Sunday, November 11, 2018

ZHANG YIMOU


สรุปว่าเราเคยดูหนังของ Zhang Yimou ไป 14 เรื่อง แบ่งออกได้เป็น 4 กลุ่มดังนี้                         

1.หนังที่เราชอบสุดๆคือ  JU DOU (1990), RAISE THE RED LANTERN (1991), THE STORY OF QIU JU (1992), TO LIVE (1993), NOT ONE LESS (1999)

2.หนังที่เราเฉยๆ คือ SHANGHAI TRIAD (1995)

3.หนังที่เราไม่ค่อยชอบ คือ THE ROAD HOME (1999), HOUSE OF FLYING DAGGERS (2004), CURSE OF THE GOLDEN FLOWER (2006)
                               
4.หนังที่เราเกลียด คือ HERO (2002), A WOMAN A GUN AND A NOODLE SHOP (2010), THE FLOWERS OF WAR (2011), THE GREAT WALL (2016), SHADOW (2018)

Saturday, November 10, 2018

SHADOW (2018, Zhang Yimou, China, C+)


SHADOW (2018, Zhang Yimou, China, C+)

เกลียดชังหนังเรื่องนี้อย่างรุนแรงพอๆกับ HERO  (2002, Zhang Yimou) เลย 555 เหมือนหนังสองเรื่องนี้มันเข้าข้างตัวละครที่เราเกลียดชังน่ะ อย่าง HERO หนังก็เข้าข้าง King of Qin ที่เราเกลียดมากๆๆๆๆ ส่วน SHADOW นั้น ตอนแรกเราเกลียดในระดับ F เลย เพราะดูเหมือนหนังมันเข้าข้างตัวละครอย่าง “เจ้าหญิง” กับ Captain Tian  ที่ “กระหายสงคราม เกลียดชังสันติภาพ เกลียดชังการประนีประนอม” อย่างมากๆน่ะ และยิ่งพอหนังเรื่องนี้มันดูเหมือนสนับสนุนให้ทำสงครามเพื่อ reclaim ดินแดน ไม่ต้องประนีประนอมใดๆแล้ว เราก็เลยยิ่งนึกถึงพฤติกรรมของรัฐบาลจีนใน “ทะเลจีนใต้” ในยุคปัจจุบันอย่างมากๆ ยิ่งคิดถึงทะเลจีนใต้มากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งเกลียด SHADOW มากเท่านั้น

แต่ยังดีที่องก์สุดท้ายของหนัง มันไม่ได้ “กระหายสงคราม เกลียดชังสันติภาพ” มากเท่าช่วงก่อนๆหน้านั้น อารมณ์ของเราก็เลยดีขึ้นมาบ้าง 555 จริงๆแล้วก็ไม่แน่ใจว่า Zhang Yimou มีแนวคิดทางการเมืองอย่างไรกันแน่ในหนังเรื่องนี้ แต่เนื่องจากเราเกลียดจางอี้โหมวมานาน 16 ปีแล้วนับตั้งแต่หนังเรื่อง HERO เราก็เลยเกลียดเขาต่อไปแล้วกัน

Friday, November 09, 2018

VIRAL (2018, Manussanan Pongsuwan, A+15)


VIRAL (2018, Manussanan Pongsuwan, A+15)
ผีโทรศัพท์

1.มีบางจุดของหนังที่ทำให้นึกถึง CELINE AND JULIE GO BOATING (1974, Jacques Rivette) โดยเฉพาะช่วงท้ายๆ

2.ดูจบแล้วรู้สึกว่าหนังขาดฉาก climax แบบรุนแรงอีกล็อตนึง หรือขาดการ twist อีกรอบตามแบบหนังสยองขวัญสูตรสำเร็จทั่วไป คือเราชอบฉากท้ายๆเรื่องมากพอสมควร แต่มันไม่ได้ intense แบบฉาก climax ของหนังสยองขวัญทั่วไปน่ะ เราก็เลยนึกว่ามันจะต้องมี “อะไรแรงๆ” ตามมาอีกชุดใหญ่หลังจากนั้น ปรากฏว่าหนังดันจบไปเลย 555 เหมือนทุกอย่างในหนังคลี่คลายง่ายเกินคาดมากๆ

3.แต่ถึงแม้อารมณ์เราจะค้างเติ่ง รู้สึกเหมือนหนังเรื่องนี้ยังไม่ fulfill เรามากพอในฐานะหนังสยองขวัญ แต่ถ้าหากมองว่า หนังเรื่องนี้ต้องการจะสื่อว่า “คนน่ากลัวกว่าผี” หรืออะไรทำนองนี้ เราก็ว่าหนังก็เล่าครบตามที่มันต้องการแล้วนะ เพราะฉะนั้นเราก็เลยไม่ได้อารมณ์เสียกับตอนจบของหนังมากนัก คือถ้าหากมันมีอะไรแรงๆมี climax ตามมาอีกชุดก็ดี แต่ถ้าหากมันไม่มี มันก็ดูจบแบบธรรมชาติดีเหมือนกัน ไม่ฝืนตัวเองเกินไป 555

4.ชอบพลอย ศรนรินทร์อย่างสุดๆ กลายเป็นนักแสดงหญิงที่เชื่อฝีมือได้เลย และยิ่งในหนังเรื่องนี้มีฉากที่ปะทะกับเบสท์ ณัฐสิทธิ์ด้วยแล้ว ก็ยิ่งดีมากๆ เพราะสองคนนี้แสดงเก่งทั้งคู่ พอได้มาปะทะกันในฉากเดียวกัน มันก็เลยเข้าท่า

5.ชอบความพยายามลงลึกด้าน character ให้กับตัวละครนำหญิงสองตัวด้วย โดยเฉพาะตัวนางเอกที่ไม่ใช่สาวซื่อใส แต่เป็นสาวร่านที่มีปมด้อยเรื่องไม่ได้เรียนต่อ ต้องทำงานตั้งแต่เด็ก เราว่าการที่หนังใส่ใจเรื่องชีวิตตัวละครแบบนี้เป็นอะไรที่ดีมาก

6.แต่เสียดายที่เหมือนหนังไปได้ไม่สุด ทั้งในแง่ความเป็น “หนังสยองขวัญ” หรือในแง่ความเป็น “หนังดราม่าที่ฉาบหน้าเป็นหนังสยองขวัญ” แบบ DARK WATER (2005, Walter Salles)