Saturday, May 23, 2026

TOP GUN

 

ขอบคุณมากครับ ผมเคยดู FULL MOON ตอนที่มันมาฉายใน Bangkok Film Festival ผมชอบหนังเรื่องนี้มาก ๆ เลยครับ ดีใจที่ได้รู้ว่ามันมาลงยูทูบด้วย ส่วน ASSA กับ I WALKED AROUND MOSCOW ผมไม่เคยรู้จักมาก่อน ขอบคุณมาก ๆ เลยครับที่แนะนำ

 

ROSSO ADVERTISEMENT

https://www.youtube.com/watch?v=Kd3TT-qDXco

++++

เพิ่งรู้ว่า DAY OF THE FULL MOON (1998, Karen Shakhnazarov, Russia, 93min, A+30) มีลงให้ดูในยูทูบอย่างเป็นทางการด้วย เราเคยดูหนังเรื่องนี้ทางโรงภาพยนตร์ในห้างเอ็มโพเรียมใน Bangkok Film Festival ในวันที่ 1 ต.ค.ปี 2000 และถือเป็นหนังที่เราจัดให้เป็น LIMITLESS CINEMA อีกเรื่องนึง เพราะหนังเรื่องนี้เหมือนช่วยผลักขอบเขตความเป็นไปได้ทางภาพยนตร์ออกไปสำหรับมุมมองของเราในตอนนั้น

 

คิดว่าหนังเรื่องนี้เหมาะฉายควบกับ WE ALL KNOW EACH OTHER (2007, Phuttiphong Aroonpheng, 57min, A+30) เพราะว่าหนังสองเรื่องนี้มีทั้งส่วนที่คล้ายกันและส่วนที่ตรงข้ามกัน โดยส่วนที่คล้ายกันก็คือว่า หนังทั้งสองเรื่องนี้เชื่อมโยงตัวละครจำนวนมากเข้าด้วยกัน โดยที่แทบไม่มีเนื้อเรื่องใด ๆ เลย ผู้ชมจะได้เห็นตัวละครจำนวนมากในหนังทั้งสองเรื่องนี้ แต่ได้เห็นตัวละครเหล่านั้นเพียงแค่คนละ 1-3 นาทีเท่านั้น

 

ส่วนที่ตรงข้ามกันก็คือว่า ตัวละครแต่ละคนใน DAY OF THE FULL MOON ถูกนำมาเชื่อมโยงกัน ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้จักกัน พวกเขาเพียงแค่มองเห็น “คนแปลกหน้า” ผ่านเข้ามาในสายตา แต่ตัวละครแต่ละคนใน WE ALL KNOW EACH OTHER ถูกนำมาเชื่อมโยงกัน เพราะว่าพวกเขา “รู้จักกัน”

 

หนังสองเรื่องนี้ก็เลยเหมือนเป็นเหรียญสองด้านของกันและกันโดยไม่ได้ตั้งใจ

 

DAY OF THE FULL MOON

https://youtu.be/JJNcqNScWlw?si=nCXjxw32fSq37bPH

++++

 

TOP GUN (1986, Tony Scott, A+30)

 

1. แทบเป็นลม ในที่สุดเราก็ได้ดูหนังเรื่องนี้ในจอใหญ่ หลังจากรอคอยมานานเกือบ 40 ปี

 

อย่างที่เราเคยเขียนเล่าไปแล้วว่า เราเคยคลั่งไคล้ Tom Cruise อย่างรุนแรงสุดขีดเมื่อราว 40 ปีก่อน หลังจากเราได้เห็นภาพของเขาตามสื่อต่าง ๆ ในช่วงที่เขาโด่งดังจาก TOP GUN แต่ตอนนั้นหนังเรื่อง TOP GUN ลาโรงไปแล้ว เราก็เลยไม่มีโอกาสได้ดูหนังเรื่องนี้ในโรงภาพยนตร์ ตอนนั้นในช่วงปิดเทอมปี 1987 เราก็เลยงดกินข้าวกลางวันราว 10 วัน เพื่อเก็บเงินค่าข้าวกลางวันที่แม่ให้ไว้วันละ 20 บาท พอเราเก็บเงินได้ 200 บาท เราก็เอาเงินนั้นไปซื้อวิดีโอหนังเรื่อง TOP GUN จากร้านแมงป่องสาขามาบุญครอง เป็นวิดีโอม้วนแรกที่เราซื้อในชีวิต ซึ่งแลกมาด้วยการงดกินข้าวกลางวัน 10 วันติดต่อกัน นี่แหละค่ะ พลังของความเงี่ยนผู้ชาย THE POWER OF LUST

 

2. แต่วิดีโอนั้นมันไม่มีซับไตเติลน่ะ เราก็เลยดูหนังเรื่องนี้แล้วไม่เข้าใจในหลาย ๆ จุด เพราะเราไม่เข้าใจว่าตัวละครพูดอะไรกัน โดยเฉพาะในฉากขับเครื่องบิน แล้วพอมันเป็นการดูทางจอทีวี มันก็เลยยิ่งแยกไม่ออกว่าตัวละครตัวไหนกำลังขับเครื่องบินอยู่ เพราะในฉากขับเครื่องบินนั้น เราแทบไม่เห็นหน้าตัวละครเลย เราจำแนกตัวละครได้ก็จากชื่อที่ติดอยู่บนหมวกกันน็อก แต่พอมันเป็นจอทีวี มันก็เลยแทบไม่เห็นชื่อบนหมวกกันน็อก เพราะฉะนั้นมันก็เลยยิ่งงงกันเข้าไปใหญ่ แต่สาเหตุหลักที่เราซื้อวิดีโอเรื่องนี้เพราะเรา want Tom Cruise เราก็เลยไม่ได้ติดใจอะไรมาก

 

3. จำได้ว่า หนังเรื่องนี้เคยมาเข้าโรงฉายอีกครั้งในปี 1987 หรือ 1988 ด้วย ที่โรงพาต้า แต่ตอนนั้นเราแอบแม่ออกไปดูหนังไม่ได้ เราก็เลยพลาดดู TOP GUN ในโรงทั้งสองครั้ง

 

4. แต่ในที่สุดเราก็ได้ดูหนังเรื่องนี้ในจอใหญ่ในปี 2026 หลังจากรอคอยมานานเกือบ 40 ปี ดีใจสุดขีด

 

พอดูแบบมีซับไตเติลแล้วเราก็ไม่ประหลาดใจที่เราเคยดูหนังเรื่องนี้แล้วไม่เข้าใจในฉากขับเครื่องบิน เพราะในฉากเหล่านั้นตัวละครมันคุยกันด้วยศัพท์เทคนิคมาก ๆ น่ะ เป็นศัพท์เทคนิคทั้งทางการบินและทางการทหาร พอได้ดูแบบมีซับไตเติลแล้วมันเลยทำให้ฉากขับเครื่องบินมันสนุกและลุ้นระทึกมาก ๆ และการดูในจอใหญ่ มันก็ทำให้เราแยกตัวละครออกในฉากขับเครื่องบินด้วย

 

คือตอนเราดู TOP GUN ทางวิดีโอแบบไม่มีซับไตเติลเมื่อราว 39 ปีก่อน เราก็เป็นลมกับความหล่อของ Tom Cruise แต่เราก็แอบงงว่า หนังเรื่องนี้มันสนุกมากจริง ๆ เหรอ มันดูแล้วลุ้นระทึกตื่นเต้นตรงไหนเหรอ แต่พอมาได้ดูแบบมีซับไตเติลในจอใหญ่ เราถึงเพิ่งเข้าใจว่า หนังเรื่องนี้มันสนุก, ลุ้นระทึก, ตื่นเต้นจริง ๆ แต่มันต้องอาศัยซับไตเติลและ “โรงภาพยนตร์” มันถึงทำให้หนังเรื่องนี้เปล่งศักยภาพที่แท้จริงออกมาได้

 

ตอนนี้เราก็เลยเข้าใจแล้วว่า ทำไมหนังหลายเรื่องที่เราดูแล้วสนุกสุดขีดในโรงภาพยนตร์ ถึงกลายเป็นหนังน่าเบื่อเมื่อหลาย ๆ คนได้ดูทาง Netflix 55555

 

5. ชอบดนตรี soundtrack ของ TOP GUN ในฉากเปิดมาก ๆ เป็นเพลงของ Harold Faltermeyer มันฟังดูแล้วมีมนตร์ขลังมาก ๆ คือตัวเพลงนั้นเราก็ชอบอยู่แล้ว แต่พอมาได้ฟังแบบดัง ๆ เสียงกระหึ่มในโรงภาพยนตร์แล้วมันรู้สึกเต็มตื้นขึ้นมาจริง ๆ แล้วมันฟังแล้วก็ nostalgic มาก ๆ ด้วย

 

ส่วนเพลง MIGHTY WINGS ของ Cheap Trick ก็ยังคงถือเป็น one of my most favorite soundtracks of all time

 

6. อีกสิ่งที่ฮามากก็คือว่า ตอนที่เราดูหนังเรื่องนี้ทางวิดีโอแบบไม่มีซับไตเติล เราไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า ตัวละครพระเอกมี “ปมเรื่องพ่อ” เพราะเราฟังไม่ออกว่าตัวละครคุยอะไรกัน จนกระทั่งเราได้มาดู TOP GUN ในจอใหญ่นี่แหละ เราถึงเพิ่งรู้เป็นครั้งแรกว่า ตัวละครพระเอกมี “ปมเรื่องพ่อ” ที่หายสาบสูญไปในช่วงสงคราม 55555

 

7. เพิ่งรู้ว่า Tim Robbins กับ Adrian Pasdar แสดงใน TOP GUN ด้วย รุนแรงมาก ๆ ซึ่งนั่นเท่ากับว่าหนังเรื่องนี้รวม “ดาราดัง” ถึง 4 คนในหนังเรื่องเดียวกัน ซึ่งก็คือ Tom Cruise, Val Kilmer, Meg Ryan, Tim Robbins

 

Adrian Pasdar นี่ถือเป็นหนึ่งในดาราหนุ่มที่เราเคย want มาก ๆ เมื่อราว 35-40 ปีก่อน เรา want เขามากจนเราเก็บเงินไปซื้อวิดีโอหนังเรื่อง VITAL SIGNS (1990, Marisa Silver) มาจากร้านลูกแมว ที่มาบุญครอง เพราะว่า Adrian Pasdar เล่นเป็นพระเอกในหนังเรื่อง VITAL SIGNS แต่เหมือนหลังจากนั้นเราก็แทบไม่เคยเห็นเขาอีกเลย จนกระทั่งมาได้เห็นเขาใน THE EXORCISM (2024, Joshua John Miller) ที่เขารับบทเป็นตัวประกอบเล็ก ๆ

 

เราก็เลยดีใจสุดขีดที่ได้เห็น Adrian Pasdar ในจอใหญ่ใน TOP GUN ถึงแม้เขาจะโผล่มาเพียงแค่ไม่กี่วินาทีก็ตาม

 

8. รู้สึกว่า Anthony Edwards หล่อมากใน TOP GUN ดีใจที่หลังจากนั้นเขาก็เหมือนไปได้ดีกับละครโทรทัศน์เรื่อง ER (1994-2008) นะ ถ้าหากเราเข้าใจไม่ผิด

 

9. การได้ดูในจอใหญ่ทำให้เราได้ชื่นชมความหล่อของนักแสดงคนอื่น ๆ ในหนังได้อย่างเต็มที่ด้วย นึกว่ามันคือ prequel ของ BEAU TRAVAIL (1999, Claire Denis) ในแง่การเป็นหนังที่ celebrate male bodies

 

ดาราหนุ่มหล่อคนอื่น ๆ ใน TOP GUN

 

9.1 John Stockwell ในบท Cougar นักบินหนุ่มที่เหมือนเกิด panic ในช่วงต้นเรื่อง หลังจากนั้นตัว John Stockwell ได้หันมาทำงานกำกับหนังด้วย ซึ่งรวมถึงกำกับหนังเรื่อง CRAZY/BEAUTIFUL (2001) ที่เราชอบมาก ๆ

 

9.2 Barry Tubb ในบท Wolfman นักบินที่โทรไปบอกนางเอกเรื่องพระเอกจะลาออก

 

เขาแสดงใน LONESOME DOVE, GUILTY BY SUSPICION (1991, Irwin Winkler) และ THE THREE BURIALS OF MELQUIADES ESTRADA (2005, Tommy Lee Jones) ด้วย

 

9.3 Rick Rossovich ในบท Slider หนุ่มหล่อคู่ขาของ Val Kilmer

 

เขาแสดงใน THE TERMINATOR (1984, James Cameron), ROXANNE (1987, Fred Schepisi) และ NAVY SEALS (1990, Lewis Teague) ด้วย

 

9.4 Whip Hubley ในบท Hollywood หนึ่งในนักเรียนใน Top Gun

 

เขาได้แสดงในละครทีวี MORE TALES OF THE CITY (1998) และ FURTHER TALES OF THE CITY (2001, Pierre Gang) ที่สร้างจากนิยายของ Armistead Maupin ด้วย

 

10. จำได้ว่าเพลง TAKE MY BREATH AWAY ของ Berlin โด่งดังสุดขีด เพราะเพลงนี้ชนะรางวัลออสการ์ แต่เราก็งงว่า หลังจากนั้นทำไมเราไม่ได้ยินชื่อของ Berlin อีกเลย

 

เมื่อกี้เราก็เลยไปอ่าน wikipedia แล้วก็เลยเพิ่งรู้ว่า วง Berlin เป็นวงที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1978 แต่พอเพลง TAKE MY BREATH AWAY โด่งดังขึ้นมาเพราะชนะรางวัลออสการ์ วงนี้ก็ยุบวงไปเลย เพราะสมาชิกในวงทะเลาะตบตีกันอย่างรุนแรงเพราะความโด่งดังของเพลงนี้

 

Berlin officially disbanded in 1987, because of both the lack of success of their album Count Three & Pray and personal disagreements over the single "Take My Breath Away". Terri Nunn, the singer, viewed it as a fresh new song that allowed the band to perform globally, while others disliked it as it had not been written or composed by any of them. (เพลงนี้แต่งโดย Giorgio Moroder and Tom Whitlock)

 

11. หลาย ๆ ฉากใน TOP GUN นี่เหมาะเอามาดัดแปลงเป็นหนังเกย์จริง ๆ โดยเฉพาะฉากระหว่าง Tom Cruise กับ Val Kilmer

 

จำได้ว่าในหนังเรื่อง SLEEP WITH ME (1994, Rory Kelly) มีการพูดถึง homoeroticism ใน TOP GUN ด้วย โดยตัวละครที่พูดเรื่องนี้คือตัวละครที่แสดงโดย Quentin Tarantino

 

12. ถึงแม้การได้ดู TOP GUN ในจอใหญ่ในปี 2026 มันจะให้ประสบการณ์ทางภาพยนตร์ที่ทรงพลังและดีงามกว่าการดูวิดีโอในปี 1987 เป็นอย่างมาก แต่มันก็มีปัจจัยสำคัญอันนึงที่ “ลดทอนความสุขของเรา” ในการดู TOP GUN ในปี 2026 เมื่อเทียบกับในปี 1987

 

ปัจจัยสำคัญอันนั้นก็คือ สถานการณ์ทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปในการรับรู้ของเรา

 

คือตอนที่เราดู TOP GUN ทางวิดีโอในปี 1987 ตอนนั้นเรายังคงเชื่อใน propaganda ของอเมริกาน่ะ 55555 ตอนนั้นเราเติบโตมาในยุคสงครามเย็น ถูกปลูกฝังให้หวาดกลัวคอมมิวนิสต์ โดยเฉพาะโซเวียตและเวียดนาม และตอนนั้นเราก็ยังไม่เคยรับรู้เรื่องความเลวร้ายที่สหรัฐทำไว้ในภูมิภาคลาตินอเมริกาอะไรใด ๆ เลยด้วย และตอนนั้นเราก็ยังไม่ได้ดูหนังอย่าง CASUALTIES OF WAR (1989, Brian De Palma) ที่พูดถึงความเลวร้ายที่สหรัฐทำไว้ในเวียดนาม

 

เพราะฉะนั้นตอนที่เราดู TOP GUN ทางวิดีโอในปี 1987 เราก็เลยไม่ได้รู้สึกตะขิดตะขวงใจอะไรใด ๆ กับ “ทหารสหรัฐ” ในหนัง เหมือนเราสามารถตกหลุมรักทหารสหรัฐในหนังได้ทั้งทางกายและทางใจ ไม่มี moral dilemma

 

แต่พอมาในยุคปัจจุบันนี้ และยิ่งในช่วงที่เกิด “สงครามอิหร่าน” ในตอนนี้ การได้เห็น “ทหารสหรัฐ” ในหนัง มันก็เลยทำให้เรารู้สึกแย่ขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ เหมือนเป็นการดูหนังที่เราต้องยอมรับว่า ตัว political aspect ของหนังอาจจะทำให้เรารู้สึกแย่ในปัจจุบันนี้ และเราก็ต้องแยกความรู้สึกนี้ออกจากความดีงามของหนังในฐานะที่เป็น a celebration of male bodies

 

เราเคยเขียนถึง TOP GUN ไว้ที่นี่

https://web.facebook.com/photo/?fbid=10228840727826357&set=a.10206445257193588

 

++++++

รายงานผลประกอบการประจำวันที่ 17-19 พ.ค. 2026

 

Sunday 17 May 2026

 

1. MERRILY WE ROLL ALONG (2025, Maria Friedman, recorded stage play, 145min, A+30)

 

ดูที่ SF Central World รอบ 14.30 น.

 

ดูแล้วร้องห่มร้องไห้อย่างรุนแรง

 

อยากให้มีคนเอาบันทึกการแสดงละครเวทีมาลงโรงฉายแบบนี้อีกบ่อย ๆ

 

2. BILLIE EILISH: HIT ME HARD AND SOFT (2026, James Cameron, Billie Eilish, documentary, concert film, 114min, A+30)

 

ดูที่เอ็มควอเทียร์ รอบ 19.00 น.

 

Monday 18 May 2026

 

3. TOP GUN (1986, Tony Scott, A+30)

 

ดูที่เอสพลานาด รัชดา รอบ 12.00 น.

 

4. 3 GOOD GUYS (2026, Boi Kwong, Singapore, A+)

 

ดูที่เอสพลานาด รัชดา รอบ 14.50 น.

 

ชอบตัวไอเดียหลักของหนัง แต่ไม่ได้ชอบตัว execution หรือผลลัพธ์ที่ออกมามากนัก

 

ชอบที่ไอเดียหลักของมันทำให้นึกถึงพวก A CHRISTMAS CAROL (1843) ของ Charles Dickens หรือพวก “หนังคริสต์มาส” ที่ตัวละครที่โลภมาก greedy จะเจอกับปาฏิหาริย์และได้รับบทเรียนจากปาฏิหาริย์หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และบทเรียนดังกล่าวก็ทำให้พวกเขากลับตัวกลับใจได้ในตอนจบ แต่หนังเรื่องนี้พลิกจาก “คริสต์มาส” และ “บทเรียนเรื่อง greed” มาเป็นบทเรียนเรื่อง “การปฏิบัติดีปฏิบัติชอบต่อหญิงคนรัก” แทน

 

5. MOTHER MARY (2026, David Lowery, A+30)

 

ดูที่เอสพลานาด รัชดา รอบ 16.50 น.

 

6. MORTAL KOMBAT II (2026, Simon McQuoid, A+30)

 

ดูที่เอสพลานาด รัชดา รอบ 19.30 น.

 

ไม่เคยนึกมาก่อนว่า MORTAL KOMBAT จะสนุกขนาดนี้ ชอบที่หนังมีตัวละครหญิงบู๊หลายตัวที่ใช้อาวุธแตกต่างกันไป

 

เป็นหนังที่ชอบเกินคาดมาก ๆ ทำให้นึกถึง DUNGEONS & DRAGONS: HONOR AMONG THIEVES (2023, John Francis Daley, Jonathan Goldstein) ที่ถือเป็นหนังที่เราชอบมากเกินคาดเช่นกัน

 

TUESDAY 19 MAY 2026

 

7. THAT TIME I GOT REINCARNATED AS A SLIME THE MOVIE: TEARS OF THE AZURE SEA (2026, Yasuhito Kikuchi, Japan, animation, A+30)

 

ดูที่พารากอน รอบ 11.30

 

8. GHOSTFLUENCER สาปเมือง (2026, Anawat Phromchae, A+30)

 

ดูที่พารากอน รอบ 14.00

 

9. THE SHEEP DETECTIVES (2026, Kyle Balda, Ireland, A+30)

 

ดูที่พารากอน รอบ 16.30

 

10. KRISHNAVATARAM – PART 1: THE HEART (HRIDAYAM) (2026, Hardik Gajjar, India, 150min, A+25)

 

ดูที่ SF Terminal 21 รอบ 20.30

 

ต้องกราบขอบพระคุณหนังอินเดียเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง เพราะถ้าหากเราไม่ได้เดินทางมาดูหนังอินเดียเรื่องนี้ที่ Terminal 21 ในวันอังคารที่ 19 พ.ค. เราก็คงไม่ได้สวนกับน้องกีวี่โดยบังเอิญที่บันไดเลื่อนในวันนั้น

 

การเดินทางมาดูหนังเรื่องนี้ ก็เลยส่งผลให้เราได้เจอน้องกีวี่ตัวจริงเป็นครั้งแรกหลังจากรู้จักกันทาง Facebook มานานราว 15 ปี 55555

++++

 

โปรแกรมหนังประวัติศาสตร์อิตาลีที่นิวยอร์ค น่าดูมาก ๆ เราเคยดูแค่ 6 จาก 29 เรื่องในโปรแกรมนี้

 

หนังที่เราเคยดูในโปรแกรมนี้

 

1. THE LEOPARD (1963, Luchino Visconti)

 

2. CAPRI-REVOLUTION (2018, Mario Martone)

 

3. MARTIN EDEN (2019, Pietro Marcello)

 

4. AMARCORD (1973, Federico Fellini)

 

5. VERMIGLIO (2024, Maura Delpero)

 

6. HAPPY AS LAZZARO (2018, Alice Rohrwacher)

 

++++

No comments: