Showing posts with label LAOS. Show all posts
Showing posts with label LAOS. Show all posts

Friday, July 17, 2026

WRECKED

 

Misato Watanabe เป็นหนึ่งในนักร้องญี่ปุ่นที่เราชื่นชอบมากที่สุด และเราก็รู้ว่า ในทศวรรษ 1980 มีนักร้องชื่อคล้าย ๆ กัน ซึ่งก็คือ Marina Watanabe แต่มาวันนี้เราถึงเพิ่งรู้ว่า ในทศวรรษ 1980 มีนักร้องชื่อ Minayo Watanabe ด้วย ขำมาก ๆ ที่ทั้งสามคนเป็นนักร้องในทศวรรษ 1980 เหมือนกัน นามสกุลเดียวกัน แต่ไม่ได้เป็นญาติกัน นึกว่าปวดกะโหลก

++++

 

STILL (2026, Tammarat Kittiwatanokun, photographs on iPhone, printed on clear acrylic, and found scientific glass bottle)

 

ชอบงานนี้มาก ๆ เราเข้าใจว่ามันเป็นภาพถ่าย found objects ที่อาจจะมีความเกี่ยวพันกับ Roslissham Ismail (Ise) ศิลปินชาวมาเลเซียผู้ล่วงลับ

 

สิ่งที่เราชอบมาก ๆ ไม่ใช่เนื้อหาในภาพถ่าย แต่เป็นขนาดเล็ก ๆ ของภาพถ่าย และ “การจัดวาง” ภาพถ่ายและ found bottle นี้ โดยการวางมันไว้บนพื้นห้อง อิงแอบอยู่กับฝาผนัง

 

ตัวศิลปินอาจจะไม่ได้ตั้งใจ แต่การจัดวางภาพถ่ายและสิ่งของเหล่านี้เอาไว้แบบนั้น ทำให้เรานึกถึงการวางสิ่งของเพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตในจุดที่มีผู้เสียชีวิต และการวางของเซ่นไหว้อะไรแบบนี้น่ะ ตัว found bottle ก็ทำให้เรานึกถึงแจกันดอกไม้โดยไม่ได้ตั้งใจด้วย

 

เราก็เลยชอบ “การจัดวาง” ภาพถ่ายในงานนี้มาก ๆ

 

งานนี้เป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการ SAKSI: A PASSING THING หรือจักษุพยาน: บางสิ่งจะยังคงผ่านไป ที่ Art Centre, Silpakorn University

+++

Artworks seen

 

THE KISS (2026, Parinot Kunakornwong)

 

ดูในนิทรรศการ DRAWING ที่ 100 Tonson Foundation

 

IT’S JUST A PRANK (2026, Parinot Kunakornwong)

 

ชอบภาพนี้มาก ๆ

 

ดูในนิทรรศการ DRAWING ที่ 100 Tonson Foundation

 

COME IN (2026, Parinot Kunakornwong)

 

ดูในนิทรรศการ DRAWING ที่ 100 Tonson Foundation

 

BUTTS (2026, Parinot Kunakornwong)

 

ชอบภาพนี้มาก ๆ

 

ดูในนิทรรศการ DRAWING ที่ 100 Tonson Foundation

 

YES (2026, Parinot Kunakornwong)

 

ดูในนิทรรศการ DRAWING ที่ 100 Tonson Foundation

+++

 

Christopher Nolan อะไรกันคะ มันต้องหนังอย่าง “กองกอย” เท่านั้นค่ะ ที่กูจะรีบพุ่งตัวออกไปดูในวันแรกที่ออกฉาย 55555

 

สรุปว่าเราชอบ “กองกอย” WRECKED (2026, Anysay Keola, Laos, A+30) มาก ๆ นะ ซึ่งก็แน่นอนว่าหลายคนอาจจะไม่ชอบหนังเรื่องนี้ แต่เราชอบหนังแบบนี้มาก ๆ เหมือนจริง ๆ แล้วมันเป็น “หนังชีวิต” หรือหนัง drama แต่มันแกล้งฉาบหน้าว่าเป็นหนัง horror และมันมีบางประเด็นใน “กองกอย” ที่เราชอบอย่างรุนแรงสุดขีด

 

ตอนนี้เราเพิ่งได้ดูหนังของ Anysay Keola ไปเพียงแค่ 5 เรื่อง สรุปว่าเราชอบ ABOVE IT ALL (2015, Anysay Keola, Laos) มากที่สุดในบรรดา 5 เรื่องนี้

+++

 

ซื้อหนังสือ WITTGENSTEIN: A VERY SHORT INTRODUCTION ของ A.C. Grayling มาแล้ว หนังสือเล่มนี้แปลเป็นไทยโดยคุณ เสฏฐนันท์ ธนกิจโกเศรษฐ์

 

สาเหตุที่เราซื้อหนังสือเล่มนี้ เป็นเพราะว่าเมื่อราว 30 กว่าปีก่อน เราเคยซื้อวิดีโอภาพยนตร์เรื่อง WITTGENSTEIN (1993, Derek Jarman, UK) มาจากร้าน AVS แล้วเราดูไม่รู้เรื่องเลย 55555 หนังเรื่องนั้นก็เลยฝังใจเราอย่างรุนแรง และก็เลยเป็นแรงผลักดันให้เราซื้อหนังสือเล่มนี้ เผื่อว่าในอนาคตเมื่อเราได้อ่านหนังสือเล่มนี้ แล้วเราได้ดูหนังของ Derek Jarman อีกครั้ง เราจะได้เข้าใจหนังมากขึ้น

+++

 

อยากให้มีคนนำ LES VAMPIRES (1915, Louis Feuillade, France) มาลงโรงฉายในไทย หนังเรื่อง LES VAMPIRES นี้มีความยาวเพียงแค่ 7 ชั่วโมงเท่านั้นเองนะ ถ้าหากมีคนเล่นเปียโนประกอบหนังเงียบเรื่องนี้ไปด้วยตลอด 7 ชั่วโมงก็น่าจะดีมาก

 

 

Monday, September 10, 2018

THE RIVER FLOWS (2016, Makoto Kumazawa, Laos/Japan, A+30)


THE RIVER FLOWS สายน้ำไหล (2016, Makoto Kumazawa, Laos/Japan, A+30)

1. ว้าย ทำไมฉันดูแล้วซึ้งมาก สงสัยฉันเป็นโรคบ้าผู้ชาย 555 ชอบมากๆที่ฉากที่ซึ้งที่สุดในหนังเรื่องนี้สำหรับเรา ไม่ใช่ฉากที่มีพระเอกนางเอกอยู่บนจอ แต่เป็นฉากที่ถ่ายภาพเขื่อนน้ำงึมไปเรื่อยๆ ถ่ายห้องควบคุมเขื่อน ถ่ายสันเขื่อน ถ่ายที่ตั้งเขื่อน ถ่ายป้ายจารึกเขื่อน รู้สึกว่าหนังประสบความสำเร็จในการหลอกคนดูบางคน อย่างเช่นเรา ให้รู้สึกซาบซึ้งตรึงใจไปกับความยากลำบากในการก่อสร้างเขื่อน และการดำรงอยู่ของเขื่อนได้เป็นอย่างดี

2.ถือเป็นหนัง propaganda ที่ประสบความสำเร็จสำหรับเรานะ คือดูแล้วก็เคลิ้มไปกับบทบาทของญี่ปุ่นในฐานะผู้วางรากฐานด้าน infrastructure ให้ลาว ซึ่งตรงนี้จะคล้ายหนังกัมพูชาเรื่อง BEYOND THE BRIDGE (2016, Kulikar Sotho) ที่นำเสนอบทบาทของญี่ปุ่นในฐานะผู้วางรากฐานด้าน infrastructure ให้กับกัมพูชาด้วยเหมือนกัน  และเราก็เคลิ้มไปกับ "ด้านบวก และด้านลบ" ของวิถึชาวบ้าน ตามที่ทางการลาวต้องการให้เรามองด้วย คือทางการลาว คงต้องการจะทำให้ผู้ชมรู้สึกว่า การเป็นเกษตรกรเป็นสิ่งที่ดี, ความเชื่อเรื่องบั้งไฟพญานาคเป็นสิ่งที่ดี แต่ความเชื่อเรื่องพญานาคในแบบที่เป็นอุปสรรคขัดขวางต่อการสร้างเขื่อนเป็นสิ่งที่ไม่ดี 555

3.แน่นอนว่าจุดพลิกผันของหนัง ดูฝืนมากๆ คือดูแล้วไม่เชื่อว่าชาวบ้านจะกลับใจหันมาช่วยพระเอกง่ายๆแบบนั้น แต่เรามองว่ามันตลก และไม่ได้รู้สึกแย่กับมันมากนัก อาจจะเป็นเพราะมันเป็นหนังลาว เราก็เลยไม่รู้ว่าทางการลาวเข้ามาควบคุมทิศทางหรือบทภาพยนตร์ของหนังเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน

4.ชอบที่หนังใส่ประเด็นเรื่องชาวบ้านอาจจะต้องอพยพย้ายถิ่นเพราะการสร้างเขื่อนเข้ามาด้วย

5.เราว่าหนังมีจุดยืนทางการเมืองที่ประหลาดดี อาจจะเป็นเพราะมันเป็นหนังที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทางการลาวก็ได้มั้ง หนังมันก็เลยต้องสนับสนุนการสร้างเขื่อน

คือเหมือนเราแทบไม่ได้ดูอะไรที่สนับสนุนการสร้างเขื่อนมานานมากแล้วน่ะ ที่นึกออกก็มีละครทีวีช่อง 7 เรื่อง “ชาวเขื่อน” (1981) ที่ไม่ได้พูดถึงการสร้างเขื่อนในทางลบ เพราะหนังหลายๆเรื่องที่เราดูในระยะหลัง ทั้ง BEFORE THE FLOOD (2005, LIi Yifan, Yan Yu, China, docunentary), BINGAI (2007, Feng Yan, China, documentary), MY GRANDPA’S ROUTE HAS BEEN FOREVER BLOCKED (2012, Sutthirat Supaparinya), แถวนี้แม่งเขื่อน ไม่แน่จริงอยู่ไม่ได้ (2012, Pairach Khumwan, Siriporn Kongma, Patchara Eaimtrakul, documentary), ARPOR (2017, Paisit Wangrungseesathit, documentary) ก็ดูเหมือนจะนำเสนอด้านลบจากการสร้างเขื่อนมากกว่าด้านบวก

6.สิ่งที่ขัดใจในหนัง ก็คือการถ่าย long shot ในหลายๆฉากค่ะ คือจริงๆแล้วการถ่าย long shot แบบนี้เป็นสิ่งปกติในหนัง “อาร์ตนิ่งช้า” ของเอเชียนะ เพราะช็อตแบบนี้มันจะเน้นบรรยากาศ และมันจะช่วยให้หนังไม่เร้าอารมณ์จนเกินไป อารมณ์ในแต่ละฉากจะเจือจางลงเพราะการถ่าย long shot

แต่แหม คุณขา พระเอกเขาหล่อน่ารักดีน่ะค่ะ คุณช่วยถ่าย close up หน้าเขาบ่อยๆหน่อยได้ไหมคะ มึงจะถ่าย long shot ทำไมคะ กูอยากดูหน้าพระเอกใกล้ๆค่ะ กูอยากรู้สึกว่า กูแลบลิ้นออกไป ก็ได้เลียใบหน้าเขาแล้ว มึงจะถ่าย long shot บ่อยๆทำไม กูอารมณ์เสีย มันเสียของมากนะคะ cast นักแสดงหนุ่มหล่อน่ารักมาเล่น แล้วมึงก็ถ่าย long shot ซะแบบนี้ 555

7.ในบรรดาหนัง “ญี่ปุ่น-เอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ที่ได้ดูในระยะนี้ เราเรียงตามลำดับความชอบได้ดังนี้

7.1 BANGKOK NITES (2016, Katsuya Tomita, Japan-Thailand)

7.2 PASSAGE OF LIFE (2017, Akio Fujimoto, Japan-Myanmar)

7.3 RAMEN TEH (2018, Eric Khoo, Japan-Singapore)

7.4 BEYOND THE BRIDGE (2016, Kulikar Sotho, Japan-Cambodia)

7.5 THE RIVER FLOWS (2016, Makoto Kumazawa, Japan-Laos)

7.6 PIGEON (2016, Isao Yukisada, Japan-Malaysia)

จริงๆแล้ว RAMEN TEH, BEYOND THE BRIDGE กับ THE RIVER FLOWS นี่ชอบพอๆกัน ตัดสินไม่ได้ว่าชอบเรื่องไหนมากกว่ากัน




Sunday, August 30, 2015

REALLY LOVE 2 (2015, Jear Pacific, Laos, D)

REALLY LOVE 2 (2015, Jear Pacific, Laos, D)
ฮักอีหลี 2


เป็นหนังตลกที่ไม่เข้าทางเราแต่อย่างใด สิ่งเดียวที่เราเหมือนได้เรียนรู้จากหนังเรื่องนี้ก็คือคนลาวในหนังเรื่องนี้ออกเสียงคำว่า “น้ำ” ว่า “นั้ม” ซึ่งต่างจากคนไทยที่ออกเสียงคำว่าน้ำ ว่า “น้าม”

Saturday, April 04, 2015

AT THE HORIZON (2012, Anysay Keola, Laos, A+/A)

AT THE HORIZON (2012, Anysay Keola, Laos, A+/A)

--ถ้าเทียบกับหนังลาวอีกเรื่องที่เราได้ดู ซึ่งก็คือ CHANTHALY (2013, Mattie Do, A+30) เราชอบ CHANTHALY มากกว่าเยอะ เพราะเราอินกับเรื่องมากๆ แต่ก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมเราถึงอินกับ CHANTHALY มากๆ แต่รู้สึกเฉยๆกับเรื่องนี้

--สาเหตุที่ชอบ AT THE HORIZON ถึงระดับ A+/A อาจจะเป็นเพราะว่ามันเป็นหนังลาวด้วยแหละ คือถ้าหากหนังเรื่องนี้เป็นหนังไทยและเนื้อเรื่องเกิดในประเทศไทย เราอาจจะชอบแค่ในระดับ B+ เท่านั้น แต่พอมันเป็นหนังลาว แล้วเนื้อเรื่องเกิดในสังคมลาว มันก็เลยมีข้อดีในแง่ที่ว่า มันช่วยแก้ไขมุมมองของเราที่มีต่อสังคมลาว  และเราก็ให้อภัยความ didactic หรือความ moralistic ของมันได้ในระดับนึง เพราะเรารู้ว่าปัญหาเซ็นเซอร์ในลาวมันรุนแรงมาก เพราะฉะนั้นความ didactic ของหนังจึงอาจจะไม่ได้เกิดจากวิสัยทัศน์ของผู้กำกับโดยตรง แต่เป็นไปได้สูงที่อาจจะเกิดจากกองเซ็นเซอร์

--ดูแล้วเกิดจินตนาการอย่างรุนแรงว่า ถ้าหากเราทำหนังเรื่องนี้ พระเอกต้องปลุกปล้ำชายหนุ่มลูกเศรษฐีทุกวันทุกคืนเพื่อเป็นการแก้แค้นอย่างแน่นอน คือเราคงดัดแปลงหนังเรื่องนี้ให้กลายเป็นหนังเกย์แนวมาโซคิสท์ในทันที เพราะดารานำชายสองคนนี้สมควรจะร่วมรักกันเองอย่างมากๆ

--ปัญหานึงที่เรายังไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร คือเรารู้สึกว่าหนังเรื่องนี้มีปัญหาเดียวกับ “จิตตก” (ธีระ ประชุมของ) และ NEW AGE (2008, Keren Cytter) คือมันดูเหมือนขาดมิติบางอย่างของความเป็น “หนังโรง” ไปน่ะ แต่เราไม่สามารถชี้ชัดลงไปได้ว่า อะไรคือสิ่งที่หายไปในหนัง 3 เรื่องนี้ ที่ทำให้เรารู้สึกว่ามันขาดอะไรบางอย่างไปเวลามันขึ้นจอใหญ่

แต่ตอนที่เราดู AT THE HORIZON เราพบว่า เราจะรู้สึกว่ามันมีความเป็นหนังโรงในฉากที่มันไม่ได้ใช้เสียงแบบ realistic น่ะ คือมันจะมีบางฉากที่เป็นดนตรีประกอบ หรือบางฉากที่เสียงเงียบไปเลย แล้วเราจะรู้สึกว่าฉากพวกนี้มันดูโอเค แต่ฉากส่วนใหญ่ในเรื่องมันเกิด outdoor แล้วมันพยายามจะนำเสนอเสียงแบบ realistic คือเราจะได้ยินเสียงนกร้องจิ๊บๆ ตลอดเวลาในฉาก outdoor พวกนี้ ซึ่งเราไม่มีปัญหากับเสียงนกร้องพวกนี้ แต่ปัญหาก็คือว่า เราเหมือนได้ยินเสียงหึ่งๆของเครื่องปรับอากาศแทรกอยู่อีก layer นึงตลอดเวลา ซึ่งไม่ใช่เสียงเครื่องปรับอากาศของโรงหนังอย่างแน่นอน เพราะเราจะได้ยินเสียงนี้เฉพาะฉาก outdoor หรือฉากที่นำเสนอเสียงแบบ realistic เท่านั้น แต่ในฉากที่เป็นเสียงเงียบ เราจะไม่ได้ยินเสียงหึ่งๆนี้ด้วย

เราก็เลยไม่แน่ใจว่า AT THE HORIZON มันมีปัญหาเรื่องการมิกซ์เสียงหรือเปล่า ทำไมเวลาที่เป็นฉาก outdoor มันถึงมีเสียงหึ่งๆอะไรสักอย่างแทรกอยู่อีก layer นึงตลอดเวลา และเราก็ไม่แน่ใจด้วยว่าปัญหาเรื่องการมิกซ์เสียงนี่เองหรือเปล่า ที่ทำให้เรารู้สึกว่า AT THE HORIZON มันขาดอะไรไปเวลามันขึ้นจอใหญ่




Sunday, August 12, 2012

ALWAYS ON MY MIND (2012, Sakchai Deenan, B+)


ALWAYS ON MY MIND (2012, Sakchai Deenan, B+)

ห้ามอ่านถ้ายังไม่ได้ดู
Serious spoilers alert:

I like GOOD MORNING, LUANG PRABANG (2008, Sakchai Deenan + Anusone Sirisackda, A+25) and FROM PAKSE WITH LOVE (2010, Sakchai Deenan, A+15) very much, but LAO WEDDING (2011, Sakchai Deenan, B+) is a real disappointment. Unfortunately, ALWAYS ON MY MIND (2012, Sakchai Deenan, B+) is a disappointment for me, too.

I like the first half of the film, but I don't like the soundtrack and the last part of the film, when some truths are revealed.



Actually, I'm having problem with the happy endings of this film. If all the four stories of this film have sad endings, the ones in which the protagonists must accept the disappointments in their romantic lives, I might have given this film A+30.

This may be the case of my personal taste. And that's why I worship such romantic films as CEREMONY (2010, Max Winkler, A+15), LOVE STORY (มันเกิดจากความรัก) (2012, Anuphap Autta, A+30), and PRESENT PERFECT (2012, Anusorn Soisa-ngim, A+15). I love the disappointments of the protagonists in these films.

LOVE STORY


PRESENT PERFECT


The photo comes from ALWAYS ON MY MIND's Facebook page:



Thursday, November 10, 2011