เนื้อเพลง INDIA SONG แปลโดยกูเกิล
Song,
You who want to say nothing
You who speak to me of her
And you who tell me everything
Oh, you,
That we danced together
You who spoke to me of her
Of her who sang to
you
You who spoke to me of her
Of her forgotten name
Of her body, of my body
Of that love
Of that dead love
Song,
Of my distant land
You who will speak of her
Now vanished
You who speak to me of her
Of her erased body
Of her nights, of our nights
Of that desire
Of that dead desire
Song,
You who want to say nothing
You who speak to me
of her
And you who tell me
everything
And you who tell me
everything
เนื้อเพลง INDIA SONG
Chanson,
Toi qui ne veux rien dire
Toi qui me parles d'elle
Et toi qui me dis tout
Ô, toi, Que nous dansions ensemble
Toi qui me parlais d'elle
D'elle qui te chantait
Toi qui me parlais d'elle
De son nom oublié
De son corps, de mon corps
De cet amour là
De cet amour mort
Chanson,
De ma terre lointaine
Toi qui parleras d'elle
Maintenant disparue
Toi qui me parles d'elle
De son corps effacé
De ses nuits, de nos nuits
De ce désir là
De ce désir mort
Chanson,
Toi qui ne veux rien dire
Toi qui me parles d'elle
Et toi qui me dit tout
Et toi qui me dit tout
+++
RIP LUIS PUENZO (1946-2026)
Luis Puenzo เสียชีวิตเมื่อวันที่ 21
เม.ย.ขณะอายุได้ 80 ปี เราเคยดูหนังที่เขากำกับแค่เรื่องเดียว ซึ่งก็คือ THE
PLAGUE (1992, Luis Puenzo, France/UK/Argentina) ที่ทาง Filmvirus
เคยนำมาฉาย หนังเรื่องนี้สร้างจากบทประพันธ์ของ Albert Camus
และนำแสดงโดย Sandrine Bonnaire กับ William
Hurt
Luis Puenzo เคยกำกับ THE OFFICIAL STORY
(1985, Argentina)
ที่ได้รับรางวัลออสการ์หนังภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม และเขาก็กำกับ OLD
GRINGO (1989) ที่ส่งผลให้ Jane Fonda ได้เข้าชิงรางวัล
Razzie สาขา Worst Actress แต่ผู้ชนะรางวัล
Worst Actress ในปีนั้นคือ Heather Locklear จาก THE RETURN OF SWAMP THING (1989, Jim Wynorski)
ภาพจาก THE PLAGUE
++++
DOUBLE DOUBLE BILL FILM WISH LIST
FIRST DOUBLE BILL -- MY FAVORITE ROMANTIC FILMS
THE DRAMA (2026, Kristoffer Borgli)
+ REMINDERS OF HIM ร่องรอยรัก (2026,
Vanessa Caswill)
SECOND DOUBLE BILL – MY FAVORITE COMEDY OF MANNERS FILMS
THE DRAMA (2026, Kristoffer Borgli)
+ THE MISANTHROPE "เกลียดมนุษย์" (2017,
Clement Hervieu-Leger, filmed theater, from the play by Molière, 180min)
1. เป็นโชคดีของ REMINDERS OF HIM มาก ๆ ที่เราได้ดูหนังเรื่องนี้ก่อนดู THE DRAMA เพราะว่าถ้าหากเราได้ดู
REMINDERS OF HIM หลังจากดู THE DRAMA ระดับความชอบของเราที่มีต่อ
REMINDERS OF HIM อาจจะลดลงไปเยอะ
อย่างที่ทุกคนรู้กันดีอยู่แล้วว่า
ปกติแล้วเราจะไม่อินกับ “หนังโรแมนติกโดยทั่วไป” ซึ่งสาเหตุสำคัญอาจจะเป็นเพราะว่า
หนังโรแมนติกโดยทั่วไปชอบนำเสนอตัวละครนางเอกที่เป็น “สาวสวย น่ารัก นิสัยดี
อ่อนหวาน น่าทะนุถนอม” อะไรทำนองนี้ เพื่อตอบสนอง romantic fantasy ของผู้ชมเพศชายบางกลุ่ม (อย่างเช่น THE STORY OF A SMALL TOWN
(1979, Lee Hsing, Taiwan, A+30)) ซึ่งตัวละครนางเอกประเภทนี้เป็นตัวละครที่เราไม่สามารถ
identify ตัวเองด้วยได้แต่อย่างใด เราก็เลยไม่ค่อยอินกับหนังโรแมนติกเหล่านี้
และปัจจัยนี้ก็เลยเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เราชอบ
REMINDERS OF HIM มาก ๆ เพราะตัวละครนางเอกของหนังเรื่องนี้มีความแตกต่างจากตัวละครนางเอกในหนังกลุ่มข้างต้น
REMINDERS OF HIM ก็เลยกลายเป็นหนังโรแมนติกที่เราชอบสุดขีดเรื่องนึง
แต่พอเราได้ดู THE DRAMA หนังเรื่องนี้ก็เลยทำให้เรานึกถึง
REMINDERS OF HIM มาก ๆ ในบางจุด
ซึ่งเราคงไม่สามารถเขียนถึงมันได้ในตอนนี้ เพราะเดี๋ยวมันจะเป็นการสปอยล์ THE
DRAMA แต่เรารู้สึกว่า THE DRAMA มันทำให้ REMINDERS
OF HIM จืดไปเลย เพราะพอเทียบหนังสองเรื่องนี้เข้าด้วยกันแล้ว
เรารู้สึกว่า THE DRAMA มันผลักดันอะไรหลาย ๆ อย่างไปไกลกว่า
REMINDERS OF HIM มาก ๆ และมันมี “ความไม่ประนีประนอม”
สูงมาก ๆ เมื่อเทียบกับ REMINDERS OF HIM (แน่นอนว่า
THE DRAMA มันมีความประนีประนอมสูงมากเมื่อเทียบกับ “หนังอาร์ตเฮาส์”
แต่มันขึ้นอยู่กับว่า คุณเลือกจะเทียบ THE DRAMA กับอะไร
55555)
เราก็เลยรู้สึกว่า เป็นโชคดีมาก ๆ สำหรับ REMINDERS
OF HIM ที่เราได้ดูหนังเรื่องนี้ก่อนดู THE DRAMA เพราะทั้งสองเป็น “หนังโรแมนติก” ที่เราอินด้วยมาก ๆ ในระดับนึงด้วยเหตุผลที่ใกล้เคียงกัน
แต่ถ้าหากเทียบหนังสองเรื่องนี้เข้าด้วยกันแล้ว REMINDERS OF HIM เหมือนเป็นการวิ่งริมชายหาดประจวบคีรีขันธ์ระยะ 10 กิโลเมตร แต่ THE
DRAMA เป็นการวิ่งฝ่าดงกับระเบิดระยะ 10 กิโลเมตร
2. THE DRAMA ทำให้เรานึกถึง
THE MISANTHROPE “เกลียดมนุษย์” มาก ๆ ด้วย เพราะหนังทั้งสองเรื่องนี้มันตั้งคำถามเกี่ยวกับประเด็นที่ว่า
“เราควรพูดตอแหล หรือเราควรพูดความจริง” เหมือน ๆ กัน และหนังทั้งสองเรื่องนี้มันเหมือนวิเคราะห์ท่าที,
มารยาท และทัศนคติของผู้คนในสังคมเหมือน ๆ กัน เพียงแต่ว่า THE MISANTHROPE
มันมุ่งเป้าไปที่ประเด็นนี้เป็นหลัก ส่วน THE DRAMA อาจจะแตะประเด็นนี้เพียงแค่นิดหน่อยเท่านั้น และอาจจะให้ความสำคัญกับประเด็นอื่น
ๆ มากกว่า
ถ้าหากเราจำไม่ผิด ตัวละครพระเอกของ THE
MISANTHROPE “เกลียดมนุษย์” คือ Alceste ชายหนุ่มที่มุ่งมั่นที่จะ
“ไม่พูดตอแหล” เขาพูดตามสิ่งที่เขาคิดจริง ๆ เพราะฉะนั้นเขาก็เลยพูดตำหนิข้อบกพร่องของเพื่อน
ๆ ทุกคนในสังคมรอบตัวเขา จนเขากลายเป็นที่รังเกียจของสังคมในที่สุด และเขาก็รังเกียจตัวเองด้วยที่เขาตกหลุมรัก
Célimène หญิงสาวที่เข้าสังคมได้อย่างคล่องแคล่ว
เราชอบ THE MISANTHROPE “เกลียดมนุษย์”
มาก ๆ เพราะมันเหมือนชำแหละ “มารยาททางสังคม” ได้อย่างรุนแรงสุดขีดมาก
และมันเล่นกับประเด็นเรื่อง “การพูดตอแหล การพูดความจริง และความเหมาะสมทางสังคม”
ได้อย่างละเอียดยิบมาก ๆ
เพราะฉะนั้นพอเราดู THE DRAMA เราก็เลยนึกถึง THE MISANTHROPE “เกลียดมนุษย์”
มากพอสมควร เพราะถึงแม้ว่าประเด็นหลักของหนังทั้งสองเรื่องนี้ไม่เหมือนกัน
แต่หนังทั้งสองเรื่องนี้ก็นำเสนอ HYPOCRISY ของผู้คนในสังคมได้อย่างน่าสนใจสุดขีดสำหรับเราเหมือน
ๆ กัน
3. เราไม่แน่ใจว่า THE DRAMA นี่ถือเป็น COMEDY OF MANNERS ได้หรือเปล่านะ
แต่เราอยากให้มีคนเขียนวิเคราะห์ THE DRAMA โดยเทียบกับหนัง COMEDY
OF MANNERS เรื่องอื่น ๆ มาก ๆ เพื่อดูว่าหนัง COMEDY OF
MANNERS แต่ละเรื่อง มัน “สะท้อนสังคมที่แตกต่างกัน” ได้อย่างแตกต่างกันอย่างไร,
หนัง COMEDY OF MANNERS แต่ละเรื่อง มันชำแหละมนุษย์ได้ดีเพียงใด
และตัวละครนางเอกของ THE DRAMA มันมีความเหมือนหรือความแตกต่างกันอย่างไรกับตัวละครนางเอกของหนัง
COMEDY OF MANNERS เรื่องอื่น ๆ
หนังที่เราเข้าใจว่าเป็น COMEDY OF
MANNERS ก็มีเช่น
(เรายังไม่ได้ดูหนังบางเรื่องในลิสท์ข้างล่างนี้นะ ข้อมูลพวกนี้เรากูเกิลเอา
เพื่อดูว่าอินเทอร์เน็ตมันบอกว่าหนังเรื่องใดบ้างเป็น COMEDY OF MANNERS)
3.1 THE FAN (1949, Otto Preminger) สร้างจากบทละครเวที
LADY WINDERMERE’S FAN ของ Oscar Wilde
3.2 SMILES OF A SUMMER NIGHT (1955, Ingmar Bergman, Sweden)
3.3 MY FAIR LADY (1964, George Cukor)
3.4 MY NIGHT AT MAUD’S (1969, Eric Rohmer, France)
3.5 THE HEARTBREAK KID (1972, Elaine May)
3.6 A ROOM WITH A VIEW (1986, James Ivory)
3.7 MAY FOOLS (1990, Louis Malle, France)
3.8 THE REMAINS OF THE DAY (1993, James Ivory)
3.9 THE IMPORTANCE OF BEING EARNEST (2002, Oliver Parker, from
a play by Oscar Wilde)
3.10 THE MISANTHROPE "เกลียดมนุษย์"
(2017, Clement Hervieu-Leger, filmed theater)
No comments:
Post a Comment