Friday, September 06, 2019

THE DIVINE FURY (2019, Kim Joo-hwan, South Korea, A+15)


THE DIVINE FURY (2019, Kim Joo-hwan, South Korea, A+15)

--ชอบช่วงครึ่งแรกมากๆ เพราะช่วงครึ่งแรกเหมือนหนังมันมีศักยภาพที่จะกลายเป็นหนังที่แนวเราอยากดู นั่นก็คือแนวที่คล้ายกับหนังสือการ์ตูนเรื่อง AMATERASU ของ Suzue Miuchi ที่เหมือนเป็นการต่อสู้กันของอิทธิฤทธิ์เวทมนต์แบบไร้ขีดจำกัด

คือถ้าหากเราจำไม่ผิด ในการ์ตูน AMATERASU มันเหมือนจะมีลัทธิบูชาปีศาจ, ซาตานอยู่ในนั้นเหมือนกันน่ะ โดยที่ลัทธินี้จะมีเครื่องมืออันหนึ่งเป็นวงดนตรีที่โด่งดัง แล้วแฟนเพลงของวงนี้ก็จะเหมือนถูกมนต์สะกดให้กลายเป็นสาวก

คือเหมือนพวกผู้ร้ายใน AMATERASU จะมีอะไรเกี่ยวข้องกับซาตาน หรืออะไรคริสต์ๆ แต่พวกผู้ร้ายใน AMATERASU ไม่ได้ตบตีกับวาติกัน แต่ตบตีกับเจ้าแม่ดวงตะวัน Amaterasu ของญี่ปุ่น เราก็เลยรู้สึกว่า AMATERASU มันสร้าง “จักรวาล” ของมันเองที่ไปไกลมากๆ คือการ์ตูนเรื่องนี้เหมือนแต่งไม่จบ เราได้อ่านมันแค่ไม่กี่เล่มก็จริง แต่เรารู้สึกว่าการ์ตูนเรื่องนี้มันมีศักยภาพที่จะสามารถครอบคลุมทุกความเฮี้ยนบนโลก เหมือนถ้าเอาจริงๆแล้ว การ์ตูนเรื่องนี้มันสามารถผนวกเอาเทพฮินดู, ปิรามิดของชนเผ่ามายา หรืออะไรก็ตามเข้ามาในเรื่องได้ด้วย

--เราก็เลยชอบครึ่งแรกของ THE DIVINE FURY มากๆ เพราะมันมี “หมอผี” ของเกาหลีใต้ และการต่อสู้กันของฝ่ายพระเอกกับฝ่ายผู้ร้ายในช่วงครึ่งแรก มันเป็นอะไรคริสต์ๆก็จริง แต่ดูแล้วเรานึกถึง “คุณไสยของเขมร” มากๆ แบบว่าฝ่ายผู้ร้ายปล่อยคุณไสยไปเข้าคนอื่นๆ แต่ถ้าหากเจอคนที่มีอิทธิฤทธิ์ คุณไสยนั้นก็จะกลับไปเข้าตัวคนปล่อยคุณไสยซะเอง

--เราก็เลยรู้สึกว่าช่วงครึ่งแรกของ THE DIVINE FURY เข้าทางเรามากๆ แต่พอช่วงครึ่งหลัง เราก็รู้สึกว่ามันก็ไม่ได้ไปไกลกว่า “หนังปราบผี” แบบคาทอลิกเรื่องอื่นๆที่เคยดูมาน่ะ อย่างเช่น THE EXORCIST,  หนังตระกูล THE CONJURING อะไรพวกนี้

No comments: