ใน end credits ของ TOTALLY
F***ED UP (1993, Gregg Araki, USA, A+30)
มีการขึ้นขอบคุณชื่อผู้กำกับหนังอินดี้อเมริกันยุคนั้นที่เราชื่นชอบสุดขีด 4
คนด้วย ซึ่งได้แก่
1. Allison Anders
2. Todd Haynes
3. Jon Moritsugu
4. Christopher Munch
และเราก็สงสัยมาก ๆ ว่า Rick Linklater นี่คือ Richard Linklater หรือเปล่า
ในหนังเรื่อง TOTALLY F***ED UP (1993,
Gregg Araki, USA, A+30) มีหนังสือ WHAT IS CINEMA? (1967) ของ André
Bazin ด้วย
+++
THE LEGEND HUNTERS (2025, Li Yifan, Simon West, China, F)
+++
พอเห็นคุณ Warut เขียนถึงหนังเรื่อง
YOU BECOME A STAR TOO (1975, Lee Jang-ho, South Korea) ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก
THE EXORCIST (1973, William Friedkin) เราก็เลยสงสัยว่า
มันมีคำอธิบายไหมว่า เพราะเหตุใดเกาหลีใต้ถึงผลิตหนังแนว exorcist ออกมาเยอะมาก ๆ คือถ้าหากเราวัดจากความรู้สึกของเราเองจากหนังต่าง ๆ ที่เราได้ดู
เราก็รู้สึกว่า ถ้าหากไม่นับหนังไทยแล้ว เราก็ได้ดูหนังแนว exorcist จากสหรัฐอเมริกามากเป็นอันดับหนึ่ง และก็ได้ดูจากเกาหลีใต้มากเป็นอันดับสอง
ส่วนอินโดนีเซียครองอันดับสาม แต่อินโดนีเซียเป็น exorcist แบบมุสลิม
เราก็เลยงงว่า ทำไมเกาหลีใต้ถึงผลิตหนังแนว exorcist
ออกมาเยอะมาก มากกว่าอิตาลี, ประเทศต่าง ๆ ในยุโรป และลาตินอเมริกาเสียอีก
ทั้ง ๆ ที่เกาหลีใต้มีคนนับถือคริสต์เพียงแค่ 31% ในขณะที่ประเทศต่าง
ๆ ในยุโรปและลาตินอเมริกามีคนนับถือคริสต์เยอะมาก แต่เหมือนเราไม่ค่อยได้ดูหนังแนว
exorcist จากประเทศเหล่านี้มากเท่าเกาหลีใต้
ฟิลิปปินส์ก็มีประชากรนับถือคริสต์ราว 92%
แต่เราก็แทบไม่ได้ดูหนังแนว exorcist จากฟิลิปปินส์
เหมือนจริง ๆ แล้วไทยกับญี่ปุ่นทำหนัง supernatural
horror ได้ดีกว่าเกาหลีใต้นะ แต่หนังสยองขวัญของไทยกับญี่ปุ่นมันเหมือนมี
“ผีท้องถิ่น”, “ตำนานท้องถิ่น” ให้เล่าได้เยอะแยะมากมายหรือเปล่า หนังสยองขวัญของสองชาตินี้ก็เลยไม่ต้องไปพึ่ง
“ปีศาจคริสต์” แบบหนังเกาหลีใต้
เราก็เลยสงสัยว่า มันมีคำอธิบายทาง “สังคม”, ทาง
“ประวัติศาสตร์”, ทาง “เศรษฐกิจ” หรือคำอธิบายทาง “วงการภาพยนตร์”
หรือเปล่า ว่าทำไมเกาหลีใต้ถึงผลิตหนังแนว exorcist
ออกมาเยอะ โดยน่าจะเยอะเป็นอันดับสองรองจากสหรัฐ และทำไมยุโรปกับลาตินอเมริกาถึงผลิตหนังแนวนี้น้อยกว่าเกาหลีใต้
ภาพจาก THE DIVINE FURY (2019, Kim
Joo-hwan, South Korea)
+++
ประทับใจมากที่ภาพยนตร์เรื่อง รื่นโรย RUEN-ROEY:
WHISPERS IN THE FOREST (2025, Nunthachai Phupoget, 14min, A+30) เคยได้รับเลือกให้เข้าชิงรางวัลดุ๊ก
(ภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม) ในเทศกาลภาพยนตร์สั้น แล้วต่อมาก็ได้รับเลือกให้ฉายในเทศกาลภาพยนตร์
CCCL เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม และตอนนี้ก็ได้ฉายในเทศกาลภาพยนตร์
TILFF สำหรับ queer films เพราะว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เป็น
“ภาพยนตร์สารคดีเกี่ยวกับหญิงข้ามเพศที่เก็บของป่า” ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็เลยเป็นทั้งหนังสารคดีที่ดีมาก,
หนังที่ดีมากเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม และหนังที่ดีมากเกี่ยวกับ queer
+++
วันเกิดของ Rainer Werner Fassbinder ปีนี้ตรงกับ
1. วันวิสาขบูชา
2. วัน blue moon หรือวันเพ็ญวันที่สองของเดือน
(เพราะวันที่ 1 พ.ค.ก็เป็นวันเพ็ญเหมือนกัน) ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ที่หาได้ยาก
3. วัน micro moon หรือวันที่พระจันทร์วันเพ็ญอยู่ห่างไกลจากโลกมากที่สุดในรอบหนึ่งปี
ถือเป็นปรากฏการณ์ที่หาได้ยากสุดขีด ที่ 4
อย่างนี้เกิดขึ้นตรงกันในวันเดียวกัน
+++
เหมือนระยะหลัง ๆ เราไม่ค่อยได้ดูหนัง courtroom
drama จากฮอลลีวู้ดมากเท่ากับในทศวรรษ 1980-1990
ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร แต่กลายเป็นว่าเราได้ดูหนังแนวนี้จากฮ่องกงและอินเดียแทน
ไม่รู้ว่ามันมีคำอธิบายอะไรหรือเปล่าที่ทำให้สองประเทศนี้หันมาผลิตหนังแนวนี้
อย่างเช่น A GUILTY CONSCIENCE (2026, Ng Wai-lun, Hong Kong), JOLLY LLB
(2013, Subhash Kapoor), PINK (2016, Aniruddha Roy Chawdhury), SECTION 375
(2019, Ajay Bahl), THAPPAD (2020, Anubhav Sinha), CHHAPAAK (2020, Meghna Gulzar)
+++
THE WOMAN FROM MALIBU (1976, Colin Campbell, Canada, 13min, A+30)
พิศวงมาก ในหนังเรื่องนี้ตัวผู้กำกับแต่งตัวเป็นผู้หญิง
เล่าเรื่องผู้ชาย 4 คน (ซึ่งรวมถึงสามีของเธอ) เสียชีวิตขณะปีนเขาหิมาลัย แล้วหนังก็ตัดไปเป็นการถ่ายหน้าต่างที่เผยอแย้ม
พร้อมเสียงเพลงประกอบเป็นเวลานาน แล้วหนังก็ถ่ายมือของตัวละคร ขณะเล่าเรื่องอาหารกลางวันที่นักการเมืองกลุ่มหนึ่งของพรรคเดโมแครตชอบกินกันในฤดูใบไม้ร่วง
(ถ้าหากเราฟังไม่ผิดนะ) แล้วหลังจากนั้นตัวละครสองคนก็ใช้เวลานานในการโพสท่าถ่ายรูป
เราไม่เคยดูหนังของ Colin Campbell มาก่อน พอดูหนังเรื่องนี้เสร็จแล้วก็รู้สึกว่า เขาเป็นอีกคนหนึ่งที่ต้องใส่ไว้ในลิสท์
LIMITLESS CINEMA ของเราในทันที
https://www.e-flux.com/film/6736228/the-woman-from-malibu
THE TEMPERATURE IN LIMA (1976, Colin Campbell, Canada,
10min, A+30)
1. หนังเรื่องนี้เป็นภาคสอง ต่อจาก THE
WOMAN FROM MALIBU (1976, Colin Campbell, Canada, 13min, A+30)
2. ช่วงแรกของหนัง เป็นตัวละครที่ดูเหมือนผู้ชายที่มีขนหน้าอก
เล่าเรื่องที่ตัวเองจะไปซื้ออาหารกิน แต่พอไปถึงร้านอาหาร เขากลับไม่กล้าลงจากรถยนต์
เพราะเขาหวาดกลัวที่จะถูกคนเรียกว่า “Sir” อีกครั้ง
3. ช่วงที่สองของหนัง เป็นเสียงตัวละครคนนึง
ตั้งคำถามว่าพวกผิดเพศสมควรมีสิทธิสอนหนังสือในโรงเรียนหรือไม่
3. ช่วงที่สามเป็นเนื้อหาต่อจากภาคแรก Colin
Campbell แต่งตัวเป็นผู้หญิง เล่าเรื่องที่เธอโทรศัพท์ไปชวนเพื่อนคนนึง
เพื่อออกไปดูหนังเรื่อง A STAR IS BORN (1976, Frank Pierson)
4. แล้วเธอก็เล่าว่า หลังจากสามีของเธอตายที่เทือกเขาหิมาลัย
เหตุการณ์นั้นก็กลายเป็นข่าวดัง แล้วก็มีผู้ชายคนนึงชอบโทรศัพท์มาชวนเธอไปมีเซ็กส์
เพราะเขามองว่าเธอคงต้องการเซ็กส์เป็นอย่างมาก
https://www.e-flux.com/film/6736229/the-temperature-in-lima
พอเห็นข่าวเรื่องฝูงหนูจำนวนมากออกอาละวาดเพราะน้ำท่วมสีลม
เราก็เลยนึกถึงเหตุการณ์นี้ ที่เราเจอ "แมวกลัวหนู" ตอนเราไปดูงาน video
installation แถว ๆ สุรวงศ์