Friday, November 06, 2026

Films seen on 28-29 October 2026

 

ROOM WITH FLASHING LIGHTS by SaturateDesigns

 

ดูในนิทรรศการ Diage at Cloud 11

https://web.facebook.com/reel/1102945665880369

+++

 

33. GODZILLA MINUS ZERO (2026, Takashi Yamazaki, Japan, 135min, A+30)

 

ตัวละคร Koichi Shikishima (Ryunosuke Kamiki) และตัวละครเด็ก ๆ ในสถานเลี้ยงเด็ก พูดคำว่า TADAIMA ในหนังเรื่องนี้

+++

 

RIP TINTO BRASS (1933-2026)

 

เราเคยดูหนังที่เขากำกับแค่เรื่องเดียวเอง ซึ่งก็คือ CALIGULA (1979)

 

เสียดายมาก ๆ ที่หนังเรื่อง FRIVOLOUS LOLA (1998, Tinto Brass, Italy) เคยมีกำหนดจะเข้าฉายตามโรงภาพยนตร์ในไทย แต่โดนกองเซ็นเซอร์ในยุคนั้นสั่งแบนห้ามฉายในไทย

 

อยากให้มีคนจัดงาน TINTO BRASS RETROSPECTIVE ในไทยมาก ๆ คิดว่าหนังของเขาน่าจะขายง่าย เพราะส่วนใหญ่มันเป็นหนังอีโรติก ถ้าหากเราเข้าใจไม่ผิด 555

 

หนังของ Tinto Brass ที่เราอยากดูก็มีเช่น

 

1. WHO WORKS IS LOST (1963)

 

2. I AM WHAT I AM (1967)

หนังเรื่องนี้เคยเข้าชิงรางวัลสิงโตทองคำในเทศกาลภาพยนตร์เวนิส แต่ผู้ชนะรางวัลสิงโตทองคำในปีนั้นคือ BELLE DE JOUR (Luis Buñuel)

 

3. THE HOWL (1970, 93min)

เรื่องนี้เคยเข้าชิงรางวัลหมีทองคำในเทศกาลภาพยนตร์เบอร์ลิน

 

4. VACATION (1971)

นำแสดงโดย Vanessa Redgrave

 

5. SALON KITTY (1976, 129min)

+++

 

DUAL by Nonotak

 

ดูในนิทรรศการ Diage at Cloud 11

https://web.facebook.com/reel/1515241380509231

 

++

 

ของสะสมของแม่หมี

 

เราสะสมขวดครีมอาบน้ำ Babi Mild – Ultra Mild เพราะมันออกแบบฉลาก teddy bear ได้น่ารักมาก ๆ และเราก็ชอบตัวครีมอาบน้ำของมันด้วย เพราะเราอาบแล้วไม่คัน ในขณะที่ครีมอาบน้ำยี่ห้อดัง ๆ บางยี่ห้อทำให้เราคัน ซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่ามันทำให้ผิวของเราแห้งเกินไป ยิ่งครีมอาบน้ำประเภท whitening นี่ยิ่งแล้วใหญ่ เพราะมันระคายเคืองผิวของเรามาก เราก็เลยซื้อครีมอาบน้ำ Babi Mild มาใช้เป็นประจำ เพราะมันอ่อนโยนต่อผิวอันบอบบางของเราจริง ๆ

 

ตอนนี้เราสะสมได้ 7 แบบแล้ว

 

1. Bedtime Story

2. First Love

3. Daydream

4. Happiness

5. Innocence

6. Milky Way

7. Over the Rainbow

 

ถ้าหากใครเห็นลายอื่น ๆ นอกเหนือจากนี้ มีวางขายที่ไหน ก็บอกเรามาได้นะ เผื่อเราไปตามซื้อ (เฉพาะครีมอาบน้ำนะ)

+++

 

Films seen on 28-29 October 2026

 

In my preferential order

 

1. UDTA TEER (2026, Aakash Kaushik, India, 135min, A+30)

 

ชอบสุดขีด ถึงแม้มันจะเป็นหนังขวาจัดคลั่งชาติก็ตาม คือเราไม่ได้ชอบความขวาจัดคลั่งชาติของหนังเรื่องนี้ โดยเฉพาะในช่วงท้าย ๆ ของหนัง แต่เราว่าหนังมันเก่งมาก ๆ ในการสร้างความบันเทิงให้กับเราผ่านทางมุกตลกต่าง ๆ คือมุกตลกหลาย ๆ อันในหนังเรื่องนี้มันโดนเส้นเราจริง ๆ ดูแล้วก็กราบตีนมาก ๆ

 

2. THE SOCIAL RECKONING (2026, Aaron Sorkin, 112min, A+30)

 

ชอบหนังเรื่องนี้มากกว่า THE SOCIAL NETWORK (2010, David Fincher) เราขอจองเป็น Amal (Tehmina Sunny) ในหนังเรื่องนี้

 

รู้สึกว่าจริง ๆ แล้ว HUMAN RESOURCE (Nawapol Thamrongrattanarit), THE SOCIAL RECKONING และ THE INTERN (2026, Kim Do-young, South Korea, A+30) นี่ฉายควบกันได้เป็น triple bill ในแง่หนังที่สะท้อนความรู้สึกของพนักงานบริษัทเอกชนออกมาได้ดีมาก ๆ

 

3. ONSLAUGHT (2026, Adam Wingard, USA, 92min, A+30)

 

ชอบสุดขีด เพราะสาเหตุสำคัญ 2 ประการ ประการแรกคือเรารู้สึกว่ามันน่าจะจงใจทำฟอร์มและสไตล์ของหนังให้เหมือนหนัง grindhouse เกรดบีทุนต่ำในทศวรรษ 1970 และมันทำออกมาได้รสชาติแบบนั้นมาก ๆ ซึ่งรวมถึงมีการใส่ฉากวับ ๆ แวม ๆ เข้ามาโดยแทบไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเส้นเรื่อง เพราะมันเหมือนเป็นท่าบังคับของหนัง grindhouse ที่ต้องมีอะไรแบบนี้ 555

 

และสาเหตุที่สองก็คือว่า เราว่าหนังมันประสบความสำเร็จในการทำให้เราอินกับตัวละครนางเอกมากเกินไปน่ะ 555 เพราะฉะนั้นเราก็เลยรู้สึก “โล่งใจ” ที่นางเอกจัดการตัวร้ายได้อย่างง่ายดายภายในเวลาอันรวดเร็วมาก ซึ่งอันนี้อาจจะแตกต่างจากผู้ชมคนอื่น ๆ ที่ต้องการเห็นนางเอกได้รับความลำบากเจ็บปวดทุกข์ทรมานเป็นเวลานานกว่านี้ในการต่อสู้กับเหล่าร้าย คือพอเรารู้สึกอินกับนางเอกในระดับนึง เราก็เลยไม่ได้มองว่าตัวละครนางเอกตัวนี้จำเป็นต้อง exist เพื่อสร้างความรู้สึกลุ้นระทึกตื่นเต้นให้กับผู้ชม แต่เธอ exist เพื่อหาทางรอดชีวิตให้ได้ ก็เลยกลายเป็นว่าเราโอเคกับหนังเรื่องนี้มาก ๆ ถึงแม้บางคนอาจจะมองว่าฉากบู๊มันน้อยเกินไปก็ตาม

 

สรุปว่า เราชอบ THE SOCIAL RECKONING ที่ “เนื้อเรื่อง” ของหนัง ส่วน ONSLAUGHT นี่เราชอบ form หรือ style ของหนังเป็นหลัก ที่มันเหมือนหนัง grindhouse ยุค 1970

 

4. PARADISE (2022, Alexander Abaturov, Switzerland/France, about Russia, documentary, 88min, A+30)  

 

เราดูหนังเรื่องนี้ในห้องสมุดที่ Alliance Française in Bangkok ตามที่เราเคยเขียนไปแล้ว ซึ่งเราก็ไม่แน่ใจว่า ถ้าหากเราได้ดูหนังเรื่องนี้ในจอใหญ่ เราก็อาจจะชอบหนังเรื่องนี้มากกว่านี้ก็ได้นะ

 

5. LOOK BACK (2026, Hirokazu Koreeda, Japan, 100min, A+30)

 

เราชอบหนังเรื่องนี้ในระดับ A+30 นะ แต่ก็ชอบน้อยกว่าหนังเรื่องอื่นๆ  ของ Koreeda ซึ่งสาเหตุสำคัญเป็นเพราะว่า พอเราเคยดู LOOK BACK (2024, Kiyotaka Oshiyama, Japan, animation, A+30) มาแล้ว เราก็เลยเหมือนรู้เนื้อเรื่องหมดแล้ว และเราก็มองว่าตัวหนังเวอร์ชั่นคนแสดงนี้ไม่ได้ให้อะไรเพิ่มเติมแก่เรามากนัก

ซึ่งจะแตกต่างจาก
BLUE LOCK (2026, Yusuke Taki, Japan, A+30) เวอร์ชั่นคนแสดง เพราะถึงแม้เราเคยดู BLUE LOCK: EPISODE NAGI (2024, Shunsuke Ishikawa, Japan, animation, A+30) มาแล้ว แต่การได้ดูผู้ชายหนุ่ม ๆ หล่อ ๆ ที่เป็นคนจริง ๆ มาแสดงในหนัง มันก็ช่วยตอบสนองความต้องการทางเพศของเราได้ดีกว่าการดู BLUE LOCK ที่เป็น animation อย่างมาก ๆ 55555

 

ในส่วนของ LOOK BACK (2026) นั้น เราชอบช่วงที่เป็นเด็กประถมมากนะ เราแอบรู้สึกว่า Koreeda สามารถทำให้นักแสดงเด็ก/ตัวละครเด็ก ส่องประกายบางอย่างที่น่าสนใจออกมา แต่พอเป็นเรื่องของตัวละครในวัยสาวสองคนที่เป็นเพื่อนรักกัน เรากลับรู้สึกว่า อะไรแบบนี้อาจจะเข้าทาง Shunji Iwai มากกว่า

 

พอพูดถึง Koreeda เราก็เลยอยากตั้งข้อสงสัยว่า การที่หนังหลาย ๆ เรื่องในเทศกาลกางจอปีนี้ เป็นหนังเกี่ยวกับตัวละครวัยเด็กที่ทำออกมาได้ดีมาก ๆ ละมุนมาก ๆ human มาก ๆ อันนี้เป็นเพราะอิทธิพลจาก Hirokazu Koreeda ด้วยส่วนนึงหรือเปล่า 555

 

6. A MIXED BLESSING (2026, Cinta Setia, Indonesia, 15min, A+15)

 

ดูที่ Art4c Art Centre ในนิทรรศการ ART IN MOTION: SYNCHRONICITY X RESONATE

+++

 

เพิ่งรู้ว่า โจวชิงฉือ ร่วมแสดงใน แปดเทพอสูรมังกรฟ้า (1982) ด้วย รุนแรงมาก ๆ นึกถึงตอนที่ เส้าเหม่ยฉี รับบทเป็นสาวใช้องค์หญิงใน “กำเนิดเจ้าแม่กวนอิม” THE REINCARNATED PRINCESS (1985)

No comments: