Monday, June 01, 2026

THE WOMAN FROM MALIBU (1976, Colin Campbell, Canada, 13min, A+30)

 

ใน end credits ของ TOTALLY F***ED UP (1993, Gregg Araki, USA, A+30) มีการขึ้นขอบคุณชื่อผู้กำกับหนังอินดี้อเมริกันยุคนั้นที่เราชื่นชอบสุดขีด 4 คนด้วย ซึ่งได้แก่

 

1. Allison Anders

 

2. Todd Haynes

 

3. Jon Moritsugu

 

4. Christopher Munch

 

และเราก็สงสัยมาก ๆ ว่า Rick Linklater นี่คือ Richard Linklater หรือเปล่า

 

ในหนังเรื่อง TOTALLY F***ED UP (1993, Gregg Araki, USA, A+30) มีหนังสือ WHAT IS CINEMA? (1967) ของ André Bazin ด้วย

+++

 

THE LEGEND HUNTERS (2025, Li Yifan, Simon West, China, F)

+++

 

พอเห็นคุณ Warut เขียนถึงหนังเรื่อง YOU BECOME A STAR TOO (1975, Lee Jang-ho, South Korea) ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก THE EXORCIST (1973, William Friedkin) เราก็เลยสงสัยว่า มันมีคำอธิบายไหมว่า เพราะเหตุใดเกาหลีใต้ถึงผลิตหนังแนว exorcist ออกมาเยอะมาก ๆ คือถ้าหากเราวัดจากความรู้สึกของเราเองจากหนังต่าง ๆ ที่เราได้ดู เราก็รู้สึกว่า ถ้าหากไม่นับหนังไทยแล้ว เราก็ได้ดูหนังแนว exorcist จากสหรัฐอเมริกามากเป็นอันดับหนึ่ง และก็ได้ดูจากเกาหลีใต้มากเป็นอันดับสอง ส่วนอินโดนีเซียครองอันดับสาม แต่อินโดนีเซียเป็น exorcist แบบมุสลิม

 

เราก็เลยงงว่า ทำไมเกาหลีใต้ถึงผลิตหนังแนว exorcist ออกมาเยอะมาก มากกว่าอิตาลี, ประเทศต่าง ๆ ในยุโรป และลาตินอเมริกาเสียอีก ทั้ง ๆ ที่เกาหลีใต้มีคนนับถือคริสต์เพียงแค่ 31% ในขณะที่ประเทศต่าง ๆ ในยุโรปและลาตินอเมริกามีคนนับถือคริสต์เยอะมาก แต่เหมือนเราไม่ค่อยได้ดูหนังแนว exorcist จากประเทศเหล่านี้มากเท่าเกาหลีใต้

 

ฟิลิปปินส์ก็มีประชากรนับถือคริสต์ราว 92% แต่เราก็แทบไม่ได้ดูหนังแนว exorcist จากฟิลิปปินส์

 

เหมือนจริง ๆ แล้วไทยกับญี่ปุ่นทำหนัง supernatural horror ได้ดีกว่าเกาหลีใต้นะ แต่หนังสยองขวัญของไทยกับญี่ปุ่นมันเหมือนมี “ผีท้องถิ่น”, “ตำนานท้องถิ่น” ให้เล่าได้เยอะแยะมากมายหรือเปล่า หนังสยองขวัญของสองชาตินี้ก็เลยไม่ต้องไปพึ่ง “ปีศาจคริสต์” แบบหนังเกาหลีใต้

 

เราก็เลยสงสัยว่า มันมีคำอธิบายทาง “สังคม”, ทาง “ประวัติศาสตร์”, ทาง “เศรษฐกิจ” หรือคำอธิบายทาง “วงการภาพยนตร์” หรือเปล่า ว่าทำไมเกาหลีใต้ถึงผลิตหนังแนว exorcist ออกมาเยอะ โดยน่าจะเยอะเป็นอันดับสองรองจากสหรัฐ และทำไมยุโรปกับลาตินอเมริกาถึงผลิตหนังแนวนี้น้อยกว่าเกาหลีใต้

 

ภาพจาก THE DIVINE FURY (2019, Kim Joo-hwan, South Korea)

+++

 

ประทับใจมากที่ภาพยนตร์เรื่อง รื่นโรย RUEN-ROEY: WHISPERS IN THE FOREST (2025, Nunthachai Phupoget, 14min, A+30) เคยได้รับเลือกให้เข้าชิงรางวัลดุ๊ก (ภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม) ในเทศกาลภาพยนตร์สั้น แล้วต่อมาก็ได้รับเลือกให้ฉายในเทศกาลภาพยนตร์ CCCL เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม และตอนนี้ก็ได้ฉายในเทศกาลภาพยนตร์ TILFF สำหรับ queer films เพราะว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เป็น “ภาพยนตร์สารคดีเกี่ยวกับหญิงข้ามเพศที่เก็บของป่า” ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็เลยเป็นทั้งหนังสารคดีที่ดีมาก, หนังที่ดีมากเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม และหนังที่ดีมากเกี่ยวกับ queer

+++

 

วันเกิดของ Rainer Werner Fassbinder ปีนี้ตรงกับ

 

1. วันวิสาขบูชา

2. วัน blue moon หรือวันเพ็ญวันที่สองของเดือน (เพราะวันที่ 1 พ.ค.ก็เป็นวันเพ็ญเหมือนกัน) ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ที่หาได้ยาก

3. วัน micro moon หรือวันที่พระจันทร์วันเพ็ญอยู่ห่างไกลจากโลกมากที่สุดในรอบหนึ่งปี

 

ถือเป็นปรากฏการณ์ที่หาได้ยากสุดขีด ที่ 4 อย่างนี้เกิดขึ้นตรงกันในวันเดียวกัน

+++

 

เหมือนระยะหลัง ๆ เราไม่ค่อยได้ดูหนัง courtroom drama จากฮอลลีวู้ดมากเท่ากับในทศวรรษ 1980-1990 ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร แต่กลายเป็นว่าเราได้ดูหนังแนวนี้จากฮ่องกงและอินเดียแทน ไม่รู้ว่ามันมีคำอธิบายอะไรหรือเปล่าที่ทำให้สองประเทศนี้หันมาผลิตหนังแนวนี้ อย่างเช่น A GUILTY CONSCIENCE (2026, Ng Wai-lun, Hong Kong), JOLLY LLB (2013, Subhash Kapoor), PINK (2016, Aniruddha Roy Chawdhury), SECTION 375 (2019, Ajay Bahl), THAPPAD (2020, Anubhav Sinha), CHHAPAAK (2020, Meghna Gulzar)

+++

THE WOMAN FROM MALIBU (1976, Colin Campbell, Canada, 13min, A+30)

 

พิศวงมาก ในหนังเรื่องนี้ตัวผู้กำกับแต่งตัวเป็นผู้หญิง เล่าเรื่องผู้ชาย 4 คน (ซึ่งรวมถึงสามีของเธอ) เสียชีวิตขณะปีนเขาหิมาลัย แล้วหนังก็ตัดไปเป็นการถ่ายหน้าต่างที่เผยอแย้ม พร้อมเสียงเพลงประกอบเป็นเวลานาน แล้วหนังก็ถ่ายมือของตัวละคร ขณะเล่าเรื่องอาหารกลางวันที่นักการเมืองกลุ่มหนึ่งของพรรคเดโมแครตชอบกินกันในฤดูใบไม้ร่วง (ถ้าหากเราฟังไม่ผิดนะ) แล้วหลังจากนั้นตัวละครสองคนก็ใช้เวลานานในการโพสท่าถ่ายรูป

 

เราไม่เคยดูหนังของ Colin Campbell มาก่อน พอดูหนังเรื่องนี้เสร็จแล้วก็รู้สึกว่า เขาเป็นอีกคนหนึ่งที่ต้องใส่ไว้ในลิสท์ LIMITLESS CINEMA ของเราในทันที

 

https://www.e-flux.com/film/6736228/the-woman-from-malibu

 

THE TEMPERATURE IN LIMA (1976, Colin Campbell, Canada, 10min, A+30)

 

1. หนังเรื่องนี้เป็นภาคสอง ต่อจาก THE WOMAN FROM MALIBU (1976, Colin Campbell, Canada, 13min, A+30)

 

2. ช่วงแรกของหนัง เป็นตัวละครที่ดูเหมือนผู้ชายที่มีขนหน้าอก เล่าเรื่องที่ตัวเองจะไปซื้ออาหารกิน แต่พอไปถึงร้านอาหาร เขากลับไม่กล้าลงจากรถยนต์ เพราะเขาหวาดกลัวที่จะถูกคนเรียกว่า “Sir” อีกครั้ง

 

3. ช่วงที่สองของหนัง เป็นเสียงตัวละครคนนึง ตั้งคำถามว่าพวกผิดเพศสมควรมีสิทธิสอนหนังสือในโรงเรียนหรือไม่

 

3. ช่วงที่สามเป็นเนื้อหาต่อจากภาคแรก Colin Campbell แต่งตัวเป็นผู้หญิง เล่าเรื่องที่เธอโทรศัพท์ไปชวนเพื่อนคนนึง เพื่อออกไปดูหนังเรื่อง A STAR IS BORN (1976, Frank Pierson)

 

4. แล้วเธอก็เล่าว่า หลังจากสามีของเธอตายที่เทือกเขาหิมาลัย เหตุการณ์นั้นก็กลายเป็นข่าวดัง แล้วก็มีผู้ชายคนนึงชอบโทรศัพท์มาชวนเธอไปมีเซ็กส์ เพราะเขามองว่าเธอคงต้องการเซ็กส์เป็นอย่างมาก

 

https://www.e-flux.com/film/6736229/the-temperature-in-lima

 

พอเห็นข่าวเรื่องฝูงหนูจำนวนมากออกอาละวาดเพราะน้ำท่วมสีลม เราก็เลยนึกถึงเหตุการณ์นี้ ที่เราเจอ "แมวกลัวหนู" ตอนเราไปดูงาน video installation แถว ๆ สุรวงศ์

https://web.facebook.com/reel/330975076507105