Showing posts with label AFGHANISTAN. Show all posts
Showing posts with label AFGHANISTAN. Show all posts

Sunday, February 20, 2022

FLEE (2021, Jonas Roher Rasmussen, Denmark, documentary, animation, A+30)

 

FLEE (2021, Jonas Roher Rasmussen, Denmark, documentary, animation, A+30)

แอบตั้งชื่อภาษาไทยให้หนังเรื่องนี้ว่า “เผ่นแน่บ”

 

SPOILERS ALERT

--

--

--

--

--

1.เนื้อหาของหนังดีสุด ๆ ดูแล้วสงสารพระเอกมาก ๆ เพราะเขาต้องใช้ชีวิตอยู่กับความลับ ก็เลยทำให้เขาไม่สามารถไว้ใจใครได้เลย แม้แต่ผัวของตัวเอง เพราะทุกคนที่รู้ความลับของเขาสามารถ blackmail เขาได้ทุกเมื่อ ถ้าหากเขาทำอะไรให้คนคนนั้นไม่พอใจ แบบที่ผัวเก่าของเขาทำกับเขา

 

2.แต่เขายังโชคดีกว่า subject ของ SILENT VOICE (2020, Reka Valerik, France/Belgium) ในแง่นึงนะ เพราะ subject ของ SILENT VOICE เป็นนักกีฬาหนุ่มจาก Chechnya ที่เป็นเกย์ และเขาถูกพี่ชายและคนในเชชเนียตามฆ่าหรือตามล่าเขา เพียงเพราะเขาเป็นเกย์ เขาก็เลยลี้ภัยมาเบลเยียม และต้องอยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ และลงเล่นกีฬาที่เขาถนัดไม่ได้อีก เพราะไม่งั้นชุมชนคนเชชเนียในประเทศต่าง ๆ อาจจะตามมาฆ่าเขาได้

 

เราก็เลยรู้สึกว่ามันงดงามสุด ๆ ที่พี่ชายคนโตของพระเอกของ FLEE ยอมรับความเป็นเกย์ของน้องชายได้

 

3.ดูแล้วนึกถึง PAIN AND GLORY (2019, Pedro Almodovar) ในแง่นึงด้วย เพราะเพื่อนเราบอกว่า มีคนตั้งทฤษฎีกันว่า จุดประสงค์นึงที่ Almodovar สร้าง PAIN AND GLORY ขึ้นมา ก็เพื่อใช้หนังเรื่องนี้เป็นเครื่องมือในการตามหาช่างก่อสร้าง (หรือช่างซ่อม?)/นายแบบหนุ่มหล่อ ที่เคยสร้างความระทวยให้เขาในวัยเด็ก แต่หายสาบสูญไปจากชีวิตของเขาในเวลาต่อมา ติดต่อหาตัวไม่ได้อีก เพราะฉะนั้นถ้าหากผู้ชายคนนั้นยังมีชีวิตอยู่ และได้ดู PAIN AND GLORY อัลโมโดบาร์ก็อาจจะได้เจอกับผู้ชายคนนั้นอีกก็เป็นได้

 

พอเราดู FLEE เราก็เลยแอบคาดหวังแบบนั้นเหมือนกัน หวังว่าชายหนุ่มหล่อในฉาก JOYRIDE ฉากนั้น คนที่แยกหลบหนีไปสวิตเซอร์แลนด์ อาจจะได้ดูหนังเรื่อง FLEE และอาจจะได้พบกับตัว subject ในหนังเรื่องนี้อีก

 

4. สิ่งที่กรี๊ดสุด ๆ สำหรับเราเป็นการส่วนตัวใน FLEE ก็คือการที่พระเอกกับเราคลั่งไคล้ใหลหลงพิศวาสเสน่หา Jean-Claude Van Damme เหมือน ๆ กัน 5555

 

คือเรามีรสนิยมชอบหนุ่มหุ่นล่ำบึ้กแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วน่ะ แต่ยุคนั้นไม่มีนิตยสารนายแบบไทยหุ่นล่ำบึ้กเลย ผู้ชายไทยยุคนั้นไม่ค่อยมีกล้ามมากเท่ายุคนี้ ส่วนดาราฝรั่งกล้ามโตแบบ Arnold Schwarzenegger และ Sylvester Stallone ก็ไม่หล่อในสายตาของเรา ก็มี Jean-Claude Van Damme กับ Dolph Lundgren นี่แหละ ที่หล่อตรงสเปคเรามากที่สุด แต่ Dolph Lundgren ก็เล่นหนังได้แข็งทื่อมาก เพราะฉะนั้น Van Damme ก็เลยเหมือนเป็นหนึ่งใน “ดาราชายที่เราอยากมี sex ด้วยมากที่สุด” ในยุคนั้น 55555 คือเหมือนในยุคปลายทศวรรษ 1980-ต้น 1990 Van Damme นี่คือสุดยอดด้าน sexual fantasy ของเรา ในขณะที่ Hiroshi Abe นี่คือสุดยอดด้าน romantic fantasy ของเรา

 

จำได้ว่ายุคนั้นเราแทบน้ำลายฟูมปากตายคาโรง ตอนได้ดู DEATH WARRANT (1990, Deran Sarafian) ที่ Van Damme นำแสดง และต่อมาเราก็ซื้อวิดีโอเทปหนังเรื่อง DEATH WARRANT เก็บไว้ด้วย

 

พอดู FLEE แล้วพบว่าพระเอกหนังเรื่องนี้ก็คลั่งไคล้ Van Damme เหมือนกัน เราก็เลยหวนรำลึกถึงวัยสาวของเรามาก ๆ

Saturday, October 09, 2021

LIKE THE ONE I USED TO KNOW (2020, Annie St-Pierre, Canada, 18min, A+30)

 

ตอนนี้ผ่านไป 24 ชั่วโมงหลังฉีด Astrazeneca เข็มสองแล้ว เหมือนไม่ค่อยมี side effects อะไรมากนัก อาการที่มีก็คือ ปวดเมื่อยตัวเล็กน้อยเมื่อคืน, ปวดหัวเล็กน้อย และครั่นเนื้อครั่นตัวเล็กน้อย ซึ่งอาการอาจจะไม่แตกต่างอะไรไปจากอาการป่วยออด ๆ แอด ๆ ของเราในแต่ละวัน หวังว่าเราคงได้รับวัคซีนจริง ๆ นะเมื่อวานนี้ 55555

 

แต่เมื่อคืนฝันสนุกดีนะ ไม่รู้เป็นเพราะผลจากวัคซีนหรือเปล่า ก็เลยจดบันทึกความฝันไว้ก่อนดีกว่า เมื่อคืนฝันว่าเราเหมือนดูหนังเรื่องนึง ตัวเอกเป็นชายหนุ่มผิวดำ เพื่อนของเขาถูกฆาตกรรมไปสองคน แล้วเขาก็เลยค้นพบว่า เพื่อนคนที่สามของเขา ซึ่งเป็นนักแสดงสาวผิวขาว กำลังจะถูกฆาตกรรมด้วย เธอกำลังจะแสดงเป็น Sharon Tate ในฉากฆาตกรรม เขาก็เลยสงสัยว่า ฆาตกรจะสลับสับเปลี่ยนเอาอาวุธจริงมาใช้ในฉากฆาตกรรมนั้น เพื่อนของเขาจะได้ถูกฆ่าตายจริง ๆ ในระหว่างการเข้าฉาก เขาก็เลยปลอมตัวเข้าไปในกองถ่ายหนังเพื่อไปขัดขวางการฆาตกรรม แต่พวกฆาตกรรู้ตัว ก็เลยจับตัวเขาไปทรมาน เหมือนฆาตกรจะเป็นกลุ่มผู้ชายผิวขาวแบบ Klu Klux Klan

 

แล้วเราก็ตื่นขึ้นมา แล้วก็รีบไปเรียนที่คณะอักษรศาสตร์ พอไปถึงห้องเรียน ซึ่งเป็นคาบเรียนที่มีความยาว 2 ชั่วโมงครึ่ง เจ้าหน้าที่หน้าห้องก็แจ้งว่า ถ้าจะนั่งเรียน ก็คิดเงิน 496 บาทต่อ 16 นาทีค่ะ เราก็เลยด่าเจ้าหน้าที่ว่า นี่มันคาบเรียนละ 2 ชั่วโมงครึ่ง มึงก็คิดมาให้เสร็จสรรพเลยสิว่า ถ้าจะเข้าเรียนคาบนี้ ต้องจ่ายทั้งหมดกี่บาท ทำไมกูต้องมาคำนวณเองว่า การนั่งเรียน 16 นาที ต้องจ่าย 496 บาท แล้วถ้านั่งเรียน 150 นาที ต้องจ่ายทั้งหมดกี่บาท อีโง่

 

แล้วเราก็นึกขึ้นมาได้ว่า เรายังไม่ได้อาบน้ำ รู้สึกเหนียวตัว เราก็เลยจะเข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำคณะ แต่พอเปิดประตูเข้าไป ปรากฏว่ามีฝรั่งหนุ่มผิวขาวหลายคนอยู่กันเต็มห้องน้ำเลย แล้วเราก็นึกขึ้นมาได้ว่า ฝรั่งหนุ่ม ๆ กลุ่มนี้เหมือนพวก Klu Klux Klan ที่เราเห็นในความฝัน มันเป็นฝันบอกเหตุหรือเปล่า ถ้าหากเราเข้าไปอาบน้ำในนี้  เราจะถูกพวกเขาจับไปทรมานไหม เราก็เลยกลัวมาก ไม่กล้าเข้าไปอาบน้ำในนั้น

 

แล้วเราก็เลยหาห้องน้ำไปเรื่อย ๆ จนได้ไปอาบน้ำที่ห้องน้ำในโรงเรียนสาธิตจุฬา ฝ่ายประถม ก่อนที่เราจะตื่นนอนขึ้นมาจริง ๆ 55555

 

ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมฝันซ้อนฝันแบบนี้ สงสัยเป็นเพราะฤทธิ์วัคซีน แล้วอาการครั่นเนื้อครั่นตัวคงส่งผลให้เรารู้สึกอยากอาบน้ำในความฝันมั้ง ส่วนการฆาตกรรมนักแสดงในระหว่างการแสดงคงเป็นเพราะเราเพิ่งดูหนังเรื่อง THE WHEEL OF LIFE (1983, King Hu, Lee Hsing, Pai Ching-Jui, Taiwan, A+30) มา 55555

----------

หนังอาหรับ 3 เรื่องเปิดฉายออนไลน์ในวันที่ 14-17 ต.ค.นะ ค่าชมเป็นแบบบริจาคตามแต่จิตศรัทธา มีหนังสั้นเรื่องนึง แล้วก็หนังยาว 2 เรื่อง ซึ่งได้แก่เรื่อง DREAMS OF THE CITY (1984, Mohammad Malas, Syria, 120min) กับ A MUSLIM CHILDHOOD (2005, Moumen Smihi, Morocco, 83min) น่าดูมาก ๆ เพราะเหมือนเราไม่เคยดูหนัง Syria ยุคก่อนสงครามกลางเมืองมาก่อนเลยมั้ง ได้ดูแต่หนังยุคหลังสงครามกลางเมืองมาแล้ว

https://watch.eventive.org/artearchive/play/6155c88aeadd68004ee699a4/6155c0e5eadd68004ee69409

--------

LIKE THE ONE I USED TO KNOW (2020, Annie St-Pierre, Canada, 18min, A+30)

 

ชอบตัวละครพระเอก เขาดูเหมือนเป็นผู้ชายที่ไม่เก่งในการเข้าสังคม มีความเป็น loser ซึ่งแตกต่างจากสามีใหม่ของภรรยาเก่าของเขา ที่ดูเป็นผู้ชายที่มีออร่าของความเชื่อมั่นในตัวเองและคุมทุกอย่างได้ดี ดูแล้วแอบนึกถึงพวกหนังฮอลลีวู้ดยุคทศวรรษ 1980-ต้นทศวรรษ 2000 ที่ชอบนำเสนอพระเอกแบบนี้น่ะ โดยเฉพาะพวกหนังวันคริสต์มาสที่พยายามจะสอนคนดูว่า ผู้ชายไม่ควรบ้าเงิน บ้าทำงานมากเกินไป ควรให้เวลากับครอบครัวมากกว่า ซึ่งจริง ๆ แล้วเราจะไม่ค่อยถูกโฉลกกับหนังแนวรักครอบครัว+ต่อต้านทุนนิยมกลุ่มนี้มากนัก แต่เหมือนหนังเรื่องนี้ตัดบริบทเรื่องทุนนิยมทิ้งไป และนำเสนอตัวละครพระเอกได้อย่างน่าสงสารและน่าเห็นใจจริง ๆ เพราะลูกชายของเขาก็ไม่รักเขา ลูกชายของเขารัก “พ่อเลี้ยง” มากกว่า ซึ่งเป็นอะไรที่เราไม่ค่อยได้เห็นกัน เราก็เลยชอบตรงจุดนี้มาก ๆ และชอบที่ตัวพระเอกตัดใจจากลูก ๆ ได้ด้วย ไม่ดึงดันจะยึดลูกเป็นของตัวเองมากเกินไป

 

#signesdenuit2021

 

BAD OMEN (2020, Salar Pashtoonyar, Canada/Afghanistan, 19min, A+30)

 

หนังสะท้อนชีวิต 1 วันที่ยากลำบากของแม่ม้ายในอัฟกานิสถาน รู้สึกว่ามันปะทะกับหนังอิหร่านแบบ THE CIRCLE (2000, Jafar Panahi) ได้สบาย ๆ เลย แต่มันเศร้ากว่าหนังอิหร่านตรงที่ว่า สถานการณ์ในหนังเรื่องนี้ที่ว่ายากลำบากมาก ๆ แล้ว คงจะเลวร้ายลงไปอีกในปัจจุบันเมื่อตาลีบันกลับมายึดครองอัฟกานิสถานอีก

 

#signesdenuit2021