Thursday, August 06, 2026

TREE APIROOM

 

VULTURE ทำรายชื่อ BEST FILMS OF JAN-JULY 2026 มี A USEFUL GHOST ติดอยู่ในลิสท์ด้วย

 

ในลิสท์นี้เราได้ดูไปเพียงแค่ 18 เรื่องเท่านั้นเอง ซึ่งก็คือ

 

1. CRIME 101 (Bart Layton)

 

2. THE DEVIL WEARS PRADA 2 (David Frankel)

 

3. DISCLOSURE DAY (Steven Spielberg)

 

4. EXIT 8 (Genki Kawamura, Japan)

 

5. THE FURIOUS (2025, Kenji Tanigaki, Hong Kong/China)

 

6. KONTINENTAL ’25 (Radu Jude, Romania)

 

7. MIROIRS NO. 3 (Christian Petzold, Germany)

 

8. MOTHER MARY (David Lowery)

 

9. OUR LAND (Lucrecia Martel, Argentina, documentary)

 

10. PILLION (Harry Lighton, Ireland)

 

11. PROJECT HAIL MARY (Phil Lord, Christopher Miller)

 

12. ROMERÍA (Carla Simón, Spain)

 

13. SEND HELP (Sam Raimi)

 

14. THE SHEEP DETECTIVES (Kyle Balda, UK)

 

15. SILENT FRIEND (Ildikó Enyedi, Hungary)

 

16. 28 YEARS LATER: THE BONE TEMPLE (Nia DaCosta, UK)

 

17. A USEFUL GHOST (2025, Ratchapoom Boonbunchachoke, Thailand)

 

18. WUTHERING HEIGHTS (Emerald Fennell)

 

ส่วนหนังในลิสท์นี้ที่เรายังไม่ได้ดู ก็คือ

 

1. ALL THAT’S LEFT OF YOU (2025, Cherien Dabis, Jordan, 146min)

 

2. BLUE HERON (2025, Sophy Romvary, Canada/Hungary)

 

3. THE CHRISTOPHERS (Steven Soderbergh)

 

4. DEAD MAN’S WIRE (Gus Van Sant)

 

5. FACES OF DEATH (Daniel Goldhaber, Isa Mazzei)

 

6. FANTASY LIFE (Matthew Shear)

 

7. HAMLET (2025, Aneil Karia, UK)

 

8. I LOVE BOOSTERS (Boots Riley)

 

9. I WANT YOUR SEX (Gregg Araki)

 

10. LATE SHIFT (Petra Volpe, Switzerland)

 

11. THE LITTLE SISTER (Hafsia Herzi, France)

 

12. MADDIE’S SECRET (John Early)

 

13. MINIONS & MONSTERS (Pierre Coffin)

 

14. NIGHT NURSE (Georgia Bernstein)

 

15. NIRVANA THE BAND THE SHOW THE MOVIE (Matt Johnson, Canada)

 

16. THE ODYSSEY (Christopher Nolan)

 

17. POMPEI: BELOW THE CLOUDS (Gianfranco Rosi, Italy, documentary)

 

18. PRESSURE (Anthony Maras)

 

19. REMAKE (Ross McElwee, documentary)

 

20. ROSE OF NEVADA (Mark Jenkin)

 

21. THE SAMURAI AND THE PRISONER (Kiyoshi Kurosawa)

 

22. THE STRANGER (François Ozon, France)

 

23. TUNER (Daniel Roher)

 

24. TWO PROSECUTORS (Sergey Loznitsa, France)

 

25. UNDERTONE (Ian Tuason, Canada)

 

26. WILD INSIDE (Penny Lane, documentary)

 

27. THE WIZARD OF THE KREMLIN (Olivier Assayas)

 

เราก็เลยหวังว่า นอกจาก THE ODYSSEY กับ MINIONS & MONSTERS ที่ลงโรงฉายอยู่ในตอนนี้แล้ว หนังอีก 25 เรื่องที่เหลือที่เรายังไม่ได้ดู จะได้ลงโรงฉายในไทย หรือได้กลับเข้ามาลงโรงฉายในไทยอีกรอบนะ เพราะมันมีหลายเรื่องในลิสท์นี้ที่เคยเข้าฉายใน Bangkok International Film Festival 2025 แต่เราไม่ได้ดูเพราะตารางมันชนกัน

 

 

https://www.vulture.com/article/best-movies-2026-new-films.html?fbclid=IwY2xjawTfhtRwZG9mBWV4dG4DYWVtAjExAGJyaWQRMUZJQ1pFT1duNFhYWlF0UjBzcnRjBmFwcF9pZBAyMjIwMzkxNzg4MjAwODkyAAEedAvtcH_IhxPEyfDhBcjtU3ccGtgQTJRlkKOmacjBMYLf3n-mWOiHtOVljt0_aem_wFmosggjjEHUx3eQjOvcPg

+++

 

RESIDUAL CONFESSION: TEMPORARY BOOK – DOC STREET TEXT (2026, Wanapol Saenkham, artwork with video installation)

 

ดูที่ชั้น 7 BACC

+++

 

เพิ่งได้ดู MINIONS & MONSTERS (2026, Pierre Coffin, animation, A+30) เราคิดว่ามันน่าจะเป็นหนึ่งในหนัง fiction ที่พาดพิงถึงหนังเรื่องอื่น ๆ มากที่สุดเรื่องนึงเท่าที่เราเคยดูมา เห็นบทความใน TIME มีวิเคราะห์ไว้อย่างละเอียดถึงหนังราว 30 กว่าเรื่องที่ได้รับการ tribute ใน MINIONS & MONSTERS ด้วย ถือเป็นบทความที่ดีงามมาก ๆ

 

https://time.com/article/2026/07/02/minions-monsters-movies-hollywood/

+++

 

ตรี อภิรุม นี่ถือเป็น one of my most favorite novelists of all time เลย นิยายของเขามีส่วนในการช่วยสร้างโลกจินตนาการของเราเองมาก ๆ โลกที่เต็มไปด้วยตัวละครที่มีฤทธิ์เดชจำนวนมากมายมาปะทะกัน ซึ่งจะแตกต่างจากจินตวีร์ วิวัธน์กับแก้วเก้า เพราะว่านิยายส่วนใหญ่ของจินตวีร์ วิวัธน์ กับแก้วเก้าที่เราเคยอ่าน มักจะมีตัวละครที่มีฤทธิ์เดชรุนแรงเพียงแค่ไม่กี่ตัวในหนึ่งเรื่อง คือเหมือนในนินายของสองคนนี้ อาจจะมีตัวละครที่มีอิทธิฤทธิ์สูงเพียงแค่ 5 ตัวต่อหนึ่งเรื่อง แต่ในนิยายของตรี อภิรุมที่เราเคยอ่าน มันมักจะมีตัวละครที่มีอิทธิฤทธิ์สูงเป็น 10 ตัวต่อหนึ่งเรื่อง เพราะฉะนั้นโลกจินตนาการของเราก็เลยสอดคล้องกับโลกจินตนาการของตรี อภิรุมมากกว่าของจินตวีร์ วิวัธน์ กับแก้วเก้า (แต่เราก็ชอบจินตวีร์ วิวัธน์ กับแก้วเก้าอย่างสุด ๆ นะ)

 

นิยายของตรี อภิรุมที่เราชอบมากที่สุดคือ “สัมผัสที่หก” นะ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันเคยถูกสร้างเป็นหนังหรือละครทีวีแล้วยัง

 

ตอนเด็ก ๆ เราจำได้ว่า นิยายอีกเรื่องนึงที่เราชอบสุดขีดของตรี อภิรุม มีเนื้อหาเกี่ยวกับคัมภีร์วิเศษที่นางเอกใช้ในการเดินทางข้ามเวลาไปยังอดีตหลายร้อยหลายพันปีก่อนได้ และมีครั้งนึงที่เหมือนนางเอกเดินทางย้อนไปในอดีตช่วงก่อนไฟบรรลัยกัลป์ล้างโลกรอบก่อนด้วยมั้ง แต่เราจำไม่ได้แล้วว่า นิยายเรื่องนั้นมีชื่อเรื่องว่าอะไร ใครจำได้บ้างคะ

 

ภาพจาก สัมภเวสี ซึ่งเป็นนิยายอีกเรื่องที่เราชอบสุดขีดของตรี อภิรุม

+++

 

เราได้ดู THE MAGIC GLOVES (2003, Martín Rejtman, Argentina, A+30) ในโรงภาพยนตร์ในวันที่ 30 ม.ค. 2004 ในเทศกาล Bangkok International Film Festival ซึ่งถ้าหากเราจำไม่ผิด มันน่าจะเป็นโรงภาพยนตร์ในห้างเอ็มโพเรียม เราชอบหนังเรื่องนี้อย่างสุดขีด แต่ก็เสียใจที่หนังเรื่องอื่น ๆ ของ Martín Rejtman ไม่ได้เข้ามาฉายในโรงภาพยนตร์ในไทยอีกเลยนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2004 เป็นต้นมา

 

แต่ก็ดีใจมาก ๆ ที่ตอนนี้มีหนังของเขาอีก 4 เรื่องให้เราดูใน MUBI (RAPADO, SILVIA PRIETO, TWO SHOTS FIRED, THE PRACTICE)

+++

 

เราชอบ THE UNDERGROUND GARDEN (2026, Yulian Ulybin, Ukraine, documentary, A+30) มาก ๆ รู้สึกว่าหนังเรื่องนี้มันบรรจุ “พลังชีวิต” เอาไว้สูงมาก ๆ

+++

 

9 TEMPLES TO HEAVEN (2026, Sompot Chidgasornpongse) ได้รับเลือกให้ฉายใน NEW YORK FILM FESTIVAL ปีนี้ด้วยนะ โดยหนังเรื่องนี้ต้องประชันกับหนังเรื่องอื่น ๆ ในเทศกาล อย่างเช่น

 

Paper Tiger (James Gray)

Behemoth! (Tony Gilroy)

14th (Ava DuVernay)

All of a Sudden (Ryûsuke Hamaguchi)

Bitter Christmas (Pedro Almodóvar)

Clarissa (Arie Esiri and Chuko Esiri)

Dao (Alain Gomis)

The Day She Returns (Hong Sangsoo)

I Deserve a Lover Whose Every Rise Sets Fiery Dooms Raging Across the Skies (Mani Haghighi)

The Diary of a Chambermaid (Radu Jude)

Double Freedom (Lisandro Alonso)

The Dreamed Adventure (Valeska Grisebach)

Everything Else Is Noise (Nicolás Pereda)

Everytime (Sandra Wollner)

Fatherland (Paweł Pawlikowski)

La Gradiva (Marine Atlan)

I Rarely Wake Up Dreaming (Isabelle Stever)

The Loneliest Man in Town (Tizza Covi and Rainer Frimmel)

A Long Winter (Andrew Haigh)

The Man I Love (Ira Sachs)

A Man of His Time (Emmanuel Marre)

Minotaur (Andrey Zvyagintsev)

Misty Green (Chris Rock)

My Undesirable Friends: Part II – Exile (Julia Loktev)

My Wife Cries (Angela Schanelec)

Nowhere To Lay My Eyes (Hong Sangsoo)

Once Upon a Time in Harlem (William Greaves and David Greaves)

Possible Love (Lee Chang-dong)

Rose (Markus Schleinzer)

Tender Loving Care (Mike Leigh)

The Unknown (Arthur Harari)

 

หวังว่าหนังทุกเรื่องในรายชื่อข้างบน จะได้เข้ามาฉายในโรงภาพยนตร์ในไทยด้วยเช่นกันนะ

 

https://www.filmlinc.org/nyff2026/daily/64th-new-york-film-festival-main-slate-announced/?fbclid=IwY2xjawTgS0dwZG9mBWV4dG4DYWVtAjExAHNydGMGYXBwX2lkEDIyMjAzOTE3ODgyMDA4OTIAAR7snkCwqao7ibXtKfVnmQ-8WfsLKn2WP1VM7144Xwx310ge9otLod1LqMshVw_aem_0Msrj-gugz9RLXyJs5Q_VQ

 

Wednesday, August 05, 2026

SURASI KUSOLWONG

 

Pierre Png พระเอกของ NOTHING TO LOSE  หรือ 1+1 เป็นสูญ (2002, Danny Pang) หล่อมาก ๆ เราจำได้ว่าเรา want เขามาก ๆ ในหนังเรื่องนั้น แต่หลังจากนั้นเราก็ไม่เคยได้ดูผลงานการแสดงของเขาอีกเลย เพราะเขามักจะเล่นแต่ละครโทรทัศน์ของสิงคโปร์

+++

 

พอลองเช็คดูก็พบว่า เราเคยซื้อหนังสือ LETTERS TO A YOUNG POET (1929, Rainer Maria Rilke, Austria) มาแล้ว โดยเวอร์ชั่นที่เราซื้อเป็นเวอร์ชั่นที่แปลโดยคุณ ไกรวรรณ สีดาฟอง เป็นฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2 ในปี 2000 ราคา 50 บาท พิมพ์โดยสำนักพิมพ์มูลนิธิโกมลคีมทอง โดยบรรณาธิการเล่มคือคุณไอดา อรุณวงศ์ และคุณสุรสม กฤษณะจูฑะ

++++

 

EMOTIONAL MACHINE (VW) (2025, Surasi Kusolwong, video installation)

 

เป็นวิดีโอที่ดูแล้วใจสั่นมาก 55555 ซึ่งไม่ได้เกิดจากเนื้อหาของตัววิดีโอ แต่เป็นเพราะว่าเวลาที่เราดูวิดีโอนี้ เราต้องเข้าไปนั่งในรถโฟล์คเต่ากลับหัวที่ห้อยลงมาจากเพดาน เพราะฉะนั้นที่นั่งของเรามั่นจะสั่นคลอนไปมาตลอดเวลา เหมือนกับเวลาที่เราล่องเรือลำเล็กในแม่น้ำ ซึ่งเราไม่คุ้นชินกับ motion แบบนี้

 

เพราะฉะนั้นเวลาที่เราเข้าไปนั่งดูวิดีโอนี้แล้วพบกับการสั่นคลอนไปมาของที่นั่ง เราก็เลยนึกถึงความหวาดกลัวตอนเกิดแผ่นดินไหวในเดือนมี.ค. 2025 โดยไม่ได้ตั้งใจ แล้วเราก็เลยรู้สึกกลัวมาก ๆ 55555 แต่ถ้าใครที่นั่งเรือโดยสารบ่อย ๆ ก็คงไม่ได้รู้สึกกลัวกับอะไรแบบนี้

++++

 

EMOTIONAL MACHINE (VW) (2025, Surasi Kusolwong)

 

พอมาดูงานชิ้นนี้ในตอนนี้แล้วก็เลยนึกถึงหนังเรื่อง BACKROOMS (2026, Kane Parsons) โดยไม่ได้ตั้งใจ 55555

 

งานชิ้นนี้มี “ตู้ขายสินค้า” และ “ที่นั่งสำหรับดื่มกินอาหารและเครื่องดื่ม” เป็นส่วนหนึ่งของงานด้วย ซึ่งตอนแรกเราก็ไม่ทันได้คิดอะไร แต่พอเราได้อ่านหนังสือ SURASI KUSOLWONG ที่ทาง Alliance Francaise เคยแจกฟรีเมื่อหลายปีก่อน เราก็พบว่าตัวศิลปินมักจะ “สร้างตลาด” ขึ้นภายในแกลเลอรี่ เราก็เลยเดาว่า ตู้ขายสินค้าพวกนี้อาจจะเป็นสิ่งหนึ่งที่เชื่อมโยงงานชิ้นนี้เข้ากับผลงานศิลปะชิ้นเก่า ๆ ของเขาด้วยหรือเปล่า เราก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน เพราะเหมือนเราไม่เคยดูงานชิ้นอื่น ๆ ของเขามาก่อนหน้านี้

 

พอเราได้ดูงาน EMOTIONAL MACHINE (VW) (2025, Surasi Kusolwong) ที่ Dib Bangkok เราก็เลยนึกถึงหนังสือ SURASI KUSOLWONG ที่ทาง Alliance Francaise in Bangkok เคยนำมาแจกฟรีพร้อมกับหนังสือเกี่ยวกับศิลปินไทยเล่มอื่น ๆ อีก 5 เล่มเมื่อราว 20 กว่าปีก่อน หนังสือ SURASI KUSOLWONG เล่มนี้เขียนโดย Jérôme Sans และน่าจะพิมพ์ออกมาในราวปี 2002

 

ตอนนั้นพอเราเห็นทางสมาคมฝรั่งเศสเอาหนังสือพวกนี้มาแจกฟรี เราก็เลยหยิบมาเลย 55555 แต่เราก็ยังไม่ได้อ่านเล่มของคุณ Surasi เพราะเรายังไม่เคยดูผลงานของเขา

 

กาลเวลาล่วงเลยผ่านมาจนถึงปี 2026 เราถึงได้มีโอกาสดูผลงานศิลปะของคุณ Surasi ที่ Dib Bangkok แล้วเราก็เลยนึกถึงหนังสือแจกฟรีเล่มนี้ เราก็เลยถือโอกาสหยิบมันมาอ่าน แล้วก็เลยถ่ายรูปมาลงในนี้ด้วยเลยแล้วกัน เผื่อมีคนสนใจอยากรู้ว่าข้างในหนังสือเล่มนี้มีอะไรบ้าง

+++

 

เพิ่งรู้ว่า Alain Resnais เคยกำกับหนังสั้นเรื่อง VAN GOGH (1948, 20min) ด้วย

 

Tuesday, August 04, 2026

FILMS ABOUT RELATIONSHIPS BETWEEN TWO BOYS

 

YARD WORK IS HARD WORK (2008, Jodie Mack) น่าดูสุดขีด เพราะเราก็เติบโตมากับนิตยสารผู้หญิง ทั้งดิฉัน, สตรีสาร, ขวัญเรือน, ลลนา, เปรียว, แพรว, เธอกับฉัน, ทราย, ฯลฯ เสียดายที่เราไม่ได้เก็บนิตยสารพวกนี้เอาไว้เลย เพราะมันถูกปลวกกินไปหมด

+++

 

ภาพยนตร์ที่เราชื่นชอบจากประเทศไต้หวัน

 

10. THE END OF THE TRACK (1970, Mou Tun Fei, Taiwan)

 

ภาพยนตร์ไต้หวันที่เราชื่นชอบมากที่สุดในชีวิต ก็คือหนังเรื่องนี้นี่แหละ แน่นอนว่านี่คือ one of my most favorite films of all time ดูแล้วซาบซึ้งประทับใจมาก ๆ หนังเรื่องนี้ก็เลยชนะหนังของ Edward Yang, Hou Hsiao-hsien, Tsai Ming-liang, King Hu, Lee Hsing, etc. และครองตำแหน่งหนังไต้หวันที่เราชอบมากที่สุดในชีวิตในตอนนี้

 

THE END OF THE TRACK สามารถฉายควบกับหนังเรื่องอื่น ๆ ที่พูดถึงมิตรภาพระหว่างเด็กชายสองคนได้อย่างซาบซึ้ง อย่างเช่นเรื่อง

 

1. MUDDY RIVER (1981, Kohei Oguri, Japan)

 

2. CHILDHOOD DAYS (1990, Masahiro Shinoda, Japan)

 

3. BEAUTIFUL THING (1996, Hettie Macdonald, UK)

 

4. MUSASHINO HIGH VOLTAGE TOWERS (1996, Naoki Nagao, Japan, 118min)

หนังเรื่องนี้ก็ถือเป็น one of my most favorite films of all time เหมือนกัน

 

5. BLINDFOLDED (1999, Matti Ijäs, Finland)

 

6. DUCK SEASON (2004, Fernando Eimbcke, Mexico)

 

7. WHEN THE HEAVEN WATER FALLS DOWN UPON US ยามน้ำฟ้า ตกมาสู่เฮา (2017, Watjakorn Hankoon วัจน์กร หาญกุล, 30min)

 

8. CLOSE (2022, Lukas Dhont, Belgium)

 

9. I WANT TO BELIEVE (2023, Jittarin Wuthiphan, 30min)

 

10. MONSTER (2023, Hirokazu Koreeda, Japan)

 

11. YOUNG HEARTS (2024, Anthony Schatteman, Belgium)

+++

 

ชอบเขามาก ๆ ใน QUEER AS FOLK (1999-2000, UK, TV series, A+30) แต่ในละครเกย์เรื่องนั้นเราชอบ Craig Kelly มากที่สุด

+++

 

21. THE LAST SONG YOU LEFT BEHIND (2026, Takahiro Miki, Japan, A-)

 

ตัวละครในหนังเรื่องนี้พูดคำว่า TADAIMA ราว 3 ครั้ง

 

Monday, August 03, 2026

SOME FILMS ABOUT FARMERS

 

เหมือนในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เราได้ดูหนัง 2 เรื่องที่พูดถึงประเด็นราเมือกนี้ เรื่องนึงก็คือ COLONY (2026, Yeon Sang-ho, South Korea) แต่เรานึกไม่ออกว่าหนังอีกเรื่องนึงที่เราได้ดูที่พูดถึงราเมือก คือหนังเรื่องอะไร มีใครนึกออกบ้าง

+++

 

DAEJEON, SUMMER OF 2023 (2023, Jinjoon Lee, South Korea, video installation)

 

ดูในนิทรรศการ INVISIBLE PRESENCE ที่ Dib

 

THE UNHEARD VOICE (1995, Somboon Homtientong)

 

งานศิลปะชิ้นนี้ทำจากเสาพระวิหารที่แม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เราก็เลยแอบซูมเข้าไปดูในเสา เผื่อเจอเลขเด็ด ๆ 55555

 

ดูในนิทรรศการ INVISIBLE PRESENCE ที่ Dib

+++

 

ร่วมส่งคุณพ่อของหนิงเดินทางไกล ที่วัดคันลัด

+++

ประเทศที่คุกมีไว้สำหรับขังคนอย่างไผ่ จตุภัทร์, อานนท์ นำภา, เอกชัย หงส์กังวาน, etc. ขอประกันตัวหลายครั้งแต่ก็ถูกปฏิเสธ แต่กลับปล่อยคนประเภทใดออกมา

 

อันนี้คือนึกย้อนไปถึงเรื่องกองเรือนรกด้วย

+++

 

ฉันรักเขา Yukki Tai จากหนังเรื่อง DOG DAY EVENING (2026, Tin Shu Mak, Hong Kong, A+30)

 

ดีใจที่เทศกาลหนังฮ่องกงในกรุงเทพปีนี้เชิญ Yukki Tai มาร่วมเสวนาหลังหนังจบด้วย เขาน่ารักมาก ๆ

 

พอเช็คดูแล้วพบว่าเราเคยดูหนังที่เขาแสดงอีก 2 เรื่อง ซึ่งก็คือ TIME STILL TURNS THE PAGES (2023, Nick Cheuk, Hong Kong, A+30) และ BACK HOME (2023, Nate Ki, Hong Kong) แต่เรานึกหน้าเขาในหนังสองเรื่องนี้ไม่ออก

+++

 

EXPERIMENTAL THAI FEATURE FILM AFTER 2000

 

SILENCE WILL SPEAK เคียด (2006, Punlop Horharin, 105min)

LOST NATION ผมชื่อชาติ (2009, Zart Tancharoen, 100min)

INSURGENCY BY A TAPIR ความเศร้าของภูตผี (2016, Wachara Kanha, Chulayarnnon Siriphol, Ratchapoom Boonbunchachoke, Chaloemkiat Saeyong, 104min)

 

HOMATAGIA (2019, Chanasorn Chaikitiporn, 126min)

 

นิราศกรุงเกลือ KRUNGKLUEA (2018, Natthanun Tiammek, 90min)

 

PRAYOON (2016, Somchai Tidsanawoot)

 

SOMEONE FROM NOWHERE (2017, Prabda Yoon, 97min)

 

THE BOY ON THE LIGHTHOUSE เด็กชายบนประภาคาร (2025, Pichet Wongjoi, 90min)

 

สัตว์วิบากหนักโลก (2004, Phaisit Phanphruksachat)

 

 DROWSINESS (2019, Shitsanuphong Sornkeaw ชิษณุพงศ์ ศรแก้ว, 74min)

 

หนังยาว 6 เรื่องของคุณ Achitaphon Piansukprasert
https://web.facebook.com/afpachitaphon/posts/pfbid0u3PwyS7CDacstA6fEjxX4qedwfVfRPfzGPP44d1EsPMAfbGMMGPxpesNC8J7NMg5l

 

LUNG NEAW VISITS HIS NEIGHBORS (2011, Rirkrit Tiravanija, 154min)

 

RAILWAY SLEEPERS หมอนรถไฟ (2016, Sompot Chidgasornpongse, 102min)

 

JUNK FOOD FABLE (2020, Theerapat Wongpaisarnkit, 63min)

 

CAFFEINE VAMPIRE AND PISS ARSONIST (2022, Theerapat Wongpaisarnkit, 60min)

+++

 

มีสถานที่เล่น pilates ที่ไหนในกรุงเทพแนะนำไหมคะ พอดีมีเพื่อนคนนึงฝากถามมา

+++

 

ภาพยนตร์ที่เราชื่นชอบจากประเทศไต้หวัน

 

9. THE LAST RICE FARMER หรือ LET IT BE (2005, Chuang Yi-tseng, Yen Lan-chuan, Taiwan, documentary, 110min)

 

This is one of my most favorite documentaries of all time. เราได้ดูหนังสารคดีไต้หวันเรื่องนี้ในเทศกาลหนังไต้หวันที่จัดที่หอกลาง จุฬาในปี 2006 และหนังเรื่องนี้ก็เลยติดอันดับ 10 ในลิสท์หนังที่เราชื่นชอบที่สุดที่ได้ดูในปี 2006

 

หนังเรื่องนี้นำเสนอชีวิตของชาวนาวัยชรา 3 คนในภูมิภาคไถหนานในไต้หวัน และมันถ่ายทอดออกมาได้อย่างงดงามมาก ๆ

 

หนังเรื่องนี้สามารถนำมาฉายควบกับหนังเรื่องอื่น ๆ ที่นำเสนอชีวิตชาวนาชาวไร่ได้อย่างดีงามมาก ๆ เหมือนกัน อย่างเช่น

 

1. EARTH (1930, Aleksandr Dovzhenko, Soviet Union)

 

2. THE NAKED ISLAND (1960, Kaneto Shindo, Japan)

 

3. โรงเรียนชาวนา จากข้าวขวัญ...สู่ขวัญของชาวนาไทย FARMER FIELD SCHOOL (2007, Supong Jitmuang, Thailand, documentary, 38min)

 

4. MODERN LIFE (2008, Raymond Depardon, France, documentary)

 

5. AGRARIAN UTOPIA สวรรค์บ้านนา (2009, Uruphong Raksasad, Thailand)

 

6. HARVEST SEASON ฤดูเก็บเกี่ยว (2009, Pisut Srimork, Thailand, documentary, 20min)

 

7. SCENE AND LIFE (2018, Boonsong Nakphoo, Thailand)

 

ส่วนหนังเกี่ยวกับประเด็นนี้ที่เราอยากดูมาก ๆ แต่ยังไม่ได้ดู ก็คือ นาล่ม THE FARM GET TROUBLE (1979, Jaturajak) เหมือนเราเคยดูหนังเรื่องนี้บางฉากตอนที่มันมาฉายทางทีวีเมื่อราว 40 ปีก่อน จักร มหาชัย พระเอกของหนังเรื่องนี้หล่อมาก ๆ เสียดายมาก ๆ ที่เราไม่ได้อัดวิดีโอหนังเรื่องนี้เก็บเอาไว้ในตอนนั้น เพราะหนังเรื่อง “นาล่ม” นี้เหมือนหายสาบสูญไปแล้ว เหลือให้ดูเพียงแค่ไม่กี่นาทีในยูทูบ เสียดายมาก ๆๆๆๆๆ

+++

 

FLOW INTO SPACE (1992) by Miki Imai is my most favorite album of all time เป็นอัลบัมที่เราเปิดฟังบ่อยที่สุดในชีวิต เพราะมันทำให้เราเข้านอนได้อย่างมีความสุข

+++

 

เราชอบหนังเรื่อง COLD WAR 1994 อย่างสุดขีด เราชอบที่หนังเรื่องนี้เหมือนไม่เน้นฉากบู๊ แต่เน้น “การต่อรองผลประโยชน์” เมื่อเกิดความขัดแย้ง

+++

 

เราชอบซื้อ JOLLY BEARS แต่ไม่ได้ซื้อมากิน แต่ซื้อมาเก็บสะสมไว้ เพราะชอบบรรจุภัณฑ์ ส่วนตัวเยลลี่ข้างในก็หมดอายุไปนานแล้ว แดกไม่ได้แล้ว

+++

 

ฟังเทปนี้จบแล้ว ดีใจมาก ๆ ที่พูดถึง “SOS ก้าวผิด ชีวิตเปลี่ยน” หนัง cult ประจำปีของเรา 55555

 

ในแง่หนึ่งเราก็รู้สึกว่า “SOS ก้าวผิด ชีวิตเปลี่ยน” มัน cinematic มาก ๆ เพราะว่าความรู้สึกตลกของเราที่มีต่อหนังเรื่องนี้มันไม่ใช่สิ่งที่เราสามารถถ่ายทอดออกมาเป็นตัวอักษร หรือบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ง่าย ๆ น่ะ มันต้องดูและฟังหนังเรื่องนี้จริง ๆ มันถึงจะเข้าใจ

 

คือความตลกส่วนหนึ่งของ “SOS ก้าวผิด ชีวิตเปลี่ยน” มันเกิดจาก dialogue และเนื้อเรื่อง ก็จริง ซึ่งสิ่งนี้สามารถบรรยายออกมาเป็นตัวอักษรได้ง่าย ๆ แต่ความฮาส่วนใหญ่ของหนังเรื่องนี้ มันเกิดจากจังหวะที่ผิดพลาดและความลักลั่นขององค์ประกอบต่าง ๆ ทางภาพยนตร์ ทั้งจังหวะการตัดต่อ, การเรียงซีน, จังหวะการใส่ดนตรีประกอบ, ดนตรีประกอบที่เลือกใช้, การแสดง, อารมณ์ที่ยากจะบรรยายได้ของนักแสดง, เครื่องแต่งกาย, การเคลื่อนกล้อง ฯลฯ เพราะฉะนั้นเราก็เลยแอบรู้สึกว่า หนังเรื่องนี้มีความ cinematic มาก ๆ เพราะความฮาของหนังเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบต่าง ๆ ทาง cinema จริง ๆ มันไม่ใช่แค่ตัวเนื้อเรื่องหรือบทสนทนาของตัวละคร

++++

 

อยากดูหนังเรื่อง I SHOT ANDY WARHOL (1996, Mary Harron) อีกรอบมาก ๆ เพราะเราเคยดูหนังเรื่องนี้เมื่อเกือบ 30 ปีก่อน แต่ตอนนั้นเราดูแบบไม่มีซับไตเติล และช่วงนั้นเราแทบไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับ Andy Warhol และกลุ่มคนสนิทของเขามาก่อน อยากให้มีคนนำหนังเรื่องนี้มาลงโรงฉายในไทยมาก ๆ

 

I SHOT ANDY WARHOL
https://www.imdb.com/title/tt0116594/?ref_=nv_sr_srsg_0_tt_7_nm_1_in_0_q_i%20shot%20andy%20warhol

+++

 

เทศกาลหนังฮ่องกงแจกสิ่งนี้ให้ผู้ชม แต่เราไม่รู้ว่าวัตถุนี้เขาเอาไว้ใช้ทำอะไร

++++

 

นอกจาก “ผู้หญิงแย่งสับ” จะถือเป็น one of my most favorite films of all time แล้ว ชื่อภาษาไทยของหนังเรื่องนี้ ก็ถือเป็น “หนึ่งในชื่อหนังภาษาไทยที่เราชอบมากที่สุดตลอดกาล” ด้วย เป็นชื่อหนังที่ฝังหัวมาก ๆ เราน่าจะเคยได้ยินชื่อหนังเรื่องนี้ครั้งแรกตอนที่มันเข้าโรงฉายในไทยในปี 1990 (ถ้าหากเราจำไม่ผิด) และพอได้ยินแค่ครั้งเดียว ชื่อหนังเรื่องนี้ก็ฝังหัวเราไปเลย

 

แต่เราไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้ในโรงในตอนปี 1990 นะ เรากับกลุ่มเพื่อน ๆ เกย์/กะเทยได้ดูหนังเรื่องนี้ด้วยกันตอนมันมาฉายทางช่อง 7 เมื่อราว 30 กว่าปีก่อน แล้วเรากับเพื่อน ๆ ทั้งกลุ่มก็หวีดสุดขีดไปเลย

 

รู้สึกว่าประโยค “ผู้หญิงแย่งสับ” สำหรับเรา เป็นประโยคที่ทรงพลัง + กระตุ้นจินตนาการในหัวได้อย่างดีงามที่สุดทัดเทียมกับประโยค “DESTROY, SHE SAID

 

 

Friday, July 31, 2026

KING HU

 

ภาพยนตร์ที่เราชื่นชอบจากประเทศไต้หวัน

 

7. THE PERSONALS (1998, Chen Kuo-fu, Taiwan, A+30)

 

เราได้ดูหนังเรื่องนี้ในวันที่ 22 พ.ย. 1999 ที่โรงภาพยนตร์ในห้างเซ็นทรัลพระรามสาม ในเทศกาลภาพยนตร์เอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งเป็นเทศกาลที่ดีมาก ๆ เทศกาลนี้จัดที่กรุงเทพในช่วงเดือนพ.ย. 1999 แล้วมันก็ไม่หวนคืนกลับมาจัดที่กรุงเทพอีกเลย เสียดายมาก ๆ

 

หนังเกือบทั้งเรื่องเป็นฉากนางเอกคุยกับผู้ชายคนต่าง ๆ ที่ตอบรับโฆษณาหาคู่ของเธอ โดยหลาย ๆ ฉากเป็นการโฟกัสไปที่ใบหน้าของนางเอก เพราะฉะนั้น Rene Liu นางเอกของหนังเรื่องนี้ก็เลยต้องแบกหนังทั้งเรื่องไว้ด้วยการแสดงของเธอ และเธอก็ทำได้อย่างดีเยี่ยมสุด ๆ

 

เราได้ดูหนังที่กำกับโดย Chen Kuo-fu เพียงแค่ 2 เรื่องนะ ซึ่งอีกเรื่องนึงก็คือ THE MESSAGE (2009, Chen Kuo-fu, Gao Qunshu, China) ที่เราก็ชอบสุดขีดเช่นกัน แต่ยังมีหนังอีกหลายเรื่องของ Chen Kuo-fu ที่เรายังไม่ได้ดู อย่างเช่น DOUBLE VISION (2002), THE PEONY PAVILLION (1995), TREASURE ISLAND (1993), SCHOOL GIRL (1989) และ ADULT GAME (1986, Chen Kuo-fu, Hou Hsiao-hsien, Edward Yang)

+++

 

เพิ่งเห็นว่า GROK AI มันให้สร้างวิดีโอความยาว 6 วินาทีได้ เราก็เลยทดลองให้มันสร้างวิดีโอการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง

https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid02qMtUpHnLJbVrxLacVo2RfRDY5A7naEL7WTLZtUau7APfChhpy5AwJNfH3yGHT6TBl

 

+++

 

PRESENT by Sho Shibuya

 

งานนี้ศิลปินให้เราเอากรอบรูปกระดาษไปตอกบัตร แล้วบัตรที่ตอกมันจะระบุ “เวลาปัจจุบัน” เอาไว้ ซึ่งตอนที่เราตอกก็คือ เวลา 13.27 น.ของวันที่ 30 ก.ค. 2026 แล้วเราก็เอากรอบรูปนั้นไปทาบกับท้องฟ้า เหมือนศิลปินจะบอกว่า ช่วงเวลาปัจจุบันขณะ (present) คือ “ของขวัญ” (present)

 

แต่เราเพิ่งเอามาทาบกับท้องฟ้าตอนเย็นนะ

+++

 

ภาพยนตร์ที่เราชื่นชอบจากประเทศไต้หวัน

 

8. RAINING IN THE MOUNTAIN (1979, King Hu, Taiwan, A+30)

 

เราได้ดูหนังเรื่องนี้ที่สถาบันปรีดี พนมยงค์ในวันที่ 23 พ.ย. 2011 เพราะตอนนั้นทางสถาบันมีการจัดงาน KING HU RETROSPECTIVE อย่างไม่เป็นทางการ

 

เราได้ดูหนังของ King Hu 6 เรื่องในงานนั้น ซี่งได้แก่

 

1. DRAGON INN (1967)

2. A TOUCH OF ZEN (1971)

3. THE FATE OF LEE KHAN (1973)

4. THE VALIANT ONES (1975)

5. RAINING IN THE MOUNTAIN (1979)

6. LEGEND OF THE MOUNTAIN (1979)

 

แล้วเราก็ได้ดูหนังของ King Hu อีก 3 เรื่องนอกเทศกาลนี้ ซึ่งก็คือ

 

7. COME DRINK WITH ME (1966)

เรื่องนี้เราน่าจะได้ดูที่ห้องสมุดมหาลัยธรรมศาสตร์ ในรายการคุยกับหนังของอ.ทรงยศ ถ้าหากเราจำไม่ผิด

 

8. THE WHEEL OF LIFE (1983, King Hu, Lee Hsing, Pai Ching-jui, Taiwan)

เรื่องนี้เราได้ดูออนไลน์

 

9. เดชคัมภีร์เทวดา ภาคแรก SWORDSMAN (1990, King Hu, Ching Siu-tung, Raymond Lee, Hong Kong/Taiwan)

เรื่องนี้เราได้ดูทางช่อง 7

 

ในบรรดาหนังของ King Hu ที่เราได้ดู เราชอบ THE FATE OF LEE KHAN มากที่สุดนะ แต่เราเข้าใจว่า THE FATE OF LEE KHAN มีความเป็นหนังฮ่องกงมากกว่าหนังไต้หวัน เราก็เลยไม่ได้เลือกมันมาใส่ในลิสท์หนังไต้หวันที่เราชื่นชอบ

+++

 

จำได้ว่าช่วงนั้นเป็นช่วงที่ละครเรื่อง “ทายาทอสูร” เวอร์ชั่น ชไมพร จตุรภุช ออกอากาศทางช่อง 5

 

 

แล้วพอเหตุการณ์พฤษภาทมิฬผ่านไป เรากับเพื่อน ๆ ก็ได้ออกไปดูหนังเรื่อง JFK (1991, Oliver Stone, 189min, A+30) ที่โรงภาพยนตร์เมเจอร์ในห้างมาบุญครอง

Wednesday, July 29, 2026

YOURS & MINE

 

Lan Hongchun ผู้กำกับ DEAR YOU เคยกำกับหนังเรื่องนี้ด้วยนะ BACK TO LOVE (2022) ซึ่งเพิ่งมาฉายที่หอภาพยนตร์ ศาลายา ในเดือนพ.ย.ปีที่แล้ว (แต่เราไม่ได้ไปดู เพราะมันชนกับเทศกาลหนังสารคดีไต้หวันในปี 2025)

+++

 

นึกว่าหนึ่งในวิธีการฝึกวิทยายุทธใน THE 36TH CHAMBER OF SHAOLIN (1978, Liu Chia-liang, Hong Kong, A+30)

https://web.facebook.com/reel/1385462740163030?locale=th_TH

 

+++

 

ภาพยนตร์ที่เราชื่นชอบจากประเทศไต้หวัน

 

6. YOURS & MINE (1997, Wang Shaudi, Taiwan, 114min)

 

เรายังคงจำความรู้สึกตื่นเต้นและเป็นสุขตอนดูหนังเรื่องนี้ได้ดี ซึ่งมันไม่ได้เกิดจากตัวหนัง คือเราก็ชอบหนังเรื่องนี้มากพอสมควร แต่เรารู้สึกตื่นเต้นและเป็นสุขมาก ๆ ตอนที่เราได้เดินเข้าไปดูหนังเรื่องนี้ในโรงภาพยนตร์ในห้างเอ็มโพเรียมในปี 1998 เพราะว่าหนังเรื่องนี้คือหนังเรื่องแรกสุดในชีวิตที่เราได้ดูใน BANGKOK FILM FESTIVAL

 

คือก่อนหน้านั้นเราไม่เคยได้ดูหนังใน international film festival ขนาดใหญ่มาก่อนน่ะ ก่อนหน้านั้นเราเคยได้ดูหนังใน film festival มาบ้างแล้ว แต่มันก็เป็น film festival เฉพาะประเทศหรือทวีป อย่างเช่น British Film Festival ที่ฉายงาน retrospective ของ Peter Greenaway, EU Film Festival ที่ศาลาเฉลิมกรุง, Spanish Film Festival ที่ศาลาเฉลิมกรุง, Korean Film Festival ที่หอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี,  Mexican Film Festival ที่โรงภาพยนตร์วอชิงตัน, New Zealand Film Festival ที่ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมแสงอรุณ และก็เทศกาลของไทย อย่างเช่น เทศกาลหนังสั้น และเทศกาลหนังนักเรียน

 

International Film Festival ที่เราเคยดูก่อนหน้านั้นก็น่าจะมีแค่เพียง Bangkok International Art Film Festival หรือเทศกาลหนังทดลองในปี 1997 ซึ่งเป็นเทศกาลที่ดีงามที่สุด แต่มันก็มีแต่หนังสั้น

 

เพราะฉะนั้น Bangkok Film Festival ที่จัดโดย Brian Bennett ในปี 1998 ก็เลยถือเป็นประสบการณ์ครั้งแรกในชีวิตของเราที่ได้ดูหนังใน international film festival ขนาดใหญ่จริง ๆ และมันก็ถือเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่มีความสุขที่สุดในชีวิตมาก ๆ การได้ดูหนังในเทศกาลแบบนี้มันคือหนึ่งในช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดในแต่ละปีของจริง

 

และในปี 1998 นั้น เราก็ยังเข้าไม่ถึงอินเทอร์เน็ตด้วย เราไม่มีทั้งอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือ เราแทบไม่รู้ข้อมูลอะไรเลยเกี่ยวกับหนังที่เราจะเข้าไปดู ไม่รู้ว่าผู้กำกับเป็นใครมาจากไหน เราอาจจะรู้แค่ synopsis เพียงย่อหน้าเดียว เราก็เลยเข้าไปดูหนังแต่ละเรื่องใน Bangkok Film Festival ด้วยความรู้สึกตื่นเต้นมาก ๆ เพราะหนังทุกเรื่องในเทศกาลนี้คือการเสี่ยงดวงสำหรับเรา

 

และเราก็พบว่าเรามีความสุขสุดขีดกับเทศกาลนี้ และหนังเรื่อง YOURS & MINE นี่แหละคือหนังเรื่องแรกที่เราได้ดูในเทศกาลภาพยนตร์นี้

 

ถ้าหากเราจำไม่ผิด ในวันนั้นในปี 1998 เราได้ดูหนัง 4 เรื่องติดกันใน Bangkok Film Festival ที่ห้างเอ็มโพเรียม ซึ่งได้แก่หนังเรื่อง

 

1. YOURS & MINE

 

2. RIZAL IN DAPITAN (1997, Tikoy Aguiluz, Philippines)

 

3. A PETAL (1996, Jang Sun-woo, South Korea)

 

4. 12 STOREYS (1997, Eric Khoo, Singapore)

+++

 

กรี๊ดดดด เราก็ชอบ THE MATCH FACTORY GIRL มากที่สุดเช่นกัน ดีใจสุดขีดที่มีคนใจตรงกัน

  

Tuesday, July 28, 2026

FILMS SEEN IN THE TAIWANESE DOCUMENTARY FILM FESTIVAL 2026

 

สถานทูตจีนในกรุงเทพควรนำหนังเรื่อง THE BIG PARADE (1985, Chen Kaige, 94min) กับ THE BLACK CANNON INCIDENT (1985, Huang Jianxin, 96min) มาจัดฉายตามโรงหนังไมโครซีเนม่าในไทย

+++

 

ภาพยนตร์ที่เราชื่นชอบจากประเทศไต้หวัน

 

5. SECRET LOVE IN PEACH BLOSSOM LAND (1992, Stan Lai, Taiwan)

 

เราชอบหนังเรื่องนี้อย่างสุดขีด หนังเรื่องนี้นำแสดงโดยหลินชิงเสีย และมีเนื้อหาเกี่ยวกับคณะละครเวที 2 คณะที่มาซ้อมละครเวทีในโรงละครเดียวกัน แต่ในระหว่างที่การซ้อมละครเวทีสองเรื่องดำเนินไป โลกในละครเวทีสองเรื่องนี้ก็เหมือนค่อย ๆ เลือนเข้าหากันอย่างพิศวงมาก ๆ และระนาบความเป็นจริงในหนังเรื่องนี้ก็เลยเกิดความพิศวงตามไปด้วย

 

หนังเรื่องนี้เหมาะฉายควบกับหนังแนวที่ “เบลอเส้นแบ่งระหว่างละครเวทีกับความเป็นจริงนอกละครเวที” กลุ่มนี้มาก ๆ

 

1. THE FALSE SERVANT (2000, Benoît Jacquot, France)

 

2. LA PURITAINE (1986, Jacques Doillon, France)

 

3. VANYA ON 42ND STREET (1994, Louis Malle, UK/USA)

 

4. THE BABY OF MÂCON (1993, Peter Greenaway, Netherlands)

 

5. ALL THAT JAZZ (1979, Bob Fosse, USA)

+++

 

หนังที่เราได้ดูในเทศกาล TAIWAN DOCUMENTARY & FILM FESTIVAL IN THAILAND 2026

 

IN MY PREFERENTIAL ORDER

เรียงตามลำดับความชอบ

 

1. JOUHATSU LETTERS (2024, Johan Chang, Masa Kudo, Taiwan/Japan, documentary, 31min, A+30)

เราเขียนถึงหนังเรื่องนี้ไปแล้วเมื่อวานนี้

 

2. AMATEUR IN THE MOON (2025, Huang Pang-chuan, Lin Chun-ni, Taiwan, documentary, 22min, A+30)

เศร้าใจมาก ๆ ที่หนังมากมายถูกทำลายไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งน่าจะเป็นกลุ่มหนังที่ดีงามมาก ๆ ด้วย

 

3. LA PALOMA (2026, Lu Yuan-chi, Taiwan, documentary, A+30)

ชอบมากที่หนังสืบสาวราวเรื่องไปถึงโปแลนด์ในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง

 

4. BACK HOME (2025, Tsai Ming-liang, Taiwan/Laos, documentary, A+30)

นึกว่าต้องปะทะกับ Chantal Akerman

 

5. A LONG WAY HOME (2025, Wu Nien-hua, Taiwan, documentary, A+30)

นึกว่าเป็น “เหรียญอีกด้าน” ของหนังเรื่อง A MISSING PART (2024, Guillaume Senez, France/Japan, A+30) เพียงแต่ว่า A LONG WAY HOME เล่าจากมุมมองของลูกสาว ส่วน A MISSING PART เล่าจากมุมมองของพ่อ

 

6. GIRL (2025, Shu Qi, Taiwan, A+30)

อยากได้สี่หนุ่มมอเตอร์ไซค์ในหนังเรื่องนี้มากๆ ทำไมตอนเราเป็นสาวแรกรุ่นเราไม่เคยเจอสี่หนุ่มมอเตอร์ไซค์แบบนี้บ้างนะ

 

Moment ที่แม่นางเอกกับเพื่อนแม่นางเอก พูดบ่นเสียดายที่ “ลูกค้าร้านตัดผมที่เอาแตงโมมาฝาก” เป็นผู้ชายที่แต่งงานมีเมียแล้ว ทำให้เรานึกถึงความสะเทือนใจอย่างรุนแรงเวลาที่เราอ่านนิยายของทมยันตี โดยเฉพาะนิยายเรื่อง “เพลงชีวิต” เพราะนิยายของทมยันตีหลาย ๆ เรื่องพูดถึง “ผู้หญิงที่เลือกสามีผิด” แล้วได้สามีเป็นคนเลว แล้วตัวละครก็ได้แต่นึกเสียดายที่ไม่ได้เลือกผู้ชายดี ๆ หรือเสียดายที่ “ผู้ชายดี ๆ” ที่เคยมาชอบเธอ ไม่กล้าบอกรักเธอตรง ๆ ในตอนนั้น เธอก็เลยเลือกผู้ชายเลว ๆ ที่กล้าสารภาพรักตรง ๆ มาเป็นผัว แล้วก็ได้แต่สำนึกเสียใจในภายหลังไปจนตลอดชีวิต

 

7. THE WAVES WILL CARRY US (2025, Lau Kek-huat, Taiwan, about Malaysia, A+30)

ชอบหนัง documentary มากกว่าหนัง fiction ของ Lau Kek-huat

 

เราชอบ THE WAVES WILL CARRY US มาก ๆ นะ แต่จะแอบรู้สึกว่า ตัวละครแต่ละตัวมันถูกสร้างมาเพื่อเป็น “ตัวแทน” ของคนกลุ่มต่าง ๆ ในมาเลเซียน่ะ คนจีนที่ประนีประนอม, คนจีนที่ลุกขึ้นสู้, คนจีนที่หาทางเอาตัวรอด, etc. เพราะฉะนั้นตัวละครแต่ละตัวก็เลยเหมือนถูกสร้างมาเพื่อสื่อประเด็นของหนัง มันก็เลยทำให้พลังในหนัง fiction ของ Lau Kek-huat มันไม่รุนแรงเท่ากับหนังสารคดีของเขาในความรู้สึกของเรา

 

8. THE SPARKLE IN OUR LIVES (2023, Yu Wei-jing, Taiwan, documentary, 20min, A+30)

ชอบน้องชายของผู้กำกับ 55555

 

นึกว่าต้องฉายควบกับ SUNDAY (2010, Siwapond Cheejedreiw, Thailand, documentary) ที่นำเสนอภาพชีวิตของครอบครัวคนธรรมดาที่อบอุ่นออกมาได้อย่างน่าประทับใจมาก ๆ เหมือนกัน

 

9. PAPER HOUSES AND HORSES (2025, An Chu, documentary, 19min, A+30)

นึกว่าต้องปะทะกับภาพยนตร์ของ Saroot Supasuthivech

 

10. SPI (2025, Sayan Simung, Taiwan, documentary, A+30)

ชอบน้องเขยของผู้กำกับ 55555 แต่เราจำไม่ได้แล้วว่า น้องเขยของผู้กำกับมาจากเผ่าอะไร จำได้แต่ว่าเป็นคนละเผ่ากับตัวผู้กำกับ

 

พอดูหนังเรื่องนี้จบ เราเลยไปค้นดูว่า Laha Mebow มาจากเผ่าเดียวกันกับ Sayan Simung หรือเปล่า ซึ่งก็ปรากฏว่า Laha Mebow ก็มาจากเผ่า Tayal เหมือนกัน โดย Laha Mebow เคยกำกับหนังเรื่อง HANG IN THERE, KIDS! (2016) กับ 32 KM – 60 YEARS (2018) ที่เราชอบสุดขีดทั้งสองเรื่อง

 

11. WE LIVE UNDERGROUND (2023, Xiao Yu-ru, Taiwan, documentary, 26min, A+30)

อิจฉาประเทศที่มีสวัสดิการสังคมดี ๆ แบบนี้

 

12. WHERE THE SEA BREEZE BLOWS (2024, Chen Shao-chun, Taiwan, documentary, 37min, A+30)

เหมือนเป็นคู่แฝดคนละฝาของ  A LONG WAY HOME เพราะหนังทั้งสองเรื่องเหมือนพูดถึง mental violence ภายในครอบครัวผู้กำกับเหมือนกัน และมี “ปริศนาที่ไม่คลี่คลายอย่างชัดเจน” ภายในครอบครัวของตัวผู้กำกับเหมือน ๆ กัน

 

ในแง่หนึ่งก็รู้สึกว่าหนังเรื่องนี้สามารถฉายควบกับ DRIFTER (1993, Sasithorn Ariyavicha, 8min) ได้ เพราะหนังทั้งสองเรื่องจับเอา “บรรยากาศ” ของเรือเฟอร์รี่ออกมาได้อย่างทรงพลังมาก ๆ

 

13. WHERE CLOUDS ONCE FORMED (2026, Su Yu-hsin, documentary, 14min, A+30)

หนังเรื่องนี้น่าจะเป็นหนังเรื่องแรกที่เราเคยดู ที่พูดถึงชนเผ่า Tohono O’odham ในสหรัฐอเมริกา

 

 

ส่วน PUSHING HANDS, THE WEDDING BANQUET, EAT DRINK MAN WOMAN, “KUEI-MEI, A WOMAN” เราเคยดูมาก่อนหน้านี้แล้ว

 

สรุปว่าชอบหนังทั้ง 13 เรื่องที่เราได้ดูในเทศกาลหนังไต้หวันในปีนี้อย่างรุนแรงมาก

+++

 

RIP KEIGO HIGASHINO (1958-2026)

 

เราเคยดูหนังที่สร้างจากบทประพันธ์ของเขาเพียงแค่ 2 เรื่องเท่านั้นเอง แต่ก็ชอบหนังทั้งสองเรื่องนี้มาก ๆ นะ ซึ่งก็คือ

 

1. LAPLACE’S WITCH (2018, Takashi Miike, Japan)

 

2. MASQUERADE HOTEL (2019, Masayuji Suzuki, Japan)

 

ถ้าหากเราจำไม่ผิด หนังเรื่อง THE CRIMES THAT BIND (2018, Katsuo Fukuzawa) ที่สร้างจากบทประพันธ์ของเขา เคยเข้ามาฉายในเทศกาลหนังญี่ปุ่นในกรุงเทพด้วย แต่วันนั้นเราป่วยเป็นจอประสาทตาฉีกขาด เราก็เลยไม่ได้ไปดูหนังเรื่องนี้ และเราก็เลยยังไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้มาจนถึงปัจจุบันนี้

 

เราเคยเขียนถึง MASQUERADE HOTEL ไว้ที่

https://web.facebook.com/photo/?fbid=10222334950185982&set=a.10222283837628200

+++

 

โรงงาน TSMC ARIZONA นี่มันโรงงานที่อยู่ในภาพยนตร์เรื่อง WHERE CLOUDS ONCE FORMED (2026, Su Yu-hsin, documentary, 14min, A+30) ที่เพิ่งเข้าฉายในกรุงเทพใช่ไหมคะ

+++

 

ฉากฝนตกในความทรงจำ ก็คือ TILL I KNOW กว่าจะรู้เดียงสา (1987, Chana Kraprayoon) เพราะการที่ฝนตกช่วยเปิดโอกาสให้นางเอกสามารถจับสุริยา เยาวสังข์มาทำผัว (ภาพประกอบในคอมเมนท์)

 

เออ ใช่ หนังเรื่อง RAIN (2001, Christine Jeffs, New Zealand) ก็เหมือนไม่มีฝนตกในหนังเหมือนกัน 55555

+++

 

VIETNAM MEDIA SHOW AT GOETHE PROGRAM

Screening Programme

  • Arlette Quynh Anh Tran: the_parents_mixtape (2021) & PLATTENLOTUS (2022)
  • Ngoc Nau: All in good time (2025)
  • Le-Bac-Tan: Fierce Childhood (2018)
  • Nguyễn Duy Anh & Trn Uy Đức: Catwalk (2023)
  • Hachul: Đám (2019)
  • Huytengmeng: Cardio (2018)
  • Nguyễn Duy Anh: Made in Vietnam (2026)

 

+++

 

งดงามที่สุด เราเคยดู THE FEATHER FAIRY ในโรงภาพยนตร์ตอนมันมาฉายในเทศกาลหนังอียูในกรุงเทพเมื่อราว 20 กว่าปีก่อน จำได้ว่าฉากบอลลูนติดตามาก ๆ

 

เราจำหนังเรื่องนี้ได้ดี เพราะว่าปกติแล้วเทศกาลหนังอียูมักจะฉายแต่หนังใหม่ ๆ คือประเทศส่วนใหญ่จะเลือกหนังค่อนข้างใหม่ของชาติตนเองมาฉายประชันกันในเทศกาลนี้ แต่มีสโลวาเกียนี่แหละที่เลือกหนังเก่ามาฉายในปีนั้น ซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าสโลวาเกียเป็นประเทศเกิดใหม่ในปี 1993 และหนังภาษาสโลวักมันมีจำนวนไม่มากนักหรือเปล่า เราก็ไม่รู้เรื่องนี้เหมือนกัน