อยากดู THE MANCHURIAN CANDIDATE (1962,
John Frankenheimer), MELVIN AND HOWARD (1980, Jonathan Demme), THE NIGHT OF THE
HUNTER (1955, Charles Laughton) และ STARS IN MY CROWN
(1950, Jacques Tourneur) หวังว่าจะมีคนเอาหนังทั้ง 4
เรื่องนี้มาลงโรงฉายในไทย
ส่วน TO SLEEP WITH ANGER เราเคยดูแล้ว
+++
เราทำ survey ของ Mubi
แล้ว เขามีถามด้วยว่า Which filmmakers, artists or brands
would you love to see MUBI collaborate with?
เราเลยตอบ Elia Suleiman
++++
FAVORITE SCENE EDITING:
SOS ก้าวผิด ชีวิตเปลี่ยน (2026, F but
CULT CLASSIC)
Vs. THE SILENCE OF THE LAMBS (1991, Jonatham Demme, A+30) ตัดต่อโดย Craig McKay ซึ่งได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์จากหนังเรื่องนี้
มี SPOIL สำหรับ
THE SILENCE OF THE LAMBS
1. พอเราได้อ่านบทวิจารณ์หนังเรื่อง SOS ก้าวผิด ชีวิตเปลี่ยน ที่เขียนโดยคุณ Khim Pimchanok เราก็เลยนึกขึ้นมาได้ว่า หนึ่งในสิ่งที่เราชอบสุดขีดใน SOS ก้าวผิด ชีวิตเปลี่ยน ก็คือการตัดต่อฉากรองเท้าส้นสูงในหนังเรื่องนี้
เพราะมันหลอกคนดูอย่างเราให้เข้าใจผิดได้อย่างรุนแรงมาก ๆ
เราก็เลยนึกถึงการตัดต่อแบบ parallel
editing ในฉากสำคัญใน THE SILENCE OF THE LAMBS เพราะการตัดต่อในฉากนั้นก็ส่งผลให้คนดูอย่างเราเข้าใจผิดได้อย่างรุนแรงเหมือนกัน
2. ใน THE SILENCE OF THE LAMBS หนึ่งในฉากที่ประทับใจเราอย่างไม่รู้ลืม
ก็คือฉากที่หนังตัดสลับระหว่างเหตุการณ์นอกบ้านกับเหตุการณ์ในบ้าน
คนดูจะเห็นภาพเหตุการณ์นอกบ้าน
เจ้าหน้าที่เอฟบีไอค่อย ๆ กระจายกำลังกันเข้ารายล้อมบ้านหลังหนึ่ง
ฉากดังกล่าวจะถูกตัดสลับกันเป็นระยะ ๆ
กับเหตุการณ์ภายในบ้านของฆาตกรต่อเนื่อง
เขาทะเลาะกับเหยื่อสาวที่ขู่จะทำร้ายสัตว์เลี้ยงของเขา
คนดูจะเข้าใจผิดว่า
บ้านดังกล่าวคือบ้านหลังเดียวกัน คนดูจะนึกว่า
เอฟบีไอกำลังกระจายกันเข้ารายล้อมบ้านของฆาตกรโรคจิต ซึ่งหนังไม่ได้บอกเลยว่า
มันคือบ้านหลังเดียวกัน หนังเพียงแค่ใช้ “การตัดต่อ”
ระหว่างฉากเหตุการณ์ในบ้านกับเหตุการณ์นอกบ้าน ตัดสลับกันไปมาเป็นระยะ ๆ
คนดูก็เลยเข้าใจผิดว่า ฉากเหตุการณ์นอกบ้าน กับฉากเหตุการณ์ในบ้านนี้
มันคือบ้านหลังเดียวกัน
แล้วก็มาถึงฉากกดออด
คนดูเห็นเจ้าหน้าที่เอฟบีไอกดออดนอกบ้าน
ฉากดังกล่าวถูกตัดสลับกับฉากฆาตกรโรคจิตที่อยู่ในบ้านได้ยินเสียงออด
แล้วหนังถึงค่อยแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า
มันคือบ้านคนละหลังกัน เมื่อฆาตกรโรคจิตเปิดประตูบ้าน
3. เราก็เลยชอบการตัดต่อในฉากดังกล่าวใน THE
SILENCE OF THE LAMBS อย่างรุนแรงสุดขีด เพราะหนังเพียงแค่ใช้
“การตัดต่อ” ฉากในบ้านกับฉากนอกบ้านสลับกันไปมา หนังก็หลอกคนดูได้อย่างสนิท
ฉากดังกล่าวใน THE SILENCE OF THE LAMBS ได้รับการ TRIBUTE อย่างงดงามที่สุดในละครโทรทัศน์เรื่อง
“ล่า” (1994, สุพล วิเชียรฉาย, A+30) ด้วย
คนที่เคยดูละครเรื่องล่า 1994 คงจำได้ดีว่ามันมีฉากที่หลอกคนดูด้วยการตัดต่อคล้าย
ๆ กันนี้ ซึ่งก็คือฉากที่ตำรวจเคลื่อนกำลังจะมาบุกจับมธุสรในตึก
ฉากดังกล่าวตัดสลับกับฉากมธุสรเดินขึ้นตึกมาเรื่อย ๆ
คนดูก็เลยถูกหลอกให้เข้าใจผิดว่า มันคือตึกบริเวณเดียวกัน (เราดูละครเรื่องนี้มานาน
32 ปีแล้ว ถ้าหากเราจำผิดก็ขออภัยด้วยนะคะ)
4. พอเราดู SOS ก้าวผิด
ชีวิตเปลี่ยน เราก็เลยนึกถึง “การตัดต่อสุดคลาสสิคใน THE SILENCE OF THE
LAMBS” มาก ๆ
เพราะใน SOS นั้น มันมีฉากนึงที่เราเห็น
คุณครูคิมอยู่ในห้องพักครู แล้วหนังก็ตัดต่อฉาก
“คนใส่รองเท้าส้นสูงสีชมพูเดินมาเรื่อย ๆ” แต่เรามองเห็นแค่เท้า
มองไม่เห็นตัวและใบหน้า เราก็เลยไม่รู้ว่าใครเดินมา
แล้วเราก็เห็น วิน นักเรียนหนุ่ม
โผล่มาหาครูคิมที่ห้องพักครู เพื่อจะพยายามขืนใจคุณครูหนุ่ม เราก็เลยเข้าใจผิดว่า
วินคือคนที่ใส่รองเท้าส้นสูงสีชมพู เดินเยื้องย่างมาเรื่อย ๆ
ตามทางเดินเมื่อกี้แน่ ๆ
แต่ปรากฏว่าเราถูกหลอกต้มจนเปื่อย
วินไม่ใช่เจ้าของรองเท้าส้นสูงสีชมพูคู่นั้น เราต้องรออีกประมาณ 5 นาที
หนังถึงเฉลยให้เห็นชัด ๆ ว่า ใครคือเจ้าของรองเท้าส้นสูงสีชมพูคู่นั้น
เราก็เลยประทับใจการตัดต่อฉากนี้มาก ๆ เพราะ
“การตัดต่อ” ของฉากนี้มันสามารถหลอกให้เราเข้าใจผิดได้อย่างรุนแรง
ซึ่งเราก็ไม่แน่ใจว่า มันคือการตัดต่อที่ผิดพลาด
หรือผู้ตัดต่อจงใจใช้การตัดต่อเพื่อหลอกล่อให้คนดูเข้าใจผิด
เพราะฉะนั้นพอเราดูการตัดต่อฉากนี้ใน SOS
ก้าวผิด ชีวิตเปลี่ยน เราก็เลยนึกถึงการตัดต่อใน THE SILENCE
OF THE LAMBS เพราะมันคือการตัดต่อที่หลอกให้เราเข้าใจผิดได้อย่างสมบูรณ์
ฉากคลาสสิคใน THE SILENCE OF THE LAMBS
https://youtu.be/nAcNner6AzY?si=Zk_sFXlSXkoIHEwo
+++
19. SHEEP IN THE BOX (2026, Hirokazu Koreeda, Japan, A+30)
ตัวละครในหนังเรื่องนี้ พูดคำว่า TADAIMA
ราว 8 ครั้ง
+++
ARTWORKS
SOM-DUM: THE COZY LAZY CAT by Kowit Thali
RAISED ON CURRY BAGS: THE TRANSMUTATION OF THAI SOFT POWER
by Kritsada Sangseubchart
VIMANA วิมานกลายรูป (2026, Tanakrit Polngam)
ดูผลงานศิลปะชิ้นนี้แล้วทำให้เราจินตนาการต่อไปว่า
อยากสร้างละครสยองขวัญแนว THE CONJURING โดยใช้รูปปั้นอาถรรพณ์เหล่านี้
โดยเนื้อหาในละครแต่ละตอนคือการที่ปีศาจในรูปปั้นอาถรรพณ์แต่ละตัวออกมาอาละวาด
TRACES OF LAYERED by Tanakrit Polngam
THE MEDIUM’S HAND by Tanakrit Polngam
THANK GOD IT’S FRIDAY! (2026, Mairung Jarurattanaporn)
++++
นักแสดงที่อยากให้โคจรมาเจอกัน
1. เจริญพร อ่อนละม้าย (โก๊ะตี๋) ปะทะ Octavia
Spencer
2. อาภาศิริ นิติพน ปะทะ Nina Hoss
3. อาภาพร นครสวรรค์ ปะทะ Jennifer
Coolidge
No comments:
Post a Comment