Saturday, October 10, 2026

Films seen on Thursday 8 October 2026

 

Films seen on Thursday 8 October 2026

 

In my preferential order

 

1. THE ORIGIN OF ULTRAMAN (2026, Yu Nakamura, Kazuki Yoshida, Japan, documentary, 105min, A+30)

 

2. DIGGER (2026, Alejandro G. Iñárritu, USA, 129min, A+30)

 

3. BEWARE BOIÚNA (2026, Mike P. Nelson, USA/Germany, horror, 104min, A+30)

 

4. OTHER MOMMY (2026, Rob Savage, USA/Ireland, horror, 93min, A+30)

+++

 

เมื่อวันพฤหัสบดีเราได้ไปดูหนังที่โรง ONE ULTRASCREEN เป็นครั้งแรก พบว่าเบาะที่นั่งมันเป็นแบบปรับเอนได้ ถึงแม้เราเลือกที่นั่งแบบใกล้ ๆ จอ สรุปว่าประทับใจตัวโรงหนังพอสมควร ใช้บัตร M PASS ดูได้

 

แต่เราไม่ค่อยประทับใจ food court ของห้าง one bangkok ที่อยู่ใกล้ ๆ โรงหนังสักเท่าไหร่ เพราะมันเป็นแบบต้องกดสั่งอาหารผ่านหน้าจอที่อยู่หน้าร้าน แทนที่จะสั่งกับพนักงานโดยตรง แล้วเราต้องการกินข้าวราดแกงโดยที่ตัวข้าวเป็นข้าวกล้อง ซึ่งเรากดไม่เป็น งงมาก แม่ครัวต้องออกมาช่วยกด ปรากฏว่าหน้าจอค้างอีก กว่าจะกด order ได้เสร็จก็ใช้เวลานานมาก สรุปว่าแค่การสั่งอาหารนี่เราก็ต้องวุ่นวายหลายสเต็ปหลายขั้นตอนมาก ๆ แทนที่จะสั่งกับพนักงานแล้วจบไปเลยเหมือน food court ตามห้างทั่ว ๆ ไป

 

แต่เราไม่มีปัญหากับการสั่งอาหารผ่านหน้าจอของแมคโดนัลดส์, Taco Bell กับของโรงหนังเมเจอร์นะ เหมือนหน้าจอสั่งอาหารของ 3 กิจการนี้มันออกแบบมาดี เรากดแล้วไม่งง ในขณะที่บางร้านอาหาร หรือบางตู้ขายสินค้า มันออกแบบหน้าจอ order อาหาร/สินค้าแล้วมันทำออกมางง เราก็เลยแก้ปัญหาด้วยการไม่ซื้อมันไปเลย จบ

+++

 

เมื่อวันพุธเราไปเยี่ยมแม่ที่ซอยลาดพร้าว 101 แล้วเราก็เลยลองจับเวลาดูว่า ถ้าหากเราเดินทางจากสถานีรถไฟฟ้า ซอยลาดพร้าว 101 เพื่อไปดู video installation ที่ซีคอนสแควร์ กับเพื่อไปดูหนังที่ Doc Club มันจะใช้เวลากี่นาที

 

ก็เลยพบว่า การเดินทางจากสถานีลาดพร้าว 101 ไปถึงสถานีสวนหลวงร.9 เพื่อไปซีคอนสแควร์ ใช้เวลาราว 24 นาที

 

ส่วนการเดินทางจากสถานีลาดพร้าว 101 ไปถึงสถานีปุณณวิถี แล้วลงเดินต่อไปจนถึง True Digital Park (เพื่อกินข้าวก่อนดูหนังที่ Doc Club) ใช้เวลาราว 65 นาที แต่ถ้าหากนับเฉพาะการเดินทางจากสถานีสวนหลวงร. 9 ไปจนถึง True Digital Park ก็จะใช้เวลา 41 นาที

 

เราต้องบันทึกเวลาพวกนี้เอาไว้ เผื่อในอนาคตเราเดินทางไปดูหนังที่ DOC CLUB บ่อย ๆ เราจะได้ประเมินได้ว่า เราควรเริ่มออกเดินทางจากจุดไหนตอนกี่โมง

 

Friday, October 09, 2026

TWO DOCUMENTARIES ABOUT ETHIOPIA

 

Double Bill Film Wish List

 

MADE IN ETHIOPIA (2024, Max Duncan, Xinyan Yu, USA/Denmark/Canada, about Ethiopia, documentary, 91min, A+30)

+ RIFT FINFINNEE (2020, Daniel Kötter, Germany/Ethiopia, documentary, 80min, A+30)

 

เมื่อวานเราได้ดูหนังสารคดีเรื่อง MADE IN ETHIOPIA ที่ doc club ซึ่งพูดถึงนิคมอุตสาหกรรมของจีนในเอธิโอเปีย และรวมไปถึงการเวนคืนที่ดินจากเกษตรกรชาวเอธิโอเปียเพื่อนำมาสร้างนิคมอุตสาหกรรมของจีน หนังเน้นนำเสนอชีวิตของผู้หญิง 3 คน ซึ่งก็คือเจ้าแม่ชาวจีนในนิคมอุตสาหกรรม, สาวโรงงานชาวเอธิโอเปีย และหญิงเกษตรกรชาวเอธิโอเปียที่ถูกเวนคืนที่ดิน โดยหนังเรื่องนี้พาดพิงถึงสงครามกลางเมืองในเอธิโอเปียด้วย

 

พอเราดูหนังเรื่องนี้แล้ว เราก็เลยนึกถึงหนังสารคดีอีกเรื่องที่เราชอบสุดขีด ซึ่งก็คือ RIFT FINFINNEE (2020, Daniel Kötter, Germany/Ethiopia, documentary, 80min, A+30) ที่เคยมาฉายออนไลน์ในเทศกาลภาพยนตร์ Signes de Nuit in Bangkok ในปี 2021 เพราะว่า RIFT FINFINNEE ก็พูดถึงเอธิโอเปียในช่วงก่อนเกิดสงครามกลางเมือง และชาวบ้านในเอธิโอเปียที่ได้รับผลกระทบจากการเวนคืนที่ดิน

 

เหมือนกับว่าหนังสองเรื่องนี้มันช่วยเติมเต็มภาพให้กันและกันได้ดีมาก เพราะเราว่าจุดเด่นของ MADE IN ETHIOPIA คือการเน้นไปที่ชีวิตเจ้าแม่นักธุรกิจชาวจีนในเอธิโอเปีย แต่จุดเด่นของ RIFT FINFINNEE คือการเน้นไปที่ชีวิตชาวเอธิโอเปียที่ยากจนที่ได้รับผลกระทบจากการเวนคืนที่ดิน, urbanisation และความแตกแยกในสังคมก่อนเกิดสงครามกลางเมือง หนังสองเรื่องนี้ก็เลยเหมือนมีจุด focus ที่แตกต่างกัน แต่มันพูดถึงปัญหาเดียวกันหรือปัญหาที่เหลื่อมซ้อนกัน และหนังสองเรื่องนี้ต่างก็ช่วยเติมเต็มภาพรวมของปัญหาให้แก่กันและกันได้ดีมาก ๆ

 

ข้อมูลเกี่ยวกับ RIFT FINFINNEE

Rift Finfinnee takes the viewer on a journey through the periphery of the Ethiopian capital Addis Ababa. In strictly composed images and a soundtrack that interweaves the original conversations in a complex way, the film takes the concrete geography, architecture and the
everyday life of individual agricultural and construction workers in the east of Addis Ababa (in Oromo: Finfinnee) as the starting point for an allegorical narrative about the urbanisation of African societies on the edge of civil war. The film documents the rural-urban transformation of space and its consequences for living together using the example of four settlements in the east of the fast-growing Ethiopian capital: the village of Dingaja, the Bole Arabsa social housing estate, the Ayat Condominiums, and the gated community CCD Homes. Four different backdrops for the profound social change in Ethiopia, all four within sight of each other, but separated by a deep rift, which divides city and non-city, present from projected future, Oromo from Amhara: the gorge of the Akaki River.


Filmsick on RIFT FINFINNEE

https://web.facebook.com/photo?fbid=10158485706963576&set=a.10157951619528576

 

 

Thursday, October 08, 2026

FILMS SEEN ON 4-6 OCTOBER 2026

 

พ่อกับลูกชายจาก FORGET ME NOT (2018, Chulayarnnon Siriphol) โคจรมาเจอกันโดยบังเอิญ

+++

SUNDAY 4 OCTOBER 2026

 

กิจกรรมของเราในวันนั้น

 

A. ไปฟัง a conversation exploring “Otherness” between Parinot Kunakornwong and Assoc. Prof. Dr. Wasana Wongsurawat ที่ 100 Tonson Foundation งานนี้เป็นงานปิดนิทรรศการ DRAWING ของคุณ Parinot

 

B. ไปดูนิทรรศการ ASHES AND ALTERATION ถ่านเถ้าและกลายกลับ ที่ JWD, curated by Chairat Polmuk and Ormkaew Kallayanapong

 

ในงานนี้เราได้ดู video installations 3 ชิ้น

 

1. ZAP (2026, Chulayarnnon Siriphol, video installation, 3min)

 

2. อุปกรณ์เครื่องเขียนของอังคาร (2026, Prapan Jangkitchai, video installation)

 

3. LETTER TO NOI (2026, Jirat Chalermsanyakorn, video installation)

 

C. ดูหนัง 9 เรื่องในงาน Wildtype

 

In my preferential order

 

1. AN EYE FOR GENESIS TO GENOCIDE: THE KILLING OF SHEEP (2024, สุชานาฏ ชาติธรรมรักษ์, 4min, A+30)

 

2. BYSTANDER’S PLAYGROUND (มันจึงวิ่งเล่น) (2025, สิรภัทร อนุชิตจิรัฐติกาล, 10min, A+30)

 

3. THE LIGHT BLINKS AFTER THE END (2026, เตชินทร์ รุ่งวัฒนโสภณ, 19min, A+30)

 

4. DECONSTRUCTING ANGELS (2023, Theerapat Wongpaisarnkit, 11min, second viewing, A+30)

 

5. A FLOWER NOT A FLOWER เดี๋ยวด๋าวประประ (2025, Tanakit Kitsanayunyong, second viewing, 18min, A+30)

 

6. ขวัญป่า เงาดงดิบ (2026, จุฑาพิชญ์ อุสาหะ, ปฏิภาณ มีสุวรรณ์, 17min, A+30)

 

7. INVERSION OF 54 (กาลกลับ 54) (2025, Thanawat Deesawat ธนวัฒน์ ดีสวาท, 9min, A+30)

 

8. PALE DOT (สุญญากาล) (2025, Chanon Dahan ชานน ดาหาร, 8min, A+30)

 

9. FUTUREPROOF (2026, Asamaporn Piriyapokanon, 5min, A+30)

 

ภาพจาก AN EYE FOR GENESIS TO GENOCIDE: THE KILLING OF SHEEP (2024, สุชานาฏ ชาติธรรมรักษ์, 4min, A+30)

 

Films seen on Monday 5 October 2026

 

In my preferential order

 

1. AMERICAN MOVIE (1999, Chris Smith, USA, documentary, 107min, A+30)

 

ดูที่ Doc Club พอดูแล้วก็คิดว่าเป็นหนังที่เหมาะสำหรับนักศึกษาภาพยนตร์ในมหาลัยต่าง ๆ มาก ๆ เพราะหนังสารคดีเรื่องนี้นำเสนอการดิ้นรนอย่างรุนแรงของคนรักหนังคนนึงที่พยายามสร้างหนังของตัวเอง ซึ่งเราคิดว่านักศึกษาภาพยนตร์หลาย ๆ คนอาจจะมีประสบการณ์ที่พ้องพานกับ subjects ของหนังเรื่องนี้

 

พอดูหนังเรื่องนี้เสร็จ เราก็ google หาข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลต่าง ๆ ที่เคยปรากฏตัวในหนังเรื่องนี้ แล้วเราก็เศร้ามากที่ได้รู้ว่า Mike Schank หนึ่งใน subjects คนสำคัญของหนังเรื่องนี้เสียชีวิตไปแล้วในปี 2022 ด้วยโรคมะเร็ง

 

เราเคยจำชื่อของ Chris Smith สลับกับ Kevin Smith ด้วย เพราะทั้งสองคนโด่งดังในวงการหนังอเมริกันอินดี้ในทศวรรษ 1990 เหมือน ๆ กัน

 

2. IT ENDS (2025, Alexander Ullom, USA, 89min, A+30)

 

Films seen on Tuesday 6 October 2026

 

In my preferential order

 

1. CRAYON SHIN-CHAN THE MOVIE: SPOOKY! MY YOKAI VACATION

(2026, Masaki Watanabe, Japan, animation, 101min, A+30)

 

ชอบเรื่องราวของคุณปู่ ที่บอกว่าตอนเด็ก ๆ เคยเล่นกับผีเป็นประจำ

 

แอบสงสัยว่า CRAYON SHIN-CHAN ภาคนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากความโด่งดังของ DAN DA DAN หรือเปล่า ในขณะที่ภาคที่แล้ว CRAYON SHIN-CHAN THE MOVIE: SUPER HOT! THE SPICY KASUKABE DANCERS (2025, Masakazu Hashimoto) นั้น เรามั่นใจว่ามันได้รับแรงบันดาลใจมาจากความโด่งดังของ RRR (2022, S.S. Rajamouli, India)

 

2. HEART OF THE BEAST (2026, David Ayer, USA/New Zealand/Canada, 101min, A+25)

 

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้หนังเรื่องนี้ไม่ได้ A+30 จากเรา คือการที่พระเอกเป็นทหารอเมริกัน

 

3. RESIDENT EVIL (2026, Zach Cregger, Germany/USA/Czech Republic, horror, 94min, A+25)

 

4. HENRY’S FIRST DATES (2026, Mez Tharatorn, Thailand, 115min, A+10) 

 

Tuesday, October 06, 2026

THE CONQUEROR OF 10 DIRECTIONS

 

หนึ่งในประเด็นที่ได้คุยกับเพื่อน ๆ เมื่อวานนี้ ก็คือมีเพื่อนต่างชาติถามว่า เริ่มมีการสร้างหนัง/ละครไทยแนว propaganda ให้เกลียดพม่าตั้งแต่เมื่อใด ซึ่งเราก็ไม่มีความรู้ในเรื่องพวกนี้ แต่เราจำได้ว่า สิ่งหนึ่งที่เรารู้สึกแปลกในทางที่ดีก็คือว่า ตอนที่เราเรียนชั้นมัธยมปลายในช่วงราวปี 1989 เราจำได้ว่าละครโทรทัศน์เรื่องนึงที่ดังมาก ๆ ในหมู่เพื่อนผู้หญิงและเพื่อนกะเทย ก็คือ ผู้ชนะสิบทิศ (1989, พิศาล อัครเศรณี) ซึ่งนำเสนอกษัตริย์พม่าในทางบวก เราจำได้ว่าเพื่อน ๆ ผู้หญิงกับกะเทยแย่งกันเป็น “ตะละแม่กุสุมา” (สินจัย หงส์ไทย) กับ “ตะละแม่จันทรา” (นาถยา แดงบุหงา) กันใหญ่ในช่วงนั้น และเพื่อน ๆ ก็ชอบพูดประโยค  "ข้าพเจ้ารักจันทราด้วยใจภักดิ์ แต่รักกุสุมาด้วยใจปอง"  ซ้ำไปซ้ำมา จนเราจำประโยคนี้ได้จนถึงวันนี้ ถึงแม้เราแทบไม่เคยดูละครเรื่องนี้เลย และถึงแม้เวลาผ่านมานาน 37 ปีแล้ว

 

เมื่อกี้เราลองดูในยูทูบ ก็พบว่า มีคนอัพโหลด ผู้ชนะสิบทิศ (1989) ทั้งเรื่องลงไว้ในยูทูบด้วย ดีงามมาก ๆ

 

เมื่อกี้เราลองดูในวิกิพีเดีย ก็พบว่านิยายเรื่องนี้น่าสนใจดี วิกิพีเดียบอกว่า

 

“ผู้ชนะสิบทิศ เป็นนิยายที่ยาขอบ หรือโชติ แพร่พันธุ์ ประพันธ์ ครั้งแรกใช้ชื่อว่า "ยอดขุนพล" เริ่มเขียนใน พ.ศ. 2474 ”

“ผู้ชนะสิบทิศได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งยุคของจอมพล แปลก พิบูลสงครามเป็นช่วงที่รัฐบาลไทยมีนโยบายสร้างสหรัฐไทยเดิม โดยการส่งทหารไทยเข้ารุกรานดินแดนพม่าของอังกฤษร่วมกับญี่ปุ่น มีการปลุกระดมชาตินิยม ปี พ.ศ. 2485 ทางรัฐบาลได้มีการเข้าควบคุมสื่อสิ่งพิมพ์ทุกอย่าง นิยายผู้ชนะสิบทิศได้ถูกพิจารณาว่ามีเนื้อหาที่ยกย่องศัตรูของชาติ ...ทำให้นิยายผู้ชนะสิบทิศในสมัยนั้นถูกสั่งห้ามพิมพ์จำหน่ายหรือมีไว้ครอบครองอย่างเด็ดขาด”

https://www.youtube.com/watch?v=XfB0A5AYLcc&list=PLCA6JYJ3JK0LHwXJfbNetdvdO9vww5ItT&index=1

 

wikipedia

https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%A8

 

Monday, October 05, 2026

WILDTYPE 2026 DAY 1

 

Films seen on Saturday 3 October 2026

 

In roughly preferential order

 

1. VANISHING ECHOES แสม (2025, Tanatat Khuttapan, 30min, second viewing, A+30)

 

2. SOUNDTRACK TO A COUP D’ETAT 2 (2026, Johan Liebert, 16min, A+30)

ดีใจที่มีคนสืบสานปณิธานของ Viriyaporn Boonprasert และ Johan Grimonprez 55555

 

3. MOTHER AND ME (2023, Setthasiri Chanjaradpong, documentary, 24min, second viewing, A+30)

 

4. NOODLE AGENT สายลับก๋วยจั๊บญวน (2025, Thanawat Numcharoen, 27min, A+30)

 

5. อนธการอัตตาแห่งจิตตะ (2025, Real K., 23min, second viewing, A+30)

 

ชอบหนังเรื่องนี้มาก ๆ ตอนเราได้ดูทางออนไลน์ในเทศกาลมาราธอนในปีที่แล้ว แล้วพอมาได้ดูในจอใหญ่ก็พบว่าหนังเรื่องนี้มันสำแดงพลังรุนแรงมาก ๆ

 

เหมือนหนังมี 3 องก์ เราชอบองก์แรกมากที่สุด เหมือนมันเป็นการนำเสนอกระบวนการซักผ้า และตากผ้า แล้วผ้าก็ร่วงหล่นจากราว ก็เลยต้องนำมาซักใหม่ ตากใหม่ ร่วงใหม่ ซักใหม่ ...วนเป็นลูปแบบนี้ไปเรื่อย ๆ คือมันเป็นอะไรที่ดูเหมือนไร้สาระมาก ๆ แต่หนังเรื่องนี้ทำให้มันดูพิศวงมาก ๆ 55555

 

ส่วนช่วงองก์สองอาจจะคล้าย ๆ กับหนังทดลองเชิงกวี atmospheric film ที่ดีพอ ๆ กับหนังสั้นไทยแนวนี้อีกหลาย ๆ เรื่อง

 

และองก์สามเหมือนเป็นการเล่นกับภาพสัญญาณจอโทรทัศน์ ซึ่งก็ทำออกมาได้ทรงพลังมาก ๆ เวลาดูบนจอใหญ่

 

6. TALUK-TEUK (ยืด กระทบ ลง) (2025, Jitrin Chunprasert, 14min, second viewing, A+30)

 

7. MY PUSSY MADE FROM BALLS (2024, Phinus Khamseang, 21min, A+30)

 

8. THE PINK REVERIE (วิมานสีชมพู) (2025, Wachara Kanha, 27min, second viewing, A+30)

 

9. มยฺลฟฺท์ มยฺรูทฺ (2026, ตรีชนก เสือแก้ว, ญาณิศา บุนนาค, พิรดา วงษ์สวัสดิ์, ปุญญิศา ชยพลรัตนะโชค, วีร์รากร ละอองศิริ และ อรนลิน บุญฤทธิ์, queer film, 16min, A+30)

 

10. วัวลืมตีน (2025, ไม่ประสงค์ออกนาม, 7min, A+30)

อันนี้เป็นหนังสารคดีหรือเปล่า

 

11. ๘: THE SILENCE OF THE GOATS (2026, Pattanapong Khongsak, documentary, 30.30min, A+30)

 

นึกว่าต้องฉายควบกับ LA BOLA (2026, Alfonso Coronel Vega, Mexico, documentary, 97min, A+30) เพราะหนังทั้งสองเรื่องนี้เน้นการใช้ found footage จากหนังเก่า ๆ เมื่อราว 100 ปีก่อน มาผสมรวมกับเทคโนโลยี AI และ found footage + AI นี้ก็ถูกนำมาใช้รองรับการนำเสนอ “ประวัติศาสตร์บาดแผล” ที่ร้ายแรงมาก ๆ ของไทยและเม็กซิโกเมื่อราว 100 ปีก่อน

 

คือทั้ง ๘: THE SILENCE OF THE GOATS และ LA BOLA นี่มันทำให้เราทึ่งกับศักยภาพของ AI และผู้ใช้ AI มาก ๆ ทั้งสองเรื่อง

 

แต่ถ้าพูดเฉพาะในส่วนของเนื้อหาแล้ว แน่นอนว่า ๘: THE SILENCE OF THE GOATS ควรฉายควบกับ CSI: DEATH OF KING ANANDA (2024, Ing K., documentary, 230min, A+30)

 

12. LETTER FROM CONGO (จดหมายจากคองโก) (2025, Buariyate Eamkamol, 9min, A+30)

 

13. SPIRITS OF THE SACRED (2025, Pornlapat Santamat, 28min, A+30)

 

14. LONG LIVE THE SIN (2021, Theerapat Wongpaisarnkit, 3min, second viewing, A+30)

 

15. LOST IN THE SEASON (แมลงหลงฤดู) (2025, อัครวินท์ ไกรฤกษ์, 18min, A+30)

 

16. 0308 FAVORITE PERSONS (0308 ณ ที่รักอยู่) (2025, Thanapat Ngamngernwan, queer film, 18min, A+30)

 

ชอบวิธีการถ่ายมาก ๆ แต่รำคาญตัวละครจิ๋ว เพราะเราไม่ชอบคนอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ แบบนี้ในชีวิตจริง 55555

 

17. INVISIBLE MONUMENT (2026, ปรินทร์ อินทรศร, 5min, A+30)

 

18. ANATOMY OF PARTING (กายวิภาคแห่งการจากลา) (2026, วัชระชัย กาหลง, 30min, A+30)

 

19. SOCIETY BENEATH THE MOON (2025, Tharnthup Dechkamhaeng ฐานทัพ เดชกำแหง, queer film, 30min, A+30)

 

20. SELF-PORTRAIT (อัตภาพ) (2025, นวพล พืชผลทรัพย์, 10min, A+30)

 

21. PRIMORDIAL THEOREM (2025, ธนภูมิ แซ่จึง, ปาณัสม์ ไทยภักดี, queer film, horror, 14min, A+30)

 

22. MY BEST FRIEND HAS GONE NOW (จากเธอถึงฉันในวันที่สายไป) (2025, Ployfon Intarakosit, queer film, 9min, A+25)

 

23. OH! MY SUNSHINE (2025, Tanaporn Apaidusit, queer film, 24min, second viewing, A+25)

 

24. HERE WITH ME (อย่าหายไป) (2026, ปัณณทัต อินทฤทธิ์, queer film, horror, 27 min, A+15)

 

เราหลับ ๆ ตื่น ๆ ช่วงที่ดู BLUE REMEDY กับ OBLIVION: A PIGEON’S JOURNEY ON THE BIRTH OF A NATION (2026, Weerapat Sakolvaree, 33min, A+30) แต่เราเคยดู OBLIVION มาก่อนหน้านี้แล้ว

 

ภาพจาก NOODLE AGENT

Sunday, October 04, 2026

Films seen on Friday 2 October 2026

 

Illeana Douglas เป็นนักแสดงที่เราชอบมาก ๆ เพิ่งรู้ว่าเธอเขียนหนังสือด้วย

+++

 

Films seen on Friday 2 October 2026

 

In my preferential order

 

1. SMALL CHANGE (1976, François Truffaut, France, 104min, A+30)

 

ฝรั่งเศสทำหนังเกี่ยวกับเด็กเก่งจริง ๆ ตั้งแต่ ZERO FOR CONDUCT (1933, Jean Vigo) เรื่อยมาจนถึง FORBIDDEN GAMES (1952, René Clément),  WAR OF THE BUTTONS (1962, Yves Robert), SMALL CHANGE และ DANIEL (2018, Marine Atlan)

 

2. WOMAN IS THE FUTURE OF MAN (2024, Hong Sang-soo, South Korea, A+30)

 

ชอบสุดขีดที่ตัวละครหญิงสองคนในหนังเรื่องนี้รู้สึก eager ที่จะอมจู๋ Yu Ji-tae มาก ๆ พอเราดูหนังเรื่องนี้เราก็เลยรู้สึกแบบนั้นตามไปด้วยอย่างช่วยไม่ได้

 

3. FOREIGN LANGUAGE (2024, Claire Burger, France/Germany/Belgium, 101min, A+30)

 

4. POO-LICE STORY นั่งส้วมซัด (2025, Karnthi Phothidara, 5min, A+30)

ไอเดียดีมาก เอาหนังบู๊กับหนังสั้นแนวหาห้องส้วมมารวมเข้าด้วยกัน

+++

 

งาน KOJI YAMAMURA RETROSPECTIVE ในกรุงเทพ เคยจัดขึ้นในปี 2003 โดยจัดฉายที่สถาบันเกอเธ่ ซอยสาทร 1 กับ Japan Foundation ถนนอโศก งานนี้เป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลภาพยนตร์สั้นครั้งที่ 7

 

เทศกาลปีนั้นมีฉายหนังทดลองหลาย ๆ เรื่องจากญี่ปุ่นด้วยครับ แล้วในโปรแกรมหนังทดลองญี่ปุ่น ก็มีหนัง animation ที่ยอดเยี่ยมมาก ๆ ของ Naoyuki Tsuji รวมอยู่ด้วย ไม่รู้ว่านี่เป็นสาเหตุที่ทำให้จำว่าเป็นงาน Japanese experimental animation หรือเปล่า

 

และในเทศกาลปีนั้นก็มีการฉายหนัง animation หลาย ๆ เรื่องของ Germany ด้วยครับ

+++

 

ON GHOST (2016, Soe Yu Nwe, Myanmar)

+++

 

เพลงไตเติล “ฤทธิ์ดาบวงพระจันทร์” GOD OF SABRE (1979) กับ “โคมวิเศษเจ้าแม่หัวซาน” THE LAMP LORE (1986) นี่มันคือเพลงในดวงใจเราเหมือนกัน กรี๊ดดดดดด

 

 

ฤทธิ์ดาบวงพระจันทร์
https://youtu.be/DKy8RL9UuuM?si=CRf9MX1NhCCmJi0p

 

โคมวิเศษเจ้าแม่หัวซาน

https://youtu.be/BkBrc-HmyA4?si=zZj3FYj0FeYaLNoh

 

Saturday, October 03, 2026

Films seen on Thursday 1 October 2026

 

ซื้อ graphic novel เรื่อง LITTLE SPARKERS แสบพลังสปาร์คส (2026) มาให้ลูกหมีอ่าน

 

เขียนเรื่อง – สนธยา ทรัพย์เย็น + ศุภโมกข์ ศิลารักษ์

วาดภาพ – เกศรา จันทร์แดง

+++

 

SOMEWHERE I HAVE NEVER TRAVELLED (2009, Fu Tien-yu, Taiwan, 96min) น่าดูมาก ๆ

+++

 

เมื่อเช้าเราเพิ่งได้ดูหนังเรื่อง WOMAN IS THE FUTURE OF MAN (2004, Hong Sang-soo, South Korea, A+30) ทาง Mubi เราสะดุดตากับ painting ในฉากนึงในหนังเรื่องนี้มาก ๆ เพราะมันทำให้นึกถึงผลงานภาพพิมพ์ 3 ภาพของ Araya Rasdjarmrearnsook โดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งได้แก่ภาพ MOTHER AND I (1990), THE DREAM OF MOTHER (1990) และ THE PARTING II (1990) แต่ผลงานของ Araya เป็นขาวดำ ส่วนภาพวาดในหนังเป็นภาพสี

 

จริง ๆ แล้วภาพวาดในหนังกับภาพพิมพ์ของอาจารย์อารยาไม่ได้มีอะไรเชื่อมโยงกัน แต่เป็นสิ่งที่เราเห็นแล้วก็ทำให้นึกถึงโดยอัตโนมัติโดยที่ Hong Sang-soo ไม่ได้ตั้งใจ 55555

https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid02pqfzKuTDfnkAcWXkSCf8X7kXmcYS1VeryAkP1RFVW8rGHakxwSSwX1SBbzHU3XcFl

+++

 

Films seen on Thursday 1 October 2026

 

In my preferential order

 

1. BLIND DATE (2009, Lieko Shiga, Japan/Thailand, video installation, 7min)

 

2. ONLY THE SCREEN SEES THE SCREEN (2024/2026, HeeSue Kwon, South Korea, video installation, 13min)

 

3. THE FUNERAL RITES (2026, Daniel Hui, Singapore, video installation, 13min)

 

4. DANIEL (2018, Marine Atlan, France, 59min, A+30)

 

5. ZOO HYPOTHESIS (2023, Hsu Che-yu, Taiwan, video installation, 31min)

 

6. THE UNUSUAL DEATH OF A MALLARD (2020, Hsu Che-yu, Taiwan, video installation, 17min)

 

7. RABBIT 314 (2020, Hsu Che-yu, Taiwan, video installation, 7min)

 

และเราก็ได้ดูงานนิทรรศการ SPIRIT MELTS TO FLESH (curated by Sam I-shan) ที่ Bangkok Kunsthalle ด้วย

+++

 

พอเราค้นข้อมูลเก่า ๆ เราก็พบว่าเราเคยดูหนังเรื่อง THE HAUNTED (1991, Robert Mandel) ที่สร้างจากเรื่องจริงของ Ed Warren + Lorraine Warren ด้วย เราน่าจะเคยดูหนังเรื่องนี้เมื่อราว 30 ปีก่อน แต่เราลืมไปแล้ว และต่อมาคดีที่เคยถูกนำเสนอใน THE HAUNTED ก็ได้รับการนำเสนออีกครั้งในหนังเรื่อง THE CONJURING: LAST RITES (2025, Michael Chaves) และเราก็เข้าไปดู THE CONJURING: LAST RITES โดยที่เราลืมไปสนิทว่าเราเคยดูหนังที่พูดถึงคดีเดียวกันนี้มาก่อน