Wednesday, February 17, 2010

HISTORY ON THE AIR (2009, Chaloemkiat Saeyong, A++++++++++)

HISTORY ON THE AIR (บุคคลที่ตกค้างอยู่ภายในความทรงจำ) (2009, Chaloemkiat Saeyong, 62 min, A+++++++++++)

ชอบหลายสิ่งหลายอย่างในหนังเรื่องนี้มาก อย่างเช่น

1.ชอบที่มันมีบางส่วนเหมือนหนังสารคดีที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติสนามบิน แต่หนังมันไม่ได้หยุดอยู่ที่การให้ข้อมูล แต่มันไปไกลกว่านั้นมาก

2.ชอบอารมณ์ของการถูกทอดทิ้งในหนังเรื่องนี้ ทั้งบรรยากาศเปลี่ยวร้างในสนามบิน และเหล่าบรรดาสิ่งของที่ถูกทอดทิ้งหรือดูเหมือนหมดค่าในช่วงท้ายเรื่อง

3.ฉากที่ให้อารมณ์พีคสุดขีดคือฉากที่มีคนสองบินถูกปิดตานั่งอยู่ในรถ

4.ชอบมุมกล้องในหนังเรื่องนี้

5.ชอบการแปลงคำให้สัมภาษณ์เป็น text ในหนังเรื่องนี้ มันทำให้หนังไม่น่าเบื่อ และทำให้รับรู้ข้อมูลได้สะดวกขึ้น

6.ชอบฉากที่อาจารย์ม.ศิลปากรให้สัมภาษณ์ โดยเฉพาะประโยคที่ว่า สนามบินไม่ได้เป็นผู้ชายหรือผู้หญิง แต่เป็นเกย์

7.ชอบการซ้อนภาพในฉากหนึ่งของหนัง

8.ชอบการตัดฉากเพื่อนๆเล่นดนตรีแทรกเข้ามาในหนังเรื่องนี้

9.ชอบการเคลื่อนกล้องและการซูมเอาท์ในบางฉากในหนังเรื่องนี้

10.ชอบการที่หนังเรื่องนี้ไม่เหมือนกับหนังเรื่องใดๆเลยที่เคยดูมา

2 comments:

FILMSICK said...

ชอบหนังเรื่องนี้ในระดับA+++++++++++++++++เหมือนกัน เสียดายมากๆที่มีันไม่สามารถเผยแพร่ในวงกว้างได้

celinejulie said...

อันนี้เป็นความเห็นเพิ่มเติมที่เขียนคุยกับน้องเฉลิมเกียรติใน FACEBOOK:

พี่คิดว่าส่วนที่พี่ชอบน้อยที่สุดใน HISTORY ON THE AIR อาจจะเป็นช่วงที่มีการขึ้น TEXT เล่าประวัติสนามบินเป็นรอบที่สอง พี่เดาว่าน้องอาจจะมีเหตุผลอะไรบางอย่างที่มีการขึ้น TEXT ซ้ำทั้งหมดอีกรอบ แต่พี่คิดว่าถ้าหากพี่ดูดีวีดีหนังเรื่องนี้รอบสอง พี่อาจจะรีบฟอร์เวิร์ดข้ามส่วนนี้ไปจ้ะ (มันคงไม่มีอะไรแอบซ่อนอยู่ใน TEXT นั้นในรอบที่สองใช่ไหมจ๊ะ)


พี่ชอบ text ตอนท้ายเรื่องนะ มันดูเป็นเรื่องส่วนตัวและมันดูมีความเป็นมนุษย์ดี แต่ถ้าตัดออกไปจากหนัง หนังมันอาจจะดูพิศวงงงงวยมากยิ่งขึ้น ซึ่งอาจจะเป็นสิ่งที่ดีขึ้นหรือไม่ดีขึ้นก็ได้ แล้วแต่ความเห็นของแต่ละคนจ้ะ

ชอบคำว่า "จ้องมอง ข้อมูล" มากๆจ้ะ คือถึงแม้ว่าพี่อาจจะรู้สึกเบื่อๆกับการอ่าน text ซ้ำอีกรอบ พี่ก็รู้สึกว่าการขึ้น TEXT รอบสองนี่เป็นอะไรที่พี่ไม่เคยเจอมาก่อน เพราะส่วนใหญ่พี่จะเจอแค่

1.การจ้องมองข้อมูลเพียงรอบเดียว อย่างเช่นในหนังเรื่อง "ทวิภพในเอกภพ" และหนังเรื่อง "จดหมายจากความเงียบ" ของคุณปราปต์ บุนปาน ที่มีการถ่ายโคลสอัพตัวอักษรในหนังสือหนึ่งรอบ

2.การฉายภาพเดิมๆซ้ำหลายๆครั้ง โดยที่แต่ละครั้งรายละเอียดอาจจะแตกต่างจากเดิมเล็กน้อย อย่างเช่นในหนังเรื่อง MARILYN TIMES FIVE (1973, Bruce Conner) ที่มีการฉายภาพมาริลีน มอนโรซ้ำห้าครั้ง หรือในหนังเรื่อง EUROPA 2005 – 27 OCTOBRE (2006, Jean-Marie Straub + Danièle Huillet) ที่มีการฉายภาพสถานที่ที่เคยเกิดเหตุโศกนาฏกรรมซ้ำหลายครั้ง
http://www.youtube.com/watch?v=EGU06JQ92lc

สรุปว่า หนังเรื่อง HISTORY ON THE AIR มีความแปลกใหม่ ไม่ซ้ำแบบใครดีจ้า