Tuesday, April 28, 2026

THE DRAMA AND OTHER COMEDY OF MANNERS FILMS

 

เนื้อเพลง INDIA SONG แปลโดยกูเกิล

Song,

You who want to say nothing

You who speak to me of her

And you who tell me everything

Oh, you,

That we danced together

You who spoke to me of her

 Of her who sang to you

You who spoke to me of her

Of her forgotten name

Of her body, of my body

 Of that love

Of that dead love

Song,

Of my distant land

You who will speak of her

Now vanished

You who speak to me of her

 Of her erased body

Of her nights, of our nights

Of that desire

Of that dead desire

Song,

You who want to say nothing

 You who speak to me of her

 And you who tell me everything

 And you who tell me everything

 

เนื้อเพลง INDIA SONG

Chanson,

Toi qui ne veux rien dire

Toi qui me parles d'elle

Et toi qui me dis tout

Ô, toi, Que nous dansions ensemble

Toi qui me parlais d'elle

D'elle qui te chantait

Toi qui me parlais d'elle

De son nom oublié

De son corps, de mon corps

De cet amour là

De cet amour mort

Chanson,

De ma terre lointaine

Toi qui parleras d'elle

Maintenant disparue

Toi qui me parles d'elle

De son corps effacé

De ses nuits, de nos nuits

De ce désir là

De ce désir mort

Chanson,

Toi qui ne veux rien dire

Toi qui me parles d'elle

Et toi qui me dit tout

Et toi qui me dit tout

+++

 

RIP LUIS PUENZO (1946-2026)

 

Luis Puenzo เสียชีวิตเมื่อวันที่ 21 เม.ย.ขณะอายุได้ 80 ปี เราเคยดูหนังที่เขากำกับแค่เรื่องเดียว ซึ่งก็คือ THE PLAGUE (1992, Luis Puenzo, France/UK/Argentina) ที่ทาง Filmvirus เคยนำมาฉาย หนังเรื่องนี้สร้างจากบทประพันธ์ของ Albert Camus และนำแสดงโดย Sandrine Bonnaire กับ William Hurt

 

Luis Puenzo เคยกำกับ THE OFFICIAL STORY (1985, Argentina) ที่ได้รับรางวัลออสการ์หนังภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม และเขาก็กำกับ OLD GRINGO (1989) ที่ส่งผลให้ Jane Fonda ได้เข้าชิงรางวัล Razzie สาขา Worst Actress แต่ผู้ชนะรางวัล Worst Actress ในปีนั้นคือ Heather Locklear จาก THE RETURN OF SWAMP THING (1989, Jim Wynorski)

 

ภาพจาก THE PLAGUE

++++

 

DOUBLE DOUBLE BILL FILM WISH LIST

 

FIRST DOUBLE BILL -- MY FAVORITE ROMANTIC FILMS

THE DRAMA (2026, Kristoffer Borgli)

+ REMINDERS OF HIM ร่องรอยรัก (2026, Vanessa Caswill)

 

SECOND DOUBLE BILL – MY FAVORITE COMEDY OF MANNERS FILMS

THE DRAMA (2026, Kristoffer Borgli)

+ THE MISANTHROPE "เกลียดมนุษย์" (2017, Clement Hervieu-Leger, filmed theater, from the play by Molière, 180min)

 

1. เป็นโชคดีของ REMINDERS OF HIM มาก ๆ ที่เราได้ดูหนังเรื่องนี้ก่อนดู THE DRAMA เพราะว่าถ้าหากเราได้ดู REMINDERS OF HIM หลังจากดู THE DRAMA ระดับความชอบของเราที่มีต่อ REMINDERS OF HIM อาจจะลดลงไปเยอะ

 

อย่างที่ทุกคนรู้กันดีอยู่แล้วว่า ปกติแล้วเราจะไม่อินกับ “หนังโรแมนติกโดยทั่วไป” ซึ่งสาเหตุสำคัญอาจจะเป็นเพราะว่า หนังโรแมนติกโดยทั่วไปชอบนำเสนอตัวละครนางเอกที่เป็น “สาวสวย น่ารัก นิสัยดี อ่อนหวาน น่าทะนุถนอม” อะไรทำนองนี้ เพื่อตอบสนอง romantic fantasy ของผู้ชมเพศชายบางกลุ่ม (อย่างเช่น THE STORY OF A SMALL TOWN (1979, Lee Hsing, Taiwan, A+30))  ซึ่งตัวละครนางเอกประเภทนี้เป็นตัวละครที่เราไม่สามารถ identify ตัวเองด้วยได้แต่อย่างใด เราก็เลยไม่ค่อยอินกับหนังโรแมนติกเหล่านี้

 

และปัจจัยนี้ก็เลยเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เราชอบ REMINDERS OF HIM มาก ๆ เพราะตัวละครนางเอกของหนังเรื่องนี้มีความแตกต่างจากตัวละครนางเอกในหนังกลุ่มข้างต้น REMINDERS OF HIM ก็เลยกลายเป็นหนังโรแมนติกที่เราชอบสุดขีดเรื่องนึง

 

แต่พอเราได้ดู THE DRAMA หนังเรื่องนี้ก็เลยทำให้เรานึกถึง REMINDERS OF HIM มาก ๆ ในบางจุด ซึ่งเราคงไม่สามารถเขียนถึงมันได้ในตอนนี้ เพราะเดี๋ยวมันจะเป็นการสปอยล์ THE DRAMA แต่เรารู้สึกว่า THE DRAMA มันทำให้ REMINDERS OF HIM จืดไปเลย เพราะพอเทียบหนังสองเรื่องนี้เข้าด้วยกันแล้ว เรารู้สึกว่า THE DRAMA มันผลักดันอะไรหลาย ๆ อย่างไปไกลกว่า REMINDERS OF HIM มาก ๆ และมันมี “ความไม่ประนีประนอม” สูงมาก ๆ เมื่อเทียบกับ REMINDERS OF HIM (แน่นอนว่า THE DRAMA มันมีความประนีประนอมสูงมากเมื่อเทียบกับ “หนังอาร์ตเฮาส์” แต่มันขึ้นอยู่กับว่า คุณเลือกจะเทียบ THE DRAMA กับอะไร 55555)

 

เราก็เลยรู้สึกว่า เป็นโชคดีมาก ๆ สำหรับ REMINDERS OF HIM ที่เราได้ดูหนังเรื่องนี้ก่อนดู THE DRAMA เพราะทั้งสองเป็น “หนังโรแมนติก” ที่เราอินด้วยมาก ๆ ในระดับนึงด้วยเหตุผลที่ใกล้เคียงกัน แต่ถ้าหากเทียบหนังสองเรื่องนี้เข้าด้วยกันแล้ว REMINDERS OF HIM เหมือนเป็นการวิ่งริมชายหาดประจวบคีรีขันธ์ระยะ 10 กิโลเมตร แต่ THE DRAMA เป็นการวิ่งฝ่าดงกับระเบิดระยะ 10 กิโลเมตร

 

2. THE DRAMA ทำให้เรานึกถึง THE MISANTHROPE “เกลียดมนุษย์” มาก ๆ ด้วย เพราะหนังทั้งสองเรื่องนี้มันตั้งคำถามเกี่ยวกับประเด็นที่ว่า “เราควรพูดตอแหล หรือเราควรพูดความจริง” เหมือน ๆ กัน และหนังทั้งสองเรื่องนี้มันเหมือนวิเคราะห์ท่าที, มารยาท และทัศนคติของผู้คนในสังคมเหมือน ๆ กัน เพียงแต่ว่า THE MISANTHROPE มันมุ่งเป้าไปที่ประเด็นนี้เป็นหลัก ส่วน THE DRAMA อาจจะแตะประเด็นนี้เพียงแค่นิดหน่อยเท่านั้น และอาจจะให้ความสำคัญกับประเด็นอื่น ๆ มากกว่า

 

ถ้าหากเราจำไม่ผิด ตัวละครพระเอกของ THE MISANTHROPE “เกลียดมนุษย์” คือ Alceste ชายหนุ่มที่มุ่งมั่นที่จะ “ไม่พูดตอแหล” เขาพูดตามสิ่งที่เขาคิดจริง ๆ เพราะฉะนั้นเขาก็เลยพูดตำหนิข้อบกพร่องของเพื่อน ๆ ทุกคนในสังคมรอบตัวเขา จนเขากลายเป็นที่รังเกียจของสังคมในที่สุด และเขาก็รังเกียจตัวเองด้วยที่เขาตกหลุมรัก Célimène หญิงสาวที่เข้าสังคมได้อย่างคล่องแคล่ว

 

เราชอบ THE MISANTHROPE “เกลียดมนุษย์” มาก ๆ เพราะมันเหมือนชำแหละ “มารยาททางสังคม” ได้อย่างรุนแรงสุดขีดมาก และมันเล่นกับประเด็นเรื่อง “การพูดตอแหล การพูดความจริง และความเหมาะสมทางสังคม” ได้อย่างละเอียดยิบมาก ๆ

 

เพราะฉะนั้นพอเราดู THE DRAMA เราก็เลยนึกถึง THE MISANTHROPE “เกลียดมนุษย์” มากพอสมควร เพราะถึงแม้ว่าประเด็นหลักของหนังทั้งสองเรื่องนี้ไม่เหมือนกัน แต่หนังทั้งสองเรื่องนี้ก็นำเสนอ HYPOCRISY ของผู้คนในสังคมได้อย่างน่าสนใจสุดขีดสำหรับเราเหมือน ๆ กัน

 

3. เราไม่แน่ใจว่า THE DRAMA นี่ถือเป็น COMEDY OF MANNERS ได้หรือเปล่านะ แต่เราอยากให้มีคนเขียนวิเคราะห์ THE DRAMA โดยเทียบกับหนัง COMEDY OF MANNERS เรื่องอื่น ๆ มาก ๆ เพื่อดูว่าหนัง COMEDY OF MANNERS แต่ละเรื่อง มัน “สะท้อนสังคมที่แตกต่างกัน” ได้อย่างแตกต่างกันอย่างไร, หนัง COMEDY OF MANNERS แต่ละเรื่อง มันชำแหละมนุษย์ได้ดีเพียงใด และตัวละครนางเอกของ THE DRAMA มันมีความเหมือนหรือความแตกต่างกันอย่างไรกับตัวละครนางเอกของหนัง COMEDY OF MANNERS เรื่องอื่น ๆ

 

หนังที่เราเข้าใจว่าเป็น COMEDY OF MANNERS ก็มีเช่น
(เรายังไม่ได้ดูหนังบางเรื่องในลิสท์ข้างล่างนี้นะ ข้อมูลพวกนี้เรากูเกิลเอา เพื่อดูว่าอินเทอร์เน็ตมันบอกว่าหนังเรื่องใดบ้างเป็น
COMEDY OF MANNERS)

 

3.1 THE FAN (1949, Otto Preminger) สร้างจากบทละครเวที LADY WINDERMERE’S FAN ของ Oscar Wilde

 

3.2 SMILES OF A SUMMER NIGHT (1955, Ingmar Bergman, Sweden)

 

3.3 MY FAIR LADY (1964, George Cukor)

 

3.4 MY NIGHT AT MAUD’S (1969, Eric Rohmer, France)

 

3.5 THE HEARTBREAK KID (1972, Elaine May)

 

3.6 A ROOM WITH A VIEW (1986, James Ivory)

 

3.7 MAY FOOLS (1990, Louis Malle, France)

 

3.8 THE REMAINS OF THE DAY (1993, James Ivory)

 

3.9 THE IMPORTANCE OF BEING EARNEST (2002, Oliver Parker, from a play by Oscar Wilde)

 

3.10 THE MISANTHROPE "เกลียดมนุษย์" (2017, Clement Hervieu-Leger, filmed theater)

 

Monday, April 27, 2026

A PLACE TO RETURN BEFORE I DIE: LADPRAO SOI 15

 

A PLACE TO RETURN BEFORE I DIE: LADPRAO SOI 15

 

วันนี้ได้กลับไปเยือนลาดพร้าวซอย 15 อีกครั้งก่อนตาย ถือว่าสำเร็จภารกิจที่อยากทำก่อนตายไปอีกหนึ่งอย่าง 55555

 

ช่วงต้นทศวรรษ 1990 เราผูกพันกับซอยนี้มาก ๆ เพราะว่าบ้านเพื่อนสนิทของเราอยู่ในซอยนี้ เรากับกลุ่มเพื่อนสนิทก็เลยไปค้างบ้านเพื่อนในซอยนี้บ่อยมาก ๆ แต่นับตั้งแต่ช่วงราวปี 1996 เป็นต้นไป เราก็ไม่ได้กลับไปเยือนซอยนี้อีกเลย เพราะว่ากลุ่มเพื่อนสนิทของเราได้แตกกระสานซ่านเซ็นกันไป บางคนในกลุ่มไปเรียนต่อต่างประเทศ ส่วนเราก็เริ่มทำงาน และหมกมุ่นกับความพยายามจะขายตัวให้ฝรั่ง ส่วน “เรือนหลังเล็ก” ในบ้านเพื่อนที่พวกเราเคยใช้ถ่ายแบบกันก็โดนทุบทิ้งไปแล้ว และหลังจากนั้นเพื่อนเราก็ย้ายบ้านออกจากซอยนี้ไป

 

อย่างไรก็ดี หนึ่งในช่วงเวลาที่เรามีความสุขที่สุดในชีวิต ก็คือช่วงเวลาที่เราได้ค้างบ้านเพื่อนในซอยนี้นี่แหละ ทุกครั้งที่เราเดินเข้าซอยนี้ในช่วงต้นทศวรรษ 1990 เราจะมีความสุขมาก ๆ เพราะเรารู้ว่า เดี๋ยวอีกแป๊บนึงเราก็จะแต่งหน้าแต่งตัวเป็นผู้หญิงเพื่อถ่ายแบบกัน ได้สรวลเสเฮฮากับกลุ่มเพื่อนสนิท ได้ปลดปล่อยตัวตนที่แท้จริงของตัวเองออกมาในเรือนหลังเล็กเมื่ออยู่กับเพื่อน ๆ

 

เราก็เลยเหมือนตั้งใจไว้ว่า อยากจะเดินกลับเข้าไปในซอยนี้อีกครั้งก่อนตาย เพื่อจะได้รำลึกถึงหนึ่งในช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดในชีวิต

 

วันนี้พอดีเราผ่านมาแถวนี้ เราก็เลยถือโอกาสเดินกลับเข้าไปเยือนซอยนี้อีกครั้งหลังจากไม่ได้เยือนมานาน 30 ปีแล้ว ปรากฏว่า กูหลงทางค่ะ เดินเลี้ยวผิดเลี้ยวถูกกว่าจะเจอบ้านที่เคยเป็นของเพื่อนเก่า

 

เรายังจำได้ด้วยว่า เมื่อราว 30 กว่าปีก่อน ตอนที่พวกเรากลับจากบ้านเพื่อน พวกเราจะไปขึ้นรถเมล์ที่ป้ายรถเมล์ตรงข้ามกับลาดพร้าวซอย 15 แล้วตรงแถว ๆ ป้ายรถเมล์ มีใครไม่รู้เขียนคำว่า “น้ำตาอีกืก” เอาไว้ ซึ่งพวกเราก็รู้สึกประทับใจกับชื่อ “อีกืก” มาก ๆ

 

แต่วันนี้เราไม่ได้เดินไปสำรวจดูว่า คำว่า “น้ำตาอีกืก” ยังอยู่เหมือนเมื่อ 30 ปีที่แล้วหรือเปล่านะ 555

 

ในคลิปนี้ไม่มีอะไรสำคัญนะ เป็นแค่การบันทึกว่า ตอนนี้ปากซอยลาดพร้าวซอย 15 เป็นยังไง แล้วเราตัดจบคลิปตรง “ทางสี่แพร่ง” นะ ซึ่งเป็นจุดที่เราเริ่มเดินหลงทาง 55555

++++

 

เพิ่งรู้ว่าหนังเรื่องนี้เคยลงโรงฉายในไทยด้วย THE STORY OF PURE LOVE วิมานรักวัยรุ่น (1957, Tadashi Imai, Japan) หนังเรื่องนี้ได้รางวัลหมีเงินสาขา Best Director จาก Berlin Film Festival ปี 1958 ส่วนหนังที่ชนะรางวัลหมีทองคำจริง ๆ ในปีนั้นคือ WILD STRAWBERRIES (1958, Ingmar Bergman, Sweden, A+30)

 

อยากให้มีคนจัดงาน TADASHI IMAI RETROSPECTIVE ในไทยมาก ๆ เราเพิ่งรู้ว่า Tadashi Imai เคยเป็นคอมมิวนิสต์มาก่อนด้วย

+++

 

ช่วง “คิดถึงลาดพร้าว ซอย 15”

 

เนื่องจากวันนี้เราได้เดินทางกลับไปเยือนลาดพร้าวซอย 15 เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี ตามคลิปที่เราลงไว้ในโพสท์ก่อนหน้านี้ เราก็เลยถือโอกาสนี้ แปะรูปที่เราเคยถ่ายไว้ในบ้านเพื่อนในลาดพร้าวซอย 15 ด้วยเลยแล้วกัน เป็นรูปที่ถ่ายไว้ในช่วงราวปี 1991-1995

 

รูปพวกนี้เรา crop เอาเพื่อน ๆ เราออกไปนะ

https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid0biwJ4JiQB9EJoY129AkAo2WtkZ94hsKichzfS2bzHMxY9j2Zij3kvmoarPN8NsoLl

 

คลิปการกลับไปเยือนลาดพร้าวซอย 15
https://web.facebook.com/jit.phokaew/videos/27083021747968424

++++

 

จริง ๆ แล้วก็คือว่า ROCK’N ROLL WOLF มันเป็นทั้งหนังรัสเซียและโรมาเนียนั่นแหละ 55555 เห็นใน imdb บอกว่า หนังเรื่องนี้เป็นทั้งหนังโรมาเนีย, สหภาพโซเวียต และฝรั่งเศส น่าจะเพราะได้ทุนสร้างจากทั้ง 3 ประเทศ โดยเฉพาะจาก mosfilm ของสหภาพโซเวียต ตัว Elisabeta Bostan ผู้กำกับเป็นชาวโรมาเนีย แต่นักแสดงนำของหนังเรื่องนี้เป็นนักแสดงของโซเวียต

 

ดีใจสุดขีดที่ได้เห็นโปสเตอร์นี้ของ ROCK’N ROLL WOLF (1976, Elisabeta Bostan, Romania/Soviet Union) ซึ่งเป็นหนังเรื่องแรกในชีวิตที่เราได้ดูในโรงภาพยนตร์ โปสเตอร์นี้มันช่วยบันทึกไว้ว่า สุรพล โทณวนิก กับปราจีน ทรงเผ่า มีส่วนในการทำเวอร์ชั่นภาษาไทยของหนังเพลงเรื่องนี้ด้วย

 

ข้อมูลใน imdb

https://www.imdb.com/title/tt0076340/?ref_=nv_sr_srsg_0_tt_7_nm_1_in_0_q_rock%27n%20roll%20wolf

 

Sunday, April 26, 2026

FAVORITE MUSIC VIDEO: THIS CAN’T BE US – One OK Rock (2025, Inni Vision, A+30)

ชอบหนังเรื่องนี้มาก ๆ เราเพิ่งดูออนไลน์ในปีที่แล้ว A FLOWER IN THE RAINING NIGHT (1983, Wang Toon, Taiwan, 100min, A+30) แต่เพิ่งรู้ว่าหนังเรื่องนี้เคยเข้าโรงฉายในไทยด้วยชื่อนี้ "พรุ่งนี้...ฉันจะเลิกขายตัว"

 

แต่วันนี้ยังขายอยู่นะคะ 🙂

+++

 

วันนี้เปิดเคเบิลทีวี เพิ่งรู้ว่าเดี๋ยวนี้มันมีสัญญาณภาพค้างแบบนี้ด้วย 55555

+++

 

คิดถึงละครทีวีเรื่อง “ลายหงส์” (1988, นพพล โกมารชุน) มาก ๆ เสียดายที่เราไม่ได้อัดละครทีวีเรื่องนี้เก็บไว้ แล้วก็ดูเหมือนไม่ได้มีใครอัดเก็บไว้ด้วย ละครเรื่องนี้เลยหายสาบสูญไปเลย แล้วยุคนั้นคือ “นัย สุขสกุล” หล่อมาก ๆ อยากดูลายหงส์เวอร์ชั่นนี้อีก

https://web.facebook.com/jit.phokaew/videos/1437800741432801

 

+++

 

THE DRAMA (2026, Kristoffer Borgli, A+30)

 

ติดอันดับ ONE OF MY MOST FAVORITE ROMANTIC FILMS OF ALL TIME ไปเลย นี่แหละหนังโรแมนติกในดวงใจของดิฉัน กราบตีนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน

 

ดูหนังของ Kristoffer Borgli มาแล้ว 3 เรื่อง ถูกโฉลกกับหนังของเขาอย่างรุนแรงที่สุด

 

ในบรรดาผู้กำกับหนังนอรเวย์รุ่นเดียวกัน ตอนนี้เราชอบ Kristoffer Borgli เท่ากับ Dag Johan Haugerud และชอบทั้งสองคนนี้มากกว่า Joachim Trier

 

NOW I TRULY WORSHIP KRISTOFFER BORGLI.

 

ดีใจสุดขีดที่ได้เห็น Zoë Winters ร่วมแสดงใน THE DRAMA ด้วย หลังจากที่เราประทับใจเธออย่างสุดขีดมาแล้วใน MATERIALISTS (2025, Celine Song)

+++

 

ตอนนั้นเราเด็กมาก เราก็เลยจำไม่ได้ว่าไปดูหนังที่โรงภาพยนตร์อะไร 55555 อาจจะเป็น “ฮอลลีวู้ด” ตรงถนนเพชรบุรี หรือไม่ก็ “แมคเคนนา” ตรงสะพานหัวช้าง แต่เราจำได้ว่า หนังโรงเรื่องแรกที่เราได้ดูในชีวิต เป็นหนังโรมาเนียที่กำกับโดยผู้หญิง ซึ่งก็คือหนังเรื่อง ROCK’N ROLL WOLF (1976, Elisabeta Bostan, Romania) หรือ MA-MA หรือ “วิมานเนรมิต”

 

อยากให้โรงภาพยนตร์ในไทยนำหนังโรมาเนียมาฉายอีกบ่อย ๆ เพื่อที่เราจะได้รำลึกถึงหนังโรงเรื่องแรกที่เราได้ดูในชีวิตในทศวรรษ 1970

 

ROCK’N ROLL WOLF

https://www.youtube.com/watch?v=shU4Vce_jJQ

 

ROCK’N ROLL WOLF แบบพากย์อังกฤษ แต่ภาพไม่ชัด

https://www.youtube.com/watch?v=x4Typ2fVffI

+++

 

เพื่อนเราบางคนก็มี sense ด้านนี้ เขามักจะได้ “กลิ่นผี”

+++

 

FAVORITE MUSIC VIDEO: THIS CAN’T BE US – One OK Rock (2025, Inni Vision, A+30)

 

อันนี้เป็นแค่ official lyric video มันก็เลยเป็นแค่ basic animation แต่แค่นี้ก็ทำเอาเราร้องห่มร้องไห้อย่างรุนแรงมาก ๆ แล้ว ซึ่งเราว่าจริง ๆ แล้วเพราะมันเป็น basic animation นี่แหละ มันเลยออกมาทรงพลังอย่างรุนแรงขนาดนี้

 

เข้าใจว่าเพลงนี้ทางวง One OK Rock เขียนขึ้นเพื่ออุทิศให้กับ grandmother ของนักร้องนำ แต่เราว่าผู้ฟังหลาย ๆ คนน่าจะอินกับเพลงและมิวสิควิดีโอนี้ เพราะมันทำให้นึกถึงใครก็ตามที่เสียชีวิตไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นปู่ย่าตายายหรือพ่อแม่ของผู้ฟังแต่ละคน

 

ใครดูมิวสิควิดีโอนี้แล้วร้องห่มร้องไห้เหมือนเราบ้าง

 

ตอนนี้หนังคอนเสิร์ตเรื่อง ONE OK ROCK DETOX JAPAN TOUR 2025 AT NISSAN STADIUM IN CINEMAS (2026, Naoto Amazutsumi, 118min, A+30) ลงโรงฉายในไทยอยู่นะ

https://youtu.be/Io4Q7iN-moE?si=dU6pWm1g6TfZIe9F

 


Saturday, April 25, 2026

10 FORGOTTEN SONGS FROM THE 1980S

 

UNSTABLE ROCKS (2024, Ewelina Rosinska, Portugal/Germany, 25min, A+30)

 

ดูแล้วนึกถึง BIRTH OF THE SEANEMA (2004, Sasithorn Ariyavicha), 11 x 14 (1977, James Benning), THE BLUE PLANET (1982, Franco Piavoli, Italy, 79min) และ BARAKA (1992, Ron Fricke) เพราะหนังกลุ่มนี้เหมือนเป็นหนังที่ถ่ายสิ่งต่าง ๆ บนโลกมนุษย์และนำมาเรียงร้อยเข้าด้วยกันโดยไม่เน้นเนื้อเรื่อง

 

เราดูหนังเรื่องนี้ออนไลน์ทางเว็บไซท์ lecinemaclub

+++

 

WOLF LOVING PRINCESS (2026, Tuguldur Yondonjamts, Mongolia, video installation, 20min)

 

ชอบเสียงนกร้องในวิดีโอนี้มาก ๆ

 

ดูที่ Gallery Ver

+++

MY FAVORITE FORGOTTEN SONGS OF THE 1980S

 

1. THE TAXI RIDE (1985) – Jane Siberry

 

2. THE SUN IN THE STREAM (1987) -- Enya

 

3. THE DRESS (1988) – Eighth Wonder

 

4. HE’S MY BOY (1988) – Mandy Smith

 

5. IT’S THE LOVER (NOT THE LOVE) (1988) – Tiffany

 

6. DEEPER UNDERSTANDING (1989) – Kate Bush

 

7. END OF THE RUN (1989) – Deborah Harry

 

8. HEADING WEST (1989) – Cyndi Lauper

 

9. KISS YOUR TEARS AWAY (1989) – Lisa Lisa & Cult Jam

 

10. LOVERS ON VENUS (1989) – Anri

****

 

BANGKOK’S BEST MUSIC VOLUME ONE: 95.5 FM (1991)

 

พอเราคุ้ยของเก่าในห้อง ก็เจอเทปม้วนนี้ เป็นเทปรวมเพลงฮิตจากสถานีวิทยุ 95.5 FM ที่ออกโดย BMG ในปี 1991 ในหน้าปกอัลบัมมีภาพดีเจของสถานีนี้ด้วย ซึ่งได้แก่ ดีเจ Richard Jackson, Andy Francis, Lee Evans, Paul Marshall, Beth Holland, Tony Dee และ DJ Carl

 

รายชื่อเพลงในอัลบัมนี้

 

1. BURN FOR YOU – John Farnham

 

2. LOVE SHINES – Dave Stewart

 

3. DON’T QUIT – Caron Wheeler

 

4.  UNCHAINED MELODY – Righteous Brothers

 

5. FANTASY – Black Box

 

6. CUTS YOU UP – Peter Murphy

 

7. POLICY OF TRUTH – Depeche Mode

 

8. 24 HOURS – Betty Boo

 

9. A BETTER LOVE – London Beat

 

10. KEEP ON RUNNING – Milli Vanilli

 

เราฟังช่อง FM 95.5 บ่อยมาก ๆ ในช่วงต้นทศวรรษ 1990 แล้วพอเราเริ่มเป็น cinephile ในปี 1995 เราก็ฟังเพลงน้อยลงเรื่อย ๆ แล้วก็เลยไม่ได้ฟังช่อง FM 95.5 อีกเลยนับตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา ไม่รู้ว่าดีเจช่อง FM 95.5 แต่ละคนในทศวรรษ 1990 ตอนนี้มีชีวิตปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง

https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid035vFExtf6njj8LDgE8YT5qJzPXJDLKFh9KnWoJy9x7URNxXXNASwfZQARZk73AYSil

 

+++

 

Friday, April 24, 2026

SOME BIOPICS

 

ดู MICHAEL (2026, Antoine Fuqua, A+) แล้ว รู้สึกชอบน้อยกว่าที่คาด เหมือนจริง ๆ แล้วเราค่อนข้างเฉย ๆ กับตัวหนัง แต่ที่ได้ A+ เพราะหนังมันก็ทำให้ nostalgic คิดถึงชีวิตตัวเองเมื่อ 40 ปีก่อนได้ดีเหมือนกัน

 

พอลองย้อนนึกทบทวนดูแล้ว เพลงที่เราชอบมากที่สุดของ Michael Jackson น่าจะเป็น ONE DAY IN YOUR LIFE นะ เพลงนี้อาจจะเป็นเพลงแรกของ Michael Jackson ที่เราเคยฟังเลยมั้ง

 

ONE DAY IN YOUR LIFE เคยขึ้นถึงอันดับ 1 ในอังกฤษในปี 1981 ด้วยนะ

 

พอลองดูชาร์ทเพลงในอังกฤษในสัปดาห์นั้น ก็รู้สึก nostalgic มาก ๆ เพราะมันเต็มไปด้วยศิลปินที่เราชื่นชอบ อย่างเช่น

 

1. Ultravox

2. Randy Crawford

3. Phil Collins

4. Depeche Mode

5. Siouxsie & The Banshees

6. Sheena Easton

เพลง FOR YOUR EYES ONLY ที่ติดอันดับในชาร์ทนี้นี่เป็นเพลงที่เราชอบมาก ๆ

7. Grace Jones

8. Kim Wilde

9. Human League

10. Eurythmics

 

สรุปว่า หนัง biopic นักดนตรีที่เราชื่นชอบมาก ๆ ในระยะหลัง ๆ ก็ยังคงเป็น BETTER MAN (2024, Michael Gracey, UK, A+30) และ ANITA (2021, Lok Man Leung, Hong Kong, A+30)

 

ส่วนหนังเกี่ยวกับนักดนตรีที่เราชื่นชอบมากที่สุดตลอดกาล ก็อาจจะเป็น THE HOURS AND TIMES (1991, Christopher Munch) ที่เป็นหนังเกี่ยวกับ John Lennon และเป็นหนังเกย์ที่ดูแล้วร้าวรานใจที่สุดในชีวิต (ตัวละครสำคัญคือ Brian Epstein เกย์หนุ่มที่แอบหลงรัก John Lennon ข้างเดียว)

 

อยากให้มีคนสร้างหนัง biopic ของนักดนตรีดังต่อไปนี้

 

1. เติ้งลี่จวิน (1953-1995)

 

2. Dolores O’Riordan (1971-2018)

 

3. Sinéad O’Connor (1966-2023)

 

4. Richey James (1967-1995) สมาชิกวง Manic Street Preachers แน่นอนว่าตัวละครสำคัญในหนังเรื่องนี้คือคุณวาสนา วีระชาติพลี

Thursday, April 23, 2026

FAVORITE FILMS OF WOMEN ON THE VERGE OF A NERVOUS BREAKDOWN

 

VAMPIRE ZOMBIES...FROM SPACE (2024, Michael Stasko, Canada, 98min) กับ A STATE OF PASSION (2024, Muna Khalidi, Carol Mansour, Lebanon/Palestine, documentary, 90min) เข้าฉายที่โรงภาพยนตร์ Cinema Oasis แล้วนะ เสียดายที่สุดสัปดาห์นี้เราติดธุระ ไปดูไม่ได้ ก็เลยได้แต่หวังว่า หนังสองเรื่องนี้จะยังคงมีฉายในสัปดาห์ต่อ ๆ ไปด้วยนะ

+++

 

CHARLIE’S ANGELS (1976-1981) is one of my most favorite TV series of all time และเราถือว่ามันเป็น predecessor ของ SUKEBAN DEKA

++++

 

ดีใจสุดขีด เพราะเราจะได้ดู “ฉากเล่นวอลเลย์บอลชายหาดในตำนาน” บนจอ IMAX

 

เนื่องจาก TOP GUN (1986, Tony Scott) กำลังจะมาฉายบนจอ IMAX เราก็เลยถือโอกาสแชร์โพสท์นี้อีกครั้ง 55555

++++

 

17. IDOLISH 7 FIRST BEAT! THEATRICAL COMPILATION PART 2 (2025, Makoto Bessho, Japan, animation, A+30)

 

ในหนังเรื่องนี้ กลุ่มตัวละคร IDOLISH 7 พูดคำว่า TADAIMA หลังกลับจาก Okinawa

++++

 

อยากให้มีคนออกแบบวิดีโอเกม “ร้านเฟม คลองสาน” ด้วย เพราะเราก็ได้ดูหนังของ Derek Jarman, Peter Greenaway, etc. ครั้งแรก ๆ ก็จากร้านนี้แหละ

+++

 

ดู LEE CRONIN’S THE MUMMY แล้ว ชอบตำรวจสาวซาคีมาก ๆ โดยเฉพาะฉากที่เธอยิงเปรี้ยงใส่ The Magician (นางตัวร้ายที่ลักพาตัวเด็ก) เลยโดยไม่มีการละล้าละลัง นึกว่าเราขอจองเป็นตัวละครตัวนี้ 55555

 

ชอบฉากเด็กหญิง Maud ด่าคุณครูว่า cunt กลางห้องเรียน

 

ดูหนังเรื่องนี้แล้วนึกถึงพวกละครทีวี “เทวรูปแมว” กับ “กฤตยา” นึกว่าต้องมีอัญชลี ชัยศิริ จากบท “เซม-รา” ภิกขุณีแห่งวิหารรามอน รา มาร่วมมีบทในหนังด้วย 555

+++++

 

เราก็ชอบ DHURANDHAR ภาคแรกมากกว่าภาคสอง เพราะว่าภาคแรกตัวละคร Rehman Dakait ที่ Akshaye Khanna แสดง มัน charismatic มากน่ะ แต่พอตัวละครตัวนี้ตายไป ไม่มีบทบาทในภาคสอง ภาคสองก็เลยจืดลงสำหรับเรา

+++

 

คำโปรยในโปสเตอร์ PET SEMATARY (1988, Mary Lambert) นี่ติดอันดับหนึ่งในคำโปรยในโปสเตอร์หนังที่เราชอบมากที่สุดตลอดกาลเลย

 

“SOMETIMES, DEAD IS BETTER”

++++

 

ดีใจมาก ๆ อยากดู LIBERTE (2019, Albert Serra) ส่วนหนังของ Ulrike Ottinger ทั้งสามเรื่องนี้ เราเคยดูแล้วในโรงภาพยนตร์

++++

 

THE TOMB (1977, Eltayeb Mahdi, Sudan, 17min)

 

หนังสั้นซูดานที่เนื้อหาดีมาก ๆ ดูแล้วนึกถึงปรากฏการณ์ “รูปปั้นคุณหญิงกีรติ” ของ Chulayarnnon Siriphol ในปี 2017  55555

 

Eltayeb Mahdi คือหนึ่งในสี่ปรมาจารย์ภาพยนตร์แห่งซูดานที่เป็น subjects ของภาพยนตร์เรื่อง TALKING ABOUT TREES (2019, Suhaib Gasmelbari, documentary, A+30) ที่เคยเข้าโรงฉายในกรุงเทพเมื่อไม่กี่ปีก่อนนะ

 

เราดู THE TOMB ในเว็บไซท์ Palestinian Film Institute

 

ดูหนังเรื่องนี้ได้ที่
https://www.palestinefilminstitute.org/en/pfp

 

ปรากฏการณ์ “รูปปั้นคุณหญิงกีรติ”

https://web.facebook.com/photo/?fbid=10215333181266135&set=a.10206445257193588

++++

TV SERIES WISH LIST: ไอด้า AIDA (1960-1961, Sakka Charuchinda สักกะ จารุจินดา, TV series)

 

พอเราได้ดู LEE CRONIN’S THE MUMMY (2026, Lee Cronin, A+30) เราก็เลยนึกถึงละครไทยบางเรื่องที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับอียิปต์โบราณ โดยเฉพาะ “เทวรูปแมว” (1978, A+30) ที่พูดถึงความเกี่ยวข้องระหว่างอาณาจักรอียิปต์โบราณกับอาณาจักรขอม และ “กฤตยา” (1989, วรยุทธ พิชัยศรทัต, A+30) ที่คลาสสิคมาก ๆ

 

และเราก็อยากดูละครไทยเรื่องนี้ด้วย ไอด้า ที่ดัดแปลงจากอุปรากรของ Giuseppe Verdi แต่เสียดายที่เราเกิดไม่ทัน เพราะละครโทรทัศน์เรื่องนี้แพร่ภาพทางช่อง 4 บางขุนพรหมในปี 196-1961 โดยมีลาวัณย์ อุปอินทร์ รับบทเป็น ไอด้า

 

เสียดายที่ยุคนั้นน่าจะยังไม่มีวิดีโอเทป เพราะฉะนั้นก็เลยคงไม่มีใครทันได้อัดวิดีโอเทปของละครทีวีเรื่องนี้เก็บเอาไว้

 

LEE CRONIN’S THE MUMMY ทำให้เรานึกถึงละครทีวีเรื่อง THE SECRETS OF ISIS (1975-1976) ด้วย เหมือนละครเรื่องนี้จะเคยมาฉายทางช่อง 7 ตอนที่เรายังเป็นเด็ก ถ้าหากเราจำไม่ผิด

+++

 

KOKKURI (1997, Takahisa Zeze, Japan, A+30) นึกว่ากำกับโดย Alain Resnais

+++

 

ถ้าหากเราเข้าใจไม่ผิด สองสาว Wink ซึ่งเป็นหนึ่งในศิลปินสุดโปรดของเราจากทศวรรษ 1980 ได้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้กับตัวละครในภาพยนตร์เรื่อง BUTT DETECTIVE THE MOVIE: STAR AND MOON (2025, Hiroki Shibata, Japan, animation, A+30) ด้วยนะ เพราะว่าในภาพยนตร์เรื่องนี้มีตัวละครประกอบสองคนเป็นสองสาวไอดอล ที่เราว่าดูแล้วทำให้นึกถึงสองสาว Wink มาก ๆ

 

เพราะฉะนั้นตอนที่เราดู BUTT DETECTIVE เราก็เลยชอบมาก ๆ ที่ศิลปินดูโอที่เราโปรดปรานจากปี 1988-1989 ยังคงส่งอิทธิพลมาจนถึงภาพยนตร์ในปี 2025 ซึ่งเท่ากับว่าอิทธิพลของ Wink ยังคงดำรงอยู่แม้เวลาจะผ่านมานานถึง 37 ปีแล้ว

 

แต่เราอาจจะเข้าใจผิดไปเองก็ได้นะ เพราะเราลอง google ข้อมูลดูแล้ว ก็ไม่พบว่ามีใครคนอื่นเขียนว่า BUTT DETECTIVE THE MOVIE: STAR AND MOON มีตัวละครที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสองสาว Wink แต่อย่างใด

 

เราขีดเส้นล้อมรอบตัวละครที่เราเดาว่าได้รับแรงบันดาลใจจาก Wink ไว้ในภาพสองภาพที่มาจาก  BUTT DETECTIVE THE MOVIE: STAR AND MOON นะ

+++

 

หน้าปกสวยมาก ๆ เราไปอ่านใน wikipedia เห็นเขาบอกว่า Hatsumi Shibata นี่เป็นลูกพี่ลูกน้องของ Iyo Matsumoto ด้วย แต่ Iyo อายุน้อยกว่า Hatsumi ราว 13 ปี

+++

 

FAVORITE FILMS OF ผู้หญิงจิตแตก

 

เมื่อวานนี้เราได้ดู DUST (1985, Marion Hänsel, Belgium, A+30) ทางดีวีดี แล้วก็พบว่า การแสดงของ Jane Birkin ในบท “ผู้หญิงจิตแตก” ในหนังเรื่องนี้นี่มันรุนแรงมาก ๆ นึกว่าฉายควบกับ POSSESSION ได้สบาย ๆ

 

เราก็เลยทำลิสท์นี้ขึ้นมา เป็นหนังที่เราชื่นชอบสุดขีดที่มีตัวละคร “ผู้หญิงจิตแตก” อยู่ในหนัง

 

In chronological order

 

1. RED DESERT (1964, Michelangelo Antonioni, Italy)

 

2. REPULSION (1965, Roman Polanski, UK)

 

3. PERSONA (1966, Ingmar Bergman, Sweden)

 

4. THE MISUNDERSTANDING (เมืองในหมอก) (1978, Permpol Choey-arun, Thailand)

บทของเบญจวรรณ บุญญกาศในหนังเรื่องนี้ถือเป็นตัวละครที่เข้าใกล้ความเป็นจิตร โพธิ์แก้วมากที่สุดตัวนึงในบรรดาตัวละครในหนังไทย 55555

 

5. POSSESSION (1981, Andrzej Zulawski, France/West Germany)

 

6. FRANCES (1982, Graeme Clifford, USA)

 

7. THE SLEEP OF REASON (1984, Ula Stöckl, West Germany)

 

8. DUST (1985, Marion Hänsel, Belgium)

 

9. THE STING OF DEATH (1990, Kohei Oguri, Japan)

 

10. IF I HAD LEGS I’D KICK YOU (2025, Mary Bronstein, USA)

 

ในบรรดา 10 เรื่องนี้ เราชอบ THE SLEEP OF REASON มากที่สุดนะ และ THE SLEEP OF REASON ก็ถือเป็น one of my most favorite films of all time

 

ส่วนนิยายเกี่ยวกับ “ผู้หญิงจิตแตก” ที่เราชื่นชอบมากที่สุดก็คือ “สมมุติว่า เขารักฉัน” ของ กฤษณา อโศกสิน

https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid02qVuzaPcofBBfy8trmbWC3Ju5h8mfZDcxrWTKSdX7gCSftAcw1HT1xTyhWtbS9w9Nl

 

Tuesday, April 21, 2026

TO CROSS THE STREET

 

ช่วง “ไร้สาระประจำวัน”

 

พอดู BRAND NEW LANDSCAPE (2025, Danzuka Yuiga, Japan, A+30) แล้วก็แอบคิดฮา ๆ เล่น ๆ ว่า ถ้าหากนี่เป็น “หนังสั้นไทย” เมื่อ 10-25 ปีก่อน ตัวละครในหนังเรื่องนี้อาจจะเสียชีวิตไปแล้ว 9 ครั้ง เพราะว่า

--

--

--

--

--

มี “ฉากตัวละครข้ามถนน หรือกำลังจะข้ามถนน” ราว 9 ครั้งในหนังเรื่องนี้ ซึ่งถ้าหากนี่เป็นหนังสั้นไทยเมื่อ 10-25 ปีก่อน ฉากดังกล่าวมักจะนำมาซึ่ง ความตายของตัวละคร 55555

 

ฉากตัวละครข้ามถนน หรือ กำลังจะข้ามถนน ใน BRAND NEW LANDSCAPE ก็มีเช่น

 

1. ฉาก Ren วัยเด็กข้ามถนนหน้าร้านอาหาร

2. ฉากพ่อกับ Emi วัยเด็กข้ามถนนหน้าร้านอาหาร

3. ฉากแม่ข้ามถนนหน้าร้านอาหาร

4. ฉาก Emi ข้ามถนนหลังคุยกับ Maki

5. ฉาก Ren วัยหนุ่มข้ามถนนแบบ slow motion

6. ฉาก Ren ข้ามถนนตอนกลางคืนเพื่อแอบไปดูนิทรรศการของพ่อ

7. ฉาก Emi ข้ามถนนเพื่อไปร้านอาหารตอนกลางคืน

8. ฉาก Ren จะข้ามถนนเพื่อไปร้านอาหารตอนกลางคืน แล้วเห็นมอเตอร์ไซค์ของพ่อ

9. ฉากที่เหมือนเห็นด้านหลังของคนสองคนขณะรอจะข้ามถนน ซึ่งอาจจะเป็นด้านหลังของ Ren กับ Emi

 

ส่วนภาพอีกภาพนึงที่เราแปะไว้นี้ มาจากภาพยนตร์ไทยเรื่อง “คาซูโยชิ อันโดะ+เฆจีร์บี ขำห่วย” KAZUYOSHI ANDO AND KGB KUMHWOY (2008, Nathan Homsup + Dhan Lhaow, 14min) ซึ่งมี “ฉากข้ามถนนในตำนาน” สามารถดูหนังเรื่องนี้ได้ในลิงค์ในคอมเมนท์

 

KAZUYOSHI ANDO AND KGB KUMHWOY (2008, Nathan Homsup + Dhan Lhaow, 14min) ฉากข้ามถนนในตำนานอยู่ในนาทีที่ 5.15-5.45 ในคลิปนี้

https://www.youtube.com/watch?v=CEYsQOSg168&t=233s

 

คลิปด้านบนเป็น “ครึ่งหลัง” ของหนัง ส่วน “ครึ่งแรก” ของหนังดูได้ในคลิปนี้นะ (ยูทูบสมัยนั้นให้ลงคลิปได้ไม่เกินคลิปละ 10 นาที)
https://www.youtube.com/watch?v=miY63l-dVsU