Showing posts with label AUTOBIOGRAPHY. Show all posts
Showing posts with label AUTOBIOGRAPHY. Show all posts

Wednesday, October 14, 2026

THE WIND WILL CARRY US

 

Films seen on Monday 12 October 2026

 

1. THE WIND WILL CARRY US (1999, Abbas Kiarostami, Iran, 118min, A+30)

 

ในที่สุดเราก็ได้ดูหนังในตำนานเรื่องนี้ พอดูแล้วก็เลยเพิ่งเข้าใจว่า ที่แท้ ONCE UPON A TIME IN ANATOLIA (2011, Nuri Bilge Ceylan, Turkey, 157min, A+30) น่าจะได้รับแรงบันดาลใจบางส่วนมาจากหนังอิหร่านเรื่องนี้นี่เอง

 

2. THE COACH OF DREAMS เดอะโค้ช รถขนฝัน (2026, Samruay Rakchart, Thailand, 95min, F)

 

++++++++

 

อันนี้เป็นบทกวี THE WIND WILL CARRY US ของ Forough Farrokhzad ที่ปรากฏอยู่ในหนังของ Abbas

 

In my night, so brief, alas
The wind is about to meet the leaves.
My night so brief is filled with devastating anguish
Hark! Do you hear the whisper of the shadows?
This happiness feels foreign to me.
I am accustomed to despair.
Hark! Do you hear the whisper of the shadows?
There, in the night, something is happening
The moon is red and anxious.
And, clinging to this roof
That could collapse at any moment,
The clouds, like a crowd of mourning women,
Await the birth of the rain.
One second, and then nothing.
Behind this window,
The night trembles
And the earth stops spinning.
Behind this window, a stranger
Worries about me and you.
You in your greenery,
Lay your hands – those burning memories –
On my loving hands.
And entrust your lips, replete with life's warmth,
To the touch of my loving lips
The wind will carry us!
The wind will carry us!”

++++

เสนอ IMBURNAL (2008, Sherad Anthony Sanchez, Philippines, 212min) 555555

https://www.imdb.com/title/tt1308122/?ref_=nv_sr_srsg_0_tt_3_nm_5_in_0_q_IMBURNAL

+++

 

27. SCHOOL TRIP: JOINED  A GROUP I’M NOT CLOSE TO (2025, Takehiro Shindo, Hirokazu Fujisawa, Goro Yasumi, Takuya Hasegawa, Japan, queer TV series, 255min, A+30)

 

มีตัวละครพูดคำว่า TADAIMA ราว 2-3 ครั้งในหนัง/ละครเรื่องนี้

+++

 

กิน ก๋วยจั๊บญวนมังสวิรัติ ร้าน Viet Cuisine เพื่อเป็นพลีแด่หนังเรื่อง สายลับก๋วยจั๊บญวน NOODLE AGENT (2026, Thanawat Numcharoen)

 

กินไอติมเพื่อเป็นพลีแด่หนังเรื่อง ICE CREAM MAN (2026, Eli Roth), one of my most favorite films I saw in 2026

+++

เมื่อวานได้ไปเดินห้างอิมพีเรียลเวิลด์ สำโรงเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน ถือเป็นห้างสรรพสินค้าที่เรารู้สึกถูกโฉลกด้วยมาก ๆ

 

ไปเดินครั้งนี้ก็เจอสิ่งที่ประทับใจ ซึ่งก็คืองานออกร้านขายสัตว์เลี้ยงน่ารัก อย่างเช่น งู, เต่า, etc.

 

เห็นเขาขายสัตว์คล้าย ๆ หนูด้วย แต่เราไม่รู้ว่าพวกสัตว์คล้าย ๆ หนูนี้มันมีชื่อเฉพาะว่าอะไร

+++



Saturday, October 10, 2026

Films seen on Thursday 8 October 2026

 

Films seen on Thursday 8 October 2026

 

In my preferential order

 

1. THE ORIGIN OF ULTRAMAN (2026, Yu Nakamura, Kazuki Yoshida, Japan, documentary, 105min, A+30)

 

2. DIGGER (2026, Alejandro G. Iñárritu, USA, 129min, A+30)

 

3. BEWARE BOIÚNA (2026, Mike P. Nelson, USA/Germany, horror, 104min, A+30)

 

4. OTHER MOMMY (2026, Rob Savage, USA/Ireland, horror, 93min, A+30)

+++

 

เมื่อวันพฤหัสบดีเราได้ไปดูหนังที่โรง ONE ULTRASCREEN เป็นครั้งแรก พบว่าเบาะที่นั่งมันเป็นแบบปรับเอนได้ ถึงแม้เราเลือกที่นั่งแบบใกล้ ๆ จอ สรุปว่าประทับใจตัวโรงหนังพอสมควร ใช้บัตร M PASS ดูได้

 

แต่เราไม่ค่อยประทับใจ food court ของห้าง one bangkok ที่อยู่ใกล้ ๆ โรงหนังสักเท่าไหร่ เพราะมันเป็นแบบต้องกดสั่งอาหารผ่านหน้าจอที่อยู่หน้าร้าน แทนที่จะสั่งกับพนักงานโดยตรง แล้วเราต้องการกินข้าวราดแกงโดยที่ตัวข้าวเป็นข้าวกล้อง ซึ่งเรากดไม่เป็น งงมาก แม่ครัวต้องออกมาช่วยกด ปรากฏว่าหน้าจอค้างอีก กว่าจะกด order ได้เสร็จก็ใช้เวลานานมาก สรุปว่าแค่การสั่งอาหารนี่เราก็ต้องวุ่นวายหลายสเต็ปหลายขั้นตอนมาก ๆ แทนที่จะสั่งกับพนักงานแล้วจบไปเลยเหมือน food court ตามห้างทั่ว ๆ ไป

 

แต่เราไม่มีปัญหากับการสั่งอาหารผ่านหน้าจอของแมคโดนัลดส์, Taco Bell กับของโรงหนังเมเจอร์นะ เหมือนหน้าจอสั่งอาหารของ 3 กิจการนี้มันออกแบบมาดี เรากดแล้วไม่งง ในขณะที่บางร้านอาหาร หรือบางตู้ขายสินค้า มันออกแบบหน้าจอ order อาหาร/สินค้าแล้วมันทำออกมางง เราก็เลยแก้ปัญหาด้วยการไม่ซื้อมันไปเลย จบ

+++

 

เมื่อวันพุธเราไปเยี่ยมแม่ที่ซอยลาดพร้าว 101 แล้วเราก็เลยลองจับเวลาดูว่า ถ้าหากเราเดินทางจากสถานีรถไฟฟ้า ซอยลาดพร้าว 101 เพื่อไปดู video installation ที่ซีคอนสแควร์ กับเพื่อไปดูหนังที่ Doc Club มันจะใช้เวลากี่นาที

 

ก็เลยพบว่า การเดินทางจากสถานีลาดพร้าว 101 ไปถึงสถานีสวนหลวงร.9 เพื่อไปซีคอนสแควร์ ใช้เวลาราว 24 นาที

 

ส่วนการเดินทางจากสถานีลาดพร้าว 101 ไปถึงสถานีปุณณวิถี แล้วลงเดินต่อไปจนถึง True Digital Park (เพื่อกินข้าวก่อนดูหนังที่ Doc Club) ใช้เวลาราว 65 นาที แต่ถ้าหากนับเฉพาะการเดินทางจากสถานีสวนหลวงร. 9 ไปจนถึง True Digital Park ก็จะใช้เวลา 41 นาที

 

เราต้องบันทึกเวลาพวกนี้เอาไว้ เผื่อในอนาคตเราเดินทางไปดูหนังที่ DOC CLUB บ่อย ๆ เราจะได้ประเมินได้ว่า เราควรเริ่มออกเดินทางจากจุดไหนตอนกี่โมง

 

Saturday, September 26, 2026

Films seen on Thursday 24 September 2026

 

หนัง 3 เรื่องที่เราชอบจำสลับกัน

 

1. BLACK RAIN ฝนเดือด (1989, Ridley Scott, USA/Japan, 125min)

นำแสดงโดย Michael Douglas + Ken Takakura ฉากหลังเป็น Osaka

 

2. BLACK RAIN (1989, Shohei Imamura, Japan, 123min, A+30)

 

3. BLACK LIZARD (1968, Kinji Fukasaku, Japan)

สร้างจากนิยายของ Rampo Edogawa และบทละครเวทีของ Yukio Mishima

 

เพราะฉะนั้นถ้าหากมีการฉายหนังเรื่อง “BLACK RAIN (1989) เกี่ยวกับญี่ปุ่น” เราก็ต้องดูให้ดีๆ นะคะว่าเป็นหนังที่กำกับโดยใคร เพราะว่า “หนังเรื่อง BLACK RAIN (1989) เกี่ยวกับญี่ปุ่น” มีสองเรื่อง

+++

 

บันทึกการกินอาหารช่วงเทศกาล BKKIFF 2026 – Thursday 24 September

 

1. กินข้าวราดแกงตอนราว 11.30 น. เป็นไก่ผัดขิง + คะน้าปลาเค็ม

 

2. กินขนมไหว้พระจันทร์รสบลูเบอรี่ โอรีโอ้ชีสเค้ก ของร้าน Bakery Hut and Tea Factory ตอนเที่ยง (ตอนนี้ที่ Food Court ของพารากอน มีร้านขายขนมไหว้พระจันทร์มาออกบูธหลายร้าน เราเลยทดลองซื้อมากิน)

 

แล้วเราก็ออกเดินทางไปดูหนังเรื่อง SILENCED NIGHT (2026, Lawrence Fajardo, Philippines, A+30) ที่พารากอน รอบ 13.30 น.

 

3. กินข้าวไข่ข้นไก่ทอด ซอสไห่หนาน กับ ปวยเล้งผัดกระเทียม ที่ร้าน SLIM PIG X FATT CHICKEN ที่พารากอนชั้น 4 ตอนราว 18.45 น.

 

4. ดื่มกาแฟ Americano สองแก้ว ของร้าน Dots Coffee ที่พารากอน ชั้น 6 ก่อนดู ROSEBUSH PRUNING (2026, Karim Aïnouz, Germany/Italy/Spain, A+25) รอบ 18.50 น.

+++

 

26. BLACK RAIN (1989, Shohei Imamura, Japan, 123min, A+30)

 

มีตัวละครพูดคำว่า TADAIMA ราว 4 ครั้งในหนังเรื่องนี้

+++

 

Films seen on Thursday 24 September 2026

 

In my preferential order

 

1. BLACK RAIN (1989, Shohei Imamura, Japan, 123min, A+30)

 

2. CONGO BOY (2026, Rafiki Fariala, Central African Republic/France/Democratic Republic of Congo, 95min, A+30)

 

3. SILENCED NIGHT (2026, Lawrence Fajardo, Philippines/Taiwan/France, 112min, A+30)

 

4. ROSEBUSH PRUNING (2026, Karim Aïnouz, Germany/Italy/Spain, 97min, A+25)

 

หนังเรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก FISTS IN THE POCKET (1965, Marco Bellocchio, Italy, A+30) แต่เราเดาว่าหนังเรื่องนี้น่าจะได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนังหลาย ๆ เรื่องของ Alain Guiraudie ด้วย เพราะมันมีเซ็กส์วิปริต, ฉากเปิดก็ทำให้นึกถึง STRANGER BY THE LAKE (2013, Alain Guiraudie, France, A+30) และหมาป่าในหนังก็ทำให้นึกถึง STAYING VERTICAL (2016, Alain Guiraudie, France, A+30)

 

เราเดาว่า ROSEBUSH PRUNING นี่อาจจะเป็นการล้อเลียนพวก “ละครน้ำเน่า” อย่าง DALLAS (1978-1991) กับ DYNASTY (1981-1999) ด้วยนะ

 

ROSEBUSH PRUNING มีให้ดูใน MUBI นะ แต่เราก็ตัดสินใจดูหนังเรื่องนี้ในโรงไปเลยในวันพฤหัสบดี เพราะเราอยากดู BLACK RAIN + CONGO BOY แล้วรอบฉาย ROSEBUSH PRUNING มันดันคั่นกลางอยู่ระหว่างหนังสองเรื่องนั้น เราก็เลยหนีไปไหนไม่ได้ 55555

++++

 

MY BKKIFF 2026 14-24 SEPTEMBER

 

เราเพิ่งได้ดูหนังใน BKKIFF 2026 ไปเพียงแค่ 40 เรื่องเท่านั้น อันนี้เป็นอันดับความชอบหนังที่เราได้ดูใน BKKIFF ในวันที่ 14-24 ก.ย. 2026

 

In my preferential order

 

1. THE MUTATION (2025, Shin Su-won, South Korea, 107min, A+30)

 

2. PROFOUND DESIRES OF THE GODS (1968, Shohei Imamura, Japan, 178min, A+30)

 

3. THE BALLAD OF NARAYAMA (1983, Shohei Imamura, Japan, 130min, A+30)

 

4. THE BOVINE COMEDY (2026, Ratchapoom Boonbunchachoke, 24min, A+30)

 

5. DR. AKAGI (1998, Shohei Imamura, Japan, 128min, A+30)

 

6. ATLANTIC RHAPSODY (2026, Zhong Kaifeng, China, 102min, A+30)

 

7. BLAISE (2026, Jean-Paul Guigue, Dimitri Planchon, France, animation, 83min, A+30)

 

8. FLIM FLAM (2026, Siegfried A. Fruhauf, Austria, 15 min, A+30)

 

9. BLACK RAIN (1989, Shohei Imamura, Japan, 123min, A+30)

 

10. THEIR EYES (2025, Nicolas Gourault, France, about Venezuela, Kenya, Philippines, documentary, 23 min, A+30)

 

11. QUEEN AT SEA (2026, Lance Hammer, UK/USA, 121min, A+30)

 

12. TIN CASTLE (2026, Alexander Murphy, Ireland/France, documentary, 95min, A+30)

 

13. FOREVER...FOREVER (2026, Johann Lurf, Austria/France, 21 min, A+30)

 

14. THE SEOUL GUARDIANS (2026, Cho Chul-young, Kim Jong-woo, Kim Shin-wan, South Korea, documentary, 70min, A+30)

 

15. ผีพัฒนา (IN SUM) (2026, Komtouch Napattaloong, Thailand, 17min, A+30)

 

16. WE’RE NOTHING AT ALL (2026, Herman Yau, Hong Kong, queer film, 128min, A+30)

 

17. MOTHERS ARE MOTHERING (2025, Khozy Rizal + Lam Li Shuen, Indonesia/Singapore, 17min, A+30)

 

18. PELELIU: GUERNICA OF PARADISE (2025, Goro Kuji, Japan, animation, 106min, A+30)

 

19. WOLFRAM (2025, Warwick Thornton, Australia, 105min, A+30)

 

20. YELLOW LETTERS (2026, Ilker Çatak, Germany/France/Turkey, 127min, A+30)

 

21. CONGO BOY (2026, Rafiki Fariala, Central African Republic/France/Democratic Republic of Congo, 95min, A+30)

 

22. CONSTELLATION (2026, Takashi Makino, Japan, 21 min, A+30)

 

23. L’MINA (2025, Randa Maroufi, Morocco/France/Italy/Qatar, 26 min, A+30)

 

24. DUA (2026, Blerta Basholli, Kosovo/France/Switzerland, 100min, A+30)

 

25. HOME STORIES (2026, Eva Trobisch, Germany, 116min, A+30)

 

26. FOREVER YOUR MATERNAL ANIMAL (2026, Valentina Maurel, Costa Rica/Belgium/France/Mexico, 100min, A+30)

 

27. I SEE BUILDINGS FALL LIKE LIGHTNING (2026, Clio Barnard, UK/USA/France, 109min, A+30)

 

28. HOLY CROWD (2025, Reza Fahriyansyah + Ananth Subramaniam, Indonesia/Malaysia, 16min, A+30)

 

29. DEATH OF MY KIND (2026, Pasuth Sa-ingthong, Thailand, 10 min, A+30)

 

30. NINA ROZA (2026, Geneviève Dulude-De Celles, Belgium/Canada/Italy/Bulgaria, 103min, A+30)

 

31. SLEEP NO MORE (2026, Edwin, Indonesia/Singapore/Japan, 96min, A+30)

 

32. DEEP QUIET ROOM (2025, Shen Ko-shang, Taiwan/Italy, 107min, A+30)

 

33. SILENCED NIGHT (2026, Lawrence Fajardo, Philippines/Taiwan/France, 112min, A+30)

 

34. YOU DREAMT YOU SAW YOURSELF BUT COULDN’T SEE YOUR FACE (2026, Shireen Seno, Philippines, second viewing, 7min, A+30)

 

35. ANNISA (2025, Reza Rahadian + Sam Manacsa, Indonesia/Philippines, 14min, A+30)

 

36. NINO IN PARADISE (2025, Laurent Micheli, Belgium/France, 117min, A+25)

 

37. I BLEW OUT THE CANDLES BEFORE MAKING A WISH (2026, Koi Wang Chao, Chin Yen Hu, Taiwan, about Macao, 116min, A+25)

38. ROSEBUSH PRUNING (2026, Karim Aïnouz, Germany/Italy/Spain, 97min, A+25)

 

39. A LIGHT IN THE HARBOR (2025, Michihito Fujii, Japan, 118min, A+5)

 

40. UNTIL SHE REMEMBERS (2026, Brillante Mendoza, Philippines, lesbian film, B )

+++

 

ช่วงบทเรียนชีวิตของนางสาวจิตร โพธิ์แก้ว

 

ต่อจากที่เราได้โพสท์ไปแล้วก่อนหน้านี้ คือในวันศุกร์ที่ 25 ก.ย. เราเดินทางออกไปดูหนังโรง 4 เรื่องในเทศกาล BKKIFF ที่พารากอน เราเดินทางออกจากที่พักตอนราว ๆ 13.00 น. ตอนนั้นฝนหยุดตกชั่วคราว เราก็เลยนั่งมอไซค์ไปพารากอนได้สบาย ๆ ไม่เจอฝน

 

เราดูหนัง 4 เรื่องอย่างมีความสุข พอดูจบก็ขึ้นรถไฟฟ้าจากพารากอนมาลงสถานีพญาไท ตอนนั้นเป็นเวลา 23.40 น. ปรากฏว่าฝนตกหนักมาก เรามีทั้งร่มและเสื้อกันฝน แต่เราก็ไม่อยากฝ่าฝนตกหนักเดินเข้าซอยเป็นระยะทางราว ๆ 500 เมตร เราก็เลยตัดสินใจยืนรอฝนซาในสถานี BTS ไปเรื่อย ๆ

 

เราเลือกยืนตรงแถวตู้ขายตุ๊กตา เพราะตรงนั้นไฟมันสว่างที่สุด เราวัดค่าความสว่างได้ 641 ตรงตู้นั้น แล้วอยู่ดี ๆ ก็มีนักท่องเที่ยวต่างชาติหนุ่มหล่อกลุ่มนึงมายืนงง ๆ แถวนั้นด้วย เราก็เลยทำเป็นยืนเล่นมือถือไปเรื่อย ๆ เผื่อได้โอกาสขายตัวให้นักท่องเที่ยว

 

พอเรายืนรอไปได้ราว 10 นาที นักท่องเที่ยวหนุ่มหล่อกลุ่มนั้นก็เดินลงจากสถานีไป เราเห็นฝนยังไม่มีทีท่าว่าจะซา แล้วเราก็คงขายตัวไม่สำเร็จ เราก็เลยตัดสินใจสวมเสื้อกันฝน กางร่ม เดินลงจากสถานี BTS ฝ่าฝนตกหนัก ตะลุยเข้าซอย

 

ปรากฏว่าในซอยน้ำท่วมหนักมาก น่าจะเป็นหนึ่งในครั้งที่หนักที่สุดในรอบ 31 ปี หรือนับตั้งแต่เราอยู่ซอยนี้ในปี 1995 เป็นต้นมา เราก็ไม่ทันคิดอะไร เดินลุยน้ำท่วมเข้าซอยไปเรื่อย ๆ จนถึงที่พัก น้ำท่วมขึ้นมาจนถึงระดับราวครึ่งแข้งในบางจุดของซอย มีขยะลอยเกลื่อนในน้ำท่วม

 

เราไม่ได้ถ่ายรูปหรือคลิปใด ๆ ขณะที่เดินเข้าซอยนะ เพราะว่าฝนตกหนักมาก เราไม่อยากให้โทรศัพท์มือถือเปียก

 

ก่อนหน้านี้เราได้ยินเพื่อน ๆ บางคนบ่นว่า วันนี้เรียก grab ไม่ได้เลย เราก็เลยคิดว่า การที่เราตัดสินใจเดินลุยน้ำท่วมเข้าซอย น่าจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว

 

พอเราเดินลุยน้ำท่วมจนถึงอพาร์ทเมนท์แล้ว เราก็เพิ่งคิดขึ้นมาได้ว่า เอ๊ะ กูลุยน้ำท่วมเข้ามาทำไมกันนะ ทำไมกูไม่ลองเดินลงจากสถานีรถไฟฟ้า แล้วหาโรงแรมหรือ hostel เข้าพักแถวนั้น จะได้ไม่ต้องเดินลุยน้ำท่วมเข้าซอย

 

เราลอง search ดูแล้ว แถวสถานีรถไฟฟ้าพญาไท ก็เหมือนมีโรงแรมและ hostel หลายแห่งที่ราคาไม่แพง และห้องพักก็ว่าง เพราะช่วงนี้ไม่น่าจะเป็น high season เราว่าน่าจะมีบางโรงแรม/hostel ที่ว่างและรองรับแขกที่ walk in เข้าพักได้

 

อย่างโรงแรมฟลอริดาตรงสถานีรถไฟฟ้าพญาไท ก็มีห้องพักว่าง และราคาไม่แพงด้วย

 

แต่เราก็คิดว่า สาเหตุที่เราตัดสินใจผิดพลาด เดินลุยน้ำท่วมเข้าซอยในวันนี้ เพราะว่าซอยเราน้ำแทบไม่เคยท่วมมาก่อน เราก็เลยเดินโง่ ๆ ตะลุยน้ำท่วมเข้าซอยไปเรื่อย ๆ

 

แต่เรากะว่า ถ้าหากวันหลังเราเจอฝนตกหนักมากแบบนี้อีก เราก็คงจะใช้วิธีเดินลงจากสถานีรถไฟฟ้า แล้วหาโรงแรมหรือ hostel เข้าพักไปเลย ไม่เดินลุยน้ำท่วมเข้าซอยอีกแล้ว

 

มีเพื่อนคนไหนเคยใช้วิธีแบบนี้บ้างคะ

 

 

Friday, September 25, 2026

Films seen on Wednesday 23 September 2026

 

บันทึกการกินอาหารช่วงเทศกาล BKKIFF 2026 – 21-23 SEPTEMBER

 

1. พอเราเห็นว่าที่พารากอนตั๋วมันไม่เต็ม ไม่ sold out ในช่วงวันที่ 17-20 ก.ย. เราไม่จำเป็นต้องตาลีตาเหลือกไปรับตั๋วในเวลา 90 นาทีก่อนหนังฉาย เราก็เลยหันมากินข้าวเช้าที่อพาร์ทเมนท์ กินข้าวราดแกงทุกเช้า เพราะมันใช้สิทธิไทยช่วยไทยพลัสได้ 55555

 

พอเรากินข้าวเช้า+ข้าวกลางวันที่อพาร์ทเมนท์ตอนราว ๆ 11.30-12.00 น. แล้วเราก็ค่อยอาบน้ำแต่งตัว ออกเดินทางไปรับตั๋วที่พารากอนก่อนหนังเริ่มฉายตอน 13.30 น.

 

2.วันจันทร์ที่ 21 ก.ย.เรากิน

 

2.1 ปลากระเทียม + แตงกวาผัดไข่ ตอนราว ๆ เที่ยงวัน แล้วค่อยออกไปดู ATLANTIC RHAPSODY ที่พารากอนรอบ 13.30

 

2.2 กินข้าวมันไก่ร้าน Fatt Chicken Rice ชั้น 4 พารากอน ตอนราวๆ 18.00 น. เสร็จแล้วก็ดู NINO IN PARADISE รอบ 18.30 น.

 

 

2.3 กิน Shio Pan จากร้าน Turtle ก่อนดู DAAYRA ที่เทอร์มินัล อโศก รอบ 22.00 น.

 

3. วันอังคารที่ 22 ก.ย. เรากิน

 

3.1 ไก่ผัดพริกไทยดำ + ผักบุ้งปลาเค็ม ตอนราว ๆ เที่ยงวัน แล้วก็ออกเดินทางไปดู A LIGHT IN THE HARBOR ที่พารากอน รอบ 13.30 น.

 

3.2 กินอาหารเบเกอรี่ที่ Starbucks ชั้น 5 พารากอน เพื่อประทังชีวิต ในเวลาราว 18.55 น. ก่อนเข้าไปดู WOLFRAM รอบ 19.00 น. (หนังฉายจริงตอน 19.20 น.)

 

4. วันพุธที่ 23 ก.ย. เรากิน

 

4.1 หมูเปรี้ยวหวาน + หน่อไม้ผัดไข่ ตอนราว ๆ 11.30 น. แล้วก็ออกเดินทางไปดู WE’RE NOTHING AT ALL ที่พารากอน รอบ 13.30 น.

 

4.2 กิน Spicy Italian ของร้าน Subway ที่ food court ของพารากอน ตอน 18.45 น. แล้วตามด้วยโยเกิร์ต + กาแฟ ที่ Starbucks ชั้น 5 ของพารากอน ตอน 19.00 น. ก่อนเข้าไปดู DUA รอบ 19.10 น.

 

4.3 กินขนมปังกาแฟ + น้ำส้มวาเลนเซีย ร้าน S&P ตอน 21.35 น. ก่อนเข้าไปดู THE BALLAD OF NARAYAMA รอบ 21.25 น. (หนังฉายจริงตอน 21.45 น.)

 

+++

 

Films seen on Wednesday 23 September 2026

 

In my preferential order

 

1. THE BALLAD OF NARAYAMA (1983, Shohei Imamura, Japan, 130min, A+30)

 

2. WE’RE NOTHING AT ALL (2026, Herman Yau, Hong Kong, queer film, 128min, A+30)

 

3. DUA (2026, Blerta Basholli, Kosovo/France/Switzerland, 100min, A+30)

 

4. DEEP QUIET ROOM (2025, Shen Ko-shang, Taiwan/Italy, 107min, A+30)

++++

MY BKKIFF 2026 14-23 SEPTEMBER

 

เราเพิ่งได้ดูหนังใน BKKIFF 2026 ไปเพียงแค่ 36 เรื่องเท่านั้น อันนี้เป็นอันดับความชอบหนังที่เราได้ดูใน BKKIFF ในวันที่ 14-23 ก.ย. 2026

 

In my preferential order

 

1. THE MUTATION (2025, Shin Su-won, South Korea, 107min, A+30)

 

2. PROFOUND DESIRES OF THE GODS (1968, Shohei Imamura, Japan, 178min, A+30)

 

3. THE BALLAD OF NARAYAMA (1983, Shohei Imamura, Japan, 130min, A+30)

 

4. THE BOVINE COMEDY (2026, Ratchapoom Boonbunchachoke, 24min, A+30)

 

5. DR. AKAGI (1998, Shohei Imamura, Japan, 128min, A+30)

 

6. ATLANTIC RHAPSODY (2026, Zhong Kaifeng, China, 102min, A+30)

 

7. BLAISE (2026, Jean-Paul Guigue, Dimitri Planchon, France, animation, 83min, A+30)

 

8. FLIM FLAM (2026, Siegfried A. Fruhauf, Austria, 15 min, A+30)

 

9. THEIR EYES (2025, Nicolas Gourault, France, about Venezuela, Kenya, Philippines, documentary, 23 min, A+30)

 

10. QUEEN AT SEA (2026, Lance Hammer, UK/USA, 121min, A+30)

 

11. TIN CASTLE (2026, Alexander Murphy, Ireland/France, documentary, 95min, A+30)

 

12. FOREVER...FOREVER (2026, Johann Lurf, Austria/France, 21 min, A+30)

 

13. THE SEOUL GUARDIANS (2026, Cho Chul-young, Kim Jong-woo, Kim Shin-wan, South Korea, documentary, 70min, A+30)

 

14. ผีพัฒนา (IN SUM) (2026, Komtouch Napattaloong, Thailand, 17min, A+30)

 

15. WE’RE NOTHING AT ALL (2026, Herman Yau, Hong Kong, queer film, 128min, A+30)

 

16. MOTHERS ARE MOTHERING (2025, Khozy Rizal + Lam Li Shuen, Indonesia/Singapore, 17min, A+30)

 

17. PELELIU: GUERNICA OF PARADISE (2025, Goro Kuji, Japan, animation, 106min, A+30)

 

18. WOLFRAM (2025, Warwick Thornton, Australia, 105min, A+30)

 

19. YELLOW LETTERS (2026, Ilker Çatak, Germany/France/Turkey, 127min, A+30)

 

20. CONSTELLATION (2026, Takashi Makino, Japan, 21 min, A+30)

 

21. L’MINA (2025, Randa Maroufi, Morocco/France/Italy/Qatar, 26 min, A+30)

 

22. DUA (2026, Blerta Basholli, Kosovo/France/Switzerland, 100min, A+30)

 

23. HOME STORIES (2026, Eva Trobisch, Germany, 116min, A+30)

 

24. FOREVER YOUR MATERNAL ANIMAL (2026, Valentina Maurel, Costa Rica/Belgium/France/Mexico, 100min, A+30)

 

25. I SEE BUILDINGS FALL LIKE LIGHTNING (2026, Clio Barnard, UK/USA/France, 109min, A+30)

 

26. HOLY CROWD (2025, Reza Fahriyansyah + Ananth Subramaniam, Indonesia/Malaysia, 16min, A+30)

 

27. DEATH OF MY KIND (2026, Pasuth Sa-ingthong, Thailand, 10 min, A+30)

 

28. NINA ROZA (2026, Geneviève Dulude-De Celles, Belgium/Canada/Italy/Bulgaria, 103min, A+30)

 

29. SLEEP NO MORE (2026, Edwin, Indonesia/Singapore/Japan, 96min, A+30)

 

30. DEEP QUIET ROOM (2025, Shen Ko-shang, Taiwan/Italy, 107min, A+30)

 

31. YOU DREAMT YOU SAW YOURSELF BUT COULDN’T SEE YOUR FACE (2026, Shireen Seno, Philippines, second viewing, 7min, A+30)

 

32. ANNISA (2025, Reza Rahadian + Sam Manacsa, Indonesia/Philippines, 14min, A+30)

 

33. NINO IN PARADISE (2025, Laurent Micheli, Belgium/France, 117min, A+25)

 

34. I BLEW OUT THE CANDLES BEFORE MAKING A WISH (2026, Koi Wang Chao, Chin Yen Hu, Taiwan, about Macao, 116min, A+25)

 

35. A LIGHT IN THE HARBOR (2025, Michihito Fujii, Japan, 118min, A+5)

 

36. UNTIL SHE REMEMBERS (2026, Brillante Mendoza, Philippines, lesbian film, B )

 

อยากฉาย WE'RE NOTHING AT ALL ควบกับ L'ARGENT (1983, Robert Bresson) มาก ๆ

 

คิดว่าเนื้อหาของ WE'RE NOTHING AT ALL เหมาะจะให้ Scud หรือ Gregg Araki หรือ Anucha Boonyawatana เอามาทำเป็นหนังเกย์โรแมนติก feel bad มาก ๆ แต่พอมันมาอยู่ในมือของ Herman Yau มันก็เลยกลายเป็นหนังสืบสวนสอบสวนตำรวจ + procedural film เกี่ยวกับการทำงานของตำรวจ เราก็เลยชอบที่มันเอาเนื้อหาแบบหนังเกย์โรแมนติกมาทำเป็นหนังแนวนี้ก็ได้ด้วย

 

Thursday, September 24, 2026

EATING DISORDER ON SUNDAY 20 SEP

 

กราบขอบพระคุณ House Samyan ที่ยังคงมีรอบฉายของ 9 TEMPLES TO HEAVEN, SONGSAKARN, REGRETFULLY AT DAWN ในวันที่ 28-30 ก.ย. เราค่อยดูหนังไทยเหล่านี้หลัง BKKIFF จบแล้วกันนะคะ (REGRETFULLY AT DAWN ดูไปแล้วรอบนึง แต่หลับไปราว 5 นาทีตอนกลางเรื่อง ก็เลยทำให้อยากดูรอบสอง 55555)

 

ตอนแรกเรากะว่าจะดูหนังเหล่านี้ในรอบราว 10.00 น.ของ HOUSE ก่อนวิ่งไปดูหนังในเทศกาล BKKIFF 4 เรื่องที่ Paragon ในแต่ละวัน แต่พอเรามีอาการคล้าย ๆ โรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนกำเริบตามที่เราได้โพสท์ไปแล้วก่อนหน้านี้ เราก็เลยต้องเปลี่ยนแผนใหม่หมด เราต้องล้มเลิกแผนการดูหนังในโรงภาพยนตร์ 5 เรื่องต่อวัน คิดว่าดูหนังแค่ 4 เรื่องต่อวันก็น่าจะมากพอสำหรับช่วงที่เรามีอาการคล้ายหมอนรองกระดูกเคลื่อน

+++

 

Films seen on Tuesday 22 September 2026

 

In my preferential order

 

1. PROFOUND DESIRES OF THE GODS (1968, Shohei Imamura, Japan, 178min, A+30)

 

2. WOLFRAM (2025, Warwick Thornton, Australia, 105min, A+30)

 

เครดิตท้ายหนังเรื่องนี้มีขอบคุณ Rachel Perkins ด้วย เราก็เลยดีใจมาก ๆ เพราะเราชอบหนังเรื่อง RADIANCE (1998, Rachel Perkins, Australia, A+30) อย่างสุดขีด แต่เหมือนเราแทบไม่เคยได้ยินชื่อของเธออีกเลยในช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมา

 

3. YELLOW LETTERS (2026, Ilker Çatak, Germany/France/Turkey, 127min, A+30)

 

นึกว่า Ilker Çatak คือคู่แข่งคนสำคัญของ Asghar Farhadi

 

4. A LIGHT IN THE HARBOR (2025, Michihito Fujii, Japan, 118min, A+5)

ตอนที่เราดู เราลุ้นมาก ๆ ให้หนังเรื่องนี้เป็นหนังรักต่างวัย พระเอกสองคนจูบกันและได้กัน คือถ้าตัวละครพระเอกสองคนเอากันเอง หนังเรื่องนี้จะได้ A+30

 

ไม่ชอบเนื้อเรื่องของหนังเรื่องนี้ แต่ชอบสไตล์ภาพของหนังเรื่องนี้ที่เหมือนหนัง/ละครโทรทัศน์ญี่ปุ่นยุคทศวรรษ 1970 มาก ๆ

++++

MY BKKIFF 2026 14-22 SEPTEMBER

 

เราเพิ่งได้ดูหนังใน BKKIFF 2026 ไปเพียงแค่ 32 เรื่องเท่านั้น อันนี้เป็นอันดับความชอบหนังที่เราได้ดูใน BKKIFF ในวันที่ 14-22 ก.ย. 2026

 

In my preferential order

 

1. THE MUTATION (2025, Shin Su-won, South Korea, 107min, A+30)

 

2. PROFOUND DESIRES OF THE GODS (1968, Shohei Imamura, Japan, 178min, A+30)

 

3. THE BOVINE COMEDY (2026, Ratchapoom Boonbunchachoke, 24min, A+30)

 

4. DR. AKAGI (1998, Shohei Imamura, Japan, 128min, A+30)

 

5. ATLANTIC RHAPSODY (2026, Zhong Kaifeng, China, 102min, A+30)

 

6. BLAISE (2026, Jean-Paul Guigue, Dimitri Planchon, France, animation, 83min, A+30)

 

7. FLIM FLAM (2026, Siegfried A. Fruhauf, Austria, 15 min, A+30)

 

8. THEIR EYES (2025, Nicolas Gourault, France, about Venezuela, Kenya, Philippines, documentary, 23 min, A+30)

 

9. QUEEN AT SEA (2026, Lance Hammer, UK/USA, 121min, A+30)

 

10. TIN CASTLE (2026, Alexander Murphy, Ireland/France, documentary, 95min, A+30)

 

11. FOREVER...FOREVER (2026, Johann Lurf, Austria/France, 21 min, A+30)

 

12. THE SEOUL GUARDIANS (2026, Cho Chul-young, Kim Jong-woo, Kim Shin-wan, South Korea, documentary, 70min, A+30)

 

13. ผีพัฒนา (IN SUM) (2026, Komtouch Napattaloong, Thailand, 17min, A+30)

 

14. MOTHERS ARE MOTHERING (2025, Khozy Rizal + Lam Li Shuen, Indonesia/Singapore, 17min, A+30)

 

15. PELELIU: GUERNICA OF PARADISE (2025, Goro Kuji, Japan, animation, 106min, A+30)

 

16. WOLFRAM (2025, Warwick Thornton, Australia, 105min, A+30)

 

17. YELLOW LETTERS (2026, Ilker Çatak, Germany/France/Turkey, 127min, A+30)

 

18. CONSTELLATION (2026, Takashi Makino, Japan, 21 min, A+30)

 

19. L’MINA (2025, Randa Maroufi, Morocco/France/Italy/Qatar, 26 min, A+30)

 

20. HOME STORIES (2026, Eva Trobisch, Germany, 116min, A+30)

 

21. FOREVER YOUR MATERNAL ANIMAL (2026, Valentina Maurel, Costa Rica/Belgium/France/Mexico, 100min, A+30)

 

22. I SEE BUILDINGS FALL LIKE LIGHTNING (2026, Clio Barnard, UK/USA/France, 109min, A+30)

 

23. HOLY CROWD (2025, Reza Fahriyansyah + Ananth Subramaniam, Indonesia/Malaysia, 16min, A+30)

 

24. DEATH OF MY KIND (2026, Pasuth Sa-ingthong, Thailand, 10 min, A+30)

 

25. NINA ROZA (2026, Geneviève Dulude-De Celles, Belgium/Canada/Italy/Bulgaria, 103min, A+30)

 

26. SLEEP NO MORE (2026, Edwin, Indonesia/Singapore/Japan, 96min, A+30)

 

27. YOU DREAMT YOU SAW YOURSELF BUT COULDN’T SEE YOUR FACE (2026, Shireen Seno, Philippines, second viewing, 7min, A+30)

 

28. ANNISA (2025, Reza Rahadian + Sam Manacsa, Indonesia/Philippines, 14min, A+30)

 

29. NINO IN PARADISE (2025, Laurent Micheli, Belgium/France, 117min, A+25)

 

30. I BLEW OUT THE CANDLES BEFORE MAKING A WISH (2026, Koi Wang Chao, Chin Yen Hu, Taiwan, about Macao, 116min, A+25)

 

31. A LIGHT IN THE HARBOR (2025, Michihito Fujii, Japan, 118min, A+5)

 

32. UNTIL SHE REMEMBERS (2026, Brillante Mendoza, Philippines, lesbian film, B )

+++

 

บันทึกการกินอาหารช่วงเทศกาล BKKIFF 2026 – SUNDAY 20 SEPTEMBER

 

วันนั้นน่าจะถือเป็นวันที่สาหัสที่สุดของเทศกาล 55555

 

วันนั้นเราได้กิน

 

1. SNICKERS ก่อนดู DR. AKAGI รอบ 13.00 น.

 

คือพอวันที่ 20 ก.ย.มีฝนตกช่วงเที่ยง เราก็เลยนั่งมอไซค์มาพารากอนไม่ได้ เราก็เลยต้องเดินกะเผลก ๆ (เพราะเรามีอาการคล้ายหมอนรองกระดูกเคลื่อน) ฝ่าฝนออกจากซอย เพื่อมาขึ้นรถไฟฟ้า มาที่พารากอน ซึ่งเป็นการเดินทางที่ใช้เวลานานเกินคาด เพราะฉะนั้นเราก็เลยไม่มีเวลากินข้าวเช้า+ข้าวกลางวันตามแผนเดิมที่วางไว้ เราก็เลยมีเวลากินแค่ Snickers เท่านั้น

 

แต่ Snickers แท่งเดียวมันก็อยู่ท้องนะ เรามักจะกิน Snickers เป็นประจำเวลาที่ไม่ได้กินข้าวเช้า + ข้าวกลางวัน แต่ต้องรีบเข้าโรงหนังเพื่อไปดูหนังเรื่องแรกของวัน

 

2. ไส้กรอกของพารากอน ซีเนเพล็กซ์ + น้ำส้ม 1 ขวด ตอนราว 15.30 น.

 

พอเราดู DR. AKAGI เสร็จตอน 15.28 น. เราก็กะว่าจะได้กินอาหารมื้อแรกของวันเสียที ปรากฏว่าไม่ได้กินค่ะ เพราะว่าคนในชั้น 6 และชั้น 5 ของพารากอนมันแน่นมาก ๆ ในวันนั้น ไม่รู้ว่ามันมีงานอีเวนท์อะไร แต่ผู้คนล้านแปดมาก ๆ คือเราจะลงลิฟท์ก็ไม่ได้ เพราะมีคนต่อคิวหน้าลิฟท์ชั้น 6 เป็นจำนวนเยอะมาก แล้วคนที่ชั้น 5 ของพารากอนก็แน่นขนัดมาก ๆ เราประเมินสถานการณ์ดูแล้วก็พบว่า เราไม่สามารถฝ่าคลื่นมวลมหาประชาชนเพื่อไปกินอาหารมื้อแรกของวัน แล้วกลับมาทันดู NEXT STEP STUDIO INDONESIA รอบ 15.50 น.ทันอย่างแน่นอน

 

เราก็เลยต้องสั่งอาหารของพารากอน ซีเนเพล็กซ์มากิน ก็เลยสั่งไส้กรอกมา 2 ถ้วย บวกกับน้ำส้ม 1 ขวด แล้วเราก็เข้าไปดู NEXT STEP STUDIO INDONESIA รอบ 15.50 น.ที่พารากอน

 

3. พิซซ่า ที่ร้าน PIZZA MARU ใน CENTRAL WORLD ตอนราว 18.00 น.

 

คือถ้าหากเราไม่นับ Snickers และ “ไส้กรอก 2 ถ้วย” ว่าเป็นอาหารมื้อแรกของวัน เราก็ได้กินอาหารมื้อแรกของวันจริง ๆ ตอนราว ๆ 18.00 น.ที่ร้าน PIZZA MARU ของ Central World

 

คือพอเราดู NEXT STEP STUDIO INDONESIA ที่พารากอนเสร็จ เราก็มารับตั๋วดูหนังเรื่อง I BLEW OUT THE CANDLES BEFORE MAKING A WISH ที่ Central World ตามที่เราได้ pre register ไว้

 

และพอเรามาต่อคิวรับตั๋วที่ Central World เราก็พบว่าเขากำลังแจกตั๋วฟรีหนังเรื่อง MINOTAUR ให้กับคนที่มา walk in อยู่ ซึ่งเราก็อยากดู MINOTAUR มาก ๆ และเราก็อยู่ในจุดที่สามารถรับตั๋วฟรีนั้นเพื่อดู MINOTAUR รอบ 18.00 น.ได้

 

แต่คือวันนั้นกูยังไม่ได้กินอาหารจริง ๆ เลยค่ะ คือกูได้กินแค่ Snickers กับไส้กรอก 2 ถ้วยเท่านั้นตั้งแต่ตื่นนอนเป็นต้นมา เพราะฉะนั้นถ้าหากกูเข้าไปดู MINOTAUR รอบ 18.00 น. กูก็จะต้องท้องว่างต่อไปอีกราว 2 ชั่วโมง

 

เราก็เลยตัดสินใจไม่รับตั๋วฟรี MINOTAUR สำหรับคน walk in เราเอาแค่ตั๋ว I BLEW OUT THE CANDLES BEFORE MAKING A WISH เรื่องเดียวพอ กูจะได้มีเวลากินอาหารจริง ๆ เสียที

 

พอเรารับตั๋วหนังเสร็จ เราก็เลยมานั่งกินอาหารมื้อแรกของวันที่ร้าน Pizza Maru ในตอนราว 18.00 น.

 

4. น้ำปั่นร้าน Oakberry ที่ Central World ตอนราว 19.00 น.

 

พอเรากินพิซซ่าที่ร้าน Pizza Maru เสร็จแล้ว เราก็ไปดื่มกาแฟ Starbucks ใน Central World แล้วเราก็วางแผนว่าจะเรียก Grab เพื่อเดินทางไปดูงาน video installations 3 ชิ้นในนิทรรศการ MOORING ที่ Bangkok Kunsthalle เรารู้ว่า Bangkok Kunsthalle มันปิดตอน 20.00 น. เพราะฉะนั้นพอเราดูงานวิดีโอเสร็จตอน 20.00 น. เราก็น่าจะมีเวลานั่ง Grab กลับมาดูหนังเรื่อง I BLEW OUT THE CANDLES รอบ 20.35 น.ทันที่ Central World

 

แต่พอเรานั่ง Grab ออกจาก Central World ในเวลาราว 18.45 น. เราก็พบว่า ฝนมันยังตกปรอย ๆ อยู่ แล้วเราเป็นคนที่เป็นหวัดง่ายมาก ๆ และเราก็ไม่อยากป่วยช่วงเทศกาลหนังด้วย เราก็เลยบอก Grab ให้หยุดรถ แล้วเราก็เดินกลับมานั่งพักที่ Central World เพื่อรอดูหนังรอบ 20.35 น.

 

ตอนนั้นเป็นเวลาราว 18.45 น. เรามีเวลาว่างเยอะมาก เราก็เลยอยากหาร้านที่ขายเครื่องดื่มเย็น ๆ แล้วมีที่นั่งให้เรานั่งได้นานราว 90 นาทีจนถึง 20.30 น. เราก็เลยเลือกร้าน Oakberry ใน Central World (เพราะเรากินกาแฟสตาร์บัคส์ไปแล้วด้วย เราก็เลยไม่อยากนั่งสตาร์บัคส์อีกรอบในวันนั้น)

 

ซึ่งน้ำปั่นที่ร้านนี้ก็แพงเวอร์มาก แต่เราก็นั่งจนคุ้ม เราสั่งน้ำปั่นมาแก้วนึงแล้วก็นั่งทำสวย ๆ อยู่ในร้านนี้ราว 90 นาที แล้วค่อยไปดูหนังเรื่อง I BLEW OUT THE CANDLES BEFORE MAKING A WISH รอบ 20.35 น.

 

ก็เลยสรุปว่า วันอาทิตย์ที่ 20 ก.ย.นี่ถือเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำวันนึง เพราะวันนั้นฝนตกหนัก + คนแน่นเต็มพารากอน + ปัจจัยต่าง ๆ เราก็เลยได้กินแค่ Snickers ก่อนบ่ายโมง, กินไส้กรอกสองถ้วยตอนบ่ายสามครึ่ง แล้วก็ได้กินอาหารมื้อแรกของวันจริง ๆ ตอน 18.00 น.

 

ประสบการณ์การดูหนังในเทศกาลภาพยนตร์ก็เป็นแบบนี้แหละ เราชินแล้ว 55555

 

เราแปะรูป “ตู้ขายน้ำดื่มอัตโนมัติ” ไว้ในโพสท์นี้ด้วยนะ เพราะเรามักจะกดซื้อน้ำเปล่าที่ตู้นี้เป็นประจำที่ Central World ตู้นี้มันอยู่หน้าลิฟท์ตรงชั้น 8 (ชั้นขายตั๋วหนัง คือชั้น 7 ส่วนโรงหนัง 3 4 5 6 อยู่ที่ชั้น 9) เราชอบกดซื้อน้ำเปล่าตรงตู้นี้ เพราะมันไม่ต้องเสียเวลาต่อคิว หรือรอพนักงานอะไรใด ๆ

 

 

Monday, September 21, 2026

MY BKKIFF 2026 14-19 SEPTEMBER

 

Denis Côté แมสแล้วในไทย

+++

 

Films seen on Thursday 17 September 2026

 

In my preferential order

 

1. BLAISE (2026, Jean-Paul Guigue, Dimitri Planchon, France, animation, 83min, A+30)

 

2. THEIR EYES (2025, Nicolas Gourault, France, about Venezuela, Kenya, Philippines, documentary, 23 min, A+30)

 

3. ผีพัฒนา (IN SUM) (2026, Komtouch Napattaloong, Thailand, 17min, A+30)

 

4. L’MINA (2025, Randa Maroufi, Morocco/France/Italy/Qatar, 26 min, A+30)

 

5. HOME STORIES (2026, Eva Trobisch, Germany, 116min, A+30)

 

6. I SEE BUILDINGS FALL LIKE LIGHTNING (2026, Clio Barnard, UK/USA/France, 109min, A+30)

 

ส่วน KONTREWERS เราหลับเยอะมาก ก็เลยไม่รวมไว้ในลิสท์นี้

 

Films seen on Friday 18 September 2026

 

In my preferential order

 

1. THE MUTATION (2025, Shin Su-won, South Korea, 107min, A+30)

 

2. QUEEN AT SEA (2026, Lance Hammer, UK/USA, 121min, A+30)

 

3. TIN CASTLE (2026, Alexander Murphy, Ireland/France, documentary, 95min, A+30)

 

4. FOREVER YOUR MATERNAL ANIMAL (2026, Valentina Maurel, Costa Rica/Belgium/France/Mexico, 100min, A+30)

 

Films seen on Saturday 19 September 2026

 

In my preferential order

 

1. FLIM FLAM (2026, Siegfried A. Fruhauf, Austria, 15 min, A+30)

 

2. FOREVER...FOREVER (2026, Johann Lurf, Austria/France, 21 min, A+30)

 

3. THE SEOUL GUARDIANS (2026, Cho Chul-young, Kim Jong-woo, Kim Shin-wan, South Korea, documentary, 70min, A+30)

 

4. CONSTELLATION (2026, Takashi Makino, Japan, 21 min, A+30)

 

5. PELELIU: GUERNICA OF PARADISE (2025, Goro Kuji, Japan, animation, 106min, A+30)

 

6. DEATH OF MY KIND (2026, Pasuth Sa-ingthong, Thailand, 10 min, A+30)

 

7. SLEEP NO MORE (2026, Edwin, Indonesia/Singapore/Japan, 96min, A+30)

 

8. YOU DREAMT YOU SAW YOURSELF BUT COULDN’T SEE YOUR FACE (2026, Shireen Seno, Philippines, second viewing, 7min, A+30)

 

MY BKKIFF 2026 14-19 SEPTEMBER

 

เราเพิ่งได้ดูหนังใน BKKIFF 2026 ไปเพียงแค่ 20 เรื่องเท่านั้น อันนี้เป็นอันดับความชอบหนังที่เราได้ดูใน BKKIFF ในวันที่ 14-19 ก.ย. 2026

 

In my preferential order

 

1. THE MUTATION (2025, Shin Su-won, South Korea, 107min, A+30)

 

2. THE BOVINE COMEDY (2026, Ratchapoom Boonbunchachoke, 24min, A+30)

 

3. BLAISE (2026, Jean-Paul Guigue, Dimitri Planchon, France, animation, 83min, A+30)

 

4. FLIM FLAM (2026, Siegfried A. Fruhauf, Austria, 15 min, A+30)

 

5. THEIR EYES (2025, Nicolas Gourault, France, about Venezuela, Kenya, Philippines, documentary, 23 min, A+30)

 

6. QUEEN AT SEA (2026, Lance Hammer, UK/USA, 121min, A+30)

 

7. TIN CASTLE (2026, Alexander Murphy, Ireland/France, documentary, 95min, A+30)

 

8. FOREVER...FOREVER (2026, Johann Lurf, Austria/France, 21 min, A+30)

 

9. THE SEOUL GUARDIANS (2026, Cho Chul-young, Kim Jong-woo, Kim Shin-wan, South Korea, documentary, 70min, A+30)

 

10. ผีพัฒนา (IN SUM) (2026, Komtouch Napattaloong, Thailand, 17min, A+30)

 

11. CONSTELLATION (2026, Takashi Makino, Japan, 21 min, A+30)

 

12. PELELIU: GUERNICA OF PARADISE (2025, Goro Kuji, Japan, animation, 106min, A+30)

 

13. L’MINA (2025, Randa Maroufi, Morocco/France/Italy/Qatar, 26 min, A+30)

 

14. HOME STORIES (2026, Eva Trobisch, Germany, 116min, A+30)

 

15. FOREVER YOUR MATERNAL ANIMAL (2026, Valentina Maurel, Costa Rica/Belgium/France/Mexico, 100min, A+30)

 

16. I SEE BUILDINGS FALL LIKE LIGHTNING (2026, Clio Barnard, UK/USA/France, 109min, A+30)

 

17. DEATH OF MY KIND (2026, Pasuth Sa-ingthong, Thailand, 10 min, A+30)

 

18. SLEEP NO MORE (2026, Edwin, Indonesia/Singapore/Japan, 96min, A+30)

 

19. YOU DREAMT YOU SAW YOURSELF BUT COULDN’T SEE YOUR FACE (2026, Shireen Seno, Philippines, second viewing, 7min, A+30)

 

20. UNTIL SHE REMEMBERS (2026, Brillante Mendoza, Philippines, lesbian film, B )

+++

 

ไม่แน่ใจว่าตอนนี้เราเป็นแค่กล้ามเนื้อเอวอักเสบ หรือหมอนรองกระดูกเคลื่อนอีกครั้ง

 

คือตอนเช้าวันเสาร์ที่ 19 ก.ย. เราลุกจากเก้าอี้ แล้วรู้สึกปวดเอวอย่างรุนแรง อาการคล้ายโรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนกำเริบ ส่งผลให้เราเดินกะเผลก ๆ

 

แต่พอดีช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลหนัง เราก็เลยตัดสินใจว่าจะยังไม่ไปหาหมอ นอกจากว่าอาการมันจะเลวร้ายลงเรื่อย ๆ

 

วันเสาร์ที่ 19 ก.ย. เราก็เลยออกไปดูหนังใน BKKIFF ตลอดทั้งวันตามแผนการเดิม ถึงแม้จะต้องเดินกะเผลก ๆ ในบางครั้ง และเราก็รู้สึกดีใจที่เราไม่ได้วางแผนวิ่งรอกหลายโรงหนังในปีนี้

 

แต่ระหว่างที่เราดูหนังในวันที่ 19-20 ก.ย. เราก็เสียสมาธิในบางครั้งนะ เพราะเราไม่แน่ใจว่า เราเป็นโรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนอีกครั้งหรือไม่ เราก็เลยพยายามบอกตัวเองว่า เราไม่ควรกังวลมากเกินไป เราอาจจะแค่กล้ามเนื้อเอวอักเสบก็ได้ คือเหมือนในระหว่างที่ดูหนัง ในหัวเรามันจะวนเวียนกับคำถามที่ว่า ตอนนี้เราป่วยเป็นอะไรกันแน่ และเราควรวางแผนชีวิตอย่างไรต่อไปสำหรับ scenarios ต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต ทำไมชะตาชีวิตของเราเลวร้ายขนาดนี้ เราอุตส่าห์ผ่าตัดหมอนรองกระดูกไปแล้วรอบนึงนะ ทำไมเราถึงต้องมาเผชิญชะตากรรมแบบนี้อีก

 

ตอนนี้เป็นช่วงดึกคืนวันอาทิตย์ที่ 20 ก.ย. อาการของเราดีขึ้นมากแล้วเมื่อเทียบกับช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 19 ก.ย. และจิตใจเราก็สงบขึ้นบ้างแล้ว เพราะเราวางแผนไว้แล้วว่า ถ้าหากอาการมันไม่เลวร้ายลง เราก็คงดูหนังตามแผนเดิมต่อไปจนจบเทศกาล BKKIFF ในวันที่ 27 ก.ย. แล้วเราค่อยไปหาหมอ อาจจะทำ MRI และผ่าตัดหมอนรองกระดูกเคลื่อนเป็นรอบที่สอง แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่า หมอจะวินิจฉัยออกมาว่าอย่างไร

 

วันนี้เราก็เลยเอา “หมอนรองกระดูก” ที่ได้จากการผ่าตัดครั้งแรกในเดือนพ.ย. 2023 ออกมาดูอีกครั้ง

 

ตอนนั้นพอผ่าตัดเสร็จ หมอก็ให้กระปุกนี้มานะ กระปุกนี้ใส่น้ำและมีหมอนรองกระดูกที่ได้จากการผ่าตัด ลอยอยู่ในน้ำนั้น

 

แต่พอเวลาผ่านมานานเกือบ 2 ปี น้ำในกระปุกก็ระเหยหายไปจนหมดแล้ว แต่หมอนรองกระดูกของเรายังคงติดอยู่ในกระปุกนั้นอยู่

 

เราลบพวกหมายเลขผู้ป่วยออกไปจากภาพนี้นะ ที่เห็นปื้นดำ ๆ นั่นคือเราเซ็นเซอร์เอง 555

 

การที่เราเสียสมาธิในการดูหนังในวันที่ 19-20 ก.ย. ปัจจัยสำคัญเป็นเพราะว่า เราไม่อยากยอมรับความจริงด้วยแหละ เหมือนเราพยายามปฏิเสธความจริงที่ว่า ชะตาชีวิตของเรามันสามารถเลวร้ายได้ถึงขั้นนี้

 

แต่พอเราทำใจยอมรับชะตาชีวิตของเราได้ ว่าเราอาจจะต้องผ่าตัดหมอนรองกระดูกเคลื่อนเป็นครั้งที่สอง จิตใจเราก็สงบลง และน่าจะกลับมามีสมาธิในการดูหนังเหมือนเดิม

 

คือเราก็ภาวนาให้เราเป็นแค่กล้ามเนื้อเอวอักเสบนะ แต่ถ้าหากเราทำใจพร้อมรับ worst case scenario ได้ เราก็จะมีสมาธิในการดูหนังได้มากขึ้น

 


Friday, September 18, 2026

PROBLEMS FOUND ON THE FIRST DAY OF BKKIFF 2026

 

มีเพื่อนถามว่า “พี่จิตรดู bkkiff ที่ ctw หรือ paragon บ้างยังจ๊ะ เรื่องรับตั๋วมีเหตุอะไรที่ต้องระวังมั้ยคะ”

 

เราก็เลยมาตอบแบบ public เลยแล้วกัน 555

 

1. วันพฤหัสบดีที่ 17 ก.ย. เรายังไม่ได้ไปดูหนังที่ CTW นะ ใครมีประสบการณ์อะไรที่ CTW ก็มาแบ่งปันกันได้นะคะ

 

2. วันที่ 17 ก.ย. เราดูหนังที่ PARAGON สองโปรแกรม แล้วก็ที่ HOUSE 2 โปรแกรม ซึ่งที่ HOUSE เป็นตั๋วที่เราเลือกที่นั่งเองอยู่แล้วตั้งแต่ตอนจอง เราเข้าไปดูหนังแล้วไม่มีปัญหาอะไร

 

3. ส่วนที่ PARAGON เราดู HOME STORIES (2026, Eva Trobisch, Germany, A+30) รอบ 13.00 น. และ BLAISE (2026, Jean-Paul Guigue, Dimitri Planchon, France, animation, A+30) รอบ 21.40 น. ตามที่ได้ pre-register ไว้

 

เราเริ่มไปเข้าคิวรับตั๋วตอน 11.53 น. และกว่าจะได้ตั๋วครบทั้งสองใบก็เป็นเวลาราว 12.04 น. หรือใช้เวลาราว 11 นาที เพราะฉะนั้นใครจะมาต่อคิวรับตั๋วก็อาจจะต้องเผื่อเวลาไว้บ้าง

 

4. ในการต่อคิวรับตั๋วนี้ เราได้ยื่นโทรศัพท์มือถือของเราเพื่อให้เจ้าหน้าที่ดูอีเมล การ pre-registration ของเรา แต่ระหว่างที่เราทำกิจกรรมจองตั๋ว เลือกที่นั่งนี้อยู่นั้น อยู่ดี ๆ เราก็พบว่า โทรศัพท์มือถือที่อยู่ในมือเรา มันเป็นโทรศัพท์มือถือของผู้ชมอีกคนนึง เหมือนโทรศัพท์มือถือของเรากับของผู้ชมอีกคนนึง มันสลับกันโดยไม่ได้ตั้งใจ

 

ซึ่งก็คงเป็นเพราะว่า ระหว่างการจองตั๋ว เลือกที่นั่งนี้ เราต้องยื่นโทรศัพท์มือถือให้เจ้าหน้าที่ และมีการวางโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะ ในขณะที่ผู้ชมคนอื่นๆ ที่มาจองตั๋วก็ทำแบบเดียวกัน เพราะฉะนั้นมันจะมีโทรศัพท์มือถือของเราและของคนอื่น ๆ วางอยู่บนโต๊ะจองตั๋วในเวลาเดียวกัน ซึ่งส่งผลให้เกิดการสลับโทรศัพท์กันขึ้น

 

เพราะฉะนั้นในระหว่างการทำกิจกรรมจองตั๋ว เลือกที่นั่งนี้ ผู้ชมแต่ละคนก็ควรระมัดระวังให้ดีนะคะ ไม่งั้นอาจจะหยิบโทรศัพท์มือถือผิดเครื่องเหมือนเราได้

 

5. ตอนที่เรากับเพื่อนเลือกที่นั่งเพื่อดู HOME STORIES เพื่อนของเราเลือกที่นั่ง D22 เพราะเห็นว่ามันเป็นที่นั่งตัวริมสุดของแถว

 

ส่วนเราเลือกจองที่นั่ง H20 เพราะเราเห็นจากแผนผังที่นั่งที่เขายื่นมาให้ดู คือแผนผังนั้นแสดงให้เห็นว่า แถว I เป็นแถวที่นั่งที่ยืดขาได้ ส่วนแถว H อยู่ถัดขึ้นมา เราก็เลยเลือกแถว H เพราะเราพบว่าผู้ชมหลายคนชอบเลือกที่นั่งที่ยืดขาได้ ซึ่งก็น่าจะเป็นแถว I ตามแผนผังที่เขายื่นมาให้ดู เราก็เลยเลือกแถว H เพื่อจะได้อยู่ห่างจากผู้ชมคนอื่น ๆ

 

แต่พอเรากับเพื่อนจะเดินเข้าโรงหนัง paragon 14 เพื่อดู HOME STORIES เราก็พบว่า พอเข้าไปในโรงจริง ๆ แถว H กลับเป็นแถวที่นั่งที่ยืดขาได้

 

และที่นั่ง D22 ที่เพื่อนเราจองไว้ เป็นที่นั่งที่ไม่มีอยู่จริงในโรงหนัง เพราะโรงหนัง PARAGON 14 แต่ละแถวมีที่นั่งแค่หมายเลข 1-21 เท่านั้น ซึ่งแตกต่างจากแผนผังที่เขายื่นมาให้ดู เพราะในแผนผังที่เขายื่นมาให้ดู แต่ละแถวจะมีที่นั่ง 22 ที่

 

เรากับเพื่อนก็เลยร้องวี้ด แล้วรีบวิ่งไปที่บูธแจกตั๋ว เพื่อบอกเขาว่า แผนผังโรงหนังที่เขายื่นมาให้ดู มันไม่ใช่แผนผังโรงหนังของ PARAGON 14 เพราะตัวโรงหนัง PARAGON 14 มันมีแค่ 21 ที่นั่งในแต่ละแถว แล้วคนที่จอง D22 จะไปนั่งที่ไหน เกิดอะไรขึ้น แล้วแถวที่นั่งที่ยืดขาได้ มันก็ไม่ตรงกับแผนผังที่เขายื่นมาให้ดูด้วย คือแผนผังที่เขายื่นมาให้เราเลือกที่นั่ง มันไม่ใช่แผนผังของโรงหนัง PARAGON 14 อย่างแน่นอน

 

เจ้าหน้าที่ก็เลยให้เพื่อนเราเปลี่ยนตั๋ว เลือกที่นั่งใหม่

 

6. ไม่รู้ว่า ปัญหานี้ได้รับการแก้ไขอย่างถาวรแล้วหรือยัง แต่เราเดาว่าน่าจะได้รับการแก้ไขแล้ว อย่างไรก็ดี ถ้าหากใครจะไปดูหนังที่พารากอนโรง 14 แล้วมีที่นั่งหมายเลข 22 ให้เลือก คุณก็อย่าเลือกนะคะ เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง เพราะที่นั่งนั้นของคุณ มันอาจจะอยู่ใน “แดนสนธยา” ก็ได้ค่ะ 55555

 

7. ขอขอบพระคุณเจ้าหน้าที่ BKKIFF ที่บูธแจกตั๋วมาก ๆ นะครับ คือปัญหาเรื่องความล่าช้าในการรับตั๋ว + แผนผังที่นั่งผิดพลาดนี้ ไม่ได้เกิดจากการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่แจกตั๋ว แต่เกิดจากระบบที่ออกแบบมาไม่ดีตั้งแต่แรก ในขณะที่เราเห็นได้ชัดเลยว่า เจ้าหน้าที่ที่แจกตั๋วพยายามทำงานอย่างดีที่สุดแล้วภายใต้ระบบที่ออกแบบมาไม่ดีนี้

 

8. มีเพื่อนคนนึงไปดูหนังที่ SF แล้วรายงานสถานการณ์ไว้ดังนี้ครับ

 

“SF เรื่องแรก (THE BIRTHDAY PARTY) เจอฉายผิดเรื่อง คนฉายคงดูตารางผิดโรง ดันไปฉาย Home Stories 55 นอกนั้นก็ค่อนข้างสงบสุขตามอัตภาพ (อ่อ ยกเว้นเรื่อง Gentle Monster ที่ได้เจอเสียง Shopee ที่ร่ำลือกันแล้ว แต่ไม่ดังมาก ยังไม่ดังเท่ากับเสียงกรนของลุงแก แต่แค่ช่วงเดียวประมาณ 5 นาที)"

 

 

Tuesday, September 15, 2026

FILMS SEEN ON 13 SEPTEMBER 2026

 

การวิดพื้นแบบไหล่กว้าง (Wide-Grip Push-Up) สามารถทำให้เกิดภาวะหมอนรองกระดูกเคลื่อน (Herniated Disc) หรือกระตุ้นให้อาการรุนแรงขึ้นได้ หากจัดวางท่าทางไม่ถูกต้องหรือแกนกลางลำตัวไม่มีแรงพยุงเพียงพอ [1]

แม้ว่าการกางแขนกว้างจะส่งผลกระทบและสร้างความเสี่ยงต่อ ข้อต่อหัวไหล่ โดยตรงเป็นอันดับแรก แต่ปัจจัยที่ทำให้ลามไปถึงกระดูกสันหลังและหมอนรองกระดูกมีดังนี้ครับ:

ทำไมการวิดพื้น (โดยเฉพาะแบบไหล่กว้าง) ถึงเสี่ยงต่อหมอนรองกระดูก?

  • กระดูกสันหลังส่วนล่างแอ่นหรือหย่อน (Spinal Sagging): การกางแขนกว้างทำให้ร่างกายต้องรับน้ำหนักหน้าอกและลำตัวมากขึ้น หากกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core) ล้าหรือไม่มีแรงพยุง สะโพกและหลังส่วนล่างจะหย่อนลงพื้น ท่าที่หลังส่วนล่างแอ่นผิดรูปนี้จะเพิ่มแรงอัดและแรงเฉือนต่อหมอนรองกระดูกโดยตรง [1]
  • แรงดันในหมอนรองกระดูกเพิ่มสูงขึ้น (Compressive Loading): การอยู่ในท่าระนาบขนานกับพื้น ร่างกายต้องต้านแรงโน้มถ่วง หากมีการเกร็งหลังผิดจังหวะ หรือก้ม/แหงนคอมากเกินไปขณะวิดพื้น จะเกิดแรงเค้นสะสมที่กระดูกสันหลังส่วนคอหรือส่วนเอวได้ [1]

วิธีวิดพื้นให้ปลอดภัยต่อหมอนรองกระดูกและหัวไหล่

หากคุณต้องการออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้ออย่างปลอดภัย ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและท่าทางดังนี้:

  • รักษาแนวทางกระดูกสันหลังเป็นเส้นตรง (Neutral Spine): ตั้งแต่ศีรษะ คอ แผ่นหลัง สะโพก ไปจนถึงส้นเท้าต้องเป็นเส้นตรงขนานกับพื้นตลอดเวลา ห้ามปล่อยให้ท้องหรือสะโพกหย่อน [1]
  • ปรับมุมข้อศอก: แทนที่จะกางศอกออกไปด้านข้าง 90 องศา (ซึ่งมักเกิดในท่าจับกว้าง) ให้ลู่ข้อศอกลงมาทำมุมประมาณ 45 องศา กับลำตัว เพื่อลดแรงเค้นที่หัวไหล่ [1]
  • ปรับไปใช้วิธีที่แรงดันต่ำก่อน: หากเคยมีอาการปวดหลัง ควรเปลี่ยนไปใช้วิธี วิดพื้นกับกำแพง (Wall Push-Ups) หรือวิดพื้นแบบคุกเข่า เพื่อลดภาระการรับน้ำหนักของกระดูกสันหลัง [1]

ข้อสังเกตสำคัญ: หากในขณะที่วิดพื้นหรือหลังจากวิดพื้นเสร็จ คุณรู้สึกปวดหลังจี๊ด ๆ ปวดร้าวลงสะโพกหรือขา มีอาการชา หรือขาอ่อนแรง ให้หยุดทำทันทีเพราะนั่นคือสัญญาณเตือนว่าหมอนรองกระดูกอาจกำลังถูกกดทับ

+++

 

หนังที่เราได้ดูในวันอาทิตย์ที่ 13 ก.ย. 2026

 

In my preferential order

 

1.RIZAL’S MAKAMISA: PHANTASM OF REVENGE (2024, Khavn, Philippines/Germany, 73min, A+30)

 

ไม่ทราบชีวิตอะไรอีกต่อไป นึกว่ามีฉากคลาสสิคทุก 5 วินาที

 

One of my most favorite soundtracks of all time ดนตรีประกอบมันไพเราะสุดขีด

 

ชอบมากที่ Lav Diaz เล่นเป็น angry Jesus Christ ในหนังเรื่องนี้ ถ้าหากเราเข้าใจไม่ผิด

 

2. HOW DARE YOU HAVE SUCH A RUBBISH WISH (2022, Mania Akbari, UK/Iran, documentary, 72min, A+30)

 

3. ALIPATO: THE VERY BRIEF LIFE OF AN EMBER (2016, Khavn, Philippines/Germany, 88min, A+30)

 

นึกว่าเป็นภาคต่อของ MONDOMANILA, OR: HOW I FIXED MY HAIR AFTER A RATHER LONG JOURNEY (2012, Khavn, A+30)

 

4. BLUE LOCK (2026, Yusuke Taki, Japan, A+30)

+++

 

ใครจะดู HANUMAN ANSH (2026, Vishal Chaturvedi, India, 150min) รอบวันพรุ่งนี้ อาจจะต้องรีบซื้อตั๋วไว้ก่อนนะคะ เพราะตั๋วไปไวเหมือนกัน

+++

 

ความคาดหวัง (2003, นภดล วิรุฬห์ชาตะพันธ์, sculpture)

https://web.facebook.com/jit.phokaew/videos/1135403705671141

 

นิทรรศการ ONE PIECE ที่ Icon Siam

https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid02Fkx6ppoUqHXKx9i5Aycck4i3vWHZygEaHYvhiGc8pb2hxn8q36Dk9PHXN1bzzuXYl

 

ซูมเข้าไปดูความละเอียดลออของโปสเตอร์

https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid0296M78cgQFCfhgUwSYVpemzdcegxQddtCnLr5jpMuctRKRCkbq6x9JR6Ay5KC8DzXl

 

ซื้อแฟ้มนี้มาเพราะเรารักตัวละครตัวนี้ คุณ Subaru Okiya ในภาพยนตร์ชุด DETECTIVE CONAN

https://web.facebook.com/photo?fbid=10245654765126781&set=a.10234326669131461

 

หนังสือเกี่ยวกับ RITWIK GHATAK น่าอ่านสุดขีด

https://seagullbooks.org/products/ritwik-ghatak?fbclid=IwY2xjawUVAC5wZG9mBWV4dG4DYWVtAjExAHNydGMGYXBwX2lkEDIyMjAzOTE3ODgyMDA4OTIAAR7TsCY1Ixw6jvDpYjBOA4BOON2inZJYj36PTFwvU7il59NplO-IeMtsjOtw9Q_aem_BvOzjiFA5VCF65qHBrZMdg

+++

วันนี้เราไปดูหนังฟิลิปปินส์ในเทศกาล BKKIFF ที่ไอคอนสยาม เราก็เลยแวะดูนิทรรศการ DETECTIVE CONAN 30TH ANNIVERSARY TV SERIES EXHIBITION ที่ไอคอนสยามด้วย

 

ตั๋วเข้างานแต่ละใบจะมีรูปตัวละครแบบสุ่ม เราสุ่มได้ตั๋วรูป Heiji Hattori เราก็เลยดีใจสุดขีด นึกว่าพลังแห่งความรักมีจริง 55555

 

แต่เสียดายที่นิทรรศการนี้เขาห้ามถ่ายรูป เหมือนในนิทรรศการมันมีราว ๆ 9 โซน แต่มันมีแค่ 2 โซนที่อนุญาตให้ถ่ายรูปได้ เราก็เลยแทบไม่ได้ถ่ายรูปอะไรเลยในนิทรรศการนี้

 

เป็นนิทรรศการที่ไม่มีคนดูเลยนะ มีเราเดินอยู่คนเดียวในนิทรรศการ

 

ก่อนเข้าไปดูในนิทรรศการนี้ เราแอบรู้สึกว่า ภาพในหนังชุด DETECTIVE CONAN มันดูหยาบมาก ๆ เมื่อเทียบกับหนัง animation โดยทั่วไป 55555 คือเราชอบหนังชุด DETECTIVE CONAN มาก ๆ น่ะ แต่เป็นการชอบที่ตัวเนื้อเรื่อง ไม่ใช่ที่งานภาพ

 

แต่พอได้ดูนิทรรศการนี้ เราถึงเพิ่งรู้ว่า กว่ามันจะออกมาเป็นภาพแต่ละภาพใน TV series ได้นี่ มันก็ต้องผ่านขั้นตอนหลายขั้นตอน งานหนักมากเหมือนกัน คือภาพที่เรารู้สึกว่ามันดู basic มาก ๆ ใน DETECTIVE CONAN นี่ จริง ๆ แล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลยกว่ามันจะออกมาเป็นอะไรแบบนี้ได้

https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid024iKnjDAcrjKLDLY4sn1HgeG4FGX1voWWzvXdf9Q1ci4Ev1etSCAL2yqtdXzkDJjSl

 

Sunday, September 13, 2026

BOOKING TICKETS IN A FILM FESTIVAL

 

CONSTELLATION (2025, Takashi Makino, Japan, 21min) จะมาฉายใน IN THE FLOW PROGRAM 3: OPTICAL UNCONSCIOUS ในเทศกาล Bangkok International Film Festival 2026 นะ กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

 

โปรแกรม IN THE FLOW 3 นี้ฉายที่ House Samyan โรง 4 ในวันเสาร์ที่ 19 ก.ย. 2026 เวลา 15.35-16.50 น.

 

Takashi Makino ถือเป็น one of my most favorite directors of all time เราเคยเขียนถึงเขาไปบ่อยมากแล้ว หนังเรื่อง 2012 3D ของเขา เคยติดอันดับหนึ่งในลิสท์หนังที่เราชื่นชอบที่สุดที่ได้ดูในปี 2018

 

CINEMA CONCRETE (2015, Takashi Makino, Japan) เคยติดอันดับ 8 ของเราประจำปี 2018

 

ON GENERATION AND CORRUPTION (2017, Takashi Makino, Japan) ติดอันดับ 21 ของเราประจำปี 2018

 

INTER VIEW (2010, Takashi Makino, Japan) ติดอันดับ 28 ของเราประจำปี 2018

 

GHOST OF OT301 (2014, Takashi Makino, Japan) ติดอันดับ 29 ของเราประจำปี 2018

 

ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่า CONSTELLATION จะติดอันดับที่เท่าไหร่ประจำปี 2026 55555

 

โปรแกรม IN THE FLOW 3 นี้มีฉายหนังทดลองจากออสเตรีย และหนังเรื่อง YOU DREAMT YOU SAW YOURSELF BUT COULDN’T SEE YOUR FACE (2026, Shireen Seno, Philippines, A+30) ด้วยนะ

 -------

สรุปว่าเรายังเข้าแอป House ไม่ได้ ส่วนเว็บไซต์ House เราเข้าได้ แต่ก็กดจองอะไรไม่ได้

 

เราก็เลยตัดใจ ไม่ดู Takashi Makino แล้ว หนีไปดู Denis Côté ที่พารากอนแทน

+++

 

สรุปความชิบหายแบบคร่าว ๆ ในวันนี้

 

1. เนื่องจากเราเน้นดูหนังในเทศกาล What the Doc Film Festival และตามเก็บหนังเรื่องต่าง ๆ ในโรงปกติในช่วงที่ผ่านมา เราก็เลยไม่มีเวลาทำตารางดูหนังของตัวเองสำหรับ BKKIFF เลย เราเพิ่งมีเวลามาทำแผนดูหนัง BKKIFF ของตัวเองเสร็จก็ในช่วงเย็นวันนี้ ซึ่งก็เป็นเวลาที่เขาเปิดจองตั๋วกันไปแล้ว

 

2. และเราก็เศร้าใจอย่างสุดขีดในตอนที่วางแผนดูหนัง เพราะเราเพิ่งสังเกตว่า มีหนังหลายเรื่องใน BKKIFF ที่เข้าฉายที่ “พารากอนโรง 6” ซึ่งเป็นโรงที่เราเข้าไปดูไม่ได้ เพราะว่า “แสงจากจอโรงนี้มันจ้าเกินไปสำหรับเรา มันแสบตามากสำหรับเรา”

 

ซึ่งอันนี้เป็นปัญหาที่เราเจอเพียงคนเดียวนะ คือในช่วงทศวรรษ 2010 เราไม่มีปัญหาอะไรกับจอโรง 6 เราดูหนังโรงนี้ได้ตามปกติ แต่ในปี 2020 เราผ่าต้อกระจกทั้งตาซ้ายและตาขวา และหลังจากการผ่าตัดดวงตาทั้งสองข้าง เราก็พบว่า เวลาที่เราเข้าไปดูหนังที่โรง 6 ในพารากอน แสงจากจอโรงนี้มันจ้าเกินไปสำหรับเราจนเราทนไม่ไหว แต่ผู้ชมคนอื่น ๆ ไม่มีปัญหาอะไร

 

หลังจากนั้นเราก็เลยไม่ได้เข้าไปดูหนังที่โรง 6 ในพารากอนอีก

 

เพราะฉะนั้นเราก็เลยเสียดายมาก ๆ ที่เราไม่มีโอกาสได้ดู PRIMITIVE DIVERSITY (2025, Alexander Kluge, Germany, 80min) ในเทศกาลนี้ เพราะว่าหนังเรื่องนี้ฉายแค่รอบเดียวที่โรง 6 ในพารากอน

 

แต่เราก็ทำใจมานานแล้วล่ะว่า เรื่องนี้มันอาจจะเป็นผลจากบาปกรรมที่เราเคยกลั่นแกล้งลูกแมวตอนที่เรายังเป็นเด็กเล็ก ผลกรรมนั้นก็เลยส่งผลให้ดวงตาของเราทนแสงจ้า ๆ อะไรแบบนี้ได้น้อยกว่าคนอื่น ๆ

 

3. พอเราจะจองตั๋วเข้าจริง ๆ เราก็พบว่า เราต้องปรับโปรแกรมดูหนังที่เพิ่งทำเสร็จใหม่หมด เพราะว่าตั๋วหนังหลายเรื่องที่ SF เต็มแล้ว อย่างเช่น THE BLOOD COUNTESS (Ulrike Ottinger), THE DAY SHE RETURNS (Hong Sang-soo), MINOTAUR (Andrey Zvyagintsev), GENTLE MONSTER

 

ไป ๆ มา ๆ เราก็เลยได้จองตั๋วหนังที่ SF เพียงแค่เรื่องเดียว จากที่ตอนแรกวางแผนว่าจะดูหลาย ๆ เรื่องที่ SF

 

(โชคดีที่เราสามารถจอง THE DAY SHE RETURNS ที่พารากอนแทนได้)

 

4. แล้วเราก็เข้าแอป HOUSE ไม่ได้ ส่วนเว็บไซต์ HOUSE เราเข้าได้ แต่กดจองอะไรไม่ได้ เราก็เลยปรับเปลี่ยนแผนใหม่หมด คือตอนแรกเรากะว่าจะดูหนังที่ HOUSE เยอะมาก ๆ โดยเฉพาะโปรแกรมหนังทดลอง IN THE FLOW ที่มีหนังของ Takashi Makino แต่พอเราจะเข้า app ของ House มันก็ให้เรากรอกอีเมลกับรหัสผ่าน เสร็จแล้วก็เข้าไม่ได้ แล้วมันก็บอกให้เรากรอกใหม่ เสร็จแล้วก็เข้าไม่ได้ แล้วมันก็บอกให้เรากรอกใหม่ วนลูปอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ เราก็เลยกรอกอีเมลกับรหัสผ่านไปแล้วเป็นร้อยรอบได้มั้งในวันนี้ กว่าจะเข้าได้ในช่วงหลังสามทุ่มครึ่ง แต่กว่าจะถึงตอนนั้น เราก็เปลี่ยนแผนดูหนังไปเกือบหมดแล้ว

 

5. ก็เลยสรุปว่า ในที่สุดเราก็เลยจองตั๋วดูหนังใน BKKIFF ไปได้เพียงแค่ 42 เรื่อง/โปรแกรมเท่านั้นเองค่ะ

 

ใน 42 โปรแกรมนี้ แยกได้เป็น

 

SF 1 โปรแกรม

HOUSE 5 โปรแกรม

PARAGON 36 โปรแกรม

 

เสียดายมาก ๆ ที่เราพลาดดูหนังหลาย ๆ เรื่องที่อยากดูในเทศกาลนี้ คงได้ดูเพียงแค่ 42 เรื่อง/โปรแกรมนี้เท่านั้น

  

Tuesday, September 08, 2026

CHURNING MILK: THE RITUALS OF THINGS (2022, Baan Noorg Collaborative Arts and Culture, video installation, 13min)

 

THE LAST TRANSCRIPT (2026, Cyrus James Khan, video installation)

 

อันนี้เป็นงาน video installation ที่ Cloud 11 นะ ตัวโรงหนังนี้ตั้งอยู่ตรงทางผ่านระหว่างเดินไป Doc Club ตัววิดีโอเหมือนมีความยาวไม่เกิน 10 นาที

 

งานนี้มีความเป็น interactive ด้วย เหมือนมันเปิดให้ผู้ชมบันทึกเสียงของตัวเองได้ และเล่นทำสัญญาณมือกับอุปกรณ์อะไรสักอย่าง แต่เราเล่นไม่เป็น 55555

 

Cyrus James Khan เป็นศิลปินที่มีเชื้อสายยุโรป + เปอร์เชีย + คิวบา

https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid0sYA7znn6kHmvvB5Ak1JxxeJ3Lfx8co3EwJadfL26JjJgFNDBkiM8V1gU8hzUxUm7l

 

+++

 

ในยุคสมัยที่ Doc Club ยังตั้งอยู่แถวซอยศาลาแดง ยุคนั้นเรามักจะไปกินอาหารที่ร้าน THE SPOTTED PIG เป็นประจำก่อนเข้าไปดูหนัง เพราะร้านนี้มันตั้งอยู่ใกล้ Doc Club และมันอร่อยดี

 

ตอนนี้ Doc Club ได้ย้ายมาอยู่ที่ Cloud 11 แล้ว วันนี้พอเราดูหนังที่ Doc Club เสร็จ เราก็เลยลองมากินอาหารเย็นที่ร้าน Bowlito ใน True Digital Park พอเราเปิดเมนูมา เราก็งง ๆ เพราะว่าเมนูมันคล้ายกับร้าน The Spotted Pig มาก ๆ พอเราลองเสิร์ชดู เราก็เลยเพิ่งรู้ว่า ร้าน The Spotted Pig มันอยู่ในเครือของ Bowlito นี่เอง

 

เพราะฉะนั้นเวลาเรามาดูหนังที่ Doc Club ที่ Cloud 11 แล้วเราอยากย้อนรำลึกถึงความหลังสมัย Doc Club ยังตั้งอยู่แถวศาลาแดง เราก็จะต้องมากินอาหารที่ร้าน Bowlito และกินไอติมที่ร้าน Guss Damn Good ใน True Digital Park เพื่อให้ได้บรรยากาศแบบในอดีต 55555

 

แต่ในยุคที่ Doc Club ยังตั้งอยู่ที่เจริญกรุงซอย 30 นั้น พวกเราเคยไปกินอาหารอินเดียใต้ที่ Woodlands Inn ในซอยเจริญกรุง 32 หลังจากดูหนังที่ Doc Club ในยุคนั้น เพราะฉะนั้นถ้าหากเราอยากย้อนรำลึกถึงความหลังในยุคที่ Doc Club ยังตั้งอยู่ที่เจริญกรุงซอย 30 เราก็ต้องไปกินอาหารอินเดียใต้ต่อหลังจากดูหนัง แต่เราก็ไม่รู้ว่ามีร้านอาหารอินเดียใต้ร้านไหนบ้างที่ตั้งอยู่ใกล้ Cloud 11

 

Edit เพิ่ม: เผื่อคนอ่านแล้วงง เราก็เลยจะเรียงลำดับเหตุการณ์ดังนี้ว่า

 

1. โรงหนัง Doc Club ยุคแรกเคยตั้งอยู่ที่เจริญกรุงซอย 30 ซึ่งพอเรากับเพื่อน ๆ มาดูหนังที่ Doc Club เสร็จ เรากับเพื่อน ๆ ก็เคยไปกินอาหารอินเดียใต้กันต่อที่ Woodlands Inn ในซอยเจริญกรุง 32

 

2. ตอนหลัง Doc Club ได้ย้ายมาอยู่แถวซอยศาลาแดง ซึ่งในยุคนั้นเรามักจะไปกินอาหารที่ร้าน The Spotted Pig และกินไอติมที่ร้าน Guss Damn Good ที่ตั้งอยู่ใกล้ ๆ Doc Club ในยุคนั้น

 

3. ตอนนี้ Doc Club ได้ย้ายมาอยู่ที่ Cloud 11 แถวปุณณวิถี + อุดมสุข เราก็เลยลองมองหาร้านอาหารต่าง ๆ เพื่อใช้ฝากท้องก่อนดูหนังและหลังดูหนังที่ Doc Club ในยุคนี้

+++

 

เพิ่งเห็นว่ามีสิ่งนี้ตั้งอยู่ใกล้ ๆ โรงหนังเมเจอร์ เอกมัย

+++

 

CHURNING MILK: THE RITUALS OF THINGS (2022, Baan Noorg Collaborative Arts and Culture, video installation, 13min)

 

วิดีโอนี้อยู่ที่ชั้น 8 BACC เราชอบสุดขีด เราชอบที่มันเชื่อมโยงเรื่องหลายเรื่องเข้าด้วยกัน ตั้งแต่ตำนานการกวนเกษียรสมุทร ที่ฝ่ายเทพทำตัวเลวร้าย, การถือกำเนิดของแม่วัวสุรภี, ฟาร์มโคนมหนองโพ, นิทานเกี่ยวกับสามสาว และการเรียกร้องประชาธิปไตยในไทย

 

เนื้อหา copy มาจากโพสท์เก่าของเราเอง 555

https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid02sFtHvc4cq2uVGSeckkf1sRqJYqioAy1zD2ctngpLq6PMyNiHrKZ6KvuzCC1bKB2dl

 

  

Monday, September 07, 2026

MEXICAN FILM FESTIVAL IN BANGKOK 2026

 

น่าสนใจ นึกว่าต้องปะทะกับ Joel-Peter Witkin และหนังของ Olivier Smolders

+++

 

MEXICAN FILM FESTIVAL IN BANGKOK 2026

 

เจ้าหน้าที่สถานทูตเม็กซิโกคนนึงหล่อมาก 55555

 

เราได้ดูหนังในเทศกาลนี้แค่ 3 เรื่อง เรียงตามลำดับความชอบได้ดังนี้

 

1. LA BOLA (2026, Alfonso Coronel Vega, Mexico, documentary, 97min, A+30)

 

หนังเรื่องนี้พูดถึงประวัติศาสตร์การปฏิวัติในเม็กซิโก ซึ่งตรงกับประเด็นที่เราสนใจ และหนังเรื่องนี้ก็พูดถึงหนังเม็กซิโกยุคบุกเบิกด้วย โดยเฉพาะหนังเรื่อง THE GREY AUTOMOBILE (1919, Enrique Rosas, Mexico, 223min, A+30) ซึ่งเคยมาฉายที่โรงลิโด และถือเป็นหนังที่เราชอบอย่างสุดขีดมาก ๆ เราก็เลยดีใจมาก ๆ ที่หนังเรื่อง LA BOLA นี้ทำให้เราได้รับรู้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Enrique Rosas และ THE GREY AUTOMOBILE ที่สร้างจากเหตุการณ์จริงเกี่ยวกับกลุ่มฆาตกรต่อเนื่องในเม็กซิโก

 

เพิ่งรู้จาก LA BOLA ว่า เม็กซิโกมี genre หนังเกี่ยวกับการปฏิวัติด้วย เพราะเราไม่เคยดูหนังใน genre นี้มาก่อนเลย เหมือนหนัง genre นี้แทบไม่เคยได้เข้ามาฉายในไทยเลยในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา อยากให้มีคนนำหนังเหล่านี้เข้ามาฉายในไทยมาก ๆ

 

ตัวอย่างหนังใน genre นี้

 

1.1 PRISONER 13 (1933, Fernando de Fuentes, 76min)

เกี่ยวกับกลุ่ม Huertistas

 

1.2 GODFATHER MENDOZA (1934, Fernando de Fuentes)

เกี่ยวกับกลุ่ม Zapatistas

 

1.3 LET’S GO WITH PANCHO VILLA (1936, Fernando de Fuentes)

เกี่ยวกับกลุ่ม Villistas

 

1.4 ENAMORADA (1946, Emilio Fernández)

 

1.5 HIDDEN RIVER (1948, Emilio Fernández)

 

2. SE BUSCA (2026, Kenya Marquez, Mexico, A+30)

 

หนังเลสเบียนที่ทำออกมาได้น่าประทับใจมาก ๆ แต่ประเด็นเรื่องเลสเบียนเป็นประเด็นรองในหนังนะ ไม่ใช่ประเด็นหลัก เพราะตัวละครในหนังเรื่องนี้เป็นเลสเบียนสาวนักบาสที่สงสัยว่าพ่อแม่ของตัวเองไม่ใช่พ่อแม่ที่แท้จริง เธอก็เลยออกเดินทางตามหาแม่ที่แท้จริง

 

3. LUNA NEGRA (2023, Tonatiuh García, Mexico, A+30)

 

หนังอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่มีตัวละครบางตัวเป็นเลสเบียน

 

แล้วในวันศุกร์ที่ 4 ก.ย. หลังจากเราได้ดู SE BUSCA กับ LUNA NEGRA แล้ว เราก็ได้ดูหนังเรื่อง GIRLS LIKE GIRLS (2026, Hayley Kiyoko, A+30) ต่อ มันก็เลยกลายเป็นว่า วันนั้นเราได้ดูหนังเลสเบียน 3 เรื่องควบโดยไม่ได้ตั้งใจ

+++

 

หวังว่าหนังจะยืนโรงนานเป็นเดือนนะ เพราะเรายังไม่รู้ว่าจะหาเวลาไปดูหนังเรื่องนี้ได้เมื่อไหร่

+++

 

สรุปความชีพจรลงง่ามตีนในวันอาทิตย์ที่ 6 ก.ย. 2026

 

1. ดูหนังเรื่อง INVISIBLE PEOPLE (2024, Alisa Berger, France/Germany, about Japan, documentary, A+30) รอบ 12.00 น. ที่ Doc Club ในตึก Cloud 11

 

2. ดูหนังเรื่อง DISTANT SHORES (2025, Thibault Verneret, France, documentary, A+30) รอบ 13.30 น. ที่ Doc Club

 

3. ดูหนังเรื่อง THE CALF DOLL (2026, Ankur Hooda, India, A+30) รอบ 14.45 น. ที่ Doc Club

 

เราขอจัดให้ THE CALF DOLL ไปอยู่ในลิสท์หนัง fiction ของเราเวลาเราจัดอันดับประจำปีนะ คือหนังเรื่องนี้มันมีความ documentary ผสมอยู่ด้วย แต่ถ้าให้เราจัดอันดับหนังของเราเอง เราเอาหนังเรื่องนี้ไปแข่งในสาย fiction แทนแล้วกัน 55555

 

4. นั่งวินมอเตอร์ไซค์ที่ปากซอยสุขุมวิท 101/1 (ตรงข้ามตึก Cloud 11) ไปซีคอนสแควร์

 

5. ดูหนังเรื่อง THE TIGER & THE COW เสือโค คำสัตย์ (2026, Achitaphon Piansukprasert, 30min, A+30) ที่ TCDC Commons ชั้น 3 ซีคอนสแควร์

 

6. ดูงานวิดีโอ PINK ISSUE (2026, Wasitpon Tang, video installation, around 11min) ที่ชั้น 3 ซีคอนสแควร์

 

7. ดูนิทรรศการ PINK ISSUE (2026, Wasitpon Tang) ที่ชั้น 3 ซีคอนสแควร์

 

8. ดูนิทรรศการ CLOUDY AND FRIENDS: HAPPINESS IN THE ISAN COUNTRYSIDE (2026, Tanatip Nachalong) ที่ชั้น 3 ซีคอนสแควร์

 

9. กินอาหารเย็นที่ร้าน Bratbox ซีคอนสแควร์

 

10. อยากไปดูหนังอินเดียเรื่อง MIRZAPUR: THE MOVIE (2026, Gurmmeet Singh, India, 195min) แต่เห็นคนแน่นโรง เราเลยเปลี่ยนใจไปดู ALL WISHES COME TRUE! (2026, Mu Zhengyang, China, animation, A+30) ที่เซ็นทรัลเวิลด์ รอบ 20.30 น. แทน

 

สรุปว่า วันนี้ออกจากอพาร์ทเมนท์แถวราชเทวี ไปดูหนังสารคดี 3 เรื่องแถวปุณณวิถี เสร็จแล้วไปดูหนัง + video installation ที่ซีคอนสแควร์ แล้วก็นั่งรถไฟฟ้ามา Central World เพื่อดูหนังจีน

 

ฤดูกาล “ดูหนังในเทศกาลภาพยนตร์จนเป็นบ้า” ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งแล้วค่ะ 55555