Friday, September 04, 2026

RIP JEAN-PAUL RAPPENEAU

เราเคยดูหนังของ Sharunas Bartas แค่สองเรื่อง ซึ่งก็คือ THE CORRIDOR (1995, Germany/Lithuania, A+30) และ LAGUNA (2025, France/Lithuania, A+30) อยากให้มีคนจัดงาน retrospective ของเขามาก ๆ เพราะเขาก็ทำหนังในแนวทางใกล้เคียงกับ Andrei Tarkovsky, Bela Tarr และ Fred Kelemen

+++

 

RIP JEAN-PAUL RAPPENEAU (1932-2026)

 

เพิ่งรู้ว่า Rappeneau เกิดก่อนประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยอีกนะ เพราะเขาเกิดในวันที่ 8 เม.ย. 1932 เพราะฉะนั้นก็เลยเรียกได้ว่า เขามีอายุนานกว่าระบอบประชาธิปไตยในไทย

 

เขาเสียชีวิตในวันที่ 1 ก.ย. 2026 ขณะมีอายุ 94 ปี

 

เราเคยดูหนังที่เขากำกับแค่ 3 เรื่อง ซึ่งก็คือ

 

1. CYRANO DE BERGERAC (1990)

เราได้ดูทางวิดีโอที่เช่ามา

 

หนังเรื่องนี้ชนะรางวัลออสการ์ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม และได้เข้าชิงรางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำชาย (Gerard Depardieu), กำกับศิลป์, แต่งหน้า และภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศ แต่ผู้ชนะรางวัลออสการ์นักแสดงนำชายปีนั้นคือ Jeremy Irons จาก REVERSAL OF FORTUNE (1990, Barbet Schroeder), ผู้ชนะรางวัลกำกับศิลป์และรางวัลแต่งหน้าคือ DICK TRACY ส่วนผู้ชนะรางวัลออสการ์หนังภาษาต่างประเทศคือ JOURNEY OF HOPE (1990, Xavier Koller, Switzerland) ที่เรายังไม่ได้ดูเลย

 

2. THE HORSEMAN ON THE ROOF (1995)

เราได้ดูหนังเรื่องนี้ตอนมันมาฉายที่ศาลาเฉลิมกรุง

 

3. BON VOYAGE (2003)

เราได้ดูหนังเรื่องนี้ตอนมันมาฉายที่ลิโด

 

จริง ๆ แล้วเราเคยดูหนังเรื่อง LE SAUVAGE (1975, Jean-Paul Rappeneau) ตอนมันมาฉายที่ Alliance Française in Bangkok ด้วยนะ แต่ตอนนั้นมันเกิดความผิดพลาดทางเทคนิค ฟิล์มที่นำมาฉายมันไม่มีซับไตเติลภาษาอังกฤษ เราก็เลยดูหนังเรื่องนี้ด้วยความไม่รู้เรื่องอะไรใด ๆ

 

ชอบหนังทั้ง 3 เรื่องของ Rappeneau ที่เราเคยดูนะ แต่ก็ชอบเขาน้อยกว่าผู้กำกับหนังฝรั่งเศสคนอื่น ๆ อีกเป็นจำนวนมาก เพราะเราว่าหนังของเขามันเป็น “ความบันเทิงชั้นดี” แบบหนังฮอลลีวู้ดน่ะ มันมีความ mainstream สูงมาก ๆ แต่ก็ถือเป็น mainstream ที่ดี แต่มันไม่ได้บาดลึกเข้าไปในจิตใจเราหรือทำให้เราทึ่งกับวิสัยทัศน์ที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูงมากแบบผู้กำกับหนังฝรั่งเศสคนอื่น ๆ

 

เราชอบจำชื่อของ Jean-Paul Rappeneau สลับกับ Jean-Jacques Annaud (HOTHEAD, THE BEAR, THE LOVER, WOLF TOTEM, NOTRE-DAME ON FIRE)

 

ภาพจาก THE HORSEMAN ON THE ROOF ที่นำแสดงโดย Olivier Martinez

+++

 

RIP CHEN KUAN-TAI (1945-2026)

 

ชอบเขามาก ๆ ในหนังเรื่อง THE TEAHOUSE (1974, Kuei Chih-Hung, Hong Kong, A+30) หนังเรื่อง THE TEAHOUSE เคยติดอันดับ 25 ในลิสท์หนังที่เราชื่นชอบที่สุดที่ได้ดูในปี 2014 ด้วยนะ

 

หนังเรื่องอื่น ๆ ของเขาที่เราเคยดู ก็รวมถึง

 

1. BLACK MAGIC WITH BUDDHA (1983, Lo Lieh, Hong Kong/Thailand, A+30)

 

2. MURDERER (2009, Roy Chow, Hong Kong, A+30)

 

อยากให้มีคนจัดงาน CHEN KUAN-TAI RETROSPECTIVE ในไทยมาก ๆ เพราะเราอยากดูหนังอีกหลาย ๆ เรื่องที่เขาเคยแสดง อย่างเช่น

 

1. THE BOXER FROM SHANTUNG (1972, Chang Cheh, Hong Kong)

 

2. HEROES TWO (1973, Chang Cheh)

 

3. THE SAVAGE FIVE (1974, Chang Cheh)

 

4. BIG BROTHER CHENG (1975, Kuei Chih-Hung)

 

5. THE FLYING GUILLOTINE (1975, Ho Meng-Hua)

 

6. BIG BAD SIS (1976, Chung Sun)

 

7. THE IRON MONKEY (1977, Chen Kuan-Tai, Hong Kong/Taiwan)

 

8. THE INVINCIBLE MONKEY FIST (1978, S.A. Karim, Chen Kuan-Tai, Indonesia/Hong Kong)

 

9. BIG BOSS OF SHANGHAI (1979, Chen Kuan-Tai)

 

10. AMBITIOUS KUNG FU GIRL (1981, Lu Chun-Ku)

+++

 

เห็นการออกแบบลวดลายบนถุงของร้าน Nitori แล้วรู้สึกว่า มันกระตุ้นความอยากเป็น housewife 55555

+++

 

เมื่อวานเราได้กลับไปดูหนังที่ Alliance Française เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน ดูเรื่อง SUGAR AND STARS (2023, Sébastien Tulard, France, A+30) ดูเสร็จแล้วก็เลยมากินอาหารเย็นที่ One Bangkok คราวนี้เราลองกิน Okonomiyaki ที่ร้าน Ponpocotei ในชั้นใต้ดิน ตอนแรกเรารู้สึกว่า portion มันใหญ่เกินไป แต่ปรากฏว่าพอกินจริง ๆ แป๊บเดียวเราก็แดกคนเดียวหมด

 

วันนี้เราได้ไปดูหนังเรื่อง LA BOLA (2026, Alfonso Coronel Vega, Mexico, documentary, A+30) ที่คณะนิเทศ จุฬา ดูเสร็จแล้วก็เลยมากินอาหารมื้อแรกของวันตอน 15.30 น. (ตอนเช้าเรามัวแต่เล่นเน็ต เราก็เลยไม่ได้กินข้าว 55555) ที่ร้าน Azzurro by Chef Thanom ที่มาบุญครอง

+++

 

Artworks seen

 

SONIC BORDER (2026, Sutiphong Sudsang, interactive mixed-media installation)

 

LHA (WE ARE REINCARNATING THROUGH EACH OTHER) (2026, Parichat Tanapiwattanakul, mixed-media installation)

 

ดูที่ชั้น 7 BACC ภาพประกอบอยู่ใน comment


Thursday, September 03, 2026

FAVORITE CARTOONS FROM 1970S

 

ค้นเจอว่าเคยมีการฉายภาพยนตร์เรื่อง LITTLE KATA (2002) ที่กำกับโดยคุณคธา แสงแข Kata Sangkhae ที่ อะเบ้าท์ สตูดิโอ/อะเบ้าท์ คาเฟ่ ในวันที่ 6 ก.พ. 2004 ด้วย เรายังไม่เคยดูหนังเรื่องนี้มาก่อนเลย มีใครเคยดูหนังเรื่องนี้บ้างคะ

 

แต่เห็นในยูทูบมีคลิป LITTLE KATA สั้น ๆ อยู่ 3 คลิปนะ เราก็เลยเดาว่าคลิปพวกนี้อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์เรื่อง LITTLE KATA แต่เราก็ไม่รู้ว่าตัวหนัง LITTLE KATA ที่เคยฉายที่อะเบ้าท์ คาเฟ่ ยาวกี่นาที

 

ในยูทูบมีคลิป

 

1. LITTLE KATA (MALIBU) (2001, 5.21min)

 

2. LITTLE KATA (ZUMA 1) (2001, 1.14min)

 

3. LITTLE KATA (ZUMA 2) (2001, 0.54min)

 

ดีใจที่ได้ดูคลิปเหล่านี้ในยูทูบนะ นึกถึงหนังสั้น + video art ยุคแรก ๆ ของไทย

 

โปรแกรมฉายหนังของ About Cafe ในปี 2004 ก็น่าสนใจมาก ๆ นะ เราเคยดู THE WINGED MIGRATION, JUST A SECOND: THE KHONG LEGEND, GERRY และ MILLENNIUM ACTRESS แล้ว แต่จนถึงตอนนี้เราก็ยังไม่เคยดู PICNIC (1996, Shunji Iwai), MAROONED IN IRAQ (2002, Bahma Gohbadi, Iran) และ BANGKOK BEATS: FROM POP2PUNK (2003, Gabi Krauss, Peter Stein, documentary, 60min)

 

แต่ดีใจสุดขีดที่หนังเรื่อง BANGKOK BEATS: FROM POP2PUNK มีให้ดูในยูทูบด้วย

 

ข้อมูลเกี่ยวกับหนังเรื่อง BANGKOK BEATS: FROM POP2PUNK (2003, Gabi Krauss, Peter Stein, documentary, 60min)

 

In the capital of Thailand, the music-underground is exploding right now. That is what two German film makers found out during a two-month stay in Bangkok in 2003. The film portrays bands (Beargarden, Apartment Khun Ba, Som etc.) and labels (Smallroom, Bama, Panda, Hualampong Riddim) from the indie-scene, visits festivals and shows (Pattaya, NoisePop) and meets media (Fat Radio, Channel V), who support the Bangkok music scene. In interviews the highly creative protagonists of the local scene express their outlook on music, their conditions and what their work is about in their own words. The intention of making this film is to show to Western people what is going on in Thailand on the cultural side.

 

LITTLE KATA (MALIBU) (2001)

https://youtu.be/n0A7CVvjyxs?si=yrRSlFfAuEvdTk4W

 

LITTLE KATA (ZUMA 1) (2001)

https://youtu.be/yWztoeuRVBc?si=qDgHK6iJcHuUMBR9

 

LITTLE KATA (ZUMA 2) (2001)

https://youtu.be/ExBvi3uTgG8?si=-hLmYQa-wQE436oR

 

BANGKOK BEATS: FROM POP2PUNK

https://youtu.be/kMcXjAn90dY?si=7calTfWlxcemMBod

+++

 

ผลพวงจากการฟัง podcast ของคุณอรรถ บุนนาค ก็คือมันทำให้เราอยากอ่านการ์ตูนของ Hagio Moto มาก ๆ เราก็เลยซื้อการ์ตูนเรื่อง THEY WERE ELEVEN (1975, Hagio Moto) จากร้าน Kinokuniya มาให้ลูกหมีอ่าน (แปลว่า ซื้อมาดองไว้ก่อน 555)

 

การ์ตูนญี่ปุ่นในทศวรรษ 1970 ที่เราชอบสุดขีด ก็รวมถึง

 

(เรียงตามตัวอักษร)

 

1. AI TO MAKOTO ไออิ และ มาโกโตะ (1973-1976, written by Ikki Kajiwara, illustrated by Takumi Nagayasu)

เราเคยอ่านการ์ตูนเรื่องนี้ตอนเด็ก ๆ นะ แต่ยังไม่ได้อ่านจนจบ แต่จำได้ว่าเป็นอะไรที่ฝังใจอย่างรุนแรงตอนเด็ก ๆ

 

2. BLUE SKY ALLIANCE (AOZORA DOUMEI) หรือ สัญญากุ๊กกิ๊ก (1977-1979, Shibata Ayako)

เป็นการ์ตูนเรื่องแรกที่เราอ่านที่มี “ฉากอย่างว่า” อยู่ในการ์ตูน แล้วเราได้อ่านมันตอนป.5

 

3. CANDY CANDY (1975-1979, Yumiko Igarashi)

 

4. GLASS MASK หน้ากากแก้ว หรือ นักรักโลกมายา (1976-until now, Suzue Miuchi)

 

5. HERE COMES MISS MODERN รักระหว่างรบ (1975-1977, Yamato Waki)

 

6. MAMI THE PSYCHIC (1977-1983, Fujiko F. Fujio)

 

7. POP CORN หรือ SEITO SHOKUN! หรือ นักกี้ จอมใจจอมแก่น (1977-1984, Yoko Shoji)

 

8. THE ROSE OF VERSEILLES กุหลาบแวร์ซายล์ส (1972-1973, Riyoko Ikeda)

 

9. SUKEBAN DEKA สิงห์สาวนักสืบ หรือ ยอดนักโทษสาว (1975-1982, Shinji Wada)

 

10. SWAN หงส์ฟ้า (1976-1981, Kyoko Ariyoshi)

 

Podcast ของคุณอรรถ บุนนาค

https://youtu.be/pczyeDanP8U?si=od4F1ChdLjLChXgw

 

Wednesday, September 02, 2026

10TH SILENT FILM FESTIVAL IN THAILAND

 

วันนี้เราซื้อการ์ตูนมาให้ลูกหมีอ่าน THE RED RAT IN HOLLYWOOD ของ Osamu Yamamoto เล่ม 3 กับเล่ม 4 ส่วนเล่ม 1 เราซื้อไปเมื่อเดือนมิ.ย. 2024 และเล่ม 2 เราซื้อในเดือนก.พ. 2026

 

เห็นในร้านหนังสือมีการ์ตูนเรื่อง “ราชันหนังสยอง” KINEMAQUIA ของ Kota Oohira กับ “องค์หญิงรัตติกาล” YORU HIMESAMA (2012, Takahashi Yosuke) ด้วย แต่เรายังไม่ได้ซื้อมา มีใครเคยอ่านการ์ตูนสองเรื่องนี้แล้วบ้าง

++++

 

น้องหมีหมามาเลเซีย (Malayan sun bear)

+++

 

Films I saw in THE 10TH SILENT FILM FESTIVAL IN THAILAND

 

In preferential order

 

1. THE MANXMAN (1929, Alfred Hitchcock, UK, 109min, A+30)

 

2. SONG (1928, Richard Eichberg, Germany, 102min, A+30)

 

3. A MUDDY BRIDE (1921, Fred Hibbard, USA, 23min, A+30)

 

4. THE KID REPORTER (1923, Alfred J. Goulding, USA, 21min, A+30)

 

5. PEG O’ THE MOUNTED (1924, Alfred J. Goulding, USA, 20min, A+30)

 

ได้ดูหนังชุด BABY PEGGY ไป 3 เรื่อง ปรากฏว่าเราชอบ A MUDDY BRIDE มากที่สุดใน 3 เรื่องนี้ เพราะว่า Baby Peggy เป็นเด็กที่รับบทเป็น “เด็ก” ใน A MUDDY BRIDE เราก็เลยจูนกับหนังได้ง่ายมาก

 

แต่ Baby Peggy เหมือนรับบทเป็น “ผู้ใหญ่” ใน THE KID REPORTER และ PEG O’ THE MOUNTED หรือรับบทเป็นเด็กที่ทำงานแบบผู้ใหญ่น่ะ เราก็เลยรู้สึกว่าหนังสองเรื่องนี้เหมือนเป็น genre หนังที่เราไม่คุ้นเคย เหมือนมันเป็น genre หนังเด็กที่เป็นโลกแฟนตาซี โลกที่เด็กอายุ 4 ขวบทำงานเหมือนเป็นผู้ใหญ่โต ๆ คนนึงได้อย่างหน้าตาเฉย

 

เราก็เลยรู้สึกว่า THE KID REPORTER กับ PEG O’ THE MOUNTED นี่เหมือนเป็น genre หนังที่ประหลาดดีสำหรับเรา เพราะเราเหมือนแทบไม่เคยได้ดูหนัง genre นี้เลยในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา เหมือนมันเป็น genre หนังที่สร้างโลกแฟนตาซีที่มีกฎเกณฑ์เฉพาะตัวของมัน

 

อาจจะเหมือน “หนังจีนกำลังภายใน” และ “หนัง bollywood” ที่มันก็มีกฎเกณฑ์เฉพาะตัวในโลกแฟนตาซีใน genre ของมัน

 

ก็เลยรู้สึกว่า THE KID REPORTER กับ PEG O’ THE MOUNTED นี่มันน่าสนใจดี มันเป็นโลกแฟนตาซีที่เด็กอายุ 4-5 ขวบ เล่นเป็นตัวละครที่ได้รับการปฏิบัติเหมือนเป็นผู้ใหญ่โต ๆ คนนึง ไม่รู้เหมือนกันว่าหนัง genre นี้มันมีชื่อเรียกเฉพาะหรือเปล่า และหนังเยี่ยม ๆ ใน genre นี้มีเรื่องอะไรบ้าง

 

แล้วหนังอย่าง BUGSY MALONE (1976, Alan Parker, UK, A+30) นี่ถือว่าเป็นลูกหลานห่าง ๆ ที่สืบสายธารมาจากหนัง genre นี้หรือเปล่า

+++

 

PASSAGE A L’ACTE (1993) เคยมาฉายในเทศกาลหนังทดลองกรุงเทพปี 1999 ด้วยนะ เทศกาลครั้งนั้นมีหนังของ Martin Arnold มาฉาย 3 เรื่อง ซึ่งอีกสองเรื่องที่มาฉายก็คือ ALONE, LIFE WASTED ANDY HARDY (1998) และ PIECE TOUCHEE (1989) โดยทั้งสามเรื่องนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรม SIXPACK FILM หรือโปรแกรมหนังทดลองของออสเตรีย

 

โปรแกรม SIXPACK FILM นี้มีฉายหนังออสเตรียของ Barbara Albert, Dietmar Brehm, Eike Groen, Thomas Renoldner, Kathrin Resetarits, Thomas Steiner และ Peter Tscherkassy ด้วยนะ ถือเป็นโปรแกรมภาพยนตร์ที่สุดยอดมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ กราบตีนเทศกาลหนังทดลองกรุงเทพ

+++

 

23. SOUND! EUPHONIUM, THE FINAL MOVIE PART 1 (2026, Taichi Ogawa, Japan, animation, A+30)

 

ตัวละคร Asuka พูดคำว่า TADAIMA ในหนังเรื่องนี้

 

Tuesday, September 01, 2026

THE CONVERSION OF THREE GRADING SYSTEMS

 

ระบบการแปลงเกรดของเราเอง เพราะกูทำเองกูงงเอง 55555

 

พอเราเริ่มเอาข้อมูลไปลง letterboxd เราก็เลยเริ่มงงกับตัวเอง เพราะ letterboxd ใช้ระบบ 5 ดาว ที่มีการแบ่งครึ่งดาวได้ด้วย เราก็เลยคิดว่า เราควรทำระบบการแปลงเกรดของตนเองเอาไว้ก่อนดีกว่า เพื่อที่ว่าเวลาเราทยอยเอาข้อมูลไปลง letterboxd เราจะได้ใส่ดาวได้สะดวก ไม่งงเองว่าหนังเรื่องไหนเราควรให้กี่ดาวใน letterboxd

 

เราให้เกรดหนังเรื่องต่าง ๆ เพื่อ “สื่อสารกับตัวเราเองในอนาคต” นะ เพราะเราอยากจดบันทึกความทรงจำที่มีต่อหนังเรื่องต่าง ๆ เอาไว้ แต่เรา “ไม่มีเวลามากพอ” ที่จะจดทุกความรู้สึกที่เรามีต่อหนังทุกเรื่องที่เราดู เพราะฉะนั้นอย่างน้อยที่สุด สิ่งที่เราพยายามจะทำก็คือจดรายชื่อหนังทุกเรื่องที่เราดูลงสมุดบันทึก และจดไว้ว่าเราชอบหนังเรื่องนั้นมากน้อยแค่ไหนหลังดูจบ เพื่อที่ว่าพอเวลาผ่านไปหลายปี เราย้อนกลับมาดูรายชื่อเหล่านี้ เราจะได้จำได้ว่าเราเคยรู้สึกชอบหนังเรื่องนั้นมากน้อยแค่ไหน ซึ่งถ้าหากความรู้สึกเปลี่ยนไป เราก็อาจจะมีการเปลี่ยนเกรด 55555

 

และส่วนใหญ่แล้วหนังที่เราชอบสุดขีด ก็มักจะเป็นหนังทดลองที่ “ทำให้เรารู้สึกกับมันอย่างรุนแรงโดยที่เราไม่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกนั้นออกมาเป็นตัวอักษรได้” และในเมื่อเราไม่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกอันรุนแรงนั้นออกมาเป็นตัวอักษร แต่เรารู้ตัวว่าเรา “ชอบหนังเรื่องนี้อย่างสุดขีด” เราก็เลยอยากจดไว้อย่างสั้น ๆ ง่าย ๆ เพื่อสื่อสารกับตัวเราเองในอนาคตว่า เราเคยรู้สึกชอบหนังเรื่องนี้อย่างสุดขีดหลังดูจบ หรือ A+30 หรือ 10 ดาวใน IMDB หรือ 5 ดาวใน letterboxd

 

1. ชอบสุดขีด

ระบบการสื่อสารกับตัวเราเองที่เราใช้ในช่วง 14 ปีที่ผ่านมา -- A+30 (เหมือนเราเพิ่งมาใช้ระบบ A+30 ในช่วงกลางปี 2012 นะ ก่อนหน้านั้นคะแนนเต็มของเราคือ A+)

IMDB – 10 ดาว

Letterboxd – 5 ดาว

ตัวอย่างเช่น MEMORY (2025, Vladlena Sandu, France/Netherlands, about Chechnya, Ukraine, Russia, documentary, 98min, A+30)

 

2. ชอบเกือบสุดขีด

A+25

IMDB – 9 ดาว

Letterboxd – 4 ดาวครึ่ง

ตัวอย่างเช่น EARLY FEELINGS (2025, Nurlan Hasanli, Azerbaijan, 18min, A+25)

 

3. ชอบมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ (ไม้ยมก 20 ตัว)

A+20

IMDB – 9 ดาว

Letterboxed – 4 ดาวครึ่ง

ตัวอย่างเช่น HAMLET (1921, Sven Gade + Heinz Schall, Germany, 131min, A+20)

 

4. ชอบมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

A+15

IMDB – 8 ดาว

Letterboxd – 4 ดาว

ตัวอย่างเช่น LIKE DEW BEFORE A THUNDERBOLT VOL. 1 (2025, Benjamin Poumey, Switzerland, 5min, A+15)

 

5. ชอบมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

A+10

IMDB – 8 ดาว

Letterboxd – 4 ดาว

ตัวอย่างเช่น JOANNA IS SKYWALKING (2025, Maja Britasdotter Östberg, Sweden, documentary, 76min, A+10)

 

6. ชอบมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

A+5

IMDB – 7 ดาว

Letterboxd – 3 ดาวครึ่ง

ตัวอย่างเช่น CLIMAS (2014, Enrica Perez, Peru, 84min, A+5)

 

7. ชอบมาก

A+

IMDB – 7 ดาว

Letterboxd – 3 ดาวครึ่ง

ตัวอย่างเช่น THE DISAPPERANCE OF TIME (2025, Andrea Hackl, Austria/France/Netherlands, 11min, A+)

 

8. เกือบชอบมาก

A+/A

IMDB – 6 ดาว

Letterboxd – 3 ดาว

ตัวอย่างเช่น MEMORIES OF NEW YEAR คิดถึงทุกปี (2017, อดิเรก โพธิ์ทอง, พรเทพ ฉั่วยั่งยืน, อำนาจ แตงสมบูรณ์, Thailand/Laos/Cambodia, A+/A)

 

9. ชอบ

A

IMDB – 6 ดาว

Letterboxd – 3 ดาว

ตัวอย่างเช่น UNTIL I MEET SEPTEMBER’S LOVE (2019, Toru Yamamamoto, Japan, 106min, A)

 

10. ก้ำกึ่งระหว่างชอบกับชอบเล็กน้อย

A/A-

IMDB – 5 ดาว

Letterboxd – 2 ดาวครึ่ง

ตัวอย่างเช่น RENT BOY (2023, Leak Lyda, Cambodia, 113min, A/A-)

 

11. ชอบเล็กน้อย

A-

IMDB – 5 ดาว

Letterboxd – 2 ดาวครึ่ง

ตัวอย่างเช่น XXX: RETURN OF XANDER CAGE (2017, D.J. Caruso, China/Canada/USA, 107min, A-)

 

12. ก้ำกึ่งระหว่างชอบเล็กน้อยกับพอรับได้

A-/B+

IMDB – 5 ดาว

Letterboxd – 2 ดาวครึ่ง

ตัวอย่างเช่น STAND BY ME DORAEMON (2014, Ryuichi Yagi + Takashi Yamazaki, Japan, animation, 95min, A-/B+)

 

13. พอรับได้

B+

IMDB – 4 ดาว

Letterboxd – 2 ดาว

ตัวอย่างเช่น PASSENGERS (2016, Morten Tyldum, USA, 116min, B+  )

 

14. เฉย ๆ

B

IMDB – 4 ดาว

Letterboxd – 2 ดาว

ตัวอย่างเช่น THE GREAT WALL (2016, Zhang Yimou, China, 103min, B  )

 

15. ค่อนข้างไม่ชอบ

B-

IMDB – 4 ดาว

Letterboxd – 2 ดาว

 

16. ไม่ชอบ

C+

IMDB – 3 ดาว

Letterboxd – 1 ดาวครึ่ง

 

17. ไม่ชอบมาก ๆ

C

IMDB – 3 ดาว

Letterboxd – 1 ดาวครึ่ง

 

18. ไม่ชอบมาก ๆ ๆ ๆ ๆ

C-

IMDB – 3 ดาว

Letterboxd – 1 ดาวครึ่ง

 

19. เกลียดหนังเรื่องนี้เป็นส่วนใหญ่ แต่มีจุดที่ชอบอยู่บ้างหลายจุด

D+

IMDB – 2 ดาว

Letterboxd – 1 ดาว

 

20. เกลียดหนังเรื่องนี้เป็นส่วนใหญ่ แต่มีจุดที่ชอบอยู่บ้างราว 2-3 จุด

D

IMDB – 2 ดาว

Letterboxd – 1 ดาว

 

21. เกลียดหนังเรื่องนี้เป็นส่วนใหญ่ แต่มีจุดที่ชอบอยู่บ้างราว 1 จุด

D-

IMDB – 2 ดาว

Letterboxd – 1 ดาว

 

22. อะไรของมึงคะ

F

IMDB – 1 ดาว

Letterboxd – ครึ่งดาว

 

เราไม่ขอยกตัวอย่างหนังที่ได้เกรดตั้งแต่ B- ลงมาจนถึง F นะ เพราะไม่อยากตอกย้ำซ้ำ ๆ ถึงหนังที่เราเกลียด ให้มันเป็นหนังที่ดูแล้วก็ผ่านเลยไป 55555

 

แน่นอนว่าเกรดเหล่านี้เป็นสิ่งที่ไร้สาระมาก ๆ 555555 แต่มันมีประโยชน์กับเรามาก ๆ เวลาเราเปิดสมุดโน้ตเก่า ๆ เพื่อดูรายชื่อหนังต่าง ๆ ที่เราเคยดูไปแล้วเมื่อ 10-30 ปีก่อน เพราะมันช่วยให้เราจำได้ว่าเราเคยชอบหนังเรื่องนั้นมากน้อยแค่ไหน

 

ภาพสร้างจาก AI

 

Monday, August 31, 2026

INSIDIOUS FILM SERIES

 

สรุปลำดับความชอบหนังชุด INSIDIOUS 6 ภาคที่เคยดู

 

1. INSIDIOUS (2010, James Wan, A+30)

 

2. INSIDIOUS: OUT OF THE FURTHER (2026, Jacob Chase, A+25)

 

3. INSIDIOUS: CHAPTER 2 (2013, James Wan, A+20)

 

4. INSIDIOUS: CHAPTER 3 (2015, Leigh Whannell, A+10)

 

5. INSIDIOUS: THE RED DOOR (2023, Patrick Wilson, A+)

 

6. INSIDIOUS: THE LAST KEY (2018, Adam Robitel, A+)

 

ภาพจาก INSIDIOUS: OUT OF THE FURTHER เราจองเป็นคุณป้าคนซ้ายสุดในภาพนี้ 55555

+++

 

ชอบ “คนขวางโลก” (1984, Permpol Choey-Arun, A+30) มาก ๆ

+++

 

ไปดูหนังในเทศกาลหนังเงียบ SILENT FILM FESTIVAL มา เราประทับใจการเล่นดนตรีของคุณ Stephen Horne มาก ๆ เขาทั้งดีดเปียโน, เป่าฟลุต และเล่นเครื่องดนตรีอะไรอีกชิ้นนึงเพื่อใช้ประกอบหนังเงียบ คือเขาคนเดียวเล่นเครื่องดนตรี 3 ชิ้นเพื่อใช้ประกอบหนัง

 

เห็นทางเทศกาลบอกว่ามีเพลงของคุณ Stephen Horne ใน Spotify ด้วย เราก็เลยมาลองหาดู แล้วก็เจอจริง ๆ มีอัลบัมของ Stephen Horne สองอัลบัมอยู่ใน Spotify ซึ่งก็คืออัลบัม SILENT SIRENS (2021) กับ HORNE: THE MANXMAN (2025) ที่ใช้ประกอบภาพยนตร์เรื่อง THE MANXMAN (1929, Alfred Hitchcock, UK, A+30)

 

ใครสนใจก็หาฟังได้ทาง Spotify นะ

  

Sunday, August 30, 2026

DRAWING PERFORMANCE BY PARINOT KUNAKORNWONG

 

TOXIC (2026, Geethu Mohandas, India, 192min) เวอร์ชั่นภาษา Kannada ตั๋วขายไปได้กว่าครึ่งโรงแล้วนะ กรี๊ดดดดด แต่หนังเรื่องนี้ในเวอร์ชั่นภาษา Hindi กับภาษา Tamil ยังมีที่ว่างเหลืออยู่เยอะ

 

ไม่รู้ว่านี่เป็นครั้งแรกในไทยหรือเปล่า ที่โรง cineplex แห่งเดียวกันฉายหนังเรื่องเดียวกันในวันเดียวกัน แต่ฉายแบบ 3 เวอร์ชั่น 3 ภาษา เพราะปกติเราจะเจอแต่แบบ 2 ภาษา คือเวอร์ชั่นพากย์ไทย กับเวอร์ชั่นเสียงต้นฉบับ แต่เราเหมือนไม่เคยเจอหนังเรื่องเดียวกันฉาย 3 เวอร์ชั่น 3 ภาษาในวันเดียวกันในโรง cineplex แห่งเดียวกันในไทย

+++

 

RIP IZURU NARUSHIMA (1961-2026)

 

เราเคยดูหนังที่เขากำกับ 3 เรื่อง ซึ่งได้แก่

 

1. CAPE NOSTALGIA (2014, A+30)

 

2. FATHER OF THE GALACTIC RAILROAD (2023, A+15)

 

3. 52-HERTZ WHALES (2024, A+30)

 

เราเคยเขียนถึง FATHER OF THE MILKY WAY RAILROAD (2023, Izuru Narushima, Japan, A+15) ไว้ดังนี้:

 

หนังเรื่องนี้พูดถึง Kenji Miyazawa เหมือนกับหนังเรื่อง NIGHT TRAIN TO THE STARS (1997, Kazuki Omori) ที่เคยมาฉายที่ Japan Foundation เป็นประจำ ซึ่งเราก็เคยดู NIGHT TRAIN TO THE STARS ไปแล้วรอบนึง ถ้าหากจำไม่ผิด หนังสองเรื่องนี้แตกต่างกันตรงที่ FATHER OF THE MILKY WAY RAILROAD ให้น้ำหนักกับตัวละครพ่อของ Kenji มากกว่าหนังเรื่อง NIGHT TRAIN TO THE STARS

++++

 

เราเคยเขียนเปรียบเทียบหนังเรื่อง LOST RIVER (2014, Ryan Gosling, A+20)

 กับ CAPE NOSTALGIA ไว้ดังนี้:

 

LOST RIVER มันมีองค์ประกอบบางอย่างที่คล้ายๆหนังญี่ปุ่นเรื่อง CAPE NOSTALGIA (2014, Izuru Narushima, A+30) ที่เราเพิ่งดูมาน่ะ เพราะในหนังสองเรื่องนี้ จะมีตัวละครหญิงสูงวัยที่หมกมุ่นกับผัวที่ตายไปแล้วเหมือนกัน และในเวลาต่อมา หญิงสูงวัยในหนังทั้งสองเรื่องนี้ก็ประสบปัญหาบ้านไฟไหม้เหมือนกัน และตัดสินใจไม่หนีออกจากบ้านไฟไหม้เหมือนๆกันเลย

 

แต่ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เราชอบ CAPE NOSTALGIA ในระดับ A+30 แต่ชอบ LOST RIVER ในระดับ A+20 ก็คือว่า ใน CAPE NOSTALGIA นั้น หญิงสูงวัยคือนางเอกของเรื่อง ส่วนพระเอกคือหลานชายของเธอที่แอบหลงรักเธอ แต่ใน LOST RIVER นั้น พระเอกดันไปชอบหลานสาวของหญิงสูงวัยแทน เพราะฉะนั้น CAPE NOSTALGIA ก็เลยเข้าทางเรามากกว่า LOST RIVER อย่างเห็นได้ชัด

 

ภาพจาก CAPE NOSTALGIA

+++

 

เพิ่งฟัง podcast เรื่องการ์ตูนผู้หญิงตาหวานที่บรรยายโดยคุณ อรรถ บุนนาค ไปได้ครึ่งนึง พอฟังแล้วก็ทำให้อยากอ่านการ์ตูนเรื่อง THE POE CLAN ของ Hagio Moto มาก ๆ แต่พอเราเช็คในเว็บไซต์ของร้าน Kinokuniya เราก็พบว่าการ์ตูนเรื่องนี้มัน “หมดสต็อก” ไปแล้ว แต่ถึงมันมีอยู่ในสต็อก การ์ตูนเรื่องนี้ก็มีราคาถึง 2618 บาท รุนแรงมาก (มันมี 2 เล่มจบ เล่มละ 1309 บาท)

 

+++

 

วันนี้ได้ไปงาน DRAWING #3: -- UNDO “DRAWING PERFORMANCE” ที่ 100 Tonson Foundation ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการ DRAWING ของ Parinot Kunakornwong

 

ในงานนี้มีการแสดงผลงานจิตรกรรมของ โชค สาโรจน์ หรือมาดี บุญชื่น และรถกระบะของเขาด้วย และมีการแสดงดนตรีที่เฮี้ยนมาก ๆ ของ Teerapat Parnmongkol, Nawitnan Poolkeao และ Pathompon Tesprateep (คนนี้เป็นผู้กำกับหนังสั้นไทยที่เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ cinephiles)

 

วิดีโอที่เราถ่ายไว้นี้เป็นเพียงแค่เสี้ยวเดียวของ performance นะ เราชอบที่ดนตรีมันทวีความเฮี้ยนขึ้นเรื่อย ๆ ในระหว่างการแสดง

 

ตอนแรกพอเห็นคำว่า drawing performance เราก็นึกว่าศิลปินจะโชว์วาดรูปสด ๆ แต่ปรากฏว่าจริง ๆ แล้วสิ่งที่ศิลปินทำก็คือการจัดวางแท่งเหล็กและเก้าอี้เหล็กให้เกี่ยวกระหวัดกันอย่างยุ่งเหยิง เหมือนตัวงานจัดวางกับเสียงดนตรีมันทวีความ complicated มากขึ้นเรื่อย ๆ ในระหว่างการแสดง

 

สิ่งที่สร้างขึ้นในระหว่างการแสดงอาจจะเรียกได้ว่าเป็น installation สองอัน (ไม่รู้ว่าเราใช้ศัพท์ถูกหรือเปล่า 555) อันนึงมีแต่แท่งเหล็ก ซึ่งเป็นสิ่งที่พอเกี่ยวกระหวัดกันแล้วก็สามารถทรงตัวได้ แต่ก็ทรงตัวได้ค่อนข้างยาก ส่วนอีกอันเป็นแท่งเหล็กกับเก้าอี้มีรู ซึ่งพอมีเก้าอี้มาเสริม มันก็เลยทรงตัวได้มั่นคงขึ้น สามารถตั้งเป็นกองสูงใหญ่ได้มากขึ้นเรื่อย ๆ

 

ส่วนครึ่งหลังของการแสดงก็เป็นการรื้อถอน installation นี้

 

เราแยกเรื่องนี้เป็นสองโพสท์นะ โพสท์นึงเป็นวิดีโอ ส่วนอีกโพสท์เป็นภาพถ่าย

 

โพสท์แรก

https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid02Eiz7Xd26Xfkq7bTigc2ryeAqAR56y8put5KnRV5mfRtygPqqNKkZMw3UHbd7Xbgjl

 

โพสท์ที่สอง

https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid0xsywEAvcJA9LzSzQqLkqLtguquXkCkpg69SFMGZY76q89yr8VZnEG2rCQy2FC3CQl

 

 

 

Saturday, August 29, 2026

GODZILLA FILMS THAT I SAW

 

เห็น MUBI มีหนัง GODZILLA เข้ามาหลายเรื่อง เราก็เลยจดรายชื่อไว้ก่อนดีกว่าว่า เราเคยดู GODZILLA ภาคไหนไปแล้วบ้าง เราจะได้ไม่ไปกดดูซ้ำโดยไม่ได้ตั้งใจ 55555

 

เราเคยดู GODZILLA และหนังทำนองเดียวกันไปแล้วแค่ 13 เรื่อง (รวมทั้งของสหรัฐและญี่ปุ่น) โดยเราได้ดู 12 เรื่องในโรงภาพยนตร์ และมีเพียงแค่ GODZILLA (1998, Roland Emmerich) ที่เราได้ดูทางเคเบิลทีวี ถ้าหากเราจำไม่ผิด

 

GODZILLA และหนังทำนองเดียวกันที่เราเคยดู

 

1. GODZILLA (1954, Ishiro Honda, Japan, A+25)

 

2. MOTHRA VS. GODZILLA (1964, Ishiro Honda, Japan, A+30)

 

3. DESTROY ALL MONSTERS (1968, Ishiro Honda, Jun Fukuda, Japan, A+30)

 

4. ALL MONSTERS ATTACK (1969, Ishiro Honda, Japan, A-)

 

5. GODZILLA VS. BIOLLANTE (1989, Kazuki Omori, Japan, A+30)

 

6. GODZILLA VS. KING GHIDORAH (1991, Kazuki Omori, Japan, A+25)

 

7. GODZILLA (1998, Roland Emmerich, USA)

 

8. GODZILLA: FINAL WARS (2004, Ryuhei Kitamura, Japan, A+30)

 

9. GODZILLA (2014, Gareth Edwards, USA, A+10)

 

10. SHIN GODZILLA (2016, Hideaki Anno + Shinji Higuchi, Japan, A+30)

 

11. WHAT TO DO WITH THE DEAD KAIJU? (2022, Satoshi Miki, Japan, A+30)

อันนี้อาจจะไม่ถือเป็นหนัง GODZILLA โดยตรง แต่เราว่ามันเป็นหนังที่เหมือนเป็นเครือญาติกับหนังชุด GODZILLA

 

12. GODZILLA MINUS ONE (2023, Takashi Yamazaki, Japan, A+30)

 

13. GODZILLA X KONG: THE NEW EMPIRE (2024, Adam Wingard, USA, A+30)

 

สรุปว่า เราชอบ GODZILLA VS. BIOLLANTE (1989, Kazuki Omori) มากที่สุดในบรรดา 13 เรื่องนี้

 

ส่วนตัวละครที่เราชอบสุดขีดในบรรดาหนัง GODZILLA ก็คือ Minilla กับสองสาว Mothra Twins

 

ลิสท์นี้ไม่รวมหนังแนวใกล้เคียงกัน อย่างเช่น หนังชุด PACIFIC RIM และ THE BEAST BELOW ไลโอ แย้ยักษ์ (2022, Chalit Krileadmongkon, Chippol Ruanggun, A+25) นะ เพราะเดี๋ยวลิสท์มันจะยาวเกินไป 555