Sunday, September 06, 2026

BEHIND THE SCENES OF FAI CHEEVIT (1956, Tae Prakardwutthisan, documentary/video installation, 29min)

BEHIND THE SCENES OF FAI CHEEVIT (1956, Tae Prakardwutthisan, documentary/video installation, 29min)

 

ดีใจมาก ๆ ที่ได้ดูงานชิ้นนี้ งานนี้เป็นเหมือน video installation ที่ทำมาจากฟิล์ม 16 มม.ของคุณ Tae Prakardwutthisan ซึ่งเป็นบันทึกเบื้องหลังกองถ่ายภาพยนตร์เรื่อง ไฟชีวิต (1956, Ladda Saratayon)

 

เราเข้าใจว่ากองถ่ายนี้ได้ไปถ่ายทำกันที่ฮ่องกงด้วยนะ เพราะฉะนั้นหนังสารคดีเรื่องนี้ก็เลยเหมือนได้บันทึกภาพฮ่องกงในทศวรรษ 1950 ไว้ด้วย ดูแล้วก็เลยนึกถึงหนังบางเรื่องที่บันทึกภาพฮ่องกงยุคเก่า ๆ เอาไว้ อย่างเช่น PALIMPSEST: THE STORY OF A NAME (2025, Mary Stephen, Hong Kong, documentary, A+30), WHAT RULES THE INVISIBLE (2022, Tiffany Sia, USA, A+30), BALLAD ON THE SHORE (2017, Ma Chi Hong, Hong Kong, documentary, A+30)

 

หนังสารคดีเรื่องนี้เป็นบันทึกการทำงานของคุณ Ladda Saratayon ที่เคยกำกับหนังเรื่อง ไฟชีวิต (1956) และขบวนเสรีจีน (1958) เราก็เลยถ่ายรูปเรื่องย่อของหนังสองเรื่องนี้จากหนังสือ “ภาพยนตรานุกรมแห่งชาติ” มาลงไว้ด้วย เพราะว่าพอดู BEHIND THE SCENES OF FAI CHEEVIT แล้ว มันก็ทำให้อยากรู้ต่อไปว่า หนังเรื่อง ไฟชีวิต กับ ขบวนเสรีจีน มันมีเนื้อเรื่องอย่างไร

 

พอพูดถึงคุณ Ladda Saratayon แล้ว เราก็เลยนึกถึงคุณประเทือง ศรีสุพรรณ ซึ่งเป็นผู้กำกับภาพยนตร์หญิงคนแรกของไทยด้วย เราก็เลยถ่ายรูปเรื่องย่อหนังของคุณประเทืองมาลงไว้ด้วยเช่นกัน โดยคุณประเทืองเคยกำกับหนังเรื่อง ทาษรัก (1953) ร่วมกับคุณรังสี ทัศนพยัคฆ์ และเคยกำกับหนังเรื่อง สุดที่รัก (1955)

 

เสียดายที่ตอนนี้เราน่าจะหาหนังเรื่อง ไฟชีวิต, ขบวนเสรีจีน, ทาษรัก และสุดที่รัก มาดูไม่ได้แล้ว

 

เราได้ดูหนังไทยในทศวรรษ 1950 แค่ไม่กี่เรื่อง อย่างเช่น โตนงาช้าง (1951, แท้ ประกาศวุฒิสาร, ประชุม จุลละภมร), ดรรชนีนาง (1953, ส. อาสนจินดา, ศักดิ์เกษม หุตาคม), ทะเลรัก (1953, ขุนวิจิตรมาตรา), DEAD MAN’S VOICE คำสั่งคำสาป (1954, Burnet Lamont), SANTI-VINA (1954, Khru Marut),  ห้วงรักเหวลึก (1955, สมควร กระจ่างศาสตร์), เศรษฐีอนาถา (1956, วสันต์ สุนทรปักษิณ)

 

เราก็เลยไม่แน่ใจเรื่องบรรยากาศทางการเมืองในประเทศไทยในทศวรรษ 1950 แล้วเราก็เลยแอบสงสัยว่า ประเทศไทยในทศวรรษ 2490 ซึ่งเป็นยุคก่อนสฤษดิ์ นี่มันเป็นยุคที่ประเทศไทยยังดูดีมีความหวังหรือเปล่าน่ะ 55555 เหมือนกับไทยในยุคปี 1993-2005 ที่เป็นยุคที่ประเทศไทยดูรุ่งเรือง เจริญ ศิวิไลซ์ ดูดีมีความหวังมาก ๆ ก่อนที่ทุกอย่างจะพังทลายเมื่อเกิดรัฐประหารในปี 2006

 

เหมือนหนังไทยที่เราได้ดูในยุคก่อนสฤษดิ์ มันดูแตกต่างจากหนังไทยในยุคสฤษดิ์ + ถนอม น่ะ เพราะว่าหนังไทยในยุคสฤษดิ์ + ถนอม มันเหมือนเต็มไปด้วยหนังบู๊ มีพระเอกนักบู๊ มีกลุ่มผู้ร้าย มีความขาวจัด ดำจัด ซึ่งเรารู้สึกว่ามันเหมือนแตกต่างจากหนังไทยในยุคก่อนสฤษดิ์ แต่เราก็ได้ดูหนังไทยยุคเก่า ๆ แค่ไม่กี่เรื่อง เราก็เลยไม่แน่ใจในเรื่องนี้

 

เราก็เลยสงสัยว่า จริง ๆ แล้วหนังไทยในยุคก่อนสฤษดิ์ กับหนังไทยในยุคสฤษดิ์ + ถนอม มันมีความแตกต่างกันจริง ๆ หรือเปล่า และความแตกต่างกันนี้ มันเกี่ยวข้องกับบรรยากาศทางการเมืองในไทยด้วยหรือเปล่า

 

หนังยุคนั้นอีกเรื่องที่เราเคยดู คือ กังวานไพร (1954, ส. อาสนจินดา)

+++

 

ชอบหนังเรื่องนี้อย่างสุดขีด เราได้ดู RUINED HEART: ANOTHER LOVE STORY BETWEEN A CRIMINAL & A WHORE (2014, Khavn de la Cruz, Philippines, A+30) ในวันที่ 18 พ.ย. 2015 ในเทศกาล World Film Festival of Bangkok

 

จำได้ว่าพอดูหนังเรื่องนี้จบแล้ว Filmsick ก็พูดในทำนองที่ว่า “หนังเรื่องนี้เล่าเนื้อเรื่องทั้งหมดจบแล้วในช่วง “แนะนำตัวละคร” ใน 3 นาทีแรก คือเนื้อเรื่องจริง ๆ มีเพียงแค่ 3 นาทีแรก คือแค่หนังแนะนำตัวละคร คนดูก็เดาได้เองว่าเนื้อเรื่องทั้งหมดมันควรจะเป็นยังไง เพราะฉะนั้นช่วงเวลาที่เหลือของหนัง หนังเรื่องนี้ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเล่าเรื่องใด ๆ อีกต่อไป” ซึ่งเราชอบวิธีการแบบนี้อย่างสุดขีด

 

RUINED HEART: ANOTHER LOVE STORY BETWEEN A CRIMINAL & A WHORE ติดอันดับ 46 ในลิสท์หนังที่เราชื่นชอบที่สุดที่ได้ดูในปี 2015

+++

 

FLAMING BROTHERS หลังกระแทกฝา (1987, Joe Cheung, Hong Kong) น่าดูสุดขีด เพราะหนังเรื่องนี้เขียนบทโดย Wong Kar-wai

+++

 

หลี่เหลียงเหว่ย (Raymond Lui) นี่คือหนึ่งในดาราคนแรก ๆ ที่ทำให้เราเกิดอารมณ์ทางเพศ 55555

 

เห็นผังรายการแล้วน้ำตาจะไหล เพราะเราชื่นชอบปอบผีฟ้า กับศึกชิงจ้าวยุทธจักร THE WATER LEGEND (60 episodes) อย่างรุนแรงมาก ๆ อยากดูละครเรื่อง “จิตไม่ว่าง” มาก ๆ ด้วย

+++

 

วันนี้เราได้ดูหนังเรื่อง VIA DOLOROSA (2025, Tal Elkayam, Israel/Palestine, documentary, 12min, A+30) ในเทศกาล What The Doc Film Festival ซึ่งตอนแรกเรานึกว่ามันคือหนังที่เราเคยดูไปแล้ว เพราะเราจำได้ว่า เราเคยดูหนังปาเลสไตน์เรื่อง VIA DOLOROSA ไปแล้วเมื่อไม่นานมานี้

 

แต่พอดูจริง ๆ ปรากฏว่ามันไม่ใช่ เพราะมันมีหนังปาเลสไตน์ 2 เรื่องที่ใช้ชื่อว่า VIA DOLOROSA เหมือนกัน ส่วนหนังที่เราเคยดูไปแล้วคือ VIA DOLOROSA (2021, Oraib Toukan, Palestine, 21min, A+30)

++++

 

Arnold Tam ถือเป็นผู้กำกับอีกหนึ่งคนที่มาแรงจริง ๆ ในปีนี้ เพราะเมื่อต้นปีเราเพิ่งได้ดูหนังเรื่อง ANATOMY OF THE CALL (2024, Hong Kong, 18min, A+30) ของเขาในงานฉายหนังฮ่องกงของกลุ่ม Wildtype ปรากฏว่าหนังอีกเรื่องของเขาก็ได้เข้ามาฉายในกรุงเทพในเทศกาล What the Doc Film Festival ในช่วงนี้ด้วย ซึ่งก็คือหนังเรื่อง LOVE IN THE GAZE OF A PANOPTICON (2025, Hong Kong, 20min, A+30) เพราะฉะนั้นก็เลยถือได้ว่า Arnold Tam มีหนังสองเรื่องได้เข้าฉายในกรุงเทพในปีนี้

  

No comments: