Sunday, August 09, 2026

UNTITLED (KHUN YAI BAENG MAKES HER POTTERY)

 

อยากดู STROMBOLI (1950, Roberto Rossellini), EUROPE ’51 (1951, Roberto Rossellini), JOURNEY TO ITALY (1954, Roberto Rossellini) และ A MATTER OF LIFE AND DEATH (1946, Michael Powell, Emeric Pressburger) หวังว่าจะมีคนนำหนัง 4 เรื่องนี้มาลงโรงฉายในไทย

+++

 

วันนี้กิน Beetroot pasta ชอบสีของพาสต้ามาก ๆ ไม่แน่ใจว่าเขาเรียกว่าสี red pink หรือเปล่า

+++

 

RIP WILLIAM ORBIT (1956-2026)

 

ชอบเพลง BARBER’S ADAGIO FOR STRINGS (1999) ของ William Orbit มาก ๆ นึกว่าต้องใช้เพลงนี้เป็นเพลงธีมของตัวละครอะไรสักตัวในโลกจินตนาการของเรา

+++

 

เราชอบเพลง CLOSE BUT NO CIGAR (1992) ของ Thomas Dolby มาก ๆ

+++

 

นางตัวร้ายที่ดูโง่มาก แต่เราชอบมาก

 

ก็คือนางตัวร้ายที่ใช้ร่มเป็นอาวุธ ในละครโทรทัศน์ “สิงห์สาวนักสืบ ปีสอง” หรือ SUKEBAN DEKA II: THE LEGEND OF THE GIRL IN THE IRON MASK (1985-1986, Japan, TV series, 42 episodes, A+30) เธอดูโง่มาก แต่เราประทับใจ 55555

https://in.pinterest.com/pin/778419116879366895/

+++

 

เมื่อวานนี้เราก็ได้รับข้อความแจ้งเตือนนี้เหมือนกัน แต่เราไม่ทันสังเกตว่ามันไม่มีเสียง พอวันนี้ได้อ่านข่าวแล้วก็ประทับใจ เพราะทางรัฐบาลให้เหตุผลว่า “เป็นการตั้งใจส่งข้อความแบบไม่มีเสียง เนื่องจากหากโทรศัพท์ของผู้ที่กำลังหลบซ่อนอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุมีเสียงแจ้งเตือน อาจเปิดเผยตำแหน่งและเพิ่มความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของบุคคลเหล่านั้น จึงแตกต่างจากกรณีภัยพิบัติ เช่น แผ่นดินไหว สึนามิ หรือน้ำท่วมฉับพลัน ที่จำเป็นต้องใช้เสียงแจ้งเตือนเพื่อเร่งให้ประชาชนอพยพ”

+++

 

2026

 

เป็นปีที่มีเรื่องต่าง ๆ เกิดขึ้นเยอะมากในไทย จนต้องเริ่มโน้ตไว้

 

(ข้อมูลจาก google, AI, BBC)

 

16 พ.ค.

เหตุการณ์รถไฟสินค้าพุ่งชนรถเมล์สาย 206 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลาประมาณ 15.36 น. บริเวณจุดตัดทางรถไฟย่านมักกะสัน ใกล้สถานีแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มักกะสัน กรุงเทพฯ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และบาดเจ็บกว่า 30 ราย

 

12 ก.ค.

เวลาประมาณ 23.57 น. เพลิงไหม้ร้านอาหารกึ่งผับชื่อดัง (โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว) ใกล้ซอยลาดพร้าว 1 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 27 ราย และบาดเจ็บ 73 ราย

 

26 ก.ค.

เมื่อวันที่ 31 ก.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภาค 2 ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว เข้าจับกุมตัวนายฑณา เกิดทอง หรือ "ป๋อง" อายุ 43 ปี และนายธงชัย ศรีนิล หรือ "ธง" อายุ 39 ปี จากเบาะแสการหายตัวไปของสองพี่น้องชาวรัสเซีย น.ส.ไดอานา นาซีโมวา อายุ 22 ปี และนายโรมัน นาซีโมวา อายุ 17 ปี ซึ่งขาดการติดต่อกับผู้ใกล้ชิดไปโดยไม่ทราบสาเหตุตั้งแต่วันที่ 26 ก.ค. 

 

แต่ก่อนหน้านี้นายป๋องพร้อมพวกอีก 3 คน ได้แก่ นายธง, นายอัษฎางค์ หรือ "บอล" ชูวงษ์ อายุ 25 ปี และ นายชัชนันท์ หรือ "ฟลุ๊ค" แป้นเอี่ยม อายุ 23 ปี ร่วมกันลงมือสังหารสามพ่อแม่ลูกชาวไทยและนำศพไปฝังไกลจากจุดที่ฝังอำพรางศพพี่น้องชาวรัสเซียประมาณ 2 กิโลเมตร

 

รายชื่อผู้เสียชีวิตทั้ง 3 รายได้แก่ นายวิเชียร วงษา อายุ 53 ปี (บิดา), น.ส.ฉันทนา วงษา อายุ 50 ปี (มารดา) และ น.ส.นิชาภา วงษา อายุ 18 ปี ลูกสาว ทั้งหมดเป็นชาวบ้านใน ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลุบรี ซึ่งญาติแจ้งความคนหายกับ สภ.ห้วยใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค. ที่ผ่านมา

 

7 ส.ค.

เหตุยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ใน อ.บางกรวย จ.นนทบุรี รมว.สาธารณสุข เปิดเผยว่ามีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้รวม 8 ราย ขณะที่จำนวนผู้บาดเจ็บล่าสุดมี 22 ราย ในจำนวนนี้เป็นเด็กนักเรียนที่บาดเจ็บสาหัส 7 ราย

 

แล้วก็ยังมีปัญหามลพิษในแม่น้ำภาคเหนือจากเหมืองแร่ต่าง ๆ ใน Myanmar, แผนลอบสังหารนายสุเมธ เหรียญพงษ์นาม และนายสุนทร คมคาย สองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนด้านสิ่งแวดล้อม, etc.

 

ไม่รู้จะมีอะไรเกิดขึ้นอีกต่อไปในปีนี้

 

ภาพจาก 71 FRAGMENTS OF A CHRONOLOGY OF CHANCE (1994, Michael Haneke, Austria)

+++

 

ซื้อขนมลูกตายี่ห้อ Trolli มากิน เพื่อเป็นพลีแด่หนังเรื่อง HOUSE (1977, Nobuhiko Obayashi, Japan)

+++

 

อยากดูหนังที่ Clint Eastwood กำกับหลาย ๆ เรื่อง อย่างเช่น

 

1. BIRD

ติดอันดับ 5 ประจำปี 1988 ในลิสท์หนังยอดเยี่ยมของนิตยสาร Cahiers du Cinema

 

2. TRUE CRIME

ติดอันดับ 6 ประจำปี 1999 ในลิสท์หนังยอดเยี่ยมของนิตยสาร Cahiers du Cinema

 

3. SPACE COWBOYS

ติดอันดับ 9 ประจำปี 2000 ในลิสท์หนังยอดเยี่ยมของนิตยสาร Cahiers du Cinema

 

4. FLAGS OF OUR FATHERS

ติดอันดับ 10 ประจำปี 2006 ในลิสท์หนังยอดเยี่ยมของนิตยสาร Cahiers du Cinema

 

5. THE MULE

ติดอันดับ 8 ประจำปี 2019 ในลิสท์หนังยอดเยี่ยมของนิตยสาร Cahiers du Cinema

 

+++

 

TRIPLE BILL FILM WISH LIST

 

NATHALIE GRANGER (1972, Marguerite Duras, France, 83min)

+  JEANNE DIELMAN, 23, QUAI DU COMMERCE, 1080 BRUXELLES (1975, Chantal Akerman, Belgium, 202min)

+ UNTITLED (KHUN YAI BAENG MAKES HER POTTERY) (2025, Rirkrit Tiravanija x Grandma Baeng Sommai, Thailand, video installation, 208min)

 

1. หนัง 3 เรื่องที่ใช้ชื่อตัวละครหญิงมาเป็นส่วนหนึ่งของชื่อเรื่องด้วย และหนังทั้ง 3 เรื่องนี้ต่างก็เน้นไปที่ “กิจวัตรประจำวัน” ของตัวละครหญิง แทนที่จะเน้นการเล่าเรื่องแบบ “ตัวละครเอกเผชิญอุปสรรคสำคัญอันยิ่งใหญ่ที่จะต้องเอาชนะให้ได้” ตามสูตรสำเร็จของภาพยนตร์โดยทั่ว ๆ ไป การที่หนังทั้ง 3 เรื่องนี้ดูเหมือนจะเชิดชู “กิจวัตรประจำวันของตัวละครหญิง” แทนที่จะเน้น “เหตุการณ์ดราม่าอันยิ่งใหญ่” ส่งผลให้หนังทั้ง 3 เรื่องนี้เหมาะที่จะนำมาฉายเทียบเคียงกันมาก ๆ

 

2. ถึงแม้หนังทั้ง 3 เรื่องนี้จะมีสิ่งที่เหมือนกันตามย่อหน้าข้างต้น และก็ถือเป็นหนังที่เรารักอย่างสุดขีดทั้ง 3 เรื่อง หนังทั้ง 3 เรื่องนี้ก็มีข้อแตกต่างกันที่น่าสนใจ อย่างแรกก็คือชื่อหนัง ซึ่งอาจจะสะท้อนให้เห็นจุดโฟกัสที่แตกต่างกันไปของหนังทั้ง 3 เรื่องนี้

 

2.1 NATHALIE GRANGER นั้นตั้งชื่อหนังตามชื่อตัวละครประกอบ ซึ่งเราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ส่วนตัวละครนำหญิงสองคนในเรื่องนี้คือ Isabelle (Lucia Bosé) และ “ผู้หญิงอีกคน” (Jeanne Moreau)

 

การตั้งชื่อหนังเรื่องนี้ก็เลยถือเป็นปริศนาที่น่าขบคิด ว่าเพราะเหตุใดหนังถึงตั้งชื่อว่า NATHALIE GRANGER และเหตุการณ์ต่าง ๆ ในหนังก็อาจจะมองได้ว่าเป็นปริศนาที่น่าขบคิด เพราะหนังนำเสนอสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่ได้บอกชัดว่า “มันดำรงอยู่เพื่อจะบอกอะไรแก่ผู้ชม” หนังนำเสนอกิจวัตรประจำวันของผู้หญิงสองคนที่น่าจะเป็นชนชั้นกลางฐานะดีประมาณนึง และหนังก็ไม่ได้บอกว่า ชีวิตของทั้งสองคนนี้มีความสำคัญอะไร มีเซลส์แมน (Gerard Depardieu) โผล่เข้ามาเจอสองสาว แต่มันก็ไม่ได้นำไปสู่เหตุการณ์สำคัญอะไร และก็มี “ฆาตกรสองคน” ออกอาละวาดใกล้บ้านของสองสาว แต่มันก็ไม่ได้นำไปสู่เหตุการณ์สำคัญอะไร อย่างไรก็ดี เหตุการณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ต่าง ๆ ในหนังเรื่องนี้ อาจจะสะท้อนอะไรบางอย่างที่น่าสนใจก็ได้ อย่างเช่น การฉีกหนังสือพิมพ์, การคว่ำรถเข็นเด็ก, etc.

 

เพราะฉะนั้นเราก็เลยชอบสุดขีดที่หนังเรื่องนี้ ตั้งแต่ชื่อหนัง รวมไปถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ มากมายในหนัง มันอาจจะเอื้อให้ผู้ชมบางคนนำไปขบคิดหาความหมายในการดำรงอยู่ของมัน หรือในมุมมองของเรานั้น เราไม่ได้ตีความอะไรใด ๆ มากนัก เราไม่ได้ตีความชื่อเรื่อง หรือพยายามตีความเหตุการณ์ใด ๆ ในหนังอย่างจริงจัง แค่เราได้ดูสิ่งต่าง ๆ ในหนังเรื่องนี้ไปเรื่อย ๆ เราก็มีความสุขสุดขีดแล้ว และเราก็มีความสุขเช่นกันกับการได้อ่านการตีความหนังเรื่องนี้ในแง่มุมของผู้ชมคนอื่น ๆ เราก็เลยชอบมาก ๆ ที่หนังเรื่องนี้มันสร้างความเพลิดเพลินให้กับเราได้ทั้งในสองระดับ เราดูแบบไม่ตีความเราก็มีความสุขมาก ๆ หรือถ้าหากคนดูคนอื่นๆ จะตีความ เราก็มีความสุขมาก ๆ เช่นกันกับการได้อ่านสิ่งที่คนอื่น ๆ  ตีความ

 

2.2 ชื่อเรื่องของ JEANNE DIELMAN, 23, QUAI DU COMMERCE, 1080 BRUXELLES ก็น่าสนใจมาก ๆ เพราะหนังเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ชื่อตัวละคร แต่มีที่อยู่ของตัวละครด้วย ซึ่งเป็นที่อยู่เหมือนกับที่อยู่ที่ใช้ในการจ่าหน้าซองจดหมาย

 

เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ทำไมหนังเรื่องนี้ถึงตั้งชื่อเรื่องแบบนี้ แต่เราชอบมากที่

 

2.2.1 ชื่อหนังเรื่องนี้ทำให้นึกถึงการที่ Jeanne ติดต่อสื่อสารกับ sister ของเธอที่อยู่แคนาดา โดยผ่านทาง “จดหมาย”

 

2.2.2 การตั้งชื่อหนังแบบนี้ มันประหลาดและ unique ดี

 

2.2.3 เราชอบที่มันไม่มีคำ adjective ในชื่อหนังเรื่องนี้เลย เหมือนมันระบุถึงตัวตนของ Jeanne ในแบบที่ objective มาก ๆ ไม่มีการบรรยายถึงตัวตนของเธอโดยใช้คำ adjective เช่น young, old, beautiful, pretty, quiet, kind, cruel, crazy, witty, etc. เหมือนชื่อหนังเรื่องนี้ไม่มีการ judge ตัวตนใด ๆ ของ Jeanne แต่ปล่อยให้ผู้ชมประเมิน Jeanne ด้วยตัวเอง และผู้ชมแต่ละคนสามารถคิดหาคำคุณศัพท์มาใช้บรรยาย Jeanne ได้ด้วยตัวเอง

 

คือพอมันไม่มีคำคุณศัพท์ใด ๆ ไปกำกับ, ไป judge หรือไป “ครอบ” ตัวตนของ Jeanne ในชื่อเรื่อง เราก็เลยรู้สึกว่าชื่อหนังเรื่องนี้มันเปิดโอกาสให้เรามอง “ตัวละคร” ในหนัง และอาจจะรวมถึงเปิดโอกาสให้เรามองบุคคลอื่น ๆ ในโลกแห่งความเป็นจริง โดย judge คนเหล่านี้น้อยลง และมองพวกเขาด้วยสายตาหรือด้วยหัวใจที่เปิดกว้างมากยิ่งขึ้น มองเห็นความซับซ้อนของพวกเขาที่ในบางครั้งการใช้คำคุณศัพท์ใดๆ ไปบรรยายคนคนนั้นก็อาจจะกลายเป็นการลดทอนความซับซ้อนของคนคนนั้นลงไปได้โดยไม่ได้ตั้งใจ

 

2.2.4 การที่ชื่อหนังเรื่องนี้เน้น “ที่อยู่อาศัย” ของ Jeanne มันก็อาจจะเป็นการสอดคล้องกับจุดโฟกัสสำคัญจุดนึงของหนังเรื่องนี้ ซึ่งก็คือเรื่องที่ Jeanne รับมือกับที่อยู่อาศัยอันคับแคบของตัวเอง

 

เหมือนหนังเรื่องนี้เน้นเรื่องสภาพที่อยู่อาศัยของ Jeanne น่ะ อย่างเช่นเรื่อง “เตียงนอนที่พับเก็บได้”, การเปิดปิดไฟตามทางเดิน, การประยุกต์ใช้ “บ้าน” เป็น “สถานที่ทำงานหาเงิน” และการใช้พื้นที่ต่าง ๆ ในบ้านในการทำกิจวัตรประจำวัน

 

2.3 ส่วนชื่อเรื่อง UNTITLED (KHUN YAI BAENG MAKES HER POTTERY) ก็บ่งชี้อย่างชัดเจนว่า หนังเรื่องนี้เน้นไปที่ความสามารถในการปั้นหม้อของคุณยายแบ่ง

 

เราก็เลยชอบชื่อหนังทั้ง 3 เรื่องนี้ เพราะมันบ่งชี้ถึงจุดเด่นของหนังทั้ง 3 เรื่องได้ดี ชื่อหนัง NATHALIE GRANGER มันเหมือนเป็นปริศนาที่ท้าทายการตีความ, ชื่อหนัง JEANNE DIELMAN, 23, QUAI DU COMMERCE, 1080 BRUXELLES ก็ทำให้เราโฟกัสไปยังที่อยู่อาศัยอันคับแคบของตัวละคร และการมองมนุษย์โดยไม่ไปตัดสินและไม่ไปลดทอนความซับซ้อนของคนคนนั้น ส่วนชื่อหนัง UNTITLED (KHUN YAI BAENG MAKES HER POTTERY) ก็บ่งชี้อย่างชัดเจนว่า คุณยายแบ่งมีจุดเด่นเรื่องความสามารถในการปั้นหม้อ

 

3. ชอบ “การใช้แรงงานของผู้หญิง” ที่แตกต่างกันไปในหนังทั้ง 3 เรื่องด้วย

 

3.1 ตัวละครหญิงใน NATHALIE GRANGER มีฐานะดีที่สุดในบรรดาหนัง 3 เรื่องนี้ และพวกเธอก็ใช้แรงงานน้อยสุด แต่หนังก็ focus ไปยังกิจวัตรประจำวันบางอย่างของพวกเธอได้อย่างน่าประทับใจมาก หนังเรื่องนี้สามารถทำให้ “การเก็บกวาดทำความสะอาดโต๊ะอาหาร” ซึ่งดูเหมือนเป็นกิจกรรมที่ very uncinematic กลายเป็นอะไรที่ “เพริศแพร้วพิลาสพิไลงดงามจนสุดจะบรรยาย” ในโลกภาพยนตร์ขึ้นมาได้ โคตรมหัศจรรย์ของจริง

 

ชอบที่หนังมัน focus ไปยังสิ่งที่ยากจะพบเห็นในหนังเรื่องอื่น ๆ ทั้งการล้างจาน, เช็ดจานให้แห้ง, การเผาใบไม้, etc. กิจกรรมต่าง ๆ ที่เคยถูกมองข้ามจากโลกภาพยนตร์ กลายเป็นอะไรที่เริ่มสำคัญขึ้นมา

 

3.2 หลังจากหนังเรื่อง NATHALIE GRANGER กิจวัตรประจำวันของแม่บ้านก็ถูกเน้นย้ำให้กลายเป็นสิ่งที่สำคัญมากยิ่งขึ้นไปอีกในหนังเรื่อง JEANNE DIELMAN และการที่ตัวละครนางเอกของ JEANNE DIELMAN มีฐานะยากจนกว่านางเอกสองคนของ NATHALIE GRANGER การใช้แรงงานของ Jeanne ก็เลยกลายเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งขึ้นตามไปด้วย เพราะการทำงานต่าง ๆ ของ Jeanne ล้วนเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นต่อการดำรงชีพ ทั้งการทำอาหารที่มีขั้นตอนต่าง ๆ, การดูแลรักษาบ้าน และการขายบริการทางเพศ

 

เหมือน JEANNE DIELMAN เปิดโอกาสให้เราได้สัมผัสหรือเข้าใกล้ชีวิตแม่บ้าน ซึ่งเป็นสิ่งที่มักจะถูกมองข้ามในโลกภาพยนตร์ยุคนั้นน่ะ ทั้งการปอกมันฝรั่ง, การเตรียมเนื้อสัตว์, การต้มกาแฟ, การล้างจาน, การขัดรองเท้า, การเก็บเตียงพับได้, การขัดอ่างอาบน้ำ, การรีดเสื้อผ้า, การไปซื้อของที่ร้านของชำ, etc. แรงงานในการทำงานเหล่านี้เคยเป็นสิ่งที่ถูกมองข้ามมาก่อน และหนังเรื่องนี้ก็ทำให้เราตระหนักถึงสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา

 

3.3 เพราะฉะนั้นพอเราดู UNTITLED (KHUN YAI BAENG MAKES HER POTTERY) เราก็เลยนึกถึง JEANNE DIELMAN มาก ๆ โดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะว่า UNTITLED (KHUN YAI BAENG MAKES HER POTTERY) เน้นย้ำไปที่กิจวัตรประจำวันของผู้หญิงเหมือนกัน และหนังทั้งสองเรื่องต่างก็เน้นย้ำทั้ง “กิจวัตรประจำวันที่ไม่ได้ทำเงิน” อย่างเช่น การทำอาหาร และ “กิจวัตรประจำวันในการทำงานหาเลี้ยงชีพ” เหมือนกัน เพียงแต่ว่าตัวละครนำในหนังสองเรื่องนี้ทำงานแตกต่างกัน และจุดแตกต่างสำคัญอีกอันหนึ่งก็คือว่า UNTITLED (KHUN YAI BAENG MAKES HER POTTERY) ไม่ได้มีพัฒนาการของตัวละคร หนังไทยเรื่องนี้เป็นสารคดีที่พาเราไปดูชีวิตประจำวันเพียง 1 วันของคุณยายแบ่ง ส่วน JEANNE DIELMAN นั้น ตัวละครเผชิญกับ “ความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ” เมื่อเนื้อเรื่องดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ

 

ก็เลยสรุปได้ว่า พอเราได้ดู UNTITLED (KHUN YAI BAENG MAKES HER POTTERY) เราก็เลยนึกถึง NATHALIE GRANGER กับ JEANNE DIELMAN มาก ๆ เหมือนหนังทั้ง 3 เรื่องนี้มันมีจุดที่เหมือนกันและจุดที่แตกต่างกัน และน่าจะนำมาวิเคราะห์เทียบเคียงกันมาก ๆ

 

4. ต่อไปนี้เป็นการสรุปเนื้อเรื่องเท่าที่เราพอจับได้ใน  UNTITLED (KHUN YAI BAENG MAKES HER POTTERY) ซึ่งเนื้อหาในส่วนนี้มันจะซ้ำ ๆ กับที่เราเคยโพสท์ถึงหนังเรื่องนี้ไปแล้ว 3 รอบก่อนหน้านี้ 55555

 

อย่างไรก็ดี “เนื้อเรื่อง” ของ UNTITLED (KHUN YAI BAENG MAKES HER POTTERY) ไม่ใช่สิ่งที่สำคัญ สิ่งที่สำคัญคือการที่เราได้ดูและ “ได้ใช้เวลา” ไปกับตัวละครในหนังเรื่องนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นตัวอักษรได้

 

4.1 เหมือนเนื้อเรื่องน่าจะเริ่มต้นในช่วงราว ๆ ตี 5 กว่า ๆ มั้ง คุณยายแบ่ง สนใหม่ ตื่นนอนมาเตรียมรอตักบาตร เราเห็นชาวบ้านหลายคนมารอตักบาตรตั้งแต่รุ่งสาง และเห็นรถ EMS จอดอยู่แถว ๆ นั้น เห็นว่ามีการเอาอะไรมาปูพื้นเพื่อให้พระและชาวบ้านเหยียบขณะรอตักบาตรด้วย และก็เห็นว่าการตักบาตรในชนบทนี่เป็นอะไรที่ต้องใช้เวลารอนานพอสมควร

 

คือก่อนหน้านี้เรานึกว่า เวลาตักบาตร ชาวบ้านอาจจะไปรอหน้าบ้านแค่ 3-5 นาที แล้วก็ได้ตักบาตรเลย แต่หนังเรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า กว่าจะได้ตักบาตรจริง ๆ ชาวบ้านก็ต้องใช้เวลารอนานมาก ๆ (ในความรู้สึกของคนเมืองกรุงอย่างเรา)

 

หลังจากนั้นคุณยายแบ่งก็เริ่มทำอาหารในช่วงเวลาใกล้ ๆ 7 โมง แล้วคุณยายแบ่งก็กินข้าวเช้า มีแกงส้มดอกแคกับปลาทอด

 

4.2 และคุณยายแบ่งก็เริ่มกระบวนการปั้นหม้อ วิดีโอแสดงให้เห็นขั้นตอนต่าง ๆ อย่างละเอียดในการปั้นหม้อ กราบคุณยายมาก ๆ นึกไม่ถึงว่าคุณยายจะสามารถทำอะไรต่าง ๆ ได้มากขนาดนี้ กราบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ

 

ขั้นตอนแรก ๆ ของการปั้นหม้อเหมือนเป็นการผสมดินที่จะใช้ปั้น ซึ่งเราก็ไม่แน่ใจว่าตัวดินนั้นประกอบด้วยวัสดุอะไรบ้าง หลังจากนั้นคุณยายก็เริ่มนวดดินที่มีสภาพคล้าย ๆ ดินเหนียวให้กลายเป็นแท่งยาว ๆ แล้วจากแท่งยาวๆ คุณยายก็ปั้นและใช้นิ้วกดมันตรงกลาง จนมันกลายสภาพเป็นเหมือนหม้อหรือกระถางที่ไม่มีก้น เหมือนเป็นวัตถุทรงกระบอกที่มีปลายเปิดทั้งสองด้าน คุณยายปั้นกระบอก (หรือหม้อไร้ก้น) นี้ออกมาราว 4 กระบอก

 

เสร็จแล้วคุณยายก็เอาแต่ละกระบอกไปวางบนตอไม้ แล้วใช้ผ้าอะไรสักอย่างไปรีดตรงปากกระบอก เพื่อให้มันเรียบสวย โดยในขั้นตอนนี้คุณยายต้องเดินวนไปวนมารอบตอไม้เป็นวงกลมด้วย ซึ่งสิ่งนี้น่าจะแตกต่างจากกรรมวิธีปั้นหม้อในยุคปัจจุบันที่มีเครื่องมือหมุน ๆ คือตัวคุณยายไม่มีเครื่องมือหมุน ๆ เพราะฉะนั้นคุณยายก็เลยต้องปั้นหม้อโดยใช้วิธีเดินวนรอบหม้อเป็นวงกลมแทน

 

พอคุณยายจัดการกับปากหม้อทั้ง 4 หม้อเสร็จแล้ว คุณยายก็นำหม้อไร้ก้น 4 ใบนี้ไปตากแดด

 

4.3 คนดูหนังเรื่องนี้จะได้เห็นฉาก static long take เป็นหม้อไร้ก้น 4 ใบตากแดดเป็นเวลาราว 2 นาที โดยมีแมลงวันบินมาเกาะปากหม้อใบนึง

 

ดูแล้วแอบนึกถึงวลี watching the paint dry แต่อันนี้คือ watching the pots dry 55555 และเราก็ไม่ได้รู้สึกเบื่อมันแต่อย่างใด

 

แล้วหนังก็ตัดไปยังภาพถ่ายเก่า ๆ มากมายหลายภาพในบ้านของคุณยายแบ่ง คนดูจะได้เห็นภาพครอบครัวของคุณยาย, เห็นภาพพระอาวุโส  แล้วหนังก็ตัดไปยังภาพต้นไม้ในบ้านของคุณยายแบ่ง

 

แล้วก็มาถึง “หนึ่งในฉากที่เราชอบมากที่สุดในปี 2026” ซึ่งก็คือฉากที่คนดูได้เห็นใบหน้าของคุณยายแบ่งขณะรอหม้อแห้ง โดยหนังถ่ายฉากนี้แบบ static long take เป็นเวลาราว 6 นาที

 

ฉากนี้ไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นตัวอักษรได้ เพราะเราก็ไม่สามารถคิดหาคำคุณศัพท์, กริยาวิเศษณ์ อะไรใด ๆ มาบรรยายใบหน้าหรืออารมณ์ของคุณยายได้ คุณยายไม่ได้เล่นโทรศัพท์มือถือ, อ่านหนังสือ, ถักนิตติ้ง หรือนอนหลับขณะรอหม้อแห้ง คุณยายแค่นั่งเฉย ๆ รอไปเรื่อย ๆ

 

ดูฉากนี้แล้วก็แอบนึกถึง quote ของ Michelangelo Antonioni ที่ว่า ““A film you can explain in words is not a real film.” เพราะ quote นี้สามารถใช้กับหนังเรื่องนี้และโดยเฉพาะฉากนี้ได้จริง ๆ มันเป็นฉากที่ไม่สามารถ explain in words ได้จริง ๆ

 

แล้วหนังก็ตัดภาพไปยังใครก็ไม่รู้ที่หน้าบ้านคุณยาย

 

4.4 แล้วหนังถึงค่อยเล่ากระบวนการสร้างก้นหม้ออย่างละเอียด คุณยายทยอยนำหม้อไร้กันทีละใบมาทำก้นหม้อ โดยใช้อุปกรณ์สำคัญคือไม้ตีกับ “หินดุ” ซึ่งเราเดาว่าหินดุของคุณยายทำจากไม้

 

เว็บไซต์ esanpedia บอกว่า หินดุ “มีลักษณะคล้ายดอกเห็ด ผิวหน้าเรียบมน มีความแข็งแรงทนทาน หินดุ จะใช้สำหรับกระทุ้ง ดุน หรือดันเนื้อดินไว้เพื่อรองรับการตีจากด้านนอกให้เครื่องปั้นมีรูปทรงและความหนาตามที่ต้องการ”

 

เราชอบอุปกรณ์ หินดุ ในหนังเรื่องนี้อย่างสุดขีด เพราะเหมือนเราแทบไม่เคยเห็นมันในหนังเรื่องอื่นๆ  มาก่อนเลยในชีวิตนี้

 

คุณยายเอาดึงเอาดินบางส่วนจากหม้อไร้ก้นไปกองไว้ที่พื้น แล้วก็หยิบเอาดินที่กองไว้ที่พื้นส่วนหนึ่งมาปั้นเป็นก้นหม้อ โดยใช้ไม้ตีกับหินดุช่วยในการปั้นคลึงก้นหม้อ

 

พอคุณยายปั้นก้นหม้อทั้ง 4 ใบเสร็จแล้ว คุณยายก็เหมือนรออีกสักระยะนึง  แล้วคุณยายก็ค่อยเอาหม้อแต่ละใบมาตีตะล่อมรูปทรงใหม่ให้มันสวยงาม ลงตัว คุณยายใช้ไม้ตีกับหินดุช่วยในการปั้นคลึงหม้อแต่ละใบในขั้นตอนนี้ให้มันเรียบเนียน สวยงาม และคอยเก็บเศษใบไม้หรือเศษอะไรต่าง ๆ ที่ติดที่ผิวหม้อออกไป รวมทั้งใช้ไม้ตีในการสร้างลวดลายบางอย่างที่ปากหม้อด้วย ถ้าหากเราเข้าใจไม่ผิด

 

ขั้นตอนพวกนี้อาจจะดูซ้ำซากและกินเวลานาน เพราะคุณยายค่อย ๆ ทำแบบนี้กับหม้อทีละใบจนครบทั้ง 4 ใบ แต่เราก็รู้สึกว่ามันดูเพลินมาก และมันก็มีสิ่งต่าง ๆ ให้เราคอยสังเกตขณะดูด้วย ไม่ว่าจะเป็นหยากไย่ใต้เก้าอี้ที่แกว่งไกวไปตามสายลม, แมวที่ปีนไปบนโอ่งยักษ์, สิ่งของต่าง ๆ ในบ้านของคุณยาย

 

หลังจากคุณยายปั้นคลึงหม้อจนได้รูปทรงที่สวยงามครบหมดแล้ว คุณยายก็เอาน้ำมาทา ๆ ที่ตัวหม้อ เพื่อปรับให้ผิวทุกอย่างมันดูเรียบเนียนที่สุด (ถ้าหากเราเข้าใจไม่ผิด) แล้วก็ปล่อยให้มันแห้ง

 

แล้วหนังก็ตัดภาพไปยังท้องทุ่งใกล้บ้านคุณยาย, เห็นลมรำเพยแผ่วพลิ้ว สยิวใบหญ้า โอนเอนใบอ่อนมา ถลาเล่นลม, เห็นป่าและหนองน้ำใกล้บ้านคุณยาย แล้วเราก็เห็นคุณยายกับผู้ชายคนนึง (ไม่แน่ใจว่าเป็นสามีหรือลูกชายของคุณยาย) กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ใต้ถุนบ้านในตอนบ่าย กาลเวลาเคลื่อนคล้อยไปเรื่อย ๆ จนเข้าสู่ยามเย็น

 

4.5 ส่วนช่วงท้ายของวิดีโอที่เราได้ดู เป็นช่วงเย็นๆ ของวัน คุณยายแบ่งทำอาหารเย็นในขณะที่ฝนตกหนักมาก ๆ เราเห็นคุณยายกิน “ข้าวคลุกกล้วยน้ำว้า” ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน เพิ่งรู้ว่ามันมีเมนูนี้อยู่บนโลกใบนี้ด้วย

 

คุณยายแบ่งกินข้าวคลุกกล้วยน้ำว้าจนหมดจาน โดยมีจานปลาทอดกับจานแกงส้มดอกแคอยู่ใกล้ ๆ ด้วย แต่เหมือนคุณยายกินปลาแค่นิดเดียว แล้วก็กินแค่น้ำแกงส้ม แต่เหมือนไม่ได้แตะตัวดอกแคเลย

 

เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมคุณยายกินข้าวคลุกกล้วยน้ำว้าเป็นหลัก แล้วก็กินแต่น้ำแกงส้ม ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะ "ฟัน" หรือเปล่า คนแก่อาจจะไม่ค่อยมีฟันให้เคี้ยวแล้วมั้ง ก็เลยกินอาหารแบบนี้

 

หลังจากนั้นคุณยายแบ่งก็ดูทีวี แล้วคุณยายก็หายไปจากวิดีโอ (ไม่รู้ว่าเข้านอนหรือเปล่า) ตัววิดีโอจับภาพบรรยากาศในบ้านตอนกลางคืนอยู่ช่วงนึง ก่อนจะจบ

 

5. สรุปได้ว่า UNTITLED (KHUN YAI BAENG MAKES HER POTTERY) เป็นหนึ่งในหนังที่เราชอบมากที่สุดที่ได้ดูในปี 2026 ดูแล้วก็ประทับใจสุดขีดที่หนังเหมือนพาเราไปดูชีวิตประจำวันของคนในชนบทจริง ๆ เหมือนได้ใช้เวลาอยู่กับพวกเขาจริง ๆ เหมือนหนังให้เราได้สัมผัส essence บางอย่างในชีวิตของตัว subject ในแบบที่หนังเรื่องอื่น ๆ ยากจะทำได้

 

เราว่าหนังเรื่องนี้ดูเพลินและดูง่ายกว่าที่คิดด้วย เราว่ามันดูง่ายกว่า LUNG NEAW VISITS HIS NEIGHBOURS (2011, Rirkrit Tiravanija, 154min, A+30) ที่นำเสนอชีวิตคนในชนบทไทยเหมือนกัน และดูง่ายกว่า DOUBLE TIDE (2009, Sharon Lockhart, USA, 99min) ที่จับภาพ “การทำงานของคนในชนบท” ในแบบที่เกือบจะเป็น real time เหมือนกัน ซึ่งความรู้สึกว่ามันดูง่ายนี้อาจจะเกิดจากเหตุผลที่ส่วนตัวมาก ๆ เพราะว่า บ้านของคุณยายแบ่งมันทำให้เรานึกถึงบ้านของตากับยายเราที่อุบลในทศวรรษ 1980 เพราะฉะนั้นพอเราเห็นบ้านของคุณยายแบ่ง  เราก็เลยรู้สึกเหมือนกับว่า แค่เราได้ดูบ้านแบบนี้ไปเรื่อย ๆ เราก็เพลิดเพลินกับมันแล้ว มันเป็นความสุขที่เกิดจากอารมณ์แบบ nostalgic ของเรา

 

ดูหนังเรื่อง UNTITLED (KHUN YAI BAENG MAKES HER POTTERY) ได้ที่ Jim Thompson Art Center นะ หนังเรื่องนี้น่าจะเปิดฉายจนถึงวันที่ 16 ส.ค.

 

 ตอนดูรอบแรก

https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid02URaz4tCZgKsgSUxeScDDsoCZKWUfQWfT4BsqA1MzRtymhiZHcuBXAZXuhNzezz2Yl

 

ตอนดูรอบสอง

https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid0a5Kuu5RHJj3FGTMk7t91etrSsqHPwvndS2CABazXqHXP1Zptp7FLqqpBLRX59Wo8l

 

ตอนดูรอบสาม

https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid02d4kZkvgKxyd17UeuFkvEehhvQgfKpnJF67EbT11ozcAetMdLGgmfrEcfq4fhXFPvl

 

ข้อมูลเรื่อง หินดุ มาจากเว็บไซท์นี้

https://www.esanpedia.oar.ubu.ac.th/localobjects/?p=160

***

VIETNAM MEDIA LAB Screening Programme

  • Arlette Quynh Anh Tran: the_parents_mixtape (2021) & PLATTENLOTUS (2022)
  • Ngoc Nau: All in good time (2025) annam
  • Lê Bc Tân: IIprovino(2022) คนมาออดิชั่น คนนึงเหมือนร้องเพลงชาติหรือเพลงโบราณ คนนึงเป็นหนุ่มแว่น เดินเหมือนหุ่นยนต์ ถามว่าอาคารนี้มีหน้าต่างหรือเปล่า อีกคนเป็นผู้หญิงสาว
  • TrnUy Đức: Catwalk (2023)
  • Hachul: Đám (2019) animation
  • Huytengmeng: Cardio (2018) คนกระโดดเชือก animation
  • Nguyễn Duy Anh: Made in Vietnam (2026) คุณยายในบ้านโบราณกับเด็กชายหุ่นยนต์

 

Friday, August 07, 2026

WATCHING THE POTS DRY

 

ความเชื่อมโยงระหว่าง “เทศกาลภาพยนตร์ยูเครน” กับงานวิดีโอของ Chulayarnnon Siriphol

 

เมื่อวานเราได้ดูหนังเรื่อง MALEVYCH (2024, Daria Onyshchenko, Ukraine, 90min, A+25) ในเทศกาลภาพยนตร์ยูเครนในกรุงเทพ เห็นในหนังมีพูดถึง Vladimir Tatlin ซึ่งเป็นศิลปินชาวรัสเซียที่เหมือนเราไม่เคยได้ยินชื่อของเขามาก่อน เพราะฉะนั้นพอเราดูหนังยูเครนเรื่องนี้จบแล้ว เราก็เลยต้องไปกูเกิลหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเขา

 

เห็นใน wikipedia บอกว่า Vladimir Tatlin เป็นศิลปินคนสำคัญของกลุ่ม Constructivism ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับกลุ่ม Suprematism ของ Kazimir Malevych มิน่าล่ะ ในหนังเรื่องนี้เราถึงเห็นศิลปินสองคนนี้ทะเลาะตบตีกันบ่อย ๆ

 

พอเรากูเกิลหาข้อมูลของ Vladimir Tatlin ต่อไปเรื่อย ๆ เราก็พบว่าเขาเคยสร้างผลงาน MONUMENT TO THE THIRD INTERNATIONAL (1920, Vladimir Tatlin)  ซึ่งภาพของงานออกแบบสถาปัตยกรรมนี้มันดูคุ้นตามาก ๆ สำหรับเรา พอนึกไปนึกมา เราก็นึกออกว่า มันคงเกี่ยวข้องกับงานศิลปะ + video installation ของ Chulayarnnon Siriphol นี่เอง และพอค้นดูแล้วก็พบว่ามันใช่จริง ๆ ด้วย เพราะว่างานชิ้นนี้ของ Vladimir Tatlin เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจสำคัญสำหรับ Chulayarnnon Siriphol ในการสร้างงาน HOW TO EXPLAIN “MONUMENT TO THE FOURTH INTERNATIONAL” TO THE DEAD GOLDEN SNAIL (2024)

 

อันนี้เป็นข้อมูลจากเฟซบุ๊กของ Chulayarnnon

 

“โครงการ เรารักภูมิพลังวัฒนธรรมละมุนละม่อมนุ่มนิ่ม ได้แรงบันดาลใจจากผลงานภาพยนตร์จัดวาง กำเนิดหอยทากทอง (2019) ที่ถูกเซ็นเซอร์และห้ามฉายโดยหน่วยงานรัฐ จึงเกิดการตั้งคำถามถึงการสร้างระบบนิเวศศิลปะร่วมสมัยที่สนับสนุนความหลากหลายและเปิดกว้างมากขึ้น

 

โครงการนี้ได้หยิบยืมผลงาน Monument to the Third International (1920) ของ วลาดีมีร์ ทัตลิน ที่นำเสนออุดมคติของโลกสมัยใหม่ที่เป็นพลังขับเคลื่อนการปฏิวัติ มาพัฒนาต่อเป็นผลงาน Monument to the Fourth International

 

เราก็เลยดีใจ นึกไม่ถึงว่าการได้ดูหนังในเทศกาลภาพยนตร์ยูเครนแล้วจะได้พบหนึ่งในแรงบันดาลใจสำคัญสำหรับ video installation ของไทยด้วย

 

ส่วนอันนี้เป็นความแตกต่างระหว่าง CONSTRUCTIVISM VS SUPREMATISM ใน wikipedia:

 

“Jean-Claude Marcadé has observed that "Despite superficial similarities between Constructivism and Suprematism, the two movements are nevertheless antagonists and it is very important to distinguish between them."

 

Malevich's Suprematism is fundamentally opposed to the postrevolutionary positions of Constructivism and materialism. Constructivism, with its cult of the object, is concerned with utilitarian strategies of adapting art to the principles of functional organization. Under Constructivism, the traditional easel painter is transformed into the artist-as-engineer in charge of organizing life in all of its aspects.

 

Suprematism, in sharp contrast to Constructivism, embodies a profoundly anti-materialist, anti-utilitarian philosophy.”

 

ใครอยากเสริมอะไรเรื่องนี้ก็บอกมาได้นะคะ เพราะเราไม่เคยรู้เรื่องอะไรแบบนี้มาก่อน

 

ภาพของ LETATLIN (1932, Vladimir Tatlin) ซึ่งเป็นงานศิลปะที่ปรากฏในหนังเรื่อง MALEVYCH

 

FOREST (1913, Vladimir Tatlin)

BOARD NUMBER 1 (STARO-BASMANNAYA STREET) (1916, Vladimir Tatlin)

COMPOSITION (1916, Vladimir Tatlin)

MONUMENT TO THE THIRD INTERNATIONAL (1920, Vladimir Tatlin)

LETATLIN (1932, Vladimir Tatlin)

 

HOW TO EXPLAIN “MONUMENT TO THE FOURTH INTERNATIONAL” TO THE DEAD GOLDEN SNAIL (2024, Chulayarnnon Siriphol)

https://web.facebook.com/chulayarnnon.siriphol/posts/pfbid0WhjJzPmd5TJHKYReEzqBgk2U5kgMksNgMzdStyBY9ApkAUojfVrqVXcmB9szGSiJl

 

TATLIN’S TOWER

https://en.wikipedia.org/wiki/Tatlin%27s_Tower

 

Vladimir Tatlin

https://en.wikipedia.org/wiki/Vladimir_Tatlin

 

SUPREMATISM VS CONSTRUCTIVISM

https://en.wikipedia.org/wiki/Suprematism

+++

 

22. ROMANTIC KILLER (2025, Tsutomu Hanabusa, Japan, A+30)

 

นางเอกพูดคำว่า TADAIMA ราว 2-3 ครั้งในหนังเรื่องนี้

+++

 

ONE OF MY MOST FAVORITE SCENES I SAW IN 2026

 

หนึ่งในฉากที่เราชอบมากที่สุดในปีนี้ ก็คือฉากนึงในภาพยนตร์เรื่อง UNTITLED (KHUN YAI BAENG MAKES HER POTTERY) (2025, Rirkrit Tiravanija x Grandma Baeng Sommai, video installation, 208min, A+30)  ฉากนี้เป็น static long take กล้องจับภาพใบหน้าของคุณยายแบ่งเป็นเวลาราว 6 นาทีโดยไม่ตัดภาพเลย ขณะที่คุณยายแบ่งรอให้หม้อแห้ง หนักที่สุด นึกว่า INSTANT CLASSIC

 

อีกฉากนึงในหนังเรื่องนี้ที่เรายกให้เป็นฉากคลาสสิคพอ ๆ กัน ก็คือฉากที่กล้องจับภาพหม้อ 4 ใบขณะตากแดด รอให้มันแห้ง แต่ฉากนี้น่าจะกินเวลาเพียงแค่ราว 2 นาทีได้มั้ง เป็นฉากที่ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ที่ปรากฏชัด นอกจากแมลงวันที่บินมาเกาะปากหม้อใบนึง

 

แต่หนังก็ไม่ได้ให้คนดูรอหม้อแห้งแบบ real time ตั้งแต่ต้นจนจบแต่อย่างใดนะ เพราะเราว่าการรอหม้อแห้งในความเป็นจริงน่าจะกินเวลานานกว่านี้มาก และหนังก็มีการตัดภาพเยอะมากในส่วนนี้ เพราะคนดูจะได้เห็นตั้งแต่

 

1. คุณยายแบ่งนำหม้อที่ยังไม่มีก้น 4 ใบไปตากแดด

 

2. เห็นหม้อไม่มีก้น 4 ใบตากแดดเป็นเวลาราว 2 นาที โดยมีแมลงวันบินมาเกาะปากหม้อใบนึง

 

3. แล้วหนังก็ตัดไปยังภาพถ่ายเก่า ๆ มากมายหลายภาพในบ้านของคุณยายแบ่ง เห็นภาพครอบครัวของคุณยาย

 

4. เห็นภาพพระอาวุโส

 

5. แล้วหนังก็ตัดไปยังภาพต้นไม้ในบ้านของคุณยายแบ่ง

 

6. แล้วหนังถึงค่อยให้คนดูได้เห็นใบหน้าของคุณยายแบ่งขณะรอหม้อแห้ง โดยถ่ายแบบ static long take เป็นเวลาราว 6 นาที

 

7. ก่อนจะตัดไปยังฉากใครก็ไม่รู้ที่หน้าบ้าน

 

8. แล้วหนังถึงค่อยเล่ากระบวนการสร้างก้นหม้ออย่างละเอียด

 

สรุปว่าตอนนี้เราได้ดู UNTITLED (KHUN YAI BAENG MAKES HER POTTERY) (2025, Rirkrit Tiravanija x Grandma Baeng Sommai, video installation, 208min, A+30) ครบทั้งเรื่องแล้วนะ โดยเรามาดูหนังเรื่องนี้ที่ Jim Thompson 3 ครั้ง ครั้งแรกเราได้ดูราว 62 นาที, ครั้งที่สองเราได้ดูราว 53 นาที ส่วนครั้งที่สามเราได้ดูเนื้อหาส่วนที่เหลือจนหมด เราคิดว่าเราน่าจะได้ดูราว 95% ของหนังเรื่องนี้ น่าจะขาดไปเพียงแค่ไม่กี่นาทีในช่วงเวลาหลังตักบาตร + ก่อนทำอาหารเช้า เราก็เลยถือว่าเราได้ดูหนังเรื่องนี้ครบทั้งเรื่องแล้ว และก็ยกให้หนังเรื่องนี้เป็น ONE OF MY MOST FAVORITE FILMS I SAW IN 2026 ไปเลย

 

เดี๋ยววันไหนว่าง ๆ เราค่อยมาสรุปเนื้อเรื่องทั้งหมดของหนังเรื่องนี้อีกที 55555

 

ดูครั้งแรก

https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid02UbjzN2UJVfF3CDdHmWfCUN9WsotJsLTKibRvn2Tc367oENMHvHM9vU3N6fDYn35bl

 

ดูครั้งที่สอง

https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid0aFUvCDh28EAjDYbCMAsPyN6jyt4CDHf1BPcHVsoArZHnVSmxQps4MkFSgwCoQ5Fcl

 

  

Thursday, August 06, 2026

TREE APIROOM

 

VULTURE ทำรายชื่อ BEST FILMS OF JAN-JULY 2026 มี A USEFUL GHOST ติดอยู่ในลิสท์ด้วย

 

ในลิสท์นี้เราได้ดูไปเพียงแค่ 18 เรื่องเท่านั้นเอง ซึ่งก็คือ

 

1. CRIME 101 (Bart Layton)

 

2. THE DEVIL WEARS PRADA 2 (David Frankel)

 

3. DISCLOSURE DAY (Steven Spielberg)

 

4. EXIT 8 (Genki Kawamura, Japan)

 

5. THE FURIOUS (2025, Kenji Tanigaki, Hong Kong/China)

 

6. KONTINENTAL ’25 (Radu Jude, Romania)

 

7. MIROIRS NO. 3 (Christian Petzold, Germany)

 

8. MOTHER MARY (David Lowery)

 

9. OUR LAND (Lucrecia Martel, Argentina, documentary)

 

10. PILLION (Harry Lighton, Ireland)

 

11. PROJECT HAIL MARY (Phil Lord, Christopher Miller)

 

12. ROMERÍA (Carla Simón, Spain)

 

13. SEND HELP (Sam Raimi)

 

14. THE SHEEP DETECTIVES (Kyle Balda, UK)

 

15. SILENT FRIEND (Ildikó Enyedi, Hungary)

 

16. 28 YEARS LATER: THE BONE TEMPLE (Nia DaCosta, UK)

 

17. A USEFUL GHOST (2025, Ratchapoom Boonbunchachoke, Thailand)

 

18. WUTHERING HEIGHTS (Emerald Fennell)

 

ส่วนหนังในลิสท์นี้ที่เรายังไม่ได้ดู ก็คือ

 

1. ALL THAT’S LEFT OF YOU (2025, Cherien Dabis, Jordan, 146min)

 

2. BLUE HERON (2025, Sophy Romvary, Canada/Hungary)

 

3. THE CHRISTOPHERS (Steven Soderbergh)

 

4. DEAD MAN’S WIRE (Gus Van Sant)

 

5. FACES OF DEATH (Daniel Goldhaber, Isa Mazzei)

 

6. FANTASY LIFE (Matthew Shear)

 

7. HAMLET (2025, Aneil Karia, UK)

 

8. I LOVE BOOSTERS (Boots Riley)

 

9. I WANT YOUR SEX (Gregg Araki)

 

10. LATE SHIFT (Petra Volpe, Switzerland)

 

11. THE LITTLE SISTER (Hafsia Herzi, France)

 

12. MADDIE’S SECRET (John Early)

 

13. MINIONS & MONSTERS (Pierre Coffin)

 

14. NIGHT NURSE (Georgia Bernstein)

 

15. NIRVANA THE BAND THE SHOW THE MOVIE (Matt Johnson, Canada)

 

16. THE ODYSSEY (Christopher Nolan)

 

17. POMPEI: BELOW THE CLOUDS (Gianfranco Rosi, Italy, documentary)

 

18. PRESSURE (Anthony Maras)

 

19. REMAKE (Ross McElwee, documentary)

 

20. ROSE OF NEVADA (Mark Jenkin)

 

21. THE SAMURAI AND THE PRISONER (Kiyoshi Kurosawa)

 

22. THE STRANGER (François Ozon, France)

 

23. TUNER (Daniel Roher)

 

24. TWO PROSECUTORS (Sergey Loznitsa, France)

 

25. UNDERTONE (Ian Tuason, Canada)

 

26. WILD INSIDE (Penny Lane, documentary)

 

27. THE WIZARD OF THE KREMLIN (Olivier Assayas)

 

เราก็เลยหวังว่า นอกจาก THE ODYSSEY กับ MINIONS & MONSTERS ที่ลงโรงฉายอยู่ในตอนนี้แล้ว หนังอีก 25 เรื่องที่เหลือที่เรายังไม่ได้ดู จะได้ลงโรงฉายในไทย หรือได้กลับเข้ามาลงโรงฉายในไทยอีกรอบนะ เพราะมันมีหลายเรื่องในลิสท์นี้ที่เคยเข้าฉายใน Bangkok International Film Festival 2025 แต่เราไม่ได้ดูเพราะตารางมันชนกัน

 

 

https://www.vulture.com/article/best-movies-2026-new-films.html?fbclid=IwY2xjawTfhtRwZG9mBWV4dG4DYWVtAjExAGJyaWQRMUZJQ1pFT1duNFhYWlF0UjBzcnRjBmFwcF9pZBAyMjIwMzkxNzg4MjAwODkyAAEedAvtcH_IhxPEyfDhBcjtU3ccGtgQTJRlkKOmacjBMYLf3n-mWOiHtOVljt0_aem_wFmosggjjEHUx3eQjOvcPg

+++

 

RESIDUAL CONFESSION: TEMPORARY BOOK – DOC STREET TEXT (2026, Wanapol Saenkham, artwork with video installation)

 

ดูที่ชั้น 7 BACC

+++

 

เพิ่งได้ดู MINIONS & MONSTERS (2026, Pierre Coffin, animation, A+30) เราคิดว่ามันน่าจะเป็นหนึ่งในหนัง fiction ที่พาดพิงถึงหนังเรื่องอื่น ๆ มากที่สุดเรื่องนึงเท่าที่เราเคยดูมา เห็นบทความใน TIME มีวิเคราะห์ไว้อย่างละเอียดถึงหนังราว 30 กว่าเรื่องที่ได้รับการ tribute ใน MINIONS & MONSTERS ด้วย ถือเป็นบทความที่ดีงามมาก ๆ

 

https://time.com/article/2026/07/02/minions-monsters-movies-hollywood/

+++

 

ตรี อภิรุม นี่ถือเป็น one of my most favorite novelists of all time เลย นิยายของเขามีส่วนในการช่วยสร้างโลกจินตนาการของเราเองมาก ๆ โลกที่เต็มไปด้วยตัวละครที่มีฤทธิ์เดชจำนวนมากมายมาปะทะกัน ซึ่งจะแตกต่างจากจินตวีร์ วิวัธน์กับแก้วเก้า เพราะว่านิยายส่วนใหญ่ของจินตวีร์ วิวัธน์ กับแก้วเก้าที่เราเคยอ่าน มักจะมีตัวละครที่มีฤทธิ์เดชรุนแรงเพียงแค่ไม่กี่ตัวในหนึ่งเรื่อง คือเหมือนในนินายของสองคนนี้ อาจจะมีตัวละครที่มีอิทธิฤทธิ์สูงเพียงแค่ 5 ตัวต่อหนึ่งเรื่อง แต่ในนิยายของตรี อภิรุมที่เราเคยอ่าน มันมักจะมีตัวละครที่มีอิทธิฤทธิ์สูงเป็น 10 ตัวต่อหนึ่งเรื่อง เพราะฉะนั้นโลกจินตนาการของเราก็เลยสอดคล้องกับโลกจินตนาการของตรี อภิรุมมากกว่าของจินตวีร์ วิวัธน์ กับแก้วเก้า (แต่เราก็ชอบจินตวีร์ วิวัธน์ กับแก้วเก้าอย่างสุด ๆ นะ)

 

นิยายของตรี อภิรุมที่เราชอบมากที่สุดคือ “สัมผัสที่หก” นะ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันเคยถูกสร้างเป็นหนังหรือละครทีวีแล้วยัง

 

ตอนเด็ก ๆ เราจำได้ว่า นิยายอีกเรื่องนึงที่เราชอบสุดขีดของตรี อภิรุม มีเนื้อหาเกี่ยวกับคัมภีร์วิเศษที่นางเอกใช้ในการเดินทางข้ามเวลาไปยังอดีตหลายร้อยหลายพันปีก่อนได้ และมีครั้งนึงที่เหมือนนางเอกเดินทางย้อนไปในอดีตช่วงก่อนไฟบรรลัยกัลป์ล้างโลกรอบก่อนด้วยมั้ง แต่เราจำไม่ได้แล้วว่า นิยายเรื่องนั้นมีชื่อเรื่องว่าอะไร ใครจำได้บ้างคะ

 

ภาพจาก สัมภเวสี ซึ่งเป็นนิยายอีกเรื่องที่เราชอบสุดขีดของตรี อภิรุม

+++

 

เราได้ดู THE MAGIC GLOVES (2003, Martín Rejtman, Argentina, A+30) ในโรงภาพยนตร์ในวันที่ 30 ม.ค. 2004 ในเทศกาล Bangkok International Film Festival ซึ่งถ้าหากเราจำไม่ผิด มันน่าจะเป็นโรงภาพยนตร์ในห้างเอ็มโพเรียม เราชอบหนังเรื่องนี้อย่างสุดขีด แต่ก็เสียใจที่หนังเรื่องอื่น ๆ ของ Martín Rejtman ไม่ได้เข้ามาฉายในโรงภาพยนตร์ในไทยอีกเลยนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2004 เป็นต้นมา

 

แต่ก็ดีใจมาก ๆ ที่ตอนนี้มีหนังของเขาอีก 4 เรื่องให้เราดูใน MUBI (RAPADO, SILVIA PRIETO, TWO SHOTS FIRED, THE PRACTICE)

+++

 

เราชอบ THE UNDERGROUND GARDEN (2026, Yulian Ulybin, Ukraine, documentary, A+30) มาก ๆ รู้สึกว่าหนังเรื่องนี้มันบรรจุ “พลังชีวิต” เอาไว้สูงมาก ๆ

+++

 

9 TEMPLES TO HEAVEN (2026, Sompot Chidgasornpongse) ได้รับเลือกให้ฉายใน NEW YORK FILM FESTIVAL ปีนี้ด้วยนะ โดยหนังเรื่องนี้ต้องประชันกับหนังเรื่องอื่น ๆ ในเทศกาล อย่างเช่น

 

Paper Tiger (James Gray)

Behemoth! (Tony Gilroy)

14th (Ava DuVernay)

All of a Sudden (Ryûsuke Hamaguchi)

Bitter Christmas (Pedro Almodóvar)

Clarissa (Arie Esiri and Chuko Esiri)

Dao (Alain Gomis)

The Day She Returns (Hong Sangsoo)

I Deserve a Lover Whose Every Rise Sets Fiery Dooms Raging Across the Skies (Mani Haghighi)

The Diary of a Chambermaid (Radu Jude)

Double Freedom (Lisandro Alonso)

The Dreamed Adventure (Valeska Grisebach)

Everything Else Is Noise (Nicolás Pereda)

Everytime (Sandra Wollner)

Fatherland (Paweł Pawlikowski)

La Gradiva (Marine Atlan)

I Rarely Wake Up Dreaming (Isabelle Stever)

The Loneliest Man in Town (Tizza Covi and Rainer Frimmel)

A Long Winter (Andrew Haigh)

The Man I Love (Ira Sachs)

A Man of His Time (Emmanuel Marre)

Minotaur (Andrey Zvyagintsev)

Misty Green (Chris Rock)

My Undesirable Friends: Part II – Exile (Julia Loktev)

My Wife Cries (Angela Schanelec)

Nowhere To Lay My Eyes (Hong Sangsoo)

Once Upon a Time in Harlem (William Greaves and David Greaves)

Possible Love (Lee Chang-dong)

Rose (Markus Schleinzer)

Tender Loving Care (Mike Leigh)

The Unknown (Arthur Harari)

 

หวังว่าหนังทุกเรื่องในรายชื่อข้างบน จะได้เข้ามาฉายในโรงภาพยนตร์ในไทยด้วยเช่นกันนะ

 

https://www.filmlinc.org/nyff2026/daily/64th-new-york-film-festival-main-slate-announced/?fbclid=IwY2xjawTgS0dwZG9mBWV4dG4DYWVtAjExAHNydGMGYXBwX2lkEDIyMjAzOTE3ODgyMDA4OTIAAR7snkCwqao7ibXtKfVnmQ-8WfsLKn2WP1VM7144Xwx310ge9otLod1LqMshVw_aem_0Msrj-gugz9RLXyJs5Q_VQ

 

Wednesday, August 05, 2026

SURASI KUSOLWONG

 

Pierre Png พระเอกของ NOTHING TO LOSE  หรือ 1+1 เป็นสูญ (2002, Danny Pang) หล่อมาก ๆ เราจำได้ว่าเรา want เขามาก ๆ ในหนังเรื่องนั้น แต่หลังจากนั้นเราก็ไม่เคยได้ดูผลงานการแสดงของเขาอีกเลย เพราะเขามักจะเล่นแต่ละครโทรทัศน์ของสิงคโปร์

+++

 

พอลองเช็คดูก็พบว่า เราเคยซื้อหนังสือ LETTERS TO A YOUNG POET (1929, Rainer Maria Rilke, Austria) มาแล้ว โดยเวอร์ชั่นที่เราซื้อเป็นเวอร์ชั่นที่แปลโดยคุณ ไกรวรรณ สีดาฟอง เป็นฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2 ในปี 2000 ราคา 50 บาท พิมพ์โดยสำนักพิมพ์มูลนิธิโกมลคีมทอง โดยบรรณาธิการเล่มคือคุณไอดา อรุณวงศ์ และคุณสุรสม กฤษณะจูฑะ

++++

 

EMOTIONAL MACHINE (VW) (2025, Surasi Kusolwong, video installation)

 

เป็นวิดีโอที่ดูแล้วใจสั่นมาก 55555 ซึ่งไม่ได้เกิดจากเนื้อหาของตัววิดีโอ แต่เป็นเพราะว่าเวลาที่เราดูวิดีโอนี้ เราต้องเข้าไปนั่งในรถโฟล์คเต่ากลับหัวที่ห้อยลงมาจากเพดาน เพราะฉะนั้นที่นั่งของเรามั่นจะสั่นคลอนไปมาตลอดเวลา เหมือนกับเวลาที่เราล่องเรือลำเล็กในแม่น้ำ ซึ่งเราไม่คุ้นชินกับ motion แบบนี้

 

เพราะฉะนั้นเวลาที่เราเข้าไปนั่งดูวิดีโอนี้แล้วพบกับการสั่นคลอนไปมาของที่นั่ง เราก็เลยนึกถึงความหวาดกลัวตอนเกิดแผ่นดินไหวในเดือนมี.ค. 2025 โดยไม่ได้ตั้งใจ แล้วเราก็เลยรู้สึกกลัวมาก ๆ 55555 แต่ถ้าใครที่นั่งเรือโดยสารบ่อย ๆ ก็คงไม่ได้รู้สึกกลัวกับอะไรแบบนี้

++++

 

EMOTIONAL MACHINE (VW) (2025, Surasi Kusolwong)

 

พอมาดูงานชิ้นนี้ในตอนนี้แล้วก็เลยนึกถึงหนังเรื่อง BACKROOMS (2026, Kane Parsons) โดยไม่ได้ตั้งใจ 55555

 

งานชิ้นนี้มี “ตู้ขายสินค้า” และ “ที่นั่งสำหรับดื่มกินอาหารและเครื่องดื่ม” เป็นส่วนหนึ่งของงานด้วย ซึ่งตอนแรกเราก็ไม่ทันได้คิดอะไร แต่พอเราได้อ่านหนังสือ SURASI KUSOLWONG ที่ทาง Alliance Francaise เคยแจกฟรีเมื่อหลายปีก่อน เราก็พบว่าตัวศิลปินมักจะ “สร้างตลาด” ขึ้นภายในแกลเลอรี่ เราก็เลยเดาว่า ตู้ขายสินค้าพวกนี้อาจจะเป็นสิ่งหนึ่งที่เชื่อมโยงงานชิ้นนี้เข้ากับผลงานศิลปะชิ้นเก่า ๆ ของเขาด้วยหรือเปล่า เราก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน เพราะเหมือนเราไม่เคยดูงานชิ้นอื่น ๆ ของเขามาก่อนหน้านี้

 

พอเราได้ดูงาน EMOTIONAL MACHINE (VW) (2025, Surasi Kusolwong) ที่ Dib Bangkok เราก็เลยนึกถึงหนังสือ SURASI KUSOLWONG ที่ทาง Alliance Francaise in Bangkok เคยนำมาแจกฟรีพร้อมกับหนังสือเกี่ยวกับศิลปินไทยเล่มอื่น ๆ อีก 5 เล่มเมื่อราว 20 กว่าปีก่อน หนังสือ SURASI KUSOLWONG เล่มนี้เขียนโดย Jérôme Sans และน่าจะพิมพ์ออกมาในราวปี 2002

 

ตอนนั้นพอเราเห็นทางสมาคมฝรั่งเศสเอาหนังสือพวกนี้มาแจกฟรี เราก็เลยหยิบมาเลย 55555 แต่เราก็ยังไม่ได้อ่านเล่มของคุณ Surasi เพราะเรายังไม่เคยดูผลงานของเขา

 

กาลเวลาล่วงเลยผ่านมาจนถึงปี 2026 เราถึงได้มีโอกาสดูผลงานศิลปะของคุณ Surasi ที่ Dib Bangkok แล้วเราก็เลยนึกถึงหนังสือแจกฟรีเล่มนี้ เราก็เลยถือโอกาสหยิบมันมาอ่าน แล้วก็เลยถ่ายรูปมาลงในนี้ด้วยเลยแล้วกัน เผื่อมีคนสนใจอยากรู้ว่าข้างในหนังสือเล่มนี้มีอะไรบ้าง

+++

 

เพิ่งรู้ว่า Alain Resnais เคยกำกับหนังสั้นเรื่อง VAN GOGH (1948, 20min) ด้วย

 

Tuesday, August 04, 2026

FILMS ABOUT RELATIONSHIPS BETWEEN TWO BOYS

 

YARD WORK IS HARD WORK (2008, Jodie Mack) น่าดูสุดขีด เพราะเราก็เติบโตมากับนิตยสารผู้หญิง ทั้งดิฉัน, สตรีสาร, ขวัญเรือน, ลลนา, เปรียว, แพรว, เธอกับฉัน, ทราย, ฯลฯ เสียดายที่เราไม่ได้เก็บนิตยสารพวกนี้เอาไว้เลย เพราะมันถูกปลวกกินไปหมด

+++

 

ภาพยนตร์ที่เราชื่นชอบจากประเทศไต้หวัน

 

10. THE END OF THE TRACK (1970, Mou Tun Fei, Taiwan)

 

ภาพยนตร์ไต้หวันที่เราชื่นชอบมากที่สุดในชีวิต ก็คือหนังเรื่องนี้นี่แหละ แน่นอนว่านี่คือ one of my most favorite films of all time ดูแล้วซาบซึ้งประทับใจมาก ๆ หนังเรื่องนี้ก็เลยชนะหนังของ Edward Yang, Hou Hsiao-hsien, Tsai Ming-liang, King Hu, Lee Hsing, etc. และครองตำแหน่งหนังไต้หวันที่เราชอบมากที่สุดในชีวิตในตอนนี้

 

THE END OF THE TRACK สามารถฉายควบกับหนังเรื่องอื่น ๆ ที่พูดถึงมิตรภาพระหว่างเด็กชายสองคนได้อย่างซาบซึ้ง อย่างเช่นเรื่อง

 

1. MUDDY RIVER (1981, Kohei Oguri, Japan)

 

2. CHILDHOOD DAYS (1990, Masahiro Shinoda, Japan)

 

3. BEAUTIFUL THING (1996, Hettie Macdonald, UK)

 

4. MUSASHINO HIGH VOLTAGE TOWERS (1996, Naoki Nagao, Japan, 118min)

หนังเรื่องนี้ก็ถือเป็น one of my most favorite films of all time เหมือนกัน

 

5. BLINDFOLDED (1999, Matti Ijäs, Finland)

 

6. DUCK SEASON (2004, Fernando Eimbcke, Mexico)

 

7. WHEN THE HEAVEN WATER FALLS DOWN UPON US ยามน้ำฟ้า ตกมาสู่เฮา (2017, Watjakorn Hankoon วัจน์กร หาญกุล, 30min)

 

8. CLOSE (2022, Lukas Dhont, Belgium)

 

9. I WANT TO BELIEVE (2023, Jittarin Wuthiphan, 30min)

 

10. MONSTER (2023, Hirokazu Koreeda, Japan)

 

11. YOUNG HEARTS (2024, Anthony Schatteman, Belgium)

+++

 

ชอบเขามาก ๆ ใน QUEER AS FOLK (1999-2000, UK, TV series, A+30) แต่ในละครเกย์เรื่องนั้นเราชอบ Craig Kelly มากที่สุด

+++

 

21. THE LAST SONG YOU LEFT BEHIND (2026, Takahiro Miki, Japan, A-)

 

ตัวละครในหนังเรื่องนี้พูดคำว่า TADAIMA ราว 3 ครั้ง

 

Monday, August 03, 2026

SOME FILMS ABOUT FARMERS

 

เหมือนในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เราได้ดูหนัง 2 เรื่องที่พูดถึงประเด็นราเมือกนี้ เรื่องนึงก็คือ COLONY (2026, Yeon Sang-ho, South Korea) แต่เรานึกไม่ออกว่าหนังอีกเรื่องนึงที่เราได้ดูที่พูดถึงราเมือก คือหนังเรื่องอะไร มีใครนึกออกบ้าง

+++

 

DAEJEON, SUMMER OF 2023 (2023, Jinjoon Lee, South Korea, video installation)

 

ดูในนิทรรศการ INVISIBLE PRESENCE ที่ Dib

 

THE UNHEARD VOICE (1995, Somboon Homtientong)

 

งานศิลปะชิ้นนี้ทำจากเสาพระวิหารที่แม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เราก็เลยแอบซูมเข้าไปดูในเสา เผื่อเจอเลขเด็ด ๆ 55555

 

ดูในนิทรรศการ INVISIBLE PRESENCE ที่ Dib

+++

 

ร่วมส่งคุณพ่อของหนิงเดินทางไกล ที่วัดคันลัด

+++

ประเทศที่คุกมีไว้สำหรับขังคนอย่างไผ่ จตุภัทร์, อานนท์ นำภา, เอกชัย หงส์กังวาน, etc. ขอประกันตัวหลายครั้งแต่ก็ถูกปฏิเสธ แต่กลับปล่อยคนประเภทใดออกมา

 

อันนี้คือนึกย้อนไปถึงเรื่องกองเรือนรกด้วย

+++

 

ฉันรักเขา Yukki Tai จากหนังเรื่อง DOG DAY EVENING (2026, Tin Shu Mak, Hong Kong, A+30)

 

ดีใจที่เทศกาลหนังฮ่องกงในกรุงเทพปีนี้เชิญ Yukki Tai มาร่วมเสวนาหลังหนังจบด้วย เขาน่ารักมาก ๆ

 

พอเช็คดูแล้วพบว่าเราเคยดูหนังที่เขาแสดงอีก 2 เรื่อง ซึ่งก็คือ TIME STILL TURNS THE PAGES (2023, Nick Cheuk, Hong Kong, A+30) และ BACK HOME (2023, Nate Ki, Hong Kong) แต่เรานึกหน้าเขาในหนังสองเรื่องนี้ไม่ออก

+++

 

EXPERIMENTAL THAI FEATURE FILM AFTER 2000

 

SILENCE WILL SPEAK เคียด (2006, Punlop Horharin, 105min)

LOST NATION ผมชื่อชาติ (2009, Zart Tancharoen, 100min)

INSURGENCY BY A TAPIR ความเศร้าของภูตผี (2016, Wachara Kanha, Chulayarnnon Siriphol, Ratchapoom Boonbunchachoke, Chaloemkiat Saeyong, 104min)

 

HOMATAGIA (2019, Chanasorn Chaikitiporn, 126min)

 

นิราศกรุงเกลือ KRUNGKLUEA (2018, Natthanun Tiammek, 90min)

 

PRAYOON (2016, Somchai Tidsanawoot)

 

SOMEONE FROM NOWHERE (2017, Prabda Yoon, 97min)

 

THE BOY ON THE LIGHTHOUSE เด็กชายบนประภาคาร (2025, Pichet Wongjoi, 90min)

 

สัตว์วิบากหนักโลก (2004, Phaisit Phanphruksachat)

 

 DROWSINESS (2019, Shitsanuphong Sornkeaw ชิษณุพงศ์ ศรแก้ว, 74min)

 

หนังยาว 6 เรื่องของคุณ Achitaphon Piansukprasert
https://web.facebook.com/afpachitaphon/posts/pfbid0u3PwyS7CDacstA6fEjxX4qedwfVfRPfzGPP44d1EsPMAfbGMMGPxpesNC8J7NMg5l

 

LUNG NEAW VISITS HIS NEIGHBORS (2011, Rirkrit Tiravanija, 154min)

 

RAILWAY SLEEPERS หมอนรถไฟ (2016, Sompot Chidgasornpongse, 102min)

 

JUNK FOOD FABLE (2020, Theerapat Wongpaisarnkit, 63min)

 

CAFFEINE VAMPIRE AND PISS ARSONIST (2022, Theerapat Wongpaisarnkit, 60min)

+++

 

มีสถานที่เล่น pilates ที่ไหนในกรุงเทพแนะนำไหมคะ พอดีมีเพื่อนคนนึงฝากถามมา

+++

 

ภาพยนตร์ที่เราชื่นชอบจากประเทศไต้หวัน

 

9. THE LAST RICE FARMER หรือ LET IT BE (2005, Chuang Yi-tseng, Yen Lan-chuan, Taiwan, documentary, 110min)

 

This is one of my most favorite documentaries of all time. เราได้ดูหนังสารคดีไต้หวันเรื่องนี้ในเทศกาลหนังไต้หวันที่จัดที่หอกลาง จุฬาในปี 2006 และหนังเรื่องนี้ก็เลยติดอันดับ 10 ในลิสท์หนังที่เราชื่นชอบที่สุดที่ได้ดูในปี 2006

 

หนังเรื่องนี้นำเสนอชีวิตของชาวนาวัยชรา 3 คนในภูมิภาคไถหนานในไต้หวัน และมันถ่ายทอดออกมาได้อย่างงดงามมาก ๆ

 

หนังเรื่องนี้สามารถนำมาฉายควบกับหนังเรื่องอื่น ๆ ที่นำเสนอชีวิตชาวนาชาวไร่ได้อย่างดีงามมาก ๆ เหมือนกัน อย่างเช่น

 

1. EARTH (1930, Aleksandr Dovzhenko, Soviet Union)

 

2. THE NAKED ISLAND (1960, Kaneto Shindo, Japan)

 

3. โรงเรียนชาวนา จากข้าวขวัญ...สู่ขวัญของชาวนาไทย FARMER FIELD SCHOOL (2007, Supong Jitmuang, Thailand, documentary, 38min)

 

4. MODERN LIFE (2008, Raymond Depardon, France, documentary)

 

5. AGRARIAN UTOPIA สวรรค์บ้านนา (2009, Uruphong Raksasad, Thailand)

 

6. HARVEST SEASON ฤดูเก็บเกี่ยว (2009, Pisut Srimork, Thailand, documentary, 20min)

 

7. SCENE AND LIFE (2018, Boonsong Nakphoo, Thailand)

 

ส่วนหนังเกี่ยวกับประเด็นนี้ที่เราอยากดูมาก ๆ แต่ยังไม่ได้ดู ก็คือ นาล่ม THE FARM GET TROUBLE (1979, Jaturajak) เหมือนเราเคยดูหนังเรื่องนี้บางฉากตอนที่มันมาฉายทางทีวีเมื่อราว 40 ปีก่อน จักร มหาชัย พระเอกของหนังเรื่องนี้หล่อมาก ๆ เสียดายมาก ๆ ที่เราไม่ได้อัดวิดีโอหนังเรื่องนี้เก็บเอาไว้ในตอนนั้น เพราะหนังเรื่อง “นาล่ม” นี้เหมือนหายสาบสูญไปแล้ว เหลือให้ดูเพียงแค่ไม่กี่นาทีในยูทูบ เสียดายมาก ๆๆๆๆๆ

+++

 

FLOW INTO SPACE (1992) by Miki Imai is my most favorite album of all time เป็นอัลบัมที่เราเปิดฟังบ่อยที่สุดในชีวิต เพราะมันทำให้เราเข้านอนได้อย่างมีความสุข

+++

 

เราชอบหนังเรื่อง COLD WAR 1994 อย่างสุดขีด เราชอบที่หนังเรื่องนี้เหมือนไม่เน้นฉากบู๊ แต่เน้น “การต่อรองผลประโยชน์” เมื่อเกิดความขัดแย้ง

+++

 

เราชอบซื้อ JOLLY BEARS แต่ไม่ได้ซื้อมากิน แต่ซื้อมาเก็บสะสมไว้ เพราะชอบบรรจุภัณฑ์ ส่วนตัวเยลลี่ข้างในก็หมดอายุไปนานแล้ว แดกไม่ได้แล้ว

+++

 

ฟังเทปนี้จบแล้ว ดีใจมาก ๆ ที่พูดถึง “SOS ก้าวผิด ชีวิตเปลี่ยน” หนัง cult ประจำปีของเรา 55555

 

ในแง่หนึ่งเราก็รู้สึกว่า “SOS ก้าวผิด ชีวิตเปลี่ยน” มัน cinematic มาก ๆ เพราะว่าความรู้สึกตลกของเราที่มีต่อหนังเรื่องนี้มันไม่ใช่สิ่งที่เราสามารถถ่ายทอดออกมาเป็นตัวอักษร หรือบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ง่าย ๆ น่ะ มันต้องดูและฟังหนังเรื่องนี้จริง ๆ มันถึงจะเข้าใจ

 

คือความตลกส่วนหนึ่งของ “SOS ก้าวผิด ชีวิตเปลี่ยน” มันเกิดจาก dialogue และเนื้อเรื่อง ก็จริง ซึ่งสิ่งนี้สามารถบรรยายออกมาเป็นตัวอักษรได้ง่าย ๆ แต่ความฮาส่วนใหญ่ของหนังเรื่องนี้ มันเกิดจากจังหวะที่ผิดพลาดและความลักลั่นขององค์ประกอบต่าง ๆ ทางภาพยนตร์ ทั้งจังหวะการตัดต่อ, การเรียงซีน, จังหวะการใส่ดนตรีประกอบ, ดนตรีประกอบที่เลือกใช้, การแสดง, อารมณ์ที่ยากจะบรรยายได้ของนักแสดง, เครื่องแต่งกาย, การเคลื่อนกล้อง ฯลฯ เพราะฉะนั้นเราก็เลยแอบรู้สึกว่า หนังเรื่องนี้มีความ cinematic มาก ๆ เพราะความฮาของหนังเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบต่าง ๆ ทาง cinema จริง ๆ มันไม่ใช่แค่ตัวเนื้อเรื่องหรือบทสนทนาของตัวละคร

++++

 

อยากดูหนังเรื่อง I SHOT ANDY WARHOL (1996, Mary Harron) อีกรอบมาก ๆ เพราะเราเคยดูหนังเรื่องนี้เมื่อเกือบ 30 ปีก่อน แต่ตอนนั้นเราดูแบบไม่มีซับไตเติล และช่วงนั้นเราแทบไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับ Andy Warhol และกลุ่มคนสนิทของเขามาก่อน อยากให้มีคนนำหนังเรื่องนี้มาลงโรงฉายในไทยมาก ๆ

 

I SHOT ANDY WARHOL
https://www.imdb.com/title/tt0116594/?ref_=nv_sr_srsg_0_tt_7_nm_1_in_0_q_i%20shot%20andy%20warhol

+++

 

เทศกาลหนังฮ่องกงแจกสิ่งนี้ให้ผู้ชม แต่เราไม่รู้ว่าวัตถุนี้เขาเอาไว้ใช้ทำอะไร

++++

 

นอกจาก “ผู้หญิงแย่งสับ” จะถือเป็น one of my most favorite films of all time แล้ว ชื่อภาษาไทยของหนังเรื่องนี้ ก็ถือเป็น “หนึ่งในชื่อหนังภาษาไทยที่เราชอบมากที่สุดตลอดกาล” ด้วย เป็นชื่อหนังที่ฝังหัวมาก ๆ เราน่าจะเคยได้ยินชื่อหนังเรื่องนี้ครั้งแรกตอนที่มันเข้าโรงฉายในไทยในปี 1990 (ถ้าหากเราจำไม่ผิด) และพอได้ยินแค่ครั้งเดียว ชื่อหนังเรื่องนี้ก็ฝังหัวเราไปเลย

 

แต่เราไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้ในโรงในตอนปี 1990 นะ เรากับกลุ่มเพื่อน ๆ เกย์/กะเทยได้ดูหนังเรื่องนี้ด้วยกันตอนมันมาฉายทางช่อง 7 เมื่อราว 30 กว่าปีก่อน แล้วเรากับเพื่อน ๆ ทั้งกลุ่มก็หวีดสุดขีดไปเลย

 

รู้สึกว่าประโยค “ผู้หญิงแย่งสับ” สำหรับเรา เป็นประโยคที่ทรงพลัง + กระตุ้นจินตนาการในหัวได้อย่างดีงามที่สุดทัดเทียมกับประโยค “DESTROY, SHE SAID

 

 

Friday, July 31, 2026

KING HU

 

ภาพยนตร์ที่เราชื่นชอบจากประเทศไต้หวัน

 

7. THE PERSONALS (1998, Chen Kuo-fu, Taiwan, A+30)

 

เราได้ดูหนังเรื่องนี้ในวันที่ 22 พ.ย. 1999 ที่โรงภาพยนตร์ในห้างเซ็นทรัลพระรามสาม ในเทศกาลภาพยนตร์เอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งเป็นเทศกาลที่ดีมาก ๆ เทศกาลนี้จัดที่กรุงเทพในช่วงเดือนพ.ย. 1999 แล้วมันก็ไม่หวนคืนกลับมาจัดที่กรุงเทพอีกเลย เสียดายมาก ๆ

 

หนังเกือบทั้งเรื่องเป็นฉากนางเอกคุยกับผู้ชายคนต่าง ๆ ที่ตอบรับโฆษณาหาคู่ของเธอ โดยหลาย ๆ ฉากเป็นการโฟกัสไปที่ใบหน้าของนางเอก เพราะฉะนั้น Rene Liu นางเอกของหนังเรื่องนี้ก็เลยต้องแบกหนังทั้งเรื่องไว้ด้วยการแสดงของเธอ และเธอก็ทำได้อย่างดีเยี่ยมสุด ๆ

 

เราได้ดูหนังที่กำกับโดย Chen Kuo-fu เพียงแค่ 2 เรื่องนะ ซึ่งอีกเรื่องนึงก็คือ THE MESSAGE (2009, Chen Kuo-fu, Gao Qunshu, China) ที่เราก็ชอบสุดขีดเช่นกัน แต่ยังมีหนังอีกหลายเรื่องของ Chen Kuo-fu ที่เรายังไม่ได้ดู อย่างเช่น DOUBLE VISION (2002), THE PEONY PAVILLION (1995), TREASURE ISLAND (1993), SCHOOL GIRL (1989) และ ADULT GAME (1986, Chen Kuo-fu, Hou Hsiao-hsien, Edward Yang)

+++

 

เพิ่งเห็นว่า GROK AI มันให้สร้างวิดีโอความยาว 6 วินาทีได้ เราก็เลยทดลองให้มันสร้างวิดีโอการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง

https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid02qMtUpHnLJbVrxLacVo2RfRDY5A7naEL7WTLZtUau7APfChhpy5AwJNfH3yGHT6TBl

 

+++

 

PRESENT by Sho Shibuya

 

งานนี้ศิลปินให้เราเอากรอบรูปกระดาษไปตอกบัตร แล้วบัตรที่ตอกมันจะระบุ “เวลาปัจจุบัน” เอาไว้ ซึ่งตอนที่เราตอกก็คือ เวลา 13.27 น.ของวันที่ 30 ก.ค. 2026 แล้วเราก็เอากรอบรูปนั้นไปทาบกับท้องฟ้า เหมือนศิลปินจะบอกว่า ช่วงเวลาปัจจุบันขณะ (present) คือ “ของขวัญ” (present)

 

แต่เราเพิ่งเอามาทาบกับท้องฟ้าตอนเย็นนะ

+++

 

ภาพยนตร์ที่เราชื่นชอบจากประเทศไต้หวัน

 

8. RAINING IN THE MOUNTAIN (1979, King Hu, Taiwan, A+30)

 

เราได้ดูหนังเรื่องนี้ที่สถาบันปรีดี พนมยงค์ในวันที่ 23 พ.ย. 2011 เพราะตอนนั้นทางสถาบันมีการจัดงาน KING HU RETROSPECTIVE อย่างไม่เป็นทางการ

 

เราได้ดูหนังของ King Hu 6 เรื่องในงานนั้น ซี่งได้แก่

 

1. DRAGON INN (1967)

2. A TOUCH OF ZEN (1971)

3. THE FATE OF LEE KHAN (1973)

4. THE VALIANT ONES (1975)

5. RAINING IN THE MOUNTAIN (1979)

6. LEGEND OF THE MOUNTAIN (1979)

 

แล้วเราก็ได้ดูหนังของ King Hu อีก 3 เรื่องนอกเทศกาลนี้ ซึ่งก็คือ

 

7. COME DRINK WITH ME (1966)

เรื่องนี้เราน่าจะได้ดูที่ห้องสมุดมหาลัยธรรมศาสตร์ ในรายการคุยกับหนังของอ.ทรงยศ ถ้าหากเราจำไม่ผิด

 

8. THE WHEEL OF LIFE (1983, King Hu, Lee Hsing, Pai Ching-jui, Taiwan)

เรื่องนี้เราได้ดูออนไลน์

 

9. เดชคัมภีร์เทวดา ภาคแรก SWORDSMAN (1990, King Hu, Ching Siu-tung, Raymond Lee, Hong Kong/Taiwan)

เรื่องนี้เราได้ดูทางช่อง 7

 

ในบรรดาหนังของ King Hu ที่เราได้ดู เราชอบ THE FATE OF LEE KHAN มากที่สุดนะ แต่เราเข้าใจว่า THE FATE OF LEE KHAN มีความเป็นหนังฮ่องกงมากกว่าหนังไต้หวัน เราก็เลยไม่ได้เลือกมันมาใส่ในลิสท์หนังไต้หวันที่เราชื่นชอบ

+++

 

จำได้ว่าช่วงนั้นเป็นช่วงที่ละครเรื่อง “ทายาทอสูร” เวอร์ชั่น ชไมพร จตุรภุช ออกอากาศทางช่อง 5

 

 

แล้วพอเหตุการณ์พฤษภาทมิฬผ่านไป เรากับเพื่อน ๆ ก็ได้ออกไปดูหนังเรื่อง JFK (1991, Oliver Stone, 189min, A+30) ที่โรงภาพยนตร์เมเจอร์ในห้างมาบุญครอง