Showing posts with label LIST. Show all posts
Showing posts with label LIST. Show all posts

Sunday, November 08, 2026

DIAGRAM OF THE THAI MOVING IMAGE UNIVERSE

DIAGRAM OF THE THAI MOVING IMAGE UNIVERSE in the magazine MARG1N issue 3

แผนภูมิเศษเสี้ยวเล็ก ๆ เพียงเศษเสี้ยวเดียวในจักรวาลภาพยนตร์ไทย

 

1. อันนี้เป็นแผนภูมิ diagram ที่เรากับ Chanasorn Chaikitiporn และ Joyce Kanyarat Theerakrittayakorn ร่วมกันจัดทำเพื่อตีพิมพ์ในนิตยสาร MARG1N เล่ม 3 ใครอยากดูแผนภูมินี้ชัด ๆ ก็ไปซื้อนิตยสารเล่มนี้ได้ที่ร้าน Vacilando Bookshop นะ

 

ขอกราบขอบพระคุณ Chanasorn Chaikitiporn, Joyce Kanyarat และทีมงานนิตยสาร MARG1N มาก ๆ นะครับที่ร่วมกันจัดทำ diagram นี้ขึ้นมา

 

Thank you very much, MARG1N, for designing this beautiful diagram, and for giving us the chance to make it.

 

2. แผนภูมินี้มีต้นกำเนิดมาจากการที่เราได้รับการติดต่อจาก Chanasorn ในช่วงกลางปี 2025 ให้ช่วยกันทำแผนภูมิผู้กำกับหนังไทยเพื่อตีพิมพ์ในนิตยสารนี้ โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากแผนภูมิ The Transcendental Style in Film ของ Paul Schrader ซึ่งเราก็ชอบแผนภูมินั้นมาก ๆ เพราะมันบรรจุรายชื่อผู้กำกับหนังที่เราชื่นชอบเอาไว้เยอะมาก และก็มีผู้กำกับที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อนด้วย อย่างเช่น Tony Conrad, Zhengfan Yang, Valerie Massadian, Ben Stamper, Mark John Ostrowski โดยตัวแผนภูมินั้นของ Paul Schrader มันเหมือนช่วยให้เราได้สังเกตว่า ผู้กำกับเหล่านี้มีสไตล์แตกต่างกันอย่างไรในความเห็นของผู้จัดทำแผนภูมิ

 

3. เรากับ Chanasorn และ Joyce ก็เลยช่วยกันรวบรวมรายชื่อผู้กำกับหนังไทยที่เราอยากใส่ลงไปในแผนภูมิของพวกเรา และก็ส่งข้อมูลต่าง ๆ ไปให้ทางนิตยสารเมื่อราว 1 ปีก่อน ส่วนตัวแผนภูมินั้นออกแบบโดยทางทีมงานของ MARG1N

 

4. วันนี้เราได้ตัวนิตยสารมาแล้ว เราก็เลยถ่ายรูปมาลงไว้ในนี้ด้วย เพราะจุดประสงค์หลักของเราในการจัดทำแผนภูมินี้ก็คือ การกระตุ้นให้ผู้อ่านแต่ละคนจัดทำ diagram หรือ list ผู้กำกับ หรือ diagram/list หนังของตัวเอง แล้วมาแชร์ให้คนอื่น ๆ ได้ดูหรือได้อ่านกันออนไลน์

 

เพราะว่าแผนภูมินี้เป็นแผนภูมิที่จัดทำขึ้นเพื่อตีพิมพ์ในนิตยสาร MARG1N ซึ่งเป็นนิตยสารกระดาษน่ะ เพราะฉะนั้นมันก็เลยมีข้อจำกัดต่าง ๆ มากมายในการจัดทำแผนภูมิ และส่งผลให้พวกเราสามารถใส่ชื่อผู้กำกับหนังไทยลงไปในแผนภูมินี้ได้เพียงแค่ 300 คนเท่านั้น

 

เพราะฉะนั้นมันก็เลยมีผู้กำกับหนังไทยอีกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้กำกับหนังไทยรุ่นเก่า ๆ หรือรุ่นก่อนทศวรรษ 2000 ที่ไม่ได้รับการบรรจุไว้ในแผนภูมินี้ เพราะฉะนั้นเราก็เลยมองว่าแผนภูมินี้มันนำเสนอเพียงแค่ความเห็นเฉพาะตัวของพวกเรา 3 คนที่มีต่อ “เศษเสี้ยวเล็ก ๆ เพียงเศษเสี้ยวเดียว” เท่านั้นในจักรวาลผู้กำกับหนังไทย มันยังคงมีผู้กำกับหนังไทยที่น่าสนใจอีกเยอะมากที่ไม่ได้อยู่ในแผนภูมินี้ และมันมี “แง่มุมอื่น ๆ” อีกมากมายหลายหมื่นหลายพันแง่มุมเกี่ยวกับหนังไทยที่ไม่ได้สะท้อนออกมาในแผนภูมินี้

 

เพราะฉะนั้นเราก็เลยหวังว่า แผนภูมินี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อ่านบางคนจัดทำ diagram หรือ list ต่าง ๆ ของตัวเอง แล้วมาแชร์ให้ดูกันออนไลน์ เผื่อจะได้เป็นประโยชน์ต่อคนอื่น ๆ อย่างเช่น ผู้อ่านบางคนอาจจะทำ

 

4.1 diagram ผู้กำกับหนังไทยยุคเก่า

 

4.2 diagram ผู้กำกับหนังทดลองในเอเชียอาคเนย์

 

4.3 diagram ผู้กำกับหนังไทย โดยวัดว่า หนังแต่ละคนมีความเป็น “การเมือง” มากน้อยแค่ไหน

 

4.4 diagram ผู้กำกับหนัง/ละคร queer ของไทย

 

4.5 diagram ผู้กำกับหนังไทย โดยจำแนกตามแต่ละภูมิภาคของไทย

 

4.6 diagram ผู้กำกับหนังบู๊ไทย

 

4.7 diagram ผู้กำกับหนังอาร์ตทั่วโลกที่ผู้อ่าน/ผู้ชมคนนั้นชื่นชอบ

 

อะไรแบบนี้เป็นต้น

 

คือเราว่าผู้อ่านแต่ละคน เวลาได้อ่าน diagram ของเรา แล้วก็คงจะรู้สึกว่า diagram นี้มันช่าง “ขาดพร่อง” น่ะ ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่เราเข้าใจ เพราะ diagram นี้มันบรรจุรายชื่อผู้กำกับหนังไทยไว้เพียงแค่ 300 คนเท่านั้น และมันนำเสนอความเห็นส่วนตัวของเรา 3 คนเพียงแค่ “แง่มุมเดียว” เท่านั้น ซึ่งก็คือแง่มุมที่ว่า ผู้กำกับแต่ละคนทำหนังตามขนบหนังกระแสหลัก หรือทำหนังตามขนบหนัง mainstream มากน้อยแค่ไหน

 

เพราะฉะนั้นความเห็นส่วนตัวของเรา 3 คน มันย่อมต้องไม่ตรงกับความเห็นของคนอื่น ๆ เป็นเรื่องธรรมดา และมันก็มีแง่มุมอื่น ๆ อีกมากมายนอกเหนือจากนี้ที่สมควรถูกพูดถึง เพราะฉะนั้นเราก็เลยหวังว่า diagram นี้ของพวกเรา จะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อ่านบางคน จัดทำ diagram หรือ list ของตัวเองขึ้นมา เพื่อนำเสนอชื่อผู้กำกับคนอื่น ๆ ที่ไม่ได้อยู่ในนี้, นำเสนอความเห็นของตัวเองที่แตกต่างจากพวกเรา หรือนำเสนอแง่มุมอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกมากมายหลายพันแง่มุมที่ไม่ได้อยู่ในแผนภูมินี้

 

5. พวกเราเริ่มต้นจัดทำแผนภูมินี้ในช่วงกลางปี 2025 โดยตอนแรกเราเคยเสนอให้ลองทำแผนภูมิแบบแยกผู้กำกับตามแต่ละ genre แต่มันก็ยากเกินไป เพราะว่าผู้กำกับบางคนทำหนังหลาย genre บางคนก็ทำทั้งหนังสารคดีและหนัง fiction (อย่างเช่น Ing K., Soraya Nakasuwan, Sompot Chidgasornpongse) เพราะฉะนั้นการแยกผู้กำกับหนังไทยออกเป็น genre มันก็เลยไม่ work สำหรับเรา คือการตัดสินว่าหนังเรื่องไหนอยู่ genre ไหนมันเป็นเรื่องง่าย แต่การตัดสินว่าผู้กำกับคนไหนทำหนัง genre ไหนมันเป็นเรื่องยาก

 

พอลองปรึกษากันไป ๆ มา ๆ มันก็เลยออกมาเป็น diagram แบบมีสองแกน แกน A เป็นทศวรรษ ส่วนแกน B เป็นมุมมองเฉพาะตัวของเรา 3 คนที่มีต่อผู้กำกับแต่ละคนว่า เขาทำหนังตามขนบหนังกระแสหลักมากน้อยแค่ไหน โดยคำว่า conventional ใน diagram นี้หมายความถึง การทำหนังตามขนบหนังกระแสหลัก

 

6. เราขออธิบายแกน A ก่อน ทศวรรษใน diagram นี้คือทศวรรษของ “หนังเรื่องแรกที่เราเคยได้ยินของผู้กำกับท่านนั้น”

 

คือตอนแรกเราก็คิดว่า การแยกตามทศวรรษมันอาจจะแยกได้เป็นทศวรรษที่ผู้กำกับคนนั้นเกิด แต่อันนี้ก็ไม่ work เพราะเราไม่รู้ว่าผู้กำกับหลาย ๆ คนเกิดปีอะไร

 

หรือจะเอาเป็น “ทศวรรษที่ผู้กำกับคนนั้นมีชื่อเสียงโด่งดังที่สุด” ซึ่งอันนี้ก็ไม่ work เพราะมันเป็นเรื่องยากที่จะตัดสินได้ว่า ผู้กำกับแต่ละคนมีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในทศวรรษไหน การต้องตัดสิน “ระดับความโด่งดัง” ของผู้กำกับแต่ละคนตามช่วงเวลาต่าง ๆ มันเป็นสิ่งที่เถียงกันได้ไม่รู้จบรู้สิ้น

 

เราก็เลยเอา “ทศวรรษของหนังเรื่องแรกที่เราเคยได้ยิน” ของผู้กำกับท่านนั้นแล้วกัน ยกตัวอย่างเช่น

 

นางสาวขัตติโหเคยทำหนังเรื่องแรกตอนเรียนม.6 ในปี 1999 แต่หนังเรื่องนั้นฉายในวงแคบมาก ไม่มีคนเขียนถึงหนังเรื่องนั้น เราไม่เคยรับรู้ว่ามีหนังเรื่องนั้น ๆ อยู่บนโลกใบนี้

 

ต่อมานางสาวขัตติโหทำหนังสั้นในปี 2003 หนังเรื่องนั้นเคยฉายในเทศกาลหนังสั้นมาราธอน

 

ต่อมานางสาวขัตติโหโด่งดังเป็นพลุแตกในปี 2011 จากการกำกับหนังยาวเรื่องหนึ่ง

 

คือในกรณีแบบนี้ เราจะจัดให้นางสาวขัตติโหอยู่ในทศวรรษ 2000 เพราะว่า “หนังเรื่องแรกที่เราเคยได้ยิน” ของนางสาวขัตติโหอยู่ในปี 2003 คือหนังเรื่องนั้นอาจจะไม่ใช่ “หนังเรื่องแรก” จริง ๆ ของนางสาวขัตติโห แต่มันเป็น “หนังเรื่องแรกที่เราเคยได้ยิน” ของนางสาวขัตติโห เราก็เลยจัดให้เธออยู่ในทศวรรษ 2000

 

7. เพราะฉะนั้นพอเราใช้เกณฑ์แบบนี้ เราก็เลยจัดให้

 

7.1 Banjong Kosallawat อยู่ในทศวรรษ 1960 เพราะเขาเคยกำกับหนังเรื่อง EYE (1967)

 

7.2 Jira Maligool อยู่ในทศวรรษ 1980 เพราะเราเคยได้ยินว่าเขาเคยกำกับหนังสั้นเรื่อง “หนังไม่เคยมีชื่อเรื่อง” (1981)

 

7.3 Rashane Limtrakul อยู่ในทศวรรษ 1980 เพราะเราเคยได้ยินว่าเขาเคยกำกับหนังสั้นเรื่อง ตะเบ็ง (1986)

 

7.4 Somkiat Vituranich อยู่ในทศวรรษ 1980 เพราะเราเคยดูหนังสั้นเรื่อง I’M NOBODY, WHO ARE YOU (1987, Somkiat Vituranich)

 

7.5 Kongdech Jaturanrasamee อยู่ในทศวรรษ 1990 เพราะเขาเคยกำกับหนังสั้นเรื่อง เจ๊ง (1999, คงเดช จาตุรันต์รัศมี, เกียรติ ศงสนันท์)

 

7.6 Nuttawut Poonpiriya อยู่ในทศวรรษ 2000 เพราะเขาเคยกำกับหนังสั้นเรื่อง HEAVEN (2009)

 

อะไรดังนี้เป็นต้น

 

8. แต่เมื่อกี้เราเช็คดู diagram ที่เขาทำมา ก็พบว่ามันมีจุดที่ไม่ตรงกับข้อมูลที่เราตั้งใจไว้อยู่หลายจุด ซึ่งอันนี้เราก็ต้องขอโทษด้วยที่เกิดความผิดพลาดนี้ขึ้น ความผิดพลาดนี้เป็นสิ่งที่ไม่มีใครตั้งใจให้เกิดขึ้น ผมต้องกราบขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ

 

ตัวอย่างข้อมูลที่ไม่ตรงกับที่เราตั้งใจไว้

 

8.1 Promsin Sriboonruang กับ Sunh Vasudhara ควรอยู่ทศวรรษ 1940 ไม่ใช่ 1950

 

8.2 Thavi Na Bangchang, Dokdin Kanyamarn, Boonrat Chaiwises, Ubol Yukol Na Ayudhya, Noi Kamolwatin, Wasant Soonthornpaksin ควรอยู่ทศวรรษ 1950 ไม่ใช่ทศวรรษ 1960

 

8.3 Cherd Songsri, Banjong Kosallawat, Ruj Ronapop, Chalong Pakdeevijit, Pairat Gasiwat, Chaluay Srirattana, Charin Nantanakorn ควรอยู่ทศวรรษ 1960 ไม่ใช่ทศวรรษ 1970

 

8.4 Mitr Chaibancha, Rassamee Paoleungthong, Jon Ungpakorn, Kid Suwannasorn, Sompote Saengduenchai, Pongsak Jantarookkha, Sombat Metanee, Santa Pestonji, Chana Kraprayoon, Padej Pakdeevijit, Patravadi Mejudhon, Pornpoj Kanitthasen ควรอยู่ทศวรรษ 1970 ไม่ใช่ทศวรรษ 1980

 

เนื่องจากข้อมูลใน diagram ในทศวรรษ 1940-1980 มีสิ่งที่คลาดเคลื่อนไปจากที่เราตั้งใจไว้เยอะมาก เพราะฉะนั้นเราขอแปะรายชื่อผู้กำกับแยกตามแต่ละทศวรรษในแบบที่เราตั้งใจไว้ในตอนท้ายของโพสท์นี้ด้วยแล้วกันนะครับ เผื่อใครอยากใช้เป็นฐานข้อมูล จะได้ไม่งง

 

9. ในส่วนของแกน B นั้น เราจัดเรียงรายชื่อผู้กำกับโดยพิจารณาว่า ผู้กำกับแต่ละคนทำหนังตามขนบหนังกระแสหลักมากน้อยแค่ไหน โดยผู้กำกับที่เน้นทำหนังตามขนบหนังกระแสหลัก ก็จะอยู่ใกล้เส้น MOST CONVENTIONAL หรืออยู่ขอบนอก ๆ ของ diagram

 

ส่วนผู้กำกับที่เน้นทำหนังทดลอง หนัง non-narrative หนังไม่มีเนื้อเรื่อง หนังที่มีความเป็นนามธรรมมาก ๆ หรือเน้นทำ video art ก็จะอยู่ใกล้เส้น LEAST CONVENTIONAL หรืออยู่ขอบใน ๆ ของ diagram

 

สาเหตุส่วนหนึ่งที่เราเลือกแกน B เป็นแบบนี้ เป็นเพราะว่า เรามองว่าเราเองก็ไม่ได้มีความรู้ลึกซึ้งเรื่องหนังไทยอะไรมากนักน่ะ แต่สิ่งที่เรามองว่า เราอาจจะพอรู้อยู่บ้าง ก็คือเราพอรู้ว่า ผู้กำกับหนังทดลองของไทยมีใครบ้าง คือเราพอแยกได้ว่า ใครทำหนังที่มีความเป็นหนังทดลองอย่างรุนแรง อะไรทำนองนี้ และตัวเราเองก็สนใจหนังทดลองเป็นหลักด้วย

 

เพราะฉะนั้นแกน B มันก็เลยออกมาเป็นแบบนี้ ใครเน้นทำหนังกระแสหลักก็จะอยู่ใกล้เส้น MOST CONVENTIONAL ใครเน้นทำหนังทดลองก็อยู่ใกล้เส้น LEAST CONVENTIONAL เผื่อผู้อ่านท่านใดสนใจหนังทดลอง หรือผู้อ่านท่านใดสนใจหนังกระแสหลักในแต่ละทศวรรษไหน ก็อาจจะใช้ข้อมูลใน diagram นี้ให้เป็นประโยชน์ได้

 

10. แต่เราก็ต้องย้ำว่า การทำแกน B เพื่อแยกหนังกระแสหลักกับหนังทดลองนี้ ไม่ได้บ่งชี้ถึง “การประเมินคุณค่า”, “ระดับความดีงาม” หรือ “ระดับความชื่นชอบ” ของเราที่มีต่อผู้กำกับแต่ละคนแต่อย่างใดนะ เพราะผู้กำกับหนังกระแสหลักหลาย ๆ คน เราก็ชอบหนังของเขาอย่างรุนแรงสุดขีดได้เช่นกัน

 

คือถ้าหาก diagram นี้เป็น diagram สำหรับหนังต่างประเทศ ผู้กำกับที่อยู่ใกล้เส้น LEAST CONVENTIONAL ก็จะเป็น Chantal Akerman, Marina Abramovic, Michael Snow, Bruce Conner, Bruce Baillie อะไรทำนองนี้น่ะ

 

ส่วนผู้กำกับที่อยู่ใกล้เส้น MOST CONVENTIONAL ก็จะเป็น Michael Curtiz, Victor Fleming, Robert Wise, George Lucas, Steven Spielberg, Ron Howard อะไรทำนองนี้

 

ซึ่งสิ่งนี้ไม่ได้บ่งชี้ถึงระดับความชอบของเราแต่อย่างใด เพราะว่าหนังเรื่อง ALWAYS (1989, Steven Spielberg) ก็ถือเป็น one of my most favorite films of all time เราชอบหนังเรื่องนี้มากกว่างานวิดีโอของ Marina Abramovic ถึงแม้ว่าหนังเรื่อง ALWAYS มันเป็นหนัง narrative ที่เล่าเรื่องตรงไปตรงมาตามขนบหนังกระแสหลักก็ตาม

 

11. ในช่วงที่พวกเราร่าง diagram นี้ เราก็เลยจัดกลุ่มผู้กำกับออกเป็น 6 กลุ่มคร่าว ๆ เพื่อใช้ในการทำ diagram ดังนี้

 

11.1 กลุ่ม VERY CONVENTIONAL ก็คือผู้กำกับที่เรามองว่าทำหนังกระแสหลัก และเราอาจจะยังมองไม่ออกว่าเขามีลายเซ็นเฉพาะตัวอะไรหรือเปล่า ซึ่งนั่นเป็นเพราะว่าเราอาจจะยังดูหนังของเขาน้อยเกินไป หรือเรายังไม่ได้เข้าใจหนังของเขามากพอ คือเขาอาจจะมีลายเซ็นเฉพาะตัวก็ได้ แต่เรายังศึกษาหนังของเขาไม่ถ่องแท้เอง

 

ผู้กำกับในกลุ่มนี้ก็อาจจะมีเช่น พันคำ, เนรมิต, รังสี ทัศนพยัคฆ์

 

11.2 กลุ่ม MODERATELY CONVENTIONAL ซึ่งก็คือผู้กำกับหนังกระแสหลักที่หนังมันเหมือนเริ่มมีลายเซ็นเฉพาะตัว หรือมีลักษณะเฉพาะตัว หรือชื่อของเขาเหมือนเป็นการรับประกันคุณภาพบางอย่าง อย่างเช่น พชร์ อานนท์, พิศาล อัครเศรณี, ชนะ คราประยูร, แจ๊สสยาม, รุจน์ รณภพ

 

11.3 กลุ่ม A LITTLE BIT CONVENTIONAL ผู้กำกับในกลุ่มนี้ครอบคลุมหลายกลุ่มย่อย อย่างเช่น

 

11.3.1 ผู้กำกับหนังกระแสหลักที่เหมือนมีความเป็น auteur หรือมีลักษณะเด่นอย่างชัดเจน หรือชื่อของเขารับประกันคุณภาพได้มาก ๆ อย่างเช่น R.D. Pestonji, Prince Anusorn Mongkolkarn, Thavi Na Bangchang, Dokdin Kanyamarn, Cherd Songsri, Somboonsuk Niyomsiri, Permpol Choei-arun

 

11.3.2 ผู้กำกับหนังกระแสหลักที่เน้นสะท้อนปัญหาสังคม ไม่ได้ทำหนังเพื่อความบันเทิงอย่างเดียว อย่างเช่น Prince Chatrichalerm Yukol, Apichat Phopairot, Surasee Patham

 

11.3.3 ผู้กำกับหนัง cult อย่างเช่น Sompote Saengduenchai, Sarawut Intaraprom คือหนังของเขามันสร้างมาเพื่อความบันเทิงสำหรับผู้ชมในวงกว้างก็จริง แต่ความ cult ความพิลึกพิลั่นของมันทำให้เรารู้สึกว่า มันไม่ค่อย conventional

 

11.3.4 ผู้กำกับที่ทำหนังกึ่ง ๆ กระแสหลัก กึ่ง ๆ อาร์ตเฮาส์ อย่างเช่น Kongdej Jaturanrasamee, Wisit Sasanatieng

 

11.3.5 ผู้กำกับหนังสารคดีที่เล่าเรื่องค่อนข้างตรงไปตรงมา อย่างเช่น Panu Aree

 

11.4 กลุ่ม A LITTLE BIT UNCONVENTIONAL กลุ่มนี้ครอบคลุม

 

11.4.1 ผู้กำกับที่ทำหนังที่ค่อนข้างแหวกแนวในยุคสมัยของมัน อย่างเช่น กลุ่มผู้กำกับที่ทำ “ทองปาน”, Jon Ungpakorn ที่กำกับ THE FACTORY WORKERS OF HARA (1975)

 

11.4.2 Video artists อย่างเช่น Apinan Poshynanda, Vasan Sitthiket, Kamol Phaosavasdi

 

11.4.3 กลุ่มที่ทำหนังที่ค่อนไปทางหนังทดลอง หนังอาร์ตเฮาส์ แต่หนังอาจจะมีความ narrative อยู่บ้าง อย่างเช่น Prabda Yoon, Pimpaka Towira, Boonsong Nakphoo, Anucha Boonyawatana, Nawapol Thamrongrattanarit

 

11.4.4 ผู้กำกับหนัง cult ที่เหมือนไม่ได้สนใจผู้ชมกระแสหลักอีกต่อไป อย่างเช่น Sompong Soda, Kullachat Jitkajornwanit, Weerasak Suyala, Weera Rakbankerd, The Professional Dry Cleaners

 

11.4.5 ผู้กำกับหนังสารคดีที่ค่อนไปทางอาร์ตเฮาส์ มีความ essay มีความ poetic อยู่ในสารคดี อย่างเช่น Nontawat Numbenchapol, Wattanapume Laisuwanchai, Vichart Somkaew, Pisut Srimhok

 

11.5 กลุ่ม MODERATELY UNCONVENTIONAL ผู้กำกับในกลุ่มนี้ก็คือสายหนังทดลอง หรือทำหนังที่มีความเป็นหนังทดลองสูงมาก แต่หนังอาจจะยังพอมีเนื้อเรื่องให้จับต้องได้บ้าง มีอะไรที่มีความเป็นรูปธรรมในหนังอยู่บ้าง อย่างเช่น Apichatpong Weerasethakul, Phaisit Phanphruksachat, Surapong Pinijkhar (สำเพ็ง), Ratchapoom Boonbunchachoke, Anocha Suwichakornpong

 

11.6 กลุ่ม VERY UNCONVENTIONAL ผู้กำกับในกลุ่มนี้ก็คือกลุ่มที่ทำหนังทดลองหรือวิดีโออาร์ตที่เหมือนไม่มีเนื้อเรื่อง มีความเป็นนามธรรมสูง หรือดูแตกต่างอย่างรุนแรงจาก “ขนบหนังกระแสหลัก” อย่างเช่น Sasithorn Ariyavicha, Araya Rasdjarmrearnsook, Chaloemkiat Saeyong, Teeranit Siangsanoh, Achitaphon Piansukprasert

 

แต่พอเราเอาข้อมูลพวกนี้มาลง diagram เราไม่ได้แยกให้เห็นเป็น 6 กลุ่มอย่างชัดเจน เพราะจริง ๆ แล้วมันก็ประเมินไม่ได้หรอกว่า ระดับความทำตามขนบหนังกระแสหลักของผู้กำกับแต่ละคน มันวัดค่าออกมาเป็นตัวเลขได้เป๊ะ ๆ เท่าใด

 

12. ซึ่งการวางชื่อผู้กำกับแต่ละคนในแกน B ตามระดับความทำตามขนบหนังกระแสหลักนี้ มันก็สะท้อนเพียงแค่ “ความเห็นส่วนตัวของเรา 3 คนในวันนั้นในปี 2025” เท่านั้น และมันย่อมต้องแตกต่างจากความเห็นของผู้อ่านแต่ละคนอย่างแน่นอน

 

เพราะฉะนั้นถ้าหากผู้อ่านท่านใดไม่เห็นด้วยกับตำแหน่งของผู้กำกับคนไหนใน diagram นี้ มันก็เป็นเรื่องธรรมดามาก ๆ ครับ มันก็เหมือนกับความเห็นของผู้ชมแต่ละคนที่มีต่อหนังแต่ละเรื่อง ที่ย่อมแตกต่างจากกันอย่างมาก ๆ

 

และแม้แต่พวกเรา 3 คนเอง ถ้าหากพวกเรา 3 คนเพิ่งมาเริ่มทำ diagram นี้ในวันนี้ ตัว diagram มันก็ย่อมต้องแตกต่างจากสิ่งที่พวกเราทำไว้เมื่อ 1 ปีก่อนอย่างแน่นอน

 

คือตัว diagram นี้มันอาจจะดูเหมือน “แผนที่ดวงดาว” แต่จริง ๆ แล้ว ผมมองว่า ผู้กำกับแต่ละคนที่ยังมีชีวิตอยู่ จริง ๆ แล้วพวกเขาหลาย ๆ คนเคลื่อนที่เป็น “ดาวหาง” ครับ ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับที่เป็นดาวฤกษ์ ผู้กำกับบางคนอาจจะเริ่มหันมาทำหนังที่ unconventional อย่างรุนแรงในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา หรืออาจจะทำหนังที่ unconventional อย่างรุนแรงในอีกหนึ่งปีข้างหน้าก็ได้ เพราะฉะนั้น diagram นี้ก็เลยเหมือนแค่สะท้อนความเห็นส่วนตัวของพวกเราเฉพาะใน “วันวันนั้นในปี 2025” ที่พวกเราสุมหัวกันทำ diagram เท่านั้นครับ มันไม่ได้เป็นสิ่งที่แน่นอนตายตัวแต่อย่างใด

 

13. เนื่องจาก diagram นี้สะท้อนความเห็นส่วนตัวของพวกเราที่มีต่อระดับความ conventional ของผู้กำกับแต่ละคน เพราะฉะนั้น diagram นี้ก็เลยเน้นไปที่ผู้กำกับที่พวกเราเคยดูหนังของเขาครับ เพราะว่าถ้าหากเราไม่เคยดูหนังของเขา เราก็ไม่สามารถประเมินได้ว่า หนังของเขามีความ conventional มากน้อยเพียงใดในสายตาของเรา

 

และด้วยเหตุนี้ diagram นี้ก็เลยเน้นแต่ผู้กำกับรุ่นใหม่ ๆ ครับ และไม่ค่อยมีผู้กำกับหนังไทยยุคเก่า ๆ อยู่ใน diagram นี้ เพราะว่าพวกเราไม่ค่อยได้ดูหนังไทยยุคเก่า ๆ ครับ พวกเราขาดความรู้มาก ๆ ในด้านนี้ และด้วยเหตุนี้พวกเราจึงไม่กล้าประเมินว่า ผู้กำกับหนังไทยยุคเก่าหลาย ๆ ท่านทำหนังที่มีความ conventional มากน้อยเพียงใด ถ้าหากเราไม่เคยดูหนังของเขา

 

อันนี้ผมก็ขอยอมรับว่ามันเป็นจุดขาดพร่องสำคัญใน diagram นี้ครับ แต่ผมก็หวังว่า diagram นี้อาจจะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อ่านบางท่านจัดทำ diagram ของตัวเองขึ้นมาเพื่อมาแชร์กันครับ พวกเรามองว่า diagram นี้สะท้อนเพียงแค่เศษเสี้ยวเล็ก ๆ เพียงเสี้ยวเดียวเท่านั้นในจักรวาลหนังไทยครับ ยังมีอะไรอีกเยอะมากในจักรวาลหนังไทยที่ไม่ได้อยู่ใน diagram นี้ และสิ่งนั้นอาจจะรอให้ผู้อ่านคนอื่น ๆ ช่วยกันนำเสนอมันออกมา

 

และก็ขอเสริมนิดนึงว่า ถึงแม้ผู้กำกับราว 95% ใน diagram นี้ เป็นผู้กำกับที่พวกเราเคยดูหนังของเขา แต่ก็มีผู้กำกับราว 5% ใน diagram นี้ ที่พวกเราไม่เคยดูหนังของเขา แต่ก็ตัดสินใจใส่ชื่อเข้ามาใน diagram เพราะพวกเรามองว่าผู้กำกับท่านนั้นมีความสำคัญมากต่อประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทยครับ อย่างเช่น Prince Sanbassatra ที่ถือเป็น Father of Thai Film และ Khun Anurak Ratthakarn ที่เป็นผู้กำกับหนังเรื่อง “โชคสองชั้น” (1927) ซึ่งถือเป็นหนังไทยแบบ feature film เรื่องแรกในประวัติศาสตร์

 

14. ตอนแรกพวกเราทำ diagram ออกมาเป็นแบบแกน x แกน y ซึ่ง diagram ที่ออกมามันดูไม่สวยเลย และมันดูยากมาก ๆ แต่พวกเราก็ส่งข้อมูลดิบ ๆ แบบนั้นไปให้ทาง MARG1N

 

ต่อมาทาง MARG1N ก็พิจารณาแล้วเห็นว่า diagram ที่พวกเราทำมันไม่ work เวลาพิมพ์ออกมาในหน้ากระดาษ ทางทีมงาน MARG1N ก็เลยออกแบบ diagram ให้ใหม่ คล้าย ๆ แผนที่ดวงดาวแบบนี้ครับ ซึ่งมันออกมาดูสวยมาก ๆ และมันดูง่ายขึ้นมากในความเห็นของผม

 

15. เนื่องจากข้อมูลผู้กำกับหนังไทยใน diagram ในช่วงทศวรรษ 1940-1980 มีความคลาดเคลื่อนไปจากที่ตั้งใจไว้เยอะมาก ผมก็เลยขอนำข้อมูลที่พวกเราตั้งใจไว้ มาแปะไว้ในนี้แล้วกันนะครับ เผื่อใครอยากใช้เป็นฐานข้อมูล โดยรายชื่อนี้แยกตามทศวรรษ และเรียงตามตัวอักษรนะครับ ลิสท์ข้างล่างนี้ไม่ได้บ่งชี้แต่อย่างใดว่า ใครทำหนังตามขนบหนังกระแสหลักมากน้อยเพียงใดนะครับ

 

15.1 รายชื่อผู้กำกับหนังไทยที่อาจจะทำหนังเรื่องแรกในทศวรรษ 1940

Amnuay Klasnimi (Neramit)

Prince Anusorn Mongkolkarn

Promsin Sriboonruang (Pankham)

Prince Sukarawandis Diskul

Sunh Vasudhara

Tae Prakartwuttisarn

 

15.2 รายชื่อผู้กำกับหนังไทยที่อาจจะทำหนังเรื่องแรกในทศวรรษ 1950

Boonrat Chaiwises (the director of Tamone Prai, a film commonly attributed to his producer, Thamrong Rujanaphand)

Dokdin Kanyamarn

Noi Kamolwatin

Parinya Leelasorn

Payut Ngaokrachang

Rungsri Tasanapayak

Sanan Kraprayoon

So Asanajinda

Somkuan Krajangsat

Supan Buranapim

Thavi Na Bangchang (Khru Marut)

Ubol Yukol Na Ayudhya

Vichit Kounavudhi

Wasant Soonthornpaksin

 

15.3 รายชื่อผู้กำกับหนังไทยที่อาจจะทำหนังเรื่องแรกในทศวรรษ 1960 (รวมถึงหนังสั้น)

Banjong Kosallawat

Chalee Intharavijit

Chalong Pakdeevijit

Chaluay Srirattana

Charin Nantanakorn

Cherd Songsri

Chutima Suwannarat

Graiwat Sriwoothiwong (Ajcharapunt)

Pairach Gasiwat

Ruj Ronapop

 

15.4 รายชื่อผู้กำกับหนังไทยที่อาจจะทำหนังเรื่องแรกในทศวรรษ 1970

Apichat Phopairot

Chana Kraprayoon

Prince Chatrichalerm Yukol

Chumphorn Thepphithak

Jirawan Gampanartsaenyakorn (Saenyagorn)
Jon Ungpakorn

Kid Suwannasorn

Kom Akkadej

Krit Boonprapruek (Jazzsiam)

Mitr Chaibancha

Padej Pakdeevijit

Paijong Laisakul

Patravadi Mejudhon

Permpol Choei-arun

Pisan Akaraseranee

Pongsak Jantarookkha

Pornpoj Kanitthasen
Rassamee Paoleungthong

Rerngsiri Lim-aksorn

Sakka Jarujinda

Santa Pestonji

Sombat Metanee

Somboonsuk Niyomsiri (Pieak Poster)

Sompong Treebuppa

Sompote Saengduenchai

Surachai Chantimatorn
Surapong Pinijkhar

Surasee Patham

Thitisarn Suriyong

Prince Tipyachat Chatchai

Yutthana Mukdasanit

 

15.5 รายชื่อผู้กำกับหนังไทยที่อาจจะทำหนังเรื่องแรกในทศวรรษ 1980 (รวมถึงหนังสั้น)

Adirek Wattaleela

Apinan Poshyananda

Bhandit Rittakol

Itthisoontorn Vichailak

Jira Maligool

Manop Udomdej

Pakorn Prohmvitak

M.L. Pundhevanop Dhewakul

Rashane Limtrakul

Somching Srisupap

Somkiat Vithuranich

Sukhum Maythawanit

Supachai Surongsain

Tanit Jitnukul

Toranong Srichua

 

ผมต้องกราบขออภัยอีกครั้งนะครับ สำหรับความคลาดเคลื่อนใน diagram ในส่วนของการแบ่งตามทศวรรษในทศวรรษ 1940-1980

 

สุดท้ายนี้ ก็ขอย้ำว่า ถ้าหากใครสนใจ diagram นี้ ก็ไปหาซื้อนิตยสาร MARG1N เล่ม 3 ได้ที่ร้าน Vacilando Bookshop นะครับ ในนิตยสารเล่มนี้ยังมีบทความอื่น ๆที่น่าสนใจอีกมากมาย ขอบพระคุณมากครับ

https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid0ZU6xu53G2gJTXBYAdWFTNrbBHRvL7jciFqPXEC1rmyzqwp5JeiSmPmdn8VNiMb91l

 


Thursday, September 03, 2026

FAVORITE CARTOONS FROM 1970S

 

ค้นเจอว่าเคยมีการฉายภาพยนตร์เรื่อง LITTLE KATA (2002) ที่กำกับโดยคุณคธา แสงแข Kata Sangkhae ที่ อะเบ้าท์ สตูดิโอ/อะเบ้าท์ คาเฟ่ ในวันที่ 6 ก.พ. 2004 ด้วย เรายังไม่เคยดูหนังเรื่องนี้มาก่อนเลย มีใครเคยดูหนังเรื่องนี้บ้างคะ

 

แต่เห็นในยูทูบมีคลิป LITTLE KATA สั้น ๆ อยู่ 3 คลิปนะ เราก็เลยเดาว่าคลิปพวกนี้อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์เรื่อง LITTLE KATA แต่เราก็ไม่รู้ว่าตัวหนัง LITTLE KATA ที่เคยฉายที่อะเบ้าท์ คาเฟ่ ยาวกี่นาที

 

ในยูทูบมีคลิป

 

1. LITTLE KATA (MALIBU) (2001, 5.21min)

 

2. LITTLE KATA (ZUMA 1) (2001, 1.14min)

 

3. LITTLE KATA (ZUMA 2) (2001, 0.54min)

 

ดีใจที่ได้ดูคลิปเหล่านี้ในยูทูบนะ นึกถึงหนังสั้น + video art ยุคแรก ๆ ของไทย

 

โปรแกรมฉายหนังของ About Cafe ในปี 2004 ก็น่าสนใจมาก ๆ นะ เราเคยดู THE WINGED MIGRATION, JUST A SECOND: THE KHONG LEGEND, GERRY และ MILLENNIUM ACTRESS แล้ว แต่จนถึงตอนนี้เราก็ยังไม่เคยดู PICNIC (1996, Shunji Iwai), MAROONED IN IRAQ (2002, Bahma Gohbadi, Iran) และ BANGKOK BEATS: FROM POP2PUNK (2003, Gabi Krauss, Peter Stein, documentary, 60min)

 

แต่ดีใจสุดขีดที่หนังเรื่อง BANGKOK BEATS: FROM POP2PUNK มีให้ดูในยูทูบด้วย

 

ข้อมูลเกี่ยวกับหนังเรื่อง BANGKOK BEATS: FROM POP2PUNK (2003, Gabi Krauss, Peter Stein, documentary, 60min)

 

In the capital of Thailand, the music-underground is exploding right now. That is what two German film makers found out during a two-month stay in Bangkok in 2003. The film portrays bands (Beargarden, Apartment Khun Ba, Som etc.) and labels (Smallroom, Bama, Panda, Hualampong Riddim) from the indie-scene, visits festivals and shows (Pattaya, NoisePop) and meets media (Fat Radio, Channel V), who support the Bangkok music scene. In interviews the highly creative protagonists of the local scene express their outlook on music, their conditions and what their work is about in their own words. The intention of making this film is to show to Western people what is going on in Thailand on the cultural side.

 

LITTLE KATA (MALIBU) (2001)

https://youtu.be/n0A7CVvjyxs?si=yrRSlFfAuEvdTk4W

 

LITTLE KATA (ZUMA 1) (2001)

https://youtu.be/yWztoeuRVBc?si=qDgHK6iJcHuUMBR9

 

LITTLE KATA (ZUMA 2) (2001)

https://youtu.be/ExBvi3uTgG8?si=-hLmYQa-wQE436oR

 

BANGKOK BEATS: FROM POP2PUNK

https://youtu.be/kMcXjAn90dY?si=7calTfWlxcemMBod

+++

 

ผลพวงจากการฟัง podcast ของคุณอรรถ บุนนาค ก็คือมันทำให้เราอยากอ่านการ์ตูนของ Hagio Moto มาก ๆ เราก็เลยซื้อการ์ตูนเรื่อง THEY WERE ELEVEN (1975, Hagio Moto) จากร้าน Kinokuniya มาให้ลูกหมีอ่าน (แปลว่า ซื้อมาดองไว้ก่อน 555)

 

การ์ตูนญี่ปุ่นในทศวรรษ 1970 ที่เราชอบสุดขีด ก็รวมถึง

 

(เรียงตามตัวอักษร)

 

1. AI TO MAKOTO ไออิ และ มาโกโตะ (1973-1976, written by Ikki Kajiwara, illustrated by Takumi Nagayasu)

เราเคยอ่านการ์ตูนเรื่องนี้ตอนเด็ก ๆ นะ แต่ยังไม่ได้อ่านจนจบ แต่จำได้ว่าเป็นอะไรที่ฝังใจอย่างรุนแรงตอนเด็ก ๆ

 

2. BLUE SKY ALLIANCE (AOZORA DOUMEI) หรือ สัญญากุ๊กกิ๊ก (1977-1979, Shibata Ayako)

เป็นการ์ตูนเรื่องแรกที่เราอ่านที่มี “ฉากอย่างว่า” อยู่ในการ์ตูน แล้วเราได้อ่านมันตอนป.5

 

3. CANDY CANDY (1975-1979, Yumiko Igarashi)

 

4. GLASS MASK หน้ากากแก้ว หรือ นักรักโลกมายา (1976-until now, Suzue Miuchi)

 

5. HERE COMES MISS MODERN รักระหว่างรบ (1975-1977, Yamato Waki)

 

6. MAMI THE PSYCHIC (1977-1983, Fujiko F. Fujio)

 

7. POP CORN หรือ SEITO SHOKUN! หรือ นักกี้ จอมใจจอมแก่น (1977-1984, Yoko Shoji)

 

8. THE ROSE OF VERSEILLES กุหลาบแวร์ซายล์ส (1972-1973, Riyoko Ikeda)

 

9. SUKEBAN DEKA สิงห์สาวนักสืบ หรือ ยอดนักโทษสาว (1975-1982, Shinji Wada)

 

10. SWAN หงส์ฟ้า (1976-1981, Kyoko Ariyoshi)

 

Podcast ของคุณอรรถ บุนนาค

https://youtu.be/pczyeDanP8U?si=od4F1ChdLjLChXgw

 

Saturday, August 29, 2026

GODZILLA FILMS THAT I SAW

 

เห็น MUBI มีหนัง GODZILLA เข้ามาหลายเรื่อง เราก็เลยจดรายชื่อไว้ก่อนดีกว่าว่า เราเคยดู GODZILLA ภาคไหนไปแล้วบ้าง เราจะได้ไม่ไปกดดูซ้ำโดยไม่ได้ตั้งใจ 55555

 

เราเคยดู GODZILLA และหนังทำนองเดียวกันไปแล้วแค่ 13 เรื่อง (รวมทั้งของสหรัฐและญี่ปุ่น) โดยเราได้ดู 12 เรื่องในโรงภาพยนตร์ และมีเพียงแค่ GODZILLA (1998, Roland Emmerich) ที่เราได้ดูทางเคเบิลทีวี ถ้าหากเราจำไม่ผิด

 

GODZILLA และหนังทำนองเดียวกันที่เราเคยดู

 

1. GODZILLA (1954, Ishiro Honda, Japan, A+25)

 

2. MOTHRA VS. GODZILLA (1964, Ishiro Honda, Japan, A+30)

 

3. DESTROY ALL MONSTERS (1968, Ishiro Honda, Jun Fukuda, Japan, A+30)

 

4. ALL MONSTERS ATTACK (1969, Ishiro Honda, Japan, A-)

 

5. GODZILLA VS. BIOLLANTE (1989, Kazuki Omori, Japan, A+30)

 

6. GODZILLA VS. KING GHIDORAH (1991, Kazuki Omori, Japan, A+25)

 

7. GODZILLA (1998, Roland Emmerich, USA)

 

8. GODZILLA: FINAL WARS (2004, Ryuhei Kitamura, Japan, A+30)

 

9. GODZILLA (2014, Gareth Edwards, USA, A+10)

 

10. SHIN GODZILLA (2016, Hideaki Anno + Shinji Higuchi, Japan, A+30)

 

11. WHAT TO DO WITH THE DEAD KAIJU? (2022, Satoshi Miki, Japan, A+30)

อันนี้อาจจะไม่ถือเป็นหนัง GODZILLA โดยตรง แต่เราว่ามันเป็นหนังที่เหมือนเป็นเครือญาติกับหนังชุด GODZILLA

 

12. GODZILLA MINUS ONE (2023, Takashi Yamazaki, Japan, A+30)

 

13. GODZILLA X KONG: THE NEW EMPIRE (2024, Adam Wingard, USA, A+30)

 

สรุปว่า เราชอบ GODZILLA VS. BIOLLANTE (1989, Kazuki Omori) มากที่สุดในบรรดา 13 เรื่องนี้

 

ส่วนตัวละครที่เราชอบสุดขีดในบรรดาหนัง GODZILLA ก็คือ Minilla กับสองสาว Mothra Twins

 

ลิสท์นี้ไม่รวมหนังแนวใกล้เคียงกัน อย่างเช่น หนังชุด PACIFIC RIM และ THE BEAST BELOW ไลโอ แย้ยักษ์ (2022, Chalit Krileadmongkon, Chippol Ruanggun, A+25) นะ เพราะเดี๋ยวลิสท์มันจะยาวเกินไป 555

 

 

Sunday, August 23, 2026

13 ACTRESSES OF 2026

 

ปีนี้เป็นปีทองของ Jessie Buckley, Shabana Azmi, Anne Hathaway, Sandra Hüller, Prapamonton Eiamchan, Pimmada Chaisaksoen, Emily Blunt, Zendaya, Renate Reinsve, Fish Liew, Kumi Takiuchi, Mitsuki Takahata, Yumi Kawai จริง ๆ เพราะว่า

 

1. Jessie Buckley มีหนังได้ลงโรงฉายในไทย 3 เรื่อง

 

1.1 HAMNET (2025, Chloé Zhao, A+30)

 

1.2 THE BRIDE! (2026, Maggie Gyllenhaal, A+30)

 

1.3 HOW TO SHOOT A GHOST (2025, Charlie Kaufman, A+30)

หนังเรื่องนี้ฉายที่หอภาพยนตร์ ศาลายา ในเทศกาล Signes de Nuit

 

2. Shabana Azmi มีหนังได้ลงโรงฉายในไทย 2 เรื่อง

 

2.1 BATWARA 1947 (2026, Rajkumar Santoshi, India, 160min, A+30)

 

2.2 AWARAPAN 2 (2026, Nitin Kakkar, India, 140min, A+)

 

3. Anne Hathaway มีหนังได้ลงโรงฉายในไทย 4 เรื่อง

 

3.1 MOTHER MARY (2026, David Lowery, A+30)

 

3.2 THE DEVIL WEARS PRADA 2 (2026, David Frankel, A+25)

 

3.3 THE ODYSSEY (2026, Christopher Nolan, A+15)

 

3.4 THE END OF OAK STREET (2026, David Robert Mitchell, A+30)

 

4. Sandra Hüller มีหนังได้ลงโรงฉายในไทยอย่างน้อย 2 เรื่อง

 

4.1 TWO TO ONE (2024, Natja Brunckhorst, Germany, A+15)

หนังเรื่องนี้เพิ่งฉายที่หอภาพยนตร์ ศาลายา

 

4.2 PROJECT HAIL MARY (2026, Phil Lord, Christopher Miller, A+30)

 

5. Prapamonton Eiamchan มีหนังลงโรงฉายในไทย 3 เรื่อง

 

5.1 HUMAN RESOURCE (2025, Nawapol Thamrongrattanarit, A+30)

 

5.2 HAUNTED UNIVERSITIES 4: THE CONCUBINE VILLA (2026, Thamuya Thassananukulkij, A+30)


5.3 THE WHITE RABBIT แดนฝันอันตรธาน (2026, Natpakorn Nangnoi, A+30)

 

6. Pimmada Chaisaksoen มีหนังลงโรงฉายในไทย 2 เรื่อง

 

6.1 HUMAN RESOURCE (2025, Nawapol Thamrongrattanarit, A+30)

 

6.2 PANOR 2 (2026, Putipong Saisikaew, A+25)

 

7. Emily Blunt มีหนังลงโรงฉายในไทยอย่างน้อย 2 เรื่อง

 

7.1 THE DEVIL WEARS PRADA 2 (2026, David Frankel, A+25)

 

7.2 DISCLOSURE DAY (2026, Steven Spielberg, A+30)

 

8. Zendaya มีหนังลงโรงฉายในไทยอย่างน้อย 3 เรื่อง

 

8.1 THE DRAMA (2026, Kristoffer Borgli, A+30)

 

8.2 THE ODYSSEY (2026, Christopher Nolan, A+15)

 

8.3 SPIDER-MAN: BRAND NEW DAY (2026, Destin Daniel Cretton)

เรายังไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้

 

9. Renate Reinsve มีหนังลงโรงฉายในไทยอย่างน้อย 2 เรื่อง

 

9.1 SENTIMENTAL VALUE (2025, Joachim Trier, Norway, A+30)

 

9.2 BACKROOMS (2026, Kane Parsons, A+30)

 

คาดว่าพอมีเทศกาล Bangkok International Film Festival ในเดือนก.ย. เราก็อาจจะได้ดูการแสดงของนักแสดงบางคนในรายชื่อข้างบนเพิ่มเติมอีก

 

ถ้าใครนึกชื่อดาราหญิงคนอื่น ๆ ที่เข้าข่ายอะไรทำนองนี้อีก ก็บอกมาได้นะ เอาเฉพาะคนที่ให้การแสดงที่น่าประทับใจมาก ๆ

 

Edit เพิ่ม:

 

10. Fish Liew มีหนังลงโรงฉายในไทย 3 เรื่อง

 

10.1 SOMEONE LIKE ME (2025, Wai Ching Tam, Hong Kong, A+30)

 

10.2 COLD WAR 1994 (2026, Lok Man Leung, Hong Kong, A+30)

 

10.3 DOG DAY EVENING (2026, Tin Shu Mak, Hong Kong, A+30)

 

11. Kumi Takiuchi มีหนังลงโรงฉายในไทย 2 เรื่อง

 

11.1 KOKUHO (2025, Lee Sang-il, Japan, A+30)

 

11.2 HOW DARE YOU? (2025, Mipo Oh, Japan, A+30)

 

12. Mitsuki Takahata มีหนังลงโรงฉายในไทย 2 เรื่อง

 

12.1 KOKUHO (2025, Lee Sang-il, Japan, A+30)

 

12.2 5 CENTIMETERS PER SECOND (2025, Yoshiyuki Okayama, Japan, A+30)

 

13. Yumi Kawai มีหนังลงโรงฉายในไทย 2 เรื่อง

 

13.1 SHE TAUGHT ME SERENDIPITY (2024, Akiko Oku, Japan, A+30)

 

13.2 RENOIR (2025, Chie Hayakawa, Japan, A+30)

+++

 

กรี๊ดดดดดดดด คิดถึง DEEPER สีลม ซอย 4 ช่วงกลางทศวรรษ 1990

 

เป็นเธคที่เปิดเพลงแดนซ์ เทคโน ที่ไม่มีเนื้อร้องเลย (ไม่แน่ใจว่ามันเรียกว่าแนว Rave, Trance หรือเปล่า) เพลงที่เปิดใน Deeper มันล้ำมาก ๆ เรากราบดีเจของเธคนี้มาก ๆ เพราะเพลงแบบนี้มันไพเราะมาก ๆ ก็จริง แต่ตัวเราเองจะ “แยกแต่ละเพลงออกจากกัน” ได้ยากมาก ๆ แต่ดีเจที่นี่เขาสามารถเรียงร้อยเพลงเทคโนพวกนี้เข้าด้วยกันได้อย่างงดงาม

 

จำได้ว่าเธคนี้จะแทบไม่มีคนเลยช่วงก่อนตีสอง แต่พอหลังตีสองไปแล้วคนค่อยเยอะขึ้น แต่คนจะไม่แน่น เพื่อนเราให้คำจำกัดความว่า “ช่วงตีสาม เธคนี้จะมีคนเต้นบนฟลอร์ราว 1 ตารางเมตรต่อ 1 คน”

 

เพิ่งรู้ว่า Ray MacDonald ก็เคยไป Deeper ด้วย

 

เราเองก็เคยไป Deeper แค่ไม่กี่ครั้ง เพราะเราเน้นไปสิงสถิตที่ DJ Station สีลมซอยสองแทน 555

+++

 

วันเสาร์ที่ 22 ส.ค. 2026 เราได้ไปดูหนังในเทศกาลภาพยนตร์ Signes de Nuit ที่หอภาพยนตร์ ศาลายา เสร็จแล้วก็ได้ไปกินอาหารเย็นที่ร้าน “เสือใหญ่” เป็นร้านอาหารอีสานที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากหอภาพยนตร์

 

มีรถไฟจำลองตั้งอยู่หลังร้านนี้ด้วย แล้วก็มีตุ๊กตายีราฟกับไม้ลื่นตั้งอยู่หลังร้านนี้ด้วยเช่นกัน

 

เราไม่ได้ถ่ายภาพอาหารในร้านนี้เลย เพราะพออาหารมาวางที่โต๊ะปุ๊บ พวกเราก็รีบแดกมันกันในทันที พอแดกกันจนเต็มคราบแล้ว เราก็เลยเพิ่งรู้ตัวว่า เราลืมถ่ายภาพอาหาร 55555

 

หลังจากนั้นเราก็ได้ไปกินไอติมที่ร้าน Scoops & Spokes เหมือนสัปดาห์ก่อน

+++

 

คนมาวางช่อดอกไม้ไว้อาลัยคุณ Ray MacDonald ที่หอภาพยนตร์ ศาลายา

+++

 

เมื่อวันศุกร์ที่ 21 ส.ค. 2026 เราได้กลับไปดูหนังที่ “เมเจอร์ ปิ่นเกล้า” เป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี

 

คือในวันศุกร์ที่ 21 ส.ค. เราได้ไปดูหนังในเทศกาลภาพยนตร์ Signes de Nuit ที่หอภาพยนตร์ ศาลายา เสร็จแล้วเราก็นั่งรถเมล์สาย 124 จากศาลายา มาลงที่เมเจอร์ ปิ่นเกล้า แล้วก็เข้าไปดูหนังเรื่อง WIND UP: THE MOVIE (2026, Kim Sung-ho, South Korea, A+30)

 

ซึ่งถ้าหากเราจำไม่ผิด การมาดูหนังที่เมเจอร์ ปิ่นเกล้าครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี เพราะครั้งสุดท้ายที่เรามาดูหนังที่นี่ คือตอนที่เรามาดูหนังเรื่อง “บอง สรัน โอน” BONG SROLANH OUN (2015, Siwaporn Pongsuwan, A+20) ในวันที่ 25 ก.พ. 2015 โดยหนังเรื่องนี้นำแสดงโดย Ray MacDonald

 

แต่หลังจากเราดูหนังเรื่อง “บอง สรัน โอน” ในครั้งนั้น เราก็ไม่ได้กลับมาดูหนังที่เมเจอร์ ปิ่นเกล้าอีกเลยมั้ง เพราะว่าหนังหลาย ๆ เรื่องที่ได้ฉายที่เมเจอร์ ปิ่นเกล้า มันก็สามารถหาดูได้ในโรงอื่น ๆ ด้วย แล้วพอเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่เมเจอร์ ปิ่นเกล้าในปี 2016 เราก็เลยรู้สึกกลัว ๆ ไม่กล้ากลับมาดูหนังที่นี่อีก

 

แต่หลังจากเกิดเหตุเพลิงไหม้ในปี 2016 เมเจอร์ ปิ่นเกล้าก็ดูเหมือนไม่ได้มีปัญหาอะไรอีกในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา แล้วมันอยู่ในเส้นทางผ่านขณะกลับจากหอภาพยนตร์ ศาลายาพอดี เราก็เลยตัดสินใจลองกลับเข้ามาดูหนังที่นี่อีกครั้ง ซึ่งก็ไม่มีปัญหาอะไร ทุกอย่างราบรื่นเป็นปกติดีค่ะ

+++

 

THE NAKED ISLAND นี่คือหนังเรื่องแรกสุดในชีวิตของเราที่เราได้ดูที่ Japan Foundation อาคารเสริมมิตร ถนนอโศก ในปี 1995 และหลังจากนั้นเราก็กลายเป็นแฟนขาประจำของ Japan Foundation เราได้กลับมาดูหนังที่ฉายด้วยฟิล์ม 16 มม.ที่นี่เป็นประจำอีกหลาย ๆ ครั้งในช่วง 10 ปีต่อมา

 

Saturday, August 22, 2026

NINE ACTRESSES OF THE YEAR 2026

 

เราเพิ่งได้ไปเยือนห้างสรรพสินค้า Terminal พระรามสาม เป็นครั้งแรกในชีวิตการแสดงเมื่อวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา เพื่อดูหนังเรื่อง AWARAPAN 2 (2026, Nitin Kakkar, India, A+) ประทับใจกับตุ๊กตาหมีจำนวนมากในห้างนี้ 555

 

ในห้างมีบ่อจระเข้ด้วยนะ มีจระเข้อยู่หลายตัวในบ่อ เราเข้าใจว่ามันคงเป็นโชว์จระเข้ที่แวะเวียนไปจัดแสดงตามห้างต่าง ๆ เพราะก่อนหน้านี้เราก็เคยเจอบ่อจระเข้แบบนี้ที่ห้างอิมพีเรียลเวิลด์ สำโรง

+++

 

ปีนี้เป็นปีทองของ Jessie Buckley, Shabana Azmi, Anne Hathaway, Sandra Hüller, Prapamonton Eiamchan, Pimmada Chaisaksoen, Emily Blunt, Zendaya, Renate Reinsve จริง ๆ เพราะว่า

 

1. Jessie Buckley มีหนังได้ลงโรงฉายในไทย 3 เรื่อง

 

1.1 HAMNET (2025, Chloé Zhao, A+30)

 

1.2 THE BRIDE! (2026, Maggie Gyllenhaal, A+30)

 

1.3 HOW TO SHOOT A GHOST (2025, Charlie Kaufman, A+30)

หนังเรื่องนี้ฉายที่หอภาพยนตร์ ศาลายา ในเทศกาล Signes de Nuit

 

2. Shabana Azmi มีหนังได้ลงโรงฉายในไทย 2 เรื่อง

 

2.1 BATWARA 1947 (2026, Rajkumar Santoshi, India, 160min, A+30)

 

2.2 AWARAPAN 2 (2026, Nitin Kakkar, India, 140min, A+)

 

3. Anne Hathaway มีหนังได้ลงโรงฉายในไทย 4 เรื่อง

 

3.1 MOTHER MARY (2026, David Lowery, A+30)

 

3.2 THE DEVIL WEARS PRADA 2 (2026, David Frankel, A+25)

 

3.3 THE ODYSSEY (2026, Christopher Nolan, A+15)

 

3.4 THE END OF OAK STREET (2026, David Robert Mitchell, A+30)

 

4. Sandra Hüller มีหนังได้ลงโรงฉายในไทยอย่างน้อย 2 เรื่อง

 

4.1 TWO TO ONE (2024, Natja Brunckhorst, Germany, A+15)

หนังเรื่องนี้เพิ่งฉายที่หอภาพยนตร์ ศาลายา

 

4.2 PROJECT HAIL MARY (2026, Phil Lord, Christopher Miller, A+30)

 

5. Prapamonton Eiamchan มีหนังลงโรงฉายในไทย 2 เรื่อง

 

5.1 HUMAN RESOURCE (2025, Nawapol Thamrongrattanarit, A+30)

 

5.2 HAUNTED UNIVERSITIES 4: THE CONCUBINE VILLA (2026, Thamuya Thassananukulkij, A+30)

 

6. Pimmada Chaisaksoen มีหนังลงโรงฉายในไทย 2 เรื่อง

 

6.1 HUMAN RESOURCE (2025, Nawapol Thamrongrattanarit, A+30)

 

6.2 PANOR 2 (2026, Putipong Saisikaew, A+25)

 

7. Emily Blunt มีหนังลงโรงฉายในไทยอย่างน้อย 2 เรื่อง

 

7.1 THE DEVIL WEARS PRADA 2 (2026, David Frankel, A+25)

 

7.2 DISCLOSURE DAY (2026, Steven Spielberg, A+30)

 

8. Zendaya มีหนังลงโรงฉายในไทยอย่างน้อย 3 เรื่อง

 

8.1 THE DRAMA (2026, Kristoffer Borgli, A+30)

 

8.2 THE ODYSSEY (2026, Christopher Nolan, A+15)

 

8.3 SPIDER-MAN: BRAND NEW DAY (2026, Destin Daniel Cretton)

เรายังไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้

 

9. Renate Reinsve มีหนังลงโรงฉายในไทยอย่างน้อย 2 เรื่อง

 

9.1 SENTIMENTAL VALUE (2025, Joachim Trier, Norway, A+30)

 

9.2 BACKROOMS (2026, Kane Parsons, A+30)

 

คาดว่าพอมีเทศกาล Bangkok International Film Festival ในเดือนก.ย. เราก็อาจจะได้ดูการแสดงของนักแสดงบางคนในรายชื่อข้างบนเพิ่มเติมอีก

 

ถ้าใครนึกชื่อดาราหญิงคนอื่น ๆ ที่เข้าข่ายอะไรทำนองนี้อีก ก็บอกมาได้นะ เอาเฉพาะคนที่ให้การแสดงที่น่าประทับใจมาก ๆ

 

 

 

 

Wednesday, August 12, 2026

TIMELINE OF MYTHOLOGIES

 

จาก กฤตยา ของทมยันตี ถึง THE ODYSSEY และ GLADIATOR

 

เราเพิ่งได้ดู THE ODYSSEY (2026, Christopher Nolan, IMAX screen, A+15) พอดูแล้วก็เลยงงว่า เหตุการณ์อะไรเกิดก่อนเกิดหลังเมื่อเทียบกับเรื่องเล่าเรื่องอื่น ๆ ที่เราเคยได้ยินได้ฟังมา ก็เลยขอจดบันทึกไว้ว่า ลำดับเหตุการณ์ในเรื่องเล่าในหนัง/การ์ตูน/ละครต่าง ๆ น่าจะเป็นดังนี้

 

1. เทพธิดาแอตแลนติส ATLANTIS (Tomi Hoshikawa, Japan, cartoon)

 

Plato บอกว่า ทวีปแอตแลนติสล่มสลายเมื่อ 9600 ปีก่อนคริสตกาล เพราะฉะนั้นเนื้อเรื่องใน “เทพธิดาแอตแลนติส” น่าจะเก่าสุด เพราะน่าจะเกิดขึ้นราว 11600 ปีก่อน

 

2. Queen Akasha ใน QUEEN OF THE DAMNED (2002, Michael Rymer, USA/Australia, A+30)

 

Queen Akasha ถือกำเนิดขึ้นในเมือง Uruk (ปัจจุบันนี้อยู่ในอิรัก) ในปี 4025 ก่อนคริสตกาล หรือเมื่อ 6051 ปีก่อน

 

3. THE SCORPION KING (2002, Chuck Russell)

 

เนื้อเรื่องเกิดขึ้นราว 3067-3087 ปีก่อนคริสตกาล

 

4. กฤตยา (1989, วรยุทธ พิชัยศรทัต, TV series, A+30)

 

เนื้อเรื่องส่วนสำคัญในกฤตยา (ซึ่งสร้างจากนิยายของทมยันตี) เกิดขึ้นในยุคของฟาโรห์สเมนคาเร และราชินีเมอริตาเตน โดยฟาโรห์สเมนคาเรเป็นกษัตริย์ในราชวงศ์ที่ 18 ของอียิปต์ พระองค์ครองราชย์ในปี 1336-1334 ก่อนคริสตกาล และอาจจะเป็นพระบิดาของฟาโรห์ตุตันคาเมน

 

5. สวรรค์ลำน้ำแดง หรือ RED RIVER (1995-2002, Shinohara Chie, Japan, cartoon)

 

เนื้อเรื่องเกิดในยุคของ King Suppiluliuma I ของอาณาจักรฮิตไตต์ ซึ่งครองราชย์ในปี 1350-1322 ก่อนคริสตกาล ซึ่งน่าจะคาบเกี่ยวกับยุคของฟาโรห์ตุตันคาเมน ซึ่งอยู่ในช่วงท้าย ๆ ของราชวงศ์ที่ 18 ของอียิปต์

 

6. THE MUMMY (1999, Stephen Sommers)

 

เนื้อเรื่องเกิดในยุคของฟาโรห์เซติที่ 1 ที่ครองราชย์ในปี 1294-1279 ก่อนคริสตกาล พระองค์เป็นฟาโรห์องค์ที่สองของราชวงศ์ที่ 19 ของอียิปต์

 

7. THE PRINCE OF EGYPT (1998, Brenda Chapman, Steve Hickner, Simon Wells, animation)

8. EXODUS: GODS AND KINGS (2014, Ridley Scott)

9. THE TEN COMMANDMENTS (1956, Cecil B. DeMille, 220min, A+30)

10. MOSES AND AARON (1975, Jean-Marie Straub, Danièle Huillet, West Germany, A+30)

 

เนื้อเรื่องของหนัง 4 เรื่องนี้น่าจะเกิดในยุคของฟาโรห์ Rameses II ที่มีชีวิตในปี 1303-1213 ก่อนคริสตกาล พระองค์เป็นฟาโรห์องค์ที่ 3 ในราชวงศ์ที่ 19 ของอียิปต์

 

11. JASON AND THE ARGONAUTS (1963, Don Chaffey)

12. MEDEA (1969, Pier Paolo Pasolini, Italy, 118min)

13. MEDEA (1988, Lars von Trier, Denmark)

 

เนื้อเรื่องในหนัง 3 เรื่องนี้มาจากตำนานเจสันกับอภินิหารขนแกะทองคำ ซึ่งในตำนานเจสันต้นฉบับนั้น เดาว่าเนื้อเรื่องน่าจะเกิดราว 30 ปีก่อนสงครามกรุงทรอย หรือเกิดราว 1280 ปีก่อนคริสตกาลมั้ง เพราะว่าลูกเรือหลายคนเป็นพ่อของนักรบในสงครามกรุงทรอย อย่างเช่น

 

Peleus ลูกเรืออาร์โก เป็นพ่อของ Achilles (Brad Pitt)

Telamon ลูกเรืออาร์โก เป็นพ่อของ Ajax (Tyler Mane)

Laertes ลูกเรืออาร์โก เป็นพ่อของ Odysseus (Matt Damon)

 

14. TROY (2004, Wolfgang Petersen)

 

Herodotus บอกว่า สงครามกรุงทรอยเกิดขึ้นในปี 1250 ก่อนคริสตกาล

 

15. THE ODYSSEY (2026, Christopher Nolan)

 

Google บอกว่า เนื้อเรื่องน่าจะเกิดในยุคราว ๆ 1200 ปีก่อนคริสตกาล ต่อจากสงครามกรุงทรอย

 

16. SAMSON AND DELILAH (1949, Cecil B. DeMille)

 

Google บอกว่า เนื้อเรื่องของ SAMSON AND DELILAH น่าจะเกิดราว 1100-1200 ปีก่อนคริสตกาล หลังยุคของโมเสส

 

(Edit เพิ่ม 16.1 DAVID AND GOLIATH (1960, Ferdinando Baldi, Richard Pottier, Orson Welles, Italy) เนื้อเรื่องเกิดในปี 1020 ก่อนคริสตกาล)

 

17. SOLOMON AND SHEBA (1959, King Vidor)

กษัตริย์โซโลมอนครองราชย์ในปี 970-931 ก่อนคริสตกาล

 

18. JUDITH BEHEADING HOLOFERNES (1602, Caravaggio, painting)

 

ภาพวาดนี้มาจากตำนานจูดิธ สาวชาวยิวที่ฆ่านายพลโฮโลเฟอร์เนสของอัสซีเรีย โดยกษัตริย์ของอัสซีเรียในยุคนั้นคือ Ashurbanipal ที่ครองราชย์ในปี 669-631 ก่อนคริสตกาล ส่วนกษัตริย์ของอาณาจักรยูดาห์ในยุคนั้นคือ Manasseh ที่ครองราชย์ในปี 697-643 ก่อนคริสตกาล

 

หลังจากยุคของตำนานข้างต้น ก็เป็นยุคของอาณาจักรโรมันและอาณาจักรอื่น ๆ ต่อมา ซึ่งเราเคยทำ timeline ไว้บ้างแล้ว ดังนี้

 

19.CORIOLANUS (2011, Ralph Fiennes) 488BC

20. 300 (2006, Zack Snyder) 480BC

21. THE DEATH OF EMPEDOCLES; OR, WHEN THE GREEN OF THE EARTH SHINES ANEW FOR YOU (1987, Jean-Marie Straub, Danièle Huillet, West Germany) 434BC

 

Empedocles นักปรัชญาชาวกรีกตายปี 434 ก่อนคริสตกาล

 

22. ALEXANDER (2004, Oliver Stone, 175min)
พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชแห่งมาเซโดเนียมีชีวิตในปี 356-323 ก่อนคริสต์ศักราช

23. SPARTACUS (1960, Stanley Kubrick) 71BC

24.CORNEILLE-BRECHT (2009, Jean-Marie Straub, Cornelia Geiser) 56BC

25. CLEOPATRA (1963, Joseph L. Mankiewicz) 31BC

26. BEN-HUR (1959, William Wyler) around 30AD?

 

27. SALOME (1972, Carmelo Bene, Italy) around 28-32AD

28.CALIGULA (1979, Tinto Brass) 38AD

29.BRITANNICUS (2018, Stephane Braunschweig) 55AD

30.CRYSTAL DRAGON (1979, Ashibe Yuho, Japanese cartoon) 61AD

ตัวละครในการ์ตูนเรื่องนี้ครอบคลุมถึง “ผู้ประพันธ์ Satyricon” ซึ่งอยู่ในยุคของจักรพรรดิเนโรของโรมัน และครอบคลุมถึงราชินี Boadicea แห่งชนเผ่า Iceni ที่ครองราชย์ในปีค.ศ. 60-61 ด้วย

 

31. EYES DO NOT WANT TO CLOSE AT ALL TIMES, OR, PERHAPS ONE DAY ROME WILL ALLOW HERSELF TO CHOOSE IN HER TURN (1970, Jean-Marie Straub, Danièle Huillet, West Germany) 69AD

 

ยุคของจักรพรรดิ Galba ที่ครองราชย์ต่อจากจักรพรรดิเนโร

 

32. POMPEII (2014, Paul W.S. Anderson) 79AD

33. ROMAN BATH (2012, Hideki Takeuchi, Japan) 128AD
เนื้อเรื่องเกิดในยุคของจักรพรรดิ Hadrian

34. GLADIATOR (2000, Ridley Scott) 180AD

35. THE FALL OF THE ROMAN EMPIRE (1964, Anthony Mann) 180AD

36. AGORA (2009, Alejandro Amenabar) 391AD

 

37. DIE NIBELUNGEN (1924, Fritz Lang, Germany, 229min, A+30) 436AD

 

เนื้อเรื่องของหนังเรื่องนี้พูดถึงการที่กองทัพชาว Huns บุกเข้าทำลายอาณาจักร Burgundy ในปี 436 (อันนี้ไม่เกี่ยวกับอาณาจักรโรมันแล้ว แต่เราใส่เข้ามาด้วย)

 

38. EXCALIBUR (1981, John Boorman, UK) 400-500AD

39. THE GREEN KNIGHT (2021, David Lowery) 400-500AD

40. LANCELOT OF THE LAKE (1974, Robert Bresson, France, A+30) 400-550AD

 

หนังทั้ง 3 เรื่องเกิดในยุคของ KING ARTHUR

 

41.POPE JOAN (2009, Sönke Wortmann, Germany) 855-858AD

 

ส่วน “เทียนฟง คนตรง 3000 ปี” หรือ A TERRA-COTTA WARRIOR (1989, Ching Siu-tung, Hong Kong, A+30) นั้น เนื้อเรื่องเกิดขึ้นในจีนในยุคของจิ๋นซีฮ่องเต้ ที่ครองราชย์ในปี 221-210 ก่อนคริสตกาล ซึ่งเท่ากับว่า เนื้อเรื่องใน “เทียนฟง คนตรง 3000 ปี” เกิดหลัง ALEXANDER แต่เกิดก่อน SPARTACUS

 

 


Tuesday, August 04, 2026

FILMS ABOUT RELATIONSHIPS BETWEEN TWO BOYS

 

YARD WORK IS HARD WORK (2008, Jodie Mack) น่าดูสุดขีด เพราะเราก็เติบโตมากับนิตยสารผู้หญิง ทั้งดิฉัน, สตรีสาร, ขวัญเรือน, ลลนา, เปรียว, แพรว, เธอกับฉัน, ทราย, ฯลฯ เสียดายที่เราไม่ได้เก็บนิตยสารพวกนี้เอาไว้เลย เพราะมันถูกปลวกกินไปหมด

+++

 

ภาพยนตร์ที่เราชื่นชอบจากประเทศไต้หวัน

 

10. THE END OF THE TRACK (1970, Mou Tun Fei, Taiwan)

 

ภาพยนตร์ไต้หวันที่เราชื่นชอบมากที่สุดในชีวิต ก็คือหนังเรื่องนี้นี่แหละ แน่นอนว่านี่คือ one of my most favorite films of all time ดูแล้วซาบซึ้งประทับใจมาก ๆ หนังเรื่องนี้ก็เลยชนะหนังของ Edward Yang, Hou Hsiao-hsien, Tsai Ming-liang, King Hu, Lee Hsing, etc. และครองตำแหน่งหนังไต้หวันที่เราชอบมากที่สุดในชีวิตในตอนนี้

 

THE END OF THE TRACK สามารถฉายควบกับหนังเรื่องอื่น ๆ ที่พูดถึงมิตรภาพระหว่างเด็กชายสองคนได้อย่างซาบซึ้ง อย่างเช่นเรื่อง

 

1. MUDDY RIVER (1981, Kohei Oguri, Japan)

 

2. CHILDHOOD DAYS (1990, Masahiro Shinoda, Japan)

 

3. BEAUTIFUL THING (1996, Hettie Macdonald, UK)

 

4. MUSASHINO HIGH VOLTAGE TOWERS (1996, Naoki Nagao, Japan, 118min)

หนังเรื่องนี้ก็ถือเป็น one of my most favorite films of all time เหมือนกัน

 

5. BLINDFOLDED (1999, Matti Ijäs, Finland)

 

6. DUCK SEASON (2004, Fernando Eimbcke, Mexico)

 

7. WHEN THE HEAVEN WATER FALLS DOWN UPON US ยามน้ำฟ้า ตกมาสู่เฮา (2017, Watjakorn Hankoon วัจน์กร หาญกุล, 30min)

 

8. CLOSE (2022, Lukas Dhont, Belgium)

 

9. I WANT TO BELIEVE (2023, Jittarin Wuthiphan, 30min)

 

10. MONSTER (2023, Hirokazu Koreeda, Japan)

 

11. YOUNG HEARTS (2024, Anthony Schatteman, Belgium)

+++

 

ชอบเขามาก ๆ ใน QUEER AS FOLK (1999-2000, UK, TV series, A+30) แต่ในละครเกย์เรื่องนั้นเราชอบ Craig Kelly มากที่สุด

+++

 

21. THE LAST SONG YOU LEFT BEHIND (2026, Takahiro Miki, Japan, A-)

 

ตัวละครในหนังเรื่องนี้พูดคำว่า TADAIMA ราว 3 ครั้ง

 

Monday, August 03, 2026

SOME FILMS ABOUT FARMERS

 

เหมือนในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เราได้ดูหนัง 2 เรื่องที่พูดถึงประเด็นราเมือกนี้ เรื่องนึงก็คือ COLONY (2026, Yeon Sang-ho, South Korea) แต่เรานึกไม่ออกว่าหนังอีกเรื่องนึงที่เราได้ดูที่พูดถึงราเมือก คือหนังเรื่องอะไร มีใครนึกออกบ้าง

+++

 

DAEJEON, SUMMER OF 2023 (2023, Jinjoon Lee, South Korea, video installation)

 

ดูในนิทรรศการ INVISIBLE PRESENCE ที่ Dib

 

THE UNHEARD VOICE (1995, Somboon Homtientong)

 

งานศิลปะชิ้นนี้ทำจากเสาพระวิหารที่แม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เราก็เลยแอบซูมเข้าไปดูในเสา เผื่อเจอเลขเด็ด ๆ 55555

 

ดูในนิทรรศการ INVISIBLE PRESENCE ที่ Dib

+++

 

ร่วมส่งคุณพ่อของหนิงเดินทางไกล ที่วัดคันลัด

+++

ประเทศที่คุกมีไว้สำหรับขังคนอย่างไผ่ จตุภัทร์, อานนท์ นำภา, เอกชัย หงส์กังวาน, etc. ขอประกันตัวหลายครั้งแต่ก็ถูกปฏิเสธ แต่กลับปล่อยคนประเภทใดออกมา

 

อันนี้คือนึกย้อนไปถึงเรื่องกองเรือนรกด้วย

+++

 

ฉันรักเขา Yukki Tai จากหนังเรื่อง DOG DAY EVENING (2026, Tin Shu Mak, Hong Kong, A+30)

 

ดีใจที่เทศกาลหนังฮ่องกงในกรุงเทพปีนี้เชิญ Yukki Tai มาร่วมเสวนาหลังหนังจบด้วย เขาน่ารักมาก ๆ

 

พอเช็คดูแล้วพบว่าเราเคยดูหนังที่เขาแสดงอีก 2 เรื่อง ซึ่งก็คือ TIME STILL TURNS THE PAGES (2023, Nick Cheuk, Hong Kong, A+30) และ BACK HOME (2023, Nate Ki, Hong Kong) แต่เรานึกหน้าเขาในหนังสองเรื่องนี้ไม่ออก

+++

 

EXPERIMENTAL THAI FEATURE FILM AFTER 2000

 

SILENCE WILL SPEAK เคียด (2006, Punlop Horharin, 105min)

LOST NATION ผมชื่อชาติ (2009, Zart Tancharoen, 100min)

INSURGENCY BY A TAPIR ความเศร้าของภูตผี (2016, Wachara Kanha, Chulayarnnon Siriphol, Ratchapoom Boonbunchachoke, Chaloemkiat Saeyong, 104min)

 

HOMATAGIA (2019, Chanasorn Chaikitiporn, 126min)

 

นิราศกรุงเกลือ KRUNGKLUEA (2018, Natthanun Tiammek, 90min)

 

PRAYOON (2016, Somchai Tidsanawoot)

 

SOMEONE FROM NOWHERE (2017, Prabda Yoon, 97min)

 

THE BOY ON THE LIGHTHOUSE เด็กชายบนประภาคาร (2025, Pichet Wongjoi, 90min)

 

สัตว์วิบากหนักโลก (2004, Phaisit Phanphruksachat)

 

 DROWSINESS (2019, Shitsanuphong Sornkeaw ชิษณุพงศ์ ศรแก้ว, 74min)

 

หนังยาว 6 เรื่องของคุณ Achitaphon Piansukprasert
https://web.facebook.com/afpachitaphon/posts/pfbid0u3PwyS7CDacstA6fEjxX4qedwfVfRPfzGPP44d1EsPMAfbGMMGPxpesNC8J7NMg5l

 

LUNG NEAW VISITS HIS NEIGHBORS (2011, Rirkrit Tiravanija, 154min)

 

RAILWAY SLEEPERS หมอนรถไฟ (2016, Sompot Chidgasornpongse, 102min)

 

JUNK FOOD FABLE (2020, Theerapat Wongpaisarnkit, 63min)

 

CAFFEINE VAMPIRE AND PISS ARSONIST (2022, Theerapat Wongpaisarnkit, 60min)

+++

 

มีสถานที่เล่น pilates ที่ไหนในกรุงเทพแนะนำไหมคะ พอดีมีเพื่อนคนนึงฝากถามมา

+++

 

ภาพยนตร์ที่เราชื่นชอบจากประเทศไต้หวัน

 

9. THE LAST RICE FARMER หรือ LET IT BE (2005, Chuang Yi-tseng, Yen Lan-chuan, Taiwan, documentary, 110min)

 

This is one of my most favorite documentaries of all time. เราได้ดูหนังสารคดีไต้หวันเรื่องนี้ในเทศกาลหนังไต้หวันที่จัดที่หอกลาง จุฬาในปี 2006 และหนังเรื่องนี้ก็เลยติดอันดับ 10 ในลิสท์หนังที่เราชื่นชอบที่สุดที่ได้ดูในปี 2006

 

หนังเรื่องนี้นำเสนอชีวิตของชาวนาวัยชรา 3 คนในภูมิภาคไถหนานในไต้หวัน และมันถ่ายทอดออกมาได้อย่างงดงามมาก ๆ

 

หนังเรื่องนี้สามารถนำมาฉายควบกับหนังเรื่องอื่น ๆ ที่นำเสนอชีวิตชาวนาชาวไร่ได้อย่างดีงามมาก ๆ เหมือนกัน อย่างเช่น

 

1. EARTH (1930, Aleksandr Dovzhenko, Soviet Union)

 

2. THE NAKED ISLAND (1960, Kaneto Shindo, Japan)

 

3. โรงเรียนชาวนา จากข้าวขวัญ...สู่ขวัญของชาวนาไทย FARMER FIELD SCHOOL (2007, Supong Jitmuang, Thailand, documentary, 38min)

 

4. MODERN LIFE (2008, Raymond Depardon, France, documentary)

 

5. AGRARIAN UTOPIA สวรรค์บ้านนา (2009, Uruphong Raksasad, Thailand)

 

6. HARVEST SEASON ฤดูเก็บเกี่ยว (2009, Pisut Srimork, Thailand, documentary, 20min)

 

7. SCENE AND LIFE (2018, Boonsong Nakphoo, Thailand)

 

ส่วนหนังเกี่ยวกับประเด็นนี้ที่เราอยากดูมาก ๆ แต่ยังไม่ได้ดู ก็คือ นาล่ม THE FARM GET TROUBLE (1979, Jaturajak) เหมือนเราเคยดูหนังเรื่องนี้บางฉากตอนที่มันมาฉายทางทีวีเมื่อราว 40 ปีก่อน จักร มหาชัย พระเอกของหนังเรื่องนี้หล่อมาก ๆ เสียดายมาก ๆ ที่เราไม่ได้อัดวิดีโอหนังเรื่องนี้เก็บเอาไว้ในตอนนั้น เพราะหนังเรื่อง “นาล่ม” นี้เหมือนหายสาบสูญไปแล้ว เหลือให้ดูเพียงแค่ไม่กี่นาทีในยูทูบ เสียดายมาก ๆๆๆๆๆ

+++

 

FLOW INTO SPACE (1992) by Miki Imai is my most favorite album of all time เป็นอัลบัมที่เราเปิดฟังบ่อยที่สุดในชีวิต เพราะมันทำให้เราเข้านอนได้อย่างมีความสุข

+++

 

เราชอบหนังเรื่อง COLD WAR 1994 อย่างสุดขีด เราชอบที่หนังเรื่องนี้เหมือนไม่เน้นฉากบู๊ แต่เน้น “การต่อรองผลประโยชน์” เมื่อเกิดความขัดแย้ง

+++

 

เราชอบซื้อ JOLLY BEARS แต่ไม่ได้ซื้อมากิน แต่ซื้อมาเก็บสะสมไว้ เพราะชอบบรรจุภัณฑ์ ส่วนตัวเยลลี่ข้างในก็หมดอายุไปนานแล้ว แดกไม่ได้แล้ว

+++

 

ฟังเทปนี้จบแล้ว ดีใจมาก ๆ ที่พูดถึง “SOS ก้าวผิด ชีวิตเปลี่ยน” หนัง cult ประจำปีของเรา 55555

 

ในแง่หนึ่งเราก็รู้สึกว่า “SOS ก้าวผิด ชีวิตเปลี่ยน” มัน cinematic มาก ๆ เพราะว่าความรู้สึกตลกของเราที่มีต่อหนังเรื่องนี้มันไม่ใช่สิ่งที่เราสามารถถ่ายทอดออกมาเป็นตัวอักษร หรือบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ง่าย ๆ น่ะ มันต้องดูและฟังหนังเรื่องนี้จริง ๆ มันถึงจะเข้าใจ

 

คือความตลกส่วนหนึ่งของ “SOS ก้าวผิด ชีวิตเปลี่ยน” มันเกิดจาก dialogue และเนื้อเรื่อง ก็จริง ซึ่งสิ่งนี้สามารถบรรยายออกมาเป็นตัวอักษรได้ง่าย ๆ แต่ความฮาส่วนใหญ่ของหนังเรื่องนี้ มันเกิดจากจังหวะที่ผิดพลาดและความลักลั่นขององค์ประกอบต่าง ๆ ทางภาพยนตร์ ทั้งจังหวะการตัดต่อ, การเรียงซีน, จังหวะการใส่ดนตรีประกอบ, ดนตรีประกอบที่เลือกใช้, การแสดง, อารมณ์ที่ยากจะบรรยายได้ของนักแสดง, เครื่องแต่งกาย, การเคลื่อนกล้อง ฯลฯ เพราะฉะนั้นเราก็เลยแอบรู้สึกว่า หนังเรื่องนี้มีความ cinematic มาก ๆ เพราะความฮาของหนังเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบต่าง ๆ ทาง cinema จริง ๆ มันไม่ใช่แค่ตัวเนื้อเรื่องหรือบทสนทนาของตัวละคร

++++

 

อยากดูหนังเรื่อง I SHOT ANDY WARHOL (1996, Mary Harron) อีกรอบมาก ๆ เพราะเราเคยดูหนังเรื่องนี้เมื่อเกือบ 30 ปีก่อน แต่ตอนนั้นเราดูแบบไม่มีซับไตเติล และช่วงนั้นเราแทบไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับ Andy Warhol และกลุ่มคนสนิทของเขามาก่อน อยากให้มีคนนำหนังเรื่องนี้มาลงโรงฉายในไทยมาก ๆ

 

I SHOT ANDY WARHOL
https://www.imdb.com/title/tt0116594/?ref_=nv_sr_srsg_0_tt_7_nm_1_in_0_q_i%20shot%20andy%20warhol

+++

 

เทศกาลหนังฮ่องกงแจกสิ่งนี้ให้ผู้ชม แต่เราไม่รู้ว่าวัตถุนี้เขาเอาไว้ใช้ทำอะไร

++++

 

นอกจาก “ผู้หญิงแย่งสับ” จะถือเป็น one of my most favorite films of all time แล้ว ชื่อภาษาไทยของหนังเรื่องนี้ ก็ถือเป็น “หนึ่งในชื่อหนังภาษาไทยที่เราชอบมากที่สุดตลอดกาล” ด้วย เป็นชื่อหนังที่ฝังหัวมาก ๆ เราน่าจะเคยได้ยินชื่อหนังเรื่องนี้ครั้งแรกตอนที่มันเข้าโรงฉายในไทยในปี 1990 (ถ้าหากเราจำไม่ผิด) และพอได้ยินแค่ครั้งเดียว ชื่อหนังเรื่องนี้ก็ฝังหัวเราไปเลย

 

แต่เราไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้ในโรงในตอนปี 1990 นะ เรากับกลุ่มเพื่อน ๆ เกย์/กะเทยได้ดูหนังเรื่องนี้ด้วยกันตอนมันมาฉายทางช่อง 7 เมื่อราว 30 กว่าปีก่อน แล้วเรากับเพื่อน ๆ ทั้งกลุ่มก็หวีดสุดขีดไปเลย

 

รู้สึกว่าประโยค “ผู้หญิงแย่งสับ” สำหรับเรา เป็นประโยคที่ทรงพลัง + กระตุ้นจินตนาการในหัวได้อย่างดีงามที่สุดทัดเทียมกับประโยค “DESTROY, SHE SAID”

 

 

Tuesday, July 28, 2026

FILMS SEEN IN THE TAIWANESE DOCUMENTARY FILM FESTIVAL 2026

 

สถานทูตจีนในกรุงเทพควรนำหนังเรื่อง THE BIG PARADE (1985, Chen Kaige, 94min) กับ THE BLACK CANNON INCIDENT (1985, Huang Jianxin, 96min) มาจัดฉายตามโรงหนังไมโครซีเนม่าในไทย

+++

 

ภาพยนตร์ที่เราชื่นชอบจากประเทศไต้หวัน

 

5. SECRET LOVE IN PEACH BLOSSOM LAND (1992, Stan Lai, Taiwan)

 

เราชอบหนังเรื่องนี้อย่างสุดขีด หนังเรื่องนี้นำแสดงโดยหลินชิงเสีย และมีเนื้อหาเกี่ยวกับคณะละครเวที 2 คณะที่มาซ้อมละครเวทีในโรงละครเดียวกัน แต่ในระหว่างที่การซ้อมละครเวทีสองเรื่องดำเนินไป โลกในละครเวทีสองเรื่องนี้ก็เหมือนค่อย ๆ เลือนเข้าหากันอย่างพิศวงมาก ๆ และระนาบความเป็นจริงในหนังเรื่องนี้ก็เลยเกิดความพิศวงตามไปด้วย

 

หนังเรื่องนี้เหมาะฉายควบกับหนังแนวที่ “เบลอเส้นแบ่งระหว่างละครเวทีกับความเป็นจริงนอกละครเวที” กลุ่มนี้มาก ๆ

 

1. THE FALSE SERVANT (2000, Benoît Jacquot, France)

 

2. LA PURITAINE (1986, Jacques Doillon, France)

 

3. VANYA ON 42ND STREET (1994, Louis Malle, UK/USA)

 

4. THE BABY OF MÂCON (1993, Peter Greenaway, Netherlands)

 

5. ALL THAT JAZZ (1979, Bob Fosse, USA)

+++

 

หนังที่เราได้ดูในเทศกาล TAIWAN DOCUMENTARY & FILM FESTIVAL IN THAILAND 2026

 

IN MY PREFERENTIAL ORDER

เรียงตามลำดับความชอบ

 

1. JOUHATSU LETTERS (2024, Johan Chang, Masa Kudo, Taiwan/Japan, documentary, 31min, A+30)

เราเขียนถึงหนังเรื่องนี้ไปแล้วเมื่อวานนี้

 

2. AMATEUR IN THE MOON (2025, Huang Pang-chuan, Lin Chun-ni, Taiwan, documentary, 22min, A+30)

เศร้าใจมาก ๆ ที่หนังมากมายถูกทำลายไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งน่าจะเป็นกลุ่มหนังที่ดีงามมาก ๆ ด้วย

 

3. LA PALOMA (2026, Lu Yuan-chi, Taiwan, documentary, A+30)

ชอบมากที่หนังสืบสาวราวเรื่องไปถึงโปแลนด์ในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง

 

4. BACK HOME (2025, Tsai Ming-liang, Taiwan/Laos, documentary, A+30)

นึกว่าต้องปะทะกับ Chantal Akerman

 

5. A LONG WAY HOME (2025, Wu Nien-hua, Taiwan, documentary, A+30)

นึกว่าเป็น “เหรียญอีกด้าน” ของหนังเรื่อง A MISSING PART (2024, Guillaume Senez, France/Japan, A+30) เพียงแต่ว่า A LONG WAY HOME เล่าจากมุมมองของลูกสาว ส่วน A MISSING PART เล่าจากมุมมองของพ่อ

 

6. GIRL (2025, Shu Qi, Taiwan, A+30)

อยากได้สี่หนุ่มมอเตอร์ไซค์ในหนังเรื่องนี้มากๆ ทำไมตอนเราเป็นสาวแรกรุ่นเราไม่เคยเจอสี่หนุ่มมอเตอร์ไซค์แบบนี้บ้างนะ

 

Moment ที่แม่นางเอกกับเพื่อนแม่นางเอก พูดบ่นเสียดายที่ “ลูกค้าร้านตัดผมที่เอาแตงโมมาฝาก” เป็นผู้ชายที่แต่งงานมีเมียแล้ว ทำให้เรานึกถึงความสะเทือนใจอย่างรุนแรงเวลาที่เราอ่านนิยายของทมยันตี โดยเฉพาะนิยายเรื่อง “เพลงชีวิต” เพราะนิยายของทมยันตีหลาย ๆ เรื่องพูดถึง “ผู้หญิงที่เลือกสามีผิด” แล้วได้สามีเป็นคนเลว แล้วตัวละครก็ได้แต่นึกเสียดายที่ไม่ได้เลือกผู้ชายดี ๆ หรือเสียดายที่ “ผู้ชายดี ๆ” ที่เคยมาชอบเธอ ไม่กล้าบอกรักเธอตรง ๆ ในตอนนั้น เธอก็เลยเลือกผู้ชายเลว ๆ ที่กล้าสารภาพรักตรง ๆ มาเป็นผัว แล้วก็ได้แต่สำนึกเสียใจในภายหลังไปจนตลอดชีวิต

 

7. THE WAVES WILL CARRY US (2025, Lau Kek-huat, Taiwan, about Malaysia, A+30)

ชอบหนัง documentary มากกว่าหนัง fiction ของ Lau Kek-huat

 

เราชอบ THE WAVES WILL CARRY US มาก ๆ นะ แต่จะแอบรู้สึกว่า ตัวละครแต่ละตัวมันถูกสร้างมาเพื่อเป็น “ตัวแทน” ของคนกลุ่มต่าง ๆ ในมาเลเซียน่ะ คนจีนที่ประนีประนอม, คนจีนที่ลุกขึ้นสู้, คนจีนที่หาทางเอาตัวรอด, etc. เพราะฉะนั้นตัวละครแต่ละตัวก็เลยเหมือนถูกสร้างมาเพื่อสื่อประเด็นของหนัง มันก็เลยทำให้พลังในหนัง fiction ของ Lau Kek-huat มันไม่รุนแรงเท่ากับหนังสารคดีของเขาในความรู้สึกของเรา

 

8. THE SPARKLE IN OUR LIVES (2023, Yu Wei-jing, Taiwan, documentary, 20min, A+30)

ชอบน้องชายของผู้กำกับ 55555

 

นึกว่าต้องฉายควบกับ SUNDAY (2010, Siwapond Cheejedreiw, Thailand, documentary) ที่นำเสนอภาพชีวิตของครอบครัวคนธรรมดาที่อบอุ่นออกมาได้อย่างน่าประทับใจมาก ๆ เหมือนกัน

 

9. PAPER HOUSES AND HORSES (2025, An Chu, documentary, 19min, A+30)

นึกว่าต้องปะทะกับภาพยนตร์ของ Saroot Supasuthivech

 

10. SPI (2025, Sayan Simung, Taiwan, documentary, A+30)

ชอบน้องเขยของผู้กำกับ 55555 แต่เราจำไม่ได้แล้วว่า น้องเขยของผู้กำกับมาจากเผ่าอะไร จำได้แต่ว่าเป็นคนละเผ่ากับตัวผู้กำกับ

 

พอดูหนังเรื่องนี้จบ เราเลยไปค้นดูว่า Laha Mebow มาจากเผ่าเดียวกันกับ Sayan Simung หรือเปล่า ซึ่งก็ปรากฏว่า Laha Mebow ก็มาจากเผ่า Tayal เหมือนกัน โดย Laha Mebow เคยกำกับหนังเรื่อง HANG IN THERE, KIDS! (2016) กับ 32 KM – 60 YEARS (2018) ที่เราชอบสุดขีดทั้งสองเรื่อง

 

11. WE LIVE UNDERGROUND (2023, Xiao Yu-ru, Taiwan, documentary, 26min, A+30)

อิจฉาประเทศที่มีสวัสดิการสังคมดี ๆ แบบนี้

 

12. WHERE THE SEA BREEZE BLOWS (2024, Chen Shao-chun, Taiwan, documentary, 37min, A+30)

เหมือนเป็นคู่แฝดคนละฝาของ  A LONG WAY HOME เพราะหนังทั้งสองเรื่องเหมือนพูดถึง mental violence ภายในครอบครัวผู้กำกับเหมือนกัน และมี “ปริศนาที่ไม่คลี่คลายอย่างชัดเจน” ภายในครอบครัวของตัวผู้กำกับเหมือน ๆ กัน

 

ในแง่หนึ่งก็รู้สึกว่าหนังเรื่องนี้สามารถฉายควบกับ DRIFTER (1993, Sasithorn Ariyavicha, 8min) ได้ เพราะหนังทั้งสองเรื่องจับเอา “บรรยากาศ” ของเรือเฟอร์รี่ออกมาได้อย่างทรงพลังมาก ๆ

 

13. WHERE CLOUDS ONCE FORMED (2026, Su Yu-hsin, documentary, 14min, A+30)

หนังเรื่องนี้น่าจะเป็นหนังเรื่องแรกที่เราเคยดู ที่พูดถึงชนเผ่า Tohono O’odham ในสหรัฐอเมริกา

 

 

ส่วน PUSHING HANDS, THE WEDDING BANQUET, EAT DRINK MAN WOMAN, “KUEI-MEI, A WOMAN” เราเคยดูมาก่อนหน้านี้แล้ว

 

สรุปว่าชอบหนังทั้ง 13 เรื่องที่เราได้ดูในเทศกาลหนังไต้หวันในปีนี้อย่างรุนแรงมาก

+++

 

RIP KEIGO HIGASHINO (1958-2026)

 

เราเคยดูหนังที่สร้างจากบทประพันธ์ของเขาเพียงแค่ 2 เรื่องเท่านั้นเอง แต่ก็ชอบหนังทั้งสองเรื่องนี้มาก ๆ นะ ซึ่งก็คือ

 

1. LAPLACE’S WITCH (2018, Takashi Miike, Japan)

 

2. MASQUERADE HOTEL (2019, Masayuji Suzuki, Japan)

 

ถ้าหากเราจำไม่ผิด หนังเรื่อง THE CRIMES THAT BIND (2018, Katsuo Fukuzawa) ที่สร้างจากบทประพันธ์ของเขา เคยเข้ามาฉายในเทศกาลหนังญี่ปุ่นในกรุงเทพด้วย แต่วันนั้นเราป่วยเป็นจอประสาทตาฉีกขาด เราก็เลยไม่ได้ไปดูหนังเรื่องนี้ และเราก็เลยยังไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้มาจนถึงปัจจุบันนี้

 

เราเคยเขียนถึง MASQUERADE HOTEL ไว้ที่

https://web.facebook.com/photo/?fbid=10222334950185982&set=a.10222283837628200

+++

 

โรงงาน TSMC ARIZONA นี่มันโรงงานที่อยู่ในภาพยนตร์เรื่อง WHERE CLOUDS ONCE FORMED (2026, Su Yu-hsin, documentary, 14min, A+30) ที่เพิ่งเข้าฉายในกรุงเทพใช่ไหมคะ

+++

 

ฉากฝนตกในความทรงจำ ก็คือ TILL I KNOW กว่าจะรู้เดียงสา (1987, Chana Kraprayoon) เพราะการที่ฝนตกช่วยเปิดโอกาสให้นางเอกสามารถจับสุริยา เยาวสังข์มาทำผัว (ภาพประกอบในคอมเมนท์)

 

เออ ใช่ หนังเรื่อง RAIN (2001, Christine Jeffs, New Zealand) ก็เหมือนไม่มีฝนตกในหนังเหมือนกัน 55555

+++

 

VIETNAM MEDIA SHOW AT GOETHE PROGRAM

Screening Programme

  • Arlette Quynh Anh Tran: the_parents_mixtape (2021) & PLATTENLOTUS (2022)
  • Ngoc Nau: All in good time (2025)
  • Le-Bac-Tan: Fierce Childhood (2018)
  • Nguyễn Duy Anh & Trần Uy Đức: Catwalk (2023)
  • Hachul: Đám (2019)
  • Huytengmeng: Cardio (2018)
  • Nguyễn Duy Anh: Made in Vietnam (2026)

 

+++

 

งดงามที่สุด เราเคยดู THE FEATHER FAIRY ในโรงภาพยนตร์ตอนมันมาฉายในเทศกาลหนังอียูในกรุงเทพเมื่อราว 20 กว่าปีก่อน จำได้ว่าฉากบอลลูนติดตามาก ๆ

 

เราจำหนังเรื่องนี้ได้ดี เพราะว่าปกติแล้วเทศกาลหนังอียูมักจะฉายแต่หนังใหม่ ๆ คือประเทศส่วนใหญ่จะเลือกหนังค่อนข้างใหม่ของชาติตนเองมาฉายประชันกันในเทศกาลนี้ แต่มีสโลวาเกียนี่แหละที่เลือกหนังเก่ามาฉายในปีนั้น ซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าสโลวาเกียเป็นประเทศเกิดใหม่ในปี 1993 และหนังภาษาสโลวักมันมีจำนวนไม่มากนักหรือเปล่า เราก็ไม่รู้เรื่องนี้เหมือนกัน