Sunday, August 09, 2026

UNTITLED (KHUN YAI BAENG MAKES HER POTTERY)

 

อยากดู STROMBOLI (1950, Roberto Rossellini), EUROPE ’51 (1951, Roberto Rossellini), JOURNEY TO ITALY (1954, Roberto Rossellini) และ A MATTER OF LIFE AND DEATH (1946, Michael Powell, Emeric Pressburger) หวังว่าจะมีคนนำหนัง 4 เรื่องนี้มาลงโรงฉายในไทย

+++

 

วันนี้กิน Beetroot pasta ชอบสีของพาสต้ามาก ๆ ไม่แน่ใจว่าเขาเรียกว่าสี red pink หรือเปล่า

+++

 

RIP WILLIAM ORBIT (1956-2026)

 

ชอบเพลง BARBER’S ADAGIO FOR STRINGS (1999) ของ William Orbit มาก ๆ นึกว่าต้องใช้เพลงนี้เป็นเพลงธีมของตัวละครอะไรสักตัวในโลกจินตนาการของเรา

+++

 

เราชอบเพลง CLOSE BUT NO CIGAR (1992) ของ Thomas Dolby มาก ๆ

+++

 

นางตัวร้ายที่ดูโง่มาก แต่เราชอบมาก

 

ก็คือนางตัวร้ายที่ใช้ร่มเป็นอาวุธ ในละครโทรทัศน์ “สิงห์สาวนักสืบ ปีสอง” หรือ SUKEBAN DEKA II: THE LEGEND OF THE GIRL IN THE IRON MASK (1985-1986, Japan, TV series, 42 episodes, A+30) เธอดูโง่มาก แต่เราประทับใจ 55555

https://in.pinterest.com/pin/778419116879366895/

+++

 

เมื่อวานนี้เราก็ได้รับข้อความแจ้งเตือนนี้เหมือนกัน แต่เราไม่ทันสังเกตว่ามันไม่มีเสียง พอวันนี้ได้อ่านข่าวแล้วก็ประทับใจ เพราะทางรัฐบาลให้เหตุผลว่า “เป็นการตั้งใจส่งข้อความแบบไม่มีเสียง เนื่องจากหากโทรศัพท์ของผู้ที่กำลังหลบซ่อนอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุมีเสียงแจ้งเตือน อาจเปิดเผยตำแหน่งและเพิ่มความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของบุคคลเหล่านั้น จึงแตกต่างจากกรณีภัยพิบัติ เช่น แผ่นดินไหว สึนามิ หรือน้ำท่วมฉับพลัน ที่จำเป็นต้องใช้เสียงแจ้งเตือนเพื่อเร่งให้ประชาชนอพยพ”

+++

 

2026

 

เป็นปีที่มีเรื่องต่าง ๆ เกิดขึ้นเยอะมากในไทย จนต้องเริ่มโน้ตไว้

 

(ข้อมูลจาก google, AI, BBC)

 

16 พ.ค.

เหตุการณ์รถไฟสินค้าพุ่งชนรถเมล์สาย 206 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลาประมาณ 15.36 น. บริเวณจุดตัดทางรถไฟย่านมักกะสัน ใกล้สถานีแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มักกะสัน กรุงเทพฯ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และบาดเจ็บกว่า 30 ราย

 

12 ก.ค.

เวลาประมาณ 23.57 น. เพลิงไหม้ร้านอาหารกึ่งผับชื่อดัง (โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว) ใกล้ซอยลาดพร้าว 1 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 27 ราย และบาดเจ็บ 73 ราย

 

26 ก.ค.

เมื่อวันที่ 31 ก.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภาค 2 ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว เข้าจับกุมตัวนายฑณา เกิดทอง หรือ "ป๋อง" อายุ 43 ปี และนายธงชัย ศรีนิล หรือ "ธง" อายุ 39 ปี จากเบาะแสการหายตัวไปของสองพี่น้องชาวรัสเซีย น.ส.ไดอานา นาซีโมวา อายุ 22 ปี และนายโรมัน นาซีโมวา อายุ 17 ปี ซึ่งขาดการติดต่อกับผู้ใกล้ชิดไปโดยไม่ทราบสาเหตุตั้งแต่วันที่ 26 ก.ค. 

 

แต่ก่อนหน้านี้นายป๋องพร้อมพวกอีก 3 คน ได้แก่ นายธง, นายอัษฎางค์ หรือ "บอล" ชูวงษ์ อายุ 25 ปี และ นายชัชนันท์ หรือ "ฟลุ๊ค" แป้นเอี่ยม อายุ 23 ปี ร่วมกันลงมือสังหารสามพ่อแม่ลูกชาวไทยและนำศพไปฝังไกลจากจุดที่ฝังอำพรางศพพี่น้องชาวรัสเซียประมาณ 2 กิโลเมตร

 

รายชื่อผู้เสียชีวิตทั้ง 3 รายได้แก่ นายวิเชียร วงษา อายุ 53 ปี (บิดา), น.ส.ฉันทนา วงษา อายุ 50 ปี (มารดา) และ น.ส.นิชาภา วงษา อายุ 18 ปี ลูกสาว ทั้งหมดเป็นชาวบ้านใน ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลุบรี ซึ่งญาติแจ้งความคนหายกับ สภ.ห้วยใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค. ที่ผ่านมา

 

7 ส.ค.

เหตุยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ใน อ.บางกรวย จ.นนทบุรี รมว.สาธารณสุข เปิดเผยว่ามีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้รวม 8 ราย ขณะที่จำนวนผู้บาดเจ็บล่าสุดมี 22 ราย ในจำนวนนี้เป็นเด็กนักเรียนที่บาดเจ็บสาหัส 7 ราย

 

แล้วก็ยังมีปัญหามลพิษในแม่น้ำภาคเหนือจากเหมืองแร่ต่าง ๆ ใน Myanmar, แผนลอบสังหารนายสุเมธ เหรียญพงษ์นาม และนายสุนทร คมคาย สองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนด้านสิ่งแวดล้อม, etc.

 

ไม่รู้จะมีอะไรเกิดขึ้นอีกต่อไปในปีนี้

 

ภาพจาก 71 FRAGMENTS OF A CHRONOLOGY OF CHANCE (1994, Michael Haneke, Austria)

+++

 

ซื้อขนมลูกตายี่ห้อ Trolli มากิน เพื่อเป็นพลีแด่หนังเรื่อง HOUSE (1977, Nobuhiko Obayashi, Japan)

+++

 

อยากดูหนังที่ Clint Eastwood กำกับหลาย ๆ เรื่อง อย่างเช่น

 

1. BIRD

ติดอันดับ 5 ประจำปี 1988 ในลิสท์หนังยอดเยี่ยมของนิตยสาร Cahiers du Cinema

 

2. TRUE CRIME

ติดอันดับ 6 ประจำปี 1999 ในลิสท์หนังยอดเยี่ยมของนิตยสาร Cahiers du Cinema

 

3. SPACE COWBOYS

ติดอันดับ 9 ประจำปี 2000 ในลิสท์หนังยอดเยี่ยมของนิตยสาร Cahiers du Cinema

 

4. FLAGS OF OUR FATHERS

ติดอันดับ 10 ประจำปี 2006 ในลิสท์หนังยอดเยี่ยมของนิตยสาร Cahiers du Cinema

 

5. THE MULE

ติดอันดับ 8 ประจำปี 2019 ในลิสท์หนังยอดเยี่ยมของนิตยสาร Cahiers du Cinema

 

+++

 

TRIPLE BILL FILM WISH LIST

 

NATHALIE GRANGER (1972, Marguerite Duras, France, 83min)

+  JEANNE DIELMAN, 23, QUAI DU COMMERCE, 1080 BRUXELLES (1975, Chantal Akerman, Belgium, 202min)

+ UNTITLED (KHUN YAI BAENG MAKES HER POTTERY) (2025, Rirkrit Tiravanija x Grandma Baeng Sommai, Thailand, video installation, 208min)

 

1. หนัง 3 เรื่องที่ใช้ชื่อตัวละครหญิงมาเป็นส่วนหนึ่งของชื่อเรื่องด้วย และหนังทั้ง 3 เรื่องนี้ต่างก็เน้นไปที่ “กิจวัตรประจำวัน” ของตัวละครหญิง แทนที่จะเน้นการเล่าเรื่องแบบ “ตัวละครเอกเผชิญอุปสรรคสำคัญอันยิ่งใหญ่ที่จะต้องเอาชนะให้ได้” ตามสูตรสำเร็จของภาพยนตร์โดยทั่ว ๆ ไป การที่หนังทั้ง 3 เรื่องนี้ดูเหมือนจะเชิดชู “กิจวัตรประจำวันของตัวละครหญิง” แทนที่จะเน้น “เหตุการณ์ดราม่าอันยิ่งใหญ่” ส่งผลให้หนังทั้ง 3 เรื่องนี้เหมาะที่จะนำมาฉายเทียบเคียงกันมาก ๆ

 

2. ถึงแม้หนังทั้ง 3 เรื่องนี้จะมีสิ่งที่เหมือนกันตามย่อหน้าข้างต้น และก็ถือเป็นหนังที่เรารักอย่างสุดขีดทั้ง 3 เรื่อง หนังทั้ง 3 เรื่องนี้ก็มีข้อแตกต่างกันที่น่าสนใจ อย่างแรกก็คือชื่อหนัง ซึ่งอาจจะสะท้อนให้เห็นจุดโฟกัสที่แตกต่างกันไปของหนังทั้ง 3 เรื่องนี้

 

2.1 NATHALIE GRANGER นั้นตั้งชื่อหนังตามชื่อตัวละครประกอบ ซึ่งเราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ส่วนตัวละครนำหญิงสองคนในเรื่องนี้คือ Isabelle (Lucia Bosé) และ “ผู้หญิงอีกคน” (Jeanne Moreau)

 

การตั้งชื่อหนังเรื่องนี้ก็เลยถือเป็นปริศนาที่น่าขบคิด ว่าเพราะเหตุใดหนังถึงตั้งชื่อว่า NATHALIE GRANGER และเหตุการณ์ต่าง ๆ ในหนังก็อาจจะมองได้ว่าเป็นปริศนาที่น่าขบคิด เพราะหนังนำเสนอสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่ได้บอกชัดว่า “มันดำรงอยู่เพื่อจะบอกอะไรแก่ผู้ชม” หนังนำเสนอกิจวัตรประจำวันของผู้หญิงสองคนที่น่าจะเป็นชนชั้นกลางฐานะดีประมาณนึง และหนังก็ไม่ได้บอกว่า ชีวิตของทั้งสองคนนี้มีความสำคัญอะไร มีเซลส์แมน (Gerard Depardieu) โผล่เข้ามาเจอสองสาว แต่มันก็ไม่ได้นำไปสู่เหตุการณ์สำคัญอะไร และก็มี “ฆาตกรสองคน” ออกอาละวาดใกล้บ้านของสองสาว แต่มันก็ไม่ได้นำไปสู่เหตุการณ์สำคัญอะไร อย่างไรก็ดี เหตุการณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ต่าง ๆ ในหนังเรื่องนี้ อาจจะสะท้อนอะไรบางอย่างที่น่าสนใจก็ได้ อย่างเช่น การฉีกหนังสือพิมพ์, การคว่ำรถเข็นเด็ก, etc.

 

เพราะฉะนั้นเราก็เลยชอบสุดขีดที่หนังเรื่องนี้ ตั้งแต่ชื่อหนัง รวมไปถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ มากมายในหนัง มันอาจจะเอื้อให้ผู้ชมบางคนนำไปขบคิดหาความหมายในการดำรงอยู่ของมัน หรือในมุมมองของเรานั้น เราไม่ได้ตีความอะไรใด ๆ มากนัก เราไม่ได้ตีความชื่อเรื่อง หรือพยายามตีความเหตุการณ์ใด ๆ ในหนังอย่างจริงจัง แค่เราได้ดูสิ่งต่าง ๆ ในหนังเรื่องนี้ไปเรื่อย ๆ เราก็มีความสุขสุดขีดแล้ว และเราก็มีความสุขเช่นกันกับการได้อ่านการตีความหนังเรื่องนี้ในแง่มุมของผู้ชมคนอื่น ๆ เราก็เลยชอบมาก ๆ ที่หนังเรื่องนี้มันสร้างความเพลิดเพลินให้กับเราได้ทั้งในสองระดับ เราดูแบบไม่ตีความเราก็มีความสุขมาก ๆ หรือถ้าหากคนดูคนอื่นๆ จะตีความ เราก็มีความสุขมาก ๆ เช่นกันกับการได้อ่านสิ่งที่คนอื่น ๆ  ตีความ

 

2.2 ชื่อเรื่องของ JEANNE DIELMAN, 23, QUAI DU COMMERCE, 1080 BRUXELLES ก็น่าสนใจมาก ๆ เพราะหนังเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ชื่อตัวละคร แต่มีที่อยู่ของตัวละครด้วย ซึ่งเป็นที่อยู่เหมือนกับที่อยู่ที่ใช้ในการจ่าหน้าซองจดหมาย

 

เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ทำไมหนังเรื่องนี้ถึงตั้งชื่อเรื่องแบบนี้ แต่เราชอบมากที่

 

2.2.1 ชื่อหนังเรื่องนี้ทำให้นึกถึงการที่ Jeanne ติดต่อสื่อสารกับ sister ของเธอที่อยู่แคนาดา โดยผ่านทาง “จดหมาย”

 

2.2.2 การตั้งชื่อหนังแบบนี้ มันประหลาดและ unique ดี

 

2.2.3 เราชอบที่มันไม่มีคำ adjective ในชื่อหนังเรื่องนี้เลย เหมือนมันระบุถึงตัวตนของ Jeanne ในแบบที่ objective มาก ๆ ไม่มีการบรรยายถึงตัวตนของเธอโดยใช้คำ adjective เช่น young, old, beautiful, pretty, quiet, kind, cruel, crazy, witty, etc. เหมือนชื่อหนังเรื่องนี้ไม่มีการ judge ตัวตนใด ๆ ของ Jeanne แต่ปล่อยให้ผู้ชมประเมิน Jeanne ด้วยตัวเอง และผู้ชมแต่ละคนสามารถคิดหาคำคุณศัพท์มาใช้บรรยาย Jeanne ได้ด้วยตัวเอง

 

คือพอมันไม่มีคำคุณศัพท์ใด ๆ ไปกำกับ, ไป judge หรือไป “ครอบ” ตัวตนของ Jeanne ในชื่อเรื่อง เราก็เลยรู้สึกว่าชื่อหนังเรื่องนี้มันเปิดโอกาสให้เรามอง “ตัวละคร” ในหนัง และอาจจะรวมถึงเปิดโอกาสให้เรามองบุคคลอื่น ๆ ในโลกแห่งความเป็นจริง โดย judge คนเหล่านี้น้อยลง และมองพวกเขาด้วยสายตาหรือด้วยหัวใจที่เปิดกว้างมากยิ่งขึ้น มองเห็นความซับซ้อนของพวกเขาที่ในบางครั้งการใช้คำคุณศัพท์ใดๆ ไปบรรยายคนคนนั้นก็อาจจะกลายเป็นการลดทอนความซับซ้อนของคนคนนั้นลงไปได้โดยไม่ได้ตั้งใจ

 

2.2.4 การที่ชื่อหนังเรื่องนี้เน้น “ที่อยู่อาศัย” ของ Jeanne มันก็อาจจะเป็นการสอดคล้องกับจุดโฟกัสสำคัญจุดนึงของหนังเรื่องนี้ ซึ่งก็คือเรื่องที่ Jeanne รับมือกับที่อยู่อาศัยอันคับแคบของตัวเอง

 

เหมือนหนังเรื่องนี้เน้นเรื่องสภาพที่อยู่อาศัยของ Jeanne น่ะ อย่างเช่นเรื่อง “เตียงนอนที่พับเก็บได้”, การเปิดปิดไฟตามทางเดิน, การประยุกต์ใช้ “บ้าน” เป็น “สถานที่ทำงานหาเงิน” และการใช้พื้นที่ต่าง ๆ ในบ้านในการทำกิจวัตรประจำวัน

 

2.3 ส่วนชื่อเรื่อง UNTITLED (KHUN YAI BAENG MAKES HER POTTERY) ก็บ่งชี้อย่างชัดเจนว่า หนังเรื่องนี้เน้นไปที่ความสามารถในการปั้นหม้อของคุณยายแบ่ง

 

เราก็เลยชอบชื่อหนังทั้ง 3 เรื่องนี้ เพราะมันบ่งชี้ถึงจุดเด่นของหนังทั้ง 3 เรื่องได้ดี ชื่อหนัง NATHALIE GRANGER มันเหมือนเป็นปริศนาที่ท้าทายการตีความ, ชื่อหนัง JEANNE DIELMAN, 23, QUAI DU COMMERCE, 1080 BRUXELLES ก็ทำให้เราโฟกัสไปยังที่อยู่อาศัยอันคับแคบของตัวละคร และการมองมนุษย์โดยไม่ไปตัดสินและไม่ไปลดทอนความซับซ้อนของคนคนนั้น ส่วนชื่อหนัง UNTITLED (KHUN YAI BAENG MAKES HER POTTERY) ก็บ่งชี้อย่างชัดเจนว่า คุณยายแบ่งมีจุดเด่นเรื่องความสามารถในการปั้นหม้อ

 

3. ชอบ “การใช้แรงงานของผู้หญิง” ที่แตกต่างกันไปในหนังทั้ง 3 เรื่องด้วย

 

3.1 ตัวละครหญิงใน NATHALIE GRANGER มีฐานะดีที่สุดในบรรดาหนัง 3 เรื่องนี้ และพวกเธอก็ใช้แรงงานน้อยสุด แต่หนังก็ focus ไปยังกิจวัตรประจำวันบางอย่างของพวกเธอได้อย่างน่าประทับใจมาก หนังเรื่องนี้สามารถทำให้ “การเก็บกวาดทำความสะอาดโต๊ะอาหาร” ซึ่งดูเหมือนเป็นกิจกรรมที่ very uncinematic กลายเป็นอะไรที่ “เพริศแพร้วพิลาสพิไลงดงามจนสุดจะบรรยาย” ในโลกภาพยนตร์ขึ้นมาได้ โคตรมหัศจรรย์ของจริง

 

ชอบที่หนังมัน focus ไปยังสิ่งที่ยากจะพบเห็นในหนังเรื่องอื่น ๆ ทั้งการล้างจาน, เช็ดจานให้แห้ง, การเผาใบไม้, etc. กิจกรรมต่าง ๆ ที่เคยถูกมองข้ามจากโลกภาพยนตร์ กลายเป็นอะไรที่เริ่มสำคัญขึ้นมา

 

3.2 หลังจากหนังเรื่อง NATHALIE GRANGER กิจวัตรประจำวันของแม่บ้านก็ถูกเน้นย้ำให้กลายเป็นสิ่งที่สำคัญมากยิ่งขึ้นไปอีกในหนังเรื่อง JEANNE DIELMAN และการที่ตัวละครนางเอกของ JEANNE DIELMAN มีฐานะยากจนกว่านางเอกสองคนของ NATHALIE GRANGER การใช้แรงงานของ Jeanne ก็เลยกลายเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งขึ้นตามไปด้วย เพราะการทำงานต่าง ๆ ของ Jeanne ล้วนเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นต่อการดำรงชีพ ทั้งการทำอาหารที่มีขั้นตอนต่าง ๆ, การดูแลรักษาบ้าน และการขายบริการทางเพศ

 

เหมือน JEANNE DIELMAN เปิดโอกาสให้เราได้สัมผัสหรือเข้าใกล้ชีวิตแม่บ้าน ซึ่งเป็นสิ่งที่มักจะถูกมองข้ามในโลกภาพยนตร์ยุคนั้นน่ะ ทั้งการปอกมันฝรั่ง, การเตรียมเนื้อสัตว์, การต้มกาแฟ, การล้างจาน, การขัดรองเท้า, การเก็บเตียงพับได้, การขัดอ่างอาบน้ำ, การรีดเสื้อผ้า, การไปซื้อของที่ร้านของชำ, etc. แรงงานในการทำงานเหล่านี้เคยเป็นสิ่งที่ถูกมองข้ามมาก่อน และหนังเรื่องนี้ก็ทำให้เราตระหนักถึงสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา

 

3.3 เพราะฉะนั้นพอเราดู UNTITLED (KHUN YAI BAENG MAKES HER POTTERY) เราก็เลยนึกถึง JEANNE DIELMAN มาก ๆ โดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะว่า UNTITLED (KHUN YAI BAENG MAKES HER POTTERY) เน้นย้ำไปที่กิจวัตรประจำวันของผู้หญิงเหมือนกัน และหนังทั้งสองเรื่องต่างก็เน้นย้ำทั้ง “กิจวัตรประจำวันที่ไม่ได้ทำเงิน” อย่างเช่น การทำอาหาร และ “กิจวัตรประจำวันในการทำงานหาเลี้ยงชีพ” เหมือนกัน เพียงแต่ว่าตัวละครนำในหนังสองเรื่องนี้ทำงานแตกต่างกัน และจุดแตกต่างสำคัญอีกอันหนึ่งก็คือว่า UNTITLED (KHUN YAI BAENG MAKES HER POTTERY) ไม่ได้มีพัฒนาการของตัวละคร หนังไทยเรื่องนี้เป็นสารคดีที่พาเราไปดูชีวิตประจำวันเพียง 1 วันของคุณยายแบ่ง ส่วน JEANNE DIELMAN นั้น ตัวละครเผชิญกับ “ความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ” เมื่อเนื้อเรื่องดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ

 

ก็เลยสรุปได้ว่า พอเราได้ดู UNTITLED (KHUN YAI BAENG MAKES HER POTTERY) เราก็เลยนึกถึง NATHALIE GRANGER กับ JEANNE DIELMAN มาก ๆ เหมือนหนังทั้ง 3 เรื่องนี้มันมีจุดที่เหมือนกันและจุดที่แตกต่างกัน และน่าจะนำมาวิเคราะห์เทียบเคียงกันมาก ๆ

 

4. ต่อไปนี้เป็นการสรุปเนื้อเรื่องเท่าที่เราพอจับได้ใน  UNTITLED (KHUN YAI BAENG MAKES HER POTTERY) ซึ่งเนื้อหาในส่วนนี้มันจะซ้ำ ๆ กับที่เราเคยโพสท์ถึงหนังเรื่องนี้ไปแล้ว 3 รอบก่อนหน้านี้ 55555

 

อย่างไรก็ดี “เนื้อเรื่อง” ของ UNTITLED (KHUN YAI BAENG MAKES HER POTTERY) ไม่ใช่สิ่งที่สำคัญ สิ่งที่สำคัญคือการที่เราได้ดูและ “ได้ใช้เวลา” ไปกับตัวละครในหนังเรื่องนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นตัวอักษรได้

 

4.1 เหมือนเนื้อเรื่องน่าจะเริ่มต้นในช่วงราว ๆ ตี 5 กว่า ๆ มั้ง คุณยายแบ่ง สนใหม่ ตื่นนอนมาเตรียมรอตักบาตร เราเห็นชาวบ้านหลายคนมารอตักบาตรตั้งแต่รุ่งสาง และเห็นรถ EMS จอดอยู่แถว ๆ นั้น เห็นว่ามีการเอาอะไรมาปูพื้นเพื่อให้พระและชาวบ้านเหยียบขณะรอตักบาตรด้วย และก็เห็นว่าการตักบาตรในชนบทนี่เป็นอะไรที่ต้องใช้เวลารอนานพอสมควร

 

คือก่อนหน้านี้เรานึกว่า เวลาตักบาตร ชาวบ้านอาจจะไปรอหน้าบ้านแค่ 3-5 นาที แล้วก็ได้ตักบาตรเลย แต่หนังเรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า กว่าจะได้ตักบาตรจริง ๆ ชาวบ้านก็ต้องใช้เวลารอนานมาก ๆ (ในความรู้สึกของคนเมืองกรุงอย่างเรา)

 

หลังจากนั้นคุณยายแบ่งก็เริ่มทำอาหารในช่วงเวลาใกล้ ๆ 7 โมง แล้วคุณยายแบ่งก็กินข้าวเช้า มีแกงส้มดอกแคกับปลาทอด

 

4.2 และคุณยายแบ่งก็เริ่มกระบวนการปั้นหม้อ วิดีโอแสดงให้เห็นขั้นตอนต่าง ๆ อย่างละเอียดในการปั้นหม้อ กราบคุณยายมาก ๆ นึกไม่ถึงว่าคุณยายจะสามารถทำอะไรต่าง ๆ ได้มากขนาดนี้ กราบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ

 

ขั้นตอนแรก ๆ ของการปั้นหม้อเหมือนเป็นการผสมดินที่จะใช้ปั้น ซึ่งเราก็ไม่แน่ใจว่าตัวดินนั้นประกอบด้วยวัสดุอะไรบ้าง หลังจากนั้นคุณยายก็เริ่มนวดดินที่มีสภาพคล้าย ๆ ดินเหนียวให้กลายเป็นแท่งยาว ๆ แล้วจากแท่งยาวๆ คุณยายก็ปั้นและใช้นิ้วกดมันตรงกลาง จนมันกลายสภาพเป็นเหมือนหม้อหรือกระถางที่ไม่มีก้น เหมือนเป็นวัตถุทรงกระบอกที่มีปลายเปิดทั้งสองด้าน คุณยายปั้นกระบอก (หรือหม้อไร้ก้น) นี้ออกมาราว 4 กระบอก

 

เสร็จแล้วคุณยายก็เอาแต่ละกระบอกไปวางบนตอไม้ แล้วใช้ผ้าอะไรสักอย่างไปรีดตรงปากกระบอก เพื่อให้มันเรียบสวย โดยในขั้นตอนนี้คุณยายต้องเดินวนไปวนมารอบตอไม้เป็นวงกลมด้วย ซึ่งสิ่งนี้น่าจะแตกต่างจากกรรมวิธีปั้นหม้อในยุคปัจจุบันที่มีเครื่องมือหมุน ๆ คือตัวคุณยายไม่มีเครื่องมือหมุน ๆ เพราะฉะนั้นคุณยายก็เลยต้องปั้นหม้อโดยใช้วิธีเดินวนรอบหม้อเป็นวงกลมแทน

 

พอคุณยายจัดการกับปากหม้อทั้ง 4 หม้อเสร็จแล้ว คุณยายก็นำหม้อไร้ก้น 4 ใบนี้ไปตากแดด

 

4.3 คนดูหนังเรื่องนี้จะได้เห็นฉาก static long take เป็นหม้อไร้ก้น 4 ใบตากแดดเป็นเวลาราว 2 นาที โดยมีแมลงวันบินมาเกาะปากหม้อใบนึง

 

ดูแล้วแอบนึกถึงวลี watching the paint dry แต่อันนี้คือ watching the pots dry 55555 และเราก็ไม่ได้รู้สึกเบื่อมันแต่อย่างใด

 

แล้วหนังก็ตัดไปยังภาพถ่ายเก่า ๆ มากมายหลายภาพในบ้านของคุณยายแบ่ง คนดูจะได้เห็นภาพครอบครัวของคุณยาย, เห็นภาพพระอาวุโส  แล้วหนังก็ตัดไปยังภาพต้นไม้ในบ้านของคุณยายแบ่ง

 

แล้วก็มาถึง “หนึ่งในฉากที่เราชอบมากที่สุดในปี 2026” ซึ่งก็คือฉากที่คนดูได้เห็นใบหน้าของคุณยายแบ่งขณะรอหม้อแห้ง โดยหนังถ่ายฉากนี้แบบ static long take เป็นเวลาราว 6 นาที

 

ฉากนี้ไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นตัวอักษรได้ เพราะเราก็ไม่สามารถคิดหาคำคุณศัพท์, กริยาวิเศษณ์ อะไรใด ๆ มาบรรยายใบหน้าหรืออารมณ์ของคุณยายได้ คุณยายไม่ได้เล่นโทรศัพท์มือถือ, อ่านหนังสือ, ถักนิตติ้ง หรือนอนหลับขณะรอหม้อแห้ง คุณยายแค่นั่งเฉย ๆ รอไปเรื่อย ๆ

 

ดูฉากนี้แล้วก็แอบนึกถึง quote ของ Michelangelo Antonioni ที่ว่า ““A film you can explain in words is not a real film.” เพราะ quote นี้สามารถใช้กับหนังเรื่องนี้และโดยเฉพาะฉากนี้ได้จริง ๆ มันเป็นฉากที่ไม่สามารถ explain in words ได้จริง ๆ

 

แล้วหนังก็ตัดภาพไปยังใครก็ไม่รู้ที่หน้าบ้านคุณยาย

 

4.4 แล้วหนังถึงค่อยเล่ากระบวนการสร้างก้นหม้ออย่างละเอียด คุณยายทยอยนำหม้อไร้กันทีละใบมาทำก้นหม้อ โดยใช้อุปกรณ์สำคัญคือไม้ตีกับ “หินดุ” ซึ่งเราเดาว่าหินดุของคุณยายทำจากไม้

 

เว็บไซต์ esanpedia บอกว่า หินดุ “มีลักษณะคล้ายดอกเห็ด ผิวหน้าเรียบมน มีความแข็งแรงทนทาน หินดุ จะใช้สำหรับกระทุ้ง ดุน หรือดันเนื้อดินไว้เพื่อรองรับการตีจากด้านนอกให้เครื่องปั้นมีรูปทรงและความหนาตามที่ต้องการ”

 

เราชอบอุปกรณ์ หินดุ ในหนังเรื่องนี้อย่างสุดขีด เพราะเหมือนเราแทบไม่เคยเห็นมันในหนังเรื่องอื่นๆ  มาก่อนเลยในชีวิตนี้

 

คุณยายเอาดึงเอาดินบางส่วนจากหม้อไร้ก้นไปกองไว้ที่พื้น แล้วก็หยิบเอาดินที่กองไว้ที่พื้นส่วนหนึ่งมาปั้นเป็นก้นหม้อ โดยใช้ไม้ตีกับหินดุช่วยในการปั้นคลึงก้นหม้อ

 

พอคุณยายปั้นก้นหม้อทั้ง 4 ใบเสร็จแล้ว คุณยายก็เหมือนรออีกสักระยะนึง  แล้วคุณยายก็ค่อยเอาหม้อแต่ละใบมาตีตะล่อมรูปทรงใหม่ให้มันสวยงาม ลงตัว คุณยายใช้ไม้ตีกับหินดุช่วยในการปั้นคลึงหม้อแต่ละใบในขั้นตอนนี้ให้มันเรียบเนียน สวยงาม และคอยเก็บเศษใบไม้หรือเศษอะไรต่าง ๆ ที่ติดที่ผิวหม้อออกไป รวมทั้งใช้ไม้ตีในการสร้างลวดลายบางอย่างที่ปากหม้อด้วย ถ้าหากเราเข้าใจไม่ผิด

 

ขั้นตอนพวกนี้อาจจะดูซ้ำซากและกินเวลานาน เพราะคุณยายค่อย ๆ ทำแบบนี้กับหม้อทีละใบจนครบทั้ง 4 ใบ แต่เราก็รู้สึกว่ามันดูเพลินมาก และมันก็มีสิ่งต่าง ๆ ให้เราคอยสังเกตขณะดูด้วย ไม่ว่าจะเป็นหยากไย่ใต้เก้าอี้ที่แกว่งไกวไปตามสายลม, แมวที่ปีนไปบนโอ่งยักษ์, สิ่งของต่าง ๆ ในบ้านของคุณยาย

 

หลังจากคุณยายปั้นคลึงหม้อจนได้รูปทรงที่สวยงามครบหมดแล้ว คุณยายก็เอาน้ำมาทา ๆ ที่ตัวหม้อ เพื่อปรับให้ผิวทุกอย่างมันดูเรียบเนียนที่สุด (ถ้าหากเราเข้าใจไม่ผิด) แล้วก็ปล่อยให้มันแห้ง

 

แล้วหนังก็ตัดภาพไปยังท้องทุ่งใกล้บ้านคุณยาย, เห็นลมรำเพยแผ่วพลิ้ว สยิวใบหญ้า โอนเอนใบอ่อนมา ถลาเล่นลม, เห็นป่าและหนองน้ำใกล้บ้านคุณยาย แล้วเราก็เห็นคุณยายกับผู้ชายคนนึง (ไม่แน่ใจว่าเป็นสามีหรือลูกชายของคุณยาย) กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ใต้ถุนบ้านในตอนบ่าย กาลเวลาเคลื่อนคล้อยไปเรื่อย ๆ จนเข้าสู่ยามเย็น

 

4.5 ส่วนช่วงท้ายของวิดีโอที่เราได้ดู เป็นช่วงเย็นๆ ของวัน คุณยายแบ่งทำอาหารเย็นในขณะที่ฝนตกหนักมาก ๆ เราเห็นคุณยายกิน “ข้าวคลุกกล้วยน้ำว้า” ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน เพิ่งรู้ว่ามันมีเมนูนี้อยู่บนโลกใบนี้ด้วย

 

คุณยายแบ่งกินข้าวคลุกกล้วยน้ำว้าจนหมดจาน โดยมีจานปลาทอดกับจานแกงส้มดอกแคอยู่ใกล้ ๆ ด้วย แต่เหมือนคุณยายกินปลาแค่นิดเดียว แล้วก็กินแค่น้ำแกงส้ม แต่เหมือนไม่ได้แตะตัวดอกแคเลย

 

เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมคุณยายกินข้าวคลุกกล้วยน้ำว้าเป็นหลัก แล้วก็กินแต่น้ำแกงส้ม ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะ "ฟัน" หรือเปล่า คนแก่อาจจะไม่ค่อยมีฟันให้เคี้ยวแล้วมั้ง ก็เลยกินอาหารแบบนี้

 

หลังจากนั้นคุณยายแบ่งก็ดูทีวี แล้วคุณยายก็หายไปจากวิดีโอ (ไม่รู้ว่าเข้านอนหรือเปล่า) ตัววิดีโอจับภาพบรรยากาศในบ้านตอนกลางคืนอยู่ช่วงนึง ก่อนจะจบ

 

5. สรุปได้ว่า UNTITLED (KHUN YAI BAENG MAKES HER POTTERY) เป็นหนึ่งในหนังที่เราชอบมากที่สุดที่ได้ดูในปี 2026 ดูแล้วก็ประทับใจสุดขีดที่หนังเหมือนพาเราไปดูชีวิตประจำวันของคนในชนบทจริง ๆ เหมือนได้ใช้เวลาอยู่กับพวกเขาจริง ๆ เหมือนหนังให้เราได้สัมผัส essence บางอย่างในชีวิตของตัว subject ในแบบที่หนังเรื่องอื่น ๆ ยากจะทำได้

 

เราว่าหนังเรื่องนี้ดูเพลินและดูง่ายกว่าที่คิดด้วย เราว่ามันดูง่ายกว่า LUNG NEAW VISITS HIS NEIGHBOURS (2011, Rirkrit Tiravanija, 154min, A+30) ที่นำเสนอชีวิตคนในชนบทไทยเหมือนกัน และดูง่ายกว่า DOUBLE TIDE (2009, Sharon Lockhart, USA, 99min) ที่จับภาพ “การทำงานของคนในชนบท” ในแบบที่เกือบจะเป็น real time เหมือนกัน ซึ่งความรู้สึกว่ามันดูง่ายนี้อาจจะเกิดจากเหตุผลที่ส่วนตัวมาก ๆ เพราะว่า บ้านของคุณยายแบ่งมันทำให้เรานึกถึงบ้านของตากับยายเราที่อุบลในทศวรรษ 1980 เพราะฉะนั้นพอเราเห็นบ้านของคุณยายแบ่ง  เราก็เลยรู้สึกเหมือนกับว่า แค่เราได้ดูบ้านแบบนี้ไปเรื่อย ๆ เราก็เพลิดเพลินกับมันแล้ว มันเป็นความสุขที่เกิดจากอารมณ์แบบ nostalgic ของเรา

 

ดูหนังเรื่อง UNTITLED (KHUN YAI BAENG MAKES HER POTTERY) ได้ที่ Jim Thompson Art Center นะ หนังเรื่องนี้น่าจะเปิดฉายจนถึงวันที่ 16 ส.ค.

 

 ตอนดูรอบแรก

https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid02URaz4tCZgKsgSUxeScDDsoCZKWUfQWfT4BsqA1MzRtymhiZHcuBXAZXuhNzezz2Yl

 

ตอนดูรอบสอง

https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid0a5Kuu5RHJj3FGTMk7t91etrSsqHPwvndS2CABazXqHXP1Zptp7FLqqpBLRX59Wo8l

 

ตอนดูรอบสาม

https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid02d4kZkvgKxyd17UeuFkvEehhvQgfKpnJF67EbT11ozcAetMdLGgmfrEcfq4fhXFPvl

 

ข้อมูลเรื่อง หินดุ มาจากเว็บไซท์นี้

https://www.esanpedia.oar.ubu.ac.th/localobjects/?p=160

***

VIETNAM MEDIA LAB Screening Programme

  • Arlette Quynh Anh Tran: the_parents_mixtape (2021) & PLATTENLOTUS (2022)
  • Ngoc Nau: All in good time (2025) annam
  • Lê Bc Tân: IIprovino(2022) คนมาออดิชั่น คนนึงเหมือนร้องเพลงชาติหรือเพลงโบราณ คนนึงเป็นหนุ่มแว่น เดินเหมือนหุ่นยนต์ ถามว่าอาคารนี้มีหน้าต่างหรือเปล่า อีกคนเป็นผู้หญิงสาว
  • TrnUy Đức: Catwalk (2023)
  • Hachul: Đám (2019) animation
  • Huytengmeng: Cardio (2018) คนกระโดดเชือก animation
  • Nguyễn Duy Anh: Made in Vietnam (2026) คุณยายในบ้านโบราณกับเด็กชายหุ่นยนต์

 

No comments: