Sunday, March 08, 2015

KON-KAE-KEAN (2015, Wichaya Artamat, stage play, A+15)

KON-KAE-KEAN (2015, Wichaya Artamat, stage play, A+15)
NITARN PANALEE (2015, Ben Busarakamwong, stage play, A+10)
FLOWER (2015, Champ Chatchawat, A+)

รู้สึกเหมือนมันสั้นไป 555 คือเราไม่เคยดูละครเวทีสั้นๆแบบเดี่ยวๆยังงี้มาก่อนน่ะ เคยดูแต่ละครเวทีสั้นๆที่เป็นหลายๆเรื่องมาต่อกัน พอมาดูละครเวทีแบบ 15 นาทีจบ แล้วไม่มีอะไรต่อ เราก็เลยงงๆทางอารมณ์ เหมือนยังปรับอารมณ์ไม่ทัน 555

แต่ชอบไอเดียของ NITARN PANALEE มากๆนะ ที่มันมีลักษณะคล้ายๆการทรงเจ้าเข้าผีอยู่ด้วยน่ะ เพราะมันทำให้เรานึกขึ้นมาได้ว่า จริงๆแล้วการทรงเจ้าเข้าผีมันก็มีลักษณะคล้ายๆละครเวทีอยู่เหมือนกัน เพราะคนทรงเจ้ามันต้อง perform สดๆต่อหน้าคนดูเหมือนกัน แล้วทำให้คนดูเชื่อให้ได้ว่า สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าไม่ใช่คนทรงเจ้าธรรมดา แต่เป็นอะไรอย่างอื่นซ้อนทับอยู่ในตัวคนทรงเจ้า (คนแสดง) ด้วย

เราว่าคน-แก่-เกียน มีความน่าสนใจในแง่ concept นะ ตอนช่วงแรกเราจะงงว่าเราควรทำอย่างไรกับเสียงพูดสองเสียงที่อยู่ตรงหน้า เราก็เลยเน้นฟังแต่ภาษาไทย เพราะเราไม่สามารถแยกสมาธิฟังทั้งสองเสียงได้ในขณะเดียวกัน แล้วหลังจากนั้นเราถึงค่อยพยายามหาทางเชื่อมโยงว่าเสียงทั้งสองมันสัมพันธ์กันยังไง แล้วจริงๆแล้วละครเรื่องนี้มันต้องการจะสื่ออะไรหรือกระตุ้นให้เราคิดถึงประเด็นอะไรบ้าง สรุปว่าเราว่าละครเรื่องนี้มันใช้กลวิธีที่แปลกใหม่และน่าสนใจดี กระตุ้นความคิดดี ถึงแม้ว่าในทางอารมณ์แล้วมันจะงงๆอยู่บ้าง 555

ส่วน NITARN PANALEE นั้นน่าเสียดายที่เราสมาธิหลุดเล็กน้อยขณะดู เราก็เลยตามเนื้อเรื่องนิทานได้ไม่ตลอด ซึ่งก็อาจจะเป็นแค่เราเองคนเดียวที่สมาธิหลุด ผู้ชมคนอื่นๆอาจจะไม่เป็นแบบเรา แต่ในอีกแง่นึง เราก็รู้สึกว่า space ของการแสดงอันนี้กับ space ที่ใช้จัดแสดง PSYCHEDELIC ODYSSEY (2015, Teeraphan Ngowjeenanan, video installation, A+10) มันมีส่วนในการทำให้เราสมาธิหลุด หรือมีส่วนในการทำให้เราไม่ได้รับพลังอย่างเต็มที่จากตัวการแสดง/วิดีโอน่ะ

คือผู้ชมคนอื่นๆอาจจะไม่เป็นแบบเรานะ อาจจะเป็นแค่เราเองคนเดียวที่ถูก distract ได้ง่ายๆแบบนี้ คือเรารู้สึกว่า งานที่เราชอบที่สุดในนิทรรศการ SPACE OH THESE (CRA)ZY นี้คือ THE SEMINAR 0.1 (2015, Wachara Kanha, A+30) น่ะ ซึ่งแน่นอนว่าสาเหตุสำคัญเป็นเพราะว่าเราเป็นแฟนเดนตายของวชร กัณหาอยู่แล้ว แต่อีกสาเหตุหนึ่งเป็นเพราะว่า space ที่ใช้จัดแสดงวิดีโอนี้ในห้องส้วม มันทำให้เรามีสมาธิมากๆกับตัวงาน และมันทำให้เราได้รับพลังอารมณ์ความรู้สึกอย่างเต็มที่จากตัวผลงานน่ะ

และในแง่เดียวกัน พอ “คน-แก่-เกียน” จัดแสดงในห้องมืดที่แทบไม่มีสิ่งใดมารบกวน เราก็เลยมีสมาธิกับการแสดงนี้ได้เต็มที่เหมือนกัน

เพราะฉะนั้น เราก็เลยคิดว่า PSYCHEDELIC ODYSSEY และ NITARN PANALEEจะทรงพลังกว่านี้สำหรับเรา ถ้ามันได้ space แบบเดียวกับ “คน-แก่-เกียน” น่ะ คือจัดแสดงในห้องมืดๆไปเลย หรือในพื้นที่ที่ไม่มีสิ่งอื่นๆมา distract เราได้ง่ายๆ


ส่วน FLOWER นั้นเป็นการแสดงที่น่ารักมากๆ แต่ปกติแล้วเราไม่ได้เป็นแฟนการแสดงแบบ pantomime น่ะ เราก็เลยไม่ได้รู้สึกอะไรมากเท่าไหร่