เหมือนในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เราได้ดูหนัง
2 เรื่องที่พูดถึงประเด็นราเมือกนี้ เรื่องนึงก็คือ COLONY (2026, Yeon
Sang-ho, South Korea) แต่เรานึกไม่ออกว่าหนังอีกเรื่องนึงที่เราได้ดูที่พูดถึงราเมือก
คือหนังเรื่องอะไร มีใครนึกออกบ้าง
+++
DAEJEON, SUMMER OF 2023 (2023, Jinjoon Lee, South Korea,
video installation)
ดูในนิทรรศการ INVISIBLE PRESENCE ที่ Dib
THE UNHEARD VOICE (1995, Somboon Homtientong)
งานศิลปะชิ้นนี้ทำจากเสาพระวิหารที่แม่สะเรียง
จังหวัดแม่ฮ่องสอน เราก็เลยแอบซูมเข้าไปดูในเสา เผื่อเจอเลขเด็ด ๆ 55555
ดูในนิทรรศการ INVISIBLE PRESENCE ที่ Dib
+++
ร่วมส่งคุณพ่อของหนิงเดินทางไกล ที่วัดคันลัด
+++
ประเทศที่คุกมีไว้สำหรับขังคนอย่างไผ่ จตุภัทร์,
อานนท์ นำภา, เอกชัย หงส์กังวาน, etc. ขอประกันตัวหลายครั้งแต่ก็ถูกปฏิเสธ
แต่กลับปล่อยคนประเภทใดออกมา
อันนี้คือนึกย้อนไปถึงเรื่องกองเรือนรกด้วย
+++
ฉันรักเขา Yukki Tai จากหนังเรื่อง
DOG DAY EVENING (2026, Tin Shu Mak, Hong Kong, A+30)
ดีใจที่เทศกาลหนังฮ่องกงในกรุงเทพปีนี้เชิญ Yukki
Tai มาร่วมเสวนาหลังหนังจบด้วย เขาน่ารักมาก ๆ
พอเช็คดูแล้วพบว่าเราเคยดูหนังที่เขาแสดงอีก 2
เรื่อง ซึ่งก็คือ TIME STILL TURNS THE PAGES (2023, Nick Cheuk, Hong
Kong, A+30) และ BACK HOME (2023, Nate Ki, Hong Kong) แต่เรานึกหน้าเขาในหนังสองเรื่องนี้ไม่ออก
+++
EXPERIMENTAL THAI FEATURE FILM AFTER 2000
SILENCE WILL SPEAK เคียด (2006, Punlop
Horharin, 105min)
LOST NATION ผมชื่อชาติ (2009, Zart
Tancharoen, 100min)
INSURGENCY BY A TAPIR ความเศร้าของภูตผี (2016,
Wachara Kanha, Chulayarnnon Siriphol, Ratchapoom Boonbunchachoke,
Chaloemkiat Saeyong, 104min)
HOMATAGIA (2019, Chanasorn Chaikitiporn, 126min)
นิราศกรุงเกลือ KRUNGKLUEA (2018,
Natthanun Tiammek, 90min)
PRAYOON (2016, Somchai Tidsanawoot)
SOMEONE FROM NOWHERE (2017, Prabda Yoon, 97min)
THE BOY ON THE LIGHTHOUSE เด็กชายบนประภาคาร
(2025, Pichet Wongjoi, 90min)
สัตว์วิบากหนักโลก (2004, Phaisit
Phanphruksachat)
DROWSINESS (2019, Shitsanuphong Sornkeaw ชิษณุพงศ์ ศรแก้ว, 74min)
หนังยาว 6 เรื่องของคุณ Achitaphon
Piansukprasert
https://web.facebook.com/afpachitaphon/posts/pfbid0u3PwyS7CDacstA6fEjxX4qedwfVfRPfzGPP44d1EsPMAfbGMMGPxpesNC8J7NMg5l
LUNG NEAW VISITS HIS NEIGHBORS (2011, Rirkrit Tiravanija,
154min)
RAILWAY SLEEPERS หมอนรถไฟ (2016, Sompot
Chidgasornpongse, 102min)
JUNK FOOD FABLE (2020, Theerapat Wongpaisarnkit, 63min)
CAFFEINE VAMPIRE AND PISS ARSONIST (2022, Theerapat
Wongpaisarnkit, 60min)
+++
มีสถานที่เล่น pilates ที่ไหนในกรุงเทพแนะนำไหมคะ
พอดีมีเพื่อนคนนึงฝากถามมา
+++
ภาพยนตร์ที่เราชื่นชอบจากประเทศไต้หวัน
9. THE LAST RICE FARMER หรือ
LET IT BE (2005, Chuang Yi-tseng, Yen Lan-chuan, Taiwan, documentary,
110min)
This is one of my most favorite documentaries of all time. เราได้ดูหนังสารคดีไต้หวันเรื่องนี้ในเทศกาลหนังไต้หวันที่จัดที่หอกลาง
จุฬาในปี 2006 และหนังเรื่องนี้ก็เลยติดอันดับ 10
ในลิสท์หนังที่เราชื่นชอบที่สุดที่ได้ดูในปี 2006
หนังเรื่องนี้นำเสนอชีวิตของชาวนาวัยชรา 3 คนในภูมิภาคไถหนานในไต้หวัน
และมันถ่ายทอดออกมาได้อย่างงดงามมาก ๆ
หนังเรื่องนี้สามารถนำมาฉายควบกับหนังเรื่องอื่น
ๆ ที่นำเสนอชีวิตชาวนาชาวไร่ได้อย่างดีงามมาก ๆ เหมือนกัน อย่างเช่น
1. EARTH (1930, Aleksandr Dovzhenko, Soviet Union)
2. THE NAKED ISLAND (1960, Kaneto Shindo, Japan)
3. โรงเรียนชาวนา
จากข้าวขวัญ...สู่ขวัญของชาวนาไทย FARMER FIELD SCHOOL (2007, Supong
Jitmuang, Thailand, documentary, 38min)
4. MODERN LIFE (2008, Raymond Depardon,
France, documentary)
5. AGRARIAN UTOPIA สวรรค์บ้านนา
(2009, Uruphong Raksasad, Thailand)
6. HARVEST SEASON ฤดูเก็บเกี่ยว
(2009, Pisut Srimork, Thailand, documentary, 20min)
7. SCENE AND LIFE (2018, Boonsong
Nakphoo, Thailand)
ส่วนหนังเกี่ยวกับประเด็นนี้ที่เราอยากดูมาก ๆ
แต่ยังไม่ได้ดู ก็คือ นาล่ม THE FARM GET TROUBLE (1979, Jaturajak) เหมือนเราเคยดูหนังเรื่องนี้บางฉากตอนที่มันมาฉายทางทีวีเมื่อราว 40
ปีก่อน จักร มหาชัย พระเอกของหนังเรื่องนี้หล่อมาก ๆ เสียดายมาก ๆ ที่เราไม่ได้อัดวิดีโอหนังเรื่องนี้เก็บเอาไว้ในตอนนั้น
เพราะหนังเรื่อง “นาล่ม” นี้เหมือนหายสาบสูญไปแล้ว
เหลือให้ดูเพียงแค่ไม่กี่นาทีในยูทูบ เสียดายมาก ๆๆๆๆๆ
+++
FLOW INTO SPACE (1992) by Miki Imai is my most favorite
album of all time เป็นอัลบัมที่เราเปิดฟังบ่อยที่สุดในชีวิต
เพราะมันทำให้เราเข้านอนได้อย่างมีความสุข
+++
เราชอบหนังเรื่อง COLD WAR 1994 อย่างสุดขีด เราชอบที่หนังเรื่องนี้เหมือนไม่เน้นฉากบู๊ แต่เน้น
“การต่อรองผลประโยชน์” เมื่อเกิดความขัดแย้ง
+++
เราชอบซื้อ JOLLY BEARS แต่ไม่ได้ซื้อมากิน
แต่ซื้อมาเก็บสะสมไว้ เพราะชอบบรรจุภัณฑ์ ส่วนตัวเยลลี่ข้างในก็หมดอายุไปนานแล้ว
แดกไม่ได้แล้ว
+++
ฟังเทปนี้จบแล้ว ดีใจมาก ๆ ที่พูดถึง “SOS
ก้าวผิด ชีวิตเปลี่ยน” หนัง cult ประจำปีของเรา
55555
ในแง่หนึ่งเราก็รู้สึกว่า “SOS ก้าวผิด ชีวิตเปลี่ยน” มัน cinematic มาก ๆ
เพราะว่าความรู้สึกตลกของเราที่มีต่อหนังเรื่องนี้มันไม่ใช่สิ่งที่เราสามารถถ่ายทอดออกมาเป็นตัวอักษร
หรือบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ง่าย ๆ น่ะ มันต้องดูและฟังหนังเรื่องนี้จริง ๆ
มันถึงจะเข้าใจ
คือความตลกส่วนหนึ่งของ “SOS ก้าวผิด ชีวิตเปลี่ยน” มันเกิดจาก dialogue และเนื้อเรื่อง
ก็จริง ซึ่งสิ่งนี้สามารถบรรยายออกมาเป็นตัวอักษรได้ง่าย ๆ
แต่ความฮาส่วนใหญ่ของหนังเรื่องนี้
มันเกิดจากจังหวะที่ผิดพลาดและความลักลั่นขององค์ประกอบต่าง ๆ ทางภาพยนตร์
ทั้งจังหวะการตัดต่อ, การเรียงซีน, จังหวะการใส่ดนตรีประกอบ, ดนตรีประกอบที่เลือกใช้,
การแสดง, อารมณ์ที่ยากจะบรรยายได้ของนักแสดง, เครื่องแต่งกาย, การเคลื่อนกล้อง ฯลฯ
เพราะฉะนั้นเราก็เลยแอบรู้สึกว่า หนังเรื่องนี้มีความ cinematic มาก ๆ เพราะความฮาของหนังเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบต่าง ๆ ทาง cinema
จริง ๆ มันไม่ใช่แค่ตัวเนื้อเรื่องหรือบทสนทนาของตัวละคร
++++
อยากดูหนังเรื่อง I SHOT ANDY WARHOL
(1996, Mary Harron) อีกรอบมาก ๆ
เพราะเราเคยดูหนังเรื่องนี้เมื่อเกือบ 30 ปีก่อน แต่ตอนนั้นเราดูแบบไม่มีซับไตเติล
และช่วงนั้นเราแทบไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับ Andy Warhol และกลุ่มคนสนิทของเขามาก่อน
อยากให้มีคนนำหนังเรื่องนี้มาลงโรงฉายในไทยมาก ๆ
I SHOT ANDY WARHOL
https://www.imdb.com/title/tt0116594/?ref_=nv_sr_srsg_0_tt_7_nm_1_in_0_q_i%20shot%20andy%20warhol
+++
เทศกาลหนังฮ่องกงแจกสิ่งนี้ให้ผู้ชม
แต่เราไม่รู้ว่าวัตถุนี้เขาเอาไว้ใช้ทำอะไร
++++
นอกจาก “ผู้หญิงแย่งสับ” จะถือเป็น one
of my most favorite films of all time แล้ว
ชื่อภาษาไทยของหนังเรื่องนี้ ก็ถือเป็น “หนึ่งในชื่อหนังภาษาไทยที่เราชอบมากที่สุดตลอดกาล”
ด้วย เป็นชื่อหนังที่ฝังหัวมาก ๆ เราน่าจะเคยได้ยินชื่อหนังเรื่องนี้ครั้งแรกตอนที่มันเข้าโรงฉายในไทยในปี
1990 (ถ้าหากเราจำไม่ผิด) และพอได้ยินแค่ครั้งเดียว ชื่อหนังเรื่องนี้ก็ฝังหัวเราไปเลย
แต่เราไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้ในโรงในตอนปี 1990 นะ
เรากับกลุ่มเพื่อน ๆ เกย์/กะเทยได้ดูหนังเรื่องนี้ด้วยกันตอนมันมาฉายทางช่อง 7 เมื่อราว
30 กว่าปีก่อน แล้วเรากับเพื่อน ๆ ทั้งกลุ่มก็หวีดสุดขีดไปเลย
รู้สึกว่าประโยค “ผู้หญิงแย่งสับ” สำหรับเรา
เป็นประโยคที่ทรงพลัง + กระตุ้นจินตนาการในหัวได้อย่างดีงามที่สุดทัดเทียมกับประโยค
“DESTROY, SHE SAID”