SONGS BEGIN WITH LETTER A
1. ANATA WO AISHITAI (1988) – Yoko Minamino
2. AKI NO INDICATION (1987) – Yoko Minamino
3. AKI KARA MO, SOBA NI ITE (1988) – Yoko Minamino
4. APPROACH (1986) – Yoko Minamino
5. ANOTHER SLEEPLESS NIGHT (1990) – Shawn Christopher
6. ABC (1987) – Shonentai
7. ABSOLUTELY FABULOUS (1994) – Pet Shop Boys
8. ALL AT ONCE (1985) – Whitney Houston
9. ALL AROUND THE WORLD (1989) – Lisa Stansfield
10. ALL OF ME (BOY OH BOY) (1988) – Sabrina
+++
เห็นว่าใกล้จะมีฟุตบอลโลก
เราก็เลยนึกถึงเพลงประจำฟุตบอลโลกเพลงนี้ TOUCHED BY THE HAND OF
CICCIOLINA (1990) – Pop Will Eat Itself
https://youtu.be/LNWu7Ejm_TM?si=3yerzanYO9QddsMw
++++
รุนแรงมาก ๆ เราเคยดูหนังสองเรื่องที่พูดถึง Wallis
Simpson ซึ่งก็คือ THE WOMAN HE LOVED (1988, Charles
Jarrott) กับ W.E. (2011, Madonna) แต่ทั้งสองเรื่องนี้ก็เหมือนเน้นแค่การเชิดชูความรักต่างฐานันดรของนางเอก
และก็เลยไม่ได้พูดถึงชีวิตบั้นปลายของ Wallis ที่ตกเป็นเหยื่อของทนายสาวเจ้าเล่ห์
+++
ฉันรักเขา Benyu Zhang from PEGASUS 3
(2026, Han Han, China, A+30)
รูปมาจาก PEGASUS (2019)
ภาคแรกนะ เพราะว่าในภาค 3 Benyu Zhang ไม่ยอมถอดเสื้อเลย
55555
++++
เพิ่งสังเกตว่า หนังฮ่องกงเรื่อง MEN
FROM THE GUTTER (1983, Lam Ngai Choi) เข้าฉายแบบเสียงภาษาจีน 4
โรง และเสียงพากย์ไทยแค่โรงเดียว คือโรงจักรวาล
(มันตั้งอยู่ที่ไหนนะ)
+++
ฉันรักเขา Fan Chengcheng from PEGASUS 3
(2026, Han Han, China, A+30)
ฉันรักเขา Hu Xianxu from PEGASUS 3
(2026, Han Han, China, A+30)
ฉันรักเขา Johnny Huang from PEGASUS 3
(2026, Han Han, China, A+30)
ฉันรักเขา Zhang Xincheng from PEGASUS 3
(2026, Han Han, China, A+30)
+++
งดงามที่สุด
พออ่านจบแล้วเมื่อกี้เราเลยลองเข้าไปดู instagram ของ
Jiab Prachakul แล้วก็พบว่าคุณเจี๊ยบ ประชากุล
เคยจัดโปรแกรมฉายภาพยนตร์ที่เธอชื่นชอบ 3 เรื่องให้ Austin Film Society ด้วย โดยภาพยนตร์ 3 เรื่องนั้นก็คือ
1. Floating Weeds (1959) by Yasujiro Ozu
2. A Summer's Tale (1996) by Eric Rohmer
3. Uncle Boonmee Who Can Recalled His Past Lives (2010) by Apichatpong
Weerasethakul
https://www.instagram.com/p/DFsvoueNoTz/?img_index=1
แนท วาสนา
BP PORTRAIT AWARD 2020
https://www.npg.org.uk/whatson/exhibitions/2020/bp-portrait-award-2020/exhibition/
+++
เพิ่งเห็นว่า เว็บไซต์ GOETHE ON DEMAND มีหนังเรื่อง DARK BLUE GIRL (2017, Mascha Schilinski, Germany,
103min) ให้ดูด้วย กรี๊ดดด ดีใจมาก ๆ เพราะว่าเราชอบ SOUND
OF FALLING (2025, Mascha Schilinski) อย่างสุดขีด
เราก็เลยอยากดูหนังเรื่องอื่น ๆ ของ Mascha Schilinski มาก ๆ
++++
บันทึกว่า ตอนนี้เราจอประสาทตาฉีกขาดอีกแล้ว
เป็นจุดที่ 5
คือเมื่อ 4-5 วันก่อน
เราเริ่มเห็นจุดสีดำลอยไปลอยมา ซึ่งเป็นอาการที่เราก็เจอบ้างเป็นครั้งคราว
เราก็เลยไม่กังวลอะไร แต่พอผ่านไป 4 วัน มันก็ยังไม่หายไป
เราก็เลยตัดสินใจไปหาหมอในวันพุธที่ 13 พ.ค.
ปรากฏว่าหมอตรวจพบว่า
วุ้นลูกตาเสื่อมของเรามันไปดึงรั้งจอประสาทตา ทำให้จอประสาทตาฉีกขาด (retinal
breaks without detachment) หมอก็เลยรักษาเราด้วยการยิงเลเซอร์
ค่ารักษาอยู่ที่ 18457 บาท เสร็จแล้วก็ห้ามออกกำลังกายเป็นเวลานาน 1 เดือน
ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 5 แล้ว
เพราะก่อนหน้านี้เราก็เคยเป็นจอประสาทตาฉีกขาดมาแล้ว 4 ครั้งในปี 2019
โดยครั้งก่อนหน้านี้คือวันที่ 10 ก.ย. 2019 หรือเมื่อราว 7 ปีก่อน
เราก็เลยเซ็ง
เพราะโรคที่เรานึกว่าเราหายขาดไปแล้วเมื่อ 7 ปีก่อน ตอนนี้เรากลับมาเป็นอีกแล้ว
แต่ก็ยังโชคดีที่จอประสาทตาของเรายังไม่ได้หลุดลอก และโรค “พังผืดบนศูนย์กลางจอประสาทตา”
ของเราก็ยังคงที่ ไม่ได้เลวร้ายลงจนถึงขั้นต้องผ่าตัด
แต่เราก็คิดว่า
มันคงเป็นผลกรรมจากที่เราเคยแกล้งลูกแมวตอนที่เรายังเป็นเด็กนั่นแหละ
แสดงว่าเรายังใช้กรรมไม่หมด ก็คงต้องทยอยใช้กรรมที่เราเคยทำไว้ในตอนเด็กกันต่อไป
++++
วันนี้ไปเดิน Kinokuniya สาขา
Central World เจอหนังสือ LOACH ON LOACH เราเลยซื้อมาให้ลูกหมีอ่าน เพราะเราเคยดูหนังของ Ken Loach ไปแล้ว 8 เรื่อง และก็ชอบหนังของเขาอย่างสุดขีดมาก ๆ
เรายังไม่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้นะ
แต่เราเข้าใจว่ามี Chapter นึงของหนังสือเล่มนี้ ที่ให้ Ken
Loach พูดถึงการเมืองอังกฤษอย่างเต็ม ๆ
โดยเน้นไปที่สมาชิกคนสำคัญของพรรคแรงงานอังกฤษในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึง
Keir Starmer นายกรัฐมนตรีอังกฤษคนปัจจุบัน
ซึ่งนั่นเป็นเพราะว่า Loach เคยกำกับหนังสารคดีเรื่อง THE
SPIRIT OF ’45 (2013, 94min) ที่พูดถึงการเมืองอังกฤษอย่างตรง ๆ
เพราะฉะนั้นเวลาที่เขาพูดถึงหนังเรื่องนี้ มันก็เลยกลายเป็นการสัมภาษณ์ความเห็นของเขาที่มีต่อการเมืองอังกฤษในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมาไปด้วยโดยปริยาย
เข้าใจว่า สำนักพิมพ์ Faber ออกหนังสือชุดผู้กำกับภาพยนตร์นี้มาแล้ว 24 เล่ม แต่เราซื้อเก็บไว้แค่ 2
เล่ม คือ MALLE ON MALLE กับ LOACH ON LOACH
ส่วนที่ร้าน Kinokuniya Central World เราเห็นมีหนังสือ CRONENBERG ON CRONENBERG กับ
TRIER ON VON TRIER วางขายอยู่ด้วยนะ
แล้วก็มีหนังสือที่น่าสนใจเล่มอื่น ๆ วางขายอีกมากมายหลายเล่ม อย่างเช่น JAPANESE
HORROR CINEMA AND DELEUZE ของ Rachel Elizabeth Barraclough, IN THE MOOD FOR TEXTURE: THE REVIVAL OF BANGKOK AS A CHINESE
CITY ของ Anika Fuhrmann, หนังสือของ A24 จำนวนมากมายหลายเล่ม, หนังสือเกี่ยวกับ Tilda Swinton เล่มละ 2000 กว่าบาท และหนังสือเกี่ยวกับหนังเรื่อง WHEN A WOMAN
ASCENDS THE STAIRS (1960, Mikio Naruse) เล่มละ 700 กว่าบาท
JAPANESE HORROR CINEMA AND DELEUZE
https://www.bloomsbury.com/uk/japanese-horror-cinema-and-deleuze-9781501375026/
+++
RIP VALIE EXPORT (1940-2026)
Valie Export เป็นเจ้าแม่หนังทดลองแห่งออสเตรีย เราเคยดูภาพยนตร์ของเธอแค่เรื่องเดียว
ซึ่งก็คือ SEEING SPACE AND HEARING SPACE (1974, Austria,
A+30) ที่ทาง Filmvirus เคยนำมาฉายที่ห้องสมุดมหาลัยธรรมศาสตร์
เราชอบหนังเรื่องนี้มาก ๆ
และเราก็เคยดูวิดีโอเรื่อง WOMEN (VALIE)
(2022, Karin Fisslthaler, Austria, video installation, 7min, A+30) ที่เป็นการ tribute ให้ Valie Export ด้วย
ชื่อ Valie Export ของเธอนั้น
ไม่ใช่ชื่อที่เธอได้มาแต่กำเนิด เพราะเธอเปลี่ยนชื่อของตัวเองจาก Waltraud
Hollinger มาเป็น Valie Export ในปี
1967 เพราะเธอไม่ต้องการใช้ทั้งนามสกุลของบิดาและของสามีของเธอ
โดยเธอเคยกล่าวในการให้สัมภาษณ์ว่า
"I did not want to have the name of my father [Lehner]
any longer, nor that of my former husband Hollinger. My idea was to export from
my 'outside' (heraus) and also export, from that port. The cigarette package
was from a design and style that I could use, but it was not the
inspiration."
ในปี 1968 Valie Export เคยทำการแสดงครั้งสำคัญที่มีชื่อว่า
ACTION PANTS: GENITAL PANIC ด้วยการเดินเข้าไปในโรงภาพยนตร์ที่มิวนิคโดยใส่กางเกงไร้เป้า
เพื่อโชว์อวัยวะเพศหญิงของเธอ แล้วเธอก็เดินไปรอบ ๆ
ผู้คนในโรงภาพยนตร์โดยให้อวัยวะเพศหญิงของเธออยู่ในระดับเดียวกับใบหน้าของผู้ชม
Export entered an art cinema in Munich, wearing crotchless
pants, and walked around the audience with her exposed genitalia at face level.
It aimed toward provoking thought about the passive role of women in cinema and
confrontation of the private nature of sexuality with the public venues of her
performances. In an interview in Ocula Magazine, the artist
stated that: "The fear of the vulva is present in mythology, where it is
depicted devouring man. I don't know if this fear has changed.”
งานวิดีโออันหนึ่งของเธอคือ FACING A
FAMILY (1971) ที่แพร่ภาพทางโทรทัศน์ในวันที่ 2 ก.พ. 1971
โดยวิดีโอนี้แสดงภาพของครอบครัวชนชั้นกลางชาวออสเตรียที่กำลังรับประทานอาหารเย็นและดูโทรทัศน์ไปด้วย
และนั่นก็เท่ากับว่า รายการโทรทัศน์นี้กำลัง “ยื่นกระจก”
ให้แก่ครอบครัวชนชั้นกลางชาวออสเตรียอีกหลายครอบครัวที่กำลังรับชมรายการโทรทัศน์นี้อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง
ครอบครัวชนชั้นกลางชาวออสเตรียหลายครอบครัวได้ดูรายการโทรทัศน์ที่แสดงให้เห็นครอบครัวชนชั้นกลางชาวออสเตรียครอบครัวหนึ่งกำลังดูโทรทัศน์อยู่
นอกจากนี้ งานวิดีโอนี้ก็เป็นการส่องสะท้อนความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่าง subject, spectator, and television ด้วย
ในภาพยนตร์เรื่อง REMOTE (1973) นั้น Valie Export ใช้มีดขุดหนังกำพร้าของเธอเป็นเวลานาน
12 นาที
เพื่อสะท้อนว่าเรือนร่างของผู้หญิงได้รับความเสียหายมากเพียงใดจากการทำตามมาตรฐานความงามของสังคม
Valie Export พยายามต่อต้านแรงกดดันทางสังคมในยุคนั้นที่พยายามกระตุ้นให้ผู้หญิงกลายเป็น
“แม่” และ “เมีย” ด้วย โดยเธอเคยกล่าวในหนังสือ VALIE EXPORT: FRAGMENTS OF
THE IMAGINATION ที่เขียนโดย Roswitha Mueller
ในปี 1994 ว่า
"VALIE EXPORT: I am interested in postmodern theories of the subversion of
the subject since I would like to dissolve the traditional view of the subject,
which had contributed to the oppression of women. It could also be helpful in
freeing women from social norms and enforced codes like motherhood. But I do
not follow postmodern philosophers when they equate the questions concerning
women's subjectivity with a confirmation of phallocentrism. The
phenomenological attempt to overcome Hegel's dialectics in certain postmodern
theories seems rather conservative to me." (from page 213)
"VALIE EXPORT: First, I do understand the dangers of my recommendation to
women to refuse natural reproduction. Yet, I think the whole essentialism
debate has to be taken out of its abstract philosophical framework, because
there one can always find yet another logical trip-up. What I am trying to call
attention to is the necessity to change the whole concept of motherhood, the
ideological coercion of women to become mothers and wives that is the core of
the cultural determination of our bodies. Only in this framework can what I say
make any sense. Certainly, I do not propose in actuality that an individual
woman should no longer give birth if she feels like it; rather, it is the
coercion I am trying to counteract. And from this perspective, artificial
reproduction is equally dangerous, because it can potentially increase the
pressure on women if they are not in charge of their lives and if they are not
involved in these debates." (from page 222)
ภาพจากหนังเรื่อง SYNTAGMA (1983, Valie
Export)
++++
วันนี้ไปกินข้าวเย็นที่ร้าน ANYA’S PLACE
อยู่ห่างจากหอภาพยนตร์ ศาลายา เพียงแค่ 3 กิโลเมตร อาหารอร่อยดีค่ะ
https://web.facebook.com/Anyarestaurant
++++
เพิ่งรู้จากเพื่อนว่า เกย์รุ่นใหม่เขานิยมไป
hang out กันที่ลานเกย์ รัชโยธิน ที่อยู่แถว ๆ ผับ “ท่าช้าง
รัชโยธิน” กับโรงหนังเมเจอร์รัชโยธิน เห็นมีคลิปใน instagram กับ tiktok เยอะมากที่พูดถึงประเด็นนี้
รู้สึกว่าเป็นอะไรที่ดีงามมาก ๆ
เราก็ไปดูหนังที่เมเจอร์รัชโยธินบ่อย ๆ แต่ก็ไม่เคยรู้ว่ามีอะไรแบบนี้เลย เพราะว่าพอหนังเลิกราว
ๆ 4 ทุ่มเราก็เดินออกทางเชื่อมรถไฟฟ้าด้านหน้า เราก็เลยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่ลานด้านหลัง
เรารู้แค่ว่า แถวนั้นมันมีผับบาร์อยู่บ้าง และก็น่าจะมีร้านอาหารบางร้านที่มันยังคงเปิดในเวลาดึก
ๆ ดื่น ๆ มีร้านราเมงข้อสอบกับสตาร์บัคส์ที่เปิด 24 ชั่วโมง และร้านอาหารหลายร้านที่ปิดตีหนึ่งหรือตีสอง
อาคารด้านหลังเมเจอร์รัชโยธินมันมีร้านอาหารเยอะมาก
และห้องน้ำในอาคารนั้นน่าจะเข้าออกได้ตลอด 24 ชั่วโมงมั้ง
เพราะฉะนั้นลานตรงนั้นมันก็เลยอาจจะเหมาะดี
เพราะมันดูเหมือนเปิดไฟสว่างไสว ดูปลอดภัย เดินเหินได้อย่างอิสระ ไม่ต้องเสียตังค์
มีร้านอาหารร้านกาแฟที่เปิด 24 ชั่วโมง มีห้องน้ำให้เข้าไปปัสสาวะและทำอะไรอย่างอื่น
ๆ ได้
หวังว่าจะมีคนทำหนังสั้นเกี่ยวกับลานเกย์รัชโยธินมาให้พวกเราได้ดูกันนะคะ