อยากดู STROMBOLI (1950, Roberto
Rossellini), EUROPE ’51 (1951, Roberto Rossellini), JOURNEY TO ITALY (1954,
Roberto Rossellini) และ A MATTER OF LIFE AND DEATH (1946,
Michael Powell, Emeric Pressburger) หวังว่าจะมีคนนำหนัง 4
เรื่องนี้มาลงโรงฉายในไทย
+++
วันนี้กิน Beetroot pasta ชอบสีของพาสต้ามาก
ๆ ไม่แน่ใจว่าเขาเรียกว่าสี red pink หรือเปล่า
+++
RIP WILLIAM ORBIT (1956-2026)
ชอบเพลง BARBER’S ADAGIO FOR STRINGS
(1999) ของ William Orbit มาก ๆ
นึกว่าต้องใช้เพลงนี้เป็นเพลงธีมของตัวละครอะไรสักตัวในโลกจินตนาการของเรา
+++
เราชอบเพลง CLOSE BUT NO CIGAR (1992) ของ Thomas Dolby มาก ๆ
+++
นางตัวร้ายที่ดูโง่มาก แต่เราชอบมาก
ก็คือนางตัวร้ายที่ใช้ร่มเป็นอาวุธ ในละครโทรทัศน์
“สิงห์สาวนักสืบ ปีสอง” หรือ SUKEBAN DEKA II: THE LEGEND OF THE GIRL IN
THE IRON MASK (1985-1986, Japan, TV series, 42 episodes, A+30) เธอดูโง่มาก
แต่เราประทับใจ 55555
https://in.pinterest.com/pin/778419116879366895/
+++
เมื่อวานนี้เราก็ได้รับข้อความแจ้งเตือนนี้เหมือนกัน
แต่เราไม่ทันสังเกตว่ามันไม่มีเสียง พอวันนี้ได้อ่านข่าวแล้วก็ประทับใจ
เพราะทางรัฐบาลให้เหตุผลว่า “เป็นการตั้งใจส่งข้อความแบบไม่มีเสียง
เนื่องจากหากโทรศัพท์ของผู้ที่กำลังหลบซ่อนอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุมีเสียงแจ้งเตือน
อาจเปิดเผยตำแหน่งและเพิ่มความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของบุคคลเหล่านั้น
จึงแตกต่างจากกรณีภัยพิบัติ เช่น แผ่นดินไหว สึนามิ หรือน้ำท่วมฉับพลัน ที่จำเป็นต้องใช้เสียงแจ้งเตือนเพื่อเร่งให้ประชาชนอพยพ”
+++
2026
เป็นปีที่มีเรื่องต่าง ๆ เกิดขึ้นเยอะมากในไทย
จนต้องเริ่มโน้ตไว้
(ข้อมูลจาก google, AI, BBC)
16 พ.ค.
เหตุการณ์รถไฟสินค้าพุ่งชนรถเมล์สาย 206 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลาประมาณ 15.36 น.
บริเวณจุดตัดทางรถไฟย่านมักกะสัน ใกล้สถานีแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มักกะสัน กรุงเทพฯ
ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และบาดเจ็บกว่า 30 ราย
12 ก.ค.
เวลาประมาณ 23.57 น.
เพลิงไหม้ร้านอาหารกึ่งผับชื่อดัง (โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว) ใกล้ซอยลาดพร้าว 1
ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 27 ราย
และบาดเจ็บ 73 ราย
26 ก.ค.
เมื่อวันที่ 31 ก.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภาค
2 ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว เข้าจับกุมตัวนายฑณา
เกิดทอง หรือ "ป๋อง" อายุ 43 ปี และนายธงชัย
ศรีนิล หรือ "ธง" อายุ 39 ปี
จากเบาะแสการหายตัวไปของสองพี่น้องชาวรัสเซีย น.ส.ไดอานา นาซีโมวา อายุ 22 ปี และนายโรมัน นาซีโมวา อายุ 17 ปี
ซึ่งขาดการติดต่อกับผู้ใกล้ชิดไปโดยไม่ทราบสาเหตุตั้งแต่วันที่ 26 ก.ค.
แต่ก่อนหน้านี้นายป๋องพร้อมพวกอีก 3 คน ได้แก่ นายธง, นายอัษฎางค์ หรือ "บอล"
ชูวงษ์ อายุ 25 ปี และ นายชัชนันท์ หรือ "ฟลุ๊ค"
แป้นเอี่ยม อายุ 23 ปี
ร่วมกันลงมือสังหารสามพ่อแม่ลูกชาวไทยและนำศพไปฝังไกลจากจุดที่ฝังอำพรางศพพี่น้องชาวรัสเซียประมาณ
2 กิโลเมตร
รายชื่อผู้เสียชีวิตทั้ง 3 รายได้แก่ นายวิเชียร วงษา อายุ 53 ปี (บิดา),
น.ส.ฉันทนา วงษา อายุ 50 ปี (มารดา) และ
น.ส.นิชาภา วงษา อายุ 18 ปี ลูกสาว ทั้งหมดเป็นชาวบ้านใน
ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลุบรี ซึ่งญาติแจ้งความคนหายกับ สภ.ห้วยใหญ่
ตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค. ที่ผ่านมา
7 ส.ค.
เหตุยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ใน
อ.บางกรวย จ.นนทบุรี รมว.สาธารณสุข เปิดเผยว่ามีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้รวม 8
ราย ขณะที่จำนวนผู้บาดเจ็บล่าสุดมี 22 ราย
ในจำนวนนี้เป็นเด็กนักเรียนที่บาดเจ็บสาหัส 7 ราย
แล้วก็ยังมีปัญหามลพิษในแม่น้ำภาคเหนือจากเหมืองแร่ต่าง
ๆ ใน Myanmar, แผนลอบสังหารนายสุเมธ เหรียญพงษ์นาม
และนายสุนทร คมคาย สองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนด้านสิ่งแวดล้อม, etc.
ไม่รู้จะมีอะไรเกิดขึ้นอีกต่อไปในปีนี้
ภาพจาก 71 FRAGMENTS OF A CHRONOLOGY OF
CHANCE (1994, Michael Haneke, Austria)
+++
ซื้อขนมลูกตายี่ห้อ Trolli มากิน เพื่อเป็นพลีแด่หนังเรื่อง HOUSE (1977, Nobuhiko Obayashi,
Japan)
+++
อยากดูหนังที่ Clint Eastwood กำกับหลาย ๆ เรื่อง อย่างเช่น
1. BIRD
ติดอันดับ 5 ประจำปี 1988 ในลิสท์หนังยอดเยี่ยมของนิตยสาร
Cahiers du Cinema
2. TRUE CRIME
ติดอันดับ 6 ประจำปี 1999 ในลิสท์หนังยอดเยี่ยมของนิตยสาร Cahiers du Cinema
3. SPACE COWBOYS
ติดอันดับ 9 ประจำปี 2000 ในลิสท์หนังยอดเยี่ยมของนิตยสาร Cahiers du Cinema
4. FLAGS OF OUR FATHERS
ติดอันดับ 10 ประจำปี 2006 ในลิสท์หนังยอดเยี่ยมของนิตยสาร Cahiers du Cinema
5. THE MULE
ติดอันดับ 8 ประจำปี 2019 ในลิสท์หนังยอดเยี่ยมของนิตยสาร Cahiers du Cinema
+++
TRIPLE BILL FILM WISH LIST
NATHALIE GRANGER (1972, Marguerite Duras, France, 83min)
+ JEANNE DIELMAN, 23,
QUAI DU COMMERCE, 1080 BRUXELLES (1975, Chantal Akerman, Belgium, 202min)
+ UNTITLED (KHUN YAI BAENG MAKES HER POTTERY) (2025, Rirkrit
Tiravanija x Grandma Baeng Sommai, Thailand, video installation, 208min)
1. หนัง 3 เรื่องที่ใช้ชื่อตัวละครหญิงมาเป็นส่วนหนึ่งของชื่อเรื่องด้วย
และหนังทั้ง 3 เรื่องนี้ต่างก็เน้นไปที่ “กิจวัตรประจำวัน” ของตัวละครหญิง แทนที่จะเน้นการเล่าเรื่องแบบ
“ตัวละครเอกเผชิญอุปสรรคสำคัญอันยิ่งใหญ่ที่จะต้องเอาชนะให้ได้” ตามสูตรสำเร็จของภาพยนตร์โดยทั่ว
ๆ ไป การที่หนังทั้ง 3 เรื่องนี้ดูเหมือนจะเชิดชู “กิจวัตรประจำวันของตัวละครหญิง”
แทนที่จะเน้น “เหตุการณ์ดราม่าอันยิ่งใหญ่” ส่งผลให้หนังทั้ง 3
เรื่องนี้เหมาะที่จะนำมาฉายเทียบเคียงกันมาก ๆ
2. ถึงแม้หนังทั้ง 3
เรื่องนี้จะมีสิ่งที่เหมือนกันตามย่อหน้าข้างต้น และก็ถือเป็นหนังที่เรารักอย่างสุดขีดทั้ง
3 เรื่อง หนังทั้ง 3 เรื่องนี้ก็มีข้อแตกต่างกันที่น่าสนใจ อย่างแรกก็คือชื่อหนัง
ซึ่งอาจจะสะท้อนให้เห็นจุดโฟกัสที่แตกต่างกันไปของหนังทั้ง 3 เรื่องนี้
2.1 NATHALIE GRANGER นั้นตั้งชื่อหนังตามชื่อตัวละครประกอบ
ซึ่งเราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ส่วนตัวละครนำหญิงสองคนในเรื่องนี้คือ Isabelle
(Lucia Bosé) และ “ผู้หญิงอีกคน” (Jeanne Moreau)
การตั้งชื่อหนังเรื่องนี้ก็เลยถือเป็นปริศนาที่น่าขบคิด
ว่าเพราะเหตุใดหนังถึงตั้งชื่อว่า NATHALIE GRANGER และเหตุการณ์ต่าง
ๆ ในหนังก็อาจจะมองได้ว่าเป็นปริศนาที่น่าขบคิด เพราะหนังนำเสนอสิ่งต่าง ๆ
ที่ไม่ได้บอกชัดว่า “มันดำรงอยู่เพื่อจะบอกอะไรแก่ผู้ชม” หนังนำเสนอกิจวัตรประจำวันของผู้หญิงสองคนที่น่าจะเป็นชนชั้นกลางฐานะดีประมาณนึง
และหนังก็ไม่ได้บอกว่า ชีวิตของทั้งสองคนนี้มีความสำคัญอะไร มีเซลส์แมน (Gerard
Depardieu) โผล่เข้ามาเจอสองสาว แต่มันก็ไม่ได้นำไปสู่เหตุการณ์สำคัญอะไร
และก็มี “ฆาตกรสองคน” ออกอาละวาดใกล้บ้านของสองสาว แต่มันก็ไม่ได้นำไปสู่เหตุการณ์สำคัญอะไร
อย่างไรก็ดี เหตุการณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ต่าง ๆ ในหนังเรื่องนี้
อาจจะสะท้อนอะไรบางอย่างที่น่าสนใจก็ได้ อย่างเช่น การฉีกหนังสือพิมพ์,
การคว่ำรถเข็นเด็ก, etc.
เพราะฉะนั้นเราก็เลยชอบสุดขีดที่หนังเรื่องนี้
ตั้งแต่ชื่อหนัง รวมไปถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ มากมายในหนัง
มันอาจจะเอื้อให้ผู้ชมบางคนนำไปขบคิดหาความหมายในการดำรงอยู่ของมัน หรือในมุมมองของเรานั้น
เราไม่ได้ตีความอะไรใด ๆ มากนัก เราไม่ได้ตีความชื่อเรื่อง หรือพยายามตีความเหตุการณ์ใด
ๆ ในหนังอย่างจริงจัง แค่เราได้ดูสิ่งต่าง ๆ ในหนังเรื่องนี้ไปเรื่อย ๆ
เราก็มีความสุขสุดขีดแล้ว และเราก็มีความสุขเช่นกันกับการได้อ่านการตีความหนังเรื่องนี้ในแง่มุมของผู้ชมคนอื่น
ๆ เราก็เลยชอบมาก ๆ ที่หนังเรื่องนี้มันสร้างความเพลิดเพลินให้กับเราได้ทั้งในสองระดับ
เราดูแบบไม่ตีความเราก็มีความสุขมาก ๆ หรือถ้าหากคนดูคนอื่นๆ จะตีความ
เราก็มีความสุขมาก ๆ เช่นกันกับการได้อ่านสิ่งที่คนอื่น ๆ ตีความ
2.2 ชื่อเรื่องของ JEANNE DIELMAN, 23, QUAI
DU COMMERCE, 1080 BRUXELLES ก็น่าสนใจมาก ๆ เพราะหนังเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ชื่อตัวละคร
แต่มีที่อยู่ของตัวละครด้วย ซึ่งเป็นที่อยู่เหมือนกับที่อยู่ที่ใช้ในการจ่าหน้าซองจดหมาย
เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ทำไมหนังเรื่องนี้ถึงตั้งชื่อเรื่องแบบนี้
แต่เราชอบมากที่
2.2.1 ชื่อหนังเรื่องนี้ทำให้นึกถึงการที่ Jeanne
ติดต่อสื่อสารกับ sister ของเธอที่อยู่แคนาดา
โดยผ่านทาง “จดหมาย”
2.2.2 การตั้งชื่อหนังแบบนี้ มันประหลาดและ unique
ดี
2.2.3 เราชอบที่มันไม่มีคำ adjective ในชื่อหนังเรื่องนี้เลย เหมือนมันระบุถึงตัวตนของ Jeanne ในแบบที่ objective มาก ๆ ไม่มีการบรรยายถึงตัวตนของเธอโดยใช้คำ
adjective เช่น young, old, beautiful, pretty, quiet,
kind, cruel, crazy, witty, etc. เหมือนชื่อหนังเรื่องนี้ไม่มีการ
judge ตัวตนใด ๆ ของ Jeanne แต่ปล่อยให้ผู้ชมประเมิน
Jeanne ด้วยตัวเอง และผู้ชมแต่ละคนสามารถคิดหาคำคุณศัพท์มาใช้บรรยาย
Jeanne ได้ด้วยตัวเอง
คือพอมันไม่มีคำคุณศัพท์ใด ๆ ไปกำกับ, ไป judge
หรือไป “ครอบ” ตัวตนของ Jeanne ในชื่อเรื่อง
เราก็เลยรู้สึกว่าชื่อหนังเรื่องนี้มันเปิดโอกาสให้เรามอง “ตัวละคร” ในหนัง และอาจจะรวมถึงเปิดโอกาสให้เรามองบุคคลอื่น
ๆ ในโลกแห่งความเป็นจริง โดย judge คนเหล่านี้น้อยลง
และมองพวกเขาด้วยสายตาหรือด้วยหัวใจที่เปิดกว้างมากยิ่งขึ้น มองเห็นความซับซ้อนของพวกเขาที่ในบางครั้งการใช้คำคุณศัพท์ใดๆ
ไปบรรยายคนคนนั้นก็อาจจะกลายเป็นการลดทอนความซับซ้อนของคนคนนั้นลงไปได้โดยไม่ได้ตั้งใจ
2.2.4 การที่ชื่อหนังเรื่องนี้เน้น “ที่อยู่อาศัย”
ของ Jeanne มันก็อาจจะเป็นการสอดคล้องกับจุดโฟกัสสำคัญจุดนึงของหนังเรื่องนี้
ซึ่งก็คือเรื่องที่ Jeanne รับมือกับที่อยู่อาศัยอันคับแคบของตัวเอง
เหมือนหนังเรื่องนี้เน้นเรื่องสภาพที่อยู่อาศัยของ
Jeanne น่ะ อย่างเช่นเรื่อง “เตียงนอนที่พับเก็บได้”, การเปิดปิดไฟตามทางเดิน,
การประยุกต์ใช้ “บ้าน” เป็น “สถานที่ทำงานหาเงิน” และการใช้พื้นที่ต่าง ๆ ในบ้านในการทำกิจวัตรประจำวัน
2.3 ส่วนชื่อเรื่อง UNTITLED (KHUN YAI
BAENG MAKES HER POTTERY) ก็บ่งชี้อย่างชัดเจนว่า หนังเรื่องนี้เน้นไปที่ความสามารถในการปั้นหม้อของคุณยายแบ่ง
เราก็เลยชอบชื่อหนังทั้ง 3 เรื่องนี้
เพราะมันบ่งชี้ถึงจุดเด่นของหนังทั้ง 3 เรื่องได้ดี ชื่อหนัง NATHALIE
GRANGER มันเหมือนเป็นปริศนาที่ท้าทายการตีความ, ชื่อหนัง JEANNE
DIELMAN, 23, QUAI DU COMMERCE, 1080 BRUXELLES
ก็ทำให้เราโฟกัสไปยังที่อยู่อาศัยอันคับแคบของตัวละคร และการมองมนุษย์โดยไม่ไปตัดสินและไม่ไปลดทอนความซับซ้อนของคนคนนั้น
ส่วนชื่อหนัง UNTITLED (KHUN YAI BAENG MAKES HER POTTERY)
ก็บ่งชี้อย่างชัดเจนว่า คุณยายแบ่งมีจุดเด่นเรื่องความสามารถในการปั้นหม้อ
3. ชอบ “การใช้แรงงานของผู้หญิง” ที่แตกต่างกันไปในหนังทั้ง
3 เรื่องด้วย
3.1 ตัวละครหญิงใน NATHALIE GRANGER มีฐานะดีที่สุดในบรรดาหนัง 3 เรื่องนี้ และพวกเธอก็ใช้แรงงานน้อยสุด
แต่หนังก็ focus ไปยังกิจวัตรประจำวันบางอย่างของพวกเธอได้อย่างน่าประทับใจมาก
หนังเรื่องนี้สามารถทำให้ “การเก็บกวาดทำความสะอาดโต๊ะอาหาร” ซึ่งดูเหมือนเป็นกิจกรรมที่
very uncinematic กลายเป็นอะไรที่ “เพริศแพร้วพิลาสพิไลงดงามจนสุดจะบรรยาย”
ในโลกภาพยนตร์ขึ้นมาได้ โคตรมหัศจรรย์ของจริง
ชอบที่หนังมัน focus ไปยังสิ่งที่ยากจะพบเห็นในหนังเรื่องอื่น
ๆ ทั้งการล้างจาน, เช็ดจานให้แห้ง, การเผาใบไม้, etc. กิจกรรมต่าง
ๆ ที่เคยถูกมองข้ามจากโลกภาพยนตร์ กลายเป็นอะไรที่เริ่มสำคัญขึ้นมา
3.2 หลังจากหนังเรื่อง NATHALIE GRANGER กิจวัตรประจำวันของแม่บ้านก็ถูกเน้นย้ำให้กลายเป็นสิ่งที่สำคัญมากยิ่งขึ้นไปอีกในหนังเรื่อง
JEANNE DIELMAN และการที่ตัวละครนางเอกของ JEANNE DIELMAN มีฐานะยากจนกว่านางเอกสองคนของ NATHALIE GRANGER การใช้แรงงานของ
Jeanne ก็เลยกลายเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งขึ้นตามไปด้วย
เพราะการทำงานต่าง ๆ ของ Jeanne ล้วนเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นต่อการดำรงชีพ
ทั้งการทำอาหารที่มีขั้นตอนต่าง ๆ, การดูแลรักษาบ้าน และการขายบริการทางเพศ
เหมือน JEANNE DIELMAN เปิดโอกาสให้เราได้สัมผัสหรือเข้าใกล้ชีวิตแม่บ้าน
ซึ่งเป็นสิ่งที่มักจะถูกมองข้ามในโลกภาพยนตร์ยุคนั้นน่ะ ทั้งการปอกมันฝรั่ง, การเตรียมเนื้อสัตว์,
การต้มกาแฟ, การล้างจาน, การขัดรองเท้า, การเก็บเตียงพับได้, การขัดอ่างอาบน้ำ,
การรีดเสื้อผ้า, การไปซื้อของที่ร้านของชำ, etc. แรงงานในการทำงานเหล่านี้เคยเป็นสิ่งที่ถูกมองข้ามมาก่อน
และหนังเรื่องนี้ก็ทำให้เราตระหนักถึงสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา
3.3 เพราะฉะนั้นพอเราดู UNTITLED (KHUN
YAI BAENG MAKES HER POTTERY) เราก็เลยนึกถึง JEANNE DIELMAN
มาก ๆ โดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะว่า UNTITLED (KHUN YAI BAENG
MAKES HER POTTERY) เน้นย้ำไปที่กิจวัตรประจำวันของผู้หญิงเหมือนกัน
และหนังทั้งสองเรื่องต่างก็เน้นย้ำทั้ง “กิจวัตรประจำวันที่ไม่ได้ทำเงิน” อย่างเช่น
การทำอาหาร และ “กิจวัตรประจำวันในการทำงานหาเลี้ยงชีพ” เหมือนกัน
เพียงแต่ว่าตัวละครนำในหนังสองเรื่องนี้ทำงานแตกต่างกัน และจุดแตกต่างสำคัญอีกอันหนึ่งก็คือว่า
UNTITLED (KHUN YAI BAENG MAKES HER POTTERY) ไม่ได้มีพัฒนาการของตัวละคร
หนังไทยเรื่องนี้เป็นสารคดีที่พาเราไปดูชีวิตประจำวันเพียง 1 วันของคุณยายแบ่ง ส่วน
JEANNE DIELMAN นั้น ตัวละครเผชิญกับ “ความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ”
เมื่อเนื้อเรื่องดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ
ก็เลยสรุปได้ว่า พอเราได้ดู UNTITLED
(KHUN YAI BAENG MAKES HER POTTERY) เราก็เลยนึกถึง NATHALIE
GRANGER กับ JEANNE DIELMAN มาก ๆ
เหมือนหนังทั้ง 3 เรื่องนี้มันมีจุดที่เหมือนกันและจุดที่แตกต่างกัน และน่าจะนำมาวิเคราะห์เทียบเคียงกันมาก
ๆ
4. ต่อไปนี้เป็นการสรุปเนื้อเรื่องเท่าที่เราพอจับได้ใน
UNTITLED (KHUN YAI BAENG MAKES
HER POTTERY) ซึ่งเนื้อหาในส่วนนี้มันจะซ้ำ ๆ กับที่เราเคยโพสท์ถึงหนังเรื่องนี้ไปแล้ว
3 รอบก่อนหน้านี้ 55555
อย่างไรก็ดี “เนื้อเรื่อง” ของ UNTITLED
(KHUN YAI BAENG MAKES HER POTTERY) ไม่ใช่สิ่งที่สำคัญ
สิ่งที่สำคัญคือการที่เราได้ดูและ “ได้ใช้เวลา” ไปกับตัวละครในหนังเรื่องนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นตัวอักษรได้
4.1 เหมือนเนื้อเรื่องน่าจะเริ่มต้นในช่วงราว ๆ
ตี 5 กว่า ๆ มั้ง คุณยายแบ่ง สนใหม่
ตื่นนอนมาเตรียมรอตักบาตร เราเห็นชาวบ้านหลายคนมารอตักบาตรตั้งแต่รุ่งสาง
และเห็นรถ EMS จอดอยู่แถว ๆ นั้น
เห็นว่ามีการเอาอะไรมาปูพื้นเพื่อให้พระและชาวบ้านเหยียบขณะรอตักบาตรด้วย
และก็เห็นว่าการตักบาตรในชนบทนี่เป็นอะไรที่ต้องใช้เวลารอนานพอสมควร
คือก่อนหน้านี้เรานึกว่า เวลาตักบาตร ชาวบ้านอาจจะไปรอหน้าบ้านแค่
3-5 นาที แล้วก็ได้ตักบาตรเลย แต่หนังเรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า
กว่าจะได้ตักบาตรจริง ๆ ชาวบ้านก็ต้องใช้เวลารอนานมาก ๆ (ในความรู้สึกของคนเมืองกรุงอย่างเรา)
หลังจากนั้นคุณยายแบ่งก็เริ่มทำอาหารในช่วงเวลาใกล้
ๆ 7 โมง แล้วคุณยายแบ่งก็กินข้าวเช้า มีแกงส้มดอกแคกับปลาทอด
4.2 และคุณยายแบ่งก็เริ่มกระบวนการปั้นหม้อ
วิดีโอแสดงให้เห็นขั้นตอนต่าง ๆ อย่างละเอียดในการปั้นหม้อ กราบคุณยายมาก ๆ
นึกไม่ถึงว่าคุณยายจะสามารถทำอะไรต่าง ๆ ได้มากขนาดนี้
กราบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ
ขั้นตอนแรก ๆ ของการปั้นหม้อเหมือนเป็นการผสมดินที่จะใช้ปั้น
ซึ่งเราก็ไม่แน่ใจว่าตัวดินนั้นประกอบด้วยวัสดุอะไรบ้าง หลังจากนั้นคุณยายก็เริ่มนวดดินที่มีสภาพคล้าย
ๆ ดินเหนียวให้กลายเป็นแท่งยาว ๆ แล้วจากแท่งยาวๆ คุณยายก็ปั้นและใช้นิ้วกดมันตรงกลาง
จนมันกลายสภาพเป็นเหมือนหม้อหรือกระถางที่ไม่มีก้น เหมือนเป็นวัตถุทรงกระบอกที่มีปลายเปิดทั้งสองด้าน
คุณยายปั้นกระบอก (หรือหม้อไร้ก้น) นี้ออกมาราว 4 กระบอก
เสร็จแล้วคุณยายก็เอาแต่ละกระบอกไปวางบนตอไม้
แล้วใช้ผ้าอะไรสักอย่างไปรีดตรงปากกระบอก เพื่อให้มันเรียบสวย โดยในขั้นตอนนี้คุณยายต้องเดินวนไปวนมารอบตอไม้เป็นวงกลมด้วย
ซึ่งสิ่งนี้น่าจะแตกต่างจากกรรมวิธีปั้นหม้อในยุคปัจจุบันที่มีเครื่องมือหมุน ๆ
คือตัวคุณยายไม่มีเครื่องมือหมุน ๆ เพราะฉะนั้นคุณยายก็เลยต้องปั้นหม้อโดยใช้วิธีเดินวนรอบหม้อเป็นวงกลมแทน
พอคุณยายจัดการกับปากหม้อทั้ง 4 หม้อเสร็จแล้ว
คุณยายก็นำหม้อไร้ก้น 4 ใบนี้ไปตากแดด
4.3 คนดูหนังเรื่องนี้จะได้เห็นฉาก static
long take เป็นหม้อไร้ก้น 4 ใบตากแดดเป็นเวลาราว
2 นาที โดยมีแมลงวันบินมาเกาะปากหม้อใบนึง
ดูแล้วแอบนึกถึงวลี watching the paint
dry แต่อันนี้คือ watching the pots dry 55555
และเราก็ไม่ได้รู้สึกเบื่อมันแต่อย่างใด
แล้วหนังก็ตัดไปยังภาพถ่ายเก่า ๆ
มากมายหลายภาพในบ้านของคุณยายแบ่ง คนดูจะได้เห็นภาพครอบครัวของคุณยาย, เห็นภาพพระอาวุโส แล้วหนังก็ตัดไปยังภาพต้นไม้ในบ้านของคุณยายแบ่ง
แล้วก็มาถึง “หนึ่งในฉากที่เราชอบมากที่สุดในปี
2026” ซึ่งก็คือฉากที่คนดูได้เห็นใบหน้าของคุณยายแบ่งขณะรอหม้อแห้ง โดยหนังถ่ายฉากนี้แบบ
static long take เป็นเวลาราว 6 นาที
ฉากนี้ไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นตัวอักษรได้ เพราะเราก็ไม่สามารถคิดหาคำคุณศัพท์,
กริยาวิเศษณ์ อะไรใด ๆ มาบรรยายใบหน้าหรืออารมณ์ของคุณยายได้ คุณยายไม่ได้เล่นโทรศัพท์มือถือ,
อ่านหนังสือ, ถักนิตติ้ง หรือนอนหลับขณะรอหม้อแห้ง คุณยายแค่นั่งเฉย ๆ รอไปเรื่อย
ๆ
ดูฉากนี้แล้วก็แอบนึกถึง quote ของ Michelangelo Antonioni ที่ว่า ““A film
you can explain in words is not a real film.” เพราะ quote นี้สามารถใช้กับหนังเรื่องนี้และโดยเฉพาะฉากนี้ได้จริง ๆ
มันเป็นฉากที่ไม่สามารถ explain in words ได้จริง ๆ
แล้วหนังก็ตัดภาพไปยังใครก็ไม่รู้ที่หน้าบ้านคุณยาย
4.4 แล้วหนังถึงค่อยเล่ากระบวนการสร้างก้นหม้ออย่างละเอียด
คุณยายทยอยนำหม้อไร้กันทีละใบมาทำก้นหม้อ โดยใช้อุปกรณ์สำคัญคือไม้ตีกับ “หินดุ”
ซึ่งเราเดาว่าหินดุของคุณยายทำจากไม้
เว็บไซต์ esanpedia บอกว่า
หินดุ “มีลักษณะคล้ายดอกเห็ด ผิวหน้าเรียบมน มีความแข็งแรงทนทาน หินดุ จะใช้สำหรับกระทุ้ง
ดุน
หรือดันเนื้อดินไว้เพื่อรองรับการตีจากด้านนอกให้เครื่องปั้นมีรูปทรงและความหนาตามที่ต้องการ”
เราชอบอุปกรณ์ หินดุ ในหนังเรื่องนี้อย่างสุดขีด
เพราะเหมือนเราแทบไม่เคยเห็นมันในหนังเรื่องอื่นๆ
มาก่อนเลยในชีวิตนี้
คุณยายเอาดึงเอาดินบางส่วนจากหม้อไร้ก้นไปกองไว้ที่พื้น
แล้วก็หยิบเอาดินที่กองไว้ที่พื้นส่วนหนึ่งมาปั้นเป็นก้นหม้อ โดยใช้ไม้ตีกับหินดุช่วยในการปั้นคลึงก้นหม้อ
พอคุณยายปั้นก้นหม้อทั้ง 4 ใบเสร็จแล้ว
คุณยายก็เหมือนรออีกสักระยะนึง แล้วคุณยายก็ค่อยเอาหม้อแต่ละใบมาตีตะล่อมรูปทรงใหม่ให้มันสวยงาม
ลงตัว
คุณยายใช้ไม้ตีกับหินดุช่วยในการปั้นคลึงหม้อแต่ละใบในขั้นตอนนี้ให้มันเรียบเนียน
สวยงาม และคอยเก็บเศษใบไม้หรือเศษอะไรต่าง ๆ ที่ติดที่ผิวหม้อออกไป รวมทั้งใช้ไม้ตีในการสร้างลวดลายบางอย่างที่ปากหม้อด้วย
ถ้าหากเราเข้าใจไม่ผิด
ขั้นตอนพวกนี้อาจจะดูซ้ำซากและกินเวลานาน เพราะคุณยายค่อย
ๆ ทำแบบนี้กับหม้อทีละใบจนครบทั้ง 4 ใบ แต่เราก็รู้สึกว่ามันดูเพลินมาก
และมันก็มีสิ่งต่าง ๆ ให้เราคอยสังเกตขณะดูด้วย ไม่ว่าจะเป็นหยากไย่ใต้เก้าอี้ที่แกว่งไกวไปตามสายลม,
แมวที่ปีนไปบนโอ่งยักษ์, สิ่งของต่าง ๆ ในบ้านของคุณยาย
หลังจากคุณยายปั้นคลึงหม้อจนได้รูปทรงที่สวยงามครบหมดแล้ว
คุณยายก็เอาน้ำมาทา ๆ ที่ตัวหม้อ เพื่อปรับให้ผิวทุกอย่างมันดูเรียบเนียนที่สุด
(ถ้าหากเราเข้าใจไม่ผิด) แล้วก็ปล่อยให้มันแห้ง
แล้วหนังก็ตัดภาพไปยังท้องทุ่งใกล้บ้านคุณยาย,
เห็นลมรำเพยแผ่วพลิ้ว สยิวใบหญ้า โอนเอนใบอ่อนมา ถลาเล่นลม, เห็นป่าและหนองน้ำใกล้บ้านคุณยาย
แล้วเราก็เห็นคุณยายกับผู้ชายคนนึง (ไม่แน่ใจว่าเป็นสามีหรือลูกชายของคุณยาย) กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ใต้ถุนบ้านในตอนบ่าย
กาลเวลาเคลื่อนคล้อยไปเรื่อย ๆ จนเข้าสู่ยามเย็น
4.5 ส่วนช่วงท้ายของวิดีโอที่เราได้ดู เป็นช่วงเย็นๆ
ของวัน คุณยายแบ่งทำอาหารเย็นในขณะที่ฝนตกหนักมาก ๆ เราเห็นคุณยายกิน
“ข้าวคลุกกล้วยน้ำว้า” ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน
เพิ่งรู้ว่ามันมีเมนูนี้อยู่บนโลกใบนี้ด้วย
คุณยายแบ่งกินข้าวคลุกกล้วยน้ำว้าจนหมดจาน โดยมีจานปลาทอดกับจานแกงส้มดอกแคอยู่ใกล้
ๆ ด้วย แต่เหมือนคุณยายกินปลาแค่นิดเดียว แล้วก็กินแค่น้ำแกงส้ม
แต่เหมือนไม่ได้แตะตัวดอกแคเลย
เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมคุณยายกินข้าวคลุกกล้วยน้ำว้าเป็นหลัก
แล้วก็กินแต่น้ำแกงส้ม ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะ "ฟัน" หรือเปล่า
คนแก่อาจจะไม่ค่อยมีฟันให้เคี้ยวแล้วมั้ง ก็เลยกินอาหารแบบนี้
หลังจากนั้นคุณยายแบ่งก็ดูทีวี
แล้วคุณยายก็หายไปจากวิดีโอ (ไม่รู้ว่าเข้านอนหรือเปล่า)
ตัววิดีโอจับภาพบรรยากาศในบ้านตอนกลางคืนอยู่ช่วงนึง ก่อนจะจบ
5. สรุปได้ว่า UNTITLED (KHUN YAI BAENG
MAKES HER POTTERY) เป็นหนึ่งในหนังที่เราชอบมากที่สุดที่ได้ดูในปี
2026 ดูแล้วก็ประทับใจสุดขีดที่หนังเหมือนพาเราไปดูชีวิตประจำวันของคนในชนบทจริง ๆ
เหมือนได้ใช้เวลาอยู่กับพวกเขาจริง ๆ เหมือนหนังให้เราได้สัมผัส essence บางอย่างในชีวิตของตัว subject ในแบบที่หนังเรื่องอื่น
ๆ ยากจะทำได้
เราว่าหนังเรื่องนี้ดูเพลินและดูง่ายกว่าที่คิดด้วย
เราว่ามันดูง่ายกว่า LUNG NEAW VISITS HIS NEIGHBOURS (2011, Rirkrit
Tiravanija, 154min, A+30) ที่นำเสนอชีวิตคนในชนบทไทยเหมือนกัน และดูง่ายกว่า
DOUBLE TIDE (2009, Sharon Lockhart, USA, 99min) ที่จับภาพ “การทำงานของคนในชนบท”
ในแบบที่เกือบจะเป็น real time เหมือนกัน ซึ่งความรู้สึกว่ามันดูง่ายนี้อาจจะเกิดจากเหตุผลที่ส่วนตัวมาก
ๆ เพราะว่า บ้านของคุณยายแบ่งมันทำให้เรานึกถึงบ้านของตากับยายเราที่อุบลในทศวรรษ
1980 เพราะฉะนั้นพอเราเห็นบ้านของคุณยายแบ่ง เราก็เลยรู้สึกเหมือนกับว่า แค่เราได้ดูบ้านแบบนี้ไปเรื่อย
ๆ เราก็เพลิดเพลินกับมันแล้ว มันเป็นความสุขที่เกิดจากอารมณ์แบบ nostalgic ของเรา
ดูหนังเรื่อง UNTITLED (KHUN YAI BAENG
MAKES HER POTTERY) ได้ที่ Jim Thompson Art Center นะ หนังเรื่องนี้น่าจะเปิดฉายจนถึงวันที่ 16 ส.ค.
ตอนดูรอบสอง
ตอนดูรอบสาม
ข้อมูลเรื่อง หินดุ มาจากเว็บไซท์นี้
https://www.esanpedia.oar.ubu.ac.th/localobjects/?p=160
***
VIETNAM MEDIA LAB Screening Programme
- Arlette
Quynh Anh Tran: the_parents_mixtape (2021) & PLATTENLOTUS (2022)
- Ngoc
Nau: All in good time (2025) annam
- Lê Bắc Tân: IIprovino(2022) คนมาออดิชั่น คนนึงเหมือนร้องเพลงชาติหรือเพลงโบราณ
คนนึงเป็นหนุ่มแว่น เดินเหมือนหุ่นยนต์ ถามว่าอาคารนี้มีหน้าต่างหรือเปล่า
อีกคนเป็นผู้หญิงสาว
- TrầnUy Đức: Catwalk (2023)
- Hachul:
Đám (2019) animation
- Huytengmeng:
Cardio (2018) คนกระโดดเชือก animation
- Nguyễn
Duy Anh: Made in Vietnam (2026)
คุณยายในบ้านโบราณกับเด็กชายหุ่นยนต์
No comments:
Post a Comment