UN + UNE (2015, Claude Lelouch,
France, A+20) ดูแล้วอยากให้มีคนเขียนบทคว ามเปรียบเทียบ
วิธีประกอบสร้างความโรแมนติ ก ในหนังของ Claude Lelouch, Wong Kar-wai และม.จ.ทิพยฉัตร ฉัตรชัย ว่ามันแตกต่างกันอย่างไรบ้า ง
เราชอบบทสนทนากับฉากหลัง end credit ในหนังเรื่องนี้มาก
แต่ไม่อินกับความโรแมนติกขอ งหนัง บางทีอาจเป็นเพราะตัวละครใน หนังมันเป็นมนุษย์ท่มีข้อบก พร่องมากเกินไป จนเราไม่อยากได้เป็นสามี
MIDNIGHT UNIVERSITY (2016, Kritsada
Kaniwichaporn, Piyabutr Apisuk, Kanin Kulsumitrawong, A+15) เสียดายสุดๆที่มันทำเป็นหนั งตลกเพื่อเอาใจตลาด
เพราะเราว่าองค์ประกอบในหนั งมันเอื้อให้ทำเป็นหนังชีวิ ตดราม่าที่สามาถเข้าทางเราม ากๆได้ ทั้งตัวละคร losers ต่างๆที่ต้องมารวมตัวกัน
และตัวละครนางเอกที่ดูเหมือ นกลวงสุดๆในช่วงแรก แต่หนังก็ค่อยๆทำให้ตัวละคร ตัวนี้กลายเป็นมนุษย์มากขึ้ นเรื่อยๆได้
ชอบความสัมพันธ์ระหว่างพระเอกกีบนางเอกในหนังเรื่อ งนี้อย่างสุดๆ
สรุปว่าถ้าหากตัดความตลกทิ้ งไปจากหนังเรื่องนี้บ้าง
แล้วให้ความสำคัญกับความเป็ นมนุษย์ของตัวละครมากขึ้น
รวมทั้งเน้นย้ำประเด็นเรื่อ งความเครียดของการเรียนในมห าลัยให้มากขึ้น
หนังเรื่องนี้ก็อาจกลายเป็น หนังที่เข้าทางเราสุดๆแบบหน ังผีเรื่องต่างๆที่กำกับโดย monthon
Arayangkoon ไปแล้ว
I AM A HERO
(2015, Shinsuke Sato, Japan, A+25) สนุกดี
เพียงแต่รู้สึกว่ามันเป็นแฟ นตาซีของ straight male ซึงไม่ใช่ความผิดของหนัง
เพียงแต่ว่ามันไม่มีตัวละคร ที่เราสามารถเข้าไป identify ด้วยได้อย่างเต็มที่
SAYONARA ITSUKA
(2010, John H. Lee, South Korea/ Japan, A+15) ชอบครึ่งแรกของหนังมากในระดับ
A+30 รู้สึกว่าหนังนำเสนอความเงี ่ยนของพระเอกกับนางเอกในช่ว งครึ่งแรกได้ดีมาก
และฉากการพลัดพรากและพบพาที ่สนามบินดอนเมืองก็ทำออกมาไ ด้คลาสสิคมากๆ
แต่ช่วงครึ่งหลัง เมื่อหนังพยายามจะนำเสนอ "ความรัก" ของตัวละคร
เราว่าหนังยังถ่ายทอดออกมาไ ด้ไม่ดีพอน่ะ เกรดของหนังเลยหล่นฮวบลงไปเ รื่อยๆในช่วงครึ่งหลัง
SING STREET (2016, John Carney,
Ireland, A+30) หนังของ John Carney มักจะเป็นหนังที่เราชอบสุดๆ ในระดับA+30 แต่ไม่ติดอันดับประจำปีของเ รา เพราะเราไม่ได้อินกับมันอย่ างรุนแรงjเป็นการส่วนตัว
ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไ ร ซึ่งแตกต่างจากหนังอย่าง GOD HELP THE GIRL (2014,
Stuart Murdoch) ที่เราอินอย่างรุนแรงสุดๆ ซึ่ง SING STREET นี่ก็เข้าข่ายเดียวกัน แต่ก็มีองค์ประกอบมากมายในห นังเรื่องนี้ที่เราชอบสุดๆ
โดยเฉพาะการพูดถึงวง Duran
Duran และ Spandau Ballet, ตัวละครนางเอกก็ใช้ได้,
การรำลึกถึงมิวสิควิดีโอยุค เก่าก็ดีมาก, ฉากคุณแม่นั่งรอแสงอาทิตย์ย ามเย็นก็เจ็บปวดมาก
ชอบการถ่ายทะเลในช่วงท้ายด้ วย ดูแล้วทำให้อยากกลับไปดูหนั งแนววงดนตรีในยุคเก่าอีกครั ้ง
โดยเฉพาะLIGHT OF DAY (1987, Paul Schrader) ที่นำแสดงโดย Joan
Jett กับ Micharl J. Fox และTHE
COMMITMENTS (1991, Alan Parker)
DISHOOM (2016, Rohit Dhawan, India,
A+25) สนุกดี เป็นหนังสูตรสำเร็จ โง่ๆ ไร้สาระ และมีอะไรที่ cliche
และเดาง่ายเยอะมาก แต่ก็เหมือนกับหนังอินเดีย mainstream หลายๆเรื่อง ที่ถึงแม้มันจะสูตรสำเร็จมา กๆ แต่เราก็ยังเพลิดเพลินกับมั นมากๆอยู่ดี
No comments:
Post a Comment