SOFTSHELL (2024, Jinho Myung, USA, 87min, A+30)
1. ดีใจสุดขีดที่ได้เห็นคุณศศิธร
พานิชนกในหนังเรื่องนี้ ซึ่งนั่นเท่ากับว่าเราได้เห็นคุณ Heen Sasithorn แสดงหนัง (และละครเวที) มานาน 24 ปีแล้ว ตั้งแต่ JAN DARA (2001,
Nonzee Nimibutr) เรื่อยมา
จนมาถึงหนังเรื่องนี้ที่ออกฉายในสหรัฐในปี 2024
2. สงสารสัตว์ต่าง ๆ
ที่ถูกฆ่าตายในหนังเรื่องนี้มาก ๆ
3. vibe ของหนังเรื่องนี้ทำให้นึกถึง
THE NIGHT DARA DIED (2024, Asamaporn Piriyapokanon, 30min, A+30) ซึ่งเป็นหนังเกี่ยวกับคนไทยในสหรัฐเหมือนกัน
ถึงแม้ว่าตัวละครในหนังทั้งสองเรื่องนี้จะมีบุคลิกแตกต่างกัน
4. Jinho Myung ผู้กำกับหนังเรื่องนี้
ร่วมแสดงในหนังด้วย เห็นเขาแล้วแอบนึกถึง Beam Wong
+++
I worship this film พอเราดู MALA NOCHE แล้วก็นึกถึงตัวเองที่แอบ want แรงงานจาก Myanmar
+++
THEIR(S) FIRST (2026, Wachirawit Gupgo วชิรวิทย์
กัปโก, queer film, 30min, A+30)
SPOILERS ALERT
--
--
--
--
--
1. งดงามมาก ๆ
สิ่งที่ชอบที่สุดในหนังอาจจะเป็นความลึกลับของบ้านนายพลหรือบ้านของทหารยศสูงคนนั้น
เหมือนบ้านหลังนั้นมันจะมีอะไรบางอย่างลึกลับซ่อนอยู่
เพราะเราไม่ค่อยเข้าใจว่ากิจกรรมที่ทำตอนเย็นคืออะไร
และใครคือเงาที่ปรากฏออกมาเพียงแว้บเดียว (เมียนายพลหรือเปล่า
หรือเจ้านายของทหารยศสูง)
2.
ชอบที่หนังเหมือนจะสื่อในทางอ้อมถึงความสัมพันธ์ของ “ทหารรุ่นพ่อ”
ที่เราไม่แน่ใจว่าเป็นเพื่อนหรือมากกว่าเพื่อน
เพราะว่าหนังเกย์โดยมากมักจะเป็นเรื่องของตัวละครชายวัย 15-30 ปี
หรือตัวละครที่เป็นนักเรียน, นักศึกษา แต่พอหนังเรื่องนี้ข้ามไปถึงคนรุ่นพ่อ และเป็นทหารไทยด้วย
มันก็เลยเกิดความ unique ขึ้นมา
และมีจุดเด่นที่แตกต่างจากหนังเกย์เรื่องอื่น ๆ
3. จริง ๆ แล้วก็ชอบทุกอย่างในหนัง
แต่มีเพียงสิ่งเดียวที่ไม่เข้าทางเราในหนังเรื่องนี้ ซึ่งก็คือว่า
เราคิดว่าตัวละครแม่ทำในสิ่งที่เลวร้ายมาก เป็นสิ่งที่ไม่อาจให้อภัยได้
และเราอยากให้เธอโดนลงโทษอย่างสาสม
บ้านนี้มีแค่ 3 พี่น้อง (2026, Wanlada
Pianniyomrat วันลดา เพียรนิยมรัตน์, 20min, A+)
1. เหมือนเป็นคู่แฝดของหนังเรื่อง
“รีบดูก่อนโดนลบ” (2026, Tannaree Kongmusik) เพราะว่าโครงสร้างทางบทของหนังสองเรื่องนี้มีบางจุดคล้ายกัน
ก็คือว่า
1.1 มีฉากสยองขวัญ
1.2 มีการเฉลยว่า
ความสยองขวัญนั้นไม่ใช่เรื่องจริง เป็นสิ่งที่คนทำขึ้นมา ไม่ได้เป็นภัยคุกคามจริง
ๆ
1.3 แล้วก็มีภัยคุกคามจริง ๆ ปรากฏขึ้นมา
ในรูปแบบของฆาตกรหรือผี
2. แต่โดยส่วนตัวแล้ว เราไม่ค่อยอินกับหนัง comedy
เพราะฉะนั้นพอ “บ้านนี้มีแค่ 3 พี่น้อง” เน้นไปที่อารมณ์ comedy
เป็นหลัก หนังเรื่องนี้ก็เลยไม่เข้าทางเรา
แต่เราว่าหนังมันประสบความสำเร็จในทางของตัวเองนะ
วัดได้จากเสียงหัวเราะของผู้ชมจำนวนมากตอนหนังฉาย
DANGEROUS CITY เชียง(อันต)ราย (2026,
Minkwan Thipthong มิ่งขวัญ ทิพย์ทอง, documentary, 30min, A+30)
1. ชอบที่หนังเรื่องนี้พูดถึงทั้งปัญหาฝุ่นควันและสารพิษในแม่น้ำ
คืออากาศก็เป็นพิษ, น้ำก็เป็นพิษ วิกฤติมันรุนแรงจริง ๆ
2. ชอบความ poetic ของหนังสารคดีเรื่องนี้ด้วย
แต่คิดว่าจุดนี้มันอาจจะยังไปไม่สุดนะ หรืออาจจะยังทรงพลังไม่ถึง 100% ยังได้แค่ 75%
3. จริง ๆ แล้วอยากให้หนัง “ให้ข้อมูล”
มากกว่านี้หน่อยก็ดีนะ เพราะเราชอบข้อมูลที่ขึ้นมาตอนท้ายเรื่องมาก ๆ
จนอยากให้หนังใส่ข้อมูลรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นมากกว่านี้
4.เราว่าหนังเรื่องนี้เป็นความพยายามที่ดีมาก ๆ
นะ ในการสร้างหนังแนว poetic documentary ขึ้นมาในไทย
คือถ้าหากหนังเรื่องนี้เน้นให้ข้อมูลอย่างเดียว สัมภาษณ์ชาวบ้านอย่างเดียว
มันก็จะเป็นหนังสารคดีอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแบบ informative เรื่องนึง
และอาจจะไม่มีความโดดเด่นมากนัก
เพราะก็อาจจะมีหนังสารคดีอีกหลายเรื่องที่พูดถึงประเด็นเดียวกัน
หนังเรื่องนี้ก็เลยเล่นท่ายากกว่าหนังสารคดีเรื่องอื่น
ๆ ด้วยการใส่ซีนแบบ poetic ที่ไม่ได้เน้นการให้ข้อมูลเข้ามาด้วย
ซึ่งเราก็ชอบตรงจุดนี้มาก ๆ แต่มันก็เป็นท่าที่ยากมาก ๆ และยากกว่าการสร้างหนัง poetic,
experimental แบบเพียว ๆ เสียอีก
เพราะมันเหมือนหาจุดลงตัวที่ยากมาก ๆ
ระหว่างการพูดถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม กับการสร้างอารมณ์ poetic ในหนัง
คือเรารู้สึกว่า
การสร้างหนังสารคดีสิ่งแวดล้อมแบบตรงไปตรงมา อาจจะเป็นความยากระดับหนึ่ง
การสร้างหนัง poetic ให้ออกมาทรงพลัง
อาจจะเป็นความยากระดับสอง
การสร้างหนัง poetic ecological
documentary อาจจะเป็นความยากระดับสาม คือยากยิ่งกว่าสองขั้นแรกเสียอีก
และเราก็เลยรู้สึกว่า เราชอบหนังเรื่องนี้มาก ๆ
แต่เรารู้สึกว่าความเป็นสารคดีสิ่งแวดล้อมกับความเป็น poetic ของหนังเรื่องนี้ อาจจะยังผสมกันไม่ลงตัวแบบ 100% ยังได้แค่ราว
75-80% เหมือนมันยังพัฒนาให้ทรงพลังได้มากกว่านี้อีก
หรือบางทีสิ่งที่หนังเรื่องนี้ต้องการ
อาจจะเป็นทุนทรัพย์ + เวลา เพื่อจะได้สร้างหนังที่ยาวกว่านี้ได้ เพราะหนัง poetic
ecological ที่ค่อนข้างลงตัว อย่างเช่น สายน้ำติดเชื้อ BY
THE RIVER (2013, Nontawat Numbenchapol) และ SOLIDS BY THE
SEASHORE (2023, Patiparn Boontarig) ก็เป็นหนังยาว
และความยาวของมันก็เลยเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้รับทั้งข้อมูลและดื่มด่ำไปกับความ poetic
ของหนังได้อย่างเต็มที่
ก็เลยสรุปว่าชอบ DANGEROUS CITY มาก ๆ นะ เป็นหนังที่มี potential มาก ๆ
และถ้าหากมันเป็นหนังยาว มันอาจจะเปล่งศักยภาพของตนเองออกมาอย่างเต็มที่ได้
No comments:
Post a Comment