Friday, October 23, 2026

LITTLE SPARKERS แสบพลังสปาร์คส VOL.1 (2026, graphic novel)

 

Films seen on Wednesday 21 October 2026

 

In my preferential order

 

1. THE BLACK BALL (2026, Javier Ambrossi, Javier Calvo, Spain, queer film, 155min, A+30)

 

เราซื้อตั๋วหนังเรื่องนี้ที่ House Samyan สองรอบต่อกันเลย เพราะว่าตอนดูรอบแรกเราหลับ ๆ ตื่น ๆ ในช่วงครึ่งชั่วโมงแรก เพราะฉะนั้นพอเราดูหนังรอบแรกเสร็จ เราก็เลยซื้อตั๋วหนังรอบสองเพื่อเข้าไปดูช่วง 1 ชั่วโมงแรกใหม่อีกครั้ง ไม่งั้นมันจะคาใจว่าเราหลับไปในช่วงไหนบ้าง หรือเราพลาดฉากอะไรไปบ้างในหนังเรื่องนี้

 

2. EXTENDED RELEASE (2020, Pratchaya Phinthong, video installation, 8.59min)

 

3. ISLAND FOUNTAIN (2024, Nawin Nuthong, video installation, 1min)

 

4. BAZAAR (2024, Nawin Nuthong, video installation, 1min)

 

ในงานวิดีโอทั้งสองชิ้นของ Nawin Nuthong นั้น ตัวป้ายบอกว่า วิดีโอแต่ละชิ้นยาว 1 นาที แต่เราใช้เวลาหลายนาทีมากในการดูงานวิดีโอสองชิ้นนี้ 55555 เพราะเราพยายามหาความเชื่อมโยงระหว่างเหตุการณ์แต่ละเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่องเล็ก ๆ แต่ละช่องในวิดีโอสองชิ้นนี้ เราก็เลยชอบงานวิดีโอสองชิ้นนี้มาก ๆ กราบมาก ๆ

 

5. FRICTION CURRENT: MAGIC MOUNTAIN PROJECT (2019, Jiandyin, video installation, 23.52min)

 

6. WATER LINE (2024, Torlarp Larpjaroensook, video installation, 2.27min)

 

ตัววิดีโอไม่ได้มีอะไรมาก แต่เราชอบตัวงานศิลปะที่มาคู่กับตัววิดีโอนี้

 

7. PART III: THE ETERNAL RECORD (2025, Pathompon Tesprateep, video installation, 12.06min, second viewing)

 

8. PART I: PLENG-KROM-DEK (LULLABY) (2019, Pathompon Tesprateep, video installation, 8.24min)

 

เราเพิ่งรู้ว่ามี “ภาษาเจ๊ะเห” อยู่ด้วย ประทับใจมาก ๆ ที่งานวิดีโอนี้ช่วยบันทึกภาษาเจ๊ะเหเอาไว้

 

สรุปว่าเราชอบหนัง/ภาพเคลื่อนไหว ทั้ง 8 เรื่องที่เราได้ดูในวันพุธในระดับ “ชอบสุดขีด” นะ ถือเป็นวันที่ดีงามมาก ๆ เพราะเราได้ดูหนัง/ภาพเคลื่อนไหวที่เราชอบสุดขีดถึง 8 เรื่องติดต่อกัน

 

และเราก็ได้ดูนิทรรศการ “สูงกว่าฟ้าต่ำกว่าหญ้านิดเดียว” ที่หอศิลป์ ราชดำเนินด้วย

 

ISLAND FOUNTAIN (2024, Nawin Nuthong, video installation, 1min)

+ BAZAAR (2024, Nawin Nuthong, video installation, 1min)

 

ในงานวิดีโอทั้งสองชิ้นของ Nawin Nuthong นั้น ตัวป้ายบอกว่า วิดีโอแต่ละชิ้นยาว 1 นาที แต่เราใช้เวลาหลายนาทีมากในการดูงานวิดีโอสองชิ้นนี้ 55555 เพราะเราพยายามหาความเชื่อมโยงระหว่างเหตุการณ์แต่ละเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่องเล็ก ๆ แต่ละช่องในวิดีโอสองชิ้นนี้ เราก็เลยชอบงานวิดีโอสองชิ้นนี้มาก ๆ กราบมาก ๆ

https://web.facebook.com/jit.phokaew/videos/1116832694039044

 ---------

เห็นคลิปในคดีนี้แล้วนึกถึงฉากนึงในหนังเรื่อง WE’RE NOTHING AT ALL (2026, Herman Yau, Hong Kong, queer film, A+30)

+++

 

เพิ่งฟังเทปนี้จบ ฟังแล้วก็ทำให้อยากดูหนังเรื่อง BLANCANIEVES (SNOW WHITE) (2012, Pablo Berger, Spain) กับละครเรื่อง MINDHUNTER (2017-2019) มาก ๆ เพิ่งเห็นว่า MINDHUNTER นี่กำกับโดย David Fincher, Carl Franklin, Andrew Douglas, Asif Kapadia, Tobias Lindholm, Andrew Dominik คือแค่เห็นชื่อผู้กำกับก็กราบแล้ว

 

+++

 

อยากกิน “ผักตู่ไทยป่า” มาก ๆ อยากรู้ว่ารสชาติของมันเป็นอย่างไร

 

เมื่อกี้เราลอง google หาข้อมูลเพิ่มเติม ก็เลยเพิ่งรู้ว่า มันมี “กะเพราผี” หรือ “ผักตู่วิเศษ” ด้วย เป็นพืชที่มักใส่ในแกงป่า แกงอ่อม และใช้ไล่ยุงได้ด้วย เราก็อยากลองกิน “กะเพราผี” ด้วยเหมือนกัน

++

 

LITTLE SPARKERS แสบพลังสปาร์คส VOL.1 (2026, graphic novel)

 

เนื้อเรื่องโดย สนธยา ทรัพย์เย็น และ ศุภโมกข์ ศิลารักษ์

วาดภาพโดย เกศรา จันทร์แดง

 

1. สนุกดี แต่เสียดายที่มันเป็นเพียงแค่เล่ม 1 มันยังไม่จบ เราคนอ่านก็เลยต้องรอดูกันต่อไป ว่าเนื้อเรื่องมันจะดำเนินต่อไปอย่างไร 55555

 

2. เหมือนมันเหมาะจะนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์หรือละครมาก ๆ เพราะว่าตัว graphic novel เล่มนี้มันชี้แนะไว้หมดแล้วว่า ถ้าหากมันถูกนำไปดัดแปลงสร้างเป็นภาพยนตร์ ตัวละครแต่ละตัวควรจะมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร, ตัวละครควรจะแสดงอารมณ์ความรู้สึกออกมามากน้อยแค่ไหน และที่สำคัญก็คือ “จังหวะการตัดต่อ” ของแต่ละฉากแต่ละซีน ควรจะเป็นอย่างไร

 

3. ช่วงแนะนำตัวละครในช่วงแรกของหนังสือเล่มนี้ แอบนึกถึงหนังเรื่อง DOCTOR SLEEP (2019, Mike Flanagan) ที่เปิดเรื่องด้วยการทยอยแนะนำตัวละครที่มีอิทธิฤทธิ์สูงแต่ละตัว แต่ว่าในนิยายเรื่องนี้ ตัวละครแต่ละตัวที่ถูกแนะนำในช่วงต้นเรื่อง มีอิทธิฤทธิ์เพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น 55555 ซึ่งก็เข้ากับจุดประสงค์หลักของเรื่อง

 

4. ดีใจที่มีการพาดพิงถึง SUKEBAN DEKA สิงห์สาวนักสืบ และ Yoko Minamino ในนิยายภาพเล่มนี้ด้วย 55555

 

5. ตัวละครเยอะ แต่นิยายเรื่องนี้ก็แจกแจงลักษณะของตัวละครแต่ละตัวได้ดี ทำให้เราไม่สับสน ทั้งชัย, สมาน, วัน, น้ำหวาน, จอร์จ, โย่ง, ครูสกล, พี่หนุ่ม และพี่พร

 

6. ชอบที่ชีวิตตัวละครมันถูกรายล้อมไปด้วยปัญหามากมาย ซึ่งเป็นปัญหาที่ประสบพบเจอได้ในโลกแห่งความเป็นจริง โดยเฉพาะในไทย ทั้งปัญหาความยากจน, คนไร้รัฐ, การยุบโรงเรียนในชนบท, จีนเทา, อิสราเอล, สนามกอล์ฟ, ทุนต่างชาติกับที่ดินทำกินของไทย, การผูกขาดต่าง ๆ ในระบบทุนนิยม, เกษตรพันธสัญญา, การปลูกข้าวโพดจนอาจจะกลายเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อม, ระบบเส้นสาย, การรีดไถของตำรวจ, etc.

 

ก็หวังว่าจะได้อ่านต่อเล่ม 2 และก็หวังว่าจะมีการนำ graphic novel เล่มนี้ไปดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ด้วยนะ

+++

 

ทดลองดูว่าเอไอเข้าใจจิตร โพธิ์แก้วมากน้อยแค่ไหน

 

เราทดลองให้ AI “Create a poster of an imaginary film from an imaginary director that Jit Phokaew would really worship wholeheartedly”

 

แล้วเอไอก็สร้าง poster หนังเรื่อง THE WEIGHT OF THE UNWATCHED หรือน้ำหนักของเฟรมที่ยังไม่ถูกมอง ที่กำกับโดย Narin Thongchai ออกมา พร้อมคำอธิบายเกี่ยวกับหนังเรื่องนั้น ซึ่งพอเราอ่านคำอธิบาย เราก็พบว่า เอไอมันเข้าใจไปเองว่า หนังที่เราจะ worship wholeheartedly ก็คือหนังเกี่ยวกับชีวิตของเราเอง 55555

 

แต่เอไอเข้าใจถูกต้องเรื่อง “สไตล์” ของหนังที่เราชอบ และมันก็เข้าใจอีกด้วยนะว่า เรามักจะหมกมุ่นกับ “หนังที่ตัวเองอยากดู แต่ยังไม่ได้ดู”

 

เสร็จแล้วเราก็ทดลองเอาคำอธิบายนั้นไปให้ AI สร้างเป็น trailer ออกมา แล้วก็ได้ผลออกมาดังคลิปนี้

 

เอไอเป็นคนแต่งชื่อผู้กำกับ Narin Thongchai ขึ้นมาเองนะ ซึ่งมันไปซ้ำกับชื่อคนจริง ๆ แต่เราไม่ได้มีเจตนาพาดพิงถึงบุคคลจริงใด ๆ นะ ชื่อผู้กำกับนี้เป็นชื่อของบุคคลสมมุติที่เอไอมันแต่งขึ้นมาเอง

 

อันนี้เป็นคำอธิบายจากเอไอเกี่ยวกับหนังเรื่อง THE WEIGHT OF THE UNWATCHED น้ำหนักของเฟรมที่ยังไม่ถูกมอง:

 

Narin Thongchai is a fictional reclusive Thai director who has spent decades making only one kind of film: extremely long, almost diary-like works (usually 4–6 hours) that sit somewhere between observational documentary, personal essay, and quiet fiction. He rarely appears in public, works with non-actors, and has almost no interest in conventional narrative or commercial release. His reputation exists almost entirely inside the short-film and experimental circuits.

 

THE WEIGHT OF THE UNWATCHED follows a man who has attended the same short-film marathon for more than twenty years. Instead of telling a story about him, the film simply stays with him—watching the films, waiting between screenings, walking home, lying in bed later replaying fragments. Over the course of its length, the short films he has seen begin to reappear not as quotations but as faint after-images that mix with his own memories of places, people, and years that have passed. Nothing is explained. The film trusts that the act of sustained, repeated looking is already meaningful.

 

It would land as an A+30 for Jit because it treats the private ritual of long-term film-watching with the same seriousness and tenderness that other directors reserve for grand historical or romantic subjects. It has the patience of Hamaguchi, the ghostly memory of Apichatpong, the diary impulse of Jonas Mekas, and the quiet respect for small cinematic moments that defines the short-film world Jit has followed for decades—without ever trying to flatter or summarize that world. It simply stays inside it.

 

ความเห็นของเรา: ตอนนี้เอไอเข้าใจถูกต้องว่าเราชอบหนังแนวไหน แต่ดูเหมือนว่าเอไอจะเข้าใจไปเองว่า หนังที่เราจะ worship wholeheartedly ก็คือหนังเกี่ยวกับชีวิตของเราเอง และสิ่งนี้ก็แสดงให้เห็นว่าเอไอยังไม่สามารถคิดสร้างสรรค์อะไรจริง ๆ ตรงจุดนี้ได้

 

และเมื่อเราดูคลิปที่ออกมา เราก็พบว่าเอไอยังไม่สามารถสร้างภาพเคลื่อนไหวให้ใกล้เคียงกับแนวหนังที่เราชอบจริง ๆ ได้ ซึ่งนั่นก็อาจจะเป็นสิ่งที่ดีแล้ว เพราะถ้าหากเอไอมันเก่งเกินไป เราก็คงกลัวมันเหมือนกัน 55555

https://web.facebook.com/jit.phokaew/videos/2355617401855835

 

Thursday, October 22, 2026

EXTENDED RELEASE (2020, Pratchaya Phinthong, video installation, 8.59min)

 

อยากให้มีคนสร้างหนัง MADAM KOI KOI VS. ผีกองกอย

+++

 

Films seen on Tuesday 20 October 2026

 

In my preferential order

 

1. WHALEFALL (2026, Brian Duffield, USA/Canada/New Zealand, 105min, A+30)

 

ดีใจที่ Elisabeth Shue ยังมีชีวิตอยู่

 

2. STREET FIGHTER (2026, Kitao Sakurai, USA/Japan, 119min, A+10)

 

รักดนตรียุค 90s ในหนังเรื่องนี้ โดยเฉพาะเพลง BE MY LOVER ของ La Bouche

+++

 

EXTENDED RELEASE (2020, Pratchaya Phinthong, video installation, 8.59min)

 

ประทับใจงานวิดีโอและงานศิลปะนี้มาก ๆ แต่เราสังเกตเห็นว่าตัววิดีโอที่ฉายในงานนี้ มันฉายลงไปบนจอภาพยนตร์ที่มี “รอยปะชุน” ที่ชัดมาก ๆ 5 จุด โดยมีจุดนึงใหญ่มาก เหมือนมีคนเอาทองคำเปลวขนาดยักษ์ไปแปะไว้บนจอ และจอภาพยนตร์ก็มีรอยฉีกขาดอย่างเห็นได้ชัด 1 จุดด้วย เราก็เลยสงสัยว่า รอยปะชุนขนาดยักษ์และรอยฉีกขาดบนจอภาพยนตร์นี้ มันเป็นความตั้งใจของศิลปินด้วยหรือเปล่า 55555

 

ยอมรับว่าเดี๋ยวนี้เราแยกไม่ออกแล้วล่ะว่า อะไรมันเป็นอะไร

 

อีกจุดนึงที่เราสงสัยแต่ไม่เกี่ยวกับตัวงานชิ้นนี้ แต่เกี่ยวกับตัวนิทรรศการนี้ ก็คือว่า ในนิทรรศการนี้ “สูงเสียดฟ้าต่ำกว่าหญ้านิดเดียว” ตัวแผ่นป้ายคำบรรยายงานศิลปะต่าง ๆ มันใช้ตัวอักษรสีดำ แต่มันมีการทำตัวอักษรบางตัวให้เป็นสีแดงตลอดทั้งงานนี้ อย่างเช่นคำว่า “Pratchaya Phinthong”  “ปรัชญา พินทอง” ตัว g กับตัว ร และไม้หันอากาศ มันถูกทำให้เป็นสีแดง ในขณะที่ตัวอักษรอื่น ๆ ใช้สีดำ เราก็เลยสงสัยว่า มันมี pattern อะไรหรือเปล่าในการเลือกตัวอักษรบางตัวให้เป็นสีแดง หรือมันซ่อนรหัสลับอะไรไว้ หรือทุกอย่างมันแค่เป็นการ random ว่าตัวอักษรตัวไหนบ้างที่จะเป็นสีแดงหรือสีดำ 55555

+++

 

ในที่สุด ลูกหมีกับแม่หมีก็ช่วยกันตากผ้าได้โดยไม่มีมาดามดอกเหมยดำมากวนใจ จบ

https://web.facebook.com/jit.phokaew/videos/1149351567522637

+++

 

พอเราได้ดู THE BLACK BALL (2026, Javier Ambrossi, Javier Calvo, Spain, 155min, A+30) ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ Federico García Lorca และ  Rafael Rodríguez Rapún ซึ่งเป็นชายคนรักของ Lorca เราก็เลยอยากดูหนังเรื่อง LITTLE ASHES (2008, Paul Morrison, UK/Spain, 112min) ควบด้วย เพราะหนังเรื่องนั้นสร้างจากเรื่องจริงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง Federico García Lorca, Luis Buñuel และ Salvador Dalí สามผู้ยิ่งใหญ่แห่งวงการวรรณกรรม, ภาพยนตร์ และจิตรกรรม

 

ใน LITTLE ASHES นั้น Robert Pattinson รับบทเป็น Salvador Dalí, Javier Beltrán รับบทเป็น Federico García Lorca และ Matthew McNulty รับบทเป็น Luis Buñuel

 

หนังอีกเรื่องที่เราอยากดู และพูดถึงประเด็นเดียวกัน ก็คือ GENERACIÓN: BUÑUEL, LORCA, DALÍ (2018, Javier Espada, Albert Montón, Spain, documentary, 75min)

 

Federico García Lorca เคยเขียนบทกวี ODE TO SALVADOR DALÍ ไว้ในปี 1926 ด้วย

 

A rose in the high garden you desire.
A wheel in the pure syntax of steel.
The mountain stripped bare of Impressionist fog,
The grays watching over the last balustrades.

The modern painters in their white ateliers
clip the square root's sterilized flower.
In the waters of the Seine a marble iceberg
chills the windows and scatters the ivy.

Man treads firmly on the cobbled streets.
Crystals hide from the magic of reflections.
The Government has closed the perfume stores.
The machine perpetuates its binary beat.

An absence of forests and screens and brows
roams across the roofs of the old houses.
The air polishes its prism on the sea
and the horizon rises like a great aqueduct.

Soldiers who know no wine and no penumbra
behead the sirens on the seas of lead.
Night, black statue of prudence, holds
the moon's round mirror in her hand.

A desire for forms and limits overwhelms us.
Here comes the man who sees with a yellow ruler.
Venus is a white still life
and the butterfly collectors run away.

Cadaqués, at the fulcrum of water and hill,
lifts flights of stairs and hides seashells.
Wooden flutes pacify the air.
An ancient woodland god gives the children fruit.

Her fishermen sleep dreamless on the sand.
On the high sea a rose is their compass.
The horizon, virgin of wounded handkerchiefs,
links the great crystals of fish and moon.

A hard diadem of white brigantines
encircles bitter foreheads and hair of sand.
The sirens convince, but they don't beguile,
and they come if we show a glass of fresh water.

Oh Salvador Dali, of the olive-colored voice!
I do not praise your halting adolescent brush
or your pigments that flirt with the pigment of your times,
but I laud your longing for eternity with limits.

Sanitary soul, you live upon new marble.
You run from the dark jungle of improbable forms.
Your fancy reaches only as far as your hands,
and you enjoy the sonnet of the sea in your window.

The world is dull penumbra and disorder
in the foreground where man is found.
But now the stars, concealing landscapes,
reveal the perfect schema of their courses.

The current of time pools and gains order
in the numbered forms of century after century.
And conquered Death takes refuge trembling
in the tight circle of the present instant.

When you take up your palette, a bullet hole in its wing,
you call on the light that brings the olive tree to life.
The broad light of Minerva, builder of scaffolds,
where there is no room for dream or its hazy flower.

You call on the old light that stays on the brow,
not descending to the mouth or the heart of man.
A light feared by the loving vines of Bacchus
and the chaotic force of curving water.

You do well when you post warning flags
along the dark limit that shines in the night.
As a painter, you refuse to have your forms softened
by the shifting cotton of an unexpected cloud.

The fish in the fishbowl and the bird in the cage.
You refuse to invent them in the sea or the air.
You stylize or copy once you have seen
their small, agile bodies with your honest eyes.

You love a matter definite and exact,
where the toadstool cannot pitch its camp.
You love the architecture that builds on the absent
and admit the flag simply as a joke.

The steel compass tells its short, elastic verse.
Unknown clouds rise to deny the sphere exists.
The straight line tells of its upward struggle
and the learned crystals sing their geometries.

But also the rose of the garden where you live.
Always the rose, always, our north and south!
Calm and ingathered like an eyeless statue,
not knowing the buried struggle it provokes.

Pure rose, clean of artifice and rough sketches,
opening for us the slender wings of the smile.
(Pinned butterfly that ponders its flight.)
Rose of balance, with no self-inflicted pains.
Always the rose!

Oh Salvador Dali, of the olive-colored voice!
I speak of what your person and your paintings tell me.
I do not praise your halting adolescent brush,
but I sing the steady aim of your arrows.

I sing your fair struggle of Catalan lights,
your love of what might be made clear.
I sing your astronomical and tender heart,
a never-wounded deck of French cards.

I sing your restless longing for the statue,
your fear of the feelings that await you in the street.
I sing the small sea siren who sings to you,
riding her bicycle of corals and conches.

But above all I sing a common thought
that joins us in the dark and golden hours.
The light that blinds our eyes is not art.
Rather it is love, friendship, crossed swords.

Not the picture you patiently trace,
but the breast of Theresa, she of sleepless skin,
the tight-wound curls of Mathilde the ungrateful,
our friendship, painted bright as a game board.

May fingerprints of blood on gold
streak the heart of eternal Catalunya.
May stars like falconless fists shine on you,
while your painting and your life break into flower.

Don't watch the water clock with its membraned wings
or the hard scythe of the allegory.
Always in the air, dress and undress your brush
before the sea peopled with sailors and ships.

 

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง Federico García Lorca และ Salvador Dalí ได้ที่

https://glreview.org/article/the-love-song-of-lorca-and-dali/

 

Wednesday, October 21, 2026

Films seen on Monday 19 October 2026

 

เพิ่งนึกขึ้นได้ว่า Sompot Chidgasornpongse เคยนำแสดงใน TWENTY CIGARETTES (2011, James Benning, 99min) แต่จนป่านนี้เรายังไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้เลย หวังว่าจะมีผู้จัดจำหน่ายภาพยนตร์ในไทย ซื้อหนังเรื่องนี้มาฉายในไทยให้เราได้ดูกันบ้างนะคะ

+++

 

ช่วงนี้เราฝันแบบนี้หลายครั้งมาก เราก็เลยขอจดบันทึกความฝันไว้หน่อย

 

เรามักจะฝันว่า มีหญิงชราคนนึง แต่งกายคล้าย ๆ คนในรูป ยืนอยู่ที่ระเบียงอพาร์ทเมนท์ของเรา แล้วพยายามจะเข้ามาในห้องของเรา แต่เข้ามาไม่ได้ เธอก็เลยเอาหน้ามาแนบกับประตูที่ระเบียง เราก็งงว่าเธอมาจากไหน เราก็เลยเปิดประตูระเบียง แล้วเราก็ออกไปที่ระเบียง เพื่อจะได้ถามว่าเธอเป็นใคร มาจากไหน ต้องการอะไร แต่แล้วหญิงชราคนนั้นก็หายไป เราก็เลยไม่ได้สอบถามเสียทีว่า เธอต้องการอะไร

+++

 

ชายหนุ่มกับ Shapeshifter ตนหนึ่งต่อสู้กันอย่างรุนแรง ทั้งสองโรมรันพันตูกันอย่างหนัก จนส่งผลให้เสื้อผ้าของชายหนุ่มขาดวิ่น และส่งผลให้ผิวหนังของทั้งสองเสียดสีกันไปมา จนเกิดเป็นอารมณ์สยิวกิ้วขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ ในที่สุด Shapeshifter ก็พ่ายแพ้ต่อความเซ็กซี่ของชายหนุ่ม ทั้งสองก็เลยหันมาร่วมรักกันแทนที่จะต่อสู้กัน MAKE LOVE NOT WAR ค่ะ

 

ต่อมา Shapeshifter ตนนี้ก็ได้ให้กำเนิดบุตรีคนหนึ่งที่เป็นครึ่งมนุษย์ ครึ่ง Shapeshifter

 

(โพสท์นี้ไม่มีสาระอะไร แค่เป็นการจดบันทึกโลกจินตนาการฮา ๆ ในหัวของเราค่ะ)

https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid0k2KpTajQKXhWE68bL9kSvfzCpc83HM5cpZRaNtCRJAnriKgwHZfsZJh7nyjJNfvzl

 

+++

 

เมื่อวันจันทร์เราไปดูหนังที่ Doc Club สองเรื่อง เสร็จแล้วก็เลยลองมากินอาหารที่ร้าน “บ้านหญิง” ตรง True Digital Park ฝั่ง West อาหารอร่อยดีและมาเร็วดีด้วยค่ะ

 

++

 

Films seen on Monday 19 October 2026

 

In my preferential order

 

1. NAZA (2026, Yuval Abraham, Rachel Szor, UK/USA, about Israel and Palestine, documentary, 80min, A+30)

 

หนักที่สุด นึกว่าต้องฉายควบกับ THE INEXTINGUISHABLE FIRE (1969, Harun Farocki, West Germany, documentary, A+30) และ WAR AT A DISTACE (2003, Harun Farocki, Germany, documentary, A+30) เพราะว่า THE INEXTINGUISHABLE FIRE นำเสนอบุคคลต่าง ๆ ที่มองว่าตัวเองเป็นเพียงแค่ “ฟันเฟืองเล็ก ๆ” ในสงครามเวียดนาม เพราะฉะนั้นพวกเขาก็เลยไม่รู้สึกผิดอะไรที่เด็ก ๆ ในเวียดนามได้รับความเจ็บปวดอย่างรุนแรงจากระเบิดนาปาล์ม (ถ้าหากเราจำไม่ผิด)

 

ส่วน WAR AT A DISTANCE ก็นำเสนอเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้นเรื่อย ๆ ในสงคราม ซึ่งส่งผลให้ทหารในสงครามมีความรู้สึกห่างไกลจาก “เหยื่อ” มากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งคุณ acquarello (นักวิจารณ์ที่เราชื่นชอบมาก) เคยเขียนถึง WAR AT A DISTANCE ว่า เป็นหนังที่แสดงให้เห็นถึงความ depersonalization ของสงครามยุคใหม่ และเธอระบุว่าในหนังเรื่องนี้ “Farocki creates an intelligent examination on the evolving meaning of images, cognition, and recognition, and a compelling discourse on war as an increasingly abstract, impersonal, dissociated, and alienated form of a historically conventional “human” act of populational engagement.”

 

เพราะฉะนั้นตอนที่เราดู NAZA เราก็เลยนึกถึงหนังหลาย ๆ เรื่องของ Harun Farocki อย่างรุนแรงมาก ๆ

 

แอบสงสัยด้วยว่า สิ่งที่คนต่าง ๆ ในหนังเรื่อง NAZA ทำไป ถือเป็นสิ่งที่ใกล้เคียงกับ concept เรื่อง THE BANALITY OF EVIL ด้วยหรือเปล่า

 

2. TIM’S VERMEER (2013, Teller, USA, documentary, 80min, A+30)

 

3. RUNNER (2026, Scott Waugh, Australia/USA/UK, 98min, A+25)

 

นึกว่าต้องฉายควบกับ RIDERS (2024, Nitiwat Cholvanisiri, A+20) และ RESIDENT EVIL (2026, Zach Cregger, A+25) เพราะว่าพระเอกของหนังทั้งสามเรื่องนี้ ทำอาชีพรับส่งของเหมือนกัน และต้องไปส่งของที่โรงพยาบาลเหมือน ๆ กันทั้งสามเรื่อง แต่ RIDERS เป็น horror comedy ส่วน RESIDENT EVIL เป็น sci-fi horror comedy และ RUNNER เป็นหนัง action

 

 

Tuesday, October 20, 2026

Films seen on Sunday 18 October 2026

 

เราชอบ Zard และเพลง MAKENAIDE (1993) หรือ DON’T GIVE UP (อย่ายอมแพ้) มานาน 30 กว่าปีแล้ว แต่เมื่อกี้เราเพิ่งเข้าไปอ่านใน wikipedia แล้วเราถึงเพิ่งรู้ว่า เพลงนี้มันเป็นเพลง theme song ประจำ “ทศวรรษที่สูญหาย” ของญี่ปุ่น หรือทศวรรษ 1990 ที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นทรุดตัวลงอย่างรุนแรงหลังฟองสบู่แตก นอกจากนี้ อิซูมิ ซากาอิ นักร้องนำของ Zard ยังบอกว่า เพลงนี้เป็นเพลงที่ให้กำลังใจผู้ชายก่อนเข้าสอบด้วย

 

อันนี้คือเนื้อหาจาก wikipedia

 

It was a song that greatly appealed to the Japanese public. Released at a time that is now seen as the beginning of Japan's post economic bubble era when the Nikkei 225 Index had shrunk in value by a third in only three years, "Makenaide" (Don't Give Up) became known as the theme song of the country's "Lost Decade." While Izumi Sakai commented on the television show Music Station that it would encourage men taking examinations, many people said this song helped them cope with difficult issues such as school bullying. Zard fans’ favorite phrase, "Run through until the End," was originally "Do Not Give Up until the End."

 

MAKENAIDE

https://youtu.be/_4DJkOUU648?si=HvqKg94UkihJW_PD

+++

 

Films seen on Sunday 18 October 2026

 

In my preferential order

 

1. PURGE THIS LAND (2006, Lee Anne Schmitt, USA, documentary, 80min, A+30)

 

ชอบสุดขีด นึกว่าต้องฉายควบกับ SHERMAN’S MARCH (1985, Ross McElwee, USA, documentary, 157min, A+30) เพราะหนังสองเรื่องนี้มันพูดถึง landscapes ของ “สงครามกลางเมืองในอเมริกา” เหมือนกัน และเราว่ามันเหมาะฉายควบกับ PROFIT MOTIVE AND THE WHISPERING WIND (2007, John Gianvito, USA, documentary, A+30) ด้วย เพราะหนังสองเรื่องนี้มันพูดถึง landscapes ของ “ประวัติศาสตร์บาดแผลของสหรัฐอเมริกา” เหมือนกัน

 

2. GOING HOME (2026, Kamal Aljafari, Germany/Palestine/France, documentary, 20min, A+30)

 

3. THE WASH (2006, Lee Anne Schmitt, USA, documentary, 20min, A+30)

 

4. UNDR (2024, Kamal Aljafari, Palestine/Germany, 15min, second viewing, A+30)

 

5. TREASURE ISLAND (2026, Miryam Charles, Canada, 18min, A+30)

 

6. TO YOU IN THE BEYOND (2026, Junichi Wada, Japan, animation, 116min, A+30)

 

นึกว่าต้องฉายควบกับ THE MIRACLES OF THE NAMIYA GENERAL STORE (2017, Ryuichi Hiroki, Japan, 129min, A+30)

 

7. SONG FOR THE NEW WORLD (2021, Miryam Charles, Canada, 9min, A+30)

 

ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมามีการฉาย RAZEH-DEL (2024, Maryam Tafakory, Iran/UK/Italy, documentary, 28min, A+30) ในงาน Flaherty ด้วย แต่เราเคยดูหนังเรื่องนี้มาก่อนหน้านี้แล้วในเทศกาล Bangkok Experimental Film Festival ในช่วงต้นปี 2025 เราก็เลยหลับไปตอนที่มีการฉายหนังเรื่องนี้ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

+++

 

มาดามดอกเหมยดำต่อสู้กับลูกหมี มาดามดอกเหมยดำใช้ดอกเหมยดำเป็นอาวุธ ลูกหมีเลยใช้เชื้อราจากอวัยวะของเธอทำลายดอกเหมยดำ ลูกหมีขว้างตุ๊กตาหมีใส่มาดามดอกเหมยดำ มาดามดอกเหมยดำคว้าตุ๊กตาหมีเอาไว้ได้ มาดามดอกเหมยดำพูดว่า “กูจะขยี้อาวุธของมึงให้แหลกเป็นจุณ” แต่จริง ๆ แล้วตุ๊กตาหมีเป็นระเบิด แล้วมันก็ระเบิดใส่มาดามดอกเหมยดำ

 

ซีนพวกนี้ส่วนใหญ่แล้วเป็นสิ่งที่เรากับเพื่อน ๆ มัธยมเคยจินตนาการกันไว้เล่น ๆ ในช่วงราวปี 1989-1990 น่ะ แต่ยุคนั้นเรากับเพื่อน ๆ ก็ไม่สามารถทำอะไรกันได้มากไปกว่า คุยกันเล่น ๆ และ “สร้างโลกจินตนาการร่วมกัน” แต่พอผ่านมา 37 ปี เทคโนโลยีเอไอของยุคสมัยนี้ก็อาจจะช่วยถ่ายทอดหรือจดบันทึกโลกจินตนาการเล่น ๆ ฮา ๆ ของเรากับเพื่อน ๆ มัธยมเมื่อ 37 ปีก่อนออกมาได้บ้างนิดหน่อย ถึงแม้จริงๆ แล้วคลิปเอไอที่ออกมามันดูง่อยเปลี้ยมาก ๆ เมื่อเทียบกับสิ่งที่อยู่ในหัวของพวกเรา 555

https://web.facebook.com/jit.phokaew/videos/1147939837759838

 

Monday, October 19, 2026

Films seen on Saturday 17 October 2026

 

Films seen on Saturday 17 October 2026

 

In my preferential order

 

1. THIS HOUSE (2022, Miryam Charles, Canada, 72min, A+30)

 

2. A FIDAI FILM (2024, Kamal Aljafari, Palestine/Germany/Qatar/Brazil/France, documentary, 78min, third viewing, A+30)

 

เมื่อวานเราได้ดูหนังเรื่องนี้เป็นรอบที่ 3 แต่มันเป็นหนังที่เราสามารถดู 3 รอบได้ เพราะมันเป็นหนังที่เรา “จำรายละเอียดแทบไม่ได้เลย” เพราะหนังมันประกอบไปด้วย fragments ต่าง ๆ มากมาย ไม่มีเส้นเรื่องแบบตรง ๆ

 

คือเราชอบหนังเรื่องนี้อย่างสุดขีดใน 2 รอบแรกที่เราได้ดูนะ แต่พอเราจำสิ่งที่เกิดขึ้นในหนังได้เพียงแค่ราว 20% เท่านั้น เราก็เลยคิดว่า เราดูมันเป็นรอบที่ 3 ด้วยเลยดีกว่า เผื่อจะช่วยให้จำ scenes ต่างๆ  ในหนังได้มากยิ่งขึ้น

 

3. BALCONIES (2007, Kamal Aljafari, Germany/Switzerland, documentary, 7min, A+30)

 

4. ALL THE DAYS OF MAY (2023, Miryam Charles, Canada, 7min, A+30)

 

5. BLUE REMEDY (2025, Pramot Numsinlark, Chanon Dahan, Thailand, 25min, A+30)

 

6. THE GARDEN OF SINNERS: REMAINING SENSE OF PAIN (2008, Mitsuru Obunai, Japan, animation, 58min, A+30)

 

7. THE GARDEN OF SINNERS: OVERLOOKING VIEW (2007, Ei Aoki, Japan, animation, 49min, A+30)

 ++++++++

เนื้อหาในคลิปนี้ต่อจากคลิปเอไอเมื่อวานนี้ – หลังจาก “มาดามดอกเหมยดำ” กำราบ “สามสาว Raspberry, Strawberry, Pineapple” เสร็จแล้ว มาดามดอกเหมยดำก็เดินมาเจอแม่หมีกับลูกหมีช่วยกันตากผ้า จบ

https://web.facebook.com/jit.phokaew/videos/1094051380146483

 

+++

 

บันทึกการดำรงอยู่ของตัวเราในฐานะจุดจุดหนึ่งในโรงภาพยนตร์

https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid0zE6VDN91eocaJc9d4oVCgMmmmppPkUBiQAgR1moxQqAXGmXgrswrkWuKtwdBMwryl

 

วันนี้เราได้กลับมาดูหนังที่เซ็นทรัล ปิ่นเกล้าเป็นครั้งแรกในรอบราว 21 ปีได้มั้ง เพราะถ้าหากเราจำไม่ผิด หนึ่งในหนังเรื่องท้าย ๆ ที่เราได้ดูที่โรงหนังเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ก็คือ HEAD IN THE CLOUDS (2004, John Duigan, UK/Canada/USA, 132min) โดยเราได้ดู HEAD IN THE CLOUDS ที่โรงหนังเซ็นทรัล ปิ่นเกล้าในวันที่ 29 ม.ค. 2005 แล้วหลังจากนั้นก็เหมือนเราจะไม่ได้กลับมาดูหนังที่โรงนี้อีกเลย เพราะหลังจากนั้นหนังต่าง ๆ ที่เข้าฉายที่โรงนี้ก็เป็นหนังที่เราสามารถหาดูในโรงอื่น ๆ ได้โดยง่าย

 

วันนี้เราก็เลยได้ลองกินพิซซ่าที่ร้าน Le Cello Pizzeria ที่ชั้น 5 ของห้างเซ็นทรัล ปิ่นเกล้าด้วย อร่อยดีค่ะ

 

ส่วนหนังที่เราได้ดูในวันนี้ที่เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ก็คือ TO YOU IN THE BEYOND (2026, Junichi Wada, Japan, animation, 116min, A+30)

 

แต่โรงหนังในเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ถือเป็นโรงหนังในความทรงจำของเรานะ เพราะเราจำได้ว่า มีวันนึงในช่วงท้าย ๆ ปี 1995 ที่เราได้ดู THE BRIDGES OF MADISON COUNTY (1995, Clint Eastwood, 135min, A+30) แล้วต่อด้วย “นักฆ่าตาชั้นเดียว” FALLEN ANGELS (1995, Wong Kar-wai, Hong Kong, 99min, A+30) ที่โรงหนังในเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า แล้วมันถือเป็น one of the happiest days in my cinephile life เพราะเราชอบหนังทั้งสองเรื่องนี้ในระดับ ones of my most favorite films of all time แล้วพอดูหนังสองเรื่องนี้ต่อกันในวันเดียวกัน อารมณ์มันก็เลยพีคสุดขีดมาก ๆ

 

เรายังจำได้เลยว่า ก่อนเราเดินเข้าไปดูหนังในวันนั้น เราเดินเข้าโรงหนังไปในฐานะจิตร โพธิ์แก้ว แต่พอเราเดินออกจากโรงหนัง เราพร่ำบอกตัวเองว่า “ฉันคือหลี่เจียซินใน FALLEN ANGELS” แล้วหลังจากนั้นเราก็พยายามสะกดจิตตัวเองว่า “ฉันคือหลี่เจียซินใน FALLEN ANGELS” อยู่นานหลายเดือน 55555

Sunday, October 18, 2026

Films seen on Friday 16 October 2026

 

Films seen on Friday 16 October 2026

 

In my preferential order

 

1. FOREIGN BODIES (2025, Taiki Sakpisit, Thailand, 23.13min, A+30)

 

2. EVIDENCE (2025, Lee Anne Schmitt, USA, documentary, 75min, A+30)

 

3. IF WE REMEMBER, WILL GOD FORGET? (2025, Chanasorn Chaikitiporn, Thailand, documentary, 20.35min, A+30)

 

4. IMAGES OF FIRE (2026, Buariyate Eamkamol, Thailand, documentary, 25.33min, second viewing, A+30)

 

5. UP AGAINST THE WALL (2018, Nuttapon Sawasdee, Thailand, 19.30min, second viewing, A+30)

 

6. JAILER 2 (2026, Nelson Dilipkumar, India, 175min, A+30)

 

7. MARCH OF THE TERMITE (2024, Nuttapon Sawasdee, Thailand, 3.15min, second viewing, A+30)

 

มาดามดอกเหมยดำ ตบกับ สามสาว Raspberry, Strawberry, Pineapple

https://web.facebook.com/jit.phokaew/videos/1739179357189934

 

เจ้าแม่เบญจมา ท้าทำ ปะทะฉลามกลางทะเลหลวง

https://web.facebook.com/jit.phokaew/videos/1603213247609869

 

Saturday, October 17, 2026

Films seen on Thursday 15 October 2026

 

เมื่อวันจันทร์เราทดลองจับเวลาในการเดินทางจากอิมพีเรียลเวิลด์ สำโรง ไป True Digital Park ตรงปุณณวิถี พบว่าใช้เวลาเดินทางราว 23 นาที

 

เราเริ่มเดินทางราว 16.50 น. สิ้นสุดการเดินทางราว 17.13 น.

 

เราต้องจำเวลาพวกนี้ไว้ เผื่อวันหลังเราวางแผนวิ่งรอกดูหนังระหว่าง “เมเจอร์ สำโรง” กับ DOC CLUB เราจะได้กะเวลาในการเดินทางวิ่งรอกได้อย่างถูกต้อง

 

From the exhibition IN FLUX แปรเปลี่ยน by Sisana Chotechiwatorn

 

From the exhibition WOVEN ECHOES: FROM ROOTS TO ROUTES by Bowie Lee

++++++++

 

Films seen on Thursday 15 October 2026

 

In my preferential order

 

1. MASAO ADACHI TAKES A PASSPORT PHOTO (2026, Kamal Aljafari, Germany/France/Japan, 27min, A+30)

 

2. GREEN MENACE: THE UNTOLD STORY OF GOLF (1993, Ing Kanjanavanit, Thailand, documentary, A+30)

 

3. CRY, LOVE (2020, Lee Anne Schmitt, USA, 14min, A+30)

 

4. FLY, FLY SADNESS (2015, Miryam Charles, Canada/Haiti, 6min, A+30)

 

5. MAST-DEL (2023, Maryam Tafakory, Iran/UK, 17min, second viewing, A+30)

 

6. THE CRACK-UP (2017, Jonathan Schwartz, USA, 18min, A+30)

+++

 

หลังจากเมื่อวานเราได้ดูหนังเรื่อง GREEN MENACE: THE UNTOLD STORY OF GOLF (1993, Ing Kanjanavanit, Thailand, documentary, A+30) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการสร้างสนามกอล์ฟในไทยสร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมในไทยอย่างรุนแรง พอดูหนังแล้วเราก็เลยสงสัยว่า ทำไมเราถึงไม่ค่อยได้ยินปัญหานี้ในช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมา ในขณะที่ปัญหาสิ่งแวดล้อมในไทยในช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมาที่เราเคยได้ยิน มักจะเกี่ยวข้องกับเหมืองแร่, โรงงานอุตสาหกรรม, นิคมอุตสาหกรรม, บ่อขยะ, จีนเทา, etc. อะไรพวกนั้นมากกว่า

 

เราก็เลยเดาว่า ปัญหาสนามกอล์ฟในไทยที่เคยรุนแรงมากในทศวรรษ 1990 มันอาจจะบรรเทาลงไปมากเมื่อเกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง เราก็เลยลองถามเอไอดู ซึ่งเอไอก็ตอบว่า

 

“วิกฤติต้มยำกุ้งในปี พ.ศ. 2540 ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อธุรกิจสนามกอล์ฟในประเทศไทย เนื่องจากสนามกอล์ฟส่วนใหญ่ในยุคฟองสบู่เฟื่องฟูเติบโตคู่ขนานไปกับภาคอสังหาริมทรัพย์และสถาบันการเงิน โดยมีรายละเอียดผลกระทบสำคัญ ดังนี้:

 

  • การลงทุนเกินตัวและหนี้สินสกุลเงินต่างประเทศ: สนามกอล์ฟหลายแห่งสร้างขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2533–2538 ด้วยการกู้ยืมเงินทุนระยะสั้นจากต่างประเทศ (ผ่านระบบ BIBF) เมื่อรัฐบาลประกาศลอยตัวค่าเงินบาทในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2540 ทำให้ภาระหนี้สินพุ่งสูงขึ้นเป็นสองเท่าตัวในชั่วข้ามคืน

 

  • การขาดสภาพคล่องและกลุ่มเป้าหมายหดหาย: กลุ่มลูกค้าหลักซึ่งเป็นนักธุรกิจ นักลงทุน และชาวต่างชาติที่เคยใช้บริการหรือถือหุ้นสโมสร/สมาชิกสนามกอล์ฟ ประสบปัญหาล้มละลายหรือต้องตัดลดค่าใช้จ่าย ทำให้จำนวนผู้ใช้บริการลดลงอย่างเฉียบพลัน

 

  • การเปลี่ยนมือและ NPL (หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้): สนามกอล์ฟจำนวนมากกลายเป็นหนี้เสียของสถาบันการเงิน 58 แห่งที่ถูกปิดตัวลง บางแห่งต้องหยุดกิจการ ถูกยึดทรัพย์ หรือเปลี่ยนให้กลุ่มทุนใหม่เข้ามาเทกโอเวอร์ในราคาต่ำ

 

  • การปรับตัวสู่การแข่งขันจริง: จากเดิมที่สนามกอล์ฟถูกมองว่าเป็น "การลงทุนเพื่อเก็งกำไรคู่กับโครงการบ้านจัดสรรและรีสอร์ต" ธุรกิจต้องปรับตัวครั้งใหญ่ หันมาเน้นการตลาดเจาะกลุ่มนักกอล์ฟทั่วไป และเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้นเพื่อดึงกระแสเงินสดเข้ามาหล่อเลี้ยงกิจการ “

 

ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าคำตอบจากเอไอเป็นคำตอบที่ถูกต้องหรือเปล่านะ ถ้าใครมีข้อมูลใด ๆ จะเสริมเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็บอกมาได้นะ

 

ส่วนหนังเกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อมในไทยที่เราได้ดูในระยะหลัง ๆ ก็มีเช่น BY THE RIVER (2013, Nontawat Numbenchapol, documentary, A+30), บ่อ เป็น หยัง (THE POND) (2013, Teerawat Rujenatham, Athapol Tarnrat, documentary, 26min, A+30) และหนังสารคดีจำนวนมากเกี่ยวกับปัญหาแม่น้ำโขงในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา

 

ดู THE POND ได้ที่

https://www.youtube.com/watch?v=KPZfQg7ki-U

 

หนึ่งในสนามกอล์ฟที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติต้มยำกุ้ง

https://marketeeronline.co/archives/184973