Tuesday, April 07, 2026

THE BANANA GARDEN (2024, Reza Keshavarz Haddad, Iran, 110min, A+30)

 

อาการคอยล์ร้อนแอร์ส่งเสียงดังมากผิดปกติในขณะเริ่มทำงาน (Start/Restart) มักเกิดจากการสั่นสะเทือนหรือปัญหาของชิ้นส่วนภายในที่ต้องใช้แรงกระชากสูงในช่วงเริ่มต้น สาเหตุส่วนใหญ่ที่พบได้บ่อยมีดังนี้ครับ: 

 

สาเหตุหลักและวิธีแก้ไข

  • ขายางรองคอมเพรสเซอร์เสื่อมสภาพ: เป็นสาเหตุยอดฮิต เมื่อขายางที่ช่วยซับแรงสั่นแข็งตัวหรือฉีกขาด จะทำให้ตัวคอมเพรสเซอร์สั่นกระทบกับโครงเหล็กโดยตรงจนเกิดเสียงดังสนั่นตอนออกตัว
    • วิธีแก้: ให้ช่างเปลี่ยนลูกยางรองขาคอมเพรสเซอร์ใหม่
  • แคปรัน (Capacitor Run) หรือแคปสตาร์ทเสื่อม: เมื่อตัวเก็บประจุเสื่อม คอมเพรสเซอร์จะไม่มีแรงสตาร์ทเพียงพอ ทำให้เกิดเสียงครางหึ่งๆ ดังมาก หรือพยายามกระชากตัวแรงกว่าปกติ
    • วิธีแก้: เปลี่ยนตัว Capacitor ที่มีค่าไมโครฟารัด () ตรงตามสเปกเครื่อง
  • โครงเครื่องหรือน็อตหลวม: แรงสั่นสะเทือนขณะสตาร์ททำให้ชิ้นส่วนที่ยึดไม่แน่น เช่น ฝาครอบ โครงเหล็ก หรือน็อตยึดพัดลม สั่นกระทบกัน
    • วิธีแก้: ตรวจเช็คและขันน็อตทุกจุดให้แน่น
  • ใบพัดลมคอยล์ร้อนสกปรกหรือเสียสมดุล: ฝุ่นที่เกาะหนาเกินไปหรือใบพัดมีรอยร้าวจะทำให้เกิดอาการแกว่งและเสียงดังตอนเร่งความเร็วพัดลม
    • วิธีแก้: ล้างทำความสะอาดแอร์หรือเปลี่ยนใบพัดหากพบรอยแตก
  • คอมเพรสเซอร์เริ่มเสื่อมสภาพ: หากมีเสียงดัง "แก๊กๆ" หรือเสียงเหล็กกระทบกันจากข้างในตัวลูกคอมเพรสเซอร์ อาจหมายถึงระบบกลไกภายในเริ่มสึกหรอ
    • วิธีแก้: หากน้ำยาแอร์ไม่ขาดแต่ยังมีเสียงดังต่อเนื่อง อาจต้องเตรียมพิจารณาเปลี่ยนคอมเพรสเซอร์ในอนาคต 

คำแนะนำเพิ่มเติม: หากเสียงดังมากจนข้างบ้านบ่นหรือเสียงเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างชัดเจน แนะนำให้เรียกช่างมาตรวจสอบ โดยเฉพาะเรื่อง "ขายางรอง" และ "แคปรัน" เพราะเป็นจุดที่ราคาอะไหล่ไม่สูงและช่วยลดเสียงได้เห็นผลที่สุดครับ 

+++

 

เฟซบุ๊กช่วงนี้ยังคงรวนหนักมาก เพราะเหมือนเพจ FILMVIRUS PROGRAM กับเพจ สวรรค์ 35 มม. โดนลบหายไปแล้ว น่ากลัวมาก ๆ ตอนนี้เหลือแต่เพจ bookvirus & filmvirus

 

เมื่อไหร่เฟซบุ๊กจะกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิมเนี่ย

++++

 

ฟังเทปนี้จบไปแล้วเมื่อหลายวันก่อน ชอบมาก ๆ ชอบที่พูดถึงหนังเรื่อง NON-FICTION DIARY (2013, Jung Yoon-suk, South Korea, documentary), THE IMAGE BOOK (2018, Jean-Luc Godard) และ CEMETERY OF SPLENDOR (2015, Apichatpong Weerasethakul) ด้วย

+++

 

WHEN I SAW YOU (2012, Annemarie Jacir, Palestine/Jordan, A+30)

 

หนังพูดถึงประชาชนชาวปาเลสไตน์ที่ได้รับผลกระทบจาก Six Day War ในปี 1967

https://web.facebook.com/photo/?fbid=10228454928141606&set=a.10227993335122069

+++

 

THE BANANA GARDEN (2024, Reza Keshavarz Haddad, Iran, 110min, A+30)

 

1. พอเราได้อ่านข่าวเกี่ยวกับเครื่องบินของกองทัพสหรัฐถูกยิงตกในอิหร่าน และนักบินของเครื่องบินลำดังกล่าวต้องหลบหนีการตามล่าในอิหร่าน เราก็เลยนึกถึงหนังเรื่อง THE BANANA GARDEN หรือ KIANOUSH’S GARDEN ที่เข้าฉายที่หอภาพยนตร์ ศาลายาในช่วงนี้ขึ้นมาเลย นึกว่าหนังเรื่องนี้เข้าฉายในไทยในเวลาที่เหมาะเหม็งเสียจริง ๆ

 

เราได้ดูหนังเรื่องนี้ที่หอภาพยนตร์ในวันที่ 2 เม.ย. และหนังเรื่องนี้จะฉายอีกรอบที่หอภาพยนตร์ในวันที่ 8 เม.ย.

 

2. หนังเรื่องนี้เล่าเรื่องในช่วงทศวรรษ 1980 ในช่วงที่เกิดสงครามอิรัก-อิหร่าน โดยหน้าหนังทำให้เราเข้าใจผิด นึกว่าเป็น “หนังเด็กใส ๆ แนว แฟนฉัน” อะไรแบบนั้น แต่จริง ๆ แล้วมันเป็นหนัง thriller ที่สนุกมาก ๆ สำหรับเรา

 

เนื้อหาของหนังพูดถึงกลุ่มเด็ก ๆ ในชนบทแห่งนึงในอิหร่าน หมู่บ้านของเด็ก ๆ พวกนี้กำลังจะจัดงานแต่งงานที่เจ้าสาวเป็นคนต่างถิ่น เพราะฉะนั้นในช่วงที่จัดงานแต่งงานนี้ จึงมีคนแปลกหน้าจำนวนมากเข้ามาร่วมงานเลี้ยงฉลองในหมู่บ้านในฐานะ “แขกฝ่ายเจ้าสาว”

 

ในช่วงที่กำลังมีการจัดงานแต่งงานนี้ ก็เกิดมีเครื่องบินอิรักลำนึงจะบินมาทิ้งระเบิดในอิหร่าน แต่เครื่องบินลำดังกล่าวถูกยิงตกใกล้หมู่บ้านแห่งนี้ และนักบินอิรักของเครื่องบินลำนั้นเกิดรอดชีวิตขึ้นมาได้ นักบินอิรักคนนั้นก็เลยพยายามหาทางจะหลบหนีออกจากหมู่บ้านแห่งนี้ และส่งผลให้เด็ก ๆ ในหมู่บ้านแห่งนี้ต้องเผชิญกับการผจญภัยที่โหดร้ายอย่างคาดไม่ถึง

 

3. เราชอบมาก ๆ ที่ตัวละครในหนังเรื่องนี้ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ มันมีความโหดเหี้ยมบางอย่างซ่อนอยู่ในตัว เพราะฉะนั้นหนังเรื่องนี้ก็เลยเหมาะสำหรับเราที่ไม่ชอบ “หนังเด็กใส ๆ” ค่ะ 55555

 

4. อีกจุดที่ชอบมากก็คือ “การเขียนบท” ของหนังเรื่องนี้ คือบทของหนังเรื่องนี้ไม่ได้สมบูรณ์แบบนะ เราว่ามันยังแจกแจงตัวละครได้ไม่ดีเท่าไหร่ แต่เราชอบที่บทหนังเรื่องนี้ มันเหมือนแอบใส่รายละเอียดอะไรต่าง ๆ เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไม่สลักสำคัญเข้ามาในหนังทีละน้อย ทีละน้อยในช่วงต้นเรื่อง และพอเนื้อเรื่องดำเนินไปเรื่อย ๆ เราก็จะพบว่ารายละเอียดอะไรต่าง ๆ ที่ดูเหมือนไม่สลักสำคัญอะไรเลยราว 10 กว่าอย่างในช่วงต้นเรื่อง มันกลายเป็นอะไรที่ทำให้ “สถานการณ์พลิกผัน” ได้อย่างรุนแรงทั้งนั้นเลยเมื่อเนื้อเรื่องดำเนินต่อไป ซึ่งเราก็ชอบการเขียนบทภาพยนตร์อะไรแบบนี้มาก ๆ

 

5. เด็ก ๆ อิหร่านในหนังเรื่องนี้อยากกิน “กล้วย” อย่างมาก ๆ เราก็เลยสงสัยว่า กล้วยมันไม่ใช่พืชท้องถิ่นของอิหร่านเหรอ เราก็เลยกูเกิลดู แล้วก็พบว่า กล้วยเกือบทั้งหมดในท้องตลาดอิหร่านเป็นกล้วยที่นำเข้าจากต่างประเทศ และ “กล้วยที่นำเข้าจากเอกวาดอร์” ได้รับความนิยมมากเป็นพิเศษ

 

เราก็เลยสงสัยมากว่า “กล้วยเอกวาดอร์” มันพิเศษอย่างไร ใครเคยลองกินบ้างไหมคะ มันอร่อยกว่ากล้วยไทยอย่างไรบ้าง

++++

 

เพิ่มรายชื่อหนังเหล่านี้เข้าไปในลิสท์ “หนังที่ออกฉายในเวลาไล่เลี่ยกัน แล้วมีอะไรบางอย่างคล้ายกันโดยบังเอิญ”

 

84. READY OR NOT 2: HERE I COME (2026, Matt Bettinelli-Olpin, Tyler Gillett, A+30)

+ THEY WILL KILL YOU (2026, Kirill Sokolov, South Africa, A+30)

 

85. ALPHA (2025, Julia Ducournau, France, A+30)

+ THE PLAGUE (2025, Charlie Polinger)

 

https://web.facebook.com/photo/?fbid=10224847974130010&set=a.10221574828503415

 

Saturday, April 04, 2026

plain song by Sorawit Songsataya

 

ตื่นมาเช้านี้ลูกหมีบอกว่า เจอแสงอะไรไม่รู้ประหลาด ๆ อยู่ที่ฝาผนังห้อง แม่หมีก็เลยถ่ายคลิปเก็บไว้ ทั้งแม่หมีและลูกหมีก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเป็นแสงสะท้อนจากอะไร

+++

 

เราก็นึกว่าเราเป็นอยู่คนเดียว คือเมื่อหลายปีก่อน ก็มีอพาร์ทเมนท์ห้องนึงที่อยู่ใกล้ ๆ ห้องเรา แพคของโดยใช้เทปกาวมีเสียงดังติดต่อกันเป็นเวลานานในแต่ละวันเหมือนกัน จนเราทนไม่ได้ ต้องไปซื้อยางอุดหูมาใส่ตอนนอน แต่เรายังโชคดีที่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเป็นเวลานานไม่กี่เดือน แล้วเราก็ไม่ได้ยินเสียงนั้นอีก แสดงว่าผู้เช่าห้องนั้นได้ย้ายออกไปแล้ว

 

คือเราก็นึกว่าเราเป็นคนเดียวที่นอนไม่หลับเพราะ “การแพคของโดยใช้เทปกาวมีเสียง” แต่พอเราอ่านโพสท์นี้ เราก็พบว่า เราไม่ได้เป็นอยู่คนเดียว

 

อยากรู้เหมือนกันว่ามันมีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์อะไรหรือเปล่า ที่ “การแพคของโดยใช้เทปกาวมีเสียง” มันก่อให้เกิดเสียงดังที่ทะลุฝาผนังห้องหรือกำแพงห้องออกมาได้มากกว่าเสียงประเภทอื่น ๆ

 

เดี๋ยวว่าง ๆ เราไปซื้อ “เทปกาวไร้เสียง” มาไว้ติดห้องด้วยดีกว่า เผื่ออนาคตเราหอบข้าวหอบของย้ายไปอยู่กับผัว เราจะได้แพคของย้ายออกโดยไม่ทำเสียงดังรบกวนห้องอื่น ๆ

+++

 

16. GIRLS BAND CRY THE MOVIE: HEY, OUR FUTURE (2025, Kazuo Sakai, Japan, animation, A+30)

 

ตัวละคร Nina และตัวละคร Rupa พูดคำว่า Tadaima ในหนังเรื่องนี้

+++

UDINE FAR EAST FILM FESTIVAL ประกาศรายชื่อหนังที่จะฉายในปีนี้ออกมาแล้ว เราอยากดู LOVE NEVER CEASES (1962, Shao Lo-hui, Taiwan, 95min) มาก ๆ

https://www.fareastfilm.com/archivi/FEFJ/files/2026/AllTheFilmsAtAGlance_2026.pdf

+++

 

ข้อมูลเก่าจาก October 19 2017

 

ไม่ได้ไปงานหนังสือมานานหลายปีแล้ว แต่คราวนี้ตัดสินใจไป เพราะอยากได้ลายเซ็นของปราปต์มากๆ ตอนแรกกะจะไปซื้อแค่ “ร้านโชว์เฮี้ยน” ของปราปต์เล่มเดียว แล้วก็ขอลายเซ็น แล้วก็รีบกลับเลย แต่ทำไมตอนเดินออกจากงานนี้ ถึงได้ติดมือมาทั้งหมด 7 เล่มคะ 555

 

สรุปความเสียหายทางการเงินจากการไปงานครั้งนี้

1.ร้านโชว์เฮี้ยน เขียนโดย ปราปต์

2.ธรรมชาติของการใช้อำนาจรัฐ โดยกษัตริย์ เขียนโดย พุฒิพงศ์ พงศ์เอนกกุล

3.อาณานิคมสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เขียนโดย ไชยันต์ รัชชกูล

4.พยัคฆ์ร้ายบู๊ลิ้ม เขียนโดย โก้วเล้ง แปลโดย ว.ณ เมืองลุง

5.THE IMMORTAL STORY (ตำนานนิรันดร์) เขียนโดย Isak Dinesen แปลโดย อรจิรา โกลากุล

6.สูญสิ้นความเป็นคน เขียนโดย ดะไซ โอซามุ แปลโดย พรพิรุณ กิจสมเจตน์

7.นิตยสาร BIOSCOPE เล่ม 182

++++

 

ดีใจวันนี้ได้เจอเพื่อน ๆ อักษร สองรูปแรกเป็นรูปที่ถ่ายวันนี้ ส่วนรูปที่สามเป็นการ flashback ไปยังปี 1994 สมัยนั่งรถไฟไปเชียงใหม่ แล้วเราต้องเอาผ้าติดตัวไปด้วยตลอดเวลา

+++

 

PULSE (2026, Sorawit Songsataya, video installation, 14.50min)

 

ดูในนิทรรศการ plain song ลมๆแล้งๆ ที่ Storage

 

RAW_Jackfruit_unedited (2026, Sorawit Songsataya, video installation, 07.38min)

 

ดูในนิทรรศการ plain song ลมๆแล้งๆ ที่ Storage

 

LICHENS (2026, Sorawit Songsataya, UV print on handmade paper)

 

ดูในนิทรรศการ plain song ลมๆแล้งๆ ที่ Storage

 

VOICE BREAK (2026, Sorawit Songsataya, ratten vine, UV print on handmade paper)

 

ดูในนิทรรศการ plain song ลมๆแล้งๆ ที่ Storage

 

LISTENING DEVICE (2026, Sorawit Songsataya, ratten vine, windowpane oyster shell, brass wire, acrylic bead)

 

ดูในนิทรรศการ plain song ลมๆแล้งๆ ที่ Storage

 

Film Wish List: Beyond the Killing Fields: Refugees on the Thai-Cambodian Border (Taiwan, documentary)

  

 

Thursday, April 02, 2026

doplgenger

 

ฉันรักเขา Kenny Bee พระเอกหนัง THE STORY OF A SMALL TOWN (1979, Lee Hsing, Taiwan, A+30)

 

+++

 

บทเรียนสำคัญที่ได้รับจากเมื่อวานนี้คือ “ต้องรู้จักเจียมสังขารตนเองซะบ้าง”

 

เมื่อวานนี้ได้ไปอำลา Reading Room ในเวลาราว 18.45-19.10 น.ค่ะ ตอนแรกเรากะว่าจะไปดูหนังในงาน Wildtype แต่ปรากฏว่าสังขารไม่เอื้ออำนวย ก็เลยต้องรีบเผ่นออกมาก่อนจะซวยค่ะ

 

เหตุการณ์ก็คือว่า พอเราเข้าไปใน Reading Room ตอนแรกเราจะนั่งเก้าอี้ แต่เรารู้สึกว่าตรงนั้นแอร์ไม่ลง อากาศมันร้อน เราเลยไปนั่งกับพื้นแทน เพราะตรงนั้นแอร์ลงเย็นดี แต่พอนั่งไปได้ระยะนึง เราก็เริ่มปวดตัว กลัวโรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนจะกำเริบ แล้วถ้าหากเราจะต้องเข้ารับการผ่าตัดหมอนรองกระดูกเคลื่อนอีกครั้ง เราก็ต้องเสียเงินอีกไม่ต่ำกว่า 3 แสนบาท แล้วกูจะหาเงินมาจากไหน

 

เพราะฉะนั้นเราก็เลยอยู่จนถึงแค่ฟัง “เจ้าชายน้อย” พูดเปิดงาน แล้วเราก็ตัดสินใจเผ่นออกมาก่อนค่ะ เพราะเรากลัวว่าถ้าหากคนในงานแน่นขึ้นเรื่อย ๆ เราจะยิ่งเดินออกมาลำบาก

 

ตอนนี้เราก็เลยได้รับบทเรียนว่า พอแก่ตัวลง และเป็นโรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนแบบนี้ เราก็ต้องคิดให้ดีก่อนว่า สังขารแบบเรามันมี limit อะไรบ้าง อย่าได้ฝืนสังขารตนเองอีกเป็นอันขาด

 

นึกถึงสมัยที่เราไป Alliance กับ Goethe ในช่วงปี 1995-2000 ช่วงนั้นเราจะเจอ cinephiles วัยชรากลุ่มนึง มีทั้งคนไทยและต่างชาติ แต่พอเข้าสู่ทศวรรษ 2000 เราก็แทบไม่เจอคนกลุ่มนี้อีก เราก็เลยเข้าใจว่า พอพวกเขาแก่ตัวลงเรื่อย ๆ พวกเขาก็คงจะมาดูหนังที่ Goethe กับ Alliance ไม่ไหวอีกต่อไป

 

ตอนนี้วงจรดังกล่าวก็กำลังจะเวียนมาถึงเราแล้ว  แต่ตอนนี้เรายังเดินทางไปดูหนังในโรงหนังที่มีที่นั่งสบาย ๆ และดู video installations ตามแกลเลอรี่ต่าง ๆ ไหวอยู่นะ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำแบบนี้ได้อีกนานกี่ปี

+++

 

วันนี้กินสลัด Miso Glazed Cauliflower และ Truffle Mushroom Ravioli ที่ร้าน Babyccino ค่ะ

+++

 

นิทรรศการ JOLLY BEARS ที่ห้าง Siam Center ลูกหมีถูกใจสิ่งนี้

+++

 

เพิ่งรู้ว่า Yoko Minamino เคยร้องเพลงชื่อ APRIL FOOL (1987) ด้วย เพลงนี้ไม่ได้อยู่ในอัลบัมใด ๆ ถ้าหากเราเข้าใจไม่ผิด แต่เป็น side B ของซิงเกิล HANASHI KAKETAKATTA ที่เคยขึ้นถึงอันดับ 1 ในญี่ปุ่น

 

เนื้อร้อง

ENGLISH

The period of time that began on a date last year
Is almost over, but I won’t throw my calendar out
Half a year ago we were still meeting up
You waved to me at the crowded ticket gate

The kind little things you did without a second thought
Like picking the lint off my shoulders for me
Still hurt, hey, so bad to this very day

I’ll wait in tears   April Fool’s
For you to call
Surprise me   April Fool’s
I don’t mind if you lie
I don’t mind if you lie
Say that you like me one more time

After reading the horoscope for Cancer
I looked at your sign without even realizing it
I hope you the amazing dream you talked about
With a sparkle in your eye comes true someday

I put on the spring color sweater you used to like
For the first time in a while
And the way it feels on my skin, hey, is so bittersweet

I’ll wait in tears   April Fool’s
Surprise me
With that familiar voice of yours   April Fool’s
I don’t mind if you lie
I don’t mind if you lie
Say that you still like me

I’ll wait in tears   April Fool’s
For you to call
Surprise me   April Fool’s
I don’t mind if you lie
I don’t mind if you lie
Say that you like me one more time


ROMAJI

kyonen no hizuke de hajimaru teiki ga
mou sugu kiretemo sutenaide iru wa
hantoshimae ni wa mada machiawasete
komiau kaisatsu de te wo futte kureta ne

katasaki no itokuzu totte kureru you na
nanigenai yasashisa
ima demo mada nee kurushii no

namida de matsu wa eipuriru fu-ru
anata no denwa wo
odorokasete yo eipuriru fu-ru
uso demo ii no
uso demo ii no
mou ichido suki da to itte

kaniza no horo suko-pu yomi-oeta ato de
anata no seiza wo shirazu ni mite’ta wa
kagayaku hitomi de itsuka hanashite’ta
suteki na sono yume kanau hi negatte’ru

anata ga suki datta haru-iro no se-ta-
hisashiburi ni kitara
hadazawari ga nee setsunai no

namida de matsu wa eipuriru fu-ru
natsukashii koe de
odorokasete yo eipuriru fu-ru
uso demo ii no
uso demo ii no
ima demo suki da to itte

namida de matsu wa eipuriru fu-ru
anata no denwa wo
odorokasete yo eipuriru fu-ru
uso demo ii no
uso demo ii no
mou ichido suki da to itte

+++

 

อยากให้มีหนังที่เอา Marisa Tomei กับ Anna Kendrick มาปะทะกัน รู้สึกว่าสองคนนี้จริง ๆ แล้วอาจจะเล่นเป็นแม่ลูกกันได้ เพราะ Marisa Tomei มีอายุ 61 ปี ส่วน Anna Kendrick มีอายุ 40 ปี

 

รูปของ Marisa Tomei จาก UNTAMED HEART (1993, Tony Bill)

รูปของ Anna Kendrick จาก ALICE, DARLING (2022, Mary Nighy, Canada)

+++

 

AWE SHOCKS (2011, Ojoboca, Germany, 3min, A+30)

 

หนังที่ผสมภาพสวย ๆ เข้ากับเสียงพูดเกี่ยวกับ capitalist dream

 

เราดูหนังเรื่องนี้ทางเว็บไซต์ e-flux

 

Oro Parece (2012, Ojoboca, Germany, 6min, A+30)

 

พิศวงมาก นึกว่าปะทะกับหนังของ Jan Svankmajer ได้เลย

 

เราดูหนังเรื่องนี้ทางเว็บไซต์ e-flux

 

THE HANDEYE (BONE GHOSTS) (2012, Ojoboca, Germany, 7min, A+30)

 

นึกว่าหนังเรื่องนี้มาเพื่อปะทะกับหนังของ Olivier Smolders เพราะมันเป็น “หนังทดลอง” ที่หลอน ๆ เหมือนกัน

 

เราดูหนังเรื่องนี้ทางเว็บไซต์ e-flux

 

FRAGMENTS UNTITLED #1 (2012, doplgenger, Serbia, 7min, A+30)

 

หนังเรื่องนี้นำเอาฟุตเตจรายการโทรทัศน์ที่ผู้นำเซอร์เบียกล่าวปราศรัยต่อประชาชนจำนวนมากในปี 1989 มาตัดต่อใหม่ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนที่ประเทศยูโกสลาเวียจะล่มสลายและเกิดสงครามกลางเมืองอย่างรุนแรงในเวลาต่อมา

 

ดูแล้วนึกว่า doplgenger นี่แหละคือคู่แข่งคนสำคัญของ Viriyaporn Boonprasert

 

เราดูหนังเรื่องนี้ทางเว็บไซต์ e-flux

 

FRAGMENTS UNTITLED #2 (2014, doplgenger, Serbia, 6min, A+30)

 

หนังเรื่องนี้นำเอาละครโทรทัศน์ของยูโกสลาเวียในช่วงทศวรรษ 1980 มาตัดต่อใหม่

 

ดูแล้วนึกว่าต้องปะทะกับ Martin Arnold ผู้กำกับ ALONE: LIFE WASTES ANDY HARDY (1998)

 

เราดูหนังเรื่องนี้ทางเว็บไซต์ e-flux

 

FRAGMENTS UNTITLED #6 (2022, doplgenger, Serbia, 6min, A+30)

 

หนักมาก หนังเรื่องนี้พูดถึงเหตุการณ์ที่เราไม่เคยรู้มาก่อน นั่นก็คือเหตุการณ์จลาจลในซาเกรบในปี 1990 ที่สนามฟุตบอล เมื่อแฟนทีมฟุตบอลของเซอร์เบียกับแฟนทีมฟุตบอลของโครเอเชียปะทะกันอย่างรุนแรง จนส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บกว่า 60 คน และเหตุการณ์นี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามกลางเมืองในเวลาต่อมา ซึ่งนำไปสู่การที่โครเอเชียแยกประเทศเป็นเอกราชได้ในที่สุด

 

 Željko Ražnatović  ซึ่งเป็นผู้นำแฟนทีมฟุตบอลของเซอร์เบียนี่ ต่อมาเขาก็กลายเป็นอาชญากรสงครามคนสำคัญด้วย

 

นึกไม่ถึงว่าการแข่งขันฟุตบอลจะนำไปสู่ “สงครามกลางเมือง” และ “การถือกำเนิดขึ้นของประเทศใหม่” ได้

 

ตัวหนังเป็นเพียงแค่การนำเสนอฟุตเตจบางส่วนจากเหตุการณ์นี้ แต่รายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์นี้เราต้องไปกูเกิลหาข้อมูลต่อเอง

 

เราดูหนังเรื่องนี้ทางเว็บไซต์ e-flux

 

2 (“MEDICAL BORDERS: VISIBILITY AND SHADOW KNOWLEDGE” VERSION) (2024, Maria Iorio, Raphaël Cuomo, Switzerland, 48min, A+30)

 

หนัง essay film ที่งดงามสุดขีด หนังพูดถึงการที่สวิตเซอร์แลนด์เคยหาทางกีดกันแรงงานต่างด้าวในอดีต โดยใช้ข้ออ้างเรื่อง “โรคภัย” และหนังเรื่องนี้พูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างเสียงดนตรีกับ “เสียงหอบหายใจของผู้ป่วยวัณโรค” ด้วย

เราดูหนังเรื่องนี้ทางเว็บไซต์
e-flux

https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid02LiqxRfjTiYxHL7vjQkVJNLh4ypgsTXzyudGKE7GxPyYZd8xK2eiG9cuc91ckuDYol

 

Wednesday, April 01, 2026

Claire, Chloe, Pauline, Suzanne, Maud, Astree, Reinette, Mirabelle, The Marquise

 

WHEN I SAW YOU (2012, Annemarie Jacir, Palestine) น่าดูสุดขีด อย่าจำชื่อหนังเรื่องนี้สลับกับ I WANT TO SEE (2008, Joana Hadjithomas, Khalil Joreige, Lebanon, A+30)

 

พอพูดถึง Annemarie Jacir เราก็นึกขึ้นมาได้ว่า เราเคยดู A FEW CRUMBS FOR THE BIRDS (2005, Annemarie Jacir, Jordan, A+30) ตอนที่หนังเรื่องนี้มาฉายในกรุงเทพ และ A FEW CRUMBS FOR THE BIRDS ก็ติดอันดับ 13 ในลิสท์หนังสุดโปรดที่เราได้ดูในปี 2014

++++

 

เห็นคุณภู่มณีเขียนถึงหนังของ Eric Rohmer เราก็เลยนึกขึ้นมาได้ว่า ในบรรดา “หนังที่กำกับโดย Eric Rohmer และใส่ชื่อตัวละครหญิงเข้ามาไว้ในชื่อหนัง” เราเคยดูก็แต่ Claire, Chloe, Pauline, Suzanne, Maud, Astree, Reinette, Mirabelle, The Marquise

 

ในบรรดาหนังกลุ่มนี้ เราชอบ FOUR ADVENTURES OF REINETTE AND MIRABELLE (1987) มากที่สุด

 

แต่ถ้าหากถามว่าชอบตัวละครหญิงตัวไหนมากที่สุดในบรรดา Claire, Chloe, Pauline, Suzanne, Maud, Astree, Reinette, Mirabelle, The Marquise เราก็ขอตอบว่า เราชอบ Maud (Françoise Fabian) ใน MY NIGHT AT MAUD’S (1969) มากที่สุด คือถ้าหากเราเป็นผู้หญิง เราก็อยากเป็นแบบ Maud มากที่สุด

 

แต่ยังมีหนังของ Eric Rohmer อีกหลายเรื่องที่เรายังไม่ได้ดู ที่นำชื่อตัวละครหญิงมาเป็นชื่อหนัง อย่างเช่น

 

1. THE ADVENTURES OF ROSETTE (1983, 71min)

 

2. CATHERINE DE HEILBRONN (1980, 131min)

สร้างจากบทประพันธ์ของ Heinrich von Kleist

 

3. NADJA IN PARIS (1964, 13min)

 

4. PRESENTATION, OR CHARLOTTE AND HER STEAK (1960, 12min)

 

5. VERONICA AND HER DUNCE (1958, 18min)

 

6. BÉRÉNICE (1954, 15min)

สร้างจากบทประพันธ์ของ Edgar Allan Poe

 

แล้วคุณล่ะคะ ชอบใครมากที่สุดในบรรดา Claire, Chloe, Pauline, Suzanne, Maud, Astree, Reinette, Mirabelle, The Marquise

 

แต่ถ้าหากพูดถึงหนังของ Eric Rohmer โดยรวม ๆ เราก็ชอบ THE GREEN RAY (1986) มากที่สุดนะ THE GREEN RAY นี่ถือเป็น one of my most favorite films of all time เลย

 

ภาพจาก THE ADVENTURES OF ROSETTE

++++

 

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด เราเพิ่งรู้ว่า Jean-Claude Brialy เป็นเกย์ และเขามีสามีที่มีอายุน้อยกว่าเขา 29 ปี

 

เรามองว่าเขาหล่อมาก ๆ ในสายตาของเรา เราเคยตกหลุมรักเขาอย่างรุนแรงมากจากหนังอย่าง LE BEAU SERGE (1958, Claude Chabrol), CHRISTINE (1958, Pierre Gaspard-Huit), THE COUSINS (1959, Claude Chabrol), A WOMAN IS A WOMAN (1961, Jean-Luc Godard), CLAIRE’S KNEE (1970, Eric Rohmer), etc.

 

ภาพจาก CLAIRE’S KNEE

++++

SARCOPHAGUS OF DRUNKEN LOVES (2023, Joana Hadjithomas, Khalil Joreige, Lebanon, 8min, A+15)

 

ISMYRNA (2023, Joana Hadjithomas, Khalil Joreige, Lebanon, about Turkey, documentary, 50min, A+30)

 

เราดูทาง e-flux

 

PALIMPSESTS (2017, Joana Hadjithomas, Khalil Joreige, Lebanon, 12min, A+30)

 

เราดูทาง e-flux

 

 

Tuesday, March 31, 2026

RIP MARY BETH HURT (1946-2026)

 

RIP MARY BETH HURT (1946-2026)

 

1. เราชอบเธออย่างสุดขีดมาก ๆ ในหนังเรื่อง FROM THE JOURNALS OF JEAN SEBERG (1995, Mark Rappaport) และ THE DEAD GIRL

 

2. หนังที่มี Mary Beth Hurt ร่วมแสดง ที่เราเคยดู

 

2.1 INTERIORS (1978, Woody Allen)

 

2.2 LIGHT SLEEPER (1992, Paul Schrader)

 

2.3 THE AGE OF INNOCENCE (1993, Martin Scorsese)

 

2.4 FROM THE JOURNALS OF JEAN SEBERG (1995, Mark Rappaport)

 

2.5 THE FAMILY MAN (2000, Brett Ratner)

 

2.6 RED DRAGON (2002, Brett Ratner)

 

2.7 THE EXORCISM OF EMILY ROSE (2005, Scott Derrickson)

 

2.8 THE DEAD GIRL (2005, Karen Moncrieff)

 

2.9 LADY IN THE WATER (2006, M. Night Shyamalan)

 

3. สมัยก่อนเราชอบจำชื่อ Mary Beth Hurt สลับกับนักแสดงหญิงเหล่านี้

 

3.1 Mary Elizabeth Mastrantonio (THE COLOR OF MONEY, THE ABYSS)

 

3.2 Mary Elizabeth Winstead (RICH FLU, BIRDS OF PREY AND THE FANTABULOUS EMANCIPATION OF ONE HARLEY QUINN)

 

3.3 Mary-Louise Parker (BOYS ON THE SIDE, FRIED GREEN TOMATOES)

 

3.4 Mary McDonnell (DANCES WITH WOLVES, PASSION FISH)

 

3.5 Mary Steenburgen (BACK TO THE FUTURE PART III)

 

3.6 Mary Stuart Masterson (FRIED GREEN TOMATOES)

+++

 

เดือนก.พ.ค่าไฟห้องเราอยู่ที่ 1568 บาท ส่วนเดือนมี.ค.อยู่ที่ 2149 บาท หรือเท่ากับว่าค่าไฟเดือนมี.ค.พุ่งขึ้น 37.05% จากเดือนก.พ. กรี๊ดดดดด นื่คือผลจากภาวะโลกร้อนแน่ ๆ

 

ส่วนเดือนมี.ค.ปี 2025 ค่าไฟห้องเราอยู่ที่ 1442 บาท ซึ่งเท่ากับว่าค่าไฟเดือนมี.ค.ปีนี้พุ่งขึ้น 49.03% จากเดือนเดียวกันในปีก่อน

 

ได้แต่หวังว่าจะมีฝนตกหนัก ๆ ในเดือนเม.ย. อุณหภูมิเดือนเม.ย.จะได้ไม่พุ่งสูงมากนัก

+++

 

Monday, March 30, 2026

HOW TO CONTACT ME

 

ช่วงนี้เฟซบุ๊กของเราประสบปัญหา ถูกแบนไป 4 รอบ ภายในเวลา 15 ชั่วโมง โดยไม่มีสาเหตุอะไรทั้งสิ้น เหมือนเฟซบุ๊กมันสงสัยว่าเราเป็นมนุษย์หรืออมนุษย์ มันก็เลยแบนเราไปตอนราว 23.40-00.40 น. หลังจากนั้นเราก็เข้าเฟซบุ๊กได้แป๊บนึง แล้วมันก็แบนเราอีกในเวลาราว 01.00-02.00 น. แล้วหลังจากนั้นมันก็แบนเราอีกตอน 11.30-12.30 และตอน 13.00-14.00 น.

 

ก่อนหน้านั้นเพื่อนของเราสองคนก็โดนแบนไป 2-3 ชั่วโมงโดยไม่มีสาเหตุเช่นกัน

 

แต่ในช่วงเวลาดังกล่าว instagram ของเรายังใช้งานได้นะ

 

ก็เลยจะบอกว่า ถ้าหากในอนาคตเกิดเหตุแบบนี้อีก ติดต่อเราทาง facebook หรือ messenger ไม่ได้ ก็อาจจะติดต่อเราได้ทาง

 

1. อีเมล

bearania@yahoo.com

 

2. โทรศัพท์ + sms

0876896043

 

3. LINE

mameijambang2

 

4. instagram

https://www.instagram.com/wayluree/

 

5. Youtube channel

https://www.youtube.com/@jitphokaew

 

6. หรือถ้าจะอ่านงานเขียนของเรา ก็อ่านได้ที่ blog นะ แต่ blog ของเราไม่เปิดช่อง comment เพราะมันชอบมี spam เข้ามาถล่มในช่อง comment

https://celinejulie.blogspot.com/

 

7. เฟซบุ๊กอีกอันของเรา Jerdtanee Kengkrajai เจิดทนี เข่งกระจาย

เชิญแอดเราได้ตามสบาย

Facebook

 

8. Letterboxd ของเรา

https://letterboxd.com/JitPhokaew/films/

เหมือนทุกครั้งที่เรา comment เราจะโดนแบนไป 1 ชั่วโมง

 

ไม่รู้มีใครเจอปัญหาแบบนี้ในช่วงนี้อีกบ้าง

+++

 

ฉันรักเขาอย่างรุนแรง Jackson Yee in SCARE OUT (2026, Zhang Yimou, China, A+25)

 

พอดู SCARE OUT กับ THE SHADOW’S EDGE (2025, Larry Yang, Hong Kong/China, A+30) ในเวลาไล่เลี่ยกัน เราก็เลยแอบสงสัยว่า รัฐบาลจีนพยายาม normalize การสอดส่องตรวจตราประชาชนหรือเปล่า 55555

 

คือพอดูหนังสองเรื่องนี้แล้ว ผู้ชมก็อาจจะรู้สึกว่า เป็นเรื่องที่ดีแล้วที่รัฐบาลจีนติดกล้องวงจรปิดไว้ตามสถานที่ต่าง ๆ, ใช้โดรนจับภาพดูประชาชนตลอดเวลา และใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในการติดตามความเคลื่อนไหวของประชาชนตลอดเวลา เพราะการที่รัฐบาลจีนใช้เทคโนโลยีในการจับตาดูความเคลื่อนไหวของประชาชนในทุก ๆ อิริยาบถแบบนี้ มันมีจุดประสงค์เพื่อช่วยรักษาความปลอดภัยให้ประชาชนเอง 55555

 

ในแง่หนึ่งเราก็รู้สึกว่า SCARE OUT และ THE SHADOW’S EDGE เป็นลูกหลานของหนังเรื่อง THE SYSTEM (1979, Yung Wai-chuen, Hong Kong, A+30) แต่เราชอบ THE SYSTEM มากสุดในบรรดาหนังสามเรื่องนี้ เพราะ THE SYSTEM มันไม่ทำให้เรารู้สึกเอ๊ะกับ “จุดประสงค์ของรัฐบาลจีน” 55555

++++

 

เนื่องจากอยู่ดี ๆ เราก็โดนเฟซบุ๊กแบนไป 3 รอบ เราก็เลยทดลองเปลี่ยนรูป profile ใหม่ ให้ดูเป็นมนุษย์มากขึ้น ไม่รู้ว่าจะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นหรือเปล่า

 

เราขอแปะประโยค “ได้โปรดอย่าส่งหนังใด ๆ มาให้ผมดูอีก” ไว้ตามเดิมนะ เพราะก่อนหน้านั้นเคยมีผู้กำกับจำนวนมากมายหลายคนส่งหนังของตนเองมาให้เราดูและเขียนถึง จนเราแทบไม่มีเวลาว่างเหลือไว้ทำอะไรอย่างอื่นอีกต่อไป เราก็เลยต้องคง policy นี้ไว้ตามเดิมจ้ะ

++++

 

ลูกหมีบอกว่า “หนูอยากอ่านอิเหนาให้แม่หมีฟัง” ตอนแรกแม่หมีก็ดีใจ นึกว่าลูกหมีรักการอ่าน แต่พอแม่หมีเห็นหนังสือที่ลูกหมีอ่านในช่วงนี้ แม่หมีก็เริ่มสงสัยในเจตนาของลูกหมี 55555

 

หนังสือที่ลูกหมีอ่านในช่วงนี้

1. ARAYA RASDJARMREARNSOOK: THE BOUQUET AND THE WREATH (2026)

 

ลูกหมีดีใจที่มีบทสนทนาระหว่าง Araya กับ Kawita Vatanajyankur อยู่ในหนังสือเล่มนี้ด้วย

 

หนังสือเล่มนี้ซื้อได้ที่ 100 Tonson Foundation นะ

 

2. ศิลปะกับถ้อยความ (ART AND WORDS) (2006) – Araya Rasdjarmrearnsook

 

3. วันใบไม้ร่วงของคนไกลบ้าน (ART AFFAIR) (2008) – อารยา ราษฎร์จำเริญสุข

 

4. ในสถานการณ์เช่นนี้ สิ่งพึงควรใส่ใจคือการทรยศของดวงจันทร์ (IN THIS CIRCUMSTANCE, THE SOLE OBJECT OF ATTENTION SHOULD BE THE TREACHERY OF THE MOON) (2009) -- Araya Rasdjarmrearnsook

 

5. ผุดเกิดมาลาร่ำ (2018) -- อารยา ราษฎร์จำเริญสุข

 

จริง ๆ โพสท์นี้ไม่มีอะไร คือเราเพิ่งซื้อหนังสือ ARAYA RASDJARMREARNSOOK: THE BOUQUET AND THE WREATH มา เราก็เลยเอาหนังสือเล่มนี้มาถ่ายรูปรวมกับหนังสือเล่มอื่น ๆ ของอ.อารยาที่เรามีอยู่

+++

 

ARAYA RASDJARMREARNSOOK: TEXTUALLY

https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid0HdJVPXedi9U5aaH7NyJLCdSYE4XYKVJfmxyxCsL723Ev9ozdL4y1sJYJfq1f9nqJl

++++

 

กราบบบบบ THE ORIGINS OF TOTALITARIANISM เป็นหนังสือที่น่าอ่านมาก ๆ แล้วพอเราได้อ่านโพสท์นี้ เราก็สงสัยต่อว่า แล้วมันมีคำอธิบายอะไรไหม เกี่ยวกับความเลวร้ายที่ญี่ปุ่นทำกับเกาหลีและจีนในช่วงต้นถึงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 20 ทำไมคนญี่ปุ่นในยุคนั้นถึงกล้าเข่นฆ่าคนชาติอื่น ๆ ในเอเชียอย่างรุนแรงแบบนั้น คือเราได้ดูหนังหลายเรื่องที่พูดถึง “ความเลวร้ายที่ญี่ปุ่นทำไว้ในยุคนั้น” แต่เราก็สงสัยว่า มันมีคำอธิบายอะไรไหม เพราะอะไรคนญี่ปุ่นในยุคนั้นถึงเป็นแบบนั้น โดยเฉพาะเหตุการณ์ THE RAPE OF NANKING ที่มีชาวจีนถูกฆ่าตายกว่า 3 แสนคน

 

แต่ในแง่หนึ่งเราก็นึกถึงนิยาย LORD OF THE FLIES (1954) ของ William Golding เพราะนิยายเรื่องนี้สอนให้เรารู้ว่า ในบางครั้งพอคนอื่น ๆ ในสังคมมองว่า “สิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง” เราก็อาจจะเผลอคล้อยตามคนอื่น ๆ ไปด้วยโดยอัตโนมัติ ทั้ง  ๆ ที่ถ้าหากเราใช้วิจารณญาณของตนเอง เราจะต้องไม่คล้อยตามคนอื่น ๆ ในสังคม

 

ในอีกแง่หนึ่ง พฤติกรรมการ bully ที่เป็นปัญหาในโรงเรียนบางโรงเรียน ก็ทำให้เราสงสัยว่า มันเกี่ยวข้องกับ “เชื้อความเป็นเผด็จการ” ที่แอบซ่อนอยู่ในตัวคนบางคนหรือเปล่า

https://web.facebook.com/puangthong.r.pawakapan/posts/pfbid0YAd5QXiJackpb63kyyWxQgJpdzsHXHeth7Cii9mE9RF2PF3o1KQBtrhUzTMC2YNml

 

Sunday, March 29, 2026

FACEBOOK PROBLEM

 

ตอนนี้ Facebook ของเราประสบปัญหานะ อยู่ดี ๆ มันก็เข้าไม่ได้ ไม่รู้จะกลับมาเป็นปกติเมื่อไหร่ ใครจะติดต่อเราก็ติดต่อเราได้ที่อีเมล bearania@yahoo.com

 

หรือส่ง SMS มาที่เบอร์ 0876896043 ก็ได้นะ

++++

พอเราได้ดู THE STAIN ราคี (2026, Ning Bhanbhassa Dhubtien, Pond Krisda Witthayakhajorndet, Ping Lumpraploeng, A+10) และ THE DE4D ECHOES ตอน THREESOME (2026, Karun Kumanuwong กรัณย์ คุ้มอนุวงศ์, A+30) แล้ว เราก็บอกได้เลยว่า เราชอบการเขียนบทของพิง ลำพระเพลิงในหนังสองเรื่องนี้มากพอสมควร

 

เราไม่รู้เหมือนกันนะว่า ในส่วนของ “ราคี” นั้น พิงเขียนบทมากน้อยแค่ไหน แต่เราว่าในช่วงครึ่งหลังของหนัง มันมี “จังหวะตลก” ที่ถูกใจเรามากในระดับนึงน่ะ อย่างเช่นในฉากที่อาภาพรพบว่า ของกินที่ถวายศาลพระภูมิหายไป ถึงแม้ว่าตัวบทหนังทั้งเรื่องจะมีสิ่งที่เราไม่ชอบอยู่บ้างก็ตาม คือเราไม่ได้ชอบบทภาพยนตร์เรื่อง “ราคี” ทั้งเรื่องนะ แต่เราชอบ “จังหวะในฉากตลก” บางฉากในช่วงครึ่งหลังของหนัง ซึ่งเราแอบเดาเอาเองว่า สิ่งนี้น่าจะเป็นฝีมือของพิง ลำพระเพลิง

 

และเราว่าพิงได้แสดงฝีมือการเขียนบทของตัวเองอย่างเต็มที่ใน THE DE4D ECHOES: THREESOME และเราว่า “จังหวะ” อะไรต่าง ๆ ในหนัง comedy horror ตอนนี้มันแม่นมาก ๆ สำหรับเรา ซึ่งเราว่าอะไรแบบนี้เป็นสิ่งที่คนอื่น ๆ อาจจะทำได้ยาก

 

อยากให้มีคนเขียนวิเคราะห์สิ่งนี้เหมือนกัน เรื่อง ความแม่นของจังหวะต่าง ๆ ในหนังตลกที่พิงเขียนบทหรือกำกับ

+++

 

ซื้อนิยาย MR WILDE’S NIGHTMARE ฝันร้ายของคุณไวลด์ ที่ประพันธ์โดย Moonscape & Sarail มาให้ลูกหมีอ่าน ลูกหมีบอกว่า ที่คั่นหนังสือสวยมาก

 

มี quote จาก Emily Bronte (ผู้ประพันธ์ WUTHERING HEIGHTS) อยู่ในหน้าแรกๆ ของนิยายด้วย

+++

 

พอ Alexander Kluge ถึงแก่กรรม เราก็เลยนึกขึ้นมาได้ว่า เราเคยซื้อหนังสือ THE UTOPIA OF FILM: CINEMA AND ITS FUTERS IN GODARD, KLUGE, AND TAHIMIK ของ Christopher Pavsek ที่ออกในปี 2013 มาดองไว้ด้วย โดยเราซื้อมาจากร้าน Kinokuniya แต่จนป่านนี้แล้วเรายังไม่ได้เปิดอ่านเลย

 

หนังสือเล่มนี้มีบทความเกี่ยวกับ Alexander Kluge ที่ยาวถึง 93 หน้า ใครอ่านบทความเรื่อง Alexander Kluge ในหนังสือ FILMVIRUS 2 แล้วยังไม่จุใจ ก็มาอ่านต่อในหนังสือเล่มนี้ได้

 

Godard จากพวกเราไปตอนอายุ 91 ปี   Alexander Kluge จากพวกเราไปตอนอายุ 94 ปี แต่ Kidlat Tahimik ยังมีชีวิตอยู่นะ ตอนนี้ Tahimik มีอายุ 83 ปี

+++

บางทีผู้สร้างอาคารสน.สุทธิสาร อาจจะได้รับแรงบันดาลใจจาก STAIRS TO NOWHERE ในหนังเรื่อง WINCHESTER (2018, Michael Spierig, Peter Spierig)

+++

 

ร้าน RAMEN SHINTARO ใกล้ซอยสุขุมวิท 49 น่ากินมาก ๆ ร้านเปิด 11.00-06.00 น.

++++

 

DOUBLE BILL FILM WISH LIST

 

AIRY IN BUSAN อีแหล่ แอรี่ เกาหลี โอปป้า (2026, Sompong Kunapratom สมพงษ์ คุนาประถม, A+30)

+ SO VERY VERY จริงๆ มากๆ (2014, Park Jewook, South Korea/Thailand, 97min, A+30)

 

รู้สึกว่าหนังสองเรื่องนี้เหมาะฉายควบกันมาก ๆ เพราะว่าทั้งสองเรื่องมีความเป็นหนังรักเกี่ยวกับหนุ่มเกาหลีและสาวไทยเหมือน ๆ กัน และทั้งสองเรื่องดัดแปลงจาก “เรื่องจริง” เหมือน ๆ กัน แต่ว่า AIRY IN BUSAN กำกับโดยคนไทย ส่วน SO VERY VERY กำกับโดยคนเกาหลี

 

ตอนที่เราดู SO VERY VERY ในปี 2015 ที่โรงหนัง HOUSE RCA เราชอบหนังแค่ในระดับ A+20 แต่พอเวลาผ่านมานานหลายปี ระดับความชอบก็เพิ่มขึ้นเป็น A+30 เพราะถึงแม้เราจะดูหนังเรื่องนี้ผ่านมานาน 10 ปีแล้ว ความ “จริงจนเจ็บ” ของหนังเรื่องนี้ก็ยังคงบาดลึกในใจเราอยู่ดี SO VERY VERY ถือเป็นหนังอีกเรื่องที่ stand the test of time สำหรับเรา

 

เราเคยเขียนถึง SO VERY VERY ไว้ที่นี่

https://web.facebook.com/photo/?fbid=10208027096498582&set=a.10207799102358871

++++