Wednesday, October 14, 2026

PUBLICATION FOR DRAWING EXHIBITION BY PARINOT KUNAKORNWONG

 

อ่านหนังสือสูจิบัตรนิทรรศการ DRAWING ของคุณ Parinot Kunakornwong จบแล้ว เพราะมันมี texts น้อยมาก 555 ในหนังสือเล่มนี้มี

 

1.บทความ THE LINES OF POLITICS: PARINOT KUNAKORNWONG’S DRAWING เขียนโดยคุณ Brian Curtin

 

เป็นบทความที่ดีมาก ๆ อ่านแล้วทำให้เข้าใจอะไรหลาย ๆ อย่างมากขึ้น โดยเฉพาะแรงบันดาลใจสำหรับภาพวาดบางภาพในนิทรรศการนี้ เพราะถ้าไม่บอกแรงบันดาลใจ เราก็จะไม่นึกไปถึงสิ่งนั้นด้วยตัวเราเอง 55555

 

อย่างเช่นภาพวาด YES ที่เราดูแล้วนึกไปถึงผู้ชายที่สำเร็จความใคร่ด้วยตัวเองจนน้ำแตก แต่จริง ๆ แล้วภาพนี้อาจจะอ้างอิงถึงเหตุการณ์ทางการเมืองบางเหตุการณ์ในไทย

 

หรือภาพวาด PROCESSION ที่เราดูแล้วรู้สึกว่ามันเป็นอะไรน่ารัก ๆ แต่แรงบันดาลใจของภาพวาดนี้อาจจะไม่ใช่สิ่งที่น่ารักเลยแม้แต่น้อย 555

 

หรือภาพวาด THE AGENTS ที่เราดูแล้วแอบรู้สึกสยิวเสียวซ่าน แต่จริง ๆ แล้วแรงบันดาลใจของภาพวาดนี้ก็อาจจะเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ 555

 

นอกจากบทความของคุณ Brian จะน่าประทับใจมาก ๆ แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เราประทับใจอย่างสุดขีด ก็คือการแปลบทความนี้เป็นภาษาไทย ไม่รู้เหมือนกันว่าใครแปล แต่แปลออกมาได้ดีงามมาก ๆ เพราะเราว่าบทความภาษาอังกฤษของคุณ Brian ไม่ใช่สิ่งที่จะแปลออกมาเป็นภาษาไทยได้ง่าย ๆ เราว่ามันแปลยากมาก มันมีความซับซ้อนทั้งทางรูปประโยค, ความคิด และสิ่งที่พูดถึง แต่ผู้แปลก็สามารถแปลออกมาเป็นภาษาไทยได้อย่างยอดเยี่ยม และช่วยให้เราเข้าใจบทความนี้ได้มากยิ่งขึ้น

 

2. ภาพถ่ายของงาน drawings และสิ่งต่าง ๆ ที่ถูกจัดแสดงในนิทรรศการ

 

ส่วนนี้ของหนังสือสูจิบัตรก็ดีงามมาก ๆ เพราะถึงแม้เราจะถ่ายภาพงาน drawings + สิ่งต่าง ๆ ในนิทรรศการเอาไว้บ้างแล้ว แต่การได้เห็น + สัมผัส ภาพเหล่านี้บนกระดาษหนังสือ มันก็ให้ความรู้สึกที่ใกล้ชิดกว่าการดูทางหน้าจอ

 

ตัวงานศิลปะบางชิ้นในนิทรรศการนี้ที่ไม่ใช่งานภาพวาด อย่างเช่น ภาพถ่ายและงานเซรามิกต่าง ๆ มันก็มีขนาดเล็กด้วย แต่พอมันมาอยู่ในหน้าหนังสือ มันก็ดูใหญ่ดี ซึ่งก็ช่วยให้เราดูและพิจารณาสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้ง่ายยิ่งขึ้น

 

ชอบการเฟรมภาพวาดบางภาพในหนังสือสูจิบัตรด้วย เพราะว่านอกจากหนังสือเล่มนี้จะแสดงให้เห็นภาพวาดแต่ละภาพอย่างเต็ม ๆ แล้ว หนังสือเล่มนี้ยังมีการ focus ไปที่บางพื้นที่ในภาพวาดบางภาพด้วย และพอมันเลือก focus ไปที่บางจุดของภาพวาด มันก็เลยก่อให้เกิดความรู้สึกแปลกใหม่ขึ้นมา ซึ่งแตกต่างไปจากการดูภาพวาดนั้นแบบเต็ม ๆ ภาพด้วยตัวเราเอง

 

3. Artist Statement

 

ส่วนนี้ก็ช่วยให้เราเข้าใจแรงบันดาลใจบางส่วนของนิทรรศการนี้ได้มากยิ่งขึ้น และเนื้อหาตรงส่วนนี้ก็มีการพูดถึงศิลปินบางท่าน อย่างเช่นคุณ Andrew Stahl และคุณ Yujin Lee ด้วย เราก็เลยลองไป search ดูว่า เราเคยดูงานของศิลปินสองท่านนี้บ้างหรือเปล่า และก็ปรากฏว่าเราเคยดูมาบ้างนิดหน่อย

 

4. JOURNEY

 

เนื้อหาตรงส่วนนี้เป็นเหมือนการรวบรวมภาพถ่ายสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตของศิลปินที่มีความเกี่ยวเนื่องกับตัวนิทรรศการนี้ ซึ่งรวมถึงเหตุการณ์ประท้วงทางการเมืองในไทย, สมาชิกบางคนในครอบครัว (ถ้าหากเราเข้าใจไม่ผิด), สิ่งที่เกิดขึ้นที่ญี่ปุ่น, สิ่งที่เกิดขึ้นในอินโดนีเซีย และสถานทูตเนเธอร์แลนด์ในกรุงเทพ

 

หนังสือสูจิบัตรนี้ซื้อได้ที่ 100 Tonson Foundation นะ

++++

 

CITY FLOW (2018, Andrew Stahl)

https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid02QfRQeBFWzsWF1GFiAY39oJP8nKT1E7dtarXjgu15TSYzYQysGA55mz8j1R94mqJal

 

Yujin Lee

https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid02LJ46XzGPBGk21HpDjEoeckK4h1YQZwYRb9h2aNmPqbicP4Xx1CvPBx49sqrLmWf9l

 

เพิ่งได้อ่านหนังสือสูจิบัตรนิทรรศการ DRAWING ของคุณ Parinot Kunakornwong เห็นในหนังสือมีการพูดถึงคุณ Yujin Lee ด้วย เราก็เลยลองเสิร์ชดูว่า เราเคยดูผลงานของคุณ Yujin Lee มาก่อนหรือเปล่า

THE WIND WILL CARRY US

 

Films seen on Monday 12 October 2026

 

1. THE WIND WILL CARRY US (1999, Abbas Kiarostami, Iran, 118min, A+30)

 

ในที่สุดเราก็ได้ดูหนังในตำนานเรื่องนี้ พอดูแล้วก็เลยเพิ่งเข้าใจว่า ที่แท้ ONCE UPON A TIME IN ANATOLIA (2011, Nuri Bilge Ceylan, Turkey, 157min, A+30) น่าจะได้รับแรงบันดาลใจบางส่วนมาจากหนังอิหร่านเรื่องนี้นี่เอง

 

2. THE COACH OF DREAMS เดอะโค้ช รถขนฝัน (2026, Samruay Rakchart, Thailand, 95min, F)

 

++++++++

 

อันนี้เป็นบทกวี THE WIND WILL CARRY US ของ Forough Farrokhzad ที่ปรากฏอยู่ในหนังของ Abbas

 

In my night, so brief, alas
The wind is about to meet the leaves.
My night so brief is filled with devastating anguish
Hark! Do you hear the whisper of the shadows?
This happiness feels foreign to me.
I am accustomed to despair.
Hark! Do you hear the whisper of the shadows?
There, in the night, something is happening
The moon is red and anxious.
And, clinging to this roof
That could collapse at any moment,
The clouds, like a crowd of mourning women,
Await the birth of the rain.
One second, and then nothing.
Behind this window,
The night trembles
And the earth stops spinning.
Behind this window, a stranger
Worries about me and you.
You in your greenery,
Lay your hands – those burning memories –
On my loving hands.
And entrust your lips, replete with life's warmth,
To the touch of my loving lips
The wind will carry us!
The wind will carry us!”

++++

เสนอ IMBURNAL (2008, Sherad Anthony Sanchez, Philippines, 212min) 555555

https://www.imdb.com/title/tt1308122/?ref_=nv_sr_srsg_0_tt_3_nm_5_in_0_q_IMBURNAL

+++

 

27. SCHOOL TRIP: JOINED  A GROUP I’M NOT CLOSE TO (2025, Takehiro Shindo, Hirokazu Fujisawa, Goro Yasumi, Takuya Hasegawa, Japan, queer TV series, 255min, A+30)

 

มีตัวละครพูดคำว่า TADAIMA ราว 2-3 ครั้งในหนัง/ละครเรื่องนี้

+++

 

กิน ก๋วยจั๊บญวนมังสวิรัติ ร้าน Viet Cuisine เพื่อเป็นพลีแด่หนังเรื่อง สายลับก๋วยจั๊บญวน NOODLE AGENT (2026, Thanawat Numcharoen)

 

กินไอติมเพื่อเป็นพลีแด่หนังเรื่อง ICE CREAM MAN (2026, Eli Roth), one of my most favorite films I saw in 2026

+++

เมื่อวานได้ไปเดินห้างอิมพีเรียลเวิลด์ สำโรงเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน ถือเป็นห้างสรรพสินค้าที่เรารู้สึกถูกโฉลกด้วยมาก ๆ

 

ไปเดินครั้งนี้ก็เจอสิ่งที่ประทับใจ ซึ่งก็คืองานออกร้านขายสัตว์เลี้ยงน่ารัก อย่างเช่น งู, เต่า, etc.

 

เห็นเขาขายสัตว์คล้าย ๆ หนูด้วย แต่เราไม่รู้ว่าพวกสัตว์คล้าย ๆ หนูนี้มันมีชื่อเฉพาะว่าอะไร

+++



Tuesday, October 13, 2026

SCHOOL TRIP: JOINED A GROUP I’M NOT CLOSE TO

 

Films seen on Saturday 10 October 2026

 

In my preferential order

 

1. LOVE AFTER DEATH (2026, Korakrit Arunanondchai, video installation, 43min)

 

หนักที่สุด ไม่ทราบชีวิตอะไรอีกต่อไป

 

2. REGRETFULLY AT DAWN อรุณกาล (2024, Sivaroj Kongsakul, Thailand, 116min, second viewing, A+30)

 

3. 3 FILMS BY WARAT BUREEPHAKDEE (2026, Warat Bureephakdee, documentary 179min, A+30)

 

These three films including WITH LOVE AND MELODY ด้วยรักและทำนองเพลง, LO and VE.

 

เราชอบ WITH LOVE AND MELODY มากที่สุดใน 3 เรื่องนี้ รองลงมาคือ VE และ LO

 

4. DORAEMON: NOBITA AND THE NEW CASTLE OF THE UNDERSEA DEVIL (2026, Tetsuo Yajima, Japan, animation, 102min, A+30)

 

My activities on Sunday 11 October 2026

 

A. ดู art exhibitions 5 งานที่ BACC

 

In viewing order

 

1. BKK COMICS ART FESTIVAL 5

 

2. WOVEN ECHOES: FROM ROOTS TO ROUTES by Bowie Lee

 

3. IN FLUX (แปรเปลี่ยน) by Sisana Chotechiwatorn

 

4. LIFE CONTAINER AREA: VIEW FROM HIGH TO LOW พื้นที่ภาชนะชีวิต: มุมมองจากพื้นที่สูงลงพื้นที่ต่ำ by Panom Sematong

 

5. ART HEAL HEART

 

B. ดูหนัง 3 เรื่องที่พารากอน

 

In my preferential order

 

1. SCHOOL TRIP: JOINED  A GROUP I’M NOT CLOSE TO (2025, Takehiro Shindo, Hirokazu Fujisawa, Goro Yasumi, Takuya Hasegawa, Japan, queer TV series, 255min, A+30)

 

เป็นการเอาละครโทรทัศน์ 12 ตอน (รวมตอนพิเศษ 2 ตอน) มาขึ้นจอภาพยนตร์ ซึ่งพอภาพมันคมชัดเหมือนกับภาพยนตร์จริง ๆ เราก็เลยดูด้วยความเพลิดเพลินมาก ๆ

 

เราพลาดดูไปช่วง 11 นาทีแรก เพราะหนังมันเริ่มฉายตรงเวลา (ถ้าหากเราเข้าใจไม่ผิด) แต่หลังจากนั้นเราก็ดูจนจบโดยไม่ลุกไปเข้าห้องน้ำเลยนะ แต่จริง ๆ แล้วถ้าหากมันมีช่วง intermission ให้แบบหนังอินเดียก็จะดีมาก ๆ

 

ดูแล้วก็อยากให้มีคนเอาละครโทรทัศน์มาฉายขึ้นจอใหญ่แล้วดูรวดเดียวจบแบบนี้มาก ๆ อยากให้มีคนเอา TWIN PEAKS SEASON 3 (2017, David Lynch, 18episodes) มาฉายในโรงภาพยนตร์ตั้งแต่ต้นจนจบมาก ๆ เพราะมันมีความยาวเพียงแค่ 961 นาที หรือ 16 ชั่วโมง 1 นาทีเท่านั้นเอง จะจัดฉายที่หอภาพยนตร์ ศาลายา, House Samyan, Paragon, เมเจอร์ รัชโยธิน หรือโรงหนังใด ๆ ก็ได้นะ ได้โปรดเถอะ

 

2. AGITO: PSYCHIC WAR (2026, Ryuta Tasaki, Japan, 97min, A+30)

 

3. VERITY (2026, Michael Showalter, USA, 117min, A)

 

สิ่งที่เราชอบมากที่สุดในหนังเรื่องนี้คือการเอา Anne Hathaway กับ Dakota Johnson มาปะทะกัน แต่เราว่าหนังเรื่องนี้เหมือนมี plot holes และการกระทำ + การตัดสินใจของตัวละครต่าง ๆ ก็ไม่เข้าทางเรามาก ๆ หนังเรื่องนี้ก็เลยด้อยมาก ๆ ในสายตาเราเมื่อเทียบกับ THE HOUSEMAID (2025, Paul Feig) และ BASED ON A TRUE STORY (2017, Roman Polanski)

Monday, October 12, 2026

3 FILMS BY WARAT BUREEPHAKDEE

 

วันนี้มีฉาย SCHOOL TRIP: JOINED  A GROUP I’M NOT CLOSE TO (2025,  Takehiro Shindo, Hirokazu Fujisawa, Goro Yasumi, Takuya Hasegawa, Japan) ที่ยาวเพียงแค่ 300 นาที หรือยาวเพียงแค่ 5 ชั่วโมงในโรงภาพยนตร์ด้วยนะ อันนี้เป็นละครโทรทัศน์ แต่เราก็หวังว่าหลังจากนี้จะมีการนำภาพยนตร์ที่ยาว 300 นาทีมาฉายในโรงภาพยนตร์กันอีกบ่อย ๆ

+++

 

Films seen on Saturday 10 October 2026

 

In my preferential order

 

3 FILMS BY WARAT BUREEPHAKDEE (2026, Warat Bureephakdee, documentary 179min, A+30)

 

1. เข้าใจว่าโปรแกรมนี้ประกอบด้วยหนัง 3 เรื่อง ซึ่งก็คือ WITH LOVE AND MELODY ด้วยรักและทำนองเพลง, LO และ VE

 

WITH LOVE AND MELODY เน้นไปที่เหตุการณ์ความขัดแย้งในวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2565 ในงานรำลึกเหตุการณ์ 6 ตุลา ที่ลานคนเมือง ซึ่งถือเป็นฟุตเตจการบันทึกเหตุการณ์ที่สำคัญมาก ๆ สำหรับเรา เราว่าเหตุการณ์นี้มันเป็น dilemma ที่น่าสนใจสุดขีด

 

ส่วนหนังเรื่อง LO กับ VE นั้น เราไม่แน่ใจว่าหนังสองเรื่องนี้มันแยกออกจากกันตอนไหน เราเดาว่า LO อาจจะครอบคลุมแค่การบันทึกเหตุการณ์กลุ่มคนเล่นดนตรีข้างมหาลัยธรรมศาสตร์ ในช่วงราวปี 2023 หรือเปล่า ซึ่งก็ถือเป็นการบันทึกเหตุการณ์ที่เราชอบมาก ๆ

 

ส่วน VE นั้นอาจจะเป็นการบันทึกเหตุการณ์การจัดงานรำลึก 6 ตุลาในมหาลัยธรรมศาสตร์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และวิธีการรำลึกถึงเหตุการณ์ 6 ตุลาของ Filmsick Wiwat Lertwiwatwongsa และคนอื่น ๆ ในปีล่าสุด

 

2. ชอบหนังทั้ง 3 เรื่องนี้มาก ๆ ชอบ sense ความเป็นอิสระบางอย่างในการทำหนัง, ชอบความเป็น video diary และชอบที่หนังมันมี “ความไม่สามารถถ่ายทอดเป็นตัวอักษร” ได้เยอะมาก ๆ

 

2.1 คือมันไม่ได้เล่าเหตุการณ์ 6 ตุลาในอดีต เพราะหนังเรื่องอื่น ๆ + บทความต่าง ๆ ทำไปแล้ว

 

2.2 มันไม่ได้เน้นไปที่คนในเหตุการณ์ 6 ตุลา เพราะหนังสารคดีเรื่อง INTERVIEWS WITH FORMER THAI COMMUNIST PARTY MEMBERS WHO RETURNED TO THE CITY (1985, produced by Kraisak Choonhavan, documentary, 705 min, A+30) ทำไปแล้ว

 

2.3 มันไม่ได้เน้นการรายงานว่า กิจกรรมรำลึก 6 ตุลาประกอบไปด้วยกิจกรรมอะไรบ้าง เพราะหนังสารคดีเรื่อง วนเวียน (THE RETURNING)(2025,สุพงศ์ จิตต์เมือง, 30 mins, A+30) ทำไปแล้ว

 

2.4 แต่มันเหมือนเก็บเกี่ยวบางสิ่งบางอย่างในงานรำลึก + การรำลึก 6 ตุลาเอาไว้ โดยไม่ได้เอา messages + information ไปครอบไว้ หนังมันก็เลยให้ sense ของความเป็นอิสระที่เราชอบมาก ๆ

 

3. ชอบความที่หนังมันล้อกับ “ตำรวจนอกเครื่องแบบ” ที่มาสอดส่องงาน 6 ตุลา มาก ๆ ด้วย เพราะหลาย ๆ ช็อต หลาย ๆ ซีนในหนังเรื่องนี้ มันก็คล้าย ๆ กับการถ่ายด้วยกล้องวงจรปิด กล้อง CCTV หรือกล้องของตำรวจนอกเครื่องแบบ คือหลาย ๆ ช็อตมันเป็นเหมือนการแอบถ่ายภาพคนต่าง ๆ ในงานด้วยตำรวจนอกเครื่องแบบ เพียงแต่ว่า “จุดประสงค์” ของคนถ่ายหนังเรื่องนี้กับตำรวจนอกเครื่องแบบตรงข้ามกัน

 

4. ชอบ moment นึงในหนังเรื่อง VE มาก ๆ ใน moment นั้น เราเห็นบุคคลที่เคยผ่านเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 มาเล่าเหตุการณ์นี้ โดยคนนั้น + ฝูงชนอยู่ใน background, ส่วนตรง middle ground เป็นคน perform เป็นคนตายในเหตุการณ์ 6 ตุลา และเราได้ยินเสียงคนคุยกันหลังกล้อง เรื่องวงการภาพยนตร์ คุยกันถึงชามดอง, Ratchapoom, Sompot Chidgasornpongse, etc. ถ้าหากเราจำไม่ผิด

 

เพราะฉะนั้นในช็อตนี้ มันก็เลยเป็นการผสมรวมกันของหลายสิ่งหลายอย่างที่เราชอบมาก ๆ

 

4.1 เป็นการผสมกันระหว่าง personal เรื่องราวส่วนตัวของคนทำหนังที่คุยกันหลังกล้อง + political ของเหตุการณ์ที่อยู่หน้ากล้อง

 

4.2 เป็นการผสมกันระหว่างอดีตกับปัจจุบัน เพราะ background ของภาพเป็นคนเล่าเหตุการณ์ในปี 1976 ส่วนเสียงคนคุยกันหลังกล้อง คือเสียงของคนหนุ่มสาวยุคปัจจุบัน

 

แล้วในขณะที่ personal + political และ อดีต + ปัจจุบัน ปะทะกันหรือดำเนินควบคู่ไปด้วยกันในซีนนี้ ก็มี performance artist ที่แสดงเป็นคนตาย อยู่ที่ middle ground ของซีนพอดี ซีนนี้ก็เลยเป็นซีนที่เราประทับใจอย่างสุดขีดมาก ๆ

 

5. ชอบที่หนังมันบันทึกภาพหญิงชราคนนึงที่มานั่งอยู่ในระยะไกลของภาพมาก ๆ คือเราไม่รู้ว่าหนังจงใจถ่ายหญิงคนนี้หรือเปล่านะ เพราะมันเป็นฉากกล้องนิ่ง บันทึกภาพคนที่เดินผ่านไปผ่านมา น่าจะเป็นเวลาราว 10 นาที แล้วมันมีหญิงชราคนนึงมานั่งอยู่ใน background ของภาพเป็นเวลานานมาก เราก็เลยเลือกที่จะ focus ความสนใจของเราไปที่หญิงคนนี้เป็นหลัก แต่จริง ๆ แล้วมันก็มีอีกหลายจุดหลายคนในภาพที่ให้เราเลือกไป focus ได้

+++

 

From the exhibition ART HEAL HEART at BACC

https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid0322AgeAkAQKZ6oXRVFT9Ve6SS5e9QyE5Jd3M2yDDjXsR9avTTYptnb4e3hcfX8TxBl

 

From the exhibition LIFE CONTAINER AREA: VIEW FROM HIGH TO LOW พื้นที่ภาชนะชีวิต: มุมมองจากพื้นที่สูงลงพื้นที่ต่ำ by Panom Sematong at BACC

https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid0fCR17KfpqTZ4fxeP1dXdVhHxF9DGiR5rCxBw3kkJdbBSJjmVQxPPPmJVR4YoGFt8l

 

Sunday, October 11, 2026

Films seen on Friday 9 October 2026

 

Films seen on Friday 9 October 2026

 

In my preferential order

 

1. TEENAGE SEX AND DEATH AT CAMP MIASMA (2026, Jane Schoenbrun, Canada/UK/USA, queer film, 112min, A+30)

 

เหมือนช่วงนี้เราได้ดูหนังที่ช่วงแรก ๆ เหมือนอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงอยู่ แต่ช่วงองก์สาม หรือช่วงท้าย ๆ ของหนังจะ shift ไปสู่โลกเซอร์เรียล หรือโลกที่ดูเหนือจริง อย่างเช่น TEENAGE SEX AND DEATH AT CAMP MIASMA, 9 TEMPLES TO HEAVEN และ BRAND NEW LANDSCAPE (2025, Danzuka Yuika) ส่วน FRUIT GATHERING (2026, Aung Phyoe) ก็มีซีเควนซ์ที่ดูเหนือจริง แทรกเข้ามาในช่วงท้าย ๆ ของหนัง

 

ก็เลยอยากถามเพื่อน ๆ ว่า มีหนังเรื่องไหนอีกบ้างที่มีโครงสร้างคล้าย ๆ กันนี้

 

2. DRISHYAM: THE CONCLUSION (2026, Abhishek Pathak, India, 150min, A+25)

 

เป็นหนังที่เราไม่เคยดูภาค 1 กับ 2 มาก่อน แต่เข้าไปดูภาค 3 เลย 55555 (สามารถอ่านเรื่องย่อภาค 1 กับ 2 ได้ทาง wikipedia)

 

3. DEATH WHISPERER: SAMING THE WEREBEAST (ธี่หยด: สมิงเขาขวาง) (2026, Chalit Krileadmongkon, Thanadet Pradit, Narit Yuvaboon, Thailand, 111min, A+25)

 

เลือกไม่ถูกเลยว่าจะเอาทหารคนไหนดี ฮิฮิฮิ

 

Saturday, October 10, 2026

Films seen on Thursday 8 October 2026

 

Films seen on Thursday 8 October 2026

 

In my preferential order

 

1. THE ORIGIN OF ULTRAMAN (2026, Yu Nakamura, Kazuki Yoshida, Japan, documentary, 105min, A+30)

 

2. DIGGER (2026, Alejandro G. Iñárritu, USA, 129min, A+30)

 

3. BEWARE BOIÚNA (2026, Mike P. Nelson, USA/Germany, horror, 104min, A+30)

 

4. OTHER MOMMY (2026, Rob Savage, USA/Ireland, horror, 93min, A+30)

+++

 

เมื่อวันพฤหัสบดีเราได้ไปดูหนังที่โรง ONE ULTRASCREEN เป็นครั้งแรก พบว่าเบาะที่นั่งมันเป็นแบบปรับเอนได้ ถึงแม้เราเลือกที่นั่งแบบใกล้ ๆ จอ สรุปว่าประทับใจตัวโรงหนังพอสมควร ใช้บัตร M PASS ดูได้

 

แต่เราไม่ค่อยประทับใจ food court ของห้าง one bangkok ที่อยู่ใกล้ ๆ โรงหนังสักเท่าไหร่ เพราะมันเป็นแบบต้องกดสั่งอาหารผ่านหน้าจอที่อยู่หน้าร้าน แทนที่จะสั่งกับพนักงานโดยตรง แล้วเราต้องการกินข้าวราดแกงโดยที่ตัวข้าวเป็นข้าวกล้อง ซึ่งเรากดไม่เป็น งงมาก แม่ครัวต้องออกมาช่วยกด ปรากฏว่าหน้าจอค้างอีก กว่าจะกด order ได้เสร็จก็ใช้เวลานานมาก สรุปว่าแค่การสั่งอาหารนี่เราก็ต้องวุ่นวายหลายสเต็ปหลายขั้นตอนมาก ๆ แทนที่จะสั่งกับพนักงานแล้วจบไปเลยเหมือน food court ตามห้างทั่ว ๆ ไป

 

แต่เราไม่มีปัญหากับการสั่งอาหารผ่านหน้าจอของแมคโดนัลดส์, Taco Bell กับของโรงหนังเมเจอร์นะ เหมือนหน้าจอสั่งอาหารของ 3 กิจการนี้มันออกแบบมาดี เรากดแล้วไม่งง ในขณะที่บางร้านอาหาร หรือบางตู้ขายสินค้า มันออกแบบหน้าจอ order อาหาร/สินค้าแล้วมันทำออกมางง เราก็เลยแก้ปัญหาด้วยการไม่ซื้อมันไปเลย จบ

+++

 

เมื่อวันพุธเราไปเยี่ยมแม่ที่ซอยลาดพร้าว 101 แล้วเราก็เลยลองจับเวลาดูว่า ถ้าหากเราเดินทางจากสถานีรถไฟฟ้า ซอยลาดพร้าว 101 เพื่อไปดู video installation ที่ซีคอนสแควร์ กับเพื่อไปดูหนังที่ Doc Club มันจะใช้เวลากี่นาที

 

ก็เลยพบว่า การเดินทางจากสถานีลาดพร้าว 101 ไปถึงสถานีสวนหลวงร.9 เพื่อไปซีคอนสแควร์ ใช้เวลาราว 24 นาที

 

ส่วนการเดินทางจากสถานีลาดพร้าว 101 ไปถึงสถานีปุณณวิถี แล้วลงเดินต่อไปจนถึง True Digital Park (เพื่อกินข้าวก่อนดูหนังที่ Doc Club) ใช้เวลาราว 65 นาที แต่ถ้าหากนับเฉพาะการเดินทางจากสถานีสวนหลวงร. 9 ไปจนถึง True Digital Park ก็จะใช้เวลา 41 นาที

 

เราต้องบันทึกเวลาพวกนี้เอาไว้ เผื่อในอนาคตเราเดินทางไปดูหนังที่ DOC CLUB บ่อย ๆ เราจะได้ประเมินได้ว่า เราควรเริ่มออกเดินทางจากจุดไหนตอนกี่โมง

 

Friday, October 09, 2026

TWO DOCUMENTARIES ABOUT ETHIOPIA

 

Double Bill Film Wish List

 

MADE IN ETHIOPIA (2024, Max Duncan, Xinyan Yu, USA/Denmark/Canada, about Ethiopia, documentary, 91min, A+30)

+ RIFT FINFINNEE (2020, Daniel Kötter, Germany/Ethiopia, documentary, 80min, A+30)

 

เมื่อวานเราได้ดูหนังสารคดีเรื่อง MADE IN ETHIOPIA ที่ doc club ซึ่งพูดถึงนิคมอุตสาหกรรมของจีนในเอธิโอเปีย และรวมไปถึงการเวนคืนที่ดินจากเกษตรกรชาวเอธิโอเปียเพื่อนำมาสร้างนิคมอุตสาหกรรมของจีน หนังเน้นนำเสนอชีวิตของผู้หญิง 3 คน ซึ่งก็คือเจ้าแม่ชาวจีนในนิคมอุตสาหกรรม, สาวโรงงานชาวเอธิโอเปีย และหญิงเกษตรกรชาวเอธิโอเปียที่ถูกเวนคืนที่ดิน โดยหนังเรื่องนี้พาดพิงถึงสงครามกลางเมืองในเอธิโอเปียด้วย

 

พอเราดูหนังเรื่องนี้แล้ว เราก็เลยนึกถึงหนังสารคดีอีกเรื่องที่เราชอบสุดขีด ซึ่งก็คือ RIFT FINFINNEE (2020, Daniel Kötter, Germany/Ethiopia, documentary, 80min, A+30) ที่เคยมาฉายออนไลน์ในเทศกาลภาพยนตร์ Signes de Nuit in Bangkok ในปี 2021 เพราะว่า RIFT FINFINNEE ก็พูดถึงเอธิโอเปียในช่วงก่อนเกิดสงครามกลางเมือง และชาวบ้านในเอธิโอเปียที่ได้รับผลกระทบจากการเวนคืนที่ดิน

 

เหมือนกับว่าหนังสองเรื่องนี้มันช่วยเติมเต็มภาพให้กันและกันได้ดีมาก เพราะเราว่าจุดเด่นของ MADE IN ETHIOPIA คือการเน้นไปที่ชีวิตเจ้าแม่นักธุรกิจชาวจีนในเอธิโอเปีย แต่จุดเด่นของ RIFT FINFINNEE คือการเน้นไปที่ชีวิตชาวเอธิโอเปียที่ยากจนที่ได้รับผลกระทบจากการเวนคืนที่ดิน, urbanisation และความแตกแยกในสังคมก่อนเกิดสงครามกลางเมือง หนังสองเรื่องนี้ก็เลยเหมือนมีจุด focus ที่แตกต่างกัน แต่มันพูดถึงปัญหาเดียวกันหรือปัญหาที่เหลื่อมซ้อนกัน และหนังสองเรื่องนี้ต่างก็ช่วยเติมเต็มภาพรวมของปัญหาให้แก่กันและกันได้ดีมาก ๆ

 

ข้อมูลเกี่ยวกับ RIFT FINFINNEE

Rift Finfinnee takes the viewer on a journey through the periphery of the Ethiopian capital Addis Ababa. In strictly composed images and a soundtrack that interweaves the original conversations in a complex way, the film takes the concrete geography, architecture and the
everyday life of individual agricultural and construction workers in the east of Addis Ababa (in Oromo: Finfinnee) as the starting point for an allegorical narrative about the urbanisation of African societies on the edge of civil war. The film documents the rural-urban transformation of space and its consequences for living together using the example of four settlements in the east of the fast-growing Ethiopian capital: the village of Dingaja, the Bole Arabsa social housing estate, the Ayat Condominiums, and the gated community CCD Homes. Four different backdrops for the profound social change in Ethiopia, all four within sight of each other, but separated by a deep rift, which divides city and non-city, present from projected future, Oromo from Amhara: the gorge of the Akaki River.


Filmsick on RIFT FINFINNEE

https://web.facebook.com/photo?fbid=10158485706963576&set=a.10157951619528576

 

 

Thursday, October 08, 2026

FILMS SEEN ON 4-6 OCTOBER 2026

 

พ่อกับลูกชายจาก FORGET ME NOT (2018, Chulayarnnon Siriphol) โคจรมาเจอกันโดยบังเอิญ

+++

SUNDAY 4 OCTOBER 2026

 

กิจกรรมของเราในวันนั้น

 

A. ไปฟัง a conversation exploring “Otherness” between Parinot Kunakornwong and Assoc. Prof. Dr. Wasana Wongsurawat ที่ 100 Tonson Foundation งานนี้เป็นงานปิดนิทรรศการ DRAWING ของคุณ Parinot

 

B. ไปดูนิทรรศการ ASHES AND ALTERATION ถ่านเถ้าและกลายกลับ ที่ JWD, curated by Chairat Polmuk and Ormkaew Kallayanapong

 

ในงานนี้เราได้ดู video installations 3 ชิ้น

 

1. ZAP (2026, Chulayarnnon Siriphol, video installation, 3min)

 

2. อุปกรณ์เครื่องเขียนของอังคาร (2026, Prapan Jangkitchai, video installation)

 

3. LETTER TO NOI (2026, Jirat Chalermsanyakorn, video installation)

 

C. ดูหนัง 9 เรื่องในงาน Wildtype

 

In my preferential order

 

1. AN EYE FOR GENESIS TO GENOCIDE: THE KILLING OF SHEEP (2024, สุชานาฏ ชาติธรรมรักษ์, 4min, A+30)

 

2. BYSTANDER’S PLAYGROUND (มันจึงวิ่งเล่น) (2025, สิรภัทร อนุชิตจิรัฐติกาล, 10min, A+30)

 

3. THE LIGHT BLINKS AFTER THE END (2026, เตชินทร์ รุ่งวัฒนโสภณ, 19min, A+30)

 

4. DECONSTRUCTING ANGELS (2023, Theerapat Wongpaisarnkit, 11min, second viewing, A+30)

 

5. A FLOWER NOT A FLOWER เดี๋ยวด๋าวประประ (2025, Tanakit Kitsanayunyong, second viewing, 18min, A+30)

 

6. ขวัญป่า เงาดงดิบ (2026, จุฑาพิชญ์ อุสาหะ, ปฏิภาณ มีสุวรรณ์, 17min, A+30)

 

7. INVERSION OF 54 (กาลกลับ 54) (2025, Thanawat Deesawat ธนวัฒน์ ดีสวาท, 9min, A+30)

 

8. PALE DOT (สุญญากาล) (2025, Chanon Dahan ชานน ดาหาร, 8min, A+30)

 

9. FUTUREPROOF (2026, Asamaporn Piriyapokanon, 5min, A+30)

 

ภาพจาก AN EYE FOR GENESIS TO GENOCIDE: THE KILLING OF SHEEP (2024, สุชานาฏ ชาติธรรมรักษ์, 4min, A+30)

 

Films seen on Monday 5 October 2026

 

In my preferential order

 

1. AMERICAN MOVIE (1999, Chris Smith, USA, documentary, 107min, A+30)

 

ดูที่ Doc Club พอดูแล้วก็คิดว่าเป็นหนังที่เหมาะสำหรับนักศึกษาภาพยนตร์ในมหาลัยต่าง ๆ มาก ๆ เพราะหนังสารคดีเรื่องนี้นำเสนอการดิ้นรนอย่างรุนแรงของคนรักหนังคนนึงที่พยายามสร้างหนังของตัวเอง ซึ่งเราคิดว่านักศึกษาภาพยนตร์หลาย ๆ คนอาจจะมีประสบการณ์ที่พ้องพานกับ subjects ของหนังเรื่องนี้

 

พอดูหนังเรื่องนี้เสร็จ เราก็ google หาข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลต่าง ๆ ที่เคยปรากฏตัวในหนังเรื่องนี้ แล้วเราก็เศร้ามากที่ได้รู้ว่า Mike Schank หนึ่งใน subjects คนสำคัญของหนังเรื่องนี้เสียชีวิตไปแล้วในปี 2022 ด้วยโรคมะเร็ง

 

เราเคยจำชื่อของ Chris Smith สลับกับ Kevin Smith ด้วย เพราะทั้งสองคนโด่งดังในวงการหนังอเมริกันอินดี้ในทศวรรษ 1990 เหมือน ๆ กัน

 

2. IT ENDS (2025, Alexander Ullom, USA, 89min, A+30)

 

Films seen on Tuesday 6 October 2026

 

In my preferential order

 

1. CRAYON SHIN-CHAN THE MOVIE: SPOOKY! MY YOKAI VACATION

(2026, Masaki Watanabe, Japan, animation, 101min, A+30)

 

ชอบเรื่องราวของคุณปู่ ที่บอกว่าตอนเด็ก ๆ เคยเล่นกับผีเป็นประจำ

 

แอบสงสัยว่า CRAYON SHIN-CHAN ภาคนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากความโด่งดังของ DAN DA DAN หรือเปล่า ในขณะที่ภาคที่แล้ว CRAYON SHIN-CHAN THE MOVIE: SUPER HOT! THE SPICY KASUKABE DANCERS (2025, Masakazu Hashimoto) นั้น เรามั่นใจว่ามันได้รับแรงบันดาลใจมาจากความโด่งดังของ RRR (2022, S.S. Rajamouli, India)

 

2. HEART OF THE BEAST (2026, David Ayer, USA/New Zealand/Canada, 101min, A+25)

 

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้หนังเรื่องนี้ไม่ได้ A+30 จากเรา คือการที่พระเอกเป็นทหารอเมริกัน

 

3. RESIDENT EVIL (2026, Zach Cregger, Germany/USA/Czech Republic, horror, 94min, A+25)

 

4. HENRY’S FIRST DATES (2026, Mez Tharatorn, Thailand, 115min, A+10)