับของชุมชนเคร่งศาสนามาใช้ แต่ไม่ต้องเอา “หลักศาสนา” มาใช้ด้วย มันเหมือนเป็นการคัดกรองเอาแต่แนวคิดดีๆจากที่อื่นๆมาใช้ แต่ไม่ต้องเอาสิ่งที่ไม่ดีหรือไม่เหมาะกับตนเองของที่อื่นๆมาใช้ด้วย

4.ชอบเรื่องข้าวสาลีมากๆ ที่ชุมชนนี้เอาเมล็ดพันธุ์ข้าวสาลีจากก่อนปี 1900 มาปลูก แล้วพบว่าพวกคนจำนวนมากที่แพ้ข้าวสาลีกลับสามารถกินข้าวสาลีพันธุ์โบราณ ก่อนปี 1900 ได้ นั่นแสดงให้เห็นว่าพัฒนาการของข้าวสาลีในช่วง 100 กว่าปีที่ผ่านมามันมีบางอย่างผิดพลาด และก่อให้เกิดพันธุ์ที่เป็นพิษต่อคนกลุ่มหนึ่งขึ้นมา (เห็นหนังบอกว่าเป็นเรื่องของ gluten)

พอดูเรื่องข้าวสาลีนี้แล้ว ก็เลยสงสัยว่า โรคบางอย่างที่มันแพร่ระบาดในยุคปัจจุบัน แต่เป็นโรคที่ไม่ค่อยเจอในอดีต มันเกิดจากอะไรแบบนี้ด้วยหรือเปล่า มันอาจจะเกิดจากสารเคมี, พันธุ์พืชที่เปลี่ยนแปลงไปจากในอดีตด้วยหรือเปล่า

5.สนใจเรื่องพลังงานแสงอาทิตย์มากๆ เพราะในหนังบอกว่า การหันมาใช้ solar cell นี่ช่วยให้ลดการใช้ “โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์” ในเยอรมนีไปได้บ้างแล้ว เพราะอย่างที่รู้กันว่าประเทศไทยนี่แดดแผดเผามากๆน่ะ คือประเทศไทยนี่โคตรจะร่ำรวยเรื่อง “แสงอาทิตย์” เลย เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะสามารถเอาแสงอาทิตย์มาใช้ประโยชน์อะไรได้บ้างหรือเปล่า นอกจากเอาไว้ตากมะม่วงกวน

Tuesday, February 12, 2019

12 FEB-18 FEB 1989


อันดับเพลงเมื่อ 30 ปีก่อน
WEEK 7
12 FEB-18 FEB 1989

1. I MISSED THE SHOCK – Akina Nakamori

2. AI GA TOMARANAI – Wink

3. IT’S THE LOVER (NOT THE LOVE) – Tiffany

4. TAKE ME TO YOUR HEART – Rick Astley

5. MORE THAN YOU KNOW – Martika

6. HEART NO IGNITION -- Satomi Fukunaga
เพลงประกอบละคร “สิงห์สาวนักสืบ ปี3”

7.DROP THAT BOMB – Tiffany

8. FOUR LETTER WORD – Kim Wilde

9. HOLD AN OLD FRIEND’S HAND – Tiffany

10. ETERNAL FLAME – Bangles

Friday, February 08, 2019

MANIKARNIKA: THE QUEEN OF JHANSI (2019, Radha Krishna Jagarlamudi, Kangana Ranaut, India, A+25)


MANIKARNIKA: THE QUEEN OF JHANSI (2019, Radha Krishna Jagarlamudi, Kangana Ranaut, India, A+25)

1.ดูแล้วจะนึกถึง “สุริโยไท” + “บางระจัน” ของไทย เพราะ MANIKARNIKA สร้างจากเรื่องจริงของพระราชินีของแคว้นนึงในอินเดีย ที่ลุกขึ้นนำทัพต่อต้านกองทัพอังกฤษที่กดขี่ชาวอินเดียอย่างรุนแรงในปี 1857 แต่เราว่าหนังเรื่อง “สุริโยไท” ของไทยอาจจะดูมีมิติกว่าหน่อย เพราะในสุริโยไทมันมีตัวละครน่าสนใจหลายตัว อย่างเช่น ท้าวศรีสุดาจันทร์ แต่ MANIKARNIKA มันเน้นเล่าแต่เรื่องของราชินีองค์นี้ในการต่อสู้กับกองทัพอังกฤษ เพราะฉะนั้นตัวละครในหนังเรื่องนี้มันจะขาวจัด ดำจัด กองทัพอังกฤษก็ชั่วร้ายเลวทรามมากๆไปเลย ส่วนราชินีพระองค์นี้ก็มีแต่ด้านดี ด้านที่น่าชื่นชม ยกย่อง

แต่ก็เข้าใจได้นะว่าทำไมหนังต้องนำเสนอแต่ด้านดี เพราะพอคิดถึงปัญหาที่หนังเรื่อง PADMAAVAT (2018, Sanjay Leela Bhansali) เคยเผชิญมาแล้ว การนำเสนอตัวละครวีรบุรุษ วีรสตรีแต่ในด้านดี ก็คงจะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับผู้สร้างหนังเมนสตรีมอินเดีย

2.เหมือนเป็นหนังของ “การโพสท่า” เพราะนี่เป็นนางเอกหนังอินเดีย ไม่ใช่นางเอกหนังฮ่องกง ที่ต้องฝึกคิวบู๊มาอย่างหนัก เพราะฉะนั้นในหนังเรื่องนี้เราจะได้เห็นนางเอกโพสท่างามๆมากมายทั้งในฉากสู้รบและฉากอื่นๆ ซึ่งก็ทำได้เพลินตาดี แถมนางเอกยังร่วมกำกับหนังเรื่องนี้เองอีกด้วย เธอก็เลยโพสท่าเริ่ดๆได้อย่างเต็มที่

3.สนใจตัวละครพระราชามากๆ เพราะพระราชาที่เป็นพระสวามีของนางเอก เหมือนชอบละคร+การร่ายรำ และชอบใส่กำไลมือมากมาย ไม่รู้พระราชาองค์นี้ในประวัติศาสตร์จริงๆเป็นยังไง แต่ในหนังเขามาให้เหตุผลในตอนหลังว่า เขาชอบใส่กำไลมือมากมาย เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจว่าดินแดนของเขาตกอยู่ภายใต้พันธนาการของอังกฤษ

Tuesday, February 05, 2019

5 FEB – 11 FEB 1989



อันดับเพลงเมื่อ 30 ปีก่อน
WEEK 6
5 FEB – 11 FEB 1989

1. IT’S THE LOVER (NOT THE LOVE) – Tiffany

2. I MISSED THE SHOCK – Akina Nakamori

3. HEARTS NEVER LIE – Tiffany & Chris Farren

4. ETERNAL FLAME – Bangles

5. AI NO TEGAMI – Shonentai

6. GIVING YOU THE BEST THAT I GOT – Anita Baker

7. AI GA TOMARANAI – Wink

8. FOUR LETTER WORD – Kim Wilde

9. AKI – Otokogumi

10. ESPECIALLY FOR YOU – Kylie Minogue & Jason Donovan

Sunday, February 03, 2019

FILMS SEEN IN JAPANESE FILM FESTIVAL 2019


FILMS SEEN IN JAPANESE FILM FESTIVAL 2019
                                                                         
1.LIFE IS FRUITY (2017, Kenshi Fushihara, documentary, A+30)
2.MIXED DOUBLES (2017, Junichi Ishikawa, A+30)
3.THE SCYTHIAN LAMB (2018, Daihachi Yoshida, A+30)
4.LU OVER THE WALL (2017, Masaaki Yuasa, animation, A+30)
5.CHIHAYAFURU PART 3 (2018, Nori Koizumi,  A+30)
6.YAKINIKU DRAGON (2018, Wui-Sin Chong, A+20)
7.LAUGHING UNDER THE CLOUDS (2018, Katsuyuki Motohiro, A+)

จริงๆแล้วซื้อตั๋ว THE CRIMES THAT BIND รอบวันนี้เอาไว้ แต่พอดีเกิดอาการจอประสาทตาฉีกขาด ก็เลยต้องไปโรงพยาบาล แล้วก็เลยพลาดดู THE CRIMES THAT BIND ไป เสียใจมากๆ

Tuesday, January 29, 2019

29 JAN-4 FEB 1989


อันดับเพลงเมื่อ 30 ปีก่อน
WEEK 5
29 JAN-4 FEB 1989

1. I MISSED THE SHOCK – Akina Nakamori

2. TWO HEARTS – Phil Collins

3. WITCHES – Miho Nakayama

4. ESPECIALLY FOR YOU – Kylie Minogue & Jason Donovan

5. ETERNAL FLAME – Bangles

6. BE MY TWIN – Brother Beyond

7. MISSING YOU – Chris de Burgh

8. HOLD AN OLD FRIEND’S HAND – Tiffany

9. JIRETTAI NE – Shonentai

10. SNOW FLAKE NO MACHIKADO – Anri

--เพลงที่ชอบที่สุดของ Akina Nakamori น่าจะเป็น Yume o misasete

--Akina Nakamori นี่นอกจากจะเป็นหนึ่งในนักร้องที่เราชื่นชอบที่สุดแล้ว ยังนับได้ว่าเป็นคนนึงที่ “ช่วยชีวิต” เราไว้ด้วย เพราะตอนที่เราเจอมรสุมชีวิตในช่วงต้นปี 2016 ตอนนั้นจิตตกอย่างรุนแรงมากๆ แต่มีอยู่วันนึงเราหยิบเทปเพลงเก่าๆมาฟัง แล้วมันมีเพลง SLOW MOTION ของ Akina Nakamori แล้วก็ไม่รู้ว่าทำไม พอเราฟังเพลงนั้น แล้วเหมือนความทรงจำเก่าๆถึงชีวิตที่มีความสุขเมื่อ 30 ปีก่อน มันก็หลั่งไหลเข้ามาในใจเรา เพลงนี้มันช่วยปลุกความทรงจำถึงอดีตที่มีความสุขของเราได้ดีมากๆ การฟังเพลงนั้นในช่วงที่เรามาถึงจุดที่ตกต่ำที่สุดในชีวิต มันก็เลยเหมือนเป็นยาขนานดีที่ช่วยปลอบประโลมจิตใจเรา และทำให้เรายังมีกำลังใจมีชีวิตอยู่ต่อไปได้

--อยากเรียนภาษาญี่ปุ่นมากๆ แต่ไม่รู้ว่าจะเรียนที่โรงเรียนไหนดี หรือจะเริ่มต้นเรียนด้วยตัวเองจากเว็บไซต์อะไรดี

Sunday, January 27, 2019

THE SUPERHERO STORY WE WROTE 30 YEARS AGO


THE SUPERHERO STORY WE WROTE 30 YEARS AGO

อันนี้เป็นสิ่งที่ต่อเนื่องจากโพสท์ที่แล้ว ที่เราบอกว่าขี้เกียจทำลิสท์หนัง superhero ที่เราชื่นชอบ เพราะถ้าทำจริงๆ เรายอมรับเลยว่า มันจะมีหนังอย่าง AVENGERS: INFINITY WAR (2018, Anthony Russo, Joe Russo) ติดอยู่ในลิสท์หนังสุดโปรดของเรา เพราะเราว่ามันใกล้เคียงกับจินตนาการวัยเด็กของเรามากที่สุด

คือตอนเด็กๆเมื่อราว 30 ปีก่อนเรากับกลุ่มเพื่อนสนิทเคยจินตนาการกันว่า อยากแต่งนิยาย/สร้างหนัง/สร้างละครทีวีเรื่อง GODDESS น่ะ โดยในนิยายเรื่องนี้ แต่ละคนจะจินตนาการตัวเองเป็นหญิงสาวสวยที่มีอภินิหารอิทธิฤทธิ์พิสดารต่างๆกันไปในแบบของตัวเอง และพวกเราก็ช่วยกันคิดพล็อต GODDESS เกี่ยวกับตัวละครของตัวเองออกมา และก็เอาพวกดาราหนุ่มๆที่พวกเราชื่นชอบในยุคนั้น (อย่างเช่น เอก โอรี, อั๊ต อัษฎา พานิชกุล, อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร) มาจินตนาการใส่เข้าไปในเนื้อเรื่องด้วย และพอพวกเราช่วยกันจินตนาการ เขียนพล็อตกันไปๆมาๆ ตัวละครมันก็เลยเยอะมากๆ และตบตีกันจนวุ่นวายไปหมด

เพราะฉะนั้นพอเราดู AVENGERS: INFINITY WAR เราก็เลยชอบหนังเรื่องนี้อย่างสุดๆ เพราะเราว่าในบรรดาหนัง superhero ที่เราดูมา หนังเรื่องนี้ใกล้เคียงกับ GODDESS ที่เราเคยจินตนาการไว้เมื่อ 30 ปีก่อนมากที่สุดในแง่จำนวนตัวละคร, ตัวละครแต่ละตัวมีอิทธิฤทธิ์ไม่เหมือนกัน และตบตีกันจนวุ่นวายไปหมด

แต่สิ่งที่แตกต่างกันก็คือว่า ใน GODDESS ที่พวกเราเคยจินตนาการนั้น มันไม่มีการแบ่งฝ่ายธรรมะกับอธรรม และไม่มีการต่อสู้เพื่อกอบกู้โลก เพราะตัวละครแต่ละตัวใน GODDESS เต็มไปด้วยความเงี่ยน และภารกิจของตัวละครนำแต่ละตัวก็คือ “การแย่งผัว”

เราเคยเขียนถึงพล็อตตัวละครสามสาว GORGONS ใน GODDESS ไปแล้วนะ อ่านได้ที่นี่

วันนี้พอเราโพสท์ลิสท์หนัง MOST FAVORITE SUPERHERO AND “NOT-EXACTLY-SUPERHERO” FILMS ไปแล้ว ก็เลยทำให้อยากกลับไปอ่านพล็อต GODDESS ที่เพื่อนบางคนเคยเขียนไว้เมื่อ 30 ปีก่อน พอกลับไปอ่านแล้วก็ฮามาก ชอบตัวละคร Flame ที่เพื่อนจินตนาการไว้มากๆ และมันมีบางจุดที่คล้ายกับหนังเรื่อง AQUAMAN อย่างน่าประหลาดใจด้วย เราจำได้ด้วยว่า เพื่อนจินตนาการว่า ตัวละคร Flame (ที่มีรูปร่างหน้าตาคล้าย Christy Turlington) นี้ จะเดินทางไปไหนมาไหนด้วยยานพาหนะที่ไม่เหมือนใคร เพราะเธอใช้ “เตียงเหาะได้” คือเธอจะนอนบนเตียง แล้วก็เอากับผู้ชายไปด้วย แล้วเวลาจะไปไหน มาไหน เตียงของเธอก็จะเหาะไปยังจุดหมาย เพื่อที่เธอจะได้เอากับผู้ชายไปด้วยในขณะเดินทางได้อย่างสะดวก

เนื่องจากตัวหนังสือที่เขียนไว้เมื่อ 30 ปีก่อนจางมากแล้ว เราก็เลยขอจดไว้ให้อ่านได้ง่ายๆก็แล้วกัน

บางตัวละครใน GODDESS
1.Flame (Sister Christine) – ธิดาวังบาดาล เธอผุดมากับฟองคลื่น มาเกยหาดสลบไสล แล้วบาทหลวงเก็บไปชุบเลี้ยง ตอนแรกเธอทำเคร่งครัดๆ ภายหลังก็เริงร่าอยู่ในโบสถ์คาทอลิกแห่งนั้นเอง หลังจากเธอเริงในโบสถ์ซักพัก เธอก็หันเหชีวิตเข้าสู่โลกียภพ และมีบทพิศวาทนานา ต่อมาชายกล้ามฝูงหนึ่ง (สมุนวังบาดาล) ติดตามเธอ + เปิดเผยความลับเกี่ยวกับวังบาดาลให้เธอรู้ เธอจึงกลับไปครองอำนาจวังบาดาล แล้วก็ตบตีแย่งชิงสิ่งต่างๆในวงการยุทธภพในฐานะเจ้าแม่วังบาดาล

2.Father Richard Gere – ผู้เก็บ Flame มาเลี้ยง และมีความต้องการในตัว Flame มาก แต่สำหรับนักบวช การมีเพศสัมพันธ์เป็นบาปหนักที่ไม่ควรให้อภัย แต่สำหรับ Flame Father Richard ยอมตกนรกหมกไหม้เพื่อให้ได้ Flame มาครอง

3.Father Mel Gibson – บาทหลวงในโบสถ์เดียวกัน ที่สนใจ Flame ตั้งแต่แรกพบ และบุกเข้าขืนใจ Flame ในยามวิกาล ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ไม่อาจเรียกว่า “ขืนใจ” ได้

4+5.Matt Goss & Luke Goss – อาหารระหว่างมื้อของ Flame ไม่มีความสำคัญอะไรมาก

6.ฝูงชายกล้าม – ลูกสมุนของ Flame ซึ่ง want Flame มากๆ แต่ไม่กล้าเพราะ Flame เป็นนาย แต่ภายหลังก็ไม่อาจเอาชนะแรงฤทธิพิศวาทของ Flame ไปได้

7.Matt Dillon – Playboy หนุ่มหน้าหยก อันธพาลแก๊งมอเตอร์ไซค์ที่ติดบ่วงเสน่ห์ของ Flame อย่างดิ้นไม่หลุด ห้าวหาญ แกร่งกร้าว บึกบึน อก 3 ศอก สมชายชาตรีไม่มีใครเกิน

8.Ethan Hawke – เด็กน้อย นักเต้นอะโกโก้ในบาร์ ลีลาเร่าร้อน Flame ปีนเวทีขึ้นไปเต้นด้วย แล้วเร่าร้อนไปเร่าร้อนมา ก็ Floor Show คนดูตบมือเกรียว เชียร์กันสนั่นบาร์

9.Jason Conery (คนนี้เราไม่รู้จัก) – เด็กหนุ่มอัจฉริยะ เรียนที่เคมบริดจ์ ฉลาดที่สุด ช่วย Flame วางแผนการในการทำอาชญากรรมต่างๆ โดยคิดค่าตอบแทนเป็นร่างกายของเธอ

10.Robert Downey Jr. – น้องชายสุดหล่อของ Tom (ตัวละครชายหนุ่มอีกคนในเรื่อง) เป็นตำรวจในหน่วยงานเดียวกับ Tom แต่ไม่เก่งเท่า ทำให้เกิดความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ แต่ถึงแม้จะไม่เด่นในด้านการงาน แต่เชิงรักเชิงสวาทสุดพรรณนา

พอย้อนกลับไปอ่านสิ่งที่พวกเราเขียนกันไว้เมื่อ 30 ปีก่อนแล้วก็ทำให้อยากย้อนเวลากลับไปยุคนั้นมากๆ รู้สึกว่าช่วงนั้น “จินตนาการ” ของเรากับเพื่อนๆมันช่างสุกสกาวเสียจริงๆ