น่าสนใจ นึกว่าต้องปะทะกับ Joel-Peter
Witkin และหนังของ Olivier Smolders
+++
MEXICAN FILM FESTIVAL IN BANGKOK 2026
เจ้าหน้าที่สถานทูตเม็กซิโกคนนึงหล่อมาก 55555
เราได้ดูหนังในเทศกาลนี้แค่ 3 เรื่อง
เรียงตามลำดับความชอบได้ดังนี้
1. LA BOLA (2026, Alfonso Coronel Vega, Mexico, documentary,
97min, A+30)
หนังเรื่องนี้พูดถึงประวัติศาสตร์การปฏิวัติในเม็กซิโก
ซึ่งตรงกับประเด็นที่เราสนใจ และหนังเรื่องนี้ก็พูดถึงหนังเม็กซิโกยุคบุกเบิกด้วย
โดยเฉพาะหนังเรื่อง THE GREY AUTOMOBILE (1919, Enrique Rosas, Mexico,
223min, A+30) ซึ่งเคยมาฉายที่โรงลิโด
และถือเป็นหนังที่เราชอบอย่างสุดขีดมาก ๆ เราก็เลยดีใจมาก ๆ ที่หนังเรื่อง LA
BOLA นี้ทำให้เราได้รับรู้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Enrique
Rosas และ THE GREY AUTOMOBILE ที่สร้างจากเหตุการณ์จริงเกี่ยวกับกลุ่มฆาตกรต่อเนื่องในเม็กซิโก
เพิ่งรู้จาก LA BOLA ว่า
เม็กซิโกมี genre หนังเกี่ยวกับการปฏิวัติด้วย
เพราะเราไม่เคยดูหนังใน genre นี้มาก่อนเลย เหมือนหนัง genre
นี้แทบไม่เคยได้เข้ามาฉายในไทยเลยในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา อยากให้มีคนนำหนังเหล่านี้เข้ามาฉายในไทยมาก
ๆ
ตัวอย่างหนังใน genre นี้
1.1 PRISONER 13 (1933, Fernando de
Fuentes, 76min)
เกี่ยวกับกลุ่ม Huertistas
1.2 GODFATHER MENDOZA (1934, Fernando
de Fuentes)
เกี่ยวกับกลุ่ม Zapatistas
1.3 LET’S GO WITH PANCHO VILLA (1936,
Fernando de Fuentes)
เกี่ยวกับกลุ่ม Villistas
1.4 ENAMORADA (1946, Emilio Fernández)
1.5 HIDDEN RIVER (1948, Emilio
Fernández)
2. SE BUSCA (2026, Kenya Marquez,
Mexico, A+30)
หนังเลสเบียนที่ทำออกมาได้น่าประทับใจมาก ๆ
แต่ประเด็นเรื่องเลสเบียนเป็นประเด็นรองในหนังนะ ไม่ใช่ประเด็นหลัก เพราะตัวละครในหนังเรื่องนี้เป็นเลสเบียนสาวนักบาสที่สงสัยว่าพ่อแม่ของตัวเองไม่ใช่พ่อแม่ที่แท้จริง
เธอก็เลยออกเดินทางตามหาแม่ที่แท้จริง
3. LUNA NEGRA (2023, Tonatiuh García,
Mexico, A+30)
หนังอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่มีตัวละครบางตัวเป็นเลสเบียน
แล้วในวันศุกร์ที่ 4 ก.ย. หลังจากเราได้ดู SE
BUSCA กับ LUNA NEGRA แล้ว
เราก็ได้ดูหนังเรื่อง GIRLS LIKE GIRLS (2026, Hayley Kiyoko, A+30) ต่อ มันก็เลยกลายเป็นว่า วันนั้นเราได้ดูหนังเลสเบียน 3
เรื่องควบโดยไม่ได้ตั้งใจ
+++
หวังว่าหนังจะยืนโรงนานเป็นเดือนนะ
เพราะเรายังไม่รู้ว่าจะหาเวลาไปดูหนังเรื่องนี้ได้เมื่อไหร่
+++
สรุปความชีพจรลงง่ามตีนในวันอาทิตย์ที่ 6 ก.ย.
2026
1. ดูหนังเรื่อง INVISIBLE PEOPLE (2024,
Alisa Berger, France/Germany, about Japan, documentary, A+30) รอบ
12.00 น. ที่ Doc Club ในตึก Cloud 11
2. ดูหนังเรื่อง DISTANT SHORES (2025,
Thibault Verneret, France, documentary, A+30) รอบ 13.30 น. ที่ Doc
Club
3. ดูหนังเรื่อง THE CALF DOLL (2026,
Ankur Hooda, India, A+30) รอบ 14.45 น. ที่ Doc Club
เราขอจัดให้ THE CALF DOLL ไปอยู่ในลิสท์หนัง fiction ของเราเวลาเราจัดอันดับประจำปีนะ
คือหนังเรื่องนี้มันมีความ documentary ผสมอยู่ด้วย
แต่ถ้าให้เราจัดอันดับหนังของเราเอง เราเอาหนังเรื่องนี้ไปแข่งในสาย fiction
แทนแล้วกัน 55555
4. นั่งวินมอเตอร์ไซค์ที่ปากซอยสุขุมวิท 101/1
(ตรงข้ามตึก Cloud 11) ไปซีคอนสแควร์
5. ดูหนังเรื่อง THE TIGER & THE COW
เสือโค คำสัตย์ (2026, Achitaphon Piansukprasert, 30min,
A+30) ที่ TCDC Commons ชั้น 3 ซีคอนสแควร์
6. ดูงานวิดีโอ PINK ISSUE (2026, Wasitpon
Tang, video installation, around 11min) ที่ชั้น 3 ซีคอนสแควร์
7. ดูนิทรรศการ PINK ISSUE (2026, Wasitpon
Tang) ที่ชั้น 3 ซีคอนสแควร์
8. ดูนิทรรศการ CLOUDY AND FRIENDS:
HAPPINESS IN THE ISAN COUNTRYSIDE (2026, Tanatip Nachalong) ที่ชั้น
3 ซีคอนสแควร์
9. กินอาหารเย็นที่ร้าน Bratbox ซีคอนสแควร์
10. อยากไปดูหนังอินเดียเรื่อง MIRZAPUR:
THE MOVIE (2026, Gurmmeet Singh, India, 195min) แต่เห็นคนแน่นโรง
เราเลยเปลี่ยนใจไปดู ALL WISHES COME TRUE! (2026, Mu Zhengyang, China,
animation, A+30) ที่เซ็นทรัลเวิลด์ รอบ 20.30 น. แทน
สรุปว่า วันนี้ออกจากอพาร์ทเมนท์แถวราชเทวี
ไปดูหนังสารคดี 3 เรื่องแถวปุณณวิถี เสร็จแล้วไปดูหนัง + video
installation ที่ซีคอนสแควร์ แล้วก็นั่งรถไฟฟ้ามา Central
World เพื่อดูหนังจีน
ฤดูกาล “ดูหนังในเทศกาลภาพยนตร์จนเป็นบ้า”
ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งแล้วค่ะ 55555
No comments:
Post a Comment