Thursday, September 24, 2026

EATING DISORDER ON SUNDAY 20 SEP

 

กราบขอบพระคุณ House Samyan ที่ยังคงมีรอบฉายของ 9 TEMPLES TO HEAVEN, SONGSAKARN, REGRETFULLY AT DAWN ในวันที่ 28-30 ก.ย. เราค่อยดูหนังไทยเหล่านี้หลัง BKKIFF จบแล้วกันนะคะ (REGRETFULLY AT DAWN ดูไปแล้วรอบนึง แต่หลับไปราว 5 นาทีตอนกลางเรื่อง ก็เลยทำให้อยากดูรอบสอง 55555)

 

ตอนแรกเรากะว่าจะดูหนังเหล่านี้ในรอบราว 10.00 น.ของ HOUSE ก่อนวิ่งไปดูหนังในเทศกาล BKKIFF 4 เรื่องที่ Paragon ในแต่ละวัน แต่พอเรามีอาการคล้าย ๆ โรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนกำเริบตามที่เราได้โพสท์ไปแล้วก่อนหน้านี้ เราก็เลยต้องเปลี่ยนแผนใหม่หมด เราต้องล้มเลิกแผนการดูหนังในโรงภาพยนตร์ 5 เรื่องต่อวัน คิดว่าดูหนังแค่ 4 เรื่องต่อวันก็น่าจะมากพอสำหรับช่วงที่เรามีอาการคล้ายหมอนรองกระดูกเคลื่อน

+++

 

Films seen on Tuesday 22 September 2026

 

In my preferential order

 

1. PROFOUND DESIRES OF THE GODS (1968, Shohei Imamura, Japan, 178min, A+30)

 

2. WOLFRAM (2025, Warwick Thornton, Australia, 105min, A+30)

 

เครดิตท้ายหนังเรื่องนี้มีขอบคุณ Rachel Perkins ด้วย เราก็เลยดีใจมาก ๆ เพราะเราชอบหนังเรื่อง RADIANCE (1998, Rachel Perkins, Australia, A+30) อย่างสุดขีด แต่เหมือนเราแทบไม่เคยได้ยินชื่อของเธออีกเลยในช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมา

 

3. YELLOW LETTERS (2026, Ilker Çatak, Germany/France/Turkey, 127min, A+30)

 

นึกว่า Ilker Çatak คือคู่แข่งคนสำคัญของ Asghar Farhadi

 

4. A LIGHT IN THE HARBOR (2025, Michihito Fujii, Japan, 118min, A+5)

ตอนที่เราดู เราลุ้นมาก ๆ ให้หนังเรื่องนี้เป็นหนังรักต่างวัย พระเอกสองคนจูบกันและได้กัน คือถ้าตัวละครพระเอกสองคนเอากันเอง หนังเรื่องนี้จะได้ A+30

 

ไม่ชอบเนื้อเรื่องของหนังเรื่องนี้ แต่ชอบสไตล์ภาพของหนังเรื่องนี้ที่เหมือนหนัง/ละครโทรทัศน์ญี่ปุ่นยุคทศวรรษ 1970 มาก ๆ

++++

MY BKKIFF 2026 14-22 SEPTEMBER

 

เราเพิ่งได้ดูหนังใน BKKIFF 2026 ไปเพียงแค่ 32 เรื่องเท่านั้น อันนี้เป็นอันดับความชอบหนังที่เราได้ดูใน BKKIFF ในวันที่ 14-22 ก.ย. 2026

 

In my preferential order

 

1. THE MUTATION (2025, Shin Su-won, South Korea, 107min, A+30)

 

2. PROFOUND DESIRES OF THE GODS (1968, Shohei Imamura, Japan, 178min, A+30)

 

3. THE BOVINE COMEDY (2026, Ratchapoom Boonbunchachoke, 24min, A+30)

 

4. DR. AKAGI (1998, Shohei Imamura, Japan, 128min, A+30)

 

5. ATLANTIC RHAPSODY (2026, Zhong Kaifeng, China, 102min, A+30)

 

6. BLAISE (2026, Jean-Paul Guigue, Dimitri Planchon, France, animation, 83min, A+30)

 

7. FLIM FLAM (2026, Siegfried A. Fruhauf, Austria, 15 min, A+30)

 

8. THEIR EYES (2025, Nicolas Gourault, France, about Venezuela, Kenya, Philippines, documentary, 23 min, A+30)

 

9. QUEEN AT SEA (2026, Lance Hammer, UK/USA, 121min, A+30)

 

10. TIN CASTLE (2026, Alexander Murphy, Ireland/France, documentary, 95min, A+30)

 

11. FOREVER...FOREVER (2026, Johann Lurf, Austria/France, 21 min, A+30)

 

12. THE SEOUL GUARDIANS (2026, Cho Chul-young, Kim Jong-woo, Kim Shin-wan, South Korea, documentary, 70min, A+30)

 

13. ผีพัฒนา (IN SUM) (2026, Komtouch Napattaloong, Thailand, 17min, A+30)

 

14. MOTHERS ARE MOTHERING (2025, Khozy Rizal + Lam Li Shuen, Indonesia/Singapore, 17min, A+30)

 

15. PELELIU: GUERNICA OF PARADISE (2025, Goro Kuji, Japan, animation, 106min, A+30)

 

16. WOLFRAM (2025, Warwick Thornton, Australia, 105min, A+30)

 

17. YELLOW LETTERS (2026, Ilker Çatak, Germany/France/Turkey, 127min, A+30)

 

18. CONSTELLATION (2026, Takashi Makino, Japan, 21 min, A+30)

 

19. L’MINA (2025, Randa Maroufi, Morocco/France/Italy/Qatar, 26 min, A+30)

 

20. HOME STORIES (2026, Eva Trobisch, Germany, 116min, A+30)

 

21. FOREVER YOUR MATERNAL ANIMAL (2026, Valentina Maurel, Costa Rica/Belgium/France/Mexico, 100min, A+30)

 

22. I SEE BUILDINGS FALL LIKE LIGHTNING (2026, Clio Barnard, UK/USA/France, 109min, A+30)

 

23. HOLY CROWD (2025, Reza Fahriyansyah + Ananth Subramaniam, Indonesia/Malaysia, 16min, A+30)

 

24. DEATH OF MY KIND (2026, Pasuth Sa-ingthong, Thailand, 10 min, A+30)

 

25. NINA ROZA (2026, Geneviève Dulude-De Celles, Belgium/Canada/Italy/Bulgaria, 103min, A+30)

 

26. SLEEP NO MORE (2026, Edwin, Indonesia/Singapore/Japan, 96min, A+30)

 

27. YOU DREAMT YOU SAW YOURSELF BUT COULDN’T SEE YOUR FACE (2026, Shireen Seno, Philippines, second viewing, 7min, A+30)

 

28. ANNISA (2025, Reza Rahadian + Sam Manacsa, Indonesia/Philippines, 14min, A+30)

 

29. NINO IN PARADISE (2025, Laurent Micheli, Belgium/France, 117min, A+25)

 

30. I BLEW OUT THE CANDLES BEFORE MAKING A WISH (2026, Koi Wang Chao, Chin Yen Hu, Taiwan, about Macao, 116min, A+25)

 

31. A LIGHT IN THE HARBOR (2025, Michihito Fujii, Japan, 118min, A+5)

 

32. UNTIL SHE REMEMBERS (2026, Brillante Mendoza, Philippines, lesbian film, B )

+++

 

บันทึกการกินอาหารช่วงเทศกาล BKKIFF 2026 – SUNDAY 20 SEPTEMBER

 

วันนั้นน่าจะถือเป็นวันที่สาหัสที่สุดของเทศกาล 55555

 

วันนั้นเราได้กิน

 

1. SNICKERS ก่อนดู DR. AKAGI รอบ 13.00 น.

 

คือพอวันที่ 20 ก.ย.มีฝนตกช่วงเที่ยง เราก็เลยนั่งมอไซค์มาพารากอนไม่ได้ เราก็เลยต้องเดินกะเผลก ๆ (เพราะเรามีอาการคล้ายหมอนรองกระดูกเคลื่อน) ฝ่าฝนออกจากซอย เพื่อมาขึ้นรถไฟฟ้า มาที่พารากอน ซึ่งเป็นการเดินทางที่ใช้เวลานานเกินคาด เพราะฉะนั้นเราก็เลยไม่มีเวลากินข้าวเช้า+ข้าวกลางวันตามแผนเดิมที่วางไว้ เราก็เลยมีเวลากินแค่ Snickers เท่านั้น

 

แต่ Snickers แท่งเดียวมันก็อยู่ท้องนะ เรามักจะกิน Snickers เป็นประจำเวลาที่ไม่ได้กินข้าวเช้า + ข้าวกลางวัน แต่ต้องรีบเข้าโรงหนังเพื่อไปดูหนังเรื่องแรกของวัน

 

2. ไส้กรอกของพารากอน ซีเนเพล็กซ์ + น้ำส้ม 1 ขวด ตอนราว 15.30 น.

 

พอเราดู DR. AKAGI เสร็จตอน 15.28 น. เราก็กะว่าจะได้กินอาหารมื้อแรกของวันเสียที ปรากฏว่าไม่ได้กินค่ะ เพราะว่าคนในชั้น 6 และชั้น 5 ของพารากอนมันแน่นมาก ๆ ในวันนั้น ไม่รู้ว่ามันมีงานอีเวนท์อะไร แต่ผู้คนล้านแปดมาก ๆ คือเราจะลงลิฟท์ก็ไม่ได้ เพราะมีคนต่อคิวหน้าลิฟท์ชั้น 6 เป็นจำนวนเยอะมาก แล้วคนที่ชั้น 5 ของพารากอนก็แน่นขนัดมาก ๆ เราประเมินสถานการณ์ดูแล้วก็พบว่า เราไม่สามารถฝ่าคลื่นมวลมหาประชาชนเพื่อไปกินอาหารมื้อแรกของวัน แล้วกลับมาทันดู NEXT STEP STUDIO INDONESIA รอบ 15.50 น.ทันอย่างแน่นอน

 

เราก็เลยต้องสั่งอาหารของพารากอน ซีเนเพล็กซ์มากิน ก็เลยสั่งไส้กรอกมา 2 ถ้วย บวกกับน้ำส้ม 1 ขวด แล้วเราก็เข้าไปดู NEXT STEP STUDIO INDONESIA รอบ 15.50 น.ที่พารากอน

 

3. พิซซ่า ที่ร้าน PIZZA MARU ใน CENTRAL WORLD ตอนราว 18.00 น.

 

คือถ้าหากเราไม่นับ Snickers และ “ไส้กรอก 2 ถ้วย” ว่าเป็นอาหารมื้อแรกของวัน เราก็ได้กินอาหารมื้อแรกของวันจริง ๆ ตอนราว ๆ 18.00 น.ที่ร้าน PIZZA MARU ของ Central World

 

คือพอเราดู NEXT STEP STUDIO INDONESIA ที่พารากอนเสร็จ เราก็มารับตั๋วดูหนังเรื่อง I BLEW OUT THE CANDLES BEFORE MAKING A WISH ที่ Central World ตามที่เราได้ pre register ไว้

 

และพอเรามาต่อคิวรับตั๋วที่ Central World เราก็พบว่าเขากำลังแจกตั๋วฟรีหนังเรื่อง MINOTAUR ให้กับคนที่มา walk in อยู่ ซึ่งเราก็อยากดู MINOTAUR มาก ๆ และเราก็อยู่ในจุดที่สามารถรับตั๋วฟรีนั้นเพื่อดู MINOTAUR รอบ 18.00 น.ได้

 

แต่คือวันนั้นกูยังไม่ได้กินอาหารจริง ๆ เลยค่ะ คือกูได้กินแค่ Snickers กับไส้กรอก 2 ถ้วยเท่านั้นตั้งแต่ตื่นนอนเป็นต้นมา เพราะฉะนั้นถ้าหากกูเข้าไปดู MINOTAUR รอบ 18.00 น. กูก็จะต้องท้องว่างต่อไปอีกราว 2 ชั่วโมง

 

เราก็เลยตัดสินใจไม่รับตั๋วฟรี MINOTAUR สำหรับคน walk in เราเอาแค่ตั๋ว I BLEW OUT THE CANDLES BEFORE MAKING A WISH เรื่องเดียวพอ กูจะได้มีเวลากินอาหารจริง ๆ เสียที

 

พอเรารับตั๋วหนังเสร็จ เราก็เลยมานั่งกินอาหารมื้อแรกของวันที่ร้าน Pizza Maru ในตอนราว 18.00 น.

 

4. น้ำปั่นร้าน Oakberry ที่ Central World ตอนราว 19.00 น.

 

พอเรากินพิซซ่าที่ร้าน Pizza Maru เสร็จแล้ว เราก็ไปดื่มกาแฟ Starbucks ใน Central World แล้วเราก็วางแผนว่าจะเรียก Grab เพื่อเดินทางไปดูงาน video installations 3 ชิ้นในนิทรรศการ MOORING ที่ Bangkok Kunsthalle เรารู้ว่า Bangkok Kunsthalle มันปิดตอน 20.00 น. เพราะฉะนั้นพอเราดูงานวิดีโอเสร็จตอน 20.00 น. เราก็น่าจะมีเวลานั่ง Grab กลับมาดูหนังเรื่อง I BLEW OUT THE CANDLES รอบ 20.35 น.ทันที่ Central World

 

แต่พอเรานั่ง Grab ออกจาก Central World ในเวลาราว 18.45 น. เราก็พบว่า ฝนมันยังตกปรอย ๆ อยู่ แล้วเราเป็นคนที่เป็นหวัดง่ายมาก ๆ และเราก็ไม่อยากป่วยช่วงเทศกาลหนังด้วย เราก็เลยบอก Grab ให้หยุดรถ แล้วเราก็เดินกลับมานั่งพักที่ Central World เพื่อรอดูหนังรอบ 20.35 น.

 

ตอนนั้นเป็นเวลาราว 18.45 น. เรามีเวลาว่างเยอะมาก เราก็เลยอยากหาร้านที่ขายเครื่องดื่มเย็น ๆ แล้วมีที่นั่งให้เรานั่งได้นานราว 90 นาทีจนถึง 20.30 น. เราก็เลยเลือกร้าน Oakberry ใน Central World (เพราะเรากินกาแฟสตาร์บัคส์ไปแล้วด้วย เราก็เลยไม่อยากนั่งสตาร์บัคส์อีกรอบในวันนั้น)

 

ซึ่งน้ำปั่นที่ร้านนี้ก็แพงเวอร์มาก แต่เราก็นั่งจนคุ้ม เราสั่งน้ำปั่นมาแก้วนึงแล้วก็นั่งทำสวย ๆ อยู่ในร้านนี้ราว 90 นาที แล้วค่อยไปดูหนังเรื่อง I BLEW OUT THE CANDLES BEFORE MAKING A WISH รอบ 20.35 น.

 

ก็เลยสรุปว่า วันอาทิตย์ที่ 20 ก.ย.นี่ถือเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำวันนึง เพราะวันนั้นฝนตกหนัก + คนแน่นเต็มพารากอน + ปัจจัยต่าง ๆ เราก็เลยได้กินแค่ Snickers ก่อนบ่ายโมง, กินไส้กรอกสองถ้วยตอนบ่ายสามครึ่ง แล้วก็ได้กินอาหารมื้อแรกของวันจริง ๆ ตอน 18.00 น.

 

ประสบการณ์การดูหนังในเทศกาลภาพยนตร์ก็เป็นแบบนี้แหละ เราชินแล้ว 55555

 

เราแปะรูป “ตู้ขายน้ำดื่มอัตโนมัติ” ไว้ในโพสท์นี้ด้วยนะ เพราะเรามักจะกดซื้อน้ำเปล่าที่ตู้นี้เป็นประจำที่ Central World ตู้นี้มันอยู่หน้าลิฟท์ตรงชั้น 8 (ชั้นขายตั๋วหนัง คือชั้น 7 ส่วนโรงหนัง 3 4 5 6 อยู่ที่ชั้น 9) เราชอบกดซื้อน้ำเปล่าตรงตู้นี้ เพราะมันไม่ต้องเสียเวลาต่อคิว หรือรอพนักงานอะไรใด ๆ

 

 

Tuesday, September 22, 2026

MY BKKIFF 2026 14-21 SEPTEMBER

 

Films seen on Sunday 20 September 2026

 

In my preferential order

 

1. DR. AKAGI (1998, Shohei Imamura, Japan, 128min, A+30)

 

2. MOTHERS ARE MOTHERING (2025, Khozy Rizal + Lam Li Shuen, Indonesia/Singapore, 17min, A+30)

 

3. HOLY CROWD (2025, Reza Fahriyansyah + Ananth Subramaniam, Indonesia/Malaysia, 16min, A+30)

 

4. ANNISA (2025, Reza Rahadian + Sam Manacsa, Indonesia/Philippines, 14min, A+30)

 

5. I BLEW OUT THE CANDLES BEFORE MAKING A WISH (2026, Koi Wang Chao, Chin Yen Hu, Taiwan, about Macao, 116min, A+25)

 

เราหลับ ๆ ตื่น ๆ ตอนดูหนังสั้นเรื่อง ORIGINAL WOUND เราก็เลยไม่ได้ใส่เข้ามาในลิสท์นี้

 

วันนั้นเราจองที่นั่ง I3 ที่พารากอนไปสองเรื่อง แต่พอลองนั่งดูแล้วรู้สึกเหมือนเก้าอี้มันผิดปกติ เราก็เลยนั่ง I2 แทน

 

Films seen on Monday 21 September 2026

 

In my preferential order

 

1. ATLANTIC RHAPSODY (2026, Zhong Kaifeng, China, 102min, A+30)

 

2. DAAYRA (2026, Meghna Gulzar, India, 143min, A+30)

เราดูที่ Terminal 21 Asoke รอบ 22.00 น.

 

3. NINA ROZA (2026, Geneviève Dulude-De Celles, Belgium/Canada/Italy/Bulgaria, 103min, A+30)

 

4. NINO IN PARADISE (2025, Laurent Micheli, Belgium/France, 117min, A+25)

+++

 

MY BKKIFF 2026 14-21 SEPTEMBER

 

เราเพิ่งได้ดูหนังใน BKKIFF 2026 ไปเพียงแค่ 28 เรื่องเท่านั้น อันนี้เป็นอันดับความชอบหนังที่เราได้ดูใน BKKIFF ในวันที่ 14-21 ก.ย. 2026

 

In my preferential order

 

1. THE MUTATION (2025, Shin Su-won, South Korea, 107min, A+30)

 

2. THE BOVINE COMEDY (2026, Ratchapoom Boonbunchachoke, 24min, A+30)

 

3. DR. AKAGI (1998, Shohei Imamura, Japan, 128min, A+30)

 

4. ATLANTIC RHAPSODY (2026, Zhong Kaifeng, China, 102min, A+30)

 

5. BLAISE (2026, Jean-Paul Guigue, Dimitri Planchon, France, animation, 83min, A+30)

 

6. FLIM FLAM (2026, Siegfried A. Fruhauf, Austria, 15 min, A+30)

 

7. THEIR EYES (2025, Nicolas Gourault, France, about Venezuela, Kenya, Philippines, documentary, 23 min, A+30)

 

8. QUEEN AT SEA (2026, Lance Hammer, UK/USA, 121min, A+30)

 

9. TIN CASTLE (2026, Alexander Murphy, Ireland/France, documentary, 95min, A+30)

 

10. FOREVER...FOREVER (2026, Johann Lurf, Austria/France, 21 min, A+30)

 

11. THE SEOUL GUARDIANS (2026, Cho Chul-young, Kim Jong-woo, Kim Shin-wan, South Korea, documentary, 70min, A+30)

 

12. ผีพัฒนา (IN SUM) (2026, Komtouch Napattaloong, Thailand, 17min, A+30)

 

13. MOTHERS ARE MOTHERING (2025, Khozy Rizal + Lam Li Shuen, Indonesia/Singapore, 17min, A+30)

 

14. CONSTELLATION (2026, Takashi Makino, Japan, 21 min, A+30)

 

15. PELELIU: GUERNICA OF PARADISE (2025, Goro Kuji, Japan, animation, 106min, A+30)

 

16. L’MINA (2025, Randa Maroufi, Morocco/France/Italy/Qatar, 26 min, A+30)

 

17. HOME STORIES (2026, Eva Trobisch, Germany, 116min, A+30)

 

18. FOREVER YOUR MATERNAL ANIMAL (2026, Valentina Maurel, Costa Rica/Belgium/France/Mexico, 100min, A+30)

 

19. I SEE BUILDINGS FALL LIKE LIGHTNING (2026, Clio Barnard, UK/USA/France, 109min, A+30)

 

20. HOLY CROWD (2025, Reza Fahriyansyah + Ananth Subramaniam, Indonesia/Malaysia, 16min, A+30)

 

21. DEATH OF MY KIND (2026, Pasuth Sa-ingthong, Thailand, 10 min, A+30)

 

22. NINA ROZA (2026, Geneviève Dulude-De Celles, Belgium/Canada/Italy/Bulgaria, 103min, A+30)

 

23. SLEEP NO MORE (2026, Edwin, Indonesia/Singapore/Japan, 96min, A+30)

 

24. YOU DREAMT YOU SAW YOURSELF BUT COULDN’T SEE YOUR FACE (2026, Shireen Seno, Philippines, second viewing, 7min, A+30)

 

25. ANNISA (2025, Reza Rahadian + Sam Manacsa, Indonesia/Philippines, 14min, A+30)

 

26. NINO IN PARADISE (2025, Laurent Micheli, Belgium/France, 117min, A+25)

 

27. I BLEW OUT THE CANDLES BEFORE MAKING A WISH (2026, Koi Wang Chao, Chin Yen Hu, Taiwan, about Macao, 116min, A+25)

 

28. UNTIL SHE REMEMBERS (2026, Brillante Mendoza, Philippines, lesbian film, B )

 


Monday, September 21, 2026

MY BKKIFF 2026 14-19 SEPTEMBER

 

Denis Côté แมสแล้วในไทย

+++

 

Films seen on Thursday 17 September 2026

 

In my preferential order

 

1. BLAISE (2026, Jean-Paul Guigue, Dimitri Planchon, France, animation, 83min, A+30)

 

2. THEIR EYES (2025, Nicolas Gourault, France, about Venezuela, Kenya, Philippines, documentary, 23 min, A+30)

 

3. ผีพัฒนา (IN SUM) (2026, Komtouch Napattaloong, Thailand, 17min, A+30)

 

4. L’MINA (2025, Randa Maroufi, Morocco/France/Italy/Qatar, 26 min, A+30)

 

5. HOME STORIES (2026, Eva Trobisch, Germany, 116min, A+30)

 

6. I SEE BUILDINGS FALL LIKE LIGHTNING (2026, Clio Barnard, UK/USA/France, 109min, A+30)

 

ส่วน KONTREWERS เราหลับเยอะมาก ก็เลยไม่รวมไว้ในลิสท์นี้

 

Films seen on Friday 18 September 2026

 

In my preferential order

 

1. THE MUTATION (2025, Shin Su-won, South Korea, 107min, A+30)

 

2. QUEEN AT SEA (2026, Lance Hammer, UK/USA, 121min, A+30)

 

3. TIN CASTLE (2026, Alexander Murphy, Ireland/France, documentary, 95min, A+30)

 

4. FOREVER YOUR MATERNAL ANIMAL (2026, Valentina Maurel, Costa Rica/Belgium/France/Mexico, 100min, A+30)

 

Films seen on Saturday 19 September 2026

 

In my preferential order

 

1. FLIM FLAM (2026, Siegfried A. Fruhauf, Austria, 15 min, A+30)

 

2. FOREVER...FOREVER (2026, Johann Lurf, Austria/France, 21 min, A+30)

 

3. THE SEOUL GUARDIANS (2026, Cho Chul-young, Kim Jong-woo, Kim Shin-wan, South Korea, documentary, 70min, A+30)

 

4. CONSTELLATION (2026, Takashi Makino, Japan, 21 min, A+30)

 

5. PELELIU: GUERNICA OF PARADISE (2025, Goro Kuji, Japan, animation, 106min, A+30)

 

6. DEATH OF MY KIND (2026, Pasuth Sa-ingthong, Thailand, 10 min, A+30)

 

7. SLEEP NO MORE (2026, Edwin, Indonesia/Singapore/Japan, 96min, A+30)

 

8. YOU DREAMT YOU SAW YOURSELF BUT COULDN’T SEE YOUR FACE (2026, Shireen Seno, Philippines, second viewing, 7min, A+30)

 

MY BKKIFF 2026 14-19 SEPTEMBER

 

เราเพิ่งได้ดูหนังใน BKKIFF 2026 ไปเพียงแค่ 20 เรื่องเท่านั้น อันนี้เป็นอันดับความชอบหนังที่เราได้ดูใน BKKIFF ในวันที่ 14-19 ก.ย. 2026

 

In my preferential order

 

1. THE MUTATION (2025, Shin Su-won, South Korea, 107min, A+30)

 

2. THE BOVINE COMEDY (2026, Ratchapoom Boonbunchachoke, 24min, A+30)

 

3. BLAISE (2026, Jean-Paul Guigue, Dimitri Planchon, France, animation, 83min, A+30)

 

4. FLIM FLAM (2026, Siegfried A. Fruhauf, Austria, 15 min, A+30)

 

5. THEIR EYES (2025, Nicolas Gourault, France, about Venezuela, Kenya, Philippines, documentary, 23 min, A+30)

 

6. QUEEN AT SEA (2026, Lance Hammer, UK/USA, 121min, A+30)

 

7. TIN CASTLE (2026, Alexander Murphy, Ireland/France, documentary, 95min, A+30)

 

8. FOREVER...FOREVER (2026, Johann Lurf, Austria/France, 21 min, A+30)

 

9. THE SEOUL GUARDIANS (2026, Cho Chul-young, Kim Jong-woo, Kim Shin-wan, South Korea, documentary, 70min, A+30)

 

10. ผีพัฒนา (IN SUM) (2026, Komtouch Napattaloong, Thailand, 17min, A+30)

 

11. CONSTELLATION (2026, Takashi Makino, Japan, 21 min, A+30)

 

12. PELELIU: GUERNICA OF PARADISE (2025, Goro Kuji, Japan, animation, 106min, A+30)

 

13. L’MINA (2025, Randa Maroufi, Morocco/France/Italy/Qatar, 26 min, A+30)

 

14. HOME STORIES (2026, Eva Trobisch, Germany, 116min, A+30)

 

15. FOREVER YOUR MATERNAL ANIMAL (2026, Valentina Maurel, Costa Rica/Belgium/France/Mexico, 100min, A+30)

 

16. I SEE BUILDINGS FALL LIKE LIGHTNING (2026, Clio Barnard, UK/USA/France, 109min, A+30)

 

17. DEATH OF MY KIND (2026, Pasuth Sa-ingthong, Thailand, 10 min, A+30)

 

18. SLEEP NO MORE (2026, Edwin, Indonesia/Singapore/Japan, 96min, A+30)

 

19. YOU DREAMT YOU SAW YOURSELF BUT COULDN’T SEE YOUR FACE (2026, Shireen Seno, Philippines, second viewing, 7min, A+30)

 

20. UNTIL SHE REMEMBERS (2026, Brillante Mendoza, Philippines, lesbian film, B )

+++

 

ไม่แน่ใจว่าตอนนี้เราเป็นแค่กล้ามเนื้อเอวอักเสบ หรือหมอนรองกระดูกเคลื่อนอีกครั้ง

 

คือตอนเช้าวันเสาร์ที่ 19 ก.ย. เราลุกจากเก้าอี้ แล้วรู้สึกปวดเอวอย่างรุนแรง อาการคล้ายโรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนกำเริบ ส่งผลให้เราเดินกะเผลก ๆ

 

แต่พอดีช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลหนัง เราก็เลยตัดสินใจว่าจะยังไม่ไปหาหมอ นอกจากว่าอาการมันจะเลวร้ายลงเรื่อย ๆ

 

วันเสาร์ที่ 19 ก.ย. เราก็เลยออกไปดูหนังใน BKKIFF ตลอดทั้งวันตามแผนการเดิม ถึงแม้จะต้องเดินกะเผลก ๆ ในบางครั้ง และเราก็รู้สึกดีใจที่เราไม่ได้วางแผนวิ่งรอกหลายโรงหนังในปีนี้

 

แต่ระหว่างที่เราดูหนังในวันที่ 19-20 ก.ย. เราก็เสียสมาธิในบางครั้งนะ เพราะเราไม่แน่ใจว่า เราเป็นโรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนอีกครั้งหรือไม่ เราก็เลยพยายามบอกตัวเองว่า เราไม่ควรกังวลมากเกินไป เราอาจจะแค่กล้ามเนื้อเอวอักเสบก็ได้ คือเหมือนในระหว่างที่ดูหนัง ในหัวเรามันจะวนเวียนกับคำถามที่ว่า ตอนนี้เราป่วยเป็นอะไรกันแน่ และเราควรวางแผนชีวิตอย่างไรต่อไปสำหรับ scenarios ต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต ทำไมชะตาชีวิตของเราเลวร้ายขนาดนี้ เราอุตส่าห์ผ่าตัดหมอนรองกระดูกไปแล้วรอบนึงนะ ทำไมเราถึงต้องมาเผชิญชะตากรรมแบบนี้อีก

 

ตอนนี้เป็นช่วงดึกคืนวันอาทิตย์ที่ 20 ก.ย. อาการของเราดีขึ้นมากแล้วเมื่อเทียบกับช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 19 ก.ย. และจิตใจเราก็สงบขึ้นบ้างแล้ว เพราะเราวางแผนไว้แล้วว่า ถ้าหากอาการมันไม่เลวร้ายลง เราก็คงดูหนังตามแผนเดิมต่อไปจนจบเทศกาล BKKIFF ในวันที่ 27 ก.ย. แล้วเราค่อยไปหาหมอ อาจจะทำ MRI และผ่าตัดหมอนรองกระดูกเคลื่อนเป็นรอบที่สอง แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่า หมอจะวินิจฉัยออกมาว่าอย่างไร

 

วันนี้เราก็เลยเอา “หมอนรองกระดูก” ที่ได้จากการผ่าตัดครั้งแรกในเดือนพ.ย. 2023 ออกมาดูอีกครั้ง

 

ตอนนั้นพอผ่าตัดเสร็จ หมอก็ให้กระปุกนี้มานะ กระปุกนี้ใส่น้ำและมีหมอนรองกระดูกที่ได้จากการผ่าตัด ลอยอยู่ในน้ำนั้น

 

แต่พอเวลาผ่านมานานเกือบ 2 ปี น้ำในกระปุกก็ระเหยหายไปจนหมดแล้ว แต่หมอนรองกระดูกของเรายังคงติดอยู่ในกระปุกนั้นอยู่

 

เราลบพวกหมายเลขผู้ป่วยออกไปจากภาพนี้นะ ที่เห็นปื้นดำ ๆ นั่นคือเราเซ็นเซอร์เอง 555

 

การที่เราเสียสมาธิในการดูหนังในวันที่ 19-20 ก.ย. ปัจจัยสำคัญเป็นเพราะว่า เราไม่อยากยอมรับความจริงด้วยแหละ เหมือนเราพยายามปฏิเสธความจริงที่ว่า ชะตาชีวิตของเรามันสามารถเลวร้ายได้ถึงขั้นนี้

 

แต่พอเราทำใจยอมรับชะตาชีวิตของเราได้ ว่าเราอาจจะต้องผ่าตัดหมอนรองกระดูกเคลื่อนเป็นครั้งที่สอง จิตใจเราก็สงบลง และน่าจะกลับมามีสมาธิในการดูหนังเหมือนเดิม

 

คือเราก็ภาวนาให้เราเป็นแค่กล้ามเนื้อเอวอักเสบนะ แต่ถ้าหากเราทำใจพร้อมรับ worst case scenario ได้ เราก็จะมีสมาธิในการดูหนังได้มากขึ้น

 


Sunday, September 20, 2026

FILMS SEEN ON WEDNESDAY 16 SEP 2026

 

ประสบการณ์ที่เพื่อนของเราเจอใน BKKIFF 18 september 2026

 

ประสบการณ์ bkkiff ของเราที่ SFW เมื่อ ศ 18 ก.ย. ที่ผ่าน ส่วนนี้โพสต์ต่อได้เลยจ้ะ เพื่อเตือนภัยชาวประชา 555

 

 - SFW โฆษณาน้อยมาก ประมาณ 4 นาที ส่วนการรับตั๋วราบรื่นดี คนดูปกติ ยังไม่เจอคนบ้า คนทราม 555

 

- แต่มีปัญหาตอนเรื่อง Ben'Imana รอบ 18.00 เราเข้าสาย พอไปที่นั่ง E1 ของเรา ปรากฏว่ามีคุณลุงต่างชาตินั่งอยู่แล้ว เราโชว์ตั๋วให้แกดู พอแกเอาตั๋วขึ้นมา ตั๋วแกก็เขียนว่า E1 เหมือนกัน ก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พอดีหนังมันเริ่มแล้ว แล้วแถวหน้าๆ ว่าง เราก็เลยไปนั่งแถว G แทน

 

 - หนังจบ เราก็เลยไป feedback (ย้ำว่า feedback นะคะ ไม่ได้วีน 555) กับทาง staff แจกตั๋ว น้องๆ ก็งงเหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น ออกตั๋วพลาด? มีคนมั่วบัตร? ฯลฯ น้องๆ ยกมือไหว้เราหลายครั้งมาก แต่เราก็ย้ำว่าไม่ได้มาวีนอะไร แค่เล่าให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น เพื่อจะปรับปรุงระบบต่อไป

 

 - น้องๆ ยังบอกด้วยว่าถูกคน complain เรื่องระบบจองตั๋วเยอะมาก เราก็บอกไปว่า พี่เข้าใจว่าน้องไม่ใช่คนออกแบบระบบ ก็ได้แต่ให้กำลังใจกันไป พร้อมเตือนน้องๆ ว่า งานแบบนี้คนบ้ามันเยอะ ระวังให้ดี 555

+++

 

อยากให้มีรอบฉายหนังเรื่องนี้หลังจบเทศกาล BKKIFF

+++

 ขัอมูลเกี่ยวกับหนังทดลองที่เราได้ดูใน BKKIFF

In the Flow Programme 1: Surface Tension (87 min)

Landscapes, images and technologies carry more than what first appears on their surfaces. Embedded within them are histories of labour and development, memories and systems that often remain unseen. Across mines, archives, digital infrastructures and stories passed through generations, these films trace what lies beneath and the forms in which it returns.

Curator: Pathompong Manakitsomboon

ภูมิทัศน์ ภาพ และเทคโนโลยีต่างเก็บซ่อนบางสิ่งไว้มากกว่าที่ปรากฏบนพื้นผิว ร่องรอยของแรงงานและการพัฒนา ตลอดจนความทรงจำ ประวัติศาสตร์ และระบบที่ขับเคลื่อนเทคโนโลยีฝังตัวอยู่ภายใน ตั้งแต่เหมืองและภาพจดหมายเหตุ ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและเรื่องเล่าที่ส่งต่อกันมาหลายรุ่น สิ่งที่ซ่อนเร้นจากสายตาหวนกลับมาปรากฏผ่านเรื่องแต่ง จินตนาการ และการเล่าขานซ้ำในรูปลักษณ์ใหม่

ภัณฑารักษ์: ปฐมพงศ์ มานะกิจสมบูรณ์


Kontrewers

Zuza Banasińska / 2026 / Netherlands, Poland, France / Polish with Eng subtitles / 21 min

In a Polish folk tale, the spirit of a possessed girl has been trapped for centuries inside the mysterious Kontrewers Stone. When she encounters the filmmaker’s 102-year-old grandmother and mistakes her for her long-lost mother, a surreal dialogue unfolds across generations. Folklore, documentary, archival and staged materials move between personal memory and collective history, while possession, ageing and death take on different meanings as stories and objects pass through time.

ตำนานพื้นบ้านของโปแลนด์เล่าถึงวิญญาณของเด็กสาวผู้ถูกสิง ซึ่งติดอยู่ภายในหินลึกลับแห่ง Kontrewers มานานหลายศตวรรษ เมื่อวิญญาณได้พบกับคุณยายวัย 102 ปีของผู้กำกับ และเข้าใจว่าเธอคือแม่ที่พลัดพรากจากกันมานาน บทสนทนาเหนือจริงระหว่างคนต่างรุ่นจึงเริ่มต้นขึ้น เรื่องเล่าพื้นบ้าน ภาพสารคดี ภาพจดหมายเหตุ และฉากที่สร้างขึ้นเชื่อมโยงความทรงจำส่วนบุคคลเข้ากับประวัติศาสตร์ร่วม ขณะที่การสิงสู่ ความชรา และความตายต่างมีความหมายแปรเปลี่ยนไป เช่นเดียวกับเรื่องเล่าและวัตถุที่เดินทางผ่านกาลเวลา


L’mina

Randa Maroufi / 2025 / Morocco, France, Italy, Qatar / Moroccan Arabic with Eng subtitles / 26 min

In Jerada, Morocco, coal mining continues informally despite its official closure in 2001, sustained by the lack of economic alternatives. Underground mines are reconstructed inside a studio, where local miners reenact their own labour and the risks they face each day, revealing the precarious realities of a community still bound to an industry that has supposedly disappeared.

ที่เมือง Jerada ประเทศโมร็อกโก การทำเหมืองถ่านหินยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่เป็นทางการ แม้เหมืองจะปิดตัวลงตั้งแต่ปี 2001 เนื่องจากผู้คนแทบไม่มีทางเลือกอื่นในการเลี้ยงชีพ เหมืองใต้ดินถูกสร้างจำลองขึ้นภายในสตูดิโอ โดยคนงานเหมืองในพื้นที่กลับมาถ่ายทอดการทำงานและความเสี่ยงที่พวกเขาต้องเผชิญในแต่ละวัน เผยให้เห็นชีวิตของแรงงานและชุมชนที่ยังคงผูกติดอยู่กับอุตสาหกรรมซึ่งในทางการได้สิ้นสุดลงไปแล้ว


ผีพัฒนา (In Sum)

Komtouch Napattaloong / 2026 / Thai / Thai, English / 17min

Corroded pixels intertwine with archival Cold War images, assembling a partial account of “development” in Thailand’s northeast. Footage from Thailand’s Role in the Vietnam War (1967), the Shell Film Company’s Mekong River project (1964), and Tongpan (1977) appears alongside encounters with rural farmers, who speak directly with the cameraperson. The film was shot with an outdated point-and-shoot digital camera found in the filmmaker’s old family home, during the final period of its use. As its corroded sensor struggles to form a “perfect” image, the resulting distortions become part-archive, part-machine, part-memory, unfolding alongside the narratives of development the camera encounters.

พิกเซลที่ผุกร่อนร้อยเรียงเข้ากับภาพจดหมายเหตุจากยุคสงครามเย็น เพื่อประกอบสร้างเรื่องราวบางส่วนของ “การพัฒนา” ในภาคอีสาน ฟุตเตจจากสารคดี Thailand’s Role in the Vietnam War (1967) โครงการลุ่มน้ำโขงของ Shell Film Company (1964) และ ภาพยนตร์ทองปาน (1977) ปรากฏสลับกับภาพของชาวบ้านในชนบทที่พูดคุยกับผู้ถ่ายทำอย่างตรงไปตรงมา หนังถ่ายด้วยกล้องดิจิทัลคอมแพ็กต์รุ่นเก่าที่ผู้กำกับพบในบ้านเก่าของครอบครัว และบันทึกภาพในช่วงสุดท้ายก่อนที่กล้องจะเสื่อมสภาพจนใช้งานไม่ได้ เมื่อเซนเซอร์ที่ผุกร่อนไม่สามารถสร้างภาพที่ “สมบูรณ์” ได้อีกต่อไป ความบิดเบี้ยวของภาพจึงกลายเป็นทั้งจดหมายเหตุ เครื่องจักร และความทรงจำ ที่ดำเนินเคียงคู่ไปกับเรื่องเล่าของการพัฒนาที่กล้องได้พบเจอ


Their Eyes

Nicolas Gourault / 2025 / France / English, Spanish with Eng subtitles / 23 min

Online workers in Venezuela, Kenya and the Philippines annotate thousands of images captured by self-driving cars, identifying pedestrians, vehicles and other objects to train AI systems to recognise and navigate the world. Their testimonies and screen recordings reveal the largely invisible labour behind automated vision, and the global inequalities on which supposedly autonomous technologies continue to depend.

แรงงานออนไลน์ในเวเนซุเอลา เคนยา และฟิลิปปินส์ ทำหน้าที่กำกับข้อมูลจากภาพนับพันที่ถูกบันทึกโดยรถยนต์ไร้คนขับ โดยระบุคนเดินถนน ยานพาหนะ และวัตถุต่าง ๆ เพื่อฝึกให้ระบบ AI สามารถจดจำและนำทางในโลกจริงได้ คำบอกเล่าของคนทำงานและภาพบันทึกจากหน้าจอเผยให้เห็นแรงงานที่แทบไม่เคยถูกมองเห็นเบื้องหลังระบบอัตโนมัติ ตลอดจนความเหลื่อมล้ำระดับโลกที่เทคโนโลยีซึ่งดูเหมือนทำงานได้ด้วยตัวเองยังคงพึ่งพาอยู่

 

เรื่องย่อ

In the Flow Programme 3: Optical Unconscious (75 min) + QA

Cinema can make a few seconds last forever, turn noise into a constellation, or let an ordinary shape become briefly unrecognisable. There is no single way of looking here; across different approaches to experimental moving image, attention drifts between colour, rhythm, texture, movement, and the moment when something suddenly comes into view.

Curator: Pathompong Manakitsomboon

ภาพยนตร์สามารถยืดเวลาเพียงไม่กี่วินาทีให้ดูราวกับไม่มีที่สิ้นสุด เปลี่ยนสัญญาณรบกวนให้กลายเป็นกลุ่มดาว หรือทำให้รูปทรงธรรมดากลายเป็นสิ่งที่เราไม่อาจจดจำได้ชั่วขณะ การมองจึงไม่ได้มีเพียงวิธีเดียว ภาพเคลื่อนไหวเชิงทดลองในหลากหลายรูปแบบพาสายตาไปตามสี จังหวะ พื้นผิว การเคลื่อนไหว และชั่วขณะที่บางสิ่งปรากฏขึ้นบนดวงตา

ภัณฑารักษ์: ปฐมพงศ์ มานะกิจสมบูรณ์


You Dreamt You Saw Yourself But Couldn’t See Your Face

Shireen Seno / 2026 / Philippines, United States / English / 7 min

A quiet whistle from childhood accompanies images of sky and water that slowly dissolve into one another. The reflection of a loved one briefly appears on the river’s surface, suspended between presence and absence, image and memory. The landscape becomes an intimate space of memory and loss, where traces of a life briefly return before drifting away once more.

เสียงผิวปากจากความทรงจำในวัยเด็กดังขึ้นพร้อมกับภาพของท้องฟ้าและสายน้ำที่ค่อย ๆ หลอมรวมเข้าหากัน เงาของบุคคลอันเป็นที่รักปรากฏขึ้นชั่วครู่บนผิวน้ำ ก้ำกึ่งระหว่างการปรากฏและเลือนหาย ระหว่างภาพกับความทรงจำ ภูมิทัศน์กลายเป็นพื้นที่อันใกล้ชิดของความทรงจำและการสูญเสีย ที่ซึ่งร่องรอยของใครบางคนหวนกลับมาเพียงชั่วครู่ ก่อนจะค่อย ๆ ลอยเลือนหายไปอีกครั้ง


Constellation

Takashi Makino / 2026 / Japan / No dialogue / 21 min

Constellation combines Takashi Makino’s handmade paper collages with 8K-scanned film noise, layering colours, textures and particles into an ever-shifting abstract cosmos. Like searching for a star chart among stardust, the film invites viewers to discover their own images and connections within its visual field, while reflecting on the uncertainties of the contemporary world.

Constellation นำคอลลาจกระดาษที่ Takashi Makino สร้างขึ้นด้วยมือมาซ้อนทับกับ film noise ที่สแกนด้วยความละเอียด 8K จนเกิดเป็นจักรวาลนามธรรมของสี พื้นผิว และอนุภาคที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ราวกับการค้นหาแผนที่กลุ่มดาวท่ามกลางฝุ่นดาว หนังเปิดให้ผู้ชมค้นพบภาพและความเชื่อมโยงของตนเอง พร้อมสะท้อนถึงความไม่แน่นอนของโลกร่วมสมัย


DEATH OF MY KIND

Pasuth Sa-ingthong / 2026 / Thailand / Thai with Eng subtitles / 10 min

Suspended between birth and dissolution, a solitary ripple on the water ignites a transformation of dimensions. Evolving from absolute emptiness into a frantic storm of geometry, it explores the mysterious void left between a past that has just died and a future yet to be born

ในพื้นที่กึ่งกลางระหว่างการก่อกำเนิดและการดับสูญ ความผิดปกติเพียงหนึ่งเดียวบนผิวน้ำได้กระตุ้นให้เกิดการแปรสภาพของมิติ จากความว่างเปล่าไปสู่พายุที่บ้าคลั่งทางเรขาคณิต เพื่อสำรวจช่องว่างอันเร้นลับระหว่างอดีตที่เพิ่งตายจากไปและอนาคตที่ยังมาไม่ถึง


Forever…Forever

Johann Lurf / 2026 / Austria, France / No dialogue / 21 min

Over twenty-two months, Johann Lurf fixes a specially developed 65mm camera on a single view of Austria’s Ottenstein Reservoir. As exposure times lengthen, stars draw lines across the sky, while the sun and moon leave luminous arcs reflected on the water. These cycles unfold over twenty-one minutes and turn a familiar landscape into a planetary clock. The movement of time and celestial bodies becomes visible beyond the limits of ordinary human perception.

ตลอดระยะเวลา 22 เดือน Johann Lurf ตั้งกล้อง 65 มม. ที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษไว้ที่จุดเดิมริมอ่างเก็บน้ำ Ottenstein ในออสเตรีย เมื่อระยะเวลาการรับภาพนานขึ้น ดวงดาวค่อยๆลากเส้นผ่านท้องฟ้า ขณะที่ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ทิ้งร่องรอยของแสงสะท้อนลงบนผิวน้ำ Forever…Forever ย่นวัฏจักรเหล่านี้ลงเหลือ 21 นาที เปลี่ยนภูมิทัศน์ที่คุ้นเคยให้กลายเป็นนาฬิกาของดาวเคราะห์ และเผยให้เห็นการเคลื่อนไหวของเวลาที่อยู่นอกเหนือการรับรู้ในชีวิตประจำวัน


FLIM FLAM

Siegfried A. Fruhauf / 2026 / Austrai / No dialogue / 15 min

“Focus on the center for one minute!” With this opening instruction, FLIM FLAM draws the viewer into concentric patterns, flickering signs and manipulated images that play with optical illusion, concealment and distortion. Its title comes from an old term for deception, while cinema itself becomes a slippery medium where framing, context and perception continually alter what appears to be “truth.”

จ้องไปที่กึ่งกลางภาพเป็นเวลาหนึ่งนาที!” เป็นคำสั่งที่เปิดเรื่อง FLIM FLAM ดึงผู้ชมเข้าสู่ลวดลายวงกลม สัญลักษณ์กะพริบ และภาพที่ถูกดัดแปลง ผ่านการเล่นกับภาพลวงตา การซ่อนเร้น และการบิดเบือน ชื่อหนังมาจากคำเก่าที่หมายถึงการหลอกลวงหรือกลลวง ก่อนนำไปสู่การสำรวจภาพยนตร์ในฐานะสื่อ ที่สิ่งซึ่งปรากฏเป็นความจริงถูกกำหนดและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอผ่านกรอบ บริบท และการรับรู้ของผู้ชม

+++

 

FILMS SEEN ON WEDNESDAY 16 SEP 2026

 

In my preferential order

 

1.  HANUMAN ANSH (2026, Vishal Chaturvedi, India, 150min, A+30)

 

2. INHERENT VALUATION (2026, Uninspired by Current Events, video installation, 3.15min)

 

3. BOY WHISPER (2026, Arnont Nongyao, video installation, about 1min)

 

4. PRACTICAL MAGIC 2 (2026, Susanne Bier, USA, A+15)

 

5. THE RESIDENT สังเวย (2026, Chaiwat Sitalasai ชัยวัฒน์ สีตลาศัย, C+ )

 

และในวันที่ 16 ก.ย. เราก็ได้ดูนิทรรศการ 4 อันนี้ด้วย

 

(เรียงตามลำดับการดู)

 

1. RESIDUAL FREQUENCIES

 by Arnont Nongyao

at Neu Contemporary

 

2. THE BLURSED SANDWICH

by Anxiety Storage and Uninspired by Current Events

at VS Gallery

 

3. UNUS MUNDUS

By MIYABI and Mookmintra Jariyavidyanont

At Gallery Ver

 

4. NEW HOME UNITY

By Pichaya Khunnawat

At Cartel Art Space

 

ปรากฏว่าหนังที่เราดู 3 เรื่องในวันนั้นมีความเชื่อมโยงกันโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะว่า INHERENT VALUATION มีเนื้อหาเกี่ยวกับลิง แล้วเราก็ดู PRACTICAL MAGIC 2 ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับเวทมนตร์ แล้วเราก็ดู HANUMAN ANSH ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับผู้วิเศษที่นับถือเทพหนุมานและเหมือนมีเวทมนตร์ เพราะฉะนั้นหนัง 3 เรื่องนี้ก็เลยเชื่อมโยงกันโดยไม่ได้ตั้งใจ

+++

 

25. PELELIU: GUERNICA OF PARADISE (2025, Goro Kuji, Japan, animation, A+30)

 

มีตัวละครพูดคำว่า TADAIMA ในหนังเรื่องนี้

+++

 

บันทึกการกินอาหารในช่วงเทศกาล BKKIFF 2026 – 19 SEP

 

วันนี้กินอาหารที่ร้าน Dean & Deluca สามย่านมิตรทาวน์, Get Fresh สามย่านมิตรทาวน์ และ Taco Bell ชั้น g พารากอน

Saturday, September 19, 2026

VARIOUS POSTS IN MY FACEBOOK

 NEW HOME UNITY exhibition by Pichaya Khunnawat at Cartel Art Space

---
หลังจากที่เราเคยประทับใจมาก ๆ กับหนังของ Ishtar Yasin จากประเทศ Costa Rica ตอนนี้เราก็มี Valentina Maurel จาก Costa Rica ที่ทำหนังได้ A+30 ติดกัน 3 เรื่อง ตัวละครหญิงในหนังทั้ง 3 เรื่องของเธอนี่ดูไม่จืดจริง ๆ ยกให้เธอเป็นมือวางอันดับหนึ่งจาก Costa Rica ในตอนนี้
---
หลังจบ BKKIFF ในวันที่ 27 ก.ย. เราก็ต้องรีบตามเก็บหนังโรงปกติ, หนังฮ่องกงใน E FLUX  และหนัง Hong Sang-soo + Julian Radlmaier ใน MUBI ที่จะอำลาสิ้นเดือนนี้
---

เราดู BKKIFF ที่ไอคอนสยามในวันที่ 14 + 15 ก.ย. พบว่า มันมีการฉายหนังตัวอย่าง 20 นาทีก่อนหนังจริงฉาย

ตอนนี้เราก็เลยหวาดกลัวอย่างรุนแรงว่า ถ้าหากการฉาย BKKIFF ที่พารากอนเป็นแบบเดียวกัน มีการฉายหนังตัวอย่าง 20 นาทีเหมือนกัน เราก็จะวิ่งรอกดูหนังไม่ได้ในบางรอบ อย่างเช่น

วันที่ 20 ก.ย. เรากะดู DR. AKAGI (128min)  รอบ 13.00 น. ซึ่งถ้าหากไม่มีหนังตัวอย่าง มันจะจบตอน 15.08 น.

แล้วเราก็กะว่าจะนั่งวินมอไซค์ มาดู NOBODY'S VIOLENCE รอบ 15.30 น.ที่ HOUSE ซึ่งไม่มีหนังตัวอย่าง

แต่ถ้าหาก PARAGON มีฉายหนังตัวอย่าง 20 นาที DR. AKAGI ก็จะจบตอน 15.28 น. เราก็จะเดินทางมาดู NOBODY'S VIOLENCE รอบ 15.30 ไม่ทัน

นี่กูจะต้องปรับตารางชีวิตใหม่อีกครั้งเหรอเนี่ย กรี๊ดดดดด

เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็จะรู้ ว่า BKKIFF ที่ PARAGON มีฉายหนังตัวอย่างกี่นาที

ขอให้เพื่อน ๆ ทุกคนรอดชีวิตจากมหันตภัย BKKIFF 2026 นะคะ

---
วันนี้ 13 ก.ย.เราดูหนังยาว 3 เรื่องใน WHAT THE DOC FILM FESTIVAL

วันที่ 17-27 ก.ย. เราจะดูหนัง 42 โปรแกรมใน BKKIFF

แต่ตอนนี้มีหนังโรงปกติอีก 10 เรื่องที่เราอยากดู และมีนิทรรศการที่เราอยากดู 5 นิทรรศการที่ใกล้จะสิ้นสุดในเดือนก.ย. อย่างเช่น RESIDUAL FREQUENCIES ของ Arnont Nongyao, MOORING ที่มีงาน video installations, THE BLURSED SANDWICH, UNUS MUNDUS, NEW HOME UNITY

นั่นหมายความว่า ในช่วงวันที่ 13-16 ก.ย.นี้ เราต้องรีบเก็บหนังโรง 10  เรื่องและนิทรรศการเหล่านี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และต้องหาเวลาซักผ้ากับขัดห้องน้ำด้วย ก่อนที่จะเข้าสู่  BKKIFF แบบเต็มวันในวันที่ 17 ก.ย. นึกว่ากะหล่ำแตก 55555
----
เสียดายชนกับ WHAT THE DOC FILM FESTIVAL

วันนี้ใครจะเป็นตัวแทนหมู่บ้านไปดูหนังภาษา Malayalam คะ หนังเรื่อง I'M GAME (2026, Nahas Hidhayath, India, 180min)
---
นิทรรศการบอกว่ามีถึง 29 ก.ย. แต่มันปิดวันจันทร์กับอังคาร เพราะฉะนั้นวันสุดท้ายของนิทรรศการก็น่าจะเป็นวันอาทิตย์ที่ 27 ก.ย.

ชีวิตมีแต่หลุมพรางที่จ้องจะทำร้ายเราตลอดเวลา เพราะฉะนั้นเวลาดูข้อมูลพวกนี้เราต้องระวังกันให้ดีนะคะ ไม่งั้นอาจจะตกหลุมพราง พลาดดูหนัง+วิดีโอดี ๆ บางเรื่องไปจนตลอดชีวิตค่ะ 55555
---
อยากมีเวลาจัดตารางดูหนังในเทศกาล BANGKOK INTERNATIONAL FILM FESTIVAL แต่จะเอาเวลาจากไหน 555 คงต้องรอให้จบ WHAT THE DOC FILM FESTIVAL ก่อน
---
I worship this film and William Makepeace Thackeray ผู้ประพันธ์ BARRY LYNDON (1844) และ VANITY FAIR (1848)
---
เมื่อวานเราได้ไป CLOUD 11 เป็นครั้งแรก เราก็เลยเน้นฝากท้องไว้ที่ True Digital Park เป็นหลักค่ะ เมื่อวานกินข้าวเช้าที่ Get Fresh ตอน 11.00hrs แล้วก็ดูหนังในเทศกาล What the Doc 4 โปรแกรม แล้วก็มากินข้าวเย็นที่ร้าน Ringer Hut ใน True Digital Park ตอนราว ๆ 20.00hrs ตบท้ายด้วยไอติม  Guss Damn Good รส Orchid
---
ดู WHAT THE DOC FILM FESTIVAL ไป 4 รอบในวันนี้แล้ว เราควรวิ่งมาดูหนังอินเดียรอบ 20.30 น.ต่อดีไหมคะ MIRZAPUR THE MOVIE (2026, Gurmmeet Singh, India, 195min)
---

หนัง thriller เกาหลีเรื่องแรกสุดที่เราเคยดูน่าจะเป็น SHIRI ชีริ เด็ดหัวใจยอดจารชน  (1999, Kang Je-kyu) ที่เคยเข้าโรงฉายในไทยในเดือนก.พ. 2001
---
เพิ่งเห็นว่าใน festival scope มีหนังของ Antonin Peretjatko ด้วย
---
วันนี้มากินอาหารที่ร้าน GYUKATSU KYOTO KATSUGYU ในเอ็มควอเทียร์ เพื่อเป็นพลีให้แก่หนังเรื่อง DEATH OF A TEA MASTER (SEN RIKYU) (1989, Kei Kumai, A+30) ที่ใช้ฉากหลังเป็น Kyoto 55555
---
Alliance กลับมาฉายหนังแล้ว มีฉาย METROPOLIS ค่าตั๋ว 350 บาทด้วยนะ และหนังบางเรื่องก็ไม่ได้บอกว่ามี English subtitles เพราะฉะนั้นเราต้องเช็คข้อมูลให้ดี ๆ ก่อนไปดู
---

วันนี้เราให้เพื่อนดูหูซ้ายของเรา สรุปว่าสิ่งที่เรานึกว่าเป็นรอยแยก รอยแผลในหู จริง ๆ แล้วมันคือขน 555555 บ้าบอมาก
---
พอเห็นโพสท์ว่า รอยที่ติ่งหูบ่งชี้โรคหัวใจได้ เราก็เลยลองถ่ายรูปติ่งหูของเรา พบว่าหูข้างขวา เหมือนมีรอยพับเกิดขึ้นจาง ๆ หวีดมาก แต่ที่หูข้างซ้าย เหมือนมีรอยพับ หรือรอยแยก อันแปลกประหลาด เกิดขึ้นในใบหูเลย ไม่ใช่ที่ติ่งหู กรี๊ดดดดดด นี่เราเป็นโรคอะไรร้ายแรงหรือเปล่า เพราะเราก็ไม่ได้ตรวจสุขภาพมา 5 ปีได้แล้วมั้ง
---
แอบขำที่หนังเรื่อง A NEW DAWN กับหนังเรื่อง REGRETFULLY AT DAWN (อรุณกาล) กำลังจะลงโรงฉายในไทยในเวลาไล่เลี่ยกัน หวังว่าจะไม่มีคนซื้อตั๋วหนังผิดเรื่องนะ 555
---
เพิ่งสังเกตว่ามี logo  APPLE บนพื้นรถไฟใต้ดิน
---
กินมาการองข้าวเหนียวทุเรียน เพื่อเป็นพลีแด่หนังเรื่อง THE WAVES WILL CARRY US (2025, Lau Kek Huat, Taiwan, A+30)
---
AWARAPAN 2 (2026, Nitin Kakkar, India, 140min) เข้าฉายตามโรงหนังในไทยแล้วนะคะ
---
BATWARA 1947 (2026, Rajkumar Santoshi, India, 160min) เข้าฉายตามโรงหนังในไทยแล้วนะคะ
---
ช่วง ความชะว้ากของชีวิต

วันนี้เราถ่อไปถึง "หอภาพยนตร์ ศาลายา" เพื่อดู "หนังเยอรมัน" ที่นำแสดงโดย Sandra Huller เสร็จแล้วก็เดินทางกลับเข้ากรุงเทพ มา "สถาบันเกอเธ่" เพื่อดู "หนังเวียดนาม" ก็เลยรู้สึกว่ามันฮาดีที่แทนที่เราจะได้ดูหนังเยอรมันที่เกอเธ่ เรากลับต้องถ่อไปถึงศาลายา 55555

คิดถึงยุคที่สถาบันเกอเธ่ฉายหนังเยอรมันสัปดาห์ละ 1 เรื่องในห้องแอร์ในช่วงทศวรรษ 1990 ถ้าหากสถาบันเกอเธ่ยังทำแบบนั้นอยู่จนถึงปัจจุบัน เราก็คงไม่ต้องเดินทางแหกไปแหกมาแบบนี้ 555

แต่ก็ดีใจมากนะที่สถาบันเกอเธ่ฉายหนังทดลองของชาติต่าง ๆ เยอะมากในช่วงนี้

---
จะหนีคนแน่น ๆ ในโรง THE ODYSSEY มาดู PINOCCHIO UNSTRUNG แทน แต่ก็พบว่า...
---
กะรอให้คนน้อย ๆ แล้วเราค่อยไปดู THE ODYSSEY ที่ IMAX ปรากฏว่า ...
---
JANA NAYAGAN หนังภาษาทมิฬที่โรงหนังไอคอน สยาม โรงแตกมาก ๆ ตอนแรกเรากะว่าจะรีบนั่งมอไซค์ไปดู เพราะวันนี้หนังไต้หวันเลิกเร็ว แต่เห็นจำนวนคนดูแล้ว กูขอยอมแพ้
---
วันนี้ดูหนังสารคดีฝรั่งเศส 2 เรื่อง แล้วออกจากหอภาพยนตร์ ศาลายา ตอน 15.30 น. มาถึง century onnut ตอน 17.00 น.เพื่อดูหนังไต้หวันรอบ 18.00 น. ถือว่าการจราจรวันนี้เร็วใช้ได้ หอภาพยนตร์กับเซ็นจูรี่ อ่อนนุชห่างกันแค่ 90 นาที หรือเท่ากับชั่วหม้อข้าวเดือด 3 รอบ
---
เราไม่เคยดูหนังในเทศกาลนี้ แต่เราขอ save poster เก็บไว้เพื่อความ cult 55555
---
เราเติบโตมากับการฟังเพลงของ Samantha Fox คือทุกวันนี้เรายังหลอนกับ "สะ สะ สะ สะ สะ ซาแมนธา ฟ็อกซ์" ซึ่งเป็นท่อนติดหูในมิกซ์เพลงของเธออยู่เลย แม้เวลาจะผ่านมานาน 40 ปีแล้ว

---

FILMS SEEN ON 15 SEP 2026

 

ใครเป็นแฟนหนังเรื่อง PASSERBY#3 (2010, Shin Su-won, South Korea, A+30) และ HOMMAGE (2021, Shin Su-won, South Korea, A+30) ที่เคยมาฉายที่หอภาพยนตร์ ศาลายา ก็อย่าลืมมาดูหนังเรื่อง THE MUTATION (2025, Shin Su-won, South Korea) ที่จะฉายใน BKKIFF ที่พารากอนในวันนี้นะคะ

 

เราชอบ PASSERBY#3 กับ HOMMAGE มาก ๆ ก็เลยดีใจสุดขีดที่จะได้ดูหนังของ Shin Su-won เป็นเรื่องที่ 3

 

ประวัติชีวิต Shin Su-won

https://web.facebook.com/photo?fbid=675034387983673&set=a.307044544782661

 

HOMMAGE

https://web.facebook.com/photo/?fbid=677423371078108&set=a.307044544782661

+++

 

THE GARDEN OF SINNERS กับ MASKED RIDER ZEZTZ THE MOVIE FAREWELL MISSION ตั๋วไปไวเหมือนกันนะ ใครจะดูหนังสองเรื่องนี้อาจจะต้องรีบซื้อตั๋วไว้ก่อน

+++

 

เพิ่งเห็นว่า AMERICAN MOVIE (1999, Chris Smith) มีโปรแกรมฉายที่ DOC CLUB ด้วย

+++

 

บันทึกการกินช่วง BKKIFF 2026 – 17 SEP

https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid02rFFA1q5xD2XCmu32XB5nypiajcY17XKURWNmwfGnvEu3zjS3Amedvs8pjVwPrTaLl

+++

 

ภาพยนตร์ที่เราได้ดูในวันอังคารที่ 15 ก.ย. 2026

 

In my preferential order

 

1. THE BOVINE COMEDY (2026, Ratchapoom Boonbunchachoke, 24min, A+30)

 

2. IN THE NAME OF LOVE อัศจรรย์วันทอง (2026, Piyakarn Butprasert, 135min, A+30)

 

3. FALL 2: DEADPOINT (2026, Michael Spierig, Peter Spierig, Thailand/UK/USA, A+30)

 

วันนั้นเรากะว่าพอดูอัศจรรย์วันทองรอบ 14.30 น.เสร็จ เราก็จะรีบเดินทางออกจากเอสพลานาด รัชดา ไปไอคอนสยามเพื่อรับตั๋ว THE BOVINE COMEDY

 

แต่ปรากฏว่าช่วง 17.00 น. ฝนตกหนักมาก เราเดินออกจากเอสพลานาด รัชดาไปขึ้นรถไฟใต้ดินไม่ได้ เราก็เลยซื้อตั๋วดู FALL 2: DEADPOINT รอบ 17.10 น.แทน

 

แล้วพอดู FALL 2: DEADPOINT เสร็จ ฝนก็ยังตกประปรายอยู่ เรานั่ง grab bike ไม่ได้ เราก็เลยต้องตาลีตาเหลือก ขึ้นรถไฟใต้ดิน มาต่อรถไฟฟ้าที่สีลม-ศาลาแดง แล้วก็มาต่อรถไฟฟ้าสายสีทอง มาถึงไอคอนสยามตอนราว 2 ทุ่ม 10 นาที แล้วเราก็รีบไปต่อคิวรับตั๋ว โชคดีที่ตั๋วยังไม่ sold out แล้วเราก็รีบแดกข้าวเย็นโง่ ๆ ที่ Starbucks ก่อนเข้าโรงหนังตอน 20.30 น.

 

เป็นประสบการณ์การเดินทางที่ระทึกมาก กลัวไปดู THE BOVINE COMEDY ไม่ทัน

+++

 

บันทึกการกินอาหารในช่วงเทศกาล BKKIFF 2026 – 18 SEP

 

กินอาหารในร้านเดียวกับวันที่ 17 SEP เพราะเราให้ความสำคัญกับ “ความรวดเร็ว” เป็นอันดับแรก และเราจะได้ไม่ต้องเสียเวลาตัดสินใจเลือกร้านอาหาร 55555

 

Edit เพิ่ม: วันที่ 18 ก.ย.

 

1. มื้อเช้า + เที่ยงเรากินร้าน SLIM PIG BY FATT CHICKEN ที่พารากอนชั้น 4 ร้านนี้ทำอาหารเร็วมาก เป็นร้านแนวข้าวมันไก่ แต่ก็มีเมนูอื่น ๆ ให้เลือกด้วย อย่างเช่น ข้าวไข่ข้นหมูฮ่องกง

 

2. ต่อด้วยกาแฟที่ร้าน DOTS COFFEE ในพารากอนชั้น 6 โซน NEXTOPIA

 

พนักงานร้านนี้เป็น “ผู้มีความบกพร่องทางสายตา”

 

จริง ๆ แล้ววันที่ 17 sep เรากินกาแฟที่ Starbucks พารากอน แล้วเราพบว่าเราต้องเสียเวลาต่อคิว เนื่องจากมีลูกค้าราว 3 คนมารอซื้อกาแฟก่อนหน้าเรา

 

คือ STARBUCKS ก็ทำกาแฟเร็วมาก ๆ นะ แต่จำนวนลูกค้าของ STARBUCKS มันเยอะกว่า มันก็เลยต้องใช้เวลารอนานกว่า

 

วันที่ 18 sep เราเลยลองเปลี่ยนไปซื้อกาแฟร้าน DOTS COFFEE ดู แล้วก็พบว่าเราไม่ต้องเสียเวลาต่อคิวแต่อย่างใด ช่วยให้เราประหยัดเวลาได้มากขึ้น

 

3. ส่วนมื้อเย็นเรากินร้าน GET FRESH ที่ชั้น g floor สามย่านมิตรทาวน์

 

จริง ๆ แล้วสลัดร้าน GET FRESH อาจจะอร่อยสู้ร้าน SALAD FACTORY ไม่ได้ แต่ร้าน GET FRESH ทำสลัดเร็วมาก ๆ เหมือนเขาทำเสร็จภายใน 5 นาที มันก็เลยเหมาะมาก ๆ สำหรับการดูหนังช่วงเทศกาลที่สามย่านมิตรทาวน์

 

FATT CHICKEN X SLIM PIG

https://www.siamparagon.co.th/th/editors-pick/fatt-chicken-x-slim-pig-an-authentic-singaporean-and-a-hong-kong-diner-92

 

 

Friday, September 18, 2026

PROBLEMS FOUND ON THE FIRST DAY OF BKKIFF 2026

 

มีเพื่อนถามว่า “พี่จิตรดู bkkiff ที่ ctw หรือ paragon บ้างยังจ๊ะ เรื่องรับตั๋วมีเหตุอะไรที่ต้องระวังมั้ยคะ”

 

เราก็เลยมาตอบแบบ public เลยแล้วกัน 555

 

1. วันพฤหัสบดีที่ 17 ก.ย. เรายังไม่ได้ไปดูหนังที่ CTW นะ ใครมีประสบการณ์อะไรที่ CTW ก็มาแบ่งปันกันได้นะคะ

 

2. วันที่ 17 ก.ย. เราดูหนังที่ PARAGON สองโปรแกรม แล้วก็ที่ HOUSE 2 โปรแกรม ซึ่งที่ HOUSE เป็นตั๋วที่เราเลือกที่นั่งเองอยู่แล้วตั้งแต่ตอนจอง เราเข้าไปดูหนังแล้วไม่มีปัญหาอะไร

 

3. ส่วนที่ PARAGON เราดู HOME STORIES (2026, Eva Trobisch, Germany, A+30) รอบ 13.00 น. และ BLAISE (2026, Jean-Paul Guigue, Dimitri Planchon, France, animation, A+30) รอบ 21.40 น. ตามที่ได้ pre-register ไว้

 

เราเริ่มไปเข้าคิวรับตั๋วตอน 11.53 น. และกว่าจะได้ตั๋วครบทั้งสองใบก็เป็นเวลาราว 12.04 น. หรือใช้เวลาราว 11 นาที เพราะฉะนั้นใครจะมาต่อคิวรับตั๋วก็อาจจะต้องเผื่อเวลาไว้บ้าง

 

4. ในการต่อคิวรับตั๋วนี้ เราได้ยื่นโทรศัพท์มือถือของเราเพื่อให้เจ้าหน้าที่ดูอีเมล การ pre-registration ของเรา แต่ระหว่างที่เราทำกิจกรรมจองตั๋ว เลือกที่นั่งนี้อยู่นั้น อยู่ดี ๆ เราก็พบว่า โทรศัพท์มือถือที่อยู่ในมือเรา มันเป็นโทรศัพท์มือถือของผู้ชมอีกคนนึง เหมือนโทรศัพท์มือถือของเรากับของผู้ชมอีกคนนึง มันสลับกันโดยไม่ได้ตั้งใจ

 

ซึ่งก็คงเป็นเพราะว่า ระหว่างการจองตั๋ว เลือกที่นั่งนี้ เราต้องยื่นโทรศัพท์มือถือให้เจ้าหน้าที่ และมีการวางโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะ ในขณะที่ผู้ชมคนอื่นๆ ที่มาจองตั๋วก็ทำแบบเดียวกัน เพราะฉะนั้นมันจะมีโทรศัพท์มือถือของเราและของคนอื่น ๆ วางอยู่บนโต๊ะจองตั๋วในเวลาเดียวกัน ซึ่งส่งผลให้เกิดการสลับโทรศัพท์กันขึ้น

 

เพราะฉะนั้นในระหว่างการทำกิจกรรมจองตั๋ว เลือกที่นั่งนี้ ผู้ชมแต่ละคนก็ควรระมัดระวังให้ดีนะคะ ไม่งั้นอาจจะหยิบโทรศัพท์มือถือผิดเครื่องเหมือนเราได้

 

5. ตอนที่เรากับเพื่อนเลือกที่นั่งเพื่อดู HOME STORIES เพื่อนของเราเลือกที่นั่ง D22 เพราะเห็นว่ามันเป็นที่นั่งตัวริมสุดของแถว

 

ส่วนเราเลือกจองที่นั่ง H20 เพราะเราเห็นจากแผนผังที่นั่งที่เขายื่นมาให้ดู คือแผนผังนั้นแสดงให้เห็นว่า แถว I เป็นแถวที่นั่งที่ยืดขาได้ ส่วนแถว H อยู่ถัดขึ้นมา เราก็เลยเลือกแถว H เพราะเราพบว่าผู้ชมหลายคนชอบเลือกที่นั่งที่ยืดขาได้ ซึ่งก็น่าจะเป็นแถว I ตามแผนผังที่เขายื่นมาให้ดู เราก็เลยเลือกแถว H เพื่อจะได้อยู่ห่างจากผู้ชมคนอื่น ๆ

 

แต่พอเรากับเพื่อนจะเดินเข้าโรงหนัง paragon 14 เพื่อดู HOME STORIES เราก็พบว่า พอเข้าไปในโรงจริง ๆ แถว H กลับเป็นแถวที่นั่งที่ยืดขาได้

 

และที่นั่ง D22 ที่เพื่อนเราจองไว้ เป็นที่นั่งที่ไม่มีอยู่จริงในโรงหนัง เพราะโรงหนัง PARAGON 14 แต่ละแถวมีที่นั่งแค่หมายเลข 1-21 เท่านั้น ซึ่งแตกต่างจากแผนผังที่เขายื่นมาให้ดู เพราะในแผนผังที่เขายื่นมาให้ดู แต่ละแถวจะมีที่นั่ง 22 ที่

 

เรากับเพื่อนก็เลยร้องวี้ด แล้วรีบวิ่งไปที่บูธแจกตั๋ว เพื่อบอกเขาว่า แผนผังโรงหนังที่เขายื่นมาให้ดู มันไม่ใช่แผนผังโรงหนังของ PARAGON 14 เพราะตัวโรงหนัง PARAGON 14 มันมีแค่ 21 ที่นั่งในแต่ละแถว แล้วคนที่จอง D22 จะไปนั่งที่ไหน เกิดอะไรขึ้น แล้วแถวที่นั่งที่ยืดขาได้ มันก็ไม่ตรงกับแผนผังที่เขายื่นมาให้ดูด้วย คือแผนผังที่เขายื่นมาให้เราเลือกที่นั่ง มันไม่ใช่แผนผังของโรงหนัง PARAGON 14 อย่างแน่นอน

 

เจ้าหน้าที่ก็เลยให้เพื่อนเราเปลี่ยนตั๋ว เลือกที่นั่งใหม่

 

6. ไม่รู้ว่า ปัญหานี้ได้รับการแก้ไขอย่างถาวรแล้วหรือยัง แต่เราเดาว่าน่าจะได้รับการแก้ไขแล้ว อย่างไรก็ดี ถ้าหากใครจะไปดูหนังที่พารากอนโรง 14 แล้วมีที่นั่งหมายเลข 22 ให้เลือก คุณก็อย่าเลือกนะคะ เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง เพราะที่นั่งนั้นของคุณ มันอาจจะอยู่ใน “แดนสนธยา” ก็ได้ค่ะ 55555

 

7. ขอขอบพระคุณเจ้าหน้าที่ BKKIFF ที่บูธแจกตั๋วมาก ๆ นะครับ คือปัญหาเรื่องความล่าช้าในการรับตั๋ว + แผนผังที่นั่งผิดพลาดนี้ ไม่ได้เกิดจากการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่แจกตั๋ว แต่เกิดจากระบบที่ออกแบบมาไม่ดีตั้งแต่แรก ในขณะที่เราเห็นได้ชัดเลยว่า เจ้าหน้าที่ที่แจกตั๋วพยายามทำงานอย่างดีที่สุดแล้วภายใต้ระบบที่ออกแบบมาไม่ดีนี้

 

8. มีเพื่อนคนนึงไปดูหนังที่ SF แล้วรายงานสถานการณ์ไว้ดังนี้ครับ

 

SF เรื่องแรก (THE BIRTHDAY PARTY) เจอฉายผิดเรื่อง คนฉายคงดูตารางผิดโรง ดันไปฉาย Home Stories 55 นอกนั้นก็ค่อนข้างสงบสุขตามอัตภาพ (อ่อ ยกเว้นเรื่อง Gentle Monster ที่ได้เจอเสียง Shopee ที่ร่ำลือกันแล้ว แต่ไม่ดังมาก ยังไม่ดังเท่ากับเสียงกรนของลุงแก แต่แค่ช่วงเดียวประมาณ 5 นาที)"

 

 

Thursday, September 17, 2026

THE BOVINE COMEDY (2026, Ratchapoom Boonbunchachoke, 24min, A+30)

 

คนจัดโปรแกรมหนังที่ HOUSE รู้ใจเรามาก ๆ กราบขอบพระคุณที่จัดฉายหนัง REGRETFULLY AT DAWN, SONGSAKARN, 9 TEMPLES TO HEAVEN, OASIS: DON’T LOOK BACK IN ANGER ไว้ในรอบฉาย 09.20 น. และรอบราว ๆ 10 โมงเช้า เราจะได้มีเวลาไปตามดูหนังเหล่านี้ได้ในช่วง 10.00-12.30 น. ของแต่ละวัน ก่อนที่จะวิ่งไปดูหนังในเทศกาล BKKIFF ในรอบราว 13.00 น.ในแต่ละวัน

+++

 

24. BLUE LOCK (2026, Yusuke Taki, Japan, A+30)

 

ตัวละคร Yoichi Isagi (Fumiya Takahashi) พูดคำว่า TADAIMA ในหนังเรื่องนี้

+++

 

เราเพิ่งได้ดูหนังเรื่อง HANUMAN ANSH (2026, Vishal Chaturvedi, India, 150min, A+30) ที่ Terminal 21 Asoke ปรากฏว่า ทางโรงภาพยนตร์เขาแถมหนังสือความยาว 104 หน้าให้ผู้ชมทุกคนด้วย เราชอบมาก ๆ ที่เขาแถมหนังสือแบบนี้มาให้ เราอ่านหนังสือเล่มนี้ไม่ออกนะ แต่ก็ชอบที่ได้ของแถมแบบนี้

 

เราเลยลองถ่ายรูปบางรูปจากหนังสือเล่มนี้แล้วเอาไปให้ Google Translate ดู แล้วเราก็แปะรูปที่ได้จากการ translate ไว้ในโพสท์นี้ด้วย

https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid026CAWUyfgEWkfthzYaxxXvkHJakSoASXUaF82LfUs33fvtZT8bdcFTfn1zXPku8pol

+++

 

THE BOVINE COMEDY (2026, Ratchapoom Boonbunchachoke, 24min, A+30)

 

Spoilers alert

--

--

--

--

--

 

1. ชอบที่ตัวละคร Jon (Mean Pakapol Srirongmuang) ทำให้เรานึกถึงหลายสิ่งหลายอย่างโดยที่หนังอาจจะไม่ได้ตั้งใจ โดยตัวละคร Jon ทำให้เรานึกถึงสิ่งเหล่านี้

 

1.1 ชาวเขา ชาติพันธุ์ชนกลุ่มน้อย ผู้เต็มไปด้วยความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ, ผืนป่า, พรรณไม้ ความรู้อันล้ำค่าที่ตกทอดกันมานานหลายชั่วคน ความเชื่อในสิ่งเหนือธรรมชาติ และพวกเขาก็เป็นผู้ที่ถูกกดขี่ด้วยอำนาจรัฐ, บริษัททุนนิยม, ผู้มีอิทธิพล ฯลฯ

 

ดังนั้นในแง่หนึ่ง หนังเรื่องนี้ก็เลยทำให้เรานึกถึงประเด็น “อาณานิคมภายใน” เหมือนกับหนังเรื่องอื่น ๆ อีกหลายเรื่องของ Ratchapoom

 

1.2 ชาวบ้านในชนบท ที่เต็มไปด้วย “ภูมิปัญญาชาวบ้าน” แต่พวกเขาก็เป็นผู้ที่ถูกกดขี่ด้วยอำนาจรัฐ, บริษัททุนนิยม, ผู้มีอิทธิพล ฯลฯ เหมือน ๆ กัน

 

1.3 พอตัวละคร Jon ต้องฝืนทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ต้องการจะทำ เพื่อความอยู่รอดของตนเอง ของลูก ของชีวิตครอบครัว หรืออะไรทำนองนี้ ในแง่หนึ่งมันก็ทำให้เรานึกถึงคนธรรมดาอีกหลาย ๆ คนในสังคมไทยด้วย ซึ่งรวมถึงนางเอกของ HUMAN RESOURCE (2025, Nawapol Thamrongrattanarit) คนธรรมดาที่ยอมก้มหัวให้กับผู้มีอำนาจ (พี่จักรใน HUMAN RESOURCE, ภพใน THE BOVINE COMEDY) เพื่อจะได้มีชีวิตอยู่รอดต่อไปได้เรื่อย ๆ

 

1.4 แต่ถ้าหาก Jon เลือกที่จะฆ่าภพ ตัวละครตัวนี้ก็จะทำให้เรานึกถึงนางเอกของ MORTE CUCINA (2025, Pen-Ek Ratanaruang) ที่ยอมมีเซ็กส์กับคนที่ตัวเองเกลียด เพื่อนำพาไปสู่การแก้แค้น

 

คือเหมือนในฉากนั้น Jon เลือกได้ว่าเขาจะเลือกเป็นนางเอกของ MORTE CUCINA หรือจะเลือกเป็นนางเอกของ HUMAN RESOURCE และเขาก็เลือกที่จะเป็นนางเอกของ HUMAN RESOURCE

 

1.5 ศิลปินที่ต้องฝืนทำงานเอาใจตลาดเพื่อความอยู่รอด ศิลปินที่อยากจะสร้างผลงานตามแบบที่ตัวเองต้องการ แต่ในบางครั้งความจำเป็นต่าง ๆ ก็บีบคั้นให้ศิลปินคนนั้นต้องทำงานเพื่อทำให้ “นายทุน/ลูกค้า/เจ้าของโครงการประกวด/กลุ่มผู้ชมเป้าหมาย” ฟินน้ำแตก เพื่อจะได้มีเงินเลี้ยงชีพต่อไป

 

คืออาจจะมีผู้กำกับภาพยนตร์บางคนที่อยากจะสร้างหนังตามใจตัวเอง แต่ก็อาจจะถูกความจำเป็นบีบบังคับให้ต้องทำงานอื่น ๆ ด้วย อย่างเช่น สร้างหนังหรือเขียนบทภาพยนตร์, บทละครโทรทัศน์ เพื่อทำให้นายทุน/ผู้ชมกลุ่มเป้าหมาย ฟินน้ำแตก อะไรทำนองนี้

 

ในแง่หนึ่งตัวละคร Jon ก็เลยทำให้เรานึกถึง Steven Soderbergh ในยุคแรก ๆ ที่เหมือนสร้างหนังตามใจตัวเอง (SEX LIES AND VIDEOTAPE, SCHIZOPOLIS, FULL FRONTAL, SOLARIS) สลับกับสร้างหนังเอาใจตลาด (OUT OF SIGHT, ERIN BROCKOVICH, OCEAN’S ELEVEN) 55555

 

2. เพราะฉะนั้นโดยรวม ๆ แล้ว เราก็เลยชอบที่หนังเรื่องนี้เหมือนแสดงให้เห็นว่า “คนบางคน” จะยอมฝืนทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ต้องการ จะยอมศิโรราบให้แก่อำนาจต่าง ๆ เมื่อเขาถูกบีบคั้นด้วยปัจจัยใด ๆ บ้าง

 

แต่แน่นอนว่า สิ่งนี้สะท้อนเพียงแค่ “คนบางคน” เท่านั้น เพราะคนแต่ละคนแตกต่างกันไป เราคิดว่า Jon รักตัวเอง, รักสามี, รักครอบครัว เราก็เลยเข้าใจว่าทำไม Jon ถึงเลือกทำเช่นนั้น แต่ถ้าหากเป็นเรา เราก็คงเป็นฝ่ายยอมจ่ายตังค์เพื่อมี sex กับภพไปแล้ว 55555

 

และเราก็จินตนาการต่อไปว่า ถ้าหาก Jon ไม่ใช่คนแบบในหนังเรื่องนี้ ถ้าหาก Jon เป็น “คนที่มีความสุขในการได้ทำลายล้างสิ่งต่าง ๆ” Jon ก็คงเลือกทำในสิ่งที่แตกต่างจากในหนังเรื่องนี้

 

3. ชอบที่หนังเรื่องนี้เหมือนสะท้อนสังคมไทยโดยไม่ได้ตั้งใจด้วย เพราะสังคมไทยเป็นสังคมที่มีสมรสเท่าเทียมแล้ว การแต่งงานระหว่างผู้ชายกับผู้ชายถือเป็นสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรมในทางกฎหมายแล้ว ซึ่งสิ่งนี้แตกต่างจากหลาย ๆ ประเทศในเอเชีย

 

แต่ไทยก็ยังคงมีปัญหาอาณานิคมภายใน, ปัญหาเรื่องการถูกกดขี่จากอำนาจรัฐ, ทุนนิยม, ผู้มีอิทธิพล, etc. อยู่

 

4. ชอบที่หนังเรื่องนี้สอดคล้องกับความเชื่อของเราที่ว่า “คนแต่ละคนมีระบบศีลธรรมเป็นของตนเอง” ด้วย

 

คือเหมือนหลาย ๆ คนในสังคม ยึดถือระบบศีลธรรมที่แตกต่างจากเรามาก ๆ น่ะ หลาย ๆ คนมองว่าการกระทำ A B C D E F G เป็นสิ่งที่ผิดศีลธรรมในความเห็นของพวกเขา แต่เรากลับมองว่า การกระทำ A B C D E F G เป็นสิ่งที่ไม่ผิดอะไรเลยในความเห็นของเรา

 

แต่เราก็มองว่า คนแต่ละคนมันก็กำหนดระบบศีลธรรมของตนเองกันขึ้นมาทั้งนั้น เราก็เลยไม่แคร์อะไร มึงจะมองว่าอะไรผิด อะไรไม่ถูกต้อง ก็เรื่องของมึง กูไม่แคร์เลยแม้แต่น้อย กูจะแคร์ก็ต่อเมื่อกูได้รับความเดือดร้อนโดยตรงจากระบบศีลธรรมของมึง อย่างเช่น มึงอาจจะมองว่า “การคุยเสียงดังในโรงหนัง การขยำถุงพลาสติกเล่นในโรงหนัง เป็นสิ่งที่ถูกต้อง” คือถ้าระบบศีลธรรมของมึงมาทำให้กูเดือดร้อนโดยตรงแบบนี้ กูค่อยแคร์ 55555

 

เพราะฉะนั้นพอตัวละคร Jon ถูกตั้งคำถามเรื่องระบบศีลธรรมของเขา (การชักว่าวให้วัวเป็นสิ่งที่ถูกต้อง การชักว่าวให้สามีเป็นสิ่งที่ถูกต้อง การชักว่าวให้ผู้ชายคนอื่นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แล้วการช่วยรีดน้ำเชื้อของผู้ชายคนอื่นเป็นสิ่งที่ถูกต้องไหม อะไรทำนองนี้)  เราก็เลยชอบมาก ๆ และเราก็มองว่า Jon ไม่ได้ทำอะไรผิดนะ เขามีสิทธิที่จะตั้งระบบศีลธรรมของเขาเองเพื่อใช้ควบคุมพฤติกรรมของตัวเอง คือระบบศีลธรรมของ Jon กับของเรามันไม่ตรงกันอย่างแน่นอน แต่เราก็มองว่า Jon มีสิทธิตั้งระบบศีลธรรมของตนเองได้เพื่อใช้ควบคุมพฤติกรรมของตนเอง

 

แต่ในแง่หนึ่ง ระบบศีลธรรมของแต่ละคน มันก็เป็นสิ่งที่แต่ละคนกำหนดเอง คิดเองเออเอง มันไม่ใช่อะไรที่แน่นอนตายตัว และพอหนังเรื่องนี้เหมือนไปแตะ ๆ ประเด็นนี้ เราก็เลยชอบจุดนี้มาก ๆ

 

5. สรุปว่าปีนี้เป็นปีที่เราได้ดูหนังที่มี “วัว” เป็นองค์ประกอบสำคัญถึง 6 เรื่องแล้ว โดยเราเคยเขียนถึง “ภาพยนตร์เกี่ยวกับวัว” อีก 5 เรื่องไปแล้ว ซึ่งก็คือ

 

5.1 BLOODLINE (2024, Wojciech Weglarz, Poland, documentary, 12min, A+30)

 

5.2 ANIMALS IN WAR (2025, Sviatoslav Kostiuk, Andriy Lidahovskyi, Alexei Mamedov, Ivan Sautkin, Yuliya Shashkova, Myroslav Slaboshpytskyi, Maksym Tuzov, Ukrain, A+30)

 

ตอนที่เกี่ยวกับวัวมีชื่อว่า A COW IN FOG กำกับโดย Sviatoslav Kostiuk 

 

5.3 THE CALF DOLL (2026, Ankur Hooda, India, A+30)

 

5.4 CHURNING MILK: THE RITUALS OF THINGS (2022, Baan Noorg Collaborative Arts and Culture, video installation, 13min)

 

5.5 THE TIGER & THE COW เสือโค คำสัตย์ (2026, Achitaphon Piansukprasert, 30min, A+30)