Monday, August 15, 2005

VIOLET BASIL (2005, ศุภโมกข์ ศิลารักษ์, A+)

ตอบน้อง merveillesxx (ต่อจากกระทู้ 20489)

ภาค 1
http://www.bioscopemagazine.com/webboard/index-in.php?id=19170

ภาค 2
http://www.bioscopemagazine.com/webboard/index-in.php?id=19753

ภาค 3
http://www.bioscopemagazine.com/webboard/index-in.php?id=20489



เนื่องจากกระทู้เดิมตอบมาถึงความเห็นที่ 42 แล้ว ก็เลยขอถือโอกาสมาตั้งเป็นกระทู้ใหม่เลยแล้วกัน จะได้ไม่ต้องใช้เวลาโหลดนาน และจะได้ไม่หวาดเสียวว่าจะถูก reset ใหม่เวลาเข้าใกล้เลข 50

--เมื่อคืนนี้แทบอยากจะร้องกรี๊ดให้กับความ “บุญมีแต่กรรมบัง” ของตนเอง เพราะว่า

1.ฟังรายการเพลงญี่ปุ่นช่อง 100.25 FM ไม่ได้ เพราะโดนคลื่นข้างๆกวนตลอด

2.ฟังรายการ CLUBKLASS ช่อง 94.5 FM แล้วดีเจสุดหล่อบอกว่ารายการจะจัดเดือนนี้เป็นเดือนสุดท้าย อ้าว แล้วทีนี้ดิฉันจะหาเพลงแดนซ์ยุค 1980 ฟังฟรีๆจากที่ไหนดีล่ะเนี่ย

อ่านเรื่องการเรียนพิเศษของน้อง merveillesxx แล้ว ก็รู้สึกเห็นใจมากเลยค่ะ สมัยดิฉันอยู่มัธยมปลาย (1988-1990) ดิฉันกับเพื่อนสนิทบางคนไม่เคยเรียนพิเศษเลย (เพราะความขี้เกียจอย่างรุนแรง) นอกจากช่วง 1 เดือน (เดือนมี.ค.) ก่อน ENTRANCE เท่านั้น ช่วงปิดเทอมและวันหยุดเสาร์อาทิตย์ จึงหมดไปกับการโทรศัพท์, ฟังเพลง, อ่านนิยาย, อ่านการ์ตูน และทำอันดับเพลงที่ตัวเองชอบ

ส่วนช่วงเรียนพิเศษ 1 เดือนก่อน entrance ก็เป็นช่วงที่หฤหรรษ์ที่สุดในชีวิต เพราะดิฉันกับเพื่อนๆโดดเรียนพิเศษและไปแดนซ์กันที่โรงยิมแทน โดยหอบเอาเครื่องเล่นเทปจากที่บ้านมาด้วย เพลงที่เต้นกันสุดเหวี่ยงในโรงยิมก่อนเอ็นทรานซ์รวมถึงเพลง RHYTHM NATION ของ JANET JACKSON, SECRET RENDEZVOUS ของ KARYN WHITE, DON’T YOU LOVE ME ของ 49ERS และ TOUCH ME ของ 49ERS

49ERS เป็นวงแดนซ์ที่ดิฉันชอบมากๆ แต่รู้สึกวงนี้จะออกอัลบัมมาแค่ 2 ชุด ชุดที่สองออกมาประมาณปี 1992-1993 แล้วดิฉันก็ไม่ได้ยินชื่อของวงนี้อีกเลย

เมื่อใดก็ตามที่นึกถึงช่วงก่อนเอ็นทรานซ์ ดิฉันจึงมักนึกถึงเพลง RHYTHM NATION อยู่เสมอค่ะ ดิฉันไม่ได้ชอบเพลงนี้ในระดับ A+ แต่ประทับใจกับความทรงจำที่เพื่อนๆเต้นกันในโรงยิมกับเพลงนี้ช่วงก่อนเอ็นทรานซ์ โดยเพื่อนๆได้เอาท่าทางการฝึกขณะเรียนรด. มาประยุกต์ใช้กับท่าเต้น RHYTHM NATION ด้วย

--ไม่เคยได้ดู “ตำนานรักดอกเหมย” เลยแม้แต่ภาคเดียวค่ะ แต่พอพูดถึงคำว่า “ดอกเหมย” ดิฉันก็มักนึกถึงนิทานที่ดิฉันกับเพื่อนๆแต่งกันตอนเด็กๆ โดยเอาเพื่อนๆในชั้นเรียนเดียวกันมาดัดแปลงเป็นตัวละครในเรื่อง มีเพื่อนผู้หญิงคนนึงที่ดิฉันกับเพื่อนๆไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ พวกเราเลยเอาเธอมาใส่ในนิทานที่พวกเราแต่ง โดยเรียกเธอในนิทานว่า “มาดามดอกเหมยดำ” เพราะว่าเมื่อใดก็ตามที่ตัวละครตัวนี้ย่างเท้าก้าวไปที่ใด จะมีดอกเหมยดำผุดขึ้นมาจากพื้นตามรอยเท้าที่เธอก้าวย่าง

--อ่านพล็อตของตำนานรักดอกเหมยที่คุณแม่ตามหาลูกๆ 7 คน ก็เลยนึกถึงหนังเรื่องนึงที่อยากดูอย่างสุดๆค่ะ นั่นก็คือเรื่อง TWELVE CHAIRS (2004, ULRIKE OTTINGER) ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับคนที่ตามหา “เก้าอี้ 12 ตัว” ที่กระจัดกระจายไปอยู่ตามที่ต่างๆกัน เพราะมีทรัพย์สมบัติซ่อนอยู่ในเก้าอี้ตัวหนึ่งใน 12 ตัวนี้

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้อยากดูหนังเรื่องนี้อย่างมากๆ ก็เป็นเพราะว่าชอบ ULRIKE OTTINGER ที่เป็นผู้กำกับหนังเรื่องนี้ค่ะ เธอเคยกำกับหนังเรื่อง TICKET OF NO RETURN (A+) ที่เคยเข้ามาฉายในกรุงเทพเมื่อไม่กี่ปีก่อน และเป็นหนังที่เพี้ยนพิสดารพันลึกมาก

ดิฉันเคยนำรูปจากหนังเรื่องต่างๆของ OTTINGER มาโพสท์ไว้ในกระทู้ข้างล่างนี้ค่ะ ลองดูรูปจากหนังของเธอแล้วจะพบว่าหนังของเธอเฮี้ยนมากๆ
http://bioscopemagazine.com/webboard/index-in.php?id=4978


เรื่องย่อของ TWELVE CHAIRS ซึ่งมีความยาว 198 นาที

ขณะที่หญิงวัยชราผู้สูงศักดิ์คนหนึ่งของรัสเซียกำลังจะตาย เธอได้เปิดเผยความลับของเธอให้ลูกเขยคนหนึ่งฟัง และความลับนั้นก็คือว่าเธอได้ซ่อนเครื่องเพชรทั้งหมดของเธอไว้ในเก้าอี้ 1 ใน 12 ตัวของเธอ แต่หลังการปฏิวัติในรัสเซีย ทางการก็ยึดเก้าอี้ทั้ง 12 ตัวไปจากเธอ
Ippolit Matwejewitch Worobjaninow ซึ่งเป็นลูกเขยของเธอ เคยเป็นขุนนางมาก่อน แต่ปัจจุบันนี้เขาเป็นเพียงข้าราชการระดับล่างที่ดูแลเรื่องการจดทะเบียนสมรส เขาเบื่อหน่ายงานที่ทำอยู่ในตอนนี้มาก ดังนั้นเขาจึงรีบออกตามหาทรัพย์สมบัตินี้ในทันที

อย่างไรก็ดี ในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา เก้าอี้ทั้ง 12 ตัวนี้ได้กระจัดกระจายไปอยู่ตามจุดต่างๆกันทั่วประเทศ และลูกเขยก็ไม่ใช่คนเพียงคนเดียวที่ออกตามล่าเก้าอี้ 12 ตัวนี้ เพราะมีนักต้มตุ๋นชื่อ Ostap Bender ที่ออกตามล่าเก้าอี้ 12 ตัวเหมือนกัน นอกจากนี้ Fther Fjodor ก็ออกตามล่าเก้าอี้กลุ่มนี้เหมือนกันด้วย เพราะหญิงชราเคยสารภาพความลับให้บาทหลวงองค์นี้ฟังเหมือนกัน

การตามล่าเก้าอี้อย่างบ้าคลั่งได้เริ่มต้นขึ้น พวกเขาเดินทางจากเหนือจรดใต้ จากตะวันตกสู่ตะวันออก พวกเขาเดินทางข้ามน้ำและข้ามแผ่นดิน และเดินทางจากชนบทเข้าสู่เมืองใหญ่

TWELVE CHAIRS ดัดแปลงมาจากนิยายที่เคยสร้างเป็นหนังแล้วหลายครั้ง ซึ่งรวมถึงเวอร์ชันปี 1962 ที่มีความยาว 5 ชม.และกำกับโดย TOMAS GUTIERREZ ALEA ผู้กำกับชื่อดังชาวคิวบา และเวอร์ชันปี 1970 ที่กำกับโดย MEL BROOKS และนำแสดงโดย FRANK LANGELLA

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ULRIKE OTTINGER ได้ที่
http://www.ulrikeottinger.com/en/index-en.html


ตอบคุณ grappa

--ไม่เคยรู้มาก่อนเลยค่ะว่าหนังสือพิมพ์อินเดียราคาถูกขนาดนั้น :-)

--เคยนำข้อมูลเกี่ยวกับหนังสือ REGARDING THE PAIN OF OTHERS ของ SUSAN SONTAG มาแนะนำไว้ในเว็บบอร์ดนี้ค่ะ สามารถอ่านได้ที่
http://bioscopemagazine.com/webboard/index-in.php?id=5452

--ถ้าจำไม่ผิด หลังจาก SUSAN SONTAG เสียชีวิต นสพ.กรุงเทพธุรกิจฉบับวันอาทิตย์ SECTION จุดประกายวรรณกรรมก็เคยเขียนถึงเธอเหมือนกัน

--อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ SUSAN SONTAG ได้ที่
http://topicstock.pantip.com/chalermthai/topicstock/A3279409/A3279409.html


--ช่วงนี้มีนักประพันธ์ชื่อดังเสียชีวิตหลายคน ซึ่งรวมถึง

1.VIZMA BELSEVICA กวีหญิงชาวแลตเวียที่คนเคยลุ้นให้เธอได้รับรางวัลโนเบล
http://www.msnbc.msn.com/id/8870664/

2.RICHARD EBERHART กวีชาวสหรัฐ
http://www.msnbc.msn.com/id/8193950/

3.CLAUDE SIMON ซึ่งเคยได้รับรางวัลโนเบลในปี 1985 คนนี้น่าสนใจมาก เพราะว่าบางคนจัดให้เขาอยู่ในกลุ่ม NOUVEAU ROMAN ของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีนักประพันธ์/ผู้กำกับภาพยนตร์ขั้นสุดยอดอย่าง MARGUERITE DURAS และ ALAIN ROBBE-GRILLET รวมอยู่ด้วย (อ่านเรื่องของ MARGUERITE DURAS ได้ในหนังสือ “บุ๊คไวรัส เล่ม 1” และอ่านเรื่องของ ALAIN ROBBE-GRILLET ได้ในหนังสือ “ฟิล์มไวรัส เล่ม 1”

http://www.kirjasto.sci.fi/csimon.htm

4.อีเฟรม ไคชอน ซึ่งเป็นทั้งนักประพันธ์และผู้กำกับภาพยนตร์

ไคชอนเริ่มต้นเขียนบทและกำกับภาพยนตร์อิสราเอลในทศวรรษ 1960 โดยภาพยนตร์เรื่อง Salah Shabati ของเขาเป็นภาพยนตร์แนวเสียดสีที่พูดถึงชีวิตของผู้อพยพกลุ่มหนึ่งที่ต้องต่อสู้กับระบบราชการและอคติในประเทศอิสราเอล โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมในปี 1965 แต่พลาดรางวัลดังกล่าวไปให้กับภาพยนตร์เรื่อง Yesterday, Today and Tomorrow ที่กำกับโดยวิตตอริโอ เดอ สิกา จากอิตาลี

Salah Shabati ได้รับรางวัลลูกโลกทองคำสาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยมในปี 1965 ด้วย โดยได้รับรางวัลดังกล่าวร่วมกับภาพยนตร์อีก 2 เรื่อง ซึ่งได้แก่ Marriage Italian-Style ที่กำกับโดยวิตตอริโอ เดอ สิกาจากอิตาลี และ Girl with Green Eyes ที่กำกับโดยเดสมอนด์ เดวิสจากอังกฤษ


ผลงานการกำกับภาพยนตร์ของไคชอนรวมถึง The Fox in the Chicken Coop (1978), The Policeman (1970), The Big Dig (1970) และ Ervinka (1967)

โทโพลเคยแสดงภาพยนตร์เรื่อง Fiddler on the Roof, Flash Gordon, For Your Eyes Only, House on Garibaldi Street และ Queenie (A)


หนังที่ได้ดูในวันเสาร์ที่ 13 ส.ค. (ถ้าวันหลังมีเวลาว่าง อาจจะมาเขียนบรรยายความรู้สึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับหนังที่ได้ดู)

1.VIOLET BASIL (2005, ศุภโมกข์ ศิลารักษ์, A+)

2.ทางเดิน (อุรุพงศ์ รักษาสัตย์, A+)

3.จากแม่ (อัญชลี ไทยงามศิลป์, A+)

4.A MOTH AND A BUTTERFLY (2003, GILBERT KWONG, A+)

5.CHASING TERBIT (2004, IVAN POETRA, A+)

6.DAJANG SOEMBI, THE LADY WHO WAS MARRIED WITH A DOG (2004, EDWIN, A+)

7.RED SAGA (2004, GABRIELA KRISTA DALENA, A)

8.THE STANDOFF (2004, VANNI JAMIN, A-)

9.LEFT TURN (2005, ROX LEE, LAI CRISOSTOMO, MAISA DEMETILLO, A-)

10.APPLE (2005, SHERAD ANTHONY SANCHEZ, A-)

11.MY DEAR FLOWER (2003, CHUNG WAI KUEN, A-)

12.LU REN (2002, LAU CHI CHUNG, A-)

13.THE VISIT (2004, RAYA MARTIN ,A-)
หนังเรื่องนี้เหมาะดูควบกับ HOTEL ของ JESSICA HAUSNER เป็นอย่างมาก

14.LONELY PLANET (2004, TSANG TSUI SHAN, A-)

15.KULTADO (2005, LAWRENCE FAJARDO, A-)

16.EXAGGERATION (2005, BRYAN BLUE CUEVAS, A-)

17.UNRESCUED WORLD (2003, ZEKE HARIS GUMELAR, A-)

18.STOP HUMAN CLONING (2004, WAHYU ADITA, A-)

19.COMING TO PASS (2005, SHERAD ANTHONY SANCHEZ, A-)

20.TEDDY (2004, ZULMAN, B+)

21.MY FANTASIA (2002, CHENG KWONG CHUEN, B+)

22.ROMANTIC (2004, ROBIN MORAN, B+)

23.SALAT (2004, JOHN TORRES, B+/B)

24.NIGHTMARE (2003, CHEUNG KA TO + LAW WAI LOK, B)

25.ABSTRACTION (2005, SHERAD ANTHONY SANCHEZ, B)

26.ONE DAY AT A PLACE (2003, KRESNA D. WICAKSANA, B-)

27.A WISH (2004, LANI H., C+)

Saturday, August 13, 2005

UMMA (HOHYUN JOUNG, A+)

ตอบน้อง merveillesxx

--พูดถึงเนื้อเทปที่พันกันอีรุงตุงนัง ก็เลยนึกถึงหนังเรื่อง AFTERNOON TIME ขึ้นมาเลยค่ะ เพราะในหนังเรื่องนี้มีฉากที่นางเอกฟังเทปม้วนเดียวกันซ้ำไปซ้ำมาจนในที่สุดเทปมันก็เจ๊งไปเลย นางเอกพยายามจะสางเนื้อเทปที่ย้วยพันกันยุ่งเหยิงออกจากกัน แต่ก็ทำไม่สำเร็จ

--ตอนแรกที่ดู THE UPSIDE OF ANGER ก็รู้สึกพึงพอใจกับหนังเรื่องนี้มากพอสมควร แต่หลังจากดูหนังเรื่องนี้เสร็จ ก็ไปดู AFTERNOON TIME ต่อ ปรากฏว่าความประทับใจที่มีต่อ AFTERNOON TIME รุนแรงมากจนส่งผลให้ความประทับใจที่มีต่อ THE UPSIDE OF ANGER หายไปจากหัวหมดเลย ก็เลยกลายเป็นความซวยของ THE UPSIDE OF ANGER ไป

--อย่างไรก็ดี ไม่ค่อยประทับใจกับตอนจบของ THE UPSIDE OF ANGER และ AFTERNOON TIME เท่าใดนัก รู้สึกประทับใจกับส่วนอื่นๆของเรื่องมากกว่า แต่ไม่ใช่ว่าตอนจบของหนังสองเรื่องนี้ไม่ดี แต่เป็นเพราะว่าหนังสองเรื่องนี้ไม่ได้ทำให้อารมณ์ของดิฉัน peak ในตอนจบ แต่ไป peak ในช่วงก่อนๆหน้านั้น

--หนังที่ทำให้อารมณ์ของดิฉัน peak อย่างรุนแรงในฉากจบก็คือ WAITING FOR THE CLOUDS ที่เป็นการนำภาพผู้หญิงอุ้มเด็กในช่วงต้นเรื่องมา REPLAY ซ้ำอีกครั้ง แต่อารมณ์ที่ได้รับจากการดูภาพเดียวกันกลับแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง เพราะในช่วงต้นเรื่องนี้ ดิฉันไม่รู้สึกอะไรกับการดูภาพผู้หญิงอุ้มเด็ก มันก็เป็นเพียงภาพผู้หญิงอุ้มเด็กคนนึงเท่านั้นเอง แต่ในตอนจบของหนังเรื่องนี้ เมื่อดิฉันได้เห็นภาพผู้หญิงอุ้มเด็กภาพเดิมซ้ำอีกครั้ง ดิฉันกลับรู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรงมากๆๆๆๆ เพราะหนังเรื่องนี้ได้ทำให้ผู้ชมเข้าใจแล้วว่า ความทรงจำของตัวละครที่มีต่อ “ช่วงเวลาที่ผู้หญิงคนนั้นกำลังอุ้มเด็ก” มันเป็นความทรงจำที่น่าเจ็บปวดรวดร้าวใจมากเพียงใด มันเป็นความทรงจำถึงช่วงเวลาในอดีตก่อนที่ทุกคนจะพลัดพรากจากกันเกือบตลอดไป

--ยังไม่ได้ดู DUST IN THE WIND ที่คุณเจ้าชายน้อยเขียนถึง แต่คิดว่าตัวละครนางเอกใน WAITING FOR THE CLOUDS ก็อาจจะเรียกได้ว่ามีสภาพคล้ายกับธุลีดินในสายลมเช่นกัน ชีวิตของเธอถูกสายลมแห่งชะตากรรมพัดปลิวไปโดยที่ไม่อาจต้านทานอะไรได้

--หนังบางเรื่องทำให้ร้องไห้ทุกครั้งเมื่อนึกถึง แต่ WAITING FOR THE CLOUDS ส่งผลกระทบที่ประหลาดต่อดิฉัน เพราะทุกครั้งที่ดิฉันนึกถึงหนังเรื่องนี้ ดิฉันรู้สึกอยากร้องไห้ แต่ร้องไม่ออก ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร

--ดู WAITING FOR THE CLOUDS แล้วนึกถึง THE JOY LUCK CLUB (A+) เพราะหนังสองเรื่องนี้มีตัวละครที่พลัดพรากจากครอบครัวในช่วงสงครามเหมือนกัน


เห็นคุณ kit พูดถึง PAULINE KAEL ก็เลยนึกขึ้นมาได้ว่าตอนนี้มีหนังสือเล่มนึงที่ดิฉันอยากอ่านมากๆค่ะ นั่นก็คือ SONTAG & KAEL: OPPOSITES ATTRACT ME ที่เขียนโดย CRAIG SELIGMAN ซึ่งเป็นเกย์

ในหนังสือเล่มนี้ เซลิกแมนได้เขียนวิจารณ์ PAULINE KAEL กับ SUSAN SONTAG ซึ่งเป็นนักวิจารณ์ภาพยนตร์หญิงชื่อดังสองคนของสหรัฐที่อยู่ในยุคเดียวกันค่ะ แถมทั้ง KAEL และ SONTAG ก็เพิ่งเสียชีวิตไปในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเหมือนกันด้วย

ดิฉันชอบ SUSAN SONTAG มากๆๆๆค่ะ ก็เลยอยากอ่านหนังสือเล่มนี้ สิ่งหนึ่งที่ชอบมากใน SONTAG ก็คือการที่เธอถูกทั้งฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวารุมโจมตี โดยเธอเคยถูกฝ่ายซ้ายโจมตีตอนที่เธอออกมาประณามคอมมิวนิสต์ว่าจริงๆแล้วก็เป็นฟาสซิสต์ประเภทหนึ่ง และเธอถูกฝ่ายขวาโจมตีอย่างรุนแรงตอนที่เธอบอกชาวสหรัฐไม่ให้ใช้อารมณ์หลังเกิดเหตุร้ายแรงในวันที่ 11 ก.ย.ปี 2001

อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้ได้ที่
http://www.amazon.com/exec/obidos/tg/detail/-/1582433119/104-8900605-7054348?v=glance

มีบทความที่น่าสนใจที่วิจารณ์หนังสือเล่มนี้เหมือนกันค่ะ ซึ่งรวมถึง

1.บทวิจารณ์โดย CATHERINE RUSSELL ที่น่าสนใจมากๆ
http://www.synoptique.ca/core/en/articles/sontagkael/

2.บทวิจารณ์ใน SAN FRANCISCO GATE
http://www.sfgate.com/cgi-bin/article.cgi?file=/chronicle/archive/2004/06/01/DDGUP6TQKT1.DTL

3.บทวิจารณ์ใน WASHINGTON POST

อ่านบทวิจารณ์หนังสือเล่มนี้แล้วก็รู้สึกตลกเหมือนกันค่ะ เพราะมันเป็นการวิจารณ์ซ้อนวิจารณ์ซ้อนวิจารณ์หลายตลบ

ลองสรุปง่ายๆก็คือว่า

1.มีการผลิตภาพยนตร์

2.SUSAN SONTAG และ PAULINE KAEL เขียนบทวิจารณ์ภาพยนตร์

3.CRAIG SELIGMAN เขียนหนังสือวิจารณ์บทวิจารณ์ภาพยนตร์ของ KAEL + SONTAG

4.CATHERINE RUSSELL เขียนบทวิจารณ์หนังสือของ SELIGMAN ที่วิจารณ์บทวิจารณ์ภาพยนตร์ของ KAEL + SONTAG (งงมั้ยคะ)


ชอบประโยคโฆษณาประโยคนี้มากๆเหมือนกันค่ะ
"เขาเล่นฟุตบอลไม่เก่ง แต่ชอบถอดเสื้อเล่นตลอด เราเลยชอบไปดูเขาเล่น"


หนังที่ได้ดูในวันนี้

1.UMMA (HOHYUN JOUNG, A+)

ผู้กำกับหนังเรื่องนี้ถ่ายทอดด้านบวก, ด้านลบ, ด้านที่น่าเห็นใจ, ด้านที่น่าสงสาร และด้านที่น่ารังเกียจของคนในครอบครัวตัวเองออกมาได้ดีมาก สิ่งที่ชอบมากในหนังเรื่องนี้ก็คือการที่หนังทำให้ตัวเองต้องเปลี่ยนความคิดที่มีต่อคนในหนังตลอดเวลา ตอนช่วงแรกๆของเรื่องนี้ จะรู้สึกว่าป้าของผู้กำกับท่าทางจะดีกว่าแม่ของผู้กำกับ แต่หลังจากนั้น หนังก็ทำให้ดิฉันตัดสินใจไม่ถูกเลยว่าดิฉันควรจะเข้าข้างใครดี นี่คือหนังที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด และจัดเป็นหนึ่งในหนังเกี่ยวกับแม่ลูกที่ดิฉันประทับใจมากที่สุดเรื่องนึง (ก่อนหน้านี้ก็เพิ่งประทับใจอย่างสุดๆไปแล้วกับ “แม่จ๋ากอดหนูหน่อย” ของคุณณัชพล โชติสุระกัลยา)

2.เรื่องเดิมเดิม ที่เหมือนจะเหมือนเดิม แต่เหมือนมันไม่เหมือนเดิม (ศาสตร์ ตันเจริญ, A+)

3.บุรุษไปรษณีย์ (สุรวัฒน์ ชูผล, A+)

4.LIFE ACTUALLY (บุญส่ง นาคภู่, A+/A)

นี่เป็นหนังที่สนุกและฮาพอๆกับละครทีวีชุด MELROSE PLACE สิ่งที่ประทับใจอย่างมากในหนังเรื่องนี้ก็คือการสร้างตัวละครผู้หญิงประมาณ 9 คนที่มีสีสันจัดจ้านมาก ชีวิตของผู้หญิง 9 คนในหนังเรื่องนี้ดูไม่จืดเลยแม้แต่ฉากเดียว

ฉากที่ฮาที่สุดในเรื่องนี้คือฉาก “อาจารย์ต้องเซ็นเกรดเอให้หนูเดี๋ยวนี้ค่ะ”

ประทับใจกับบทหนังเรื่องนี้มาก เพราะหนังเรื่องนี้มีตัวละครนำประมาณ 20 คน และตัวละครเหล่านี้มีปฏิสัมพันธ์สลับกันไปมาตลอดเวลา ไม่รู้ว่าบทหนังเรื่องนี้คิดขึ้นมาได้ยังไงถึงได้สามารถจัดการกับตัวละครจำนวนมากมายมหาศาลให้ออกมาดูสนุกและรสชาติเข้มข้นขนาดนี้

5.THE EXHIBITS (RAJ NAIR, A+/A)

6.PURA LENGUA (AURORA GUERRERO, A)

7.SUGARLESS (พัฒนะ จิรวงศ์, A)

ชอบฉากจบของหนังเรื่องนี้มาก

8.EVERYDAY OCCURRENCES (FUMIKA MATSUYAMA, B)


DESIRABLE ACTOR

TOM HARPER—THE UPSIDE OF ANGER


ไม่รู้มีใครในที่นี้รู้บ้างมั้ยคะว่าตอนนี้ CHRISTIAN BALE + WERNER HERZOG เข้ามาถ่ายหนังในเมืองไทยแล้วยัง พอดีเห็นข่าวว่า WERNER HERZOG จะกำกับหนังเรื่อง RESCUE DAWN ที่นำแสดงโดย CHRISTIAN BALE + STEVE ZAHN ในประเทศไทยในเดือนนี้ค่ะ

RESCUE DAWN ดัดแปลงมาจากหนังสารคดีเรื่อง LITTLE DIETER NEEDS TO FLY (1997) ที่กำกับโดย WERNER HERZOG เอง โดยหนังเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับดีเทอร์ เดงเกลอร์ (คริสเตียน เบล) หนุ่มเยอรมันที่เดินทางไปสหรัฐเพื่อทำตามความใฝ่ฝันที่จะเป็นนักบินรบ และเมื่อเขาไปถึงสหรัฐ เขาก็ได้สมัครไปรบในสงครามเวียดนาม แต่เครื่องบินของเขากลับถูกยิงตก และเขาก็ถูกจับเป็นเชลยสงคราม

อ่านข่าวนี้ได้ที่
http://www.timeout.com/film/news/539.html

นอกจาก RESCUE DAWN แล้ว หนังเกี่ยวกับสงครามเวียดนามที่ดิฉันอยากดูอย่างสุดๆในตอนนี้ก็คือหนังสารคดีเรื่อง WINTER SOLDIER (1972) ค่ะ เพราะหนังสารคดีเรื่องนี้สัมภาษณ์ทหารสหรัฐที่ไปรบในเวียดนามและพวกเขาพบว่าทหารสหรัฐด้วยกันเองจับชาวเวียดนามมาทรมานและสังหารหมู่อย่างน่าสยดสยองมาก
http://www.imdb.com/title/tt0204058/
http://www.slantmagazine.com/film/film_review.asp?ID=1742


เว็บไซท์ของ WINTER SOLDIER อยู่ที่
http://www.wintersoldierfilm.com/


สำหรับดีวีดีหนังเกย์ที่อยากดูที่สุดในตอนนี้ คือดีวีดี AVANT-GARDE EXPERIMENTAL CINEMA OF THE 1920S AND ‘30S ค่ะ โดยดีวีดีนี้มีขายแล้วที่สหรัฐ และบรรจุหนังที่น่าสนใจสุดๆไว้หลายเรื่อง ซึ่งรวมถึงหนังเกย์เรื่อง LOT IN SODOM (1933, DR. JAMES SIBLEY WATSON JR. + MELVILLE WEBBER)
http://www.classicmovies.com/cm/film_detail.asp?film_id=399http://people.wcsu.edu/mccarneyh/fva/W/usher.html

Friday, August 12, 2005

AFTERNOON TIME (TOSSAPOL BOONSINSUKH, A+)

ดาราหนุ่มออสเตรเลียอีกคนที่ดิฉันชอบสุดๆในตอนนี้ก็คือ NATHAN PHILLIPS ค่ะ เขาอาจจะหล่อสู้ SAM WORTHINGTON ไม่ได้ แต่การแสดงอันทรงพลังของเขาใน AUSTRALIAN RULES (2002, PAUL GOLDMAN, A+) ทำให้หลงรักเขาไปเลย
http://www.pdgv.com.au/news/2004-07-26_00.html

เห็น NATHAN PHILLIPS ร่วมแสดงในหนังฆาตกรโรคจิตเรื่อง WOLF CREEK (2005, GREG MCLEAN) ด้วย ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าหนังเรื่องนี้จะเข้าฉายในไทยเมื่อไหร่
http://www.imdb.com/title/tt0416315/


ใน SOMERSAULT มีการพูดถึง “เมืองที่จมอยู่ใต้ทะเลสาบ” ก็เลยนึกถึงหนังเรื่อง IN DREAMS (1998, NEIL JORDAN) ที่มีเมืองจมอยู่ใต้น้ำทั้งเมืองเหมือนกัน

ยังไม่ได้ดู THE WAYWARD CLOUD เลยค่ะ แต่กะว่าถ้ามีเวลาว่างจะเอาบทความเกี่ยวกับไฉ่มิ่งเหลียงในนิตยสาร “หนัง:ไทย” กลับมาอ่านซ้ำอีกครั้ง

ในนิตยสาร หนัง: ไทย ฉบับที่ 12 มีบทสัมภาษณ์ไฉ่มิ่งเหลียงโดยธัญสก พันสิทธิวรกุล
http://www.thaifilm.com/supportDetail.asp?id=23

ในนิตยสารหนัง: ไทย ฉบับที่ 9 มีบทความ “ไฉ้หมิงเลี่ยงกับแรงระเบิดของความแปลกแยกทางวัฒนธรรม และการเมืองจีน-ไต้หวัน” โดยพิธพร วินิจฉัย ค่ะ

http://www.thaifilm.com/supportDetail.asp?id=20



ตอบน้อง merveillesxx

ต้องกราบขอบพระคุณน้องเป็นอย่างยิ่งค่ะที่แจ้งข่าวเรื่องรายการวิทยุ J-POP ดิฉันไม่แน่ใจเหมือนกันว่าดิฉันเคยฟังดีเจเอ็ดดี้หรือเปล่า แต่ตอนเด็กๆดิฉันชอบฟังรายการเพลงญี่ปุ่นของดีเจที่ชื่อสุทธิธรรมหรืออะไรทำนองนี้ค่ะ เข้าใจว่าตอนช่วงที่น้อง merveillesxx เริ่มฟังเพลงญี่ปุ่น คงเป็นช่วงที่ดิฉันเลิกฟังเพลงญี่ปุ่นพอดี (เพราะไม่มีเวลาฟัง)

ตอนช่วงที่ดิฉันกำลังจะเลิกฟังเพลงญี่ปุ่น ตอนนั้นเป็นช่วงที่ดิฉันกำลังชอบนักร้องหญิงชื่อ RYOKO SHINOHARA กับเพลง LADY GENERATION ของเธอเป็นอย่างมาก แต่ล่าสุดนี้ ดิฉันกลับพบว่าเธอมาเล่นเป็นแม่นางเอกใน KAMIKAZE GIRLS ไม่นึกเลยว่าเธอจะเลื่อนฐานะขึ้นมารับบทแม่ภายในเวลาอันรวดเร็วเช่นนี้

พูดถึงนักร้องหญิงจากต่างประเทศที่ไปดังในญี่ปุ่น ก็เลยนึกขึ้นมาได้ว่าตอนเด็กๆเคยได้ยินว่ามีนักร้องหญิงต่างชาติ (จำไม่ได้ว่าชาติไหน) ไปขายผลงานในญี่ปุ่น แต่ไม่ดังนัก ถ้าจำไม่ผิด นักร้องหญิงคนนั้นมีชื่อว่า “โอวหยังฟี่ฟี่”

ดิฉันจำอะไรเกี่ยวกับนักร้องคนนี้ไม่ได้แล้ว และคิดว่าชีวิตนี้คงไม่สามารถหาข้อมูลหรือหาเพลงของเธอมาฟังได้อีก แต่ประทับใจกับชื่อของเธอมาก (อย่าจำสลับกับ “โอวหยังเพ่ยซัน” ที่แสดงเป็นอึ้งย้ง) และจำได้ว่าเพื่อนคนนึงของดิฉันเคยแต่งเรื่องหลอกเพื่อนอีกคนเกี่ยวกับโอวหยังฟี่ฟี่ด้วย

สมัยเรียนมัธยม ดิฉันกับเพื่อนๆมักจะฟังรายการวิทยุตอนช่วงวันอาทิตย์ แล้วพอวันจันทร์ก็จะคุยกันเรื่องนี้ แต่ถ้าเพื่อนคนไหนไม่ได้ฟังวิทยุในวันอาทิตย์ ก็จะโดนเพื่อนๆคนอื่นในกลุ่มแต่งเรื่องแต่งราวหลอกกันอย่างสนุกสนาน โดยส่วนใหญ่จะหลอกว่าศิลปินคนโน้นคนนี้ขึ้นอันดับอะไรในอังกฤษ พร้อมกับด้นเพลงขึ้นมาสดๆเพื่อร้องหลอกเพื่อนในกลุ่มว่าเพลงนี้ติดอันดับ 5 ในอังกฤษประจำสัปดาห์ล่าสุด อะไรทำนองนี้

จำได้ว่าเพื่อนคนนึงเคยหลอกเพื่อนอีกคนว่า “โอวหยังฟี่ฟี่เป็นนักร้องที่ได้รับความนับถือจาก SHIZUKA KUDO อย่างมากเลยล่ะแก แกรู้มั้ย ตอนที่โอวหยังฟี่ฟี่บินมาญี่ปุ่นน่ะนะ SHIZUKA KUDO ถึงกับไปรอรับโอวหยังฟี่ฟี่เพื่อกราบเธอที่สนามบินเลย” (จริงๆแล้วดิฉันอยากให้เรื่องแต่งเรื่องนี้กลายเป็นเรื่องจริง เพราะนึกภาพชิสุกะ คุโด้ก้มลงกราบโอวหยังฟี่ฟี่ต่อหน้าสาธารณชนที่สนามบินแล้วคงเป็นเหตุการณ์ที่ติดตาตรึงใจมาก)

เฮ้อ คิดถึงช่วงเวลาสมัยมัธยมแล้วมีความสุขมากค่ะ อาจจะด้วยเหตุนี้กระมังที่ทำให้ดิฉันรู้สึกอินกับหนังเรื่อง “หนังสือรุ่น” มากเป็นพิเศษ

น่าเสียดายที่ช่วงเวลาจัดรายการของดีเจเอ็ดดี้ซ้อนเหลื่อมกับช่วงเวลาของรายการ CLUBCLASS ทางช่อง 94.5 FM แถมคืนวันเสาร์ก็เป็นเวลาที่ดิฉันมักออกมานั่งร้านอินเทอร์เน็ต คาเฟ่ด้วย อยากจะแยกตัวเองเป็นสามร่างจังเลยในคืนวันเสาร์


เห็นน้อง merveillesxx อ่าน FEAR & TREMBLING ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับสาวฝรั่งในเอเชีย ก็เลยขอแนะนำหนังสืออีกเล่มค่ะ ซึ่งก็คือ FOREIGN BABES IN BEIJING ที่พูดถึงสาวฝรั่งในเอเชียเหมือนกัน

FOREIGN BABES IN BEIJING
http://www.amazon.com/exec/obidos/ASIN/0393059022/qid=1123784832/sr=2-1/ref=pd_bbs_b_ur_2_1/104-2305439-7576744


แหม ทั้ง CHRIS KLEIN, CHRIS O’DONNELL และ CHRIS EVANS นี่มันช่างน่าแย่งมาเป็นของตัวเองมากเลยนะคะ

พูดถึง CHRISTOPHER REEVE แล้วก็เศร้ามาก เพราะตอนนี้ DANA REEVE ซึ่งเป็นภรรยาของเขา ป่วยเป็นโรคมะเร็งปอดค่ะ ทั้งๆที่เธอไม่เคยสูบบุหรี่เลย ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดจากอะไร

ถ้าหากคุณ CHRIS’SGIRLFRIEND อยากได้สามีชื่อ CHRIS ดิฉันก็ขอเสนอ CHRIS เหล่านี้เพิ่มเติมให้ด้วยความเต็มใจค่ะ รับรองว่าไม่มีคนมาแย่งอย่างแน่นอนค่ะ โฮะ โฮะ โฮะ (หัวเราะอย่างนางมารร้าย)

1.CHRIS ROCK

2.KRIS KRISTOFFERSON (BLADE, PAYBACK, CHELSEA WALLS, A STAR IS BORN, CONVOY)
http://www.jimmarshallvault.com/CatalogDetail.aspx?ItemNumber=JMP0020&ProductTypeID=FP
http://www.imdb.com/name/nm0001434/

3.CHRIS COOPER (ADAPTATION)


แต่มีสอง CHRIS ที่ดิฉันขอสงวนเอาไว้ให้ตัวเองค่ะ คนนึงขอสงวนเอาไว้เชยชมร่างกาย (CHRIS ISAAK) ส่วนอีกคนขอสงวนเอาไว้ชื่นชมหัวสมองและความสามารถ (CRISTI PUIU)


CHRIS ISAAK เจ้าของเพลง WICKED GAME ที่หลอกหลอนจิตในหนังเรื่อง WILD AT HEART (DAVID LYNCH, A+)

http://us.movies1.yimg.com/movies.yahoo.com/images/hv/photo/movie_pix/warner_brothers/eyes_wide_shut/chris_isaak/eyespre.jpg
http://mapage.noos.fr/chrisisaak/cipic/chris0.jpg
http://mapage.noos.fr/chrisisaak/cipic/C_BarberChair02.jpg
http://mapage.noos.fr/chrisisaak/cipic/peoplepic.jpg


CRISTI PUIU เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ชาวโรมาเนียที่น่าสนใจมาก เขาเคยกำกับหนังเรื่อง STUFF AND DOUGH (2002) ซึ่งเป็นหนังแนวโร้ดมูฟวี่ และ THE DEATH OF MR. LAZARESCU (2005) ที่ได้รับคำชมอย่างมากในเทศกาลหนังเมืองคานส์ปีนี้ โดย THE DEATH OF MR. LAZARESCU เล่าเรื่องของวิศวกรคนหนึ่งที่ป่วยหนัก เขาถูกส่งตัวไปตามโรงพยาบาลหลายแห่งในคืนอันสับสนวุ่นวายและต้องเผชิญกับหมอและพยาบาลมากมายที่ดูเหมือนจะไม่ต้องการรักษาเขา

นักวิจารณ์ตั้งข้อสังเกตว่า THE DEATH OF MR. LAZARESCU มีการเล่าเรื่องที่ลื่นไหล, สมจริง และแสดงให้เห็นปฏิสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างตัวละครเหมือนหนังของ JOHN CASSAVETES นอกจากนี้ หนังเรื่องนี้ยังนำเสนอความเป็นจริงเกี่ยวกับ “สถาบัน” เหมือนหนังสารคดีของ FREDERIC WISEMAN และมีความเป็นโรมาเนียอยู่ในหนังด้วย
http://www.cinema-scope.com/cs23/spo_quintin_lazarescu.htm

รูปของ CRISTI PUIU
http://cultural.srr.ro/evenimente/gala_premii_rrc/cp_tv.jpg


เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับ RAINER WERNER FASSBINDER ผู้กำกับหนังที่เป็นเกย์

FASSBINDER’S LIST (อันดับความชอบส่วนตัวของฟาสบินเดอร์)

THE BEST ACTORS

1.CLARK GABLE
http://usuario.tiscali.es/clasicoscine/gable.html

2.JAMES DEAN

3.CHARLES LAUGHTON

4.GEORGE SANDERS

5.MICHEL SIMON

6.HANS MOSER

7.GARY COOPER

8.FERDINAND MARIAN

9.ZEPPO MARX

10. ERICH VON STROHEIM


--CLARK GABLE เคยแสดงหนังเรื่อง GONE WITH THE WIND, IT HAPPENED ONE NIGHT, THE MISFITS, MOGAMBO, MUTINY ON THE BOUNTY และ THE TALL MEN

--หนังของ CLARK GABLE ที่ดิฉันอยากดู รวมถึงเรื่อง RED DUST (1932, VICTOR FLEING) ซึ่งเป็นหนังน้ำเน่าอย่างสุดๆ โดยในเรื่องนี้เกเบิลรับบทเป็นผู้จัดการสวนยางที่เซ็กซี่ในอินโดจีน แต่เขาตกหลุมรักโสเภณี (JEAN HARLOW) และมีความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาวกับหญิงสาวที่แต่งงานแล้วผู้ซ่อนความเร่าร้อนไว้ภายใน (MARY ASTOR)
http://www.reelclassics.com/Actors/Gable/gable.htm
http://www.movieactors.com/30stars/clark2.htm
http://www.amazon.com/exec/obidos/tg/detail/-/6301978390/qid=1123785728/sr=8-1/ref=sr_8_xs_ap_i1_xgl27/104-2305439-7576744?v=glance&s=video&n=507846
http://usuario.tiscali.es/clasicoscine/cg12.jpg

--CLARK GABLE ได้แสดงใน RED DUST ฉบับรีเมคด้วย โดยหนังรีเมคนี้ก็คือเรื่อง MOGAMBO (1953, JOHN FORD) และเขายังคงรับบทเป็นพระเอกเหมือนเดิมถึงแม้เวลาจะผ่านมานาน 20 ปีแล้ว

JOHN LEE MAHIN เขียนบทให้กับทั้ง RED DUST และ MOGAMBO แต่มีการเปลี่ยนฉากในเรื่องจากไซ่ง่อนมาเป็นทวีปแอฟริกาแทน นอกจากนี้ MOGAMBO ยังลดบทสนทนาเรื่องเซ็กส์ลงมาจากเดิมด้วย

--ตอนนี้ที่เมืองเอดินเบอระห์ในสก็อตแลนด์กำลังมีเทศกาลฟรินจ์ซึ่งเป็นงานชุมนุมละครเวทีที่น่าดูจากทั่วโลก โดยหนึ่งในละครเวทีที่เปิดแสดงในเทศกาลนี้คือ COMPLETELY HOLLYWOOD (ABRIDGED) ซึ่งมีเนื้อหาเสียดสีวงการฮอลลีวู้ด โดยตัวละครในเรื่องนี้อยากสร้างภาคต่อของหนังหลายเรื่องรวมกัน และโครงการสร้างหนังของเขารวมถึงเรื่อง GANDHI WITH THE WIND และ A FISH CALLED RWANDA (คิดได้ไงเนี่ย)


หนังที่ได้ดูในช่วงนี้
(หนังบางเรื่องได้ดูรอบสองแล้วชอบเพิ่มขึ้นจากครั้งแรก)

1.AFTERNOON TIME (2005, TOSSAPOL BOONSINSUKH, A+)

นี่คือหนังที่ดิฉันชอบที่สุดนับตั้งแต่ต้นปีนี้ค่ะ และมีความเป็นไปได้ที่หนังเรื่องนี้อาจครองอันดับหนึ่งในใจดิฉันประจำปีนี้

หนังที่ดิฉันชอบที่สุดในปี 2004 คือ BIRTH OF THE SEANEMA (2004, ศะศิธร อริยะวิชา, A+) ซึ่งทั้ง AFTERNOON TIME และ BIRTH OF THE SEANEMA ต่างก็เป็นหนังไทยที่ดิฉันได้ดูในงานของมูลนิธิหนังไทยเหมือนกัน

หนังที่ดิฉันชอบที่สุดในปี 2003 คือ DIVINE INTERVENTION (2002, ELIA SULEIMAN, A+) ซึ่งส่งผลกระทบต่อดิฉันในลักษณะที่ใกล้เคียงกับ AFTERNOON TIME เพราะ DIVINE INTERVENTION เป็นหนังที่ทำให้ดิฉันร้องไห้หนักที่สุดในชีวิต ในขณะที่ AFTERNOON TIME เป็นหนังไทยที่ทำให้ดิฉันร้องไห้หนักที่สุดในชีวิต

สมการคิดเองเล่นๆ

ความนิ่งสงบภายนอกของ NATHALIE GRANGER (1972, MARGUERITE DURAS, A+) + ความร้าวรานใจจนสุดจะทานทนของ THE DAY THE MILKMAN DIDN’T COME (1999, ANJA LANGENBACHER, A+) = AFTERNOON TIME


2.JUST A SECOND: THE KHONG LEGEND 2003 (2003, SANTIPHAP INKONG-NGAM, A+)

3.0.29s (บุญชัย กัลยาศิริ, A+)

4.หนังสือรุ่น (เบญจพรรณ รุ่งศุภตานนท์, A+)

5.PILLOW TALK (อารยะ สุริหาร, A+)

6.BLIND SPOT (ศุภฤกษ์ คณิตวรานันท์, A+)

7.กลางวันและกลางคืน (อุรุพงศ์ รักษาสัตย์, A+)

8.HAPPINESS (ศุภกร เพ็ชรรัตน์, A+)

9.เจ้าหญิงนิทรา (มานุสส วรสิงห์, A+)

10.STRAY DOG (ศศิธร สกุลชัยสิริวิช, A+)

11.12 (วิศิษฏ์ อรธนาลัย, A+)

12.โอกาส (นิติพงศ์ ถิ่นทัพไทย, A+)

13.รองเท้าของผม (สุภัทร์ รังษีภัทร์, A+)

14.ONO! OR ART FOR THE EXECUTIVE (2004, FRANKIE NG TZE WEI, A)

15.อย่างไรก็แล้วแต่ (ชลาลัย รุธิรพงษ์, A)

16.THE BODY (ปวิตร ตรีเมฆ, A)

17.THE UPSIDE OF ANGER (2005, MIKE BINDER, A-)

18.KISS TH E MACHINE (ปริญญ์ วัฒนวีร์, A-)

19.กอด (ศนิพงศ์ สุทธิพันธ์, A-)

20.1 DAY IN UTOPIA (วีระ รักบ้านเกิด, A-)

21.กระรอกกับเครื่องบิน (อานนท์ จันทร์โท, A-)

22.ต้องรอด (เข็มเพชร ระหว่างงาน, A-)

23.ครุฑน้อย (สุพร เดชะรินทร์, A-/B+)

24.ผง-ชู-รส (นิติวัฒน์ ชลวณิชสิริ, A-)

25.FWD: Alone for U (พนิช งามนิยม, A-/B+)

26.I PROMISE (2005, KAN LUME, B+)

ดิฉันอาจจะชอบหนังเรื่องนี้เพิ่มขึ้นมากถ้าหากหนังเรื่องนี้มีซับไตเติล เพราะหนังเรื่องนี้เป็นหนังสิงคโปร์ที่ตัวละครพูดภาษาอังกฤษในแบบที่ดิฉันฟังไม่ออก และหนังเรื่องนี้เป็นหนังที่มีตัวละครหนุ่มหล่อสาวสวยพูดคุยกันทั้งเรื่อง

ในเครดิตท้ายหนังเรื่องนี้ ผู้กำกับเขียนบอกว่าเขาได้รับแรงบันดาลใจจาก LARS VON TRIER และ ERIC ROHMER (มิน่าล่ะ)


27.INITIAL D (2005, WAI KEUNG LAU + SIU FAI MAK, B+)
http://www.imdb.com/title/tt0439630/

28.THE BUS (2005, KC TEO, B+)

29.DAI BAO! (2005, YEE CHANG KANG, B+/B)

30.THE HIDDEN BLADE (2004, YOJI YAMADA, B)
http://www.imdb.com/title/tt0442286/

31.WAITING 4EVER (2004, ARUL DASS, B)



MOST DESIRABLE ACTOR
อนุสิฐ วัชโรทยาน—HAPPINESS
http://www.scrubbband.com/html/profiles.html


FAVORITE ACTRESS
ศิณัฐ กมุกะมกุล—สิ่งสุดท้าย + รักไม่รู้จบ + กอด

รูปนี้มาจากโฆษณาเกสท์เฮาส์ในเมือง FORT LAUDERDALE รัฐฟลอริดาค่ะ
http://www.theworthington.com/images/img_left_rates_bg.jpg
http://www.worthingtonguesthouse.com/images/img_left_index_1.jpg

รูปนี้มาจากเกสท์เฮาส์ชื่อ NEW ZEALAND HOUSE ในเมือง FORT LAUDERDALE เหมือนกันค่ะ
http://www.newzealandhouse.com/ayransouth.jpg

--ถ้าจำไม่ผิด NAMIE AMURO คือคนที่ทำให้สาวๆยุคนั้นทำสีผิวคล้ำและย้อมผมเป็นสีน้ำตาล

--พูดถึงมิวสิควิดีโอ ก็เลยทำให้นึกขึ้นมาได้ว่าตอนนี้อยากดูหนังเรื่อง ELI, ELI, LEMA SABACHTHANI? (2005, SHINJI AOYAMA) มากค่ะ เพราะนักวิจารณ์บอกว่าหนังเรื่องนี้เหมือนกับมิวสิควิดีโอขนาดยาว

ชื่อของหนัง ELI, ELI, LEMA SABACHTHANI? มาจากคำพูดสุดท้ายของพระเยซูคริสต์ขณะถูกตรึงกางเขน โดยหนังเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับเชื้อไวรัสที่ทำให้คนฆ่าตัวตาย

นักดนตรีสองคน (ทาดาโนบุ อาซาโนะ และมาซายะ นากาฮาระ) เชื่อว่าเสียงที่พวกเขาบันทึกมาได้และนำมาผ่านกระบวนการทำให้เป็นลูปนั้นจะสามารถทำลายเชื้อไวรัสนี้ได้หรือไม่ก็อาจทำให้เชื้อไวรัสนี้เติบโตหนักยิ่งขึ้น

นักวิจารณ์ให้ความเห็นว่าซาวด์แทรคหนังเรื่องนี้น่าสนใจมาก โดยมีลักษณะคล้ายผลงานซิมโฟนีของ GLENN BARCA ในขณะที่การถ่ายภาพภูมิประเทศที่โล่งกว้างเวิ้งว้างในหนังเรื่องนี้ก็เข้ากับตัวหนังได้ดีมาก

ลองฟังตัวอย่างซิมโฟนีของ GLENN BARCA ได้ที่นี่ค่ะ มันให้ความรู้สึกที่รุนแรงมาก
http://www.glennbranca.com/soundbites.html

ภาพจากหนัง ELI, ELI, LEMA SABACHTHANI?
http://a69.g.akamai.net/7/69/7515/v1/img5.allocine.fr/img_cis/images/festivaldecannes/img/photo/009786.jpg

http://www.festival-cannes.fr/films/fiche_film.php?langue=6002&id_film=4283674


ชินจิ อาโอยามะ เคยกำกับ EUREKA, DESERT MOON, LAKESIDE MURDER CASE, EMBALMING และ WILD LIFE (1997, A/A-)
http://www.imdb.com/name/nm0031888/


แนะนำอัลบัมเก่าๆ

ROUNDS ของ FOUR TET
http://www.amazon.com/exec/obidos/ASIN/B000092Q6L/qid=1123794416/sr=2-2/ref=pd_bbs_b_2_2/104-2305439-7576744

ฟังตัวอย่างเพลงจากอัลบัม HAPPINESS (2001) ของ FRIDGE ได้ที่
http://www.amazon.com/exec/obidos/tg/detail/-/B00005Q6OU/ref=pd_sim_music_7/104-2305439-7576744?v=glance&s=music

ประวัติของ QUICKSPACE SUPERSPORT
http://homepage.univie.ac.at/horst.prillinger/healers/quickspace.html
http://www.mp3.com/quickspace/artists/174427/biography.html

ดาวน์โหลดตัวอย่างเพลงของ QUICKSPACE SUPERSPORT ได้ที่
http://www.mp3.com/quickspace/artists/174427/songs.html

อัลบัมชุด PAUSE ของ FOUR TET
http://www.amazon.com/exec/obidos/ASIN/B00005OMH5/qid=1123794416/sr=2-3/ref=pd_bbs_b_2_3/104-2305439-7576744

Thursday, August 11, 2005

HUSBANDS OF SCREENOUT

(ข้อความข้างล่างนี้เขียนขึ้นมาเล่นๆ ไม่ต้องซีเรียสกับมันนะคะ)

รายงานสถานภาพการสมรสประจำสัปดาห์วันที่ 7-13 ส.ค.

หลังจากบริษัท Screenout ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามกับภาพยนตร์และละครโทรทัศน์เรื่อง SEVEN BRIDEGROOMS FOR SEVEN BROTHERS แล้ว (ดูรายละเอียดได้ที่หน้า 50
http://xq28.net/s/viewtopic.php?p=78850&highlight=bridegrooms#78850 )

ทางบริษัทจึงดำริที่จะจ่ายคืนผลกำไรนี้ให้แก่ทุกคนที่ร่วมงานกับทางบริษัทในรูปของสิทธิประโยชน์ในการรักษาพยาบาล+ผ่าตัดทำศัลยกรรมฟรี โดยจะให้สิทธิประโยชน์นี้แก่ “สามี” ของผู้ร่วมงานกับทางบริษัทด้วย

ทางบริษัทจึงได้มอบหมายให้ดิฉันซึ่งทำงานในแผนก HR (หรือ HUGE MEN RESOURCES) จัดทำรายงานสถานภาพการสมรสของผู้ร่วมงานในบริษัทค่ะ เพื่อจะได้สะดวกในการลงบัญชีค่าสวัสดิการ

ดิฉันพอจัดทำคร่าวๆได้ดังนี้

ชื่อผู้ร่วมงานใน SCREENOUT ที่มีสามีแล้ว + ชื่อสามีคนปัจจุบัน


1.ZM + KENNY KWAN CHI BUN

2.CHRIS’S GIRLFRIEND + CHRIS KLEIN

3.wa_y + GREGG ARAKI ผู้กำกับ MYSTERIOUS SKIN

4.อ้วน + อ้วน

5.paaae + DANIEL BRUEHL

6.Matt + น้องอ๊อฟ AF2

7.Vespertine + Brad Pitt

8.kit + Paul Anka ?!?!?

9.Oliver + หนามเตย

10.Tarence + OH JI-HO

11.FRANKENSTEIN + TSUMABUKI SATOSHI

12.porky + Michael Chiklis

13.อิศวร์ + RODRIGO SANTORO

14.สวรรค์ชิต + JOHNNY DEPP

15.MdS+ Channing Tatum (นิตยสาร BIOSCOPE เล่มใหม่ลงข่าวเกี่ยวกับดาราหนุ่มคนนี้ด้วย)
http://www.jurgita.com/images_new/models/M/portfolio-picture/w448xh478/Channing-Tatum-10519-10.jpg

อย่างไรก็ดี เนื่องจากสถานภาพการสมรสของทุกๆคนมีการเปลี่ยนแปลงอย่างปุบปับฉับพลันอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นดิฉันจึงใคร่จะขอความร่วมมือจากทุกๆท่านให้ช่วยกันแจ้งข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับชื่อสามีคนปัจจุบันของทุกท่านผ่านทางเว็บบอร์ดนี้เป็นประจำด้วย เพื่อที่ทุกคนในบริษัทจะได้ร่วมกันชื่นชมสามีของท่านอย่างทั่วถึงกัน

หากชื่อของผู้ใดตกหล่นไปจากรายงานนี้ (อย่างเช่นคุณ Sensitiveman, Good Will Hunting, ชายผู้มาจากดาวอังคาร, etc. ) ดิฉันต้องขออภัยเป็นอย่างยิ่ง และหวังว่าท่านผู้นั้นจะรีบแจ้งสถานภาพการสมรสและชื่อสามีคนปัจจุบันของตัวเองผ่านทางเว็บบอร์ดนี้โดยเร็วพลัน ก่อนที่สามีของท่านจะถูกผู้อื่นจับจองไป

หากรายงานนี้มีข้อผิดพลาดประการใด โปรดรีบท้วงติงมาโดยด่วนด้วยนะคะ

ด้วยความหวังดี

พิตะวัน สัจจามาตย์



DESIRABLE ACTORS ที่กำลังรอให้คุณมาจับจอง

1.Garrett Hedlund

เขาเคยแสดงหนังเรื่อง TROY (2004, B) และ FOUR BROTHERS (2005, JOHN SINGLETON)
http://www.garrett-hedlund.com/garrett/images.html
http://eur.yimg.com/i/xp/premier_photo/f/f0c8a0dcab.jpg
http://www.garrett-hedlund.com/garrett/images/photoshoots/gh_nov25_04.jpg


2.Shawn yue

ชอบเขาใน INITIAL D (2005, B+) มากๆๆๆ

http://image2.sina.com.cn/ent/m/c/2004-07-02/2004-07-02_1578_9.jpg
http://www.cmidi.com/downloads/midi_images/singericon/1064175581.gif


3.DEEP NG HO HONG (เกิดปี 1983)

http://asianfanatics.net/forum/lofiversion/index.php/t19669.html
http://www.asia668.com/chinese/music/1_73/Info/1.jpg
http://www.orientaldaily.com.hk/photo/20040213/ent/0213enew16b1.jpg
http://img78.photobucket.com/albums/v258/Miserai/3deep3a.jpg

Sunday, August 07, 2005

STEVEN CHEUNG CHI-BUN

MORE DESIRABLE ACTORS

3.เฉินป๋อหลิน—BUG ME NOT

4.STEVEN CHEUNG CHI-HUNG—BUG ME NOT
http://www.lovehkfilm.com/people/cheung_steven.htm
http://www.lovehkfilm.com/people/ah7334/cheung_steven_3.jpg

5.KENNY KWAN CHI BUN—BUG ME NOT
http://lovetosay.com/newlovetosay/profile/kenny_steven_s1.jpg
http://asianfanatics.net/forum/lofiversion/index.php/t7208.html
http://img.photobucket.com/albums/v200/butiki/Boyz/boyz_kenny3.jpg

WORLDLY DESIRES (A+)

กลัวรังสีจากเครื่องถ่ายเอกสารเหมือนกันเลยค่ะ กลัวว่ามันจะมีผลร้ายต่อสุขภาพ แต่ถ้าหากมันทำให้เพียงแค่เป็นหมันดิฉันก็คงไม่กลัวหรอกค่ะ เพราะดิฉันไม่คิดจะมีลูกอยู่แล้ว โฮะ โฮะ โฮะ โฮะ โฮะ

รู้สึกเห็นใจพนักงานถ่ายเอกสารเหมือนกัน เพราะงานมันคงน่าเบื่อจริงๆน่ะแหละ แต่มันก็เป็นงานที่สำคัญมาก ดิฉันต้องพึ่งพาคนอาชีพนี้อยู่เสมอ สมัยเรียนอยู่มหาลัยดิฉันมักจะยืมสมุดเพื่อนๆมาถ่ายเอกสารเป็นประจำ เพราะดิฉันชอบโดดเรียน และในช่วง 2-3 ปีก่อนหน้านี้ดิฉันก็มักเอาหนังสือเกี่ยวกับภาพยนตร์ในห้องสมุดมหาลัยธรรมศาสตร์มาถ่ายเอกสารเป็นประจำเหมือนกัน

เหตุการณ์เกี่ยวกับการถ่ายเอกสารที่ประทับใจดิฉันครั้งนึง ก็คือตอนที่ดิฉันกับเพื่อนจะนำภาพถ่ายภาพนึงของเพื่อนไปถ่ายเอกสาร แต่พนักงานถ่ายเอกสารคนนั้นกลับบอกว่า “ไม่รับซีร็อกซ์รูปค่ะ” (สงสัยคงกลัวเปลืองหมึก) ดิฉันกับเพื่อนก็ไม่ว่าอะไร แต่เพื่อนดิฉันบอกดิฉันในภายหลังว่าจริงๆแล้วเธอกะจะถามกลับไปว่า “ไม่รับซีร็อกซ์รูป แล้วรับซีร็อกซ์ตีนมั้ยคะ”

พูดถึงการถ่ายเอกสาร ก็เลยนึกถึงหนังออสเตรียเรื่อง COPY SHOP (2001, VIRGIL WIDRICH, A) ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับพนักงานร้านถ่ายเอกสารคนนึงที่สามารถใช้เครื่องถ่ายเอกสารสร้าง “ร่างก็อปปี้” ของตัวเองขึ้นมาใหม่ และเขาก็เลยสร้างตัวเองขึ้นมามากมายหลายคนจนนับไม่ถ้วน

ข้างล่างนี้เป็นรูปของ VIRGIL WIDRICH เขาเกิดปี 1967 และเคยมีผลงานหนังเรื่อง BRIGHTER THAN THE MOON (2000, B) เข้ามาฉายที่เอ็มโพเรียม
http://www.fashion.at/film/virgilwidrich2-2002b.jpg

รูปจากหนังเรื่อง COPY SHOP
http://www.widrichfilm.com/copyshop/bilder/jpegs/cs_Makingof_kader_05.jpg

อ่านบทวิจารณ์ COPY SHOP ได้ที่
http://filmref.com/journal/archives/2005/01/copy_shop_2001.html

หนังเรื่อง COPY SHOP มีขายแล้วในรูปแบบดีวีดีที่สหรัฐ
http://www.amazon.com/exec/obidos/tg/detail/-/B0000AKY3P/ref=ase_imdb-adbox/103-6767420-7119042?v=glance&s=dvd

เพื่อนดิฉันเคยดูหนังสั้นเรื่องนึงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับผู้หญิง (รู้สึกจะเป็นตัวผู้กำกับหนังเรื่องนั้นเอง) ที่ขึ้นไปนั่งคร่อมบนเครื่องถ่ายเอกสารเพื่อซีร็อกซ์รูปอวัยวะเพศของตัวเองออกมาด้วย แต่เสียดายที่จำไม่ได้แล้วว่าหนังเรื่องนั้นมีชื่อเรื่องว่าอะไร จำได้แต่ว่าคนดูคนนึงอุทานออกมาว่า “อีนี่ มันต้องไม่ตายดี”

มีหนังอีกเรื่องนึงที่ดิฉันอยากดูอย่างสุดๆที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับพนักงานถ่ายเอกสารเหมือนกันค่ะ นั่นก็คือหนังบราซิลเรื่อง THE MAN WHO COPIED (2003, JORGE FURTADO) สาเหตุที่อยากดูหนังเรื่องนี้ก็เป็นเพราะว่า JORGE FURTADO เคยมีผลงานหนังเรื่อง ISLE OF FLOWERS (1989, A+) เข้ามาฉายที่สถาบันเกอเธ่ในปีที่แล้ว และดิฉันชอบหนังเรื่อง ISLE OF FLOWERS อย่างมากๆๆๆๆ

THE MAN WHO COPIED
http://www.imdb.com/title/tt0367859/
http://www.sfgate.com/cgi-bin/article.cgi?f=/c/a/2005/05/27/DDGSBCUNKV1.DTL#flick2



--ถ้าจำไม่ผิด นางเอกในละครฮ่องกงที่ดิฉันนึกชื่อเรื่องไม่ออก อาจจะชื่อมีว่า “จวงจิ้งเอ๋อ”


หนังที่ได้ดูในช่วงนี้

1.WORLDLY DESIRES (2005, APICHATPONG WEERASETHAKUL, A+)

2.ASSOCIATIONS (1975, JOHN SMITH, A+)
http://www.sensesofcinema.com/contents/03/29/john_smith.html

หนังเรื่อง BLIGHT (1996, A+) ของ JOHN SMITH เคยเข้ามาฉายในกรุงเทพในปี 1999

3.HAZE (2005, SHINYA TSUKAMOTO, A+)

4.MAGICIAN(S) (2005, SONG IL-GON, A-)
http://www.sensesofcinema.com/contents/05/36/song_il-gon.html

5.LAND OF THE DEAD (2005, GEORGE A. ROMERO, B)

6.ROMASANTA: THE WEREWOLF HUNT (2004, PACO PLAZA, B/B-)

7.BUG ME NOT (2005, LO CHI LEUNG, B-)

LO CHI LEUNG เคยกำกับ INNER SENSES (2002, B+/B) และ KOMA (2004, A+)
http://www.horror.com/php/article-729-1.html


DESIRABLE ACTOR

SASHA ROIZ—LAND OF THE DEAD
http://www.imdb.com/gallery/hh/1501388/HH/1501388/iid_933576.jpg?path=pgallery&path_key=Roiz,%20Sasha

เขาเคยเล่น THE DAY AFTER TOMORROW (2004, B-) และ ASSAULT ON PRECINCT 13 (2005, A+)

SIMON BAKER—LAND OF THE DEAD
http://www.imdb.com/name/nm0048932/
http://us.movies1.yimg.com/movies.yahoo.com/images/hv/photo/movie_pix/walt_disney/the_emperor_s_new_groove/simon_baker/emperorpre.jpg

เขาเคยเล่น THE RING TWO (2005, B+), THE AFFAIR OF THE NECKLACE (2001, B+) และ RIDE WITH THE DEVIL (1999, A-)

Saturday, August 06, 2005

KAZUMASA ODA

--พูดถึงเซี่ยงไฮ้หรือปักกิ่งในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 ดิฉันจะนึกถึงละครทีวีฮ่องกงเรื่องนึงที่ชอบสุดๆที่เคยมาฉายทางช่อง 3 ค่ะ น่าเสียดายที่จำชื่อเรื่องและจำชื่อดาราในเรื่องไม่ได้แล้ว พอจำได้เลาๆ (ถ้าจำผิดก็ต้องกราบขออภัยเป็นอย่างยิ่งมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ) ว่าละครเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับพระเอก (ไม่แน่ใจว่าเป็นหวงเย่อหัวหรือเปล่า) ที่ต้องรับมือกับสายลับของญี่ปุ่นที่แทรกซึมเข้ามาในจีนในยุคนั้น และต้องรับมือกับอาถรรพ์ของตุ๊กตาตัวนึงที่มีคำสาปแช่งของชาวเขาหรืออะไรทำนองนี้ซ่อนอยู่ ตุ๊กตาตัวนี้ทำให้คนตายไปหลายคน และตอนหลังก็ปรากฏว่าที่แท้นางเอกนี่แหละที่ถูกวิญญาณร้ายในตุ๊กตาตัวนี้เข้ามาสิง และส่งผลให้เมื่อใดก็ตามที่นางเอก “หลับ” วิญญาณร้ายก็จะเข้าครอบงำนางเอกและเธอจะออกไปฆ่าคนตาย โดยที่เธอจะมีอิทธิฤทธิ์อำนาจสูงมากตอนที่ถูกวิญญาณร้ายเข้าสิง เธอสามารถหลบกระสุนหรือลูกธนูได้สบายๆ

ตอนท้ายๆของเรื่องนี้ซึ้งมาก เพราะพระเอก+นางเอกรู้ความจริงแล้วว่านางเอกคือฆาตกร ทั้งสองคนนี้ก็เลยพยายามใช้วิธีการต่างๆนานาเพื่อทำให้นางเอก “ไม่หลับ” เพื่อที่วิญญาณร้ายจะได้ครอบงำนางเอกไม่ได้ และทั้งสองก็รู้ดีว่าเป้าหมายต่อไปของตุ๊กตาอาถรรพ์นี้ก็คือการฆ่าพระเอกนั่นเอง

พอนางเอกเริ่มสะลึมสลือเมื่อไหร่ พระเอกก็จะพยายามทำให้นางเอกตื่น เขาพาเธอไปราดน้ำฝักบัวเพื่อให้ตื่น พยายามฝืนสังขารเธออย่างรุนแรง แต่ในที่สุดเขาก็รู้ว่าเธอทรมานมาก เขาก็เลยถอดใจ พาเธอเข้าไปนอน

ในที่สุดนางเอกก็ถูกวิญญาณร้ายเข้าสิงอีกครั้ง เธอออกมาต่อสู้ไล่ฆ่าพระเอกในฉากสุดท้ายของเรื่อง

ไม่แน่ใจว่าละครเรื่องนี้มีชื่อเรื่องภาษาจีนว่า “เหยาโต่ว” หรืออะไรคล้ายๆอย่างนี้หรือเปล่า เพราะว่าก่อนที่ละครเรื่องนี้จะตัดเข้าโฆษณา ก็จะมีการขึ้นไตเติลมาเป็นเวลาสั้นๆประมาณ 5 วินาที โดยที่มีเสียงคนพูดคำว่า “เหยา โต่ว” ประกอบไตเติลสั้นๆนั้น

ถ้าหากใครจำได้ว่าละครเรื่องนี้ชื่ออะไร และใครเล่นเป็นนางเอกก็ช่วยบอกมาด้วยนะคะ


--ใน TALES OF TERROR (A) ชอบหลุมที่สอง (WISPS OF SMOKE) กับหลุมที่สี่ (THE WEIGHT) มากเลยค่ะ สองหลุมนี้ชอบในระดับ A+
http://www.hkflix.com/xq/asp/filmID.534323/qx/details.htm


--เห็นคุณเจ้าชายน้อยเคยดูหนังเรื่อง NEKROMANTIK ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับศพ
http://www.bioscopemagazine.com/review/index-in.php?id=12330

ก็เลยขอแนะนำดีวีดีหนังเรื่อง BORN TO KILL (1947, ROBERT WISE) ค่ะ เพราะถ้าเข้าใจไม่ผิด ในหนังฟิล์มนัวร์เรื่องนี้ พระเอกกับนางเอกกระตุ้นอารมณ์ใคร่ด้วยการพูดคุยกันเกี่ยวกับศพ (กรี๊ดดดดดดดดดด) ดีวีดีหนังเรื่องนี้ออกจำหน่ายในสหรัฐในช่วงต้นเดือนก.ค.ที่ผ่านมา จำไม่ได้ว่ามีเข้ามาขายในไทยแล้วยัง โดยดีวีดีหนังเรื่องนี้รวมอยู่ในบ็อกซ์เซ็ท FILM NOIR CLASSIC COLLECTION, VOL.2 ด้วย

http://www.imdb.com/title/tt0039211/
http://www.amazon.com/exec/obidos/tg/detail/-/B00097DXY4/qid=1123277438/sr=1-2/ref=sr_1_2/002-8056206-1779220?v=glance&s=dvd
http://www.filmmonthly.com/Noir/Articles/BornToKill/BornToKill.html
http://www.thespinningimage.co.uk/cultfilms/displaycultfilm.asp?reviewid=970
http://members.cox.net/mike_keaney/
http://members.cox.net/mike_keaney/index-3.jpg


ROBERT WISE เคยกำกับหนังเรื่อง The Day the Earth Stood Still, The Sound of Music , West Side Story


ดีวีดีชุด FILM NOIR CLASSIC COLLECTION, VOL.2
http://www.amazon.com/exec/obidos/tg/detail/-/B00097DY20/qid=1123278653/sr=1-1/ref=sr_1_1/002-8056206-1779220?v=glance&s=dvd


--ตอนที่ดู KAMIKAZE GIRLS (B) รู้สึกว่าหนังเรื่องนี้ไม่เข้าทางตัวเองเลย ดูแล้วง่วงมาก แต่หลังจากที่ดูจบแล้วเวลาผ่านไประยะนึง ก็รู้สึกว่าประทับใจกับนางเอกหนังเรื่องนี้มากตรงความเป็นตัวของตัวเองของเธอ

--มานุสส วรสิงห์ ท่าทางจะมาแรงมากในปีนี้ ดิฉันชอบเรื่อง box (A+) ของเขามาก นอกจากนี้ หนังเรื่อง INTERSECTION ของเขากับภาราดร เวศอุรัย ก็ได้รับรางวัลในปีนี้ด้วย

อ่านข่าวเกี่ยวกับ INTERSECTION ได้ที่
http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9480000072932

--ไม่รู้น้อง merveillesxx จะมีเวลาเหลือพอไปดูงานหนังสั้นหรือเปล่า แต่ถ้าสะดวกไปดูก็ขอแนะนำหนังเหล่านี้อย่างรุนแรง

6 สิงหาคม 2548
19.30 น.หนังประกวด 1 Youth Film / 104 mins
Student/เจมส์ พฤทธิ์วรสิน/ 7 mins A+

7 สิงหาคม 2548
19.30 น.หนังประกวด 2 / 91 mins
เก็บเกี่ยว /อุรุพงศ์ รักษาสัตย์/9 mins (น่าดูมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ)
อากาศรักที่ 8/7 /ศาสตร์ ตันเจริญ/18 mins (น่าดูมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ)

8 สิงหาคม 2548
19.30 น.หนังประกวด 3 / 86 mins
Blind spot/ศุภฤกษ์ คณิตวรานันท์/16 mins A+

9 สิงหาคม 2548
19.30 น.หนังประกวด 4 / 94 mins
กลางวันและกลางคืน/อุรุพงศ์ รักษาสัตย์/11 mins (น่าดูมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ)
pillow talk/อารยะ สุริหาร/13 mins A+

10 สิงหาคม 2548
19.30 น.หนังประกวด 5 / 91 mins
0.29s/บุญชัย กัลยาศิริ/15 mins A+
ซัมเป้/ณัฏฐา หอมทรัพย์, ธัญ เปลวเทียนยิ่งทวี/24 mins (น่าดูมากๆ)
โอกาส/นิติพงศ์ ถิ่นทัพไทย/10 mins A+

11 สิงหาคม 2548
19.30 น.หนังประกวด 6 / 92 mins
Happiness/ศุภกร เพ็ชรรัตน์/30 mins (น่าดูมากๆ)

12 สิงหาคม 2548
19.30 น.หนังประกวด 7 Kodak The Competition / 113mins
เรื่องเดิมเดิม ที่เหมือนจะเหมือนเดิม แต่เหมือนมันไม่เหมือนเดิม /ศาสตร์ ตันเจริญ/38 mins (น่าดูมากๆ)

13 สิงหาคม 2548
19.30 น.หนังประกวด 8 / 90 mins
ทางเดิน/อุรุพงศ์ รักษาสัตย์/8 mins (น่าดูมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ)

The audience/ทศพล บุญสินสุข /10 mins (A+++++++++++++++++++++++++) *****ห้ามพลาด ห้ามพลาด ห้ามพลาด ห้ามพลาด ห้ามพลาด*****

สัมพัทธ์ภาพบนหลักของความไม่แน่นอน/ศาสตร์ ตันเจริญ/13 mins A+


14 สิงหาคม 2548
19.30 น.หนังประกวด 9 / 91 mins
ครึ่งชีวิตคาร์บอน 14/พัลลภ ฮอหรินทร์/23 mins (น่าดูมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ) ผู้กำกับคนนี้เคยกำกับหนังยาวเรื่องหลง (A+) ที่มีบางฉากออกมาในเชิงโฮโมอีโรติก

ดูรายละเอียดโปรแกรมเต็มๆได้ที่
http://www.thaifilm.com/shortFilmDetail.asp?id=57
http://www.thaifilm.com/shortFilmDetail.asp?id=58

พูดถึงคำว่า “ตกหลุม” รัก ก็เลยนึกถึงเพลงที่ชอบสุดๆค่ะ นั่นก็คือเพลง STAND IN LOVE ของ KRISTINE W. เพราะเนื้อเพลงนี้เธอร้องว่าเธอไม่ต้องการจะ “fall in love” แต่เธอจะต้องการจะ “stand in love”

ชอบ YOU I LOVE (2004, OLGA STOLPOVSKAJA + DMITRY TROITSKY) ในระดับ A ค่ะ รู้สึกว่าอารมณ์หนังบางช่วงออกมาคล้ายๆ PEDRO ALMODOVAR โดยเฉพาะตัวนางเอกที่ทำให้นึกถึง VICTORIA ABRIL เป็นอย่างมาก

สิ่งที่ทำให้ชอบใน YOU I LOVE
http://www.imdb.com/title/tt0402595/

1.ความรู้สึกว่าหนังมัน “สะเปะสะปะ” ดี – ปกติแล้วคำว่า “สะเปะสะปะ” มักจะทำให้นึกถึงความหมายในทางลบ แต่กับหนังบางเรื่องนั้น สิ่งที่ทำให้ดิฉันชอบมากๆในหนังเรื่องนั้นก็คือความรู้สึกที่ว่าหนังเรื่องนั้นไม่ได้อยู่ภายใต้กรอบอันเคร่งครัด, ลงตัว, ตายตัว, ทุกสิ่งทุกอย่างในหนังถูกออกแบบมาให้สอดคล้องกับธีม, สารที่ต้องการจะสื่อ, สร้างความราบรื่นให้กับเนื้อเรื่อง เพราะการสร้างหนังในแบบนั้น อาจจะทำให้หนังเรื่องนั้นกลายเป็นหนัง “ดี” แต่การสร้างหนังในอีกแบบหนึ่ง ก็อาจจะน่าประทับใจได้เหมือนกัน เพราะ “ชีวิตจริงๆ” ของคนบางคน มันก็ไม่ได้ราบรื่น, มันก็เต็มไปด้วยอะไรสะเปะสะปะ, กระจัดกระจาย, อารมณ์ที่ไม่ต่อเนื่อง, อารมณ์ที่ไม่ราบรื่น, และชีวิตจริงของคนหลายๆคน (หรือทุกๆคน) ก็ไม่ได้มีอยู่เพื่อรองรับธีมเพียงหนึ่งเดียวหรือเพื่อส่งสารอันเป็นสัจธรรมต่อชีวิตต่อคนอื่นๆแต่ประการใด

จริงๆแล้ว ดิฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าผู้กำกับ YOU I LOVE เก่งจริงหรือไม่ บางทีเขาอาจจะต้องการสร้างหนังที่มีเอกภาพ, ทุกอย่างราบรื่น, ต่อเนื่อง, ต้องการเร้าอารมณ์คนดูในแบบที่เขากำหนดไว้ในทุกๆฉาก ก็อาจจะเป็นได้ บางทีเขาอาจจะไม่ได้ตั้งใจให้หนังสร้างอารมณ์ของชีวิตที่สะเปะสะปะแต่อย่างใด ความรู้สึกสะเปะสะปะที่เกิดขึ้น อาจจะมีต้นเหตุมาจากเขาพยายามจะสร้างหนังที่มีเอกภาพ แต่มันดันล้มเหลวไม่เป็นอย่างที่เขาตั้งใจไว้

ไม่ว่าผู้กำกับ YOU I LOVE จะเก่งจริงหรือไม่ และไม่ว่าความรู้สึกสะเปะสะปะที่เกิดขึ้นจะมาจากความตั้งใจของผู้กำกับหรือไม่ นั่นคงไม่สำคัญสำหรับดิฉันเท่าไหร่นัก เพราะดิฉันมีความสุขที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ แค่นั้นก็พอแล้ว


2.อีกสิ่งหนึ่งที่ชอบมากใน YOU I LOVE ก็คือความสัมพันธ์ระหว่างนางเอกกับหนุ่มเกย์จากบ้านนอกค่ะ เพราะโดยสถานะของทั้งสองคนนี้แล้ว ทั้งสองคนนี้น่าจะเป็นศัตรูกัน แต่ปรากฏว่าทั้งสองคนนี้กลับเรียนรู้ที่จะหันมาเป็นมิตรและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แทนที่จะคิดแย่งผู้ชายกันเพียงอย่างเดียว

ดิฉันลองสังเกตตัวเองดูแล้วก็พบว่าตัวเองมักจะประทับใจหนังที่มีความสัมพันธ์ทำนองนี้ค่ะ นั่นก็คือความสัมพันธ์ของตัวละครสองคนที่น่าจะเป็นศัตรูกัน แต่ดันมาเป็นมิตรกัน (โดยเฉพาะตัวละครพ่อเลี้ยง-แม่เลี้ยง กับลูกเลี้ยง ที่รักใคร่ปรองดองกันอย่างรุนแรง แทนที่จะมีปัญหากันแบบในนิทาน CINDERELLA หรือ SNOW WHITE) ตัวอย่างเช่น

1.I AM DAVID (2003, PAUL FEIG, A+) ไม่บอกว่าเป็นตัวละครตัวไหน เดี๋ยว spoil
http://www.imdb.com/title/tt0327919/

2.TSATSIKI, MUM AND THE POLICEMAN (1999, ELLA LEMHAGEN, A)
http://www.imdb.com/title/tt0171851/

3.TSATSIKI: FRIENDS FOREVER (2001, EDDIE THOMAS PETERSEN, A+)
http://www.imdb.com/title/tt0293667/

หนังสวีเดนสองเรื่องนี้มีตัวละครเป็นเด็กชายกับพ่อเลี้ยงหนุ่มหล่อ และเด็กชายกับพ่อเลี้ยงหนุ่มหล่อรักกันอย่างมากๆ ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนนี้ดีมากๆ

4.CHARLOTTE S. (1981, FRANS WEISZ, A-)
http://www.imdb.com/title/tt0080518/

นางเอกกับแม่เลี้ยงสาวในเรื่องนี้มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันอย่างมากๆ แทนที่จะเขม่นกัน


--พูดถึงเรื่องการกินอาหาร ก็เลยนึกถึงตัวละครในนิยายเรื่องนึงของทมยันตี จำไม่ได้แล้วว่าเป็นเรื่องอะไร อาจจะเป็นเรื่อง “เมียน้อย” หรืออะไรทำนองนี้ มีตัวละครคนนึงพูดว่า “ถ้าคนเราไม่จำเป็นต้องกินอาหาร โลกมนุษย์คงจะสงบสุขขึ้นเยอะ” เพราะการกินอาหารทำให้คนเราจำเป็นต้องหาเงินเพื่อซื้ออาหารมายังชีพ และการที่คนเราถูกความจำเป็นบีบบังคับให้ต้องทำงานหาเงิน ก็นำมาซึ่งความทุกข์ยากในชีวิตต่างๆนานา

--การกินอาหาร ทำให้นึกถึงหนังเรื่อง DEFENDING YOUR LIFE (1991, ALBERT BROOKS, B+/B) ด้วย เพราะในเรื่องนี้ เมอรีล สตรีพพูดอะไรสักอย่างที่ออกมาในทำนองที่ว่า “สวรรค์” คือสถานที่ที่คุณกินอาหารได้มากเท่าใดก็ได้โดยที่มันไม่ทำให้ตัวคุณอ้วนขึ้นเลย
http://www.imdb.com/title/tt0101698/

--พูดถึงเรื่องความสัมพันธ์แบบสามคน ก็เลยนึกถึงหนังสารคดีเกย์เรื่องนึงที่อยากดูอย่างสุดๆค่ะ นั่นก็คือเรื่อง LIFE IN A BOX (2005, STEVEN CHESLIK-DEMEYER) เพราะหนังเรื่องนี้เล่าเรื่องจริงของนักดนตรีเกย์สามคนที่ตกหลุมรักซึ่งกันและกัน
http://www.sensesofcinema.com/contents/festivals/05/36/sfiff2005.html

--แต่ถ้าหากเป็นความสัมพันธ์แบบสี่คนแล้วล่ะก็ ดิฉันจะนึกถึงหนังบราซิลเรื่อง ME, YOU, THEM (2000, ANDRUCHA WADDINGTON) ค่ะ หนังเรื่องนี้มีขายในไทยในแบบวิดีโอลิขสิทธิ์ และสร้างจากเรื่องจริงของผู้หญิงคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับสามีสามคนพร้อมๆกัน http://www.imdb.com/title/tt0244504/plotsummary

--ชอบอากาศหนาวๆเหมือนกันค่ะ เคยใฝ่ฝันอยู่เหมือนกันว่าอยากใช้ชีวิตอยู่ในภูมิอากาศแบบ “ทุนดรา” หรือ “ไทกา” อยากใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่ที่ถูกล้อมรอบด้วยหิมะโล่งๆ ไม่มีอะไรเลยนอกจากนั้น อยากให้ภายในรัศมีหนึ่งกิโลเมตรรอบกระท่อมของดิฉันไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่เลย (ล้อเล่นค่ะ)

--ชอบ A VERY LONG ENGAGEMENT (A+) มากค่ะ แต่ยังไม่ได้ดู THE MAN IN THE MOON เลย

--พูดถึง “การวิ่งไปหาคนรัก” จำได้ว่าเมื่อราวสิบกว่าปีก่อน เคยมีละครญี่ปุ่นเรื่อง TOKYO LOVE STORY (B) มาฉายทางช่อง 3 และในช่วงใกล้จะจบตอนของละครเรื่องนี้ มันจะต้องมีเหตุให้พระเอกต้องวิ่งไปหาสาวคนรักหลายตอนมาก และขณะพระเอกวิ่งไปหาคนรัก ก็จะมีเพลง LOVE STORY WA TOTSUZEN NI ที่เพราะสุดๆของ KAZUMASA ODA ขึ้นมาประกอบด้วย ดูตอนแรกๆก็รู้สึกว่าซึ้งดี แต่พอตอนหลังๆ พอพระเอกมีเหตุให้ต้องวิ่งและเพลงนี้ดังขึ้นมา ก็เลยรู้สึก “ฮา” ไปเลย ไม่รู้เพราะอะไรคนเขียนบทถึงยัดเยียดฉากวิ่งไปหาคนรักใส่เข้ามาบ่อยมากขนาดนี้

เรื่องย่อของ TOKYO LOVE STORY
http://www.sempai.org/~mwduncan/tokyo_love_story.shtml

ละครเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับรักสามเส้า ระหว่างหนุ่มเรียบร้อย (ยูจิ โอดะ), สาวกล้าแสดงออก (Honami Suzuki) และสาวเรียบร้อย แต่ขณะที่ดูละครเรื่องนี้ดิฉันรู้สึกว่ายัยสาวเรียบร้อยนี่ทำหน้าทำตาน่าตบตลอดเวลา

--เสียดายมากเลยค่ะที่ไม่ได้ดูหนังของคุณ paaae แต่เท่าที่สังเกตเทศกาลหนังสั้นมาแทบทุกปี หนังที่ดิฉันชอบสุดๆมักจะตกรอบแรกอยู่เสมอ ถ้าจำไม่ผิด หนังเรื่อง WINDOWS (1999, A+) ซึ่งเป็นหนังที่ดิฉันชอบที่สุดในบรรดาหนังของคุณอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ก็ได้เข้าประกวดหนังสั้นในปี 1999 แต่หนังเรื่องนี้กลับตกรอบ ไม่ได้รับรางวัลอะไรเลยแม้แต่รางวัลเดียวในงานประกวดหนังสั้นครั้งนั้น
http://www.kickthemachine.com/works/windows.html

Sunday, July 31, 2005

PLAYGIRL (MICHAEL SHAOWANASAI, A+)

STEVEN GERRARD

http://www.robbiekeanecentral.com/gerrard/images/040401airport.jpg

http://www.robbiekeanecentral.com/gerrard/images/uefacup.jpg

http://www.bbc.co.uk/liverpool/content/images/2005/01/05/ecard_lfc_gerrard_main_240x350.jpg

http://www.robbiekeanecentral.com/gerrard/images/englandtraining.jpg


FRANK LAMPARD

http://web5.vs248007.vserver.de/lamp/lamp-40515.jpg

http://www.chelseathailand.com/images/lampard.jpg

http://www.englandfc.com/Profiles/images/ProfileImages/FrankLampard180x180.jpg


ALAN SMITH

http://gfx.dagbladet.no/sport/2004/05/21/smith02.jpg

http://www.malestarfeet.com/fmales/alan/alan-4-02-08f.jpg


ROBIN VANPERSIE

http://members.lycos.nl/vanpersie22/VanPersie11.jpg

http://gfx.dagbladet.no/sport/2004/08/06/vanpersie.jpg

http://members.lycos.nl/vanpersie22/RobinenSaid.jpg


FREDRIK LJUNGBERG

http://www.southcn.com/sports/gossip/sexyman/ljungberg/200401020526_531753.jpg


JOSE MOURINHO

http://monkeytamer.blogsome.com/uploads/monkeytamer/mourinho_cover.jpg

http://www.givemefootball.com/images/mourinho_jose_bi.jpg

รูปของนักแสดงในวัยอลวน 4

http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A3637024/A3637024-2.jpg

http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A3637024/A3637024-1.jpg

เพื่อนคนนึงที่เรียนด้านรัฐศาสตร์ เล่าว่ามีอาจารย์คนนึงตอนเข้ามาสอนในชั่วโมงแรก เขาเขียนคำคำนึงบนกระดาน ดิฉันจำไม่ได้แล้วว่าเป็นคำว่าอะไร แล้วเขาก็บอกว่าถ้าหากนักเรียนคนไหนตอบถูกว่าคำที่เขาเขียนผิดตรงไหน นักเรียนคนนั้นจะได้เกรด A ไปเลยโดยไม่ต้องเรียนไม่ต้องสอบในวิชานี้ นักเรียนก็ไม่ตอบกัน เพราะคำคำนั้นก็ไม่ได้สะกดผิดตรงไหน แต่มีนิสิตชายคนหนึ่งกล้าตอบไปตามความจริงว่า คำคำนั้นเขียนผิดเพียงเพราะตัวอักษร i หรือ j (ดิฉันจำไม่ได้แล้ว) ที่อาจารย์เขียนบนกระดาน ไม่มี “จุด” อยู่ข้างบน ปรากฏว่านิสิตชายคนนั้นก็เลยได้เกรด A ไปเลย อย่างไรก็ดี ถึงแม้นิสิตชายคนนั้นจะได้เกรด A ไปแล้ว เขาก็ยังคงมาเข้าห้องเรียนในเวลาต่อมาอยู่ดี

เพื่อนดิฉันเล่าอีกด้วยว่าอาจารย์ชายคนนั้นเคยมีเรื่องด่าทอกับอาจารย์หญิงคนหนึ่งในคณะ ด่าทอกันอย่างรุนแรงมากจนอาจารย์หญิงคนนั้นปัสสาวะราดออกมากลางห้องพักอาจารย์ (ดิฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า แต่ก็ถือเป็นเรื่องเล่าที่ประทับใจมากเรื่องนึง)

หนังที่ได้ดูเมื่อวานนี้

1.PLAYGIRL (2005, MICHAEL SHAOWANASAI, A+)
วิดีโอสั้นเรื่องนี้ฉายที่ PLAYGROUND ซอยทองหล่อ
2.EARTHCORE (A+)
3.LIFE SHOW (2005, THUNSKA PANSITTIVORAKUL, A+)
4.ONE DAY… (2001, MICHEL GONDRY, A)
http://www.imdb.com/title/tt0393556/

ทั้ง PLAYGIRL, EARTHCORE และ LIFE SHOW มีแง่มุมเกี่ยวกับเกย์ค่ะ

ได้ดู THE LONGEST YARD (B) ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับคุกชายแล้ว ก็เลยนึกถึงหนังเกี่ยวกับคุกชายอีกหลายเรื่องที่ได้ดูค่ะ ซึ่งส่วนใหญ่จะพูดถึงความสัมพันธ์ทางเพศระหว่างชายกับชายด้วยกันในคุก

หนังกลุ่มนี้รวมถึง

1.KISS OF THE SPIDER WOMAN (1985, HECTOR BABENCO, A+)

2.THE SHAWSHANK REDEMPTION (1994, FRANK DARABONT, A+)

3.MIDNIGHT EXPRESS (1978, ALAN PARKER, A+/A)

4.DEATH WARRANT (1990, DERAN SARAFIAN, A-)
http://www.imdb.com/title/tt0099385/

JEAN-CLAUDE VAN DAMME ในเรื่องนี้หล่อเซ็กซี่ถูกใจดิฉันมากๆๆๆเลยค่ะ

5.AN INNOCENT MAN (1989, PETER YATES, A-/B+)
http://www.imdb.com/title/tt0097579/

6. นช.นักโทษชาย (B+)

7.CARANDIRU (2003, HECTOR BABENCO, B+)
http://www.imdb.com/title/tt0293007/

ส่วนหนังเกี่ยวกับคุกชายที่อยากดู ก็รวมถึงหนังอิตาลีเรื่อง WHY? เพราะรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้มีฉากข่มขืนระหว่างชายกับชาย


WHY? (DETENUTO IN ATTESA DI GUIDIZIO) (1971, NANNI LOY)

หนังเรื่องนี้ตั้งใจจะประณามระบบยุติธรรมในอิตาลีที่ไร้มนุษยธรรมและเต็มไปด้วยความฉ้อฉลจนไม่อาจจะแก้ไขได้ โดยในเรื่องนี้ ALBERTO SORDI ดาวตลกชื่อดังชาวอิตาลีรับบทเป็น Guiseppe Di Noi วิศวกรที่ไปทำงานต่างประเทศ เขากลับมาเยี่ยมอิตาลีในช่วงวันหยุดพร้อมกับพาภรรยาชาวสวีเดนกับลูกๆมาด้วย แต่อยู่ดีๆเขาก็ถูกจับกุมโดยไม่มีเหตุผล

จูเซปเปถูกส่งตัวจากคุกหนึ่งไปสู่อีกคุกหนึ่งและเผชิญกับกระบวนการยุติธรรมที่แปลกประหลาด เขากังวลกับปัญหามากจนกระทั่งเขาถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลสำหรับอาชญากรโรคจิตก่อนที่เขาจะได้ขึ้นศาล

หนังเรื่องนี้มีลักษณะเหมือนหนังตลกของฮอลลีวู้ด และการแสดงของ SORDI ในเรื่องนี้ก็ทำให้หนังเรื่องนี้มีโทนอารมณ์แตกต่างไปจากหนังเรื่อง THE TRIAL ที่สร้างจากบทประพันธ์ของฟรานซ์ คาฟกา ซึ่งพูดถึงผู้ชายที่ถูกจับกุมโดยไม่มีสาเหตุเหมือนกัน

จุดที่เด่นมากๆในเรื่องนี้คือฉากข่มขืนแบบโฮโมเซ็กชวล, บทของผู้ว่าการเรือนจำ, การนำเสนอความน่าเบื่อหน่ายและความรู้สึกไม่สบายขณะนั่งรถไฟเป็นเวลานาน และความรู้สึกอับอายขณะถ่ายอุจจาระต่อหน้าสายตาของคนอื่นๆ

ข้อมูลของ NANNI LOY ผู้กำกับหนังเรื่องนี้
http://www.imdb.com/name/nm0523439/
http://railibro.lacab.it/emma/zoom.phtml?ns=1737

WHY?
http://www.imdb.com/title/tt0066988/
http://www.bloopers.it/images/locandine/bloopers3675.jpg

ถ้าหากพูดถึงหนังเกี่ยวกับความฉ้อฉลในอิตาลีในยุคเดียวกับ WHY? (1971) แล้ว ดิฉันจะนึกถึงหนังอีกเรื่องนึงด้วยค่ะ นั่นก็คือเรื่อง INVESTIGATION OF A CITIZEN ABOVE SUSPICION (1969, ELIO PETRI, A/A-) ที่เพิ่งมาฉายที่ธรรมศาสตร์ และนำแสดงโดย GIAN MARIA VOLONTE ดาราหนุ่มชาวอิตาลีที่ดิฉันชอบมากๆ

ตัวละครเอกของ INVESTIGATION OF A CITIZEN ABOVE SUSPICION
คือตำรวจยศสูงที่ไม่มีการระบุชื่อในเรื่อง ตำรวจคนนี้เป็นโรคจิตและเป็นตัวละครประเภทแอนตี้ฮีโร่ เขาเป็นสัญลักษณ์ของแนวคิดแบบฟาสต์ซิสต์ โดยเขา, ผู้ช่วย และสายข่าวของเขาเน้นการปราบปรามผู้นับถือลัทธิคอมมิวนิสต์แนวเหมาเจ๋อตุง, เกย์ และนักศึกษาหัวรุนแรง

Investigation of a Citizen Above Suspicion เป็นภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในอิตาลี และเป็นต้นกำเนิดของกระแสภาพยนตร์การเมืองในอิตาลีในทศวรรษ 1970

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ INVESTIGATION OF A CITIZEN ABOVE SUSPICION ได้ที่
http://bioscopemagazine.com/webboard/index-in.php?id=1471

เว็บไซท์ของ GIAN MARIA VOLONTE
http://thanitart.com/gianmaria/

รูปของ GIAN MARIA VOLONTE จากหนังเรื่อง FOR A FEW DOLLARS MORE (1965, SERGIO LEONE)
http://www.americanphoto.co.jp/pages/eiga/YU/Previews/Plans-34281.jpg


นอกจาก WHY? แล้ว หนังเกี่ยวกับคุกชายที่อยากดูมากๆยังรวมถึง

1.DOING TIME, DOING VIPASSANA (1997, EILONA ARIEL + AYELET MENAHEMI)
http://www.brightlightsfilm.com/44/caps.htm

หนังสารคดีเรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าการสอน “วิปัสสนา” ให้กับนักโทษในคุกส่งผลดีแก่นักโทษเป็นอย่างมาก


2.TURNED OUT: SEXUAL ASSAULT BEHIND BARS (2004, JONATHAN SCHWARTZ)
http://www.brightlightsfilm.com/47/stabs.htm

หนังสารคดีเรื่องนี้สำรวจพฤติกรรมการข่มขืนในกลุ่มนักโทษชาย

3.DOING TIME (2002, YOICHI SAI) หนังญี่ปุ่นที่นำเสนอชีวิตประจำวันของนักโทษ
http://www.imdb.com/title/tt0340195/

YOICHI SAI กำกับหนังเรื่อง BLOOD AND BONES (2004, A/A-) ที่เพิ่งเข้ามาฉายที่ HOUSE RCA
http://www.imdb.com/name/nm0756406/


4.RIKERS HIGH (2005, VICTOR BUHLER)
http://www.tribecafilmfestival.org/tixSYS/filmguide/images/filmstills/1322.jpg
http://www.imdb.com/title/tt0437454/

หนังสารคดีเรื่องนี้พูดถึงชีวิตเด็กหนุ่มในสถานดัดสันดานแห่งหนึ่งในสหรัฐ


นอกจาก THE TRIAL ของคาฟกา และ WHY? แล้ว หนังที่พูดถึงกระบวนการยุติธรรมที่ยอกย้อนสับสนอีกเรื่องหนึ่งก็คือหนังสารคดีเรื่องTHE JAUNDICED EYE (1999, NONNY DE LA PENA) ที่เล่าเรื่องจริงของพ่อกับปู่ที่ถูกศาลตัดสินจำคุกอย่างผิดๆในข้อหาลวนลามลูกชายของตัวเอง
http://www.imdb.com/title/tt0218359/

STEPHEN MATTHEWS เคยแต่งงานกับผู้หญิงคนหนึ่งและมีลูกชายด้วยกันหนึ่งคน แต่เมื่อเขาค้นพบว่าที่จริงแล้วตัวเองเป็นเกย์ เขาก็เลยแยกทางจากภรรยา อย่างไรก็ดี ต่อมาภรรยาเก่าของเขากับแฟนหนุ่มคนใหม่ของเธอก็ยุยงให้ลูกชายวัย 5 ขวบของสตีเฟนฟ้องร้องศาลว่าสตีเฟนลวนลามเขา นอกจากนี้ พ่อของสตีเฟนก็ถูกจับกุมในข้อหาลวนลามหลานชายตัวเองด้วย สตีเฟนกับพ่อถูกศาลตัดสินจำคุก 35 ปีทั้งๆที่ไม่มีหลักฐานยืนยันใดๆว่าทั้งสองกระทำผิดนอกจากคำให้การของลูกชายเท่านั้น

สตีเฟนถูกข่มขืนขณะอยู่ในคุก แต่ในเวลาต่อมาเขาก็สามารถต่อสู้คดีจนหลุดออกมาจากคุกได้
http://www.brightlightsfilm.com/31/jaundicedeye.html

ดีวีดีหนังเรื่อง THE JAUNDICED EYE มีขายแล้วที่สหรัฐ หนังเรื่องนี้เหมาะดูควบกับCAPTURING THE FRIEDMANS (2003, ANDREW JARECKI, A+) เป็นอย่างมาก

http://www.amazon.com/exec/obidos/tg/detail/-/B00006LPH1/ref=ase_imdb-adbox/002-8038210-3111243?v=glance&s=dvd

http://images.amazon.com/images/P/B00006LPH1.01.LZZZZZZZ.jpg


นอกจาก THE JAUNDICED EYE แล้ว ดีวีดีหนังสารคดีเกย์ที่น่าดูสุดๆในตอนนี้ก็คือดีวีดีหนังไตรภาคสารคดีเกย์ของ ARTHUR DONG ค่ะ หนังไตรภาคชุดนี้มีชื่อว่า STORIES FROM THE WAR ON HOMOSEXUALITY ซึ่งประกอบด้วยเรื่อง

1.LICENSED TO KILL (1997) หนังเรื่องนี้ติดตามสัมภาษณ์ฆาตกรหลายคนที่ฆ่าเกย์เพราะความเกลียดชัง

อาร์เธอร์ ดองเปิดเผยในเว็บไซท์ nitrateonline.com ว่าสาเหตุที่เขากำกับภาพยนตร์เรื่อง Licensed to Kill เป็นเพราะเขากับเพื่อนเคยถูกวัยรุ่น 4 คนรุมทำร้ายในเดือนพ.ค.ปี 1977 โดยในตอนนั้นเขากับเพื่อนเพียงแค่เดินไปตามถนนโดยไม่ได้จับมือกันและไม่ได้แต่งตัวพิสดาร แต่ก็ถูกวัยรุ่นกลุ่มนี้ทำร้ายและด่าว่าเป็นเกย์ โดยวัยรุ่นกลุ่มนี้ยังทำร้ายพระอีกรูปหนึ่งด้วย และดองก็ได้พบกับพระรูปนี้อีกครั้งในเวลา 20 ปีต่อมาเมื่อเขาตัดสินใจค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ครั้งนั้น ดองกล่าวว่าเขาเริ่มสร้างภาพยนตร์เรื่องแรกในปี 1970 และเชื่อว่าสื่อสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการเปลี่ยนแปลงสังคมและแก้ไขปัญหาของสังคม

http://www.amazon.com/exec/obidos/tg/detail/-/B0009PW3QU/qid=1122790707/sr=1-3/ref=sr_1_3/002-8038210-3111243?v=glance&s=dvd

http://images.amazon.com/images/P/B0009PW3QU.01.LZZZZZZZ.jpg

LICENSED TO KILL เหมาะดูควบกับ THE LARAMIE PROJECT (2002, MOISES KAUFMAN)
http://www.imdb.com/title/tt0257850/


2.COMING OUT UNDER FIRE (1994) หนังเรื่องนี้พูดถึงการที่กองทหารสหรัฐปฏิบัติต่อเกย์และเลสเบียนอย่างเลวร้ายมากขึ้นเรื่อยๆในช่วงระหว่างและหลังสงครามโลกครั้งที่สอง

http://www.amazon.com/exec/obidos/tg/detail/-/B0009PW3QK/qid=1122790707/sr=1-4/ref=sr_1_4/002-8038210-3111243?v=glance&s=dvd

http://images.amazon.com/images/P/B0009PW3QK.01.LZZZZZZZ.jpg

COMING OUT UNDER FIRE เหมาะดูควบกับ SOLDIER’S GIRL (2003, FRANK PIERSON) อ่านข้อมูลเกี่ยวกับ SOLDIER’S GIRL ได้ที่
http://bioscopemagazine.com/webboard/index-in.php?id=7131


3.FAMILY FUNDAMENTALS (2002)
http://www.amazon.com/exec/obidos/tg/detail/-/B0009PW3QA/qid=1122790707/sr=1-2/ref=sr_1_2/002-8038210-3111243?v=glance&s=dvd

อ่านข้อมูลเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ได้ที่
http://bioscopemagazine.com/webboard/index-in.php?id=4118

FAMILY FUNDAMENTALS เหมาะดูควบกับหนังสารคดีเรื่อง GAY REPUBICANS (2004, WASH WESTMORELAND) เพราะทั้งสองเรื่องนี้พูดถึงเกย์ที่ทำงานให้พรรครีพับลิกันทั้งๆที่ปธน.บุชต่อต้านการแต่งงานของเกย์
http://www.imdb.com/title/tt0430131/


ข้อมูลของ ARTHUR DONG
http://www.imdb.com/name/nm0232472/

ARTHUR DONG เป็นผู้กำกับหนังเกย์เชื้อสายเอเชีย-อเมริกัน เหมือน GREGG ARAKI แต่ดองถนัดหนังสารคดี ส่วนอารากิถนัดหนังเรื่องแต่ง

นอกจากสองคนนี้แล้ว ผู้กำกับหนังเชื้อสายเอเชียที่น่าสนใจสุดๆอีกสองคนในอเมริกาก็คือ

1.TRINH T. MINH-HA
http://www.imdb.com/name/nm0872954/
http://www.trinhminh-ha.com/
http://www.wmm.com/Catalog/_makers/fm5.htm

เธอเป็นผู้กำกับหญิงชาวเวียดนามที่อพยพมาสหรัฐ หนังดังของเธอก็คือ SURNAME VIET GIVEN NAME NAM (1989) ที่พูดถึงตัวตนของผู้หญิงเวียดนาม

ที่ห้องสมุดธรรมศาสตร์มีตำราภาพยนตร์เล่มโตชื่อ FRAMER FRAMED ที่เขียนโดยเธอ แต่ดิฉันยังไม่ได้อ่านเลยค่ะ

FRAMER FRAMED
http://www.amazon.com/exec/obidos/tg/detail/-/0415905621/qid=1122794636/sr=8-10/ref=sr_8_xs_ap_i10_xgl14/002-8038210-3111243?v=glance&s=books&n=507846


อ่านบทความของ TRINH T. MINH-HA ได้ที่
http://humwww.ucsc.edu/CultStudies/PUBS/Inscriptions/vol_3-4/minh-ha.html


2.JON MORITSUGU
http://www.imdb.com/name/nm0605748/
http://www.jonmoritsugu.com/

ผู้กำกับตัวแสบคนนี้เคยมีหนังเรื่อง FAME WHORE (1997, A) เข้ามาเปิดฉายในกรุงเทพในปี 1998 ซึ่งเป็นหนังที่แบ่งเป็นเรื่องย่อยๆ 3 เรื่อง และเป็นหนังที่ฮาสุดๆ
http://jonmoritsugu.com/films/fame_whore//images/stills/13.jpg

รูปจากหนังของ JON MORITSUGU

SCUMROCK (2003)
http://jonmoritsugu.com/films/scumrock/closeup.php?still=10

MOD F*** EXPLOSION (1994)

TERMINAL, USA (1993)
http://jonmoritsugu.com/films/terminal_usa//images/stills/14.jpg

HIPPY PORN (1991)
http://jonmoritsugu.com/films/hippy_porn//images/stills/1.jpg

MY DEGENERATION (1989)
http://jonmoritsugu.com/films/my_deg//images/stills/7.jpg


นอกจาก MYSTERIOUS SKIN ของ GREGG ARAKI ที่กลับมาฉายในกรุงเทพอีกครั้งในตอนนี้แล้ว ยังมีหนังอีกเรื่องหนึ่งที่พูดถึงชายหนุ่มที่ยังคงได้รับความเจ็บปวดทุกข์ทรมานจากประสบการณ์ทางเพศในวัยเด็ก ซึ่งก็คือหนังเรื่อง RUNAWAY (2005, TIM MCCANN) ที่น่าดูอย่างสุดๆ โดยหนังเรื่องนี้เล่าเรื่องของชายหนุ่มอายุ 21 ปีที่ถูกพ่อของตัวเองลวนลามมาตลอดชีวิต
http://www.imdb.com/title/tt0425414/

AMY TAUBIN นักวิจารณ์หญิงชื่อดังชื่นชอบ RUNAWAY มาก อ่านบทสัมภาษณ์ของเธอกับ TIM MCCANN ได้ที่
http://www.filmlinc.com/fcm/artandindustry/tribint.htm


TIM MCCANN เคยกำกับหนังเรื่อง DESOLATION ANGELS (1995, A-) ที่เคยมีวิดีโอเข้ามาขายในกรุงเทพ โดยหนังที่ TIM MCCANN กำกับมักจะเป็นการสำรวจสภาพจิตของชายหนุ่มภายใต้ภาวะกดดัน
http://www.imdb.com/name/nm0564928/

นอกจากเนื้อเรื่องและตัวผู้กำกับแล้ว อีกจุดหนึ่งที่ทำให้ RUNAWAY น่าดูอย่างสุดๆก็คือการที่หนังเรื่องนี้นำแสดงโดย AARON STANFORD ดาราหนุ่มน่ารักและร้อนแรงจาก X2: X-MEN UNITED (2003, BRYAN SINGER, A+) และ TADPOLE (2002, GARY WINICK, B)
http://www.imdb.com/name/nm0822155/
http://stage.frate.free.fr/superdev2003/kandan-samir/xmen2%2BAaron%20Stanford-13.jpg
http://www.cosmomovieawards.com/actors/images/aaronstanford.jpg


เพิ่งรู้ค่ะว่าวิทยุช่อง 94.5 FM มีรายการ CLUBCLASS ที่เปิดเพลงแดนซ์ยุค 1980 ให้ฟังทุกคืนวันเสาร์เวลา 22.00-02.00 น. เมื่อคืนวันเสาร์ได้ฟังรายการนี้แล้ว รู้สึกมีความสุขสุดๆเลยค่ะ นึกถึงอดีตสมัยเรียนมัธยม

เพลงที่ชอบมากๆใน CLUBCLASS เมื่อคืนนี้

1.THE HARDER I TRY ของ BROTHER BEYOND
เพลงนี้เคยขึ้นถึงอันดับ 2 ในอังกฤษในปี 1988 นักร้องนำของวงนี้คือ NATHAN MOORE ซึ่งต่อมาได้เข้าไปเป็นสมาชิกวง WORLDS APART ในทศวรรษ 1990
http://nathanmoore.free.fr/

http://www.poplife.info/Bilder/239055.jpg

2.I’M NOT SCARED ของ EIGHTH WONDER
3.SURRENDER ของ SWING OUT SISTER

วันนี้ได้ดูหนังทางช่อง HBO เรื่อง THE FINAL CURTAIN (2002, A-) ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการตบตีกันระหว่างพิธีกรรายการเกมโชว์ทางโทรทัศน์ค่ะ หนังนำแสดงโดย PETER O’TOOLE และ AIDAN GILLEN ซึ่งเล่นได้ดีมากๆ

หลายคนคงจดจำ AIDAN GILLEN ได้เป็นอย่างดี เพราะเขาเคยรับบทเป็นหนุ่มเจ้าชู้ใน QUEER AS FOLK (A+) เวอร์ชันประเทศอังกฤษ ดิฉันรู้สึกว่าเขาน่ารักแบบกวนๆคล้ายๆ GARY OLDMAN สมัยหนุ่มๆ
http://www.imdb.com/name/nm0318821/
http://www.tonyawards.com/images/pics/large/b_v_meet_gillen.jpg



ชอบ I CAPTURE THE CASTLE (2003, TIM FYWELL, A) มากๆเหมือนกันค่ะ โดยเฉพาะตัวละครนางเอกกับแม่เลี้ยงนางเอก ดิฉันเคยดู ROMOLA GARAI ในหนังเรื่อง DIRTY DANCING: HAVANA NIGHTS (2004, GUY FERLAND) แล้วรู้สึกว่าเธอเป็นดาราสาวสวยผมบลอนด์ที่ไม่มีอะไรน่าสนใจเลย แต่พอได้มาดูการแสดงของเธอใน I CAPTURE THE CASTLE กับ VANITY FAIR (2004, MIRA NAIR, A) ก็รู้สึกว่าจริงๆแล้วเธอมีความสามารถสูงมาก
http://www.imdb.com/name/nm0304801/



คิดว่าถ้าคุณแฟรงเกนสไตน์ได้ดูหนังชุด “โทร่าซัง” ก็อาจจะชอบก็ได้ค่ะ ดิฉันรู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยอินกับหนังเรื่องนี้ แต่ก็ไม่รู้สึกว่ามันน่าเบื่อจนถึงขั้นทนไม่ได้ รู้สึกว่ามันเป็นหนังที่ดูได้เพลินๆ สบายใจ เห็นหน้าพระเอกแล้วรู้สึกอารมณ์ดี

ในบรรดาหนังชุดโทร่า-ซังที่ได้ดูนั้น มีพล็อตของตอนนึงที่ทำให้ดิฉันประทับใจเล็กน้อยค่ะ นั่นก็คือตอน TORA-SAN’S FORBIDDEN LOVE (1984) ที่มีเนื้อหาจุดนึงเกี่ยวกับ “การสลับบุคลิกภาพ” เพราะในตอนนี้โทร่า-ซังได้เจอกับชายวัยกลางคนคนนึงที่เป็นผู้จัดการบริษัท โดยหลังจากที่ทั้งสองรู้จักกัน โทร่า-ซังก็ตกหลุมรักภรรยาของผู้จัดการคนนี้ แต่ผู้จัดการคนนี้กลับหายสาบสูญไป และต่อมาความจริงก็เปิดเผยว่าผู้จัดการคนนี้ได้เดินทางท่องเที่ยวตะลอนไปตามสถานที่ต่างๆทั่วญี่ปุ่นโดยปลอมชื่อเป็นโทร่า-ซัง มันเหมือนกับว่าหลังจากที่เขาได้รู้จักกับโทร่า-ซังแล้ว เขาก็ได้รับเอาบุคลิกภาพของโทร่า-ซังเข้ามาไว้ในตัวเขาเองด้วยจนทำให้บุคลิกภาพของเขาเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง

พล็อตตรงจุดนี้ทำให้รู้สึกประหลาดใจค่ะ เพราะตอนแรกไม่นึกว่าหนังชุด “โทร่า-ซัง” จะมีอะไรอย่างนี้ด้วย ปกติแล้วพอพูดถึงการสลับบุคลิกภาพ ก็มักจะนึกถึงหนังอย่าง PERSONA (INGMAR BERGMAN, A+) มากกว่า

ตัวละครผู้จัดการใน TORA-SAN’S FORBIDDEN LOVE ทำให้นึกถึงตัวละครในหนังเรื่อง MONDAY MORNING (2002, OTAR IOSSELIANI) ด้วยค่ะ เพราะผู้จัดการใน TORA-SAN เป็นผู้ชายที่เคยชินกับการเดินทางไปทำงานทุกๆเช้า เขาใช้ชีวิตที่ซ้ำซากอย่างนี้ทุกๆวัน จนในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาตัดสินใจไม่ไปทำงาน, ตัดสินใจทิ้งครอบครัว, ทิ้งภรรยาและลูก และออกเดินทางท่องเที่ยวไปเรื่อยๆ

ส่วนพล็อตของ MONDAY MORNING สามารถอ่านได้ที่
http://bioscopemagazine.com/webboard/index-in.php?id=5290
http://www.imdb.com/title/tt0284277/


Monday Morning มีเนื้อหาเกี่ยวกับแวงซองท์ (ฌากส์ บิดู) ผู้ชายคนหนึ่งที่ต้องตื่นนอนตั้งแต่ตี 5 เพื่อเดินทางไปทำงานที่โรงงานโดยใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมงครึ่ง งานของเขาเป็นงานที่น่าเบื่อมากและเขาไม่สามารถสูบบุหรี่ทั้งในเวลาเดินทางและเวลาทำงาน เมื่อเขากลับบ้านในตอนเย็น สิ่งที่เขาอยากทำมากที่สุดคือการวาดภาพ แต่เขาก็ต้องให้เวลากับสมาชิกในครอบครัว ซึ่งรวมถึงภรรยา (อานน์ คราฟซ์-ทาร์นาฟสกี), แม่ และลูกชาย 2 คน แวงซองท์รู้สึกเบื่อหน่ายชีวิตแบบนี้มาก เขารู้สึกเบื่อทั้งภรรยา, ลูกๆ และผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านเดียวกับเขา ซึ่งรวมถึงอัลแบร์ท ชายชราที่ชอบเดินตามเส้นทางเดิมทุกๆวัน, บุรุษไปรษณีย์ที่แอบอ่านจดหมายทุกฉบับในหมู่บ้าน และพระที่ชอบใช้กล้องส่องทางไกลส่องดูผู้หญิงแก้ผ้า โดยสมาชิกในครอบครัวของเขานั้นแทบไม่เคยสนใจในตัวเขาเลย และทำเหมือนกับว่าเขาเป็นมนุษย์ล่องหน วันหนึ่งแวงซองท์ตัดสินใจเดินทางออกไปดูโลกกว้าง เขาตัดสินใจไม่เดินเข้าโรงงานเมื่อถึงเวลาทำงานแต่กลับเดินออกไปหาที่สูบบุหรี่ให้หมดมวน และการเดินออกจากโรงงานในครั้งนั้นกลายเป็นการเดินทางไปยังกรุงปารีสและเวนิซในเวลาต่อมา

--ชื่อหนัง MONDAY MORNING ยังทำให้นึกถึงชีวิตจริงของตัวเองด้วยค่ะ เพราะดิฉันจะรู้สึก “ขี้เกียจ” เมื่อถึงเช้าวันจันทร์และต้องออกไปทำงานอีกครั้ง

เมื่อเช้าวันจันทร์สัปดาห์ที่แล้ว ดิฉันก็ทำในสิ่งที่สร้างความประหลาดใจให้ตัวเองค่ะ เพราะเช้าวันจันทร์สัปดาห์ที่แล้ว ดิฉันตื่นนอนขึ้นมา และก็กำลังจะออกไปทำงาน แต่พอเหลือบไปเห็นตุ๊กตาในห้อง ดิฉันก็เปลี่ยนใจไม่ไปทำงาน ตัดสินใจลางาน และนั่งเล่นตุ๊กตาในห้องแทน สรุปว่าวันจันทร์ที่แล้วก็เลยไม่ได้ไปทำงานเพราะความขี้เกียจ และอยากเล่นตุ๊กตามากกว่าค่ะ

--ความสุขเล็กๆอย่างนึงที่ได้จากการดูหนังชุด TORA-SAN ก็คือการได้ดู CHISHU RYU (1904-1993) ดาราขาประจำของ YASUJIRO OZU ในหนังชุดนี้ค่ะ จริงๆแล้วดิฉันไม่ได้ประทับใจกับบทของ CHISHU RYU ในหนังของ OZU มากนัก (เพราะดิฉันไม่ได้มีอารมณ์ร่วมกับบทที่เขามักแสดงในหนังของ OZU) แต่ก็รู้สึกว่าเขาเล่นได้เก่งมากตามบทที่เขาได้รับ อย่างไรก็ดี ในหนังชุดโทร่า-ซังนั้น CHISHU RYU รับบทประกอบเป็นเจ้าอาวาสที่เหมือนเป็นไม้เบื่อไม้เมากับโทร่า-ซัง บทของเขาออกมาเพื่อคอยเสียดสีโทร่า-ซังและเรียกเสียงฮาเป็นระยะๆ ก็เลยรู้สึกดีกับบทของเขาค่ะ และก็รู้สึกดีใจที่ดาราสูงวัยอย่างเขายังคงมีหนังให้เล่นอยู่อย่างสม่ำเสมอ

CHISHU RYU
http://www.imdb.com/name/nm0753479/



ชอบโปสเตอร์ EVERYTHING IS ILLUMINATED มากๆเหมือนกันค่ะ

เอาใจช่วยให้หนังเรื่องนี้ประสบความสำเร็จค่ะ เพราะชอบ LIEV SCHREIBER มาก แต่น่าเสียดายที่เขาไม่ดังเท่าที่ควรในทางการแสดง ทั้งๆที่เขาก็เล่นหนังได้ดี ก็เลยเอาใจช่วยให้เขาประสบความสำเร็จทางการกำกับหนัง

ดีวีดีหนังเพลงที่อยากดูมากๆในตอนนี้ก็คือดีวีดีหนัง 5 เรื่องของ FRED ASTAIRE + GINGER ROGERS ค่ะ ดีวีดีชุดนี้จะออกจำหน่ายในสหรัฐในวันที่ 16 ส.ค.
http://www.amazon.com/exec/obidos/tg/detail/-/B0009NSCR6/qid=1122802198/sr=1-1/ref=sr_1_1/002-8038210-3111243?v=glance&s=dvd

ดีวีดีชุดนี้ประกอบด้วย

1.TOP HAT (1935, MARK SANDRICH)
--หนังเรื่องนี้มีโครงสร้างคล้ายหนังเรื่อง THE GAY DIVORCEE (1934, MARK SANDRICH) ที่นำแสดงโดย ASTAIRE กับ ROGERS เหมือนกัน

--เพลงในหนังเรื่องนี้เป็นของ IRVING BERLIN ซึ่งรวมถึงเพลง

1.1 NO STRINGS
1.2 ISN’T THIS A LOVELY DAY
1.3 WHITE TIES AND TAILS
1.4 CHEEK TO CHEEK


2.SWING TIME (1936, GEORGE STEVENS)

--GEORGE STEVENS เป็นผู้กำกับหนังคลาสสิคเรื่อง SHANE, GIANT และ THE DIARY OF ANNE FRANK

--เพลงในหนังเรื่องนี้เป็นของ JEROME KERN + DOROTHY FIELDS ซึ่งรวมถึงเพลง

2.1 A FINE ROMANCE
2.2 THE WAY YOU LOOK TONIGHT
2.3 PICK YOURSELF UP
2.4 BOJANGLES OF HARLEM


3.FOLLOW THE FLEET (1936, MARK SANDRICH)
http://images.amazon.com/images/P/B0009NSCQ2.01.LZZZZZZZ.jpg

--IRVING BERLIN ทำเพลงให้หนังเรื่องนี้ ซึ่งรวมถึงเพลง

3.1 I’M PUTTING ALL MY EGGS IN ONE BASKET
3.2 LET YOURSELF GO
3.3 LET’S FACE THE MUSIC AND DANCE

--จุดเด่นของหนังคือลีลาการเล่นเปียโนของเฟรด แอสแตร์


4.SHALL WE DANCE (1937, MARK SANDRICH)

--เพลงในหนังเรื่องนี้เป็นของ GEORGE GERSHWIN + IRA GERSHWIN ซึ่งรวมถึงเพลง

4.1 LET’S CALL THE WHOLE THING OFF
4.2 THEY CAN’T TAKE THAT AWAY FROM ME


5.THE BARKLEYS OF BROADWAY (1949)

--ตอนแรกทางสตูดิโอ MGM ตั้งใจจะให้แอสแตร์แสดงคู่กับจูดี้ การ์แลนด์ในหนังเรื่องนี้ต่อจาก EASTER PARADE แต่จูดี้ถอนตัวออกไป ดังนั้น GINGER ROGERS ก็เลยได้กลับมาเล่นหนังกับแอสแตร์อีกครั้งหลังจากไม่ได้ร่วมงานกันมานาน 10 ปี

--หนังมีเนื้อหาเกี่ยวกับนักเต้นรำคู่หนึ่งที่แต่งงานกันก่อนที่จะแยกทางกันเมื่อฝ่ายหญิงตัดสินใจจะยึดอาชีพเป็นนักแสดง

--เพลงในหนังเป็นของ HARRY WARREN + IRA GERSHWIN ซึ่งรวมถึงเพลง SHOES WITH WINGS ON และ THEY CAN’T TAKE THAT AWAY FROM ME


--ดู SOMERSAULT แล้วก็คิดถึง A GIRL (2002, DOROTHEE VAN DEN BERGHE, A+) เหมือนกันเลยค่ะ

--ชอบเพลง TAKE ME HOME มากๆเหมือนกันค่ะ ชอบมิวสิควิดีโอเพลงนี้อย่างสุดๆเหมือนกันด้วย

--ยังไม่เคยดู A LOVING FATHER เลยค่ะ แต่ท่าทางจะน่าสนใจดี

--หนังเกี่ยวกับพ่อ-ลูกที่อยากดูมากในตอนนี้ก็รวมถึง

1.BROKEN FLOWERS ของจิม จาร์มุช ที่พูดถึงพ่อ (BILL MURRAY) ที่ตามหาลูกชาย

2.DON’T COME KNOCKING ของ WIM WENDERS ที่พูดถึงพ่อ (SAM SHEPARD) ที่ออกตามหาลูกเหมือนกัน

http://a69.g.akamai.net/7/69/7515/v1/img5.allocine.fr/img_cis/images/festivaldecannes/img/photo/009584.jpg

GABRIEL MANN ดาราหนุ่มน่ารักจาก A LOT LIKE LOVE (2005, NIGEL COLE, A+) รับบทเป็นลูกชายในเรื่องนี้ค่ะ โดยมี EVA MARIA SAINT และ JESSICA LANGE ร่วมประชันบทบาทในเรื่องด้วย

ดิฉันชอบ SAM SHEPARD มากๆเลยค่ะ เวลาเห็นหน้าเขาแล้วรู้สึกว่าถูกโฉลกกับดาราชายวัยกลางคนคนนี้

--หนังเกี่ยวกับพ่อ-ลูกอีกเรื่องนึงที่น่าดูคือ AROUND THE BEND ค่ะ หนังเรื่องนี้มีขายในไทยในแบบดีวีดี/วีซีดีลิขสิทธิ์ ถ้าเข้าใจไม่ผิดอ่านข้อมูลของ AROUND THE BEND ได้ที่
http://www.bioscopemagazine.com/webboard/index-in.php?id=19753

--KOKTEBEL ก็น่าดูอย่างสุดๆเหมือนกันค่ะ อ่านข้อมูลของหนังเรื่องนี้ได้ที่
http://bioscopemagazine.com/webboard/index-in.php?id=7868

--ตอนนี้ที่สหรัฐอเมริกาออกดีวีดีหนังของ BELA TARR อีก 3 เรื่องค่ะ ซึ่งได้แก่เรื่อง
http://www.amazon.com/exec/obidos/tg/detail/-/B0009HLBYS/qid=1122805834/sr=1-1/ref=sr_1_1/002-8038210-3111243?v=glance&s=dvd

1.FAMILY NEST (1977)
2.THE OUTSIDER (1981)
3.THE PREFAB PEOPLE (1982)
http://images.amazon.com/images/P/B0009HLBY8.01.LZZZZZZZ.jpg


อ่านข้อมูลเกี่ยวกับ BELA TARR ที่คุณสาวรกโลกแปลไว้ได้ที่
http://bioscopemagazine.com/webboard/index-in.php?id=1424


ถ้าหากพูดถึง “สายตา” ของตัวละครแล้วล่ะก็ “สายตา” ของตัวละครที่บาดใจ, แทงใจ, กรีดลึกกรีดเฉือนเข้าไปในหัวใจ และทำให้ดิฉันต้องร้องไห้ออกมาทุกครั้งเมื่อนึกถึง ก็คือสายตาที่เซลบี (คริสตินา ริชชี) มองนางเอกใน MONSTER (2003, PATTY JENKINS, A+) ในศาลในตอนจบค่ะ ดิฉันรู้สึกว่าดิฉันเข้าใจความรู้สึกของ AILEEN WUORNOS ได้เป็นอย่างดีว่าเธอรู้สึกอย่างไรตอนที่เซลบีมองเธอในศาลอย่างนั้น มันเป็นความร้าวรานใจที่ดิฉันไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้

Saturday, July 30, 2005

CRASH (PAUL HAGGIS, A+)

หนังเกย์เรื่อง MYSTERIOUS SKIN กลับมาฉายที่โรงภาพยนตร์ลิโด สยามสแควร์อีกครั้งแล้วในสัปดาห์นี้ โดยฉายเวลา 20.45 น. ถ้าใครยังไม่ได้ดู ก็อย่าลืมไปดูกันนะคะ

หนังออสเตรเลียเรื่อง SOMERSAULT ที่ฉายอยู่ที่ลิโดตอนนี้ ก็มีตัวละครประกอบเป็นเกย์เหมือนกันค่ะ หนังเรื่องนี้มีฉายรอบ 12.00, 14.00, 16.30, 18.30 และ 20.30


เว็บไซท์ของหนัง MYSTERIOUS SKIN
http://www.mysteriousskinthemovie.com/


หนังที่ได้ดูในช่วงนี้

1.CRASH (2005, PAUL HAGGIS, A+)

2.วัยอลวน 4: ตั้ม-โอ๋ รีเทิร์น (A+)

3.SOMERSAULT (2004, KATE SHORTLAND, A+/A)

4.HERBIE FULLY LOADED (2005, ANGELA ROBINSON, A/A-)
http://www.imdb.com/title/tt0400497/

5.TORA-SAN TO THE RESCUE (1995, YOJI YAMADA, B/B-)

6.DREAMSHIP SURPRISE – PERIOD 1 (2004, MICHAEL BULLY HERBIG, B-)

7.มือปืนเก๋าเจ๋ง (C-)


อ่านเพิ่มเติมเรื่องของ YESIM USTAOGLU ผู้กำกับ WAITING FOR THE CLOUDS (A+) และ JOURNEY TO THE SUN ได้ที่

http://www.filmfestivals.com/berlin99/html/us/star7.htm
http://www.wsws.org/articles/2000/may2000/sff2-m24.shtml


ตอนนี้อยากได้ดีวีดี THE TWILIGHT ZONE SEASONS 2 & 3 (1986-1988) อย่างสุดๆเลยค่ะ เพราะได้ข่าวว่าในซีซันนี้มีผู้กำกับน่าสนใจหลายคนมาร่วมกำกับ ซึ่งรวมถึง

1.ATOM EGOYAN กำกับตอน THE WALL
http://www.imdb.com/name/nm0000382/

2.WES CRAVEN กำกับหลายตอน
http://www.imdb.com/name/nm0000127/

3.JIM MCBRIDE กำกับตอน THE ONCE AND FUTURE KING
http://www.imdb.com/name/nm0564319/

4.CURTIS HARRINGTON กำกับตอน VOICES IN THE EARTH
http://www.imdb.com/name/nm0364252/

5.MARTHA COOLIDGE กำกับ 3 ตอน ซึ่งได้แก่ NIGHT OF THE MEEK, QUARANTINE และ SHELTER SKELTER
http://www.imdb.com/name/nm0004838/


http://www.amazon.com/exec/obidos/ASIN/B00092ZLDK/qid%3D1122662615/sr%3D11-1/ref%3Dsr%5F11%5F1/102-9162962-3569714

SEASON 2 & 3 Episode List: * The Once And Future King * A Saucer Of Loneliness * What Are Friends For? * The Storyteller * Nightsong * Aqua Vita * The After Hours * Lost and Found * The World Next Door * The Toys Of Caliban * The Convict's Piano * The Road Less Travelled * The Card * The Junction * Joy Ride * Shelter Skelter * Private Channel * Time And Teresa Golowitz * Voices In The Earth * Song Of The Younger World * The Girl I Married * The Curious Case Of Edgar Witherspoon * Extra Innings * The Crossing * The Hunters * Dream Me A Life * Memories * The Hellgrammite Method * Our Selena Is Dying * The Call * The Trance * Acts Of Terror * 20/20 Vision * There Was An Old Woman * The Trunk * Appointment On Route 17 * The Cold Equations * Stranger In Possum Meadow * Street Of Shadows * Something In The Walls * A Game Of Pool * The Wall * Room 2426 * The Mind Of Simon Foster * Cat And Mouse * Rendezvous In A Dark Place * Many, Many Monkeys * Love Is Blind * Crazy As A Soup Sandwich * Special Service * Father And Son Game

อยากดู THE BUTTERFLY MURDERS มากเลยค่ะ ส่วน TRI-STAR ยังไม่ได้ดูเหมือนกัน

ระดับความชอบที่มีต่อหนังที่คุณ ar พูดถึง

1.PEKING OPERA BLUES (A+/A) ชอบบุคลิกของสามสาวในเรื่องนี้มาก และก็ชอบฉาก “ข้ามสมุทร” ในเรื่องนี้มากๆ

2.ONCE UPON A TIME IN CHINA (A)

3.ONCE UPON A TIME IN CHINA 3 (A-)

4.ONCE UPON A TIME IN CHINA 2 (A-)

5.GREEN SNAKE (B+)

6.ZU: WARRIORS FROM THE MAGIC MOUNTAIN (B+)

7.THE CHINESE FEAST (B)

8.ONCE UPON A TIME IN CHINA 4 (C+)

9.THE LEGEND OF ZU (C)

จำไม่ได้ว่าตัวเองได้ดู “หวงเฟยหง ภาค 5” หรือเปล่า ไม่ค่อยแน่ใจ

--ชอบ STEVE HOWEY ที่รับบทเป็นลูกเขยใน REBA มากๆค่ะ
http://www.imdb.com/name/nm0992538/
http://www.thewb.com/THEWB/Images/Dynamic/i5/RB-SHowey-A_2x3_240.jpg

--รายการโทรทัศน์บางรายการได้รับการผลิตเป็นดีวีดีบ็อกซ์เซ็ทแล้ว โดยดีวีดีรายการโทรทัศน์ที่ดิฉันอยากดูอย่างสุดๆในตอนนี้ก็คือ ERROL MORRIS’S FIRST PERSON – THE COMPLETE SERIES (1993-2000)

http://www.amazon.com/exec/obidos/tg/detail/-/B00094AS7W/qid=1122669697/sr=1-1/ref=sr_1_1/104-1405630-9441547?v=glance&s=dvd

ERROL MORRIS เจ้าพ่อวงการหนังสารคดีที่ทุกคนรู้จักกันดี เคยทำรายการโทรทัศน์ FIRST PERSON ที่สัมภาษณ์บุคคลที่น่าสนใจมากมาย

ดีวีดีชุดนี้ประกอบด้วย 3 แผ่น และประกอบด้วยรายการทั้งหมด 17 ตอน รวมกันเป็นความยาวราว 8 ชม.กว่า (491 นาที)

http://www.geraldpeary.com/essays/def/first-person.html

1.Mr. Debt



2.Eyeball to Eyeball


3.Stairway to Heaven
อ่านบทวิจารณ์ตอนนี้ได้ที่
http://www.sensesofcinema.com/contents/cteq/01/13/stairway.html

4.The Killer Inside Me

a macabre program about Sondra London, serial-killer groupie

5.I Dismember Mama

6.The Stalker
7.The Parrot

a Morris live-cartoon classic about someone's Polly-in-residence which is the only witness to a murder

8.Smiling in a Jar
9.In the Kingdom of the Unabomber
10.The Little Gray Men
11.You're Soaking in It
12.Mr. Personality
13.The Only Truth
14.Harvesting Me
15.One in a Million Trillion
16.Leaving the Earth
17.The Smartest Man in the World

--เว็บไซท์น่าสนใจ
http://www.joymodels.com/

--ชอบ SAM WORTHINGTON พระเอกของ SOMERSAULT มากค่ะ ดูรูปของเขาได้ที่
http://www.imdb.com/gallery/ss/0280605/Ss/0280605/dirty_deeds_1.jpg?path=pgallery&path_key=Worthington,%20Sam

http://www.imdb.com/gallery/hh/0941777/HH/0941777/iid_897316.jpg?path=pgallery&path_key=Worthington,%20Sam

เห็น SAM WORTHINGTON แล้วรู้สึกว่าเขาน่ารักเหมือน CHRIS O’DONNELL

--เมื่อพูดถึงการสอบแล้ว การสอบที่ดิฉันประทับใจมากที่สุดในชีวิตก็คือการสอบคณิตศาสตร์ตอนเอ็นทรานซ์เข้ามหาลัยค่ะ เพราะมันเป็นการสอบที่ยากที่สุดเท่าที่เคยเจอมาในชีวิต ถึงแม้มันจะเป็นข้อสอบแบบปรนัยก็เถอะ ดิฉันจำรายละเอียดในการสอบตอนนั้นไม่ได้แล้ว (ดิฉันสอบประมาณช่วงต้นปี 1990) แต่จำได้ประมาณว่า ถ้าข้อสอบมี 100 ข้อ ดิฉันก็ใช้เวลาคิดเลขไปได้แค่ประมาณ 30 ข้อเท่านั้น ส่วนอีก 70 ข้อมั่วหมดเลย เพราะไม่มีเวลาเหลืออีกต่อไปแล้ว เป็นการสอบที่ตื่นเต้นลุ้นระทึกที่สุดในชีวิต ไม่เคยรู้สึกว่าเวลามันจะผ่านไปเร็วเท่านั้นมาก่อน เวลาผ่านไปแล้ว 3 ชั่วโมง ปรากฏว่าคิดเลขไปได้แค่ไม่กี่ข้อเอง

--พูดถึงข้อสอบแบบให้เขียนตอบเป็นเล่มๆ ก็จะนึกถึงเรื่องที่เล่าต่อๆกันมาที่ดิฉันเองก็ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า หนึ่งในตำนานที่ได้ยินมาก็คือว่ามีอยู่ครั้งนึง วิชาปรัชญาออกข้อสอบมาสั้นๆง่ายๆนิดเดียวว่า “ฆ่าตัวตายผิดหรือไม่” และก็ให้นักศึกษาเขียนตอบมาเป็นเล่มๆ เพื่อนดิฉันบอกว่าถ้าหากเธอเจอข้อสอบข้อนี้ เธอก็จะเขียนตอบไปสามคำว่า “ฉันไม่ผิด” แล้วก็ส่งไปเลย จบ ไม่มานั่งเขียนตอบเป็นเล่มๆหรอก

--ดู FAR FROM HEAVEN (A+/A) แล้ว ถ้ามีโอกาส ก็อย่าลืมหา ALL THAT HEAVEN ALLOWS (1954, DOUGLAS SIRK, A+) และ ALI: FEAR EATS THE SOUL (1973, RAINER WERNER FASSBINDER, A) มาดูด้วยนะคะ จะได้ครบไตรภาค (ทั้ง FAR FROM HEAVEN และ ALI: FEAR EATS THE SOUL ต่างก็ดัดแปลงมาจาก ALL THAT HEAVEN ALLOWS เหมือนกัน) ดิฉันชอบ ROCK HUDSON พระเอก ALL THAT HEAVEN ALLOWS มากๆเลยค่ะ
(ROCK HUDSON เป็นหนึ่งในเกย์ที่หล่อมากๆในทศวรรษ 1950 เกย์อีกคนหนึ่งที่หล่อมากๆในยุคนั้นคือ MONTGOMERY CLIFT)

อ่านข้อมูลเล็กน้อยเกี่ยวกับ FAR FROM HEAVEN และ ALL THAT HEAVEN ALLOWS (ชอบชื่อหนังเรื่องนี้จัง) ได้ที่
http://bioscopemagazine.com/webboard/index-in.php?id=2100

อ่านบทวิจารณ์ ALI: FEAR EATS THE SOUL ของคุณเจ้าชายน้อยได้ที่
http://www.bioscopemagazine.com/review/index-in.php?id=19154

--ในขณะที่ราคาน้ำมันแพงลิบในปีนี้ ปีนี้ก็รู้สึกจะมีหนังเกี่ยวกับนักแข่งรถออกฉายหลายเรื่องด้วยกัน ทั้ง HERBIE FULLY LOADED, INITIAL D, THE DUKES OF HAZZARD และ DUST TO GLORY (2005, DANA BROWN)

THE DUKES OF HAZZARD (2005)
http://www.imdb.com/title/tt0377818/

DUST TO GLORY
http://www.imdb.com/title/tt0386423/


--ตัวละครนักแข่งรถที่หล่อถูกใจมากๆก็คือ

1.นักแข่งรถหนุ่มหล่อสุดๆ (DAGMAR JANS) ที่เป็นขวัญใจของนางเอกใน I ALWAYS WANTED TO BE A SAINT (2003, GENEVIEVE MERSCH, A+)
http://www.festivalcinemadelledonne.com/2004/eltoujours.htm

2.บทพระเอกที่แสดงโดย JEAN-LOUIS TRINTIGNANT ใน A MAN AND A WOMAN (1966, CLAUDE LELOUCH, A+)

3.นักแข่งรถ 3 คนใน DRIVEN (2001, RENNY HARLIN, B-/C+) ซึ่งได้แก่ KIP PARDUE, TIL SCHWEIGER และ CRISTIAN DE LA FUENTE

http://www.imdb.com/title/tt0132245/




ดิฉันยังไม่ได้ดู CASABLANCA เลยค่ะ และแทบไม่เคยได้ดูหนังของ HUMPHREY BOGART เลย แต่หนึ่งในหนังของ BOGART ที่อยากดูอย่างสุดๆก็คือ TO HAVE AND HAVE NOT (1945, HOWARD HAWKS) ค่ะ
ใน MY BEST FRIEND’S WEDDING ดิฉันจะชอบเพลง I’LL SAY A LITTLE PRAYER มากค่ะ รู้สึกว่า DIANA KING จะเป็นคนร้องเพลงนี้

อ่านเนื้อเพลง I’LL SAY A LITTLE PRAYER ได้ที่
http://www.soundtracklyrics.net/song-lyrics/my-best-friends-wedding/ill-say-a-little-prayer.htm


พูดถึงร้านที่มีพาสต้าขายแล้ว ดิฉันจะนึกถึงอยู่ 2-3 ร้านค่ะ หนึ่งในนั้นก็คือร้าน THE PASTA SHOP ที่อยู่ในศูนย์อาหารของเอ็มโพเรียม ร้านนี้จะขายอาหารราคาค่อนข้างถูก เวลาดิฉันไปดูเทศกาลหนังที่เอ็มโพเรียม ดิฉันก็ชอบไปกินลาซานย่าผักขมเห็ดที่ร้านนี้ ตอนแรกเขาขายจานละ 40 บาท แต่ตอนนี้ขึ้นมาเป็น 60 บาทแล้ว แต่ก็ยังถือว่าถูกกว่าลาซานย่าร้านอื่นๆอยู่ดี

อีกร้านที่ชอบไปกินบ่อยๆเวลาไปดูหนังที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้า ก็คือร้านที่ชื่อคล้ายๆ PASTA CHARLIE หรืออะไรทำนองนี้ ร้านจะอยู่ชั้นเดียวกับโรงหนัง และเขาให้เราเลือกผสมเส้น, ซอส, เนื้อ ได้เองตามใจชอบ และมีสลัดบาร์บุฟเฟต์ในราคา 80 กว่าบาท

นอกจาก MARCH OF TH E PENGUINS แล้ว หนังเกี่ยวกับนกอีกเรื่องหนึ่งที่ดิฉันอยากดูอย่างสุดๆในตอนนี้ก็คือหนังสารคดีเรื่อง THE WILD PARROTS OF TELEGRAPH HILL (2003, JUDY IRVING) ค่ะ
http://www.imdb.com/title/tt0424565/
http://www.wildparrotsfilm.com/

http://www.ruggedelegantliving.com/sf/a/images/wild.parrots.telegraph.jpg

คำวิจารณ์ THE WILD PARROTS OF TELEGRAPH HILL

--A thoroughly absorbing portrait of one man's discipline and commitment -- and, es, spiritual transformation….Quite simply, a beautiful film, in both form and content. You'll laugh. You'll cry. And your heart is guaranteed to soar.-- Ann Hornaday, WASHINGTON POST

--The film is that rare documentary that has romance, comedy and a surprise ending that makes you feel as if you could fly out of the theater....-- Bruce Newman, SAN JOSE MERCURY NEWS

--By the end of the movie, you might find yourself so wrapped up in Bittner and the parrots that you have tears in your eyes.-- Russell Scott Smith, NEW YORK POST


ตอนนี้รู้สึกว่าผู้กำกับญี่ปุ่นที่น่าสนใจสุดๆๆๆๆก็คือ MITSUO YANAGIMACHI ค่ะ เพราะนอกจากเขาจะกำกับ FIRE FESTIVAL (1984) แล้ว เขายังกำกับหนังใหม่ที่น่าดูอย่างสุดขีดเรื่อง WHO’S CAMUS ANYWAY? ด้วย โดยหนังเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับนักศึกษามหาวิทยาลัยกลุ่มหนึ่งที่เตรียมตัวจะถ่ายทำหนังที่สร้างจากเรื่องจริงเกี่ยวกับวัยรุ่นคนหนึ่งที่ฆาตกรรมหญิงชรา อย่างไรก็ดี ในระหว่างการสร้างหนังเรื่องนี้ นักศึกษาก็เริ่มสับสนระหว่างความรัก, การแข่งขัน และเนื้อหาของภาพยนตร์ที่พวกเขากำลังจะสร้าง

นักวิจารณ์ตั้งข้อสังเกตว่ามีตัวละครตัวนึงในเรื่องนี้ที่เป็นอาจารย์วัยกลางคนที่ตกหลุมรักนักศึกษาอย่างหัวปักหัวปำทั้งๆที่รู้ว่ายากจะสมหวัง และอาจารย์คนนี้ก็เอาสีมาทาหน้าตัวเองในลักษณะที่คล้ายกับตัวละครใน DEATH IN VENICE

http://www.hollywoodreporter.com/thr/reviews/review_display.jsp?vnu_content_id=1000927727

http://images.amazon.com/images/P/1400041147.01._SCLZZZZZZZ_.jpg

LIVE SCHREIBER ดาราหนุ่มน่ารักจาก THE MANCHURIAN CANDIDATE ตอนนี้หันมากำกับหนังแล้วด้วย โดยหนังที่เขากำกับมีชื่อว่า EVERYTHING IS ILLUMINATED ซึ่งได้รับเลือกให้ฉายในสายHORIZONS ในเทศกาลหนังเวนิซปีนี้