Films seen on Wednesday 21 October 2026
In my preferential order
1. THE BLACK BALL (2026, Javier Ambrossi, Javier Calvo,
Spain, queer film, 155min, A+30)
เราซื้อตั๋วหนังเรื่องนี้ที่ House
Samyan สองรอบต่อกันเลย เพราะว่าตอนดูรอบแรกเราหลับ ๆ ตื่น ๆ
ในช่วงครึ่งชั่วโมงแรก เพราะฉะนั้นพอเราดูหนังรอบแรกเสร็จ
เราก็เลยซื้อตั๋วหนังรอบสองเพื่อเข้าไปดูช่วง 1 ชั่วโมงแรกใหม่อีกครั้ง
ไม่งั้นมันจะคาใจว่าเราหลับไปในช่วงไหนบ้าง
หรือเราพลาดฉากอะไรไปบ้างในหนังเรื่องนี้
2. EXTENDED RELEASE (2020, Pratchaya Phinthong, video
installation, 8.59min)
3. ISLAND FOUNTAIN (2024, Nawin Nuthong, video installation,
1min)
4. BAZAAR (2024, Nawin Nuthong, video installation, 1min)
ในงานวิดีโอทั้งสองชิ้นของ Nawin Nuthong
นั้น ตัวป้ายบอกว่า วิดีโอแต่ละชิ้นยาว 1 นาที
แต่เราใช้เวลาหลายนาทีมากในการดูงานวิดีโอสองชิ้นนี้ 55555
เพราะเราพยายามหาความเชื่อมโยงระหว่างเหตุการณ์แต่ละเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่องเล็ก
ๆ แต่ละช่องในวิดีโอสองชิ้นนี้ เราก็เลยชอบงานวิดีโอสองชิ้นนี้มาก ๆ กราบมาก ๆ
5. FRICTION CURRENT: MAGIC MOUNTAIN PROJECT (2019, Jiandyin,
video installation, 23.52min)
6. WATER LINE (2024, Torlarp Larpjaroensook, video
installation, 2.27min)
ตัววิดีโอไม่ได้มีอะไรมาก
แต่เราชอบตัวงานศิลปะที่มาคู่กับตัววิดีโอนี้
7. PART III: THE ETERNAL RECORD (2025, Pathompon Tesprateep,
video installation, 12.06min, second viewing)
8. PART I: PLENG-KROM-DEK (LULLABY) (2019, Pathompon
Tesprateep, video installation, 8.24min)
เราเพิ่งรู้ว่ามี “ภาษาเจ๊ะเห” อยู่ด้วย
ประทับใจมาก ๆ ที่งานวิดีโอนี้ช่วยบันทึกภาษาเจ๊ะเหเอาไว้
สรุปว่าเราชอบหนัง/ภาพเคลื่อนไหว ทั้ง 8
เรื่องที่เราได้ดูในวันพุธในระดับ “ชอบสุดขีด” นะ ถือเป็นวันที่ดีงามมาก ๆ
เพราะเราได้ดูหนัง/ภาพเคลื่อนไหวที่เราชอบสุดขีดถึง 8 เรื่องติดต่อกัน
และเราก็ได้ดูนิทรรศการ “สูงกว่าฟ้าต่ำกว่าหญ้านิดเดียว”
ที่หอศิลป์ ราชดำเนินด้วย
ISLAND FOUNTAIN (2024, Nawin Nuthong, video installation,
1min)
+ BAZAAR (2024, Nawin Nuthong, video
installation, 1min)
ในงานวิดีโอทั้งสองชิ้นของ Nawin Nuthong
นั้น ตัวป้ายบอกว่า วิดีโอแต่ละชิ้นยาว 1 นาที
แต่เราใช้เวลาหลายนาทีมากในการดูงานวิดีโอสองชิ้นนี้ 55555
เพราะเราพยายามหาความเชื่อมโยงระหว่างเหตุการณ์แต่ละเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่องเล็ก
ๆ แต่ละช่องในวิดีโอสองชิ้นนี้ เราก็เลยชอบงานวิดีโอสองชิ้นนี้มาก ๆ กราบมาก ๆ
https://web.facebook.com/jit.phokaew/videos/1116832694039044
เห็นคลิปในคดีนี้แล้วนึกถึงฉากนึงในหนังเรื่อง WE’RE
NOTHING AT ALL (2026, Herman Yau, Hong Kong, queer film, A+30)
+++
เพิ่งฟังเทปนี้จบ ฟังแล้วก็ทำให้อยากดูหนังเรื่อง
BLANCANIEVES (SNOW WHITE) (2012, Pablo Berger, Spain) กับละครเรื่อง
MINDHUNTER (2017-2019) มาก ๆ เพิ่งเห็นว่า MINDHUNTER
นี่กำกับโดย David Fincher, Carl Franklin, Andrew Douglas,
Asif Kapadia, Tobias Lindholm, Andrew Dominik คือแค่เห็นชื่อผู้กำกับก็กราบแล้ว
+++
อยากกิน “ผักตู่ไทยป่า” มาก ๆ อยากรู้ว่ารสชาติของมันเป็นอย่างไร
เมื่อกี้เราลอง google หาข้อมูลเพิ่มเติม
ก็เลยเพิ่งรู้ว่า มันมี “กะเพราผี” หรือ “ผักตู่วิเศษ” ด้วย
เป็นพืชที่มักใส่ในแกงป่า แกงอ่อม และใช้ไล่ยุงได้ด้วย เราก็อยากลองกิน “กะเพราผี”
ด้วยเหมือนกัน
++
LITTLE SPARKERS แสบพลังสปาร์คส VOL.1 (2026, graphic novel)
เนื้อเรื่องโดย สนธยา ทรัพย์เย็น และ ศุภโมกข์
ศิลารักษ์
วาดภาพโดย เกศรา จันทร์แดง
1. สนุกดี แต่เสียดายที่มันเป็นเพียงแค่เล่ม 1
มันยังไม่จบ เราคนอ่านก็เลยต้องรอดูกันต่อไป
ว่าเนื้อเรื่องมันจะดำเนินต่อไปอย่างไร 55555
2. เหมือนมันเหมาะจะนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์หรือละครมาก
ๆ เพราะว่าตัว graphic novel เล่มนี้มันชี้แนะไว้หมดแล้วว่า
ถ้าหากมันถูกนำไปดัดแปลงสร้างเป็นภาพยนตร์ ตัวละครแต่ละตัวควรจะมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร,
ตัวละครควรจะแสดงอารมณ์ความรู้สึกออกมามากน้อยแค่ไหน และที่สำคัญก็คือ “จังหวะการตัดต่อ”
ของแต่ละฉากแต่ละซีน ควรจะเป็นอย่างไร
3. ช่วงแนะนำตัวละครในช่วงแรกของหนังสือเล่มนี้
แอบนึกถึงหนังเรื่อง DOCTOR SLEEP (2019, Mike Flanagan) ที่เปิดเรื่องด้วยการทยอยแนะนำตัวละครที่มีอิทธิฤทธิ์สูงแต่ละตัว
แต่ว่าในนิยายเรื่องนี้ ตัวละครแต่ละตัวที่ถูกแนะนำในช่วงต้นเรื่อง มีอิทธิฤทธิ์เพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น
55555 ซึ่งก็เข้ากับจุดประสงค์หลักของเรื่อง
4. ดีใจที่มีการพาดพิงถึง SUKEBAN DEKA สิงห์สาวนักสืบ และ Yoko Minamino
ในนิยายภาพเล่มนี้ด้วย 55555
5. ตัวละครเยอะ แต่นิยายเรื่องนี้ก็แจกแจงลักษณะของตัวละครแต่ละตัวได้ดี
ทำให้เราไม่สับสน ทั้งชัย, สมาน, วัน, น้ำหวาน, จอร์จ, โย่ง, ครูสกล, พี่หนุ่ม และพี่พร
6. ชอบที่ชีวิตตัวละครมันถูกรายล้อมไปด้วยปัญหามากมาย
ซึ่งเป็นปัญหาที่ประสบพบเจอได้ในโลกแห่งความเป็นจริง โดยเฉพาะในไทย ทั้งปัญหาความยากจน,
คนไร้รัฐ, การยุบโรงเรียนในชนบท, จีนเทา, อิสราเอล, สนามกอล์ฟ, ทุนต่างชาติกับที่ดินทำกินของไทย,
การผูกขาดต่าง ๆ ในระบบทุนนิยม, เกษตรพันธสัญญา, การปลูกข้าวโพดจนอาจจะกลายเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อม,
ระบบเส้นสาย, การรีดไถของตำรวจ, etc.
ก็หวังว่าจะได้อ่านต่อเล่ม 2 และก็หวังว่าจะมีการนำ
graphic novel เล่มนี้ไปดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ด้วยนะ
+++
ทดลองดูว่าเอไอเข้าใจจิตร
โพธิ์แก้วมากน้อยแค่ไหน
เราทดลองให้ AI “Create
a poster of an imaginary film from an imaginary director
that Jit Phokaew would really worship wholeheartedly”
แล้วเอไอก็สร้าง poster หนังเรื่อง
THE WEIGHT OF THE UNWATCHED หรือน้ำหนักของเฟรมที่ยังไม่ถูกมอง
ที่กำกับโดย Narin Thongchai ออกมา พร้อมคำอธิบายเกี่ยวกับหนังเรื่องนั้น
ซึ่งพอเราอ่านคำอธิบาย เราก็พบว่า เอไอมันเข้าใจไปเองว่า หนังที่เราจะ worship
wholeheartedly ก็คือหนังเกี่ยวกับชีวิตของเราเอง 55555
แต่เอไอเข้าใจถูกต้องเรื่อง “สไตล์”
ของหนังที่เราชอบ และมันก็เข้าใจอีกด้วยนะว่า เรามักจะหมกมุ่นกับ “หนังที่ตัวเองอยากดู
แต่ยังไม่ได้ดู”
เสร็จแล้วเราก็ทดลองเอาคำอธิบายนั้นไปให้ AI
สร้างเป็น trailer ออกมา แล้วก็ได้ผลออกมาดังคลิปนี้
เอไอเป็นคนแต่งชื่อผู้กำกับ Narin
Thongchai ขึ้นมาเองนะ ซึ่งมันไปซ้ำกับชื่อคนจริง ๆ แต่เราไม่ได้มีเจตนาพาดพิงถึงบุคคลจริงใด
ๆ นะ ชื่อผู้กำกับนี้เป็นชื่อของบุคคลสมมุติที่เอไอมันแต่งขึ้นมาเอง
อันนี้เป็นคำอธิบายจากเอไอเกี่ยวกับหนังเรื่อง THE
WEIGHT OF THE UNWATCHED น้ำหนักของเฟรมที่ยังไม่ถูกมอง:
Narin Thongchai is a fictional reclusive Thai director who
has spent decades making only one kind of film: extremely long, almost
diary-like works (usually 4–6 hours) that sit somewhere between observational
documentary, personal essay, and quiet fiction. He rarely appears in public,
works with non-actors, and has almost no interest in conventional narrative or
commercial release. His reputation exists almost entirely inside the short-film
and experimental circuits.
THE WEIGHT OF THE UNWATCHED follows a man who has attended
the same short-film marathon for more than twenty years. Instead of telling a
story about him, the film simply stays with him—watching the films, waiting
between screenings, walking home, lying in bed later replaying fragments. Over the
course of its length, the short films he has seen begin to reappear not as
quotations but as faint after-images that mix with his own memories of places,
people, and years that have passed. Nothing is explained. The film trusts that
the act of sustained, repeated looking is already meaningful.
It would land as an A+30 for Jit because it treats the
private ritual of long-term film-watching with the same seriousness and
tenderness that other directors reserve for grand historical or romantic
subjects. It has the patience of Hamaguchi, the ghostly memory of Apichatpong,
the diary impulse of Jonas Mekas, and the quiet respect for small cinematic
moments that defines the short-film world Jit has followed for decades—without
ever trying to flatter or summarize that world. It simply stays inside it.
ความเห็นของเรา: ตอนนี้เอไอเข้าใจถูกต้องว่าเราชอบหนังแนวไหน
แต่ดูเหมือนว่าเอไอจะเข้าใจไปเองว่า หนังที่เราจะ worship wholeheartedly ก็คือหนังเกี่ยวกับชีวิตของเราเอง และสิ่งนี้ก็แสดงให้เห็นว่าเอไอยังไม่สามารถคิดสร้างสรรค์อะไรจริง
ๆ ตรงจุดนี้ได้
และเมื่อเราดูคลิปที่ออกมา เราก็พบว่าเอไอยังไม่สามารถสร้างภาพเคลื่อนไหวให้ใกล้เคียงกับแนวหนังที่เราชอบจริง
ๆ ได้ ซึ่งนั่นก็อาจจะเป็นสิ่งที่ดีแล้ว เพราะถ้าหากเอไอมันเก่งเกินไป เราก็คงกลัวมันเหมือนกัน
55555
https://web.facebook.com/jit.phokaew/videos/2355617401855835