Thursday, March 09, 2006

MARY LYNN RAJSKUB

ดิฉันชอบกินพิซซ่าค่ะ

เห็นในประวัติบอกว่าเขาเล่นหนังเรื่อง VOODOO LAGOON ลองเข้าไปดูตัวอย่างหนังเรื่องนี้แล้ว รู้สึกว่าคงจะเป็นหนังที่โง่มากๆ (ฮา)
http://www.shorelineentertainment.com/movies/VoodooLagoon.html

พระเอกหนังเรื่อง VOODOO LAGOON ชื่อ ASHLEY HAMILTON
http://www.ashleyhamilton.com/

ฮ่าฮ่าฮ่า ตอนนี้ 40 ความเห็นแล้ว เดี๋ยวคงจะได้ขึ้นกระทู้ใหม่ในเร็วๆนี้

--ชอบความเห็นที่มีต่อหนังเรื่อง INVISIBLE WAVES ใน blog ของคุณ BLACK FORESTS ด้วยค่ะ สามารถอ่านได้ที่
http://blackforests.blogspot.com/2006/03/invisible-waves.html

--ดีใจมากค่ะที่น้อง merveillesxx สอบเสร็จแล้ว

เมื่อคืนนี้ยังฝันถึงเรื่องสอบอยู่เลย อยู่ดีๆก็ฝันว่าตัวเองยังคงอยู่ในโรงเรียนมัธยม และกำลังจะมีการสอบ แต่ตัวเองโดดเรียนวิชาพุทธศาสนาตลอด ก็เลยกังวลมากว่าจะทำข้อสอบไม่ได้ ลองเข้าไปนั่งฟังอาจารย์พูดในชั่วโมงสุดท้าย ก็ฟังไม่รู้เรื่อง

ตื่นขึ้นมาแล้วก็งงๆเหมือนกันว่าอยู่ดีๆทำไมตัวเองถึงฝันแบบนี้ แต่ก็ถือว่าเป็นฝันดี เพราะการได้ฝันว่าตัวเองยังคงเรียนชั้นมัธยมและได้เจอเพื่อนๆในชั้นมัธยมอีกครั้ง มันเป็นสิ่งที่ดีอย่างมากๆ ในชีวิตจริงเราคงไม่มีทางได้กลับไปเรียนชั้นมัธยมและได้มีความสุขกับเพื่อนๆแบบนั้นอีกแล้ว เราคงทำได้เพียงแค่ “ฝัน” เท่านั้น

--ถ้าหากน้อง merveillesxx กังวลเรื่องม็อบ ก็ขอแนะนำให้น้องรีบไปหาดีวีดีหนังเรื่อง WERCKMEISTER HARMONIES (2000, BELA TARR, A+) มาดูโดยด่วนค่ะ น้องจะได้กังวลมากยิ่งขึ้น (ฮา)

--ไม่รู้เหมือนกันว่าฟิล์มหนัง INVISIBLE WAVES แต่ละพรินท์มีสีที่แตกต่างกันหรือเปล่า ดิฉันได้ดูหนังเรื่องนี้ที่มาบุญครอง และขณะที่ดูก็รู้สึกว่าสีสันมันสวยถูกใจมาก ก็เลยไม่รู้ว่าเป็นเพราะสีของฟิล์มแต่ละพรินท์มันมืดสว่างต่างกัน หรืออาจจะเป็นเพราะว่าดิฉันเพิ่งดูหนังอย่าง THE SUN หรือ ULTRANOVA มา ก็เลยรู้สึกว่าสีสันใน INVISIBLE WAVES มันสวยสดดี มันอาจจะไม่ได้สดสว่างแจ๊ดแจ๋ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันมืดมัวผิดปกติในความรู้สึกของตัวเอง

ขณะที่ดู ULTRANOVA ดิฉันรู้สึกอุปาทานไปเองว่า ในบางฉาก “สีแดง” ในฉากนั้นดูเหมือนจะถูกดูดพลังออกไป สีแดงในฉากมันดูซีดหมองมากๆ ต่างกับสีเขียวๆฟ้าๆที่ดูชัดเจนแจ่มแจ้งเห็นได้ชัด ขณะที่ดูบางฉากใน ULTRANOVA หรือดูบางฉากใน INVISIBLE WAVES ดิฉันรู้สึกอุปาทานไปเองว่าบางทีเรากำลังมองผ่านดวงตาของคนที่ตาบอดสีแดง ก็เลยเห็นสีแดงเป็นอะไรคล้ำๆไปแทน

แต่จริงๆแล้วในบางฉากใน INVISIBLE WAVES ก็เห็นสีแดงอย่างถนัดชัดเจนแจ่มแจ้งเช่นกัน อย่างเช่นในฉากที่พระเอกคุยกับพ่อในบาร์บนเรือ แล้วพ่อพูดถึงการไถ่บาป

หนังตัวอย่างเรื่อง THE OMEN ที่เป็นเด็กนั่งเล่นชิงช้าก็ให้ความรู้สึกคล้ายๆอย่างนี้เหมือนกัน ตอนแรกเราแทบไม่เห็น “ความแดง” ของเสื้อที่เด็กนั่งอยู่เลย ความแดงของเสื้อมันเหมือนอยู่ในเงามืดๆดำๆ มันเหมือนถูกดูดความแรงออกไป จนกระทั่งกล้องเคลื่อนมาข้างหน้าตัวเด็ก เราถึงเห็นความแดงแรงฤทธิ์อย่างชัดเจน

มีหนังบางเรื่องที่รู้สึกไม่ค่อยชอบความสดสว่างในหนัง นั่นก็คือหนังเรื่อง WHO THE HELL’S BONNIE AND CLYDE? (2004, KRYSZTINA DEAK, B+) ที่เพิ่งดูในเทศกาล บางฉากในหนังเรื่องนี้ให้สีที่สดใสมากๆ แดงเป็นแดง เหลืองเป็นเหลือง ดูแล้วรู้สึกเหมือนกำลังดูโฆษณาฟิล์มโกดักหรือฟิล์มฟูจิหรือฟิล์มอะไรสักอย่างเมื่อ 15 ปีก่อน ที่ชอบถ่ายภาพดอกไม้สีเหลืองราวกับว่าถูกถังสีหกใส่

บางทีการถ่ายภาพให้สีสันสดใสอย่างเต็มที่ใน WHO THE HELL’S BONNIE AND CLYDE? อาจจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องตรงตามจุดประสงค์ของผู้กำกับ หรืออาจจะเป็นสิ่งที่มีเหตุผลและมีคำอธิบายอยู่แล้ว แต่ดิฉันรู้สึกไม่ถูกโฉลกกับการถ่ายภาพแบบนี้ในหนังเรื่องนี้เท่าไหร่

คิดๆดูแล้ว ภาพที่ฝังใจดิฉันมักจะเป็นภาพ “หมอกโรยตัวปกคลุมพื้นที่” หรืออะไรทำนองนี้ เพราะหนังหลายเรื่องที่มีฉากแบบนี้มักทำให้รู้สึกว่าภาพๆนั้นมันถ่ายได้สวยมากๆ อย่างเช่นใน THE SUN, GILANEH หรือใน THE BURIED FOREST แต่กลับไม่รู้สึกอย่างนั้นกับ THE FOG (2005, RUPERT WAINWRIGHT, B) แฮะ

เนื้อหาใน WHO THE HELL’S BONNIE AND CLYDE? ที่สร้างจากเรื่องจริงของหนุ่มสาวคู่นึงที่ออกอาละวาดปล้นธนาคาร ทำให้นึกถึงหนังอีกเรื่องนึงที่ดิฉันชอบมากกว่าประมาณ 100 เท่า นั่นก็คือหนังสวีเดนเรื่อง IL CAPITANO (1991, JAN TROELL, A+++++) ซึ่งสร้างจากเรื่องจริงของหนุ่มสาวคู่นึงที่ร่อนเร่ไปเรื่อยๆ และฆ่าคนรวมทั้งฆ่าเด็กในระหว่างทาง ถ้าจำไม่ผิด หนังเรื่อง IL CAPITANO จะมีการถ่ายภาพที่ถ่ายทอดอารมณ์ได้ดีมากๆ รู้สึกว่าจะมีฉากที่ดูขมุกขมัวและมีฉากหมอกปกคลุมด้วย โดย JAN TROELL ถ่ายภาพด้วยตัวเองในหนังเรื่องนี้
http://www.imdb.com/title/tt0101542/

ชอบความสัมพันธ์ของพระเอกนางเอกใน IL CAPITANO อย่างมากๆ เพราะในเรื่องนี้พระเอก (ANTTI REINI) ทำตัวเหมือนเป็นผู้นำ และคิดว่านางเอก (MARIA HEISKANEN) เป็นผู้ตาม แต่จริงๆแล้วดุลอำนาจกลับถูกถ่ายเทไปให้นางเอกมากขึ้นเรื่อยๆ โดยที่พระเอกแทบไม่รู้ตัวว่าจริงๆแล้วเขานั่นแหละที่กระทำสิ่งต่างๆเพราะนางเอกเป็นต้นเหตุ ไม่ใช่นางเอกที่เป็นฝ่ายทำตามความต้องการของเขา การถ่ายเทดุลอำนาจระหว่างฆาตกรชายกับฆาตกรหญิงในหนังเรื่องนี้เป็นสิ่งที่น่าทึ่งมากๆ

ส่วนนางเอก WHO THE HELL’S BONNIE AND CLYDE? ดูเหมือนผู้หญิงธรรมดาๆยังไงไม่รู้ ดูไม่ค่อยน่ายำเกรงเท่าไหร่

ส่วนบทนางเอกที่ประทับใจที่สุดในปีนี้ยังคงเป็นของนางเอกหนังสวิสเรื่อง STRONG SHOULDERS (2003, URSULA MEIER, A++++++++++) ที่มาฉายที่สมาคมฝรั่งเศสในเดือนม.ค. นางเอกหนังเรื่องนี้ (รับบทโดย LOUISE SZPINDEL) เป็นสาววัย 15 ชื่อซาบีน เธอเป็นนักวิ่งแข่ง เธอต้องการนักกีฬาหนุ่มน่ารักชื่อรูดี้ (GUILLAUME GOUIX) อย่างมากๆ ดิฉันก็เลยรู้สึกอินกับบทนางเอกหนังเรื่องนี้อย่างเต็มที่ เพราะถ้าหากดิฉันเป็นเธอ ดิฉันก็คงรู้สึกต้องการนักกีฬาหนุ่มคนนั้นมากเช่นกัน
http://www.spiritualityhealth.com/newsh/items/moviereview/item_8335.html

แต่สิ่งที่ทำให้ดิฉันกราบเท้าขอยอมสยบศิโรราบแต่โดยดีให้กับซาบีน เป็นเพราะว่าซาบีนไม่ได้เพียงแค่ต้องการมีเซ็กส์กับนักกีฬาหนุ่มหล่อเท่านั้น จุดประสงค์ที่แท้จริงของเธอในการมีเซ็กส์กับนักกีฬาหนุ่มหล่อเป็นเพราะว่าเธอต้องการตั้งครรภ์ และเมื่อเธอตั้งครรภ์ ฮอร์โมนของเธอก็จะหลั่งมากขึ้น และทำให้เธอวิ่งได้เร็วขึ้น และพอเธอวิ่งแข่งชนะเสร็จเรียบร้อย เธอก็จะไปทำแท้ง

บทนางเอก STRONG SHOULDERS คงติดอันดับบทหนึ่งในนางเอกที่ดิฉันชอบที่สุดในชีวิตอย่างแน่นอน โดยอาจจะชนะบทสาววัยรุ่นอีกบทนึงที่ดิฉันชอบสุดๆเช่นกัน นั่นก็คือบทของเตเรสกา (ALEKSANDRA GIETNER) สาววัย 15 ปีใน HI, TERESKA (2001, ROBERT GLINSKI, A++++++++++) โดยฉากที่ฝังใจดิฉันมากๆในหนังขาวดำจากโปแลนด์ เรื่องนี้คือฉากที่เตเรสกาทุบตีทำร้ายคนพิการอย่างโหดร้ายทารุณ

ถ้าเข้าใจไม่ผิด ALEXANDRA GIETNER และ KAROLINA SOBCZAK ที่รับบทเป็นสาวที่ชักนำเตเรสกาไปในทางชั่ว เป็นเด็กจากโรงเรียนดัดสันดานในชีวิตจริง และชีวิตจริงของนักแสดงหญิงสองคนนี้อาจจะเลวร้ายและดำมืดมากกว่าชีวิตบัดซบที่พวกเธอแสดงบนหน้าจอเสียอีก

คำวิจารณ์ HI, TERESKA ใน
http://www.imdb.com/title/tt0288491/

A talented and pretty little Tereska learns how to live. She does not know how to dream, she was never told that her life belonged to her. Nobody cares what she feels and thinks anyway. She is desperately looking for love. But where can she find it if her parents, her teachers, her friends do not know it either?In a very well designed way this film shows what steps are taken to make a little young angel into a vicious devil. It happens slowly and it is hard to tell who is to blame.

ส่วนตำแหน่งตัวละครหญิงที่ชอบที่สุดในปีที่แล้ว คงจะหนีไม่พ้นบทโจเซฟีน (KRISTIN SCOTT THOMAS) ใน ARSENE LUPIN (2004, JEAN-PAUL SALOME, A+) เพราะชอบมากที่เธอได้ครอบครองทั้งพระเอก (ROMAIN DURIS), พ่อพระเอก และลูกชายพระเอก (AURELIEN WIIK) โฮะๆๆๆๆ


หนังที่ได้ดูในช่วงนี้

1.MONGOLIAN PING PONG (2005, NING HAO, A)

2.FIREWALL (2006, RICHARD LONCRAINE, A-)

3.A CLASS TO REMEMBER (1993, YOJI YAMADA, B+)

4.FEARLESS (2006, RONNY YU, C+)


FAVORITE SUPPORTING ACTRESS

MARY LYNN RAJSKUB—FIREWALL
บทของเธอในเรื่องนี้อาจจะไม่น่าทึ่งตะลึงลานเท่ากับบทของเธอใน MYSTERIOUS SKIN แต่แค่ได้เห็นหน้าเธอ ก็รู้สึกดีใจมากแล้วล่ะ


FAVORITE SCENE

STRONG SHOULDERS
ฉากนางเอกวิ่งเอาตัวไปกระแทกฝาผนังอย่างรุนแรงติดต่อกันเป็นสิบครั้ง เป็นฉากที่ดูแล้วให้ความรู้สึกเจ็บปวดอย่างสาหัสสากรรจ์ที่สุด

ส่วน MOST FAVORITE SCENES ในปีที่แล้ว คิดๆดูแล้วรู้สึกว่าตัวเองชอบฉากที่เกี่ยวกับไฟเกือบหมดเลย ซึ่งรวมถึง

1.BLIND SPOT (2002, HANNA ANTONINA WOJCIK-SLAK, A+++++)
ฉากไฟไหม้ลุกพรึ่บท่วมผ้าม่าน

2.HOUSE OF WAX (2005, JAUME COLLET-SERRA, A+)
ฉากพระเพลิงเผาผลาญพิพิธภัณฑ์

3.BUNSHINSABA (2004, AHN BYEONG-KI, A)
ฉากนางเอกบังคับให้เพื่อนผู้หญิงเผาตัวเองตาย

4.CHARLIE AND THE CHOCOLATE FACTORY (2005, TIM BURTON, A-)ฉากตุ๊กตาเริงระบำกลางเปลวเพลิงก่อนเด็กๆเดินเข้าโรงงาน

แต่มีอยู่ฉากนึงที่ชอบที่สุดในปีที่แล้ว ที่ไม่มีไฟ แต่มีน้ำ นั่นก็คือฉากนางเอกอาบน้ำใน I ALWAYS WANTED TO BE A SAINT (2003, GENEVIEVE MERSCH, A+) ในช่วงหลังของเรื่อง อย่างไรก็ดี นี่อาจจะเป็นฉากที่แสดงถึงอุณหภูมิความร้อนในหัวใจได้มากที่สุด เพราะถ้าเข้าใจไม่ผิด ฉากนี้นางเอก (MARIE KREMER) ฝึกให้ตัวเองอาบน้ำที่เย็นจัด เพราะเห็นนางเอกดูเหมือนจะบิดปุ่มปรับอุณหภูมิน้ำ และเห็นนางเอกตัวสั่นเทา ก่อนที่ตัวเธอจะค่อยๆหายสั่น และดวงตากับใบหน้าของเธอแสดงถึงอะไรบางอย่างในจิตใจที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ดิฉันขอเรียกฉากนี้ว่า “ฉากอาบน้ำไฟบรรลัยกัลป์” เพราะถึงแม้ฉากนี้จะไม่มีไฟปรากฏต่อสายตา แต่ดิฉันรู้สึกว่าไฟบรรลัยกัลป์กำลังโหมกระหน่ำอยู่ในจิตใจนางเอก และหลังจากนั้นนางเอกก็ออกไปทำร้ายทุกคนที่เข้ามาในชีวิตของเธอ ใบหน้าของนางเอกขณะอาบน้ำเย็นจัดในฉากนั้น เป็นใบหน้าที่ฝังใจดิฉันมาจนถึงขณะนี้

2 comments:

zeren said...

i cant read thai. but the name of those movies you have commented (or maybe just listed) are really inspiring. i am looking them up on imdb and wondering how come u are able to watch these movies. all shown in bangkok international film festival or watching them on dvd (or travelling around the globe to see them) ?
if you havent heard of him, maybe i can recommend a new coming director, Alexey Guerman Jr, i ve seen the last train by him. and it was a great movie.

best regards.
z.o.

celinejulie said...

Some of the movies I listed here are the ones I haven’t seen. You can distinguish easily between the ones I saw and the ones I haven’t seen by seeing if I have given the movie any grade. If I saw it, I usually put a grade (from A+++++ to F) after the title of the movie. If I haven’t seen it, there will be no grade after the title.

I have never been abroad. I saw all of the movies in Bangkok. Most of them are the ones I saw in film festivals or arthouse theaters. I have no dvd player yet, ha ha ha. Because I bought so many videotapes in the past, so I intend to watch all of the videotapes I have before I start buying a dvd player.

I have never watched any films by ALEXEY GUERMAN and ALEXEY GUERMAN, JR., but I like Russian cinema very much.
http://www.imdb.com/name/nm0314516/

Former Soviet or Russian films I like include:

1.THE KITE (2002, ALEKSEI MURADOV, A++++++++++)
http://www.imdb.com/title/tt0334799/

2.THE CORRIDOR (1994, SHARUNAS BARTAS, A+++++)
http://www.imdb.com/title/tt0110278/

3.A PLACE ON EARTH (2001, ARTOUR ARISTAKISIAN, A+++++)
http://www.imdb.com/title/tt0288624/

4.COME AND SEE (1985, ELEM KLIMOV, A+++++)
http://www.imdb.com/title/tt0091251/

5.”4” (2005, ILYA KHRJANOVSKY, A+++++)
http://www.imdb.com/title/tt0445161/

6.DAY OF THE FULL MOON (1998, KAREN SHAKHNAZAROV, A+++++)
http://www.imdb.com/title/tt0148059/

7.THE CRANES ARE FLYING (1957, MIKHAIL KALATOZOV, A+)
http://www.imdb.com/name/nm0435563/

8.THE SWIMMER (1981, IRAKLI KVIRIKADZE, A+)
http://www.imdb.com/title/tt0083147/

9.COLOR OF POMEGRANATES (1968, SERGEI PARAJANOV, A+)
http://www.imdb.com/title/tt0063555/

10.MY STEP BROTHER FRANKENSTEIN (2004, VALERI TODOROVSKY, A+)
http://www.imdb.com/title/tt0416040/