Wednesday, March 08, 2023

RIP MICHEL DEVILLE

 เห็น Wu Jing ใน  THE BATTLE AT LAKE CHANGJIN (2021, Tsui Hark, Chen Kaige, Dante Lam, China, 2 hours 56min,  A+30) และ THE BATTLE AT LAKE CHANGJIN 2 (2022, Tsui Hatk, China, 2 hours 33min, A+30) แล้วนึกถึงหลีหมิง มาก ๆ เพิ่งรู้ว่า Wu Jing อายุน้อยกว่าเราแค่ปีเดียว (เขาเกิด 1974) ส่วนหลีหมิงเกิดปี 1966 หรืออายุราว 56 ปีแล้ว


อันนี้เป็นรูปที่คุณ Warut Pornchaiprasartkul ส่งมาอวยพรวันเกิดเรา เราก็เลยเอามาใช้เป็นรูป profile ของเราไปเลย เพราะมันประกอบไปด้วยหนังสุดโปรดของเรา 12  เรื่อง ซึ่งได้แก่

1.EDEN AND AFTER (1970, Alain Robbe-Grillet, France)

2.THE FOREST FOR THE TREES (2003, Maren Ade, Germany)

3.FREAK ORLANDO (1981, Ulrike Ottinger, West Germany)

4.ELEKTRA, MY LOVE (1974, Miklos Jancso, Hungary)

5.THE GREEN RAY (1986, Eric Rohmer, France)

6. HOUSE (1977, Nobuhiko Obayashi, Japan)

7.INDIA SONG (1975, Marguerite Duras, France)

8. BLOOD OF A POET (1932, Jean Cocteau, France)

9. LEVEL FIVE (1997, Chris Marker, France/Japan)

10. SWEET MOVIE (1974, Dusan Makavejev, France/Yugoslavia)

11. CELINE AND JULIE GO BOATING (1974, Jacques Rivette, France)

12. THE HEROIC TRIO สวยประหาร (1993, Johnnie To, Hong Kong)
----
METHYLENE BLUE (2020 Chulayarnnon Siriphol, 41min, A+30)

1.เป็นวิดีโอที่พูดถึงการชุมนุมประท้วงในไทยในปี 2020 +  เนื้อหาจากหนังสือของคุณ Prontip Mankhong +  big cleaning day ในปี 2010 + รวมมิตรงานภาพยนตร์เก่า ๆ ของเข้ ทั้ง THE BIRTH OF THE GOLDEN SNAIL, GOLDEN SPIRAL, GIVE US A LITTLE MORE TIME  และ BEHIND THE PAINTING

2.มีการนำแชทของฝ่ายที่เกลียดชังผู้ชุมนุมประท้วงมาขึ้นจอ รุนแรงมาก ๆ

3.การร้องเพลงในหนังเรื่องนี้ก็รุนแรงมาก ๆ

4.เข้าใจว่าชื่อหนังมาจากชื่อสีย้อมที่ใช้ในน้ำที่ฉีดใส่กลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงอย่างรุนแรง และหนังก็เล่นกับสีน้ำเงินในแง่ visual ด้วย

RIP MICHEL DEVILLE (1931-2023)

เคยดูหนังของเขาแค่ 4 เรื่อง แต่ชอบหนังของเขาอย่างสุด ๆ รู้สึกว่า "โครงสร้างการเล่าเรื่อง" ของเขาในหนัง 3 ใน 4 เรื่องที่ได้ดูมันน่าสนใจมาก ๆ

หนัง 4 เรื่องที่ได้ดูคือ

1.DOSSIER 51 (1978)

2. LA LECTRICE (1988)

3. LA MALADIE DE SACHS (1999)

4.ALMOST PEACEFUL (2002)

ใน 4 เรื่องนี้มีแค่ ALMOST PEACEFUL เพียงเรื่องเดียวที่ใช้โครงสร้างการเล่าเรื่องแบบธรรมดา ส่วนอีก 3 เรื่องนั้นไม่ธรรมดา โดย DOSSIER 51 นั้นเล่าเรื่องของผู้ชายคนหนึ่งผ่านทางคำบอกเล่าของผู้คนจำนวนมากเกี่ยวกับผู้ชายคนนี้, LA LECTRICE ประกอบด้วย"เรื่องเล่าซ้อนเรื่องเล่า" หลายเรื่องส่วน  LA MALADIE DE SACHS เป็นการเล่าเรื่องชีวิตหมอหนุ่มคนหนึ่งแบบเป็น fragments หลาย ๆ ส่วนมาประกอบกัน และมีบางส่วนที่เป็น "หนังผี" มาผสมอยู่ในชีวิตหมอคนนี้ด้วย

ส่วน ALMOST PEACEFUL นั้น ถึงแม้โครงสร้างการเล่าเรื่องจะธรรมดากว่าเรื่องอื่น ๆ ของเขา แต่จุด focus ของหนังก็น่าสนใจ เพราะหนังเล่าถึงชีวิตของกลุ่มคนที่รอดจาก Holocaust ขณะพยายามตั้งต้นชีวิตใหม่หลัง WWII เพราะฉะนั้นหนังก็เลยไม่ได้มีความ drama มากนัก และแตกต่างจากหนังจำนวนมากที่พูดถึงความทุกข์ยากใน WWII เป็นหลัก
-----
บันทึกว่าวันนี้เป็นหนึ่งในวันที่รู้สึกหิวโฮกที่สุดในรอบหลายเดือน เพราะวันนี้ดูหนังใน JAPAN FILM FESTIVAL ติดกัน 4 เรื่อง ตั้งแต่ KIDS KONFERENCE (2022, Tomo Goda, documentary, 88min, A+30), LESSON IN MURDER (2022, Kazuya Shiraishi, 128min, A+30), AND SO THE BATON IS PASSED (2021, Tetsu Maeda, 137min, B+ ), INTOLERANCE (2021, Keisuke Yoshida, 107min, A+30) แล้วรอบฉายที่ HOUSE มันกระชั้นมาก ๆ จนไม่มีเวลาแดกข้าวแบบเต็มมื้อระหว่างวันเลย ก็เลยหิวโฮกมาก ๆ ซึ่งแตกต่างจากตอน WORLD FILM FESTIVAL OF BANGKOK  ที่เราดูหนัง 4-5 เรื่องต่อวัน แต่รอบฉายมันห่างกันในบางรอบจนเรามีเวลาไปแดกข้าวจนอิ่ม

พอดูหนัง 4 เรื่องในวันนี้จบแล้ว ก็เลยขอแดกข้าวเย็นแล้วตามด้วยขนมเค้กให้สะใจ 555
‐----
พอดู YOU & ME & ME (A+30) แล้วนึกถึง การ์ตูนเรื่อง CIPHER (1985-1990, Minako Narita) ด้วย ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ ฝาแฝดหนุ่มหล่อสองคน Cipher กับ Siva ที่ชอบสลับตัวกันเพื่อหลอกคนอื่น ๆ แต่หลอกนางเอกไม่เคยได้ เพราะนางเอกมี sense บางอย่างที่แยกสองหนุ่มหล่อนี้ออกได้ในทันที

นึกถึงการ์ตูนเรื่อง TOUCH (1981-1986, Mitsuru Adachi) ด้วย ที่เกี่ยวกับฝาแฝดหนุ่มหล่อ 2 คนเหมือนกัน
‐----
ตอนช่วง ASEAN FILM FESTIVAL ในเดือนม.ค. มีฝรั่งโรคจิตคนหนึ่ง แย่งที่นั่งคนอื่น ๆ พอพนักงานมาบอกให้เขานั่งตามที่นั่งในตั๋ว เขาก็ด่าทอพนักงานอย่างรุนแรงหนักมาก ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นฝ่ายผิด

วันนี้มีเพื่อนมาเล่าให้ฟังว่า เกิดเหตุการณ์แบบเดียวกันนี้ที่โรงหนังอีกแห่งในวันนี้ แต่เราไม่รู้ว่าเป็นฝรั่งคนเดียวกันกับที่มาอาละวาดใน ASEAN FILM FESTIVAL หรือเปล่า บางทีอาจจะเป็นคนละคนกัน

อย่างไรก็ดี สรุปได้ว่ามีฝรั่งโรคจิตกำลังตระเวนสร้างความเดือดร้อนตามโรงหนังในกรุงเทพช่วงนี้ เพราะฉะนั้นทางโรงหนังควรเตรียมรปภ.ให้พร้อมรับมือกับคนโรคจิตไว้ค่ะ 

No comments: