Saturday, May 16, 2026

RIP VALIE EXPORT

SONGS BEGIN WITH LETTER A

 

1. ANATA WO AISHITAI (1988) – Yoko Minamino

2. AKI NO INDICATION (1987) – Yoko Minamino

3. AKI KARA MO, SOBA NI ITE (1988) – Yoko Minamino

4. APPROACH (1986) – Yoko Minamino

5. ANOTHER SLEEPLESS NIGHT (1990) – Shawn Christopher

6. ABC (1987) – Shonentai

7. ABSOLUTELY FABULOUS (1994) – Pet Shop Boys

8. ALL AT ONCE (1985) – Whitney Houston

9. ALL AROUND THE WORLD (1989) – Lisa Stansfield

10. ALL OF ME (BOY OH BOY) (1988) – Sabrina

+++

 

เห็นว่าใกล้จะมีฟุตบอลโลก เราก็เลยนึกถึงเพลงประจำฟุตบอลโลกเพลงนี้ TOUCHED BY THE HAND OF CICCIOLINA (1990) – Pop Will Eat Itself

https://youtu.be/LNWu7Ejm_TM?si=3yerzanYO9QddsMw

++++

รุนแรงมาก ๆ เราเคยดูหนังสองเรื่องที่พูดถึง Wallis Simpson ซึ่งก็คือ THE WOMAN HE LOVED (1988, Charles Jarrott) กับ W.E. (2011, Madonna) แต่ทั้งสองเรื่องนี้ก็เหมือนเน้นแค่การเชิดชูความรักต่างฐานันดรของนางเอก และก็เลยไม่ได้พูดถึงชีวิตบั้นปลายของ Wallis ที่ตกเป็นเหยื่อของทนายสาวเจ้าเล่ห์

+++

 

ฉันรักเขา Benyu Zhang from PEGASUS 3 (2026, Han Han, China, A+30)

 

รูปมาจาก PEGASUS (2019) ภาคแรกนะ เพราะว่าในภาค 3 Benyu Zhang ไม่ยอมถอดเสื้อเลย 55555

++++

เพิ่งสังเกตว่า หนังฮ่องกงเรื่อง MEN FROM THE GUTTER (1983, Lam Ngai Choi) เข้าฉายแบบเสียงภาษาจีน 4 โรง และเสียงพากย์ไทยแค่โรงเดียว คือโรงจักรวาล (มันตั้งอยู่ที่ไหนนะ)

 

+++

 

ฉันรักเขา Fan Chengcheng from PEGASUS 3 (2026, Han Han, China, A+30)

ฉันรักเขา Hu Xianxu from PEGASUS 3 (2026, Han Han, China, A+30)

ฉันรักเขา Johnny Huang from PEGASUS 3 (2026, Han Han, China, A+30)

ฉันรักเขา Zhang Xincheng from PEGASUS 3 (2026, Han Han, China, A+30)

+++

 

งดงามที่สุด พออ่านจบแล้วเมื่อกี้เราเลยลองเข้าไปดู instagram ของ Jiab Prachakul แล้วก็พบว่าคุณเจี๊ยบ ประชากุล เคยจัดโปรแกรมฉายภาพยนตร์ที่เธอชื่นชอบ 3 เรื่องให้ Austin Film Society ด้วย โดยภาพยนตร์ 3 เรื่องนั้นก็คือ

 

1. Floating Weeds (1959) by Yasujiro Ozu
2. A Summer's Tale (1996) by Eric Rohmer
3. Uncle Boonmee Who Can Recalled His Past Lives (2010) by Apichatpong Weerasethakul

https://web.facebook.com/sarunyoo.threesukon/posts/pfbid0QLDzERrnNXSSzK4vbVKA6JhDXJv3HUCTcsAbSH2rzFPpKncHjTrdyJ44C6Rs81R9l

 

https://www.instagram.com/p/DFsvoueNoTz/?img_index=1

 

แนท วาสนา

https://web.facebook.com/1990songshit/posts/pfbid0LcRdoxW7uuiHp2nBY8rNCuB7NGwt9ioiNL5xdDyT6Ewky58qc3qUbFk3gE8dNr9ml

 

BP PORTRAIT AWARD 2020

https://www.npg.org.uk/whatson/exhibitions/2020/bp-portrait-award-2020/exhibition/

+++

 

เพิ่งเห็นว่า เว็บไซต์ GOETHE ON DEMAND มีหนังเรื่อง DARK BLUE GIRL (2017, Mascha Schilinski, Germany, 103min) ให้ดูด้วย กรี๊ดดด ดีใจมาก ๆ เพราะว่าเราชอบ SOUND OF FALLING (2025, Mascha Schilinski) อย่างสุดขีด เราก็เลยอยากดูหนังเรื่องอื่น ๆ ของ Mascha Schilinski มาก ๆ

https://goethe-on-demand.de/

++++

 

บันทึกว่า ตอนนี้เราจอประสาทตาฉีกขาดอีกแล้ว เป็นจุดที่ 5

 

คือเมื่อ 4-5 วันก่อน เราเริ่มเห็นจุดสีดำลอยไปลอยมา ซึ่งเป็นอาการที่เราก็เจอบ้างเป็นครั้งคราว เราก็เลยไม่กังวลอะไร แต่พอผ่านไป 4 วัน มันก็ยังไม่หายไป เราก็เลยตัดสินใจไปหาหมอในวันพุธที่ 13 พ.ค.

 

ปรากฏว่าหมอตรวจพบว่า วุ้นลูกตาเสื่อมของเรามันไปดึงรั้งจอประสาทตา ทำให้จอประสาทตาฉีกขาด (retinal breaks without detachment) หมอก็เลยรักษาเราด้วยการยิงเลเซอร์ ค่ารักษาอยู่ที่ 18457 บาท เสร็จแล้วก็ห้ามออกกำลังกายเป็นเวลานาน 1 เดือน

 

ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 5 แล้ว เพราะก่อนหน้านี้เราก็เคยเป็นจอประสาทตาฉีกขาดมาแล้ว 4 ครั้งในปี 2019 โดยครั้งก่อนหน้านี้คือวันที่ 10 ก.ย. 2019 หรือเมื่อราว 7 ปีก่อน

 

เราก็เลยเซ็ง เพราะโรคที่เรานึกว่าเราหายขาดไปแล้วเมื่อ 7 ปีก่อน ตอนนี้เรากลับมาเป็นอีกแล้ว แต่ก็ยังโชคดีที่จอประสาทตาของเรายังไม่ได้หลุดลอก และโรค พังผืดบนศูนย์กลางจอประสาทตา” ของเราก็ยังคงที่ ไม่ได้เลวร้ายลงจนถึงขั้นต้องผ่าตัด

 

แต่เราก็คิดว่า มันคงเป็นผลกรรมจากที่เราเคยแกล้งลูกแมวตอนที่เรายังเป็นเด็กนั่นแหละ แสดงว่าเรายังใช้กรรมไม่หมด ก็คงต้องทยอยใช้กรรมที่เราเคยทำไว้ในตอนเด็กกันต่อไป

++++

 

วันนี้ไปเดิน Kinokuniya สาขา Central World เจอหนังสือ LOACH ON LOACH เราเลยซื้อมาให้ลูกหมีอ่าน เพราะเราเคยดูหนังของ Ken Loach ไปแล้ว 8 เรื่อง และก็ชอบหนังของเขาอย่างสุดขีดมาก ๆ

 

เรายังไม่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้นะ แต่เราเข้าใจว่ามี Chapter นึงของหนังสือเล่มนี้ ที่ให้ Ken Loach พูดถึงการเมืองอังกฤษอย่างเต็ม ๆ โดยเน้นไปที่สมาชิกคนสำคัญของพรรคแรงงานอังกฤษในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึง Keir Starmer นายกรัฐมนตรีอังกฤษคนปัจจุบัน ซึ่งนั่นเป็นเพราะว่า Loach เคยกำกับหนังสารคดีเรื่อง THE SPIRIT OF ’45 (2013, 94min) ที่พูดถึงการเมืองอังกฤษอย่างตรง ๆ เพราะฉะนั้นเวลาที่เขาพูดถึงหนังเรื่องนี้ มันก็เลยกลายเป็นการสัมภาษณ์ความเห็นของเขาที่มีต่อการเมืองอังกฤษในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมาไปด้วยโดยปริยาย

 

เข้าใจว่า สำนักพิมพ์ Faber ออกหนังสือชุดผู้กำกับภาพยนตร์นี้มาแล้ว 24 เล่ม แต่เราซื้อเก็บไว้แค่ 2 เล่ม คือ MALLE ON MALLE กับ LOACH ON LOACH

 

ส่วนที่ร้าน Kinokuniya Central World เราเห็นมีหนังสือ CRONENBERG ON CRONENBERG กับ TRIER ON VON TRIER วางขายอยู่ด้วยนะ แล้วก็มีหนังสือที่น่าสนใจเล่มอื่น ๆ วางขายอีกมากมายหลายเล่ม อย่างเช่น JAPANESE HORROR CINEMA AND DELEUZE ของ Rachel Elizabeth Barraclough, IN THE MOOD FOR TEXTURE: THE REVIVAL OF BANGKOK AS A CHINESE CITY ของ Anika Fuhrmann, หนังสือของ A24 จำนวนมากมายหลายเล่ม, หนังสือเกี่ยวกับ Tilda Swinton เล่มละ 2000 กว่าบาท และหนังสือเกี่ยวกับหนังเรื่อง WHEN A WOMAN ASCENDS THE STAIRS (1960, Mikio Naruse) เล่มละ 700 กว่าบาท

 

JAPANESE HORROR CINEMA AND DELEUZE

https://www.bloomsbury.com/uk/japanese-horror-cinema-and-deleuze-9781501375026/

 

+++

 

RIP VALIE EXPORT (1940-2026)

 

Valie Export เป็นเจ้าแม่หนังทดลองแห่งออสเตรีย เราเคยดูภาพยนตร์ของเธอแค่เรื่องเดียว ซึ่งก็คือ SEEING SPACE AND HEARING SPACE (1974, Austria, A+30) ที่ทาง Filmvirus เคยนำมาฉายที่ห้องสมุดมหาลัยธรรมศาสตร์ เราชอบหนังเรื่องนี้มาก ๆ

 

และเราก็เคยดูวิดีโอเรื่อง WOMEN (VALIE) (2022, Karin Fisslthaler, Austria, video installation, 7min, A+30) ที่เป็นการ tribute ให้ Valie Export ด้วย

 

ชื่อ Valie Export ของเธอนั้น ไม่ใช่ชื่อที่เธอได้มาแต่กำเนิด เพราะเธอเปลี่ยนชื่อของตัวเองจาก Waltraud Hollinger  มาเป็น Valie Export ในปี 1967 เพราะเธอไม่ต้องการใช้ทั้งนามสกุลของบิดาและของสามีของเธอ โดยเธอเคยกล่าวในการให้สัมภาษณ์ว่า

 

"I did not want to have the name of my father [Lehner] any longer, nor that of my former husband Hollinger. My idea was to export from my 'outside' (heraus) and also export, from that port. The cigarette package was from a design and style that I could use, but it was not the inspiration."

 

ในปี 1968 Valie Export เคยทำการแสดงครั้งสำคัญที่มีชื่อว่า ACTION PANTS: GENITAL PANIC ด้วยการเดินเข้าไปในโรงภาพยนตร์ที่มิวนิคโดยใส่กางเกงไร้เป้า เพื่อโชว์อวัยวะเพศหญิงของเธอ แล้วเธอก็เดินไปรอบ ๆ ผู้คนในโรงภาพยนตร์โดยให้อวัยวะเพศหญิงของเธออยู่ในระดับเดียวกับใบหน้าของผู้ชม

 

Export entered an art cinema in Munich, wearing crotchless pants, and walked around the audience with her exposed genitalia at face level. It aimed toward provoking thought about the passive role of women in cinema and confrontation of the private nature of sexuality with the public venues of her performances. In an interview in Ocula Magazine, the artist stated that: "The fear of the vulva is present in mythology, where it is depicted devouring man. I don't know if this fear has changed.”

 

งานวิดีโออันหนึ่งของเธอคือ FACING A FAMILY (1971) ที่แพร่ภาพทางโทรทัศน์ในวันที่ 2 ก.พ. 1971 โดยวิดีโอนี้แสดงภาพของครอบครัวชนชั้นกลางชาวออสเตรียที่กำลังรับประทานอาหารเย็นและดูโทรทัศน์ไปด้วย และนั่นก็เท่ากับว่า รายการโทรทัศน์นี้กำลัง “ยื่นกระจก” ให้แก่ครอบครัวชนชั้นกลางชาวออสเตรียอีกหลายครอบครัวที่กำลังรับชมรายการโทรทัศน์นี้อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง ครอบครัวชนชั้นกลางชาวออสเตรียหลายครอบครัวได้ดูรายการโทรทัศน์ที่แสดงให้เห็นครอบครัวชนชั้นกลางชาวออสเตรียครอบครัวหนึ่งกำลังดูโทรทัศน์อยู่ นอกจากนี้ งานวิดีโอนี้ก็เป็นการส่องสะท้อนความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่าง  subject, spectator, and television ด้วย

 

ในภาพยนตร์เรื่อง REMOTE (1973) นั้น Valie Export ใช้มีดขุดหนังกำพร้าของเธอเป็นเวลานาน 12 นาที เพื่อสะท้อนว่าเรือนร่างของผู้หญิงได้รับความเสียหายมากเพียงใดจากการทำตามมาตรฐานความงามของสังคม

 

Valie Export พยายามต่อต้านแรงกดดันทางสังคมในยุคนั้นที่พยายามกระตุ้นให้ผู้หญิงกลายเป็น “แม่” และ “เมีย” ด้วย โดยเธอเคยกล่าวในหนังสือ VALIE EXPORT: FRAGMENTS OF THE IMAGINATION ที่เขียนโดย Roswitha Mueller ในปี 1994 ว่า

"VALIE EXPORT: I am interested in postmodern theories of the subversion of the subject since I would like to dissolve the traditional view of the subject, which had contributed to the oppression of women. It could also be helpful in freeing women from social norms and enforced codes like motherhood. But I do not follow postmodern philosophers when they equate the questions concerning women's subjectivity with a confirmation of phallocentrism. The phenomenological attempt to overcome Hegel's dialectics in certain postmodern theories seems rather conservative to me." (from page 213)


"VALIE EXPORT: First, I do understand the dangers of my recommendation to women to refuse natural reproduction. Yet, I think the whole essentialism debate has to be taken out of its abstract philosophical framework, because there one can always find yet another logical trip-up. What I am trying to call attention to is the necessity to change the whole concept of motherhood, the ideological coercion of women to become mothers and wives that is the core of the cultural determination of our bodies. Only in this framework can what I say make any sense. Certainly, I do not propose in actuality that an individual woman should no longer give birth if she feels like it; rather, it is the coercion I am trying to counteract. And from this perspective, artificial reproduction is equally dangerous, because it can potentially increase the pressure on women if they are not in charge of their lives and if they are not involved in these debates." (from page 222)

 

ภาพจากหนังเรื่อง SYNTAGMA (1983, Valie Export)

++++

 

วันนี้ไปกินข้าวเย็นที่ร้าน ANYA’S PLACE อยู่ห่างจากหอภาพยนตร์ ศาลายา เพียงแค่ 3 กิโลเมตร อาหารอร่อยดีค่ะ

https://web.facebook.com/Anyarestaurant

++++

 

เพิ่งรู้จากเพื่อนว่า เกย์รุ่นใหม่เขานิยมไป hang out กันที่ลานเกย์ รัชโยธิน ที่อยู่แถว ๆ ผับ “ท่าช้าง รัชโยธิน” กับโรงหนังเมเจอร์รัชโยธิน เห็นมีคลิปใน instagram กับ tiktok เยอะมากที่พูดถึงประเด็นนี้

 

รู้สึกว่าเป็นอะไรที่ดีงามมาก ๆ เราก็ไปดูหนังที่เมเจอร์รัชโยธินบ่อย ๆ แต่ก็ไม่เคยรู้ว่ามีอะไรแบบนี้เลย เพราะว่าพอหนังเลิกราว ๆ 4 ทุ่มเราก็เดินออกทางเชื่อมรถไฟฟ้าด้านหน้า เราก็เลยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่ลานด้านหลัง

 

เรารู้แค่ว่า แถวนั้นมันมีผับบาร์อยู่บ้าง และก็น่าจะมีร้านอาหารบางร้านที่มันยังคงเปิดในเวลาดึก ๆ ดื่น ๆ มีร้านราเมงข้อสอบกับสตาร์บัคส์ที่เปิด 24 ชั่วโมง และร้านอาหารหลายร้านที่ปิดตีหนึ่งหรือตีสอง อาคารด้านหลังเมเจอร์รัชโยธินมันมีร้านอาหารเยอะมาก และห้องน้ำในอาคารนั้นน่าจะเข้าออกได้ตลอด 24 ชั่วโมงมั้ง

 

เพราะฉะนั้นลานตรงนั้นมันก็เลยอาจจะเหมาะดี เพราะมันดูเหมือนเปิดไฟสว่างไสว ดูปลอดภัย เดินเหินได้อย่างอิสระ ไม่ต้องเสียตังค์ มีร้านอาหารร้านกาแฟที่เปิด 24 ชั่วโมง มีห้องน้ำให้เข้าไปปัสสาวะและทำอะไรอย่างอื่น ๆ ได้

 

หวังว่าจะมีคนทำหนังสั้นเกี่ยวกับลานเกย์รัชโยธินมาให้พวกเราได้ดูกันนะคะ

https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid0JTP4ocFUSwR2WmVHo7txVBF924NdVdKMVFcb1hMA3wzb4XLfuBty7ZT4fzBjjPe4l

 

 


Tuesday, May 12, 2026

TIGERS CAN BE SEEN IN THE RAIN

 

LEMON TREE (2023, Rachel Walden, USA, 18min, A+30)

 

TIGERS CAN BE SEEN IN THE RAIN (2025, Oscar Ruiz Navia, Colombia/Canada, 15min, A+30)

 

เราเดาว่านี่คือหนังส่วนตัวที่ผู้กำกับทำขึ้นเพื่ออุทิศให้กับน้องสาวของเขาที่เสียชีวิตไปในปี 2023 หนังประกอบด้วยภาพพื้นที่ต่าง ๆ ในโคลอมเบียและแคนาดา, ฟุตเตจโฮมวิดีโอที่ผู้กำกับกับน้องสาวเคยถ่ายไว้ในวัยเด็ก และเสียงประกอบที่เราเข้าใจว่า เป็นเสียงของน้องสาวที่เคยอัดเก็บไว้ และเสียงของคนที่เห็นวิญญาณของน้องสาว

 

ภาพบางส่วนในหนังเรื่องนี้ทำให้เรานึกถึงหนังเรื่องอื่น ๆ ของ Oscar Ruiz Navia ที่เราเคยดูมาแล้ว เพราะว่าฟุตเตจโฮมวิดีโอของครอบครัวที่ไปเที่ยวชายทะเล ก็ทำให้นึกถึง CRAB TRAP (2009, Oscar Ruiz Navia, Colombia) ที่เคยมาฉายใน World Film Festival of Bangkok ส่วนภาพช่วงต้นเรื่อง ที่แสดงให้เห็นลานเล่นสเก็ตและ graffiti มากมาย ก็ทำให้นึกถึง THE MUSHROOMS (2014, Oscar Ruiz Navia, Colombia) ซึ่งเป็นหนังที่เราชื่นชอบที่สุดที่ได้ดูในปี 2017

 

ไม่แน่ใจว่าชื่อหนังเรื่องนี้ TIGERS CAN BE SEEN IN THE RAIN หมายถึงอะไร เพราะเหมือนตัวหนังก็ไม่ได้มีการพูดถึงอะไรที่เกี่ยวข้องกับประโยคนี้ แต่ชื่อหนังเรื่องนี้ทำให้นึกถึงหนังเรื่อง COULD SEE A PUMA (2011, Eduardo Williams, Argentina, A+30) ที่ชื่อหนังก็สร้างความพิศวงพอ ๆ กัน 55555

 

TIGERS CAN BE SEEN IN THE RAIN เหมาะฉายควบกับ THE EXISTENCE OF BABYLON ขัตติยนคร (2021, จารุพล เจริญพิเชฐ A+30) เพราะว่าหนังสองเรื่องนี้นำโฮมวิดีโอที่เคยถ่ายไว้ในอดีตมาใช้ประโยชน์ใหม่ได้อย่างน่าประทับใจมาก ๆ เหมือนกัน

+++

 

เราชอบหนังเรื่อง DISCOURSE, EARTH พิภพบรรฑูรย์ (2001, อุทิศ เหมะมูล, 25min, A+30) อย่างรุนแรงมาก

+++

THE SALT FISHERMAN (2011, Ziad Bakri, Palestine, 18min, A+30)

 

เรียกว่าเป็น “หนังแอบเสิร์ด” ได้หรือเปล่า

 

Ziad Bakri เป็นลูกชายของ Mohammad Bakri ซึ่งเป็นผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง JENIN, JENIN (2003, documentary, A+30) และ JANIN, JENIN (2024, documentary, A+30) โดยที่ Ziad ให้พ่อของเขามานำแสดงในหนังสั้นเรื่องนี้ด้วย

+++

 

เราได้ดูหนังของ Hirokazu Koreeda ไป 13 เรื่อง และก็ชอบ THE THIRD MURDER (2017) มากที่สุดในบรรดา 13 เรื่องนี้

+++

 

เนื่องจากวันพฤหัสบดีนี้จะมีหนังเข้าฉายเยอะมาก แล้วหนังเก่าเราก็ยังดูไม่หมด เราก็เลยทำรายชื่อสรุปหนังโรงที่เราอาจจะดูในช่วงวันที่ 13-20 พ.ค. 2026

 

1. AI GLAE, MY BELOVED FRIEND ไอ้แกละเพื่อนรัก (1972, Surapol Tonawanig, 168min)

ฉายที่หอภาพยนตร์ ศาลายา

 

2. BILLIE EILISH: HIT ME HARD AND SOFT  -- THE TOUR LIVE IN 3D (2026, James Cameron, Billie Eilish, 114min)

 

3. THE CHILDREN OF CHAO PHRAYA RIVER ลูกเจ้าพระยา (1977, Charin Nuntanakorn, 124min)

ฉายที่หอภาพยนตร์ ศาลายา

 

4. ENHYPEN: IMMERSION IN CINEMAS (2026, South Korea, 56min)

 

5. GHOSTFLUENCER สาปเมือง (2026, Anawat Promjae, 105min)

 

6. GREETINGS FROM MARS (2024, Sarah Winkenstette, Germany, 85min)

ฉายที่หอภาพยนตร์ ศาลายา

 

7. IN THE GREY (2026, Guy Ritchie, UK, 98min)

 

8. THE KING’S WARDEN (2026, Jang Hang-jun, South Korea, 116min)

 

9. KRISHNAVATARAM – PART 1: THE HEART (HRIDAYAM) (2026, Hardik Gajjar, India, 150min)

 

10. MERRILY WE ROLL ALONG (2025, Maria Friedman, musical, 145min)

 

11. THE MOBARAK (2015, Mohammadreza Najafi, Iran, 80min)

ฉายที่หอภาพยนตร์ ศาลายา

 

12. MORTAL KOMBAT II (2026, Simon McQuoid, 116min)

 

13. MOTHER MARY (2026, David Lowery, 111min)

 

14. ON THE WATERFRONT (1954, Elia Kazan, 108min)

ฉายที่หอภาพยนตร์ ศาลายา

 

15. PATI PATNI AUR WOH DO (2026, Mudassar Aziz, India)

 

16. PEGASUS 3 (2026, Han Han, China, 126min)

 

17. THE SHEEP DETECTIVES (2026, Kyle Balda, Ireland, 109min)

มีตัวละครพูดในช่วง end credits

 

18. THAT TIME I GOT REINCARNATED AS A SLIME THE MOVIE: TEARS OF THE AZURE SEA (2026, Yasuhito Kikuchi, Japan, animation, 105min)

 

19. 3 GOOD GUYS (2026, Boi Kwong, Singapore, 107min)

 

20. TOP GUN (1986, Tony Scott, 110min, เคยดูแล้วในรูปแบบวิดีโอเทป)

 

ภาพจาก THE KING’S WARDEN

+++

 

ชอบสุดขีด ทั้ง CRAZY FOR YOU, SMOOTH OPERATOR, EVERYBODY WANTS TO RULE THE WORLD ส่วนเพลง ONE NIGHT IN BANGKOK นี่ก็คลาสสิคมาก ๆ

+++

 

ปี 2009 นี่ถือเป็นอีกปีที่พีคสุดขีดสำหรับ cinephiles in Bangkok เพราะปีนั้นมีทั้งงาน ALAIN TANNER RETROSPECTIVE และ LAV DIAZ RETROSPECTIVE จัดขึ้นในกรุงเทพ และเราก็ยังคงจดจำความสุขในสองงานนี้ได้ดีแม้เวลาจะผ่านมานาน 17 ปีแล้วก็ตาม

+++

 

มีอย่างน้อย 5 เรื่องครับ เพราะว่าจิตรได้ดู JONAH WHO WILL BE 25 IN THE YEAR 2000 (1976), LIGHT YEARS AWAY (1981), IN THE WHITE CITY (1983), MESSIDOR (1979) กับ CHARLES, DEAD OR ALIVE (1969) ในงาน World Film ปีนั้น แต่ไม่แน่ใจว่าปีนั้นมีฉาย THE SALAMANDER (1971) ด้วยหรือเปล่า

++++

 

ดีใจสุดขีด Chaka Khan ซึ่งมีอายุ 73 ปี เพิ่งออกมิวสิควิดีโอเพลงใหม่ CHAKZILLA

https://youtu.be/jFrZ28YkFZ4?si=pJWclcLXREUTvw4p

 

Monday, May 11, 2026

FAVORITE SONGS WHICH ARE LONGER THAN 5 MINUTES

 

CHOICES OF THE HEART ทางเลือกของชีวิต เมื่อชีวิตดำเนินมาถึงทางสามแพร่ง

 

ปรากฏว่ามีคนเอาแรงบันดาลใจจากรูปพวกนี้ไปแต่งเป็นนิยายวาย 55555

+++

 

ขอเสริมด้วยรายชื่อหนังที่เราชอบมากที่สุดของผู้กำกับ 5 ท่านนี้

 

1. CELINE AND JULIE GO BOATING (1974, Jacques Rivette)

 

2. THE GREEN RAY (1986, Éric Rohmer)

 

3. LA CÉRÉMONIE (1995, Claude Chabrol)

 

4. LA CHINOISE (1967, Jean-Luc Godard)

 

5. TWO ENGLISH GIRLS (1971, François Truffaut)

+++

 

เพิ่งรู้ว่า The Orb วงดนตรีโปรดของเรา ออกอัลบัมชื่อ BUDDHIST HIPSTERS ในปี 2025 อัลบัมนี้ถือเป็นอัลบัมชุดที่ 18 ของวง The Orb

 

FAVORITE SONGS WHICH ARE LONGER THAN 5 MINUTES

 

1. BLUE ROOM (1992) – The Orb เพลงนี้ยาวแค่ 39 นาทีเท่านั้นเองในรูปแบบซิงเกิล ส่วนเวอร์ชั่นในอัลบัม U.F. ORB ยาวแค่ 17 นาที

 

เพิ่งรู้ว่าเพลงนี้ถือเป็นเพลงที่ยาวที่สุดที่เคยติดอันดับซิงเกิลชาร์ทในอังกฤษ และเพลงนี้เคยขึ้นไปถึงอันดับ 8 ในอังกฤษด้วย

 

2. THE TAXI RIDE (1985) – Jane Siberry (5.39min)

 

3. END OF THE RUN (1989) – Deborah Harry (7.04min)

 

4. O SUPERMAN (1981) – Laurie Anderson (8.21min)

 

5. FROU-FROU FOXES IN MIDSUMMER FIRES (1990) – Cocteau Twins (5.38min)

 

6. TROY (1987) – Sinéad O’Connor (6.34min)

 

7. THE LADY OF SHALOTT (1991) – Loreena McKennitt (11.34min)

 

8. GEEK LOVE (1994) – Bang Bang Machine (9.24min)

 

9. REFRACTIONS IN THE PLASTIC PULSE (1997) – Stereolab (17.32min)

 

10. CLOUDBUSTING (1985) – Kate Bush (5.06min)

 

BLUE ROOM

https://youtu.be/MrzqO7t-Q60?si=PR9F4rO1qTNIC69S

 

THE TAXI RIDE

https://youtu.be/XU-5NdiUWlo?si=7uTmSKelMQbuOm4l

 

END OF THE RUN

https://youtu.be/3glWTVJACl8?si=AJnxO2nIzndvtV-Y

 

O SUPERMAN

https://youtu.be/Vkfpi2H8tOE?si=HKEScvhoTKJPptg8

 

FROU-FROU FOXES IN MIDSUMMER FIRES

https://youtu.be/qgffvFM1J-Q?si=yPi7zxyfivz25F_3

 

TROY

https://youtu.be/0c4v7fp5GC8?si=peNSc4T8BXvA3k2V

 

THE LADY OF SHALOTT

https://youtu.be/vPMlp1qfHt8?si=VVXLg02f43qIZeso

 

GEEK LOVE

https://youtu.be/QUqng3Yq9m4?si=f52llfZPCCGa76yZ

 

REFRACTIONS IN THE PLASTIC PULSE

https://youtu.be/4em7lj0n5io?si=_o8fXZnevJUjJ1PK

 

CLOUDBUSTING

https://youtu.be/pllRW9wETzw?si=zDEPOLJnkH-ro1od

 

Sunday, May 10, 2026

22 FILMS OF WEERA RUKBANKERD

 

ฉันรักเขา Morgan Oey from GHOST IN THE CELL (2026, Joko Anwar, Indonesia, A+30)

+++

 

ในหนังเรื่อง THE SECRET AGENT (2025, Kleber Mendonça Filho, Brazil, A+30) มีการพาดพิงถึงละครโทรทัศน์ของบราซิลเรื่อง ISAURA: SLAVE GIRL (1976-1977, Brazil) ด้วย และอย่างที่เราเคยเขียนไปแล้วว่า ละครทีวีเรื่องนี้เคยมาฉายในไทยด้วยนะ ในชื่อเรื่องว่า “อีสเซารา เสน่ห์นางทาส” โดยฉายทางช่อง 5 ในช่วงปลายทศวรรษ 1980

 

พอดีวันนี้เราพบว่า เราเคยอัดส่วนนึงของละครทีวีเรื่องนี้เก็บไว้ ก็เลยเอามาแปะในนี้ด้วยเลยดีกว่า เพราะว่าในช่วงทศวรรษ 1980 นั้น การที่ละครทีวีบราซิลได้มาฉายทางโทรทัศน์ในไทย ถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยครั้งนัก

 

เนื่องจากเทปวิดีโอนี้อัดไว้ตั้งแต่เมื่อ 40 ปีก่อน เพราะฉะนั้นสีในภาพก็เลยเพี้ยนไปหมดแล้วนะ

https://web.facebook.com/jit.phokaew/videos/981589637753816

 

+++

 

พยายามนับว่า เราเคยดูภาพยนตร์ที่กำกับโดยคุณ Weera Rukbankerd วีระ รักบ้านเกิดไปแล้วกี่เรื่อง สรุปว่า ได้ดูไปแล้ว 22 เรื่อง ซึ่งประกอบด้วย

 

1. MESSAGES ARE NOT TRUE STORY (2008, 15min)

เรื่องย่อ: ชายที่ผิดหวังในความรัก กับเมจเสจเก่า ๆ ของเขา

เราได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้ในวันที่ 17 ก.ค. 2008

 

โปรแกรมวันนั้นพีคมาก ๆ เพราะหนังเรื่อง “คนชิงเปรต” ของคุณคมจักร ทองจิบ จากจังหวัดสตูล ก็ดีมาก ๆ ส่วนหนังเรื่อง “คืนเปลี่ยวในซอยตรวจ” THE POLICE (2008, Weerasak Suyala) จากอุบลราชธานีนี่ก็ถือเป็นหนังคลาสสิคไปแล้ว

 

2. HOUSE OF FEEL (2009, 8min)

บ้านของผม ชีวิตของผม ความสุขของผม และความทุกข์ของผม

เราได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้ในวันที่ 8 ก.ค. 2009

 

3. COMPETITIVE STRATEGY (2010, 7min)

ความรักที่ผิดหวังมานาน สุดท้ายก็มีคนอาสามาช่วยผมแล้ว

เราได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้ในวันที่ 2 ก.ค. 2010

 

โปรแกรมภาพยนตร์ในวันที่ 2 ก.ค. 2010 ก็พีคมาก เพราะมีทั้งภาพยนตร์ของคุณวาสุเทพ เกตุเพ็ชร์, เอกภณ เศรษฐสุข,  วรรณแวว + แวววรรณ หงษ์วิวัฒน์, ศุภฤกษ์ คณิตวรานันท์, พิรุณ อนุสุริยา และเปรมปพัทธ ผลิตผลการพิมพ์ ฉายในวันเดียวกัน

 

4. B.H.T.S. (2013, 8min)

การทำหนังสั้นเรื่องหนึ่งครับ

เราได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้ในวันที่ 3 ก.ค. 2013

 

ตอนนี้เราจำรายละเอียดใน B.H.T.S. ไม่ได้แล้ว จำได้แต่ว่า หนังเรื่อง AMOKSIKLAV GPO (2013, Teeranit Siangsanoh, 34min) ที่ฉายในวันเดียวกันนี่ถือเป็น one of my most favorite Thai films of the 2010s

 

5. WALK FALL BACK (2014, 5min)

การถอยหลังของชายที่ผิดหวังในความรัก

เราได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้ในวันที่ 12 ก.ค. 2014

 

มันคือหนังที่ให้คุณวีระเดินถอยหลังในบ้านตลอดทั้งเรื่องหรือเปล่านะ มีใครจำรายละเอียดอะไรในหนังเรื่องนี้ได้อีกบ้าง

 

วันนั้นหนังเรื่อง WALK FALL BACK ฉายติดกับหนังเรื่อง WASTELAND (2014, Dawut Sassanapitax, 9min) และมีหนังเรื่อง WE USED TO LOVE EACH OTHER (2014, Aroonakorn Pick, 27min) ฉายด้วย

 

แล้วเราก็ได้ดูภาพยนตร์อีก 17 เรื่องของคุณวีระ ในงาน BROKEN HEARTED BOYHOOD เมื่อวันที่ 2 พ.ค. 2026 ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นการดูรอบที่สอง แต่ก็มีบางเรื่องที่เป็นการดูรอบแรก โดยภาพยนตร์ในงานนี้ประกอบด้วย

 

6. 1 DAY IN UTOPIA (2005, 3min)

การใช้ชีวิตของคนที่สับสนในรัก

 

7. 5 YEARS IN SAD HEART (2006, 9min)

ชายที่ติดอยู่กับความรักที่ผิดหวังมาแล้ว 5 ปี

 

8. 2 SECOND IN BAD LOVE (2007, 7min)

ชายที่จมอยู่ในรักที่ไม่สมหวัง พยายามทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อลืมเธอ

 

9. 4 MINUTE IN BROKEN SOUL (2007, 7min)

ชายที่ผิดหวังในความรัก ต้องทนทุกข์ทรมานกับความทรงจำที่ยังอยู่

 

10. ONE (2011, 8MIN)

การทำหนังของผู้ชายที่ผิดหวังในความรัก

 

11. RETRO 1 DAY (2012, 10min)

ย้อนกลับไปพูดถึงหนังเรื่องแรกเมื่อ 8 ปีก่อนให้น้องชายฟัง

 

12. DIRECTOR & ACTOR (2015, 14min)

การทำหนังเกี่ยวกับผู้ชายที่ผิดหวังในความรัก ทำให้เกิดความไม่เข้าใจกันระหว่างผู้กำกับและนักแสดง

 

13. อวัยวะ (2016, 13min)

เรื่องราวของอวัยวะต่าง ๆ ของผู้ชายที่ผิดหวังในความรัก

 

14. FUTURE BOARD (2017, 14min)

เรื่องของผู้ชายที่ผิดหวังในความรักที่หมกมุ่นกัยอวัยวะที่ทำจากฟีเจอร์บอร์ด

 

15. ARTICLE KILLING ME (2018, 10min)

ผู้ชายที่ผิดหวังในความรัก กับฝันร้ายของเขา

 

16. HEAVY BROKEN HEART METAL (2019, 16min)

ผู้ชายที่ผิดหวังในความรัก ที่พยายามหาคำอธิบายเกี่ยวกับความผิดหวังในความรัก

 

17. BLUR HAPPY, BLUR SAD (2020, 11min)

ผู้ชายที่ผิดหวังในความรัก ที่อยู่ในวังวนเรื่องราวของตัวเอง

 

18. BEGIN, LOVE, HATE, END (2021, 14min)

ผู้ชายที่ผิดหวังในความรักในบ้าน

 

19. DESK CALENDAR (2022, 17min)

 

20. BLACK&WHITE&LOVE&SAD (2023, 15min)

ผู้ชายที่ผิดหวังในความรักในโหมดขาวดำ

 

21. MIDLIFE CRISIS (2024, 17min)

ชายวัยกลางคนที่ผิดหวังในความรัก

 

22. SUCCESS’SI SUCCESS (2025, 18min)

ชายวัยกลางคนที่ผิดหวังในความรักและพึ่งประสบความสำเร็จ

+++

เราชอบ HARU (1996, Yoshimitsu Morita) อย่างสุดขีด หนังเรื่องนี้ติดอันดับ 20 ในลิสท์หนังที่เราชื่นชอบที่สุดที่ได้ดูในปี 2003

++

 

เพิ่งได้ดูมิวสิควิดีโอเพลง COME INTO MY HOUSE (1990) ของ Queen Latifah ถ้าหากเราเข้าใจไม่ผิด MV นี้ใช้ภาษาลาวในเพลงด้วย เหมือนมันจะเขียนว่า “มาสู่เฮือนของข้อย” หรือเปล่า เราก็ไม่แน่ใจนะ เพื่อให้สอดคล้องกับชื่อเพลง

 

อีกสิ่งหนึ่งที่น่าประทับใจมากใน MV เพลงนี้ ก็คือท่าเต้นแบบ Voguing ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงปี 1989-1990 ซึ่งจะเห็นได้จากหนังสารคดีเรื่อง PARIS IS BURNING (1990, Jennie Livingston) และมิวสิควิดีโอเพลง DEEP IN VOGUE ของ Malcolm McLaren กับ VOGUE ของ Madonna ที่นำเสนอท่าเต้นแบบ Voguing เหมือนกัน

https://youtu.be/QcP5Wwr3c-Y?si=HuheiJrdnquOPrd-

 

 

Saturday, May 09, 2026

A FILMOGRAPHY OF THEERAPAT WONGPAISARNKIT

 

ฟังเทปนี้จบแล้ว ชอบมาก ๆ ที่มีการพูดถึงชีวิตของคนตาบอดสีในเทปด้วย เพราะเป็นเรื่องที่เราแทบไม่เคยรู้มาก่อน

 

พอเทปนี้พูดถึงเรื่อง “โลกของหนัง” ที่เราอยากเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในนั้นแล้ว เราก็เลยนึกขึ้นมาได้ว่า เราอยากเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในจักรวาลภาพยนตร์ของ Eric Rohmer, Jacques Rivette และ Dag Johan Haugerud มาก ๆ รู้สึกว่าเป็นจักรวาลภาพยนตร์ที่ถ้าหากเราได้เข้าไปอยู่แล้ว เราคงมีความสุข

 

ส่วนจักรวาลภาพยนตร์ที่เราชอบสุดขีด แต่ตัวเราไม่อยากเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในนั้น ก็คือจักรวาลภาพยนตร์ของ Lav Diaz, Bela Tarr, Scud, Tobe Hooper, Wes Craven

++++

 

เราชอบกิน “ภาชนะใส่อาหาร” มาก ๆ พวก “โคนของไอศกรีม” อะไรทำนองนี้ เพราะฉะนั้นเราก็เลยชอบกินเมนูสลัดบางอันมาก ๆ เพราะเมนูสลัดบางอันมี “กระทงใส่อาหาร” ที่เราสามารถกินตัวกระทงได้ อย่างเช่นเมนูสลัดผลไม้กุ้งทอด ของ Salad Factory ที่ตัวกระทงเหมือนทำจากเผือกทอด ถ้าหากเราเข้าใจไม่ผิด

 

อีกอันที่ชอบกินก็คือ Grande Taco Salad Bowl ของร้าน Sunrise Tacos เพราะตัวกระทงในเมนูนี้ก็สามารถกินได้เช่นกัน

 

ไม่รู้ว่ามีเมนูอาหารอะไรอื่น ๆ อีกบ้างที่เราสามารถกินตัวภาชนะใส่อาหารได้

+++

 

ชอบนิทรรศการนี้มาก ๆ WHERE SPIRITS DWELL ของ Ding Min ที่ GalileOasis

 

ชอบแต่ละตัวละครในภาพของเขามาก ๆ รู้สึกว่าแต่ละตัวละครในภาพของเขาสามารถเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ในโลกจินตนาการของเราได้สบาย ๆ

 

เหมือนภาพของเขามันมีความ Junji Ito + David Lynch + เทพนิยาย แต่มันลดทอนความสยองขวัญแบบ Junji Ito ลง และใส่ความน่ารักเข้าไปเป็นส่วนผสมแทน มันก็เลยออกมาดูเข้าทางเราอย่างรุนแรงมาก ๆ

 

อย่างที่เราเคยเขียนไปแล้วหลายครั้งว่า เราชอบโลกจินตนาการที่ “ตัวละครทุกตัวมีอิทธิฤทธิ์รุนแรง” เราก็เลยชอบภาพของ Ding Min มาก ๆ อย่างเช่นภาพหนูน้อยหมวกแดงที่ปล่อยตัวโลนยักษ์จำนวนมากออกมา คือตัวละครแบบนี้นี่เหมาะกับโลกจินตนาการของเราจริง ๆ เพราะหนูน้อยหมวกแดงในโลกจินตนาการของเราไม่ใช่เด็กหญิงที่ไร้พิษสง แต่ต้องเป็นเด็กหญิงที่มีพิษสงรุนแรงแบบนี้นี่แหละ

 

ในนิทรรศการนี้มีสมุดภาพของ Ding Min ขายด้วย เราก็เลยซื้อสมุดภาพมาให้ลูกหมี

 

Instagram ของ Ding Min

https://www.instagram.com/dingminart/

++++

 

วันนี้เราได้ไปดูงาน Beam Wong: Selected Moving Images 2015–2026 ที่เกอเธ่ งานนี้มีฉายหนัง 9 เรื่องติดต่อกัน แล้วปรากฏว่าเราหารายละเอียดเกี่ยวกับหนังบางเรื่องในงานนี้แทบไม่เจอเลย เราก็เลยต้องรีบจดบันทึกช่วยจำ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเราจำถูกจำผิดอะไรบ้างหรือเปล่า ใครจำอะไรได้เพิ่มเติมก็มา comment กันได้นะคะ

 

หนัง 9 เรื่องที่ฉายในงานนี้

 

1. HUU (2015, Theerapat Wongpaisarnkit, 24 min)

เราเคยดูแล้ว


2. SPIRAL IN THE SKY (2020, Theerapat Wongpaisarnkit, animation, A+15)

Animation สั้น ๆ เข้าใจว่าเป็น MV ประกอบเพลง ถ้าหากเราจำไม่ผิด ในหนังสั้นนี้มีหญิงสาวที่ถอดแว่นออก แล้วก็เหมือนมีดวงตาที่สามปรากฏบนหน้าผาก ดวงตาเป็นรูปชายทะเล แล้วภาพชายทะเลภายในรูปทรงดวงตาก็ลอยออกมาจากหน้าผากของเธอ แต่พอเธอใส่แว่น สีของภาพก็เปลี่ยนไป เหมือนเธอยืนอยู่หน้าแม่น้ำ และอีกฟากเป็นภาคอุตสาหกรรม


3. DIARY OF A PURSE FUCKER (2020, Theerapat Wongpaisarnkit, 11 min)

เราเคยดูแล้ว


4. LONG LIVE THE SIN (2021, Theerapat Wongpaisarnkit, 3:17 min, A+30)

ดีงามมาก ๆ หนังเรื่องนี้มีให้ดูในยูทูบด้วยนะ

 

ถ้าหากเราจำไม่ผิด หนังสั้นเรื่องนี้ใช้ฉากอุโมงค์เดียวกับที่ปรากฏในหนังเรื่อง CAFFEINE VAMPIRE AND PISS ARSONIST (2022, Theerapat Wongpaisarnkit, 60min, A+30)

5. BIRD IN A GLASS COFFIN (2022, Theerapat Wongpaisarnkit, animation, 7:11 min, A+30)

ถ้าหากเราจำไม่ผิด ในหนังสั้นเรื่องนี้มีนกที่ถูกใบพัดเครื่องบินดูดเข้าไปจนถึงแก่อสัญกรรม เหล่าอีกาก็เลยบินเข้าไปเอาซากนกตัวนี้ไปใส่ในโลงศพ แล้วจุดไฟเผาโลงศพ แล้วเอาโลงศพไปต่อท้ายเครื่องบิน เพื่อให้เครื่องบินถูกเพลิงเผาผลาญทำลายไปด้วย


6. BLESS & CURSE (2024, Theerapat Wongpaisarnkit, 1 min, A+30)

หนังสั้นที่รวบรวมถ้อยคำต่าง ๆ ให้มาปรากฏในรูปของ text และเสียง ซึ่งรวมถึงถ้อยคำที่พวกเราอาจจะคุ้นชินกันดี


7. SOLAR AUTONOMOUS INTERZONE, RAMAVANIAEDITON (2024, Theerapat Wongpaisarnkit, 6:32 min, A+30)

ถ้าหากเราจำไม่ผิด หนังเรื่องนี้ใช้ภาพจาก AI เป็นผู้คนจำนวนมากในคลับเต้นรำ แล้วก็มีการพูดถึง Saros ผู้หลงใหลใน eclipses

 

ใครจำรายละเอียดอื่นใดในหนังเรื่องนี้ได้อีกบ้าง

 

ไม่แน่ใจว่าหนังเรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องกับ SAROS 143 CLUB (2024, Nanut Thanapornrapee, 20min, A+30) หรือเปล่า เพราะหนังเรื่อง SAROS 143 CLUB ก็พูดถึงวัฏจักร Saros ที่เกี่ยวข้องกับ eclipses เหมือนกัน เราก็เลยสงสัยว่า หนังสองเรื่องนี้พูดถึง Saros ตรงกันโดยบังเอิญ หรือว่าเป็นหนังสองเรื่องที่อยู่ในโปรเจคท์เดียวกัน 55555

 

8. 3KAZ (3 Ka inAutonomousZone) (2026, Theerapat Wongpaisarnkit, 5:43 min, A+30)

จำได้ว่าหนังพูดถึงความแตกต่างระหว่าง crows กับ ravens, กากับอีกา

 

ใครจำอะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ได้อีกบ้าง

 

คุณ Beam Wong พูดในงานว่า หนังเรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากตำนานกา 3 ขาของญี่ปุ่น ที่เกี่ยวข้องกับจักรพรรดิองค์แรกของญี่ปุ่น และเรื่อง “กาคาบข่าว” หลังจากรัชกาลที่ 1 เสด็จสวรรคต

9. DECONSTRUCTING ANGELS (2023, Theerapat Wongpaisarnkit, Live Cinema Performance, 10 min, A+30)

Beam Wong เล่นเปียโนเพราะมาก โดยเป็นการเล่นเปียโนสดประกอบกับภาพที่คล้ายสัญญาณจอโทรทัศน์สมัยก่อน

 

ถ้าหากเราจำไม่ผิด ช่วงต้นของหนังเรื่องนี้คือฉากผู้หญิงทำ shibari แต่เราก็ไม่แน่ใจว่า มันคือช่วงต้นของ DECONSTRUCTING ANGELS หรือมันคือช่วงท้ายของ 3KAZ

 

ใครจำอะไรได้เพิ่มเติมเกี่ยวกับหนังเหล่านี้ก็ comment มาได้นะคะ

 

ส่วนหนังเรื่องอื่น ๆ ของ Theerapat Wongpaisarnkit ที่เราเคยดูมาแล้ว ก็มีเช่น

 

10. AMONG THE LIGHT (2011, Theerapat Wongpaisarnkit, 11.35min)

 

11. ROOMMATE (รูมเมท) (2011, Theerapat Wongpaisarnkit, 10:07 min)

12. BETWEEN THOUGHT AND EXPRESSION (มนุษย์หงุดหงิด) (2013, 10min)

 

13. JUNK SHIT MINDS (2014, 2min)

 

14. PLEASE CHECK YOUR BELONGING BEFORE LEAVING (โปรดตรวจสอบทรัพย์สินของท่านก่อนลุกจากที่นั่ง) (2014, Theerapat Wongpaisarnkit, 8min)

 

15. BANGKOK SCI-FI 603 (2015, Theerapat Wongpaisarnkit, Vutichai Tanglaksilathong, Thanakrit Khuntiudom, 13min)

 

16. BANMUN (บ้านหมุน) (2015, Theerapat Wongpaisarnkit, 3min)

 

17. FLUMMOXED COCOON (ดักแด้โกลาหล) (2017, musical film, 28min)

 

18. MGB: SOFTWHERE (2018, Theerapat Wongpaisarnkit, 26min)

 

19. JUNK FOOD FABLE (2020, Theerapat Wongpaisarnkit, 63min)

 

20. CAFFEINE VAMPIRE AND PISS ARSONIST (2022, Theerapat Wongpaisarnkit, 60min)

แต่เรายังไม่ได้ดู 06263 (2025, Theerapat Wongpaisarnkit, Jidapa Chirayangyuenyong, 9.30min) นะ

 

 

Friday, May 08, 2026

GEORGIAN CINEMA

 

ฉันรักเขา Kanji Ishimaru from TIME TRAVELLER: THE GIRL WHO LEAPT THROUGH TIME (2010, Masaaki Taniguchi, Japan, 122min, A+30)

 

Kanji Ishimaru น่าจะมีอายุราว ๆ 45 ปีตอนเล่นหนังเรื่องนี้ เขาหล่อมากในสายตาของเรา แต่ทำไมเหมือนเราไม่เคยเห็นเขาตอนหนุ่ม ๆ มาก่อน เราก็เลยไปหาข้อมูลดู แล้วก็พบว่า เขาเป็น “นักแสดงละครเวที” เขาเริ่มเล่นละครเวทีตั้งแต่อายุ 25 ปี และเพิ่งเริ่มแสดงละครโทรทัศน์ตอนอายุราว 44 ปี โธ่ เราก็เลยอดดูเขาตอนหนุ่ม ๆ เลย

 

ตอนแรกเรากะว่าจะไม่ดูหนังเรื่องนี้แล้ว เพราะตอนแรกเราเข้าใจผิดว่า มันเป็นการรีเมคหนังเรื่อง THE LITTLE GIRL WHO CONQUERERD TIME (1983, Nobuhiko Obayashi, Japan) ที่เราเคยดูที่ Japan Foundation ถนนอโศก แล้วเราจะดูเวอร์ชั่นรีเมคทำไมในเมื่อเราเคยดู original version ไปแล้ว

 

แต่พอเราได้ดูหนังเรื่องนี้จริง ๆ เราก็พบว่า มันไม่ใช่การรีเมค แต่เป็น sequel ต่างหาก มันคือ “ภาคต่อ” เพราะว่าเนื้อหาใน TIME TRAVELLER: THE GIRL WHO LEAPT THROUGH TIME มันคือเรื่องราวของ “รุ่นลูก” ของตัวละครใน THE LITTLE GIRL WHO CONQUERERD TIME

 

เราก็เลยดีใจมาก ๆ ที่ได้ดูหนังภาคต่อของหนังภาคแรกที่กำกับโดย Nobuhiko Obayashi โดยที่ภาคสองนี้สร้างห่างจากภาคแรกนานถึง 27 ปี

+++

 

BLACKBIRD BLACKBIRD BLACKBERRY (2023, Elene Naveriani, Georgia/Switzerland, 111min, A+30)

 

1. ชอบการใช้สีในหนังเรื่องนี้มาก ๆ สีสวยมาก ๆ เราเลยเอาภาพจากหนังเรื่องนี้มาลงในอัลบัมนี้ ซึ่งเป็นอัลบัมรวมหนังสีสวย

 

2. ดูหนังเรื่องนี้แล้วอินมากในระดับนึง เพราะหนังมันพูดถึงแรงปรารถนาทางเพศของสาวโสดวัย 48 ปี

 

3. ทำไม Georgia ถึงเป็นประเทศที่มาแรงในวงการภาพยนตร์ในระยะหลังนะ เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ที่แยกตัวออกมาจากสหภาพโซเวียตด้วยกัน เพราะว่านอกจาก BLACKBIRD BLACKBIRD BLACKBERRY แล้ว ภาพยนตร์จากประเทศ Georgia ในระยะนี้ ก็รวมถึง

 

3.1 APRIL (2024, Dea Kulumbegashvili)

3.2 DRY LEAF (2025, Aleksandre Koberidze)

3.3 IMAGO (2025, Déni Oumar Pitsaev)

 

แล้วในอดีต หนังอย่าง THE COLOR OF POMEGRANATES (1969, Sergei Parajanov) ก็อาจจะเรียกได้ว่า เป็นหนังสหภาพโซเวียต + อาร์เมเนีย + จอร์เจีย เพราะว่า Sergei Parajanov เกิดในจอร์เจีย และหนังเรื่องนี้ถ่ายทำในจอร์เจีย

 

เราก็เลยสงสัยว่า ทำไม Georgia ถึงมาแรงในช่วงนี้ เหมือนมาแรงกว่า Belarus, Moldova, Armenia, Azerbaijan, Kazakhstan, Turkmenistan, Kyrgizstan, Tajikistan, Uzbekistan แต่อาจจะอยู่ในระดับพอ ๆ กับ Ukraine ที่ได้รับความสนใจจากประชาคมโลกนับตั้งแต่เกิดสงครามขึ้นมา

 

4. ไม่รู้ว่าสาเหตุส่วนนึงเป็นเพราะ Georgia อาจจะมีรากฐานวัฒนธรรมของตนเองมายาวนานหลายพันปีหรือเปล่า เพราะว่า Georgia เคยเป็นที่ตั้งของอาณาจักร Colchis ที่ปรากฏอยู่ในตำนานกรีก และในตำนาน Jason and the Argonauts ซึ่งแสดงให้เห็นว่า บริเวณที่ตั้งของประเทศจอร์เจียนั้นเคยเป็นที่ตั้งของอาณาจักรที่อยู่ร่วมสมัยกับกรีกหรือเป็นอาณาจักรที่มาก่อนกรีกเสียอีก

 

5. Georgia เป็นประเทศที่มีภาษาและตัวอักษรที่ไม่เหมือนใครเลยด้วย เราชอบตัวอักษรของ Georgia มาก ๆ มันกลม ๆ และดูเผิน ๆ แล้วทำให้นึกถึงภาษาพม่า เห็นเขาบอกว่าตัวอักษรของ Georgia ถูกสร้างขึ้นเมื่อ 1500 ปีก่อน และไม่เกี่ยวข้องกับตระกูลภาษาอินโด-ยูโรเปียน เพราะฉะนั้นภาษาของ Georgia เลยแปลกประหลาดและ unique มาก

 

เราก็เลยไม่แน่ใจว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เลยทำให้ Georgia มีรากฐานวัฒนธรรมที่โดดเด่นเป็นของตัวเองมาก ๆ หรือเปล่า และสิ่งนี้อาจจะส่งผลกระทบต่อเนื่องมาจนถึง Georgian Cinema ในปัจจุบัน

 

6. ในส่วนของประเทศอื่น ๆ ที่แตกตัวออกมาจากโซเวียตนั้น เราว่า Lithuania เคยโดดเด่นมาก ๆ ในช่วงทศวรรษ 1990 เพราะ Sharunas Bartas และ Lithuania ก็ยังคงสร้างหนังดี ๆ ออกมาเรื่อย ๆ จนถึงปัจจุบัน แต่อาจจะไม่เปรี้ยงเท่ายุค 1990

 

Kazakhstan Cinema ก็เคยเปรี้ยงมาก ๆ ในทศวรรษ 1990 เพราะ Darezhan Omirbaev แต่หลังจากนั้นเหมือนหนังคาซัคสถานก็มีให้เห็นบ้างเป็นระยะ ๆ โดยเฉพาะหนังของ Adilkhan Yerzhanov แต่ก็เหมือนหนังคาซัคไม่เปรี้ยงปร้างบนเวทีโลกมากเท่ากับในทศวรรษ 1990 อีก

 

เราก็เลยสงสัยว่า มีปัจจัยใด ๆ บ้างที่อยู่ดี ๆ ทำให้ Georgian Cinema โดดเด้งขึ้นมาในระยะนี้

+++

 

ดีใจมาก ๆ กับหนัง 3 เรื่องที่เราเคยดูเพราะมันเข้าฉายตามเทศกาลในไทย แล้วได้รางวัลในงานนี้ ทั้ง

 

1. UNTIL THE ORCHID BLOOMS (Polen Ly, Cambodia)

เราได้ดูในงาน What the Doc ที่ House Samyan

 

2. COMPACT DISC (Rico Wong, Hong Kong)

เราได้ดูในงานฉายของ Wildtype ที่ Buffalo Bridge Gallery

 

3. COLOUR IDEOLOGY SAMPLING.MOV (Chan Cheuk-sze, Kathy Wong, Hong Kong/Taiwan)

เราได้ดูในงาน What the Doc ที่ Century Onnut

++++

 

ตอนแรกผมก็นึกว่าผมไม่เคยได้ยินชื่อหนังเรื่องนี้มาก่อน PACCHIGI พอไปเช็คดูแล้วก็พบว่า ผมเคยดูหนังเรื่องนี้แล้ว 555555 เพราะว่าทาง Japan Foundation ชอบเอาหนังเรื่องนี้มาฉายบ่อย ๆ โดยใช้ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษว่า WE SHALL OVERCOME SOMEDAY (2004, Kazuyuki Izutsu) 

 

Thursday, May 07, 2026

JENIN JENIN JANIN JENIN

 

1. กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด เพิ่งรู้ว่า หนังเรื่อง NADA (1976, Claude Chabrol, France, 110min) ที่นำแสดงโดย Lou Castel เคยลงโรงฉายในไทยแบบ commercial release ด้วย โดยเข้าฉายที่โรงแมคเคนนา และใช้ชื่อเรื่องภาษาไทยว่า “นาดา แก๊งค์”

 

Claude Chabrol นี่ถือเป็น one of my most favorite directors of all time เลย แต่เราไม่เคยรู้มาก่อนว่า หนังของเขาเคยเข้าโรงฉายในไทยแบบ commercial release ด้วย ก่อนหน้านี้เรารู้แต่เพียงว่า

 

1.1 มินิซีรีส์เรื่อง THE BLOOD OF OTHERS (1984, Claude Chabrol) ที่นำแสดงโดย Jodie Foster และดัดแปลงมาจากนิยายของ Simone de Beauvois เคยแพร่ภาพทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 และเราก็เคยดูมินิซีรีส์เรื่องนี้ ชอบมาก ๆ

 

1.2 หนังเรื่อง DR. M (1990, Claude Chabrol) ได้ออกเป็นวิดีโอลิขสิทธิ์ในไทย

 

1.3 หนังเรื่อง THE FLOWER OF EVIL (2003, Claude Chabrol, A+30) เคยได้ฉายโรงในไทยในเทศกาลภาพยนตร์

 

1.4 หนังของเขาจำนวนมากมายหลายเรื่องได้ฉายในโรงภาพยนตร์ของ Alliance Française in Bangkok ซึ่งเราก็ได้ดูหนังหลายเรื่องของเขาในโรงภาพยนตร์ที่นี่นี่แหละ

 

แต่เราไม่เคยรู้มาก่อนว่า มีหนังเรื่องไหนบ้างของ Chabrol ที่เคยเข้าโรงฉายแบบ commercial release ในไทย เราก็เลยดีใจมาก ๆ ที่ได้รู้ว่า NADA เคยเข้าฉาย กรี๊ดดดดดดดดดดดดด

 

2. ในภาพนี้ ส่วนบนน่าจะเป็นหนังเรื่อง “หนามยอกอก” (1979, Kornsawasdi กรสวัสดิ์, A+30) ซึ่งถือเป็น one of my most favorite Thai films of all time

 

3. ในภาพนี้มีหนังอิตาลีเรื่อง SHADOW OF THE KILLER หรือ DEATH RAGE (1979, Antonio Margheriti) ที่นำแสดงโดย Barbara Bouchet  ด้วย โดยหนังเรื่องนี้เข้าฉายในไทยในชื่อเรื่องว่า “มาเฟียโล้น” น่าดูมาก ๆ

 

4. อยากดู “ทวนคู่สะท้านภพ” ที่เข้าฉายที่รามาด้วย แต่ไม่แน่ใจว่ามันคือหนังเรื่องอะไร มันคือ THE HAND OF DEATH (1976, John Woo, Hong Kong) หรือเปล่า

 

5. อยากดู “เดชดาบฟ้าผ่า” หรือ TRAVELLING SWORDSMAN (1978, Hsieh Yuh-chen, Taiwan) ด้วย

 

6. สัญชาตญาณโหด (1979, Permpol Choey-arun) ก็น่าดูสุดขีด แต่เราเข้าใจว่าหนังเรื่องนี้น่าจะมีให้ดูในห้องสมุดของหอภาพยนตร์ ศาลายา

 

7. อยากดู “แผ่นเสียงตกร่อง” (1979, Apichat Phopairot อภิชาต โพธิ์ไพโรจน์) อย่างรุนแรง เพราะ Apichat Phopairot ถือเป็นผู้กำกับหนังไทยที่เราชื่นชอบสุดขีด แต่เราไม่แน่ใจว่า หนังเรื่องนี้หายสาบสูญไปแล้วยัง กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

 

8. สรุปว่า ในโฆษณาหน้านี้ที่น่าจะมาจากปี 1979 มีทั้งหนังไทย, ฝรั่งเศส, อิตาลี, ฮ่องกง และไต้หวันลงโรงฉายในไทยพร้อมกัน และมีทั้งหนังของ Claude Chabrol, เพิ่มพล เชยอรุณ, อภิชาต โพธิ์ไพโรจน์ และกรสวัสดิ์ ลงโรงฉายพร้อมกัน เริ่ดที่สุดค่ะ

+++

 

A BUNDLE OF SILENCES (2026, Sofia Gallisá Muriente, documentary, 24min, A+30)

 

เพิ่งรู้จากหนังเรื่องนี้ว่ามันมีขบวนการเรียกร้องเอกราชให้ Puerto Rico ด้วย

 

PENKELEMES (2025, Onyeke Igwe, UK/Nigeria, documentary, 19min, A+30)

 

หนังเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย Ibadan ในไนจีเรีย

 

Onyeke Igwe นี่เป็นผู้กำกับที่เหมือนมาแรงมากในระยะหลัง เพราะเราเห็นชื่อเธอบ่อยมาก ๆ ชอบหนังเรื่อง SPECIALISED TECHNIQUE (2018) ของเธอมาก ๆ

 

ATASH (THIRST) (1994, Parine Jaddo, Lebanon, 14min, A+30)

 

เหมือนหนังเรื่องนี้เล่าเรื่องราวอย่างน้อย 3 เรื่อง นั่นก็คือเรื่องของผู้กำกับ, เรื่องเล่าของผู้ชายที่เหมือนมีปัญหาอะไรสักอย่างกับกระจกและภรรยาของเขา และเรื่องเล่าของผู้หญิง เราชอบเรื่องเล่าของผู้หญิงอย่างรุนแรงมาก ถ้าหากเราจำไม่ผิด มันเป็นเรื่องราวของหญิงสาวในเลบานอนที่พบว่ามีเครื่องบินมาทิ้งระเบิดอย่างรุนแรงแถวบ้านของเธอ เธอก็เลยไปหลบในหลุมหลบภัย แล้วก็มีชายหนุ่มหลายคนมาชวนเธอไปร่วมรักด้วยกันในรถแวน เธอก็เลยไปร่วมรักกับชายหนุ่มหลายคนในรถแวนขณะที่เครื่องบินมาทิ้งระเบิดอย่างรุนแรง

 

เรื่องเล่าของผู้ชายน่าจะดัดแปลงมาจากนิยายเรื่อง THE BIG MIRROR (1977) ของ Mohamed Mrabet นักประพันธ์ชาว Morocco นิยายเรื่องนี้ได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษโดย Paul Bowles

 

End credits ของหนังเรื่องนี้มีขอบคุณ Rob Tregenza และ Haile Gerima ด้วย โดย Haile Gerima นั้นเป็นปรมาจารย์ภาพยนตร์แห่ง Ethiopia

 

เหมือนในโลกนี้มีหนังเรื่อง THIRST เป็นจำนวนเยอะมาก ๆ แต่ที่เราเคยดูแล้วชอบมากก็มีสองเรื่อง ซึ่งก็คือเรื่องนี้ของ Parine Jaddo กับ THIRST (2004, Tawfik Abu Wael, Palestine, A+30)

 

Haile Gerima

https://en.wikipedia.org/wiki/Haile_Gerima

 

THE BIG MIRROR

https://www.delibris.org/en/big-mirror

 

Parine Jaddo เคยกำกับภาพยนตร์มาแล้ว 5 เรื่อง

https://www.parinejaddo.com/films

 

++++

 

หนึ่งในสิ่งที่เรานึกถึงโดยไม่ได้ตั้งใจในขณะที่ดูภาพยนตร์เรื่อง THE DEVIL WEARS PRADA 2 (2026, David Frankel, A+25) ก็คือคุณนพพร ศุภพิพัฒน์ เพราะว่าในหนังเรื่องนี้ หนึ่งในตัวละครสำคัญก็คือ “นายทุนเจ้าของนิตยสาร” เราก็เลยนึกถึงคุณนพพรขึ้นมา เพราะคุณนพพรเป็นนายทุนเจ้าของนิตยสาร PULP ถ้าหากเราเข้าใจไม่ผิด และชีวิตของคุณนพพรก็อาจจะมีบางเรื่องราวที่น่าสนใจที่เหมาะนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์มาก ๆ

 

เราชอบนิตยสาร PULP ของคุณนพพรมาก ๆ นิตยสารหนังเล่มนี้มีบทความดี ๆ มากมาย อย่างเช่นบทความ SOUTHEAST ASIA HORROR ของคุณอลงกรณ์ คล้ายสีแก้ว ในนิตยสาร PULP เล่ม 28 ฉบับเดือนพ.ย. 2005 บทความนี้พูดถึงหนังที่น่าสนใจมากมาย อย่างเช่น

 

1. CURSE OF THE OILY MAN (1956, P. Ramlee, Singapore/Malaysia)

2. PONTIANAK (1957, B. Narayan Rao, Singapore)

3.THE BLOOD DRINKERS (1964, Gerardo de Leon, Philippines)

4. GHOST WITH HOLE (1981, Sisworo Gautama Putra, Indonesia)

5. THE SNAKE QUEEN (1982, Sisworo Gautama Putra, Indonesia)

6. THE WITCH WITH FLYING HEAD กระสือสวาท (1982, Chang Jen-chieh, Taiwan/Hong Kong)

7. TIYANAK (1988, Peque Gallaga, Lore Reyes, Philippines)

 

คิดถึงนิตยสาร PULP มาก ๆ

+++

 

ANOMALIES IN A LANDSCAPE (2025, Félix Caraballo, Canada, 8min, A+30)

 

หนังถ่ายด้วยฟิล์ม 16 มม. หนังสวยสุดขีดมาก ๆ

 

AN AFTERNOON WITH A GNAWA (2026, Meena Nanji, Morocco, documentary, 12min, A+30)

 

เหมือนก่อนหน้านี้เรามักได้ยินแต่เรื่องที่ “คนขาว” จับเอาคนดำในแอฟริกาไปเป็นทาส แต่พอเราดูสารคดีเรื่องนี้ เราถึงเพิ่งรู้ว่าในอดีตช่วงหลายร้อยปีก่อนเคยมีชาวอาหรับและคนแอฟริกาเหนือ ที่จับเอาคนดำจำนวนมากจากส่วนอื่น ๆ ของทวีปแอฟริกาไปเป็นทาสใน Morocco ด้วย ถ้าหากเราเข้าใจไม่ผิด

 

คนดำจำนวนมากที่ถูกคนอาหรับจับไปเป็นทาสเมื่อหลายร้อยปีก่อน ก็เลยร้องเพลงเยียวยาจิตใจตนเอง และเกิดเป็นแนวเพลง Gnawa ขึ้นมา

 

IT MUST BE BECAUSE I DECIDED TO LEAVE (2025, Chen Zhuoyun, USA, 19min, A+30)

 

เห็นบางเทศกาลภาพยนตร์จัดให้หนังเรื่องนี้เป็นหนังสารคดี เพราะมันมีความเป็น diary และ autofiction ด้วย แต่ดิฉันขอไม่จัดให้หนังเรื่องนี้เป็นหนังสารคดีนะคะ เพราะมันมีความ David Lynch มันมีความ “เหมือนฝัน บัณฑิตสกุล” มาก ๆ ค่ะ

 

ฉากรถไฟในหนังเรื่องนี้นี่คล้ายรถไฟในประเทศไทยมาก ๆ

 

https://www.dok-leipzig.de/en/film/it-must-be-because-i-decided-leave/archive

 

TO SUMMON A SEER (2026, Alan Medina, 8min, A+30)

++++

 

TRIPLE BILL FILM WISH LIST

 

BLOOD BERRIES (2025, Hathairat Phaholtap, documentary, A+30)

+ MONGREL (2024, Chiang Wei Liang + Yin You Qiao, Taiwan, A+30)

+ AIRY IN BUSAN (2026, Somphong Kunapratom, A+30)

 

ไตรภาคแรงงานไทยในต่างแดนยุคปัจจุบัน ทั้งในสแกนดิเนเวีย, ไต้หวัน และเกาหลีใต้

 

BLOOD BERRIES นี่ดูแล้วน่าตกใจที่สุด เพราะว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับ “เจ้าหน้าที่ภาครัฐ” ด้วย มันก็เลยรุนแรงมาก ๆ และสแกนดิเนเวียนั้นดูภายนอกน่าจะเจริญกว่าไต้หวันและเกาหลีใต้ แต่ปรากฏว่าแรงงานไทยในหนังสารคดีเรื่องนี้กลับเผชิญกับความโหดร้ายทารุณอย่างมาก ๆ

+++

 

เราดูจากเว็บไซต์ Prismatic Ground ค่ะ แต่มันหมดเขตไปแล้ว คือเราเห็นคุณ Warut Pornchaiprasartkul แปะลิงค์ไว้ใต้โพสท์ของเขาในช่วง 8 โมงเช้าวันจันทร์ที่ 4 พ.ค. 2026 แล้วมีเวลาดูแค่ราว ๆ 4 ชั่วโมงก่อนมันจะหมดเขตในช่วงราวเที่ยงวันจันทร์ เราก็เลยทันดูแค่ 7 เรื่องในเทศกาลนี้ค่ะ แล้วเราก็เพิ่งมีเวลาเขียนถึงหนัง 7 เรื่องที่ได้ดูในวันพุธ

 

ระหว่างที่เราดูหนังพวกนี้ในช่วง 08.30-12.00 น.ของวันจันทร์ เราก็เลยไม่ได้เขียนถึงหนังพวกนี้ในระหว่างที่ดูเลยค่ะ เพราะถ้าดูไปด้วย เขียนไปด้วย เราก็อาจจะมีเวลาดูได้แค่ 3 เรื่อง แทนที่จะดูได้ 7 เรื่อง 55555

https://www.prismaticground.com/year-six/program

+++

 

JENIN, JENIN (2002, Mohammad Bakri, Palestine, documentary, 54min, A+30)

 

รุนแรงมาก พอดูหนังสารคดีเรื่องนี้จบ เราก็เลยไปอ่านเพิ่มเติมจาก wikipedia เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่อิสราเอลสังหารหมู่ชาวปาเลสไตน์จำนวนมากในเมืองเจนินในปี 2002

 

Human Rights Watch reported that the refugee camp, which was the major battleground, suffered extensive damage. Witnesses stated unarmed people were shot and denied medical treatment, and as a result died. Human Rights Watch have regarded many killings to be unlawful such as the death of a 57-year-old wheelchair-using man who was shot and run over by a tank despite having attached a white flag on his wheelchair. A 37-year-old man who was paralysed was crushed under the rubble of his house, his family was not allowed to remove his body. A 14-year-old boy was killed as he travelled to purchase groceries during the temporary relief of the curfew that was imposed by the army. Medical staff were shot at (one nurse killed) while trying to reach the wounded even after clearly being in uniform displaying the red crescent symbol. 

 

 

เราดูหนังเรื่องนี้ทางเว็บไซต์ของ Palestine Film Institute

https://www.palestinefilminstitute.org/en/jenin-jenin

+++

Heather Graham เล่นเป็นหนึ่งในตัวร้ายที่ไล่ฆ่านางเอกใน THEY WILL KILL YOU จำเธอแทบไม่ได้เลย แต่ “ตัวละคร” ของเธออยู่ในระดับปานกลาง เหมือนเป็นตัวร้ายสาวผมทองรวย ๆ ที่ไม่ได้ฉลาดและไม่ได้มี aura มากนัก ในขณะที่ Patricia Arquette ได้บทตัวร้ายที่ดูน่าจดจำมากกว่า

+++

THE PARADISE OF THORNS วิมานหนาม (2024, Naruebet Kuno) ต้องออก DVD กลิ่นทุเรียนมาสู้แล้วค่ะ

++++

 

JANIN, JENIN (2024, Mohammad Bakri, Palestine, documentary, 60min, A+30)

 

อันนี้เป็นภาคต่อของ JENIN, JENIN (2002, Mohammad Bakri, Palestine, documentary, 54min, A+30) เพราะว่ากองทัพอิสราเอลบุกมาสังหารชาวปาเลสไตน์ในเมืองเจนินอีกครั้งหลังจากเวลาผ่านไปนาน 21 ปีจากภาคแรก

 

หนังเรื่องนี้มีการตัดต่อหลาย ๆ ฉากจากภาคแรกใส่เข้ามาเป็นระยะ ๆ และสิ่งที่หนักมากก็คือว่า ถ้าหากหลาย ๆ ฉากมันไม่ขึ้นตัวอักษรกำกับไว้ว่าอันนี้มันเป็นฉากจากปี 2002 หรือถ้าหากเราจำไม่ได้ว่าเราเคยดูฉากนี้ไปแล้วจากภาคแรก เราก็อาจจะแยกไม่ออกอีกต่อไปว่า ฉากไหนเป็นปี 2002 และฉากไหนเป็นปี 2024 เพราะว่าสภาพความเลวร้ายในเจนินยังคงเป็นเหมือนเดิม แม้เวลาจะผ่านไปนาน 21 ปีแล้วก็ตาม

 

เราดูหนังเรื่องนี้ทางเว็บไซต์ของ Palestine Film Institute

https://www.palestinefilminstitute.org/en/jenin-jenin

+++

 

งดงามที่สุด เห็นด้วยกับประโยคนี้มาก ๆ เพราะเราก็อยากดูหนังเรื่องนี้ของ Michael Snow ด้วยเช่นกัน

 

“อยากเห็นความเมจิค 17 เรื่องของคุณวีระ ตัดออกมาเป็นหนังยาวฉายปะทะ ‘Rameau’s Nephew’ by Diderot (Thanx to Dennis Young) by Wilma Schoen (1974, Michael Snow, 256 min) อย่างที่สุด”

https://web.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid0FgHqwXUvpyyac3guuayKPmndVXtvsnq7HNA1fyGKtiVX6zLiDREv9TeDJU5cY9mPl&id=100063881677771

 

+++

ผมเคยดู PLATOON แล้วครับ แต่ผมชอบ Tom Berenger ในฐานะ “ดาราหล่อ” ครับ 55555 ผมก็เลยชอบเขามากที่สุดตอนที่แสดงใน IF TOMORROW COMES (1986, Jerry London, miniseries) กับใน BETRAYED (1988, Costa-Gavras) เพราะตอนนั้นเขาอายุ 30 กว่าปี และยังหล่อมากอยู่ในช่วงนั้น

 

ผมได้ดู INCEPTION แต่ไม่ทันรู้ตัวเลยว่า เขาแสดงในหนังเรื่องนี้ด้วย 55555