Thursday, June 18, 2026

DISPENSER OF INDIA'S DESTINY

 

เราเพิ่งได้ดู HOMAGE BY ASSASSINATION (1992, Elia Suleiman, USA, about Palestine, 23min, A+30) เครดิตท้ายเรื่องมีขึ้นขอบคุณ Edward W. Said และ Michael Moore ด้วย

 

ดูหนังเรื่องนี้ได้ที่เว็บไซต์ของ Palestine Film Institute

+++

 

Lucas A. Vignale ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวอาร์เจนตินา เสียชีวิตขณะอายุ 28 ปี ในเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ชนกันเหนือนครริโอ เดอ จาเนโร ในบราซิลในวันที่ 14 มิ.ย. 2026

 

+++

 

THE SWIMMING POOL นี่เป็นเวอร์ชั่นต้นแบบของ A BIGGER SPLASH (2015, Luca Guadagnino) ซึ่งเราก็ชอบ A BIGGER SPLASH มาก ๆ นะ แต่เราชอบ THE SWIMMING POOL มากกว่า เพราะว่าสามีของเรา (Maurice Ronet) นำแสดงใน THE SWIMMING POOL

 

เราเคยดู THE SWIMMING POOL ตอนมันมาฉายที่ Alliance Française in Bangkok

+++

นึกว่าฉากอาบน้ำในกฤษฎาพาราไดซ์เป็นฉากที่ทำขึ้นเพื่อ tribute ให้กับ 303 กลัว กล้า อาฆาต (1998, สมจริง ศรีสุภาพ)

+++

 

ตอนเด็ก ๆ ดิฉัน want Dolph Lundgren ในหนังเรื่องนี้มาก ๆ ค่ะ

+++

 

เราเพิ่งได้ดู STAR WARS: THE MANDALORIAN AND GROGU (2026, Jon Favreau, A+30) พอดูแล้วก็เลยแอบนึกถึงละครโทรทัศน์เรื่อง “ซามูไรพ่อลูกอ่อน” LONE WOLF AND CUB (1973-1976) ที่เคยมาฉายทางโทรทัศน์ตอนเราเด็ก ๆ มาก ๆ 55555

 

อยากให้มีคนนำ “ซามูไรพ่อลูกอ่อน” เวอร์ชั่นภาพยนตร์ LONE WOLF AND CUB: SWORD OF VENGEANCE (1972, Kenji Misumi) มาลงโรงฉายในไทยมาก ๆ

https://www.imdb.com/title/tt0068815/?ref_=ext_shr_lnk

+++

 

 

“อีนัง Grogu มันแอบร้ายนะคะ คุณแม่ คุณแม่เห็นมั้ยคะ มีฉากนึงที่ Pedro Pascal หลับ แล้วอีนัง Grogu มันขึ้นไปซุกในวงแขน ไปอิงแอบหลับใหลอยู่บนตัวผู้ชาย ว้าย หนูรู้นะคะว่ามันแอบคิดอะไรอยู่” ลูกหมีพูดกับแม่หมีขณะดูหนังเรื่อง STAR WARS: THE MANDALORIAN AND GROGU (2026, Jon Favreau, A+30)

+++

 

ฉันรักเขา กาโตว์ ปัณณวิชญ์ พัฒนศิริ จาก KIJSADA PARADISE กฤษดาพาราไดซ์ (2026, Phontharis Chotkijsadarsopon, A)

 

อันนี้เป็นรูปตอนที่เขาแสดงใน หุ่นพยนต์ (2023) นะ

+++

 

TAXI DRIVER (1976, Martin Scorsese) เป็นแรงบันดาลใจให้กับภาพยนตร์ไทยด้วยนะ ซึ่งภาพยนตร์ไทยที่ได้รับแรงบันดาลใจจากหนังเรื่องนี้มาอย่างชัด ๆ ก็คือ TO WALK NIGHT วันวิปริต ไร้เงาดวงจันทร์ (2009, Tani Thitiprawat, 25min, A+30) ที่เหมือนมี 4 องก์ องก์แรกเป็นหนัง romantic comedy องก์ที่สองกลายเป็นหนังแนว FUNNY GAMES (Michael Haneke) องก์ที่สามกลายเป็นหนังแนว TAXI DRIVER และองก์ที่สี่กลายเป็นหนังซอมบี้

 

เราก็เลยชอบหนังไทยเรื่อง TO WALK NIGHT มาก ๆ เพราะถึงมันจะบูชาหนังเรื่องอื่น ๆ อย่างรุนแรง แต่มันทำแล้วออกมาเป็นหนังที่เป็นตัวของตัวเองมาก ๆ ด้วยในเวลาเดียวกัน

+++

 

BHARAT BHHAGYA VIDDHAATA (DISPENSER OF INDIA’S DESTINY) (2026, Manoj Tapadia, India, A+30)

 

มีฉากนึงในหนังเรื่องนี้ ซึ่งได้แก่ฉากคนไข้แออัดอยู่หลังประตู ส่วนกลุ่มผู้ร้ายอยู่นอกประตู มีกำแพงกั้นอยู่ กล้องถ่ายจากมุมบนเห็นทั้งสองฝั่งของกำแพง ฉากนี้เหมือนเชื่อมต่อกับหนังเรื่อง THE ATTACKS OF 26/11 (2013, Ram Gopal Varma, India, A+30) ได้สนิทเลย ไม่แน่ใจว่า Manoj Tapadia สร้างฉากนี้ขึ้นมาเพื่อ tribute ให้ Ram Gopal Varma หรือเปล่า

 

ช่วง 15 นาทีสุดท้ายหนังอาจจะ “คลั่งชาติ” เกินไปหน่อยสำหรับเรา แต่ช่วงก่อนหน้านั้นเราชอบมาก ๆ เพราะหนังมันไม่ได้พูดถึงแต่เรื่องผู้ก่อการร้าย แต่มันนำเสนอความขัดแย้งระหว่างพยาบาลด้วยกันเอง, พยาบาลกับคนไข้ และพยาบาลกับครอบครัวได้อย่างทรงพลังมาก ๆ

 

มีฉากนึงในหนังเรื่องนี้ที่แสดงให้เห็นว่า พยาบาลที่มีประสบการณ์ทำงานมานาน อาจจะเก่งกว่าหมอฝึกหัดในบางเรื่องเสียอีก ซึ่งเรื่องนี้ก็เลยทำให้เรานึกถึงประสบการณ์ของเราเองตอนไปคลินิกแพทย์แห่งนึงในซอย ที่คุณหมออายุน้อย (อายุน่าจะไม่เกิน 30 ปี) เหมือนสั่งยาตัวนึงให้เรา แต่พยาบาลรุ่นคุณป้าในคลินิกแห่งนั้น (พยาบาลน่าจะมีอายุราว 50 กว่าปี) เหมือนจะหว่านล้อมเราให้ใช้ยาอีกตัวนึงแทน 55555

++++

 

เรานึกไม่ออกว่าเราเคยร้องไห้ให้กับภาพยนตร์ animation เรื่องไหนบ้าง แต่ภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องแรกที่ทำให้เรารู้สึก “สะเทือนใจอย่างรุนแรงสุดขีด” ก็น่าจะเป็นเรื่อง THE THREE INVENTORS (1980, Michel Ocelot, France) ที่เราได้ดูที่ Alliance Française in Bangkok ในช่วงปลายทศวรรษ 1990

+++

 

เราเพิ่งได้ดู FILMLOVERS! ที่หอภาพยนตร์ ศาลายาเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. กราบตีน Arnaud Desplechin อย่างรุนแรง ชอบมาก ๆ ที่เขาเอา “นักแสดงผิวขาว” กับ “นักแสดงผิวดำ” สลับกันเล่นเป็นตัวละครตัวเดียวกัน คือดูช่วงแรก ๆ เราก็งง พอดูไปเรื่อย ๆ เราถึงค่อยเข้าใจว่ามันเป็นตัวละครตัวเดียวกัน รุนแรงมาก ๆ

+++

 

“ปริญญาโทของจักรวาล”   55555

 

แน่นอนว่าการที่เราให้ F หนังเรื่องไหนไม่ได้เกี่ยวกับความดีงามอะไรทั้งสิ้นของหนังนะ แต่เกี่ยวกับความอินหรือไม่อินของเราเองมากกว่า เพราะว่า “หนัง superhero แปลงกายปราบเหล่าร้าย” อย่างหนังชุด PRETTY CURE THE MOVIE ภาคต่าง ๆ นี่ได้ A+30 จากเราอย่างสบายเลย เพราะเราอินกับหนังชุด PRETTY CURE อย่างรุนแรง แต่เราไม่สามารถบอกได้เลยว่า หนังชุด PRETTY CURE นี้มัน “ดีกว่า” ปริญญาโทของจักรวาล (2026) แต่อย่างใด 55555

 

No comments: