4. TO YOU TWO! BEST SELECTION (1992) – Chikaco Sawada
อัลบัมเพลงชุดนี้เป็นอัลบัมของ Chikaco
Sawada ที่เราชอบสุดขีด แต่มันหาฟังไม่ได้ใน spotify เราเลยต้องไปขุดเอา tape cassette ที่เคยซื้อไว้ในราคา
60 บาทเมื่อ 34 ปีก่อนมาเปิดฟัง ปรากฏว่ายังเปิดฟังได้อยู่ กราบขอบพระคุณเทป Octopus
มาก ๆ ค่ะ ผ่านมานาน 34 ปีแล้วเทปยังเปิดฟังได้
แต่อัลบัมชุดนี้กลับหาฟังใน spotify ไม่ได้
อัลบัมชุดนี้มีเพลงเพราะ ๆ มากมาย
ซึ่งรวมถึงซิงเกิลของ Chikaco Sawada อย่างเช่น WASURERARENAI
(1992), FUTARI (1992), BOY (1991), KATAOMOI (1989), I...LOVE...YOU (1988)
เสียดายอยู่อย่างเดียวที่อัลบัมนี้ไม่มีเพลง
AITAI (1990) ซึ่งเป็นเพลงที่เราชอบมากที่สุดของ Chikaco
Sawada เราก็เลยต้องฟังเพลงนี้ในยูทูบแทน
ตัดสินไม่ได้ว่าระหว่าง Chikaco Sawada กับ Hiroko Yakushimaru นี่ใคร “เสียงหวาน” กว่ากัน
AITAI
https://youtu.be/9LZUBujHk18?si=B_8flY62FiJBUEhE
+++
เพิ่งรู้ว่า Joyce Sims นักร้องที่เราชื่นชอบมาก
ๆ เสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่เดือนต.ค. 2022 ขณะอายุได้ 63 ปี
คือข่าวเรื่องการเสียชีวิตของเธอไม่ได้มาถึงการรับรู้ของเราเลย
วันนี้เรากลับมาฟังเพลงของ Joyce Sims ในยูทูบ แล้วเราก็เลยลองเข้าไปอ่านวิกิพีเดีย
เพื่อดูว่าชีวิตของเธอเป็นอย่างไรบ้าง
เราก็เลยเพิ่งรู้ว่าเธอเสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่ปี 2022
โดยไม่มีการเปิดเผยสาเหตุของการเสียชีวิต เศร้าใจมาก ๆ
ชอบเพลง ALL AND ALL (1986), LIFETIME
LOVE (1987), COME INTO MY LIFE (1987) และ LOOKING FOR A LOVE (1989) ของ Joyce
Sims มาก ๆ
ALL AND ALL
https://youtu.be/1AGDEZQmJio?si=gMYtdsQdu66vgFH6
LIFETIME LOVE
https://youtu.be/YNFz5MkHBSE?si=rGN2IU0LTw6hCRVl
COME INTO MY LIFE
https://youtu.be/v_H23dEmO4Y?si=8630e9aT7YvIEW-5
LOOKING FOR A LOVE
https://youtu.be/Rib5le5WU0A?si=GmEKxrRpMdmXF-2g
+++
SOME THAI DVDS WITH ENGLISH SUBTITLES
มีเพื่อนต่างชาติถามเกี่ยวกับดีวีดีหนังไทยที่มีซับไตเติลภาษาอังกฤษ
ซึ่งที่เรามีติดตัวอยู่ก็มีแค่ไม่กี่เรื่อง ซึ่งรวมถึงเรื่องเหล่านี้
1. COUNTRY HOTEL (1957, R.D. Pestonji, 148min)
2. DARK HEAVEN (1958, R.D. Pestonji, 102min)
3. SUGAR IS NOT SWEET (1965, R.D. Pestonji, 134min)
4. MONEY MONEY MONEY (1965, Prince Anusornmongkolgan,
196min)
5. E-TAN (1968, Prince Anusornmongkolgan, 180min)
6. PARADISE ISLAND (1969, Prince Anusornmongkolgan, 153min)
7. POOR PEOPLE THE GREAT (2010, Boonsong Nakphoo, 76min)
+++
ลูกหมีฝาก HAPPY SONGKRAN ถึงทุกคนด้วยค่ะ
https://web.facebook.com/photo/?fbid=10243392253605407&set=a.10229204021028460
+++
แสดงว่าหนังเก่าที่สุดของ Wagner Moura ที่เราเคยดู น่าจะเป็น CARANDIRU (Héctor Babenco, 2003)
รู้สึกว่าเขาให้ vibe บางอย่างที่ทำให้นึกถึง
Mark Ruffalo ตอนหนุ่ม ๆ คือดูเป็นผู้ชายที่มีความ macho
แต่ไม่มากเกินไป ผสมกับความอบอุ่นนุ่มนวลบางอย่างอยู่ข้างใน
ไม่ดูเจ้าชู้เท่า George Clooney
+++
RIP MARIO ADORF (1930-2026)
ดาราชายท่านนี้เสียชีวิตในวัย 95 ปี
หนังของเขาที่เราเคยดู
1. SHORT NIGHT OF GLASS DOLLS (1971, Aldo Lado, Italy)
2. THE LOST HONOR OF KATHARINA BLUM (1975, Volker
Schlöndorff, Margarethe von Trotta, West Germany)
3. THE TIN DRUM (1979, Volker Schlöndorff, West Germany)
4. CLASS RELATIONS (1984, Jean-Marie Straub, Danièle
Huillet, West Germany/France)
5. THE HOLCROFT COVENANT (1985, John Frankenheimer)
6. ROSSINI (1997, Helmut Dietl, Germany)
7. SMILLA’S SENSE OF SNOW (1997, Bille August, Denmark)
หนังของ Mario Adorf ที่เราอยากดู
1. THE DEVIL STRIKES AT NIGHT (1957, Robert Siodmak, West
Germany)
Mario Adorf ได้รางวัล German Film สาขา Young Actor จากหนังเรื่องนี้
2. THE GENTLEMEN (1965, Franz Seitz, Rolf Thiele, Alfred
Weidenmann, West Germany)
Mario Adorf ได้เข้าชิงรางวัล German
Film สาขาดาราสมทบชายยอดเยี่ยมจากหนังเรื่องนี้
3. A TRIP TO VIENNA (1973, Edgar Reitz, West Germany)
4. THE LEADING MAN (1977, Reinhard Hauff, West Germany)
Mario Adorf ได้รางวัล Bambi จากหนังเรื่องนี้
5. VIA MALA (1986, Tom Toelle, West Germany)
Mario Adorf ได้รางวัล Chaplin Shoe หรือ Best Actor ใน Munich Film Festival จากมินิซีรีส์เรื่องนี้
6. QUIET DAYS IN CLICHY (1990, Claude Chabrol, France)
7. PIZZA COLONIA (1991, Klaus Emmerich, Germany)
Mario Adorf ได้รางวัล German Film สาขาดารานำชายยอดเยี่ยมจากหนังเรื่องนี้
8. THE GREAT BELLHEIM (1993, Dieter Wedel, Germany)
Mario Adorf ได้รางวัล Adolf Grimme จากมินิซีรีส์เรื่องนี้
9. THE SHADOW MAN (1996, Dieter Wedel, Germany, 10hours)
Mario Adorf ได้รางวัล Bavarian TV award
จากมินิซีรีส์เรื่องนี้
10. LONELY U (2012, Lola Randl, Germany)
Mario Adorf ได้รางวัลจาก Oldenburg Film
Festival จากหนังเรื่องนี้
+++
ในที่สุดเราก็ค้นเจอนิตยสาร Bioscope ฉบับ 71 ประจำเดือนต.ค. 2007 เล่มนี้มี
1. บทความ “Bela Tarr พ่อมดฮังการี”
ที่เขียนโดย FLICK-ISM
2. บทความ “Nina Menkes: The American Witch
of Modern Cinema” ที่เขียนโดย คันฉัตร รังษีกาญจน์ส่อง
3. มีบทสัมภาษณ์ Prap Boonpan โดยมีการพูดถึงภาพยนตร์ไทยเรื่อง THE
BANGKOK BOURGEOIS PARTY ความลักลั่นในงานรื่นเริง (2007, Prap
Boonpan) ในฐานะหนังแนว magical realism ด้วย
เพราะในหนังเรื่องนี้ “วิญญาณของผู้ที่ถูกฆ่าตายเพราะความเห็นต่างทางการเมือง”
ได้มาพูดคุยสนทนากับกลุ่มฆาตกรที่เป็นชนชั้นกลางในกรุงเทพ โดยเป็นการพูดคุยอย่างเป็นปกติ
และถูกปฏิบัติราวกับไม่ใช่ผี
ก็เลยขอแปะสองบทความแรกให้ดูกันแบบเต็ม ๆ นะคะ
Edit เพิ่ม: Bioscope เล่ม
71 นี้มี Sandra Hüller ขึ้นปกด้วยนะ จากหนังเรื่อง REQUIEM
(2006, Hans-Christian Schmid, Germany, A+30)
+++
วันนี้เรายังคงเดินหน้าจัดห้องต่อไป
ผลก็คือเจอนิตยสาร GM ฉบับเดือนพ.ค. 2008 หรือฉบับที่ 358 ฉบับนี้เป็น
movie issue เล่มนี้มี
1. บทสัมภาษณ์ Apichatpong Weerasethakul
โดย นราวุธ ไชยชมภู ยาว 13 หน้า
2. บทสัมภาษณ์ Kong Rithdee, Wiwat
Lertwiwatwongsa และ Warin Nilsirisuk กรี๊ดดดดดด
55555 โดย ธีพิสิฐ มหานีรานนท์
อันนี้เราถ่ายภาพมาเพื่อให้เห็นภาพรวมโดยคร่าว ๆ
นะ
+++
วันนี้เราจัดห้อง และก็เลยค้นเจอนิตยสาร “หนังและวีดีโอ”
ฉบับที่ 23 ประจำปักษ์แรกเดือนก.พ. 1989 ในเล่มนี้มี
1. บทความเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่อง THE LAST
METRO (1980, François Truffaut, France) เราเข้าใจว่าคุณมโนธรรม เป็นคนเขียนบทความนี้นะ
ไม่รู้ว่าเราเข้าใจถูกหรือเปล่า
2. ภาพจากหนังเรื่อง SHADOW OF THE
PEACOCK หรือ ECHOES OF PARADISE (1987, Phillip Noyce, Australia)
ที่น่าดูมาก ๆ เพราะว่า John Lone หล่อมากในหนังเรื่องนี้
กรี๊ดดดดดดดดดดด
เสียดายที่ John Lone หายสาบสูญไปจากวงการนับตั้งแต่ปี
2007 ในขณะที่ Joan Chen ซึ่งโด่งดังมาพร้อม ๆ กับ John
Lone ยังคงเล่นหนังมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งรวมถึงหนังเรื่อง DIDI
(2024, Sean Wang) ที่เพิ่งเข้าฉายที่ House Samyan ในช่วงปลายปี 2024
3. สิ่งที่งดงามที่สุดสำหรับเราในนิตยสารเล่มนี้
ก็คือคอลัมน์ “สมาคมคอหนัง” ที่รายงานว่ามีหนังเรื่องใดบ้างเข้ามาลงโรงฉายที่สมาคมฝรั่งเศสและสถาบันเกอเธ่ในกรุงเทพในช่วงนั้น
คือเราเพิ่งเริ่มเป็น cinephile ในช่วงปลายปี 1995 น่ะ หลังจากเราเรียนจบมหาลัยและเริ่มต้นทำงานแล้ว
เพราะฉะนั้นเราก็เลยอยากรู้มาก ๆ ว่า เราพลาดหนังเรื่องอะไรไปแล้วบ้าง
เราชอบจินตนาการเสมอว่า ถ้าหากเราย้อนเวลากลับไปได้ และเริ่มไปดูหนังที่เกอเธ่กับ
Alliance ตั้งแต่เรายังเป็นนักเรียนมัธยมในทศวรรษ 1980
เราจะได้ดูหนังเรื่องอะไรไปแล้วบ้าง เพราะฉะนั้นบันทึกการฉายหนังที่เกอเธ่กับ Alliance
ในช่วงก่อนปี 1996 จึงมีความสำคัญมาก ๆ สำหรับเรา มันช่วยแสดงให้เราเห็นว่า
การที่เราเป็น cinephile ในเวลาที่ช้าเกินไป มันทำให้เราพลาดอะไรไป
ภาพยนตร์ที่เข้าฉายในกรุงเทพในช่วงเดือนก.พ.
1989 และเป็นหนังที่เราพลาดดูไปแล้ว ก็รวมถึงเรื่อง
3.1 MOLIÈRE (1978, Ariane Mnouchkine,
France, 4hrs 20mins)
กรี๊ดดดดดดด Alliance เคยฉายหนังยาว
4 ชั่วโมง 20 นาทีในวันที่ 13 ก.พ. 1989 และ 16 ก.พ. 1989 ด้วย เสียดายมากๆๆๆๆๆๆๆ
ฉันอยากย้อนเวลากลับไปดูหนังเรื่องนี้ หนังเรื่องนี้เคยเข้าชิงรางวัลปาล์มทองที่คานส์
และชนะรางวัลซีซาร์สาขา production design กับสาขา cinematography
ด้วยนะ
เหมือนหนังเรื่องนี้หายสาบสูญไปเลยนะ Alliance
ไม่เคยนำหนังเรื่องนี้มาฉายเลยนับตั้งแต่ปี 1996 เป็นต้นมา และเราก็ไม่เห็นคนอื่น
ๆ พูดคุยกันถึงหนังเรื่องนี้เลย
ไม่แน่ใจว่าหนังเรื่องนี้สามารถดูทาง Apple
TV ได้หรือเปล่า
เรายังไม่เคยดูหนังของ Ariane Mnouchkine
เลย แต่เธอเป็นผู้กำกับหญิงของฝรั่งเศสที่น่าสนใจสุดขีด
หนังของเธอที่เราอยากดูก็มีเช่น
3.1.1 1789 (1974, 150min)
3.1.2 THE FLOOD DRUMMERS (2002, 137min)
3.1.3 THE LAST CARAVAN STOP (2003, 250min)
3.1.4 THE SHIPWRECKED OF THE MAD HOPE (2006, 180min)
3.2 PARTNERS (1984, Claude d’Anna, France)
หนังที่เข้าฉายที่ Alliance เรื่องนี้นำแสดงโดย Nicole Garcia และเราก็อยากดูหนังเรื่องนี้อย่างสุดขีด
เพราะเรายังไม่เคยดูหนังของ Claude d’Anna มาก่อนเลย
Claude d’Anna เคยกำกับหนังเรื่อง SALOMÉ
(1986) ที่ได้ฉายในสาย un certain regard ในคานส์ด้วย
3.3 THE MURDERER (1979, Ottokar Runze, West Germany)
หนังสร้างจากบทประพันธ์ของ George Simenon
ซึ่งถนัดในการเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับ “การฆาตกรรม ที่ประเด็นที่ว่า
‘ใครเป็นฆาตกร’ ไม่มีความสำคัญใด ๆ
อีกต่อไป”
และพอเราอ่านเรื่องย่อของหนังเรื่องนี้ในนิตยสาร
“หนังและวีดีโอ” มันก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ มันคือความเป็น Simenon จริง ๆ เพราะเรื่องย่อมันก็แสดงให้เห็นแล้วว่านี่คือ “หนังฆาตกรรม” แต่ประเด็นที่ว่า
ใครเป็นฆาตกร ไม่มีความสำคัญใด ๆ อีกต่อไปในหนังเรื่องนี้
หนังเรื่อง THE MURDERER นี้ส่งผลให้
Gerhard Olschewski ได้รับรางวัล Best Actor จากเทศกาลภาพยนตร์ Sitges-Catalonian ด้วยนะ
เรายังไม่เคยดูหนังของ Ottokar Runze เลย อยากดูอย่างรุนแรงมาก ๆ
3.4 MOON MADNESS (1984, Jean Image, France, animation,
82min)
เรายังไม่เคยดูหนังของ Jean Image เหมือนกัน อยากดูมาก ๆ หนังเรื่อง MOON MADNESS นี้ได้ชิงรางวัลหนังยอดเยี่ยมที่เทศกาลภาพยนตร์
Fantasporto ด้วย
3.5 FALSE CONFESSIONS (1984, Daniel Moosmann, France,
110min)
หนังสร้างจากบทประพันธ์ของ Marivaux เรายังไม่เคยดูหนังที่กำกับโดย Daniel Moosmann เหมือนกัน
Daniel Moosmann เคยได้รับรางวัล Best
Director จากเทศกาลภาพยนตร์ Taormina จากหนังเรื่อง
BIRIBI (1971) ด้วย
3.6 A FINE BUNCH OF PEOPLE-LTD. (1981, Ottokar
Runze, West Germany)
อยากดูหนังของ Ottokar Runze จริง ๆ เขาเคยได้รับรางวัลหมีเงินในเทศกาลภาพยนตร์เบอร์ลินจากหนังเรื่อง IN
THE NAME OF THE PEOPLE (1974) ด้วย
เราว่าคอลัมน์ “สมาคมคอหนัง” ในนิตยสาร “หนังและวีดีโอ”
นี่มันรุนแรงมาก ๆ เลยนะ เพราะถึงแม้มันเป็นนิตยสารในปี 1989 แต่ข้อมูลในคอลัมน์นี้ก็ยังล้ำค่ามาก
ๆ ถึงแม้เวลาจะผ่านมานาน 37 ปีแล้ว เพราะว่าคุณลองเข้าไปดูใน imdb สิ ใน imdb น่ะ ไม่มี “เรื่องย่อ” ของหนังหลาย ๆ
เรื่องในลิสท์ข้างต้นนะ ทั้งหนังของ Ottokar Runze, Daniel Moosmann, Claude
d’Anna แต่ว่านิตยสาร “หนังและวีดีโอ”
มีเรื่องย่อของภาพยนตร์เหล่านี้ นิตยสารภาพยนตร์ของไทยในปี 1989 ฉบับนี้มีสิ่งที่แม้แต่
imdb ในปัจจุบันยังให้ไม่ได้
+++
ชอบ MELO มาก ๆ เลยครับ
จิตรได้ดู MELO ตอนที่พี่สนยืมฟิล์ม 16 มม.จาก Alliance มาฉายที่ห้องสมุดธรรมศาสตร์
ถ้าหากจำไม่ผิด
ยังจำได้เลยว่า MELO เหมือนจะมีฉากที่
Sabine Azema ม้วนหน้าม้วนหลังโดยไม่มีสาเหตุด้วย 55555
++++
สิ่งที่ทำให้เราดีใจที่สุดจากการจัดห้องในวันนี้
คือการค้นเจอแฟ้มเอกสารสำคัญที่เราหาไม่เจอมานาน 14 ปีแล้ว
คือเราเคยย้ายห้องในปี 2012 น่ะ
แล้วการย้ายห้องในช่วงต้นปี 2012 มันทำให้แฟ้มเอกสารสำคัญของเราหายไป
เราหาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ ซึ่งสาเหตุหนึ่งก็เป็นเพราะว่า ห้องของเรารกมากด้วยแหละ ห้องของเรามันเต็มไปด้วยวิดีโอเทป,
เทปเพลง, หนังสือ และนิตยสารมากมาย
พอวันนี้เราได้จัดห้องของตัวเอง
เราก็เลยเจอแฟ้มเอกสารสำคัญนี้โดยบังเอิญ มันซุกอยู่รวมกับนิตยสารต่าง ๆ
เราก็เลยรู้สึกดีใจที่สุด สิ่งที่เราเคยทำหายไปในช่วงต้นปี 2012 ในที่สุดเราก็ได้มันกลับคืนมาแล้ว
หลังจากเราหามันไม่เจอมานาน 14 ปี
แฟ้มเอกสารสำคัญนี้คือแฟ้มที่รวบรวมเอกสารต่าง ๆ
ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเพื่อนเก่าของเราในทศวรรษ 1980 ถึงช่วงต้นทศวรรษ 1990 น่ะ คือพอเราได้เห็นสิ่งต่าง
ๆ ในแฟ้มนี้ มันก็ทำให้เรานึกถึง “ช่วงเวลาที่เรามีความสุขที่สุดในชีวิต” ในปี
1989 และในช่วงต้นทศวรรษ 1990 มาก ๆ
คือสิ่งเหล่านี้มันไม่มีความหมายอะไรเลยสำหรับคนอื่น
ๆ แต่มันคือสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดสำหรับเรา
เพราะแต่ละสิ่งมันบรรจุความทรงจำของเราในปี 1989-1995 เอาไว้ ไม่มีอะไรจะมาแทนที่ได้
อย่างเช่น ภาพสองภาพนี้ คือเพื่อนของเราเขาชอบ “วาดใบหน้าใหม่ทับใบหน้าของคนอื่น
ๆ” น่ะ และเราก็ชอบเก็บรวบรวมภาพที่เขาวาดทับเหล่านี้เอาไว้ เพราะเราว่ามันฮาดี พอเราได้เห็นมันอีกครั้ง
มันก็ทำให้นึกถึงความสุขในปี 1989 มาก ๆ
No comments:
Post a Comment