Sunday, March 31, 2024

JAM & SPOON FEATURING PLAVKA

 

วันนี้เราดู “ชู้” THE ADULTERER (1972, Piak Poster, A+30) แล้วรู้สึกว่าดนตรีประกอบบางช่วงมันทำให้นึกถึงหนึ่งในเพลงแดนซ์ที่เราชอบที่สุดตลอดกาล ซึ่งก็คือเพลง RIGHT IN THE NIGHT (FALL IN LOVE WITH MUSIC) ในปี 1993 ของวง Jam & Spoon featuring Plavka

 

แต่เราคิดว่าเพลง RIGHT IN THE NIGHT ของ Jam & Spoon featuring Plavka ไม่น่าจะได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Soundtrack หนังเรื่อง “ชู้” วันนี้เราก็เลยลองกูเกิลดู ก็เลยพบว่า เพลง RIGHT IN THE NIGHT มันดัดแปลงมาจากเพลง LEYENDA ที่ประพันธ์ในปี 1892 โดย Isaac Albeniz เราก็เลยคิดว่าเพลง LEYENDA ในปี 1892 นี่แหละ ที่น่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับ soundtrack หนังเรื่อง “ชู้” เช่นเดียวกัน ถ้าหากเราเข้าใจไม่ผิดนะ

 

คลิปเพลง LEYENDA อยู่ใน comment นะ

Friday, March 29, 2024

TABU AND KAREENA KAPOOR

 

CREW (2024, Rajesh A Krishnan, India, 118min) เข้าฉายในกรุงเทพแล้วนะคะ ที่โรงเมเจอร์ เอกมัย กับโรงหนังที่ไอคอน สยาม เราอยากดูอย่างสุดขีด แต่ไม่รู้ว่าจะหาเวลาว่างไปดูได้หรือเปล่า กรี๊ดดดดดดดดดดดด

 

สาเหตุที่อยากดู CREW มาก ๆ เพราะหนังเรื่องนี้นำแสดงโดยดาราหญิงสุดโปรดของเรา 2 คน ซึ่งได้แก่

 

1. Tabu หรือที่เราแอบเรียกเธอว่า “ชไมพร จตุรภุชแห่งอินเดีย” เพราะเราว่า Tabu เป็นคนที่ “สวยร้าย” เป็นคนที่มีบุคลิกแบบ femme fatale ที่มีพิษสง ไม่ใช่ “นางอิจฉาแบบโง่ ๆ” น่ะ เวลาเราเห็น Tabu เราก็เลยมักนึกถึงชไมพร จตุรภุช

 

ผลงานการแสดงของ Tabu ในช่วงก่อนหน้านี้ก็มีเช่น BHOLAA (2023, Ajay Devgn, A+25), KUTTEY (2023, Aasmaan Bhardwaj, India, A+30), DE DE PYAAR DE (2019, Akiv Ali, A+30), ANDHADHUN (2018, Sriram Raghavan, A+30), TALVAR (2015, Meghna Gulzar, A+30), HAIDER (2014, Vishal Bhardwaj, A+30), etc.

 

2. Kareena Kapoor หรือที่เราแอบเรียกเธอว่า “Emmanuelle Devos แห่งอินเดีย” ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเราเห็นหน้าของ Kareena แล้วเรามักนึกถึง Emmanuelle Devos 55555 คือเราว่าทั้งสองแสดงหนังเก่งมาก ๆ และก็เป็นคนที่เหมือน “แฝงความฮาบางอย่างไว้โดยไม่ได้ตั้งใจ” ยังไงไม่รู้

 

ผลงานการแสดงของ Kareena Kapoor ในช่วงก่อนหน้านี้ก็มีเช่น LAAL SINGH CHADDHA (2022, Advait Chandan, A+15), UDTA PUNJAB (2015, Abhishek Chaubey, A+25), SATYAGRAHA (2013, Prakash Jha), TALAASH: THE ANSWER LIES WITHIN (2012, Reema Kagti, A+), KURBAAN (2009, Renzil D’Silva, A+10), 3 IDIOTS (2009, Rajkumar Hirani, A+30)

 

ส่วนดารานำหญิงอีกคนใน CREW คือ Kriti Sanon ซึ่งเราเฉย ๆ เหมือนเราเคยดูเธอแค่ใน BACHCHHAN PAANDEY (2022, Farhad Samji, A-)

 --------

Favorite Music Video: โอ้ละหนอไอ้แฟนเก่า – BADMIXY FEATURING SIN (2024, Ten Tosatid Darnkhuntod, A+30)

 

ชอบ Man Trisanu Soranun มากที่สุด ก่อนหน้านี้เราเคยเห็นเขาแสดงในหนังเรื่องบินล่าฝัน A TIME TO FLY (2022, Saksiri Kochpacharin, B+ )

Wednesday, March 27, 2024

HOURS OF OURS (2023, Komtouch Napattaloong, documentary, A+30)

 

HOURS OF OURS (2023, Komtouch Napattaloong, documentary, A+30)

 

1.ตอนแรกที่เราได้เห็นเรื่องย่อของหนังเรื่องนี้ เราก็นึกไปถึง Facebook ของคุณ Sakda Kaewbuadee ที่มักจะเล่าเรื่องของผู้อพยพลี้ภัยจากประเทศต่าง ๆ ที่มาติดแหง็กอยู่ในไทยและประสบปัญหาต่าง ๆ มากมายเพราะกฎหมายของไทย แล้วเราก็สงสัยว่าหนังเรื่องนี้จะให้อะไรเราได้มากกว่าสิ่งที่เราเคยรู้ ๆ มาแล้วจาก Facebook ของคุณ Sakda ไหม

 

ซึ่งก็ปรากฏว่า ในด้าน “ข้อมูล” นั้น หนังเรื่องนี้แทบไม่ได้ให้อะไรเรามากไปกว่าสิ่งที่เรารู้ ๆ มาแล้วจากคุณ Sakda แต่เราก็ชอบหนังเรื่องนี้สุดๆ เพราะเราว่ามันใช้ประโยชน์จาก “ความเป็นภาพยนตร์” ได้ดีมาก ๆ ในแบบนึงน่ะ นั่นคือมันไม่จำเป็นต้องเน้นการให้ข้อมูลก็ได้ เพราะการให้ข้อมูลสามารถทำได้ในรูปแบบ “ตัวหนังสือ” หรือในรูปแบบ “การเขียน” ผ่านทางสื่อต่าง ๆ อย่างเช่น Facebook อยู่แล้ว ถ้าหากเราอยากรู้ “ข้อมูล” เราทำมันผ่านทาง “การอ่าน” ข้อมูลต่าง ๆ ที่มีอยู่มากมายทางอินเทอร์เน็ตก็ได้

 

เราประทับใจหนังเรื่องนี้ เพราะถึงแม้มันไม่ได้ให้ข้อมูลมากนักเกี่ยวกับตัว subjects และถึงแม้ตัว subjects ไม่ได้เปิดใจพูดคุยต่อหน้ากล้องมากนัก (ซึ่งก็คงเป็นเพราะอุปสรรคด้านภาษาด้วยส่วนหนึ่ง) แต่เราว่าหนังมันพาเราไปสัมผัส space and time เดียวกับตัว subjects ได้มากพอสมควรน่ะ โดยเฉพาะในแง่ space คือพอเราได้เห็น “สภาพแวดล้อม” ของพวกเขา และการใช้ชีวิตในแต่ละวันของพวกเขาท่ามกลางสภาพแวดล้อมเหล่านั้น มันก็เหมือนทำให้เราได้ experience อะไรบางอย่างในแบบที่ “ตัวหนังสือ” อาจจะทำได้ยากน่ะ เราก็เลยรู้สึกว่า หนังเรื่องนี้มันใช้ประโยชน์จากความเป็น “ภาพยนตร์” ได้ดี มันทำให้เราสัมผัสได้ถึง “สภาพห้องที่พวกเขาอยู่”, สภาพตึก, สนาม, สิ่งแวดล้อมรายรอบต่าง ๆ และสัมผัสได้ถึงชีวิตประจำวันของพวกเขา ซึ่งถ้าหากมันถูกถ่ายทอดเป็น “ตัวหนังสือ” บางทีเราก็อาจจะอ่านมันผ่านไปอย่างรวดเร็ว และไม่ทันได้ “รู้สึก” อย่างแท้จริงไปกับประโยคเหล่านั้น หรือไม่ทันได้จินตนาการอย่างจริง ๆ จังๆ ไปกับคำแต่ละคำในประโยค แต่พอมันเป็น “ภาพยนตร์” ที่ให้เราได้เห็น “ภาพ”, ได้เห็น “การเคลื่อนไหวของ subjects” และได้เห็น subjects ใช้เวลาอยู่ในสถานที่นั้น ๆ โดยที่เราไม่สามารถเร่งสปีดภาพให้ผ่านไปอย่างรวดเร็วแบบการอ่านหนังสือเร็ว ๆ ได้ เราก็เลยได้ใช้เวลาอยู่กับ subjects และรู้สึกสัมผัสได้ถึง space ในชีวิตประจำวันของพวกเขาจริง ๆ

 

เราก็เลยประทับใจหนังเรื่องนี้ในแง่นี้มาก ๆ เหมือนหนังมันใช้ประโยชน์จาก “ศักยภาพของภาพยนตร์” ได้ดี และจุดนี้มันช่วยกลบจุดอ่อนของหนังในแง่ที่ว่า หนังมันไม่ได้ให้ข้อมูลมากนักเกี่ยวกับตัว subjects และในแง่ที่ว่า ตัว subjects เองก็ไม่ได้พูดคุยแบบเปิดเผยมากนัก

 

2.อันนี้ไม่ได้เกี่ยวกับหนังเรื่องนี้นะ แต่เราคิดเล่น ๆ ว่า ถ้าหากเราจะฉายหนังเรื่องนี้ควบกับหนังเรื่องไหน เราก็อาจจะฉายมันควบกับ DELPHINE’S PRAYERS (2021, Rosine Mbakam, Belgium/Cameroon, documentary, 90min, A+30) และ LES ARRIVANTS (2009, Claudine Borries, Patrice Chagnard, France, documentary, A+30) เพราะหนัง 3 เรื่องนี้พูดถึงผู้อพยพเหมือนกัน แต่มีจุดเด่นไม่ซ้ำกันเลย มันก็เลยเหมือนกับว่า หนัง 3 เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า การทำหนังเกี่ยวกับประเด็นเดียวกัน สามารถทำออกมาให้ดีมาก ๆ ได้ในรูปแบบที่หลากหลายไม่ซ้ำกัน

 

โดย DELPHINE’S PRAYERS นั้น เป็นหนังที่ตัว subject แค่พูดต่อหน้ากล้องไปเรื่อย ๆ ตลอด 90 นาที แต่นั่นก็คือหนักที่สุดในชีวิตแล้ว เพราะตัว subject เล่าอย่างหมดเปลือกถึงชีวิตของเธอ โดยเฉพาะเรื่องที่เธอถูกข่มขืนจนตั้งครรภ์ ซึ่งหนังแบบนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต้องอาศัยการที่ตัว subject มีพื้นฐานเป็นคนกล้าพูดอยู่แล้ว และตัว subject กับตัวผู้กำกับน่าจะสนิทกันพอสมควร เพราะทั้งสองเป็นผู้หญิงผิวดำจาก Cameroon เหมือนกัน สื่อสารภาษาเดียวกันได้ เติบโตมากับวัฒนธรรมเดียวกัน เราก็เลยรู้สึกว่า DELPHINE’S PRAYERS นี่เป็นตัวอย่างที่ดีของหนังสารคดีประเภทที่ “ผู้กำกับกับ subject สนิทกัน” ตัว subject ก็เลยกล้าพูดทุกอย่าง และหนังก็ไม่ต้องทำอะไรมาก แค่ให้ตัว subject พูดไปเรื่อย ๆ ตลอด 90 นาที แค่นี้มันก็ทรงพลังที่สุดในชีวิตแล้ว

 

ส่วน LES ARRIVANTS นั้น เน้นตีแผ่ “ตัวระบบกฎหมายและระบบราชการ” ที่ดูแลเรื่องผู้อพยพลี้ภัย โดยหนังเน้นถ่ายทำห้องทำงานของเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเรื่องนี้ขณะที่เจ้าหน้าที่พูดคุยกับผู้อพยพลี้ภัยรายต่าง ๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่บางคนก็ใจร้าย เจ้าหน้าที่บางคนก็ใจดี ซึ่งเราว่าหนังแบบนี้มันเกิดขึ้นได้ก็ต้องอาศัย “ประเทศที่มีระบบกฎหมายที่โปร่งใสและเป็นธรรมมากพอสมควร และเจ้าหน้าที่ทำงานอย่างโปร่งใส” เขาถึงอนุญาตให้ถ่ายทอดการทำงานของเจ้าหน้าที่ออกมาเป็นหนังสารคดีได้น่ะ ซึ่งสิ่งนี้อาจจะทำไม่ได้ในประเทศไทย

 

เราก็เลยรู้สึกว่า หนังสองเรื่องนี้เป็นหนังเกี่ยวกับผู้อพยพที่ดีมาก ๆ และมีจุดแข็งจุดเด่นที่แตกต่างไปจาก HOURS OF OURS แต่ HOURS OF OURS ก็สามารถใช้ประโยชน์จากความเป็นภาพยนตร์ได้ดีมาก ๆ และสร้างจุดเด่นข้อดีของตนเองในแบบที่แตกต่างจากหนังเรื่องอื่น ๆ ได้ด้วยเช่นกัน

-------

เพิ่มเติมรายชื่อหนังที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน แล้วออกฉายในเวลาไล่เลี่ยกันโดยบังเอิญ

 

69. MOON MAN (2022, Zhang Chiyu, China)

+ THE MOON (2023, Kim Yong-hwa, South Korea)

 

หนังสองเรื่องนี้พูดถึงชายหนุ่มที่ต้องกระเสือกกระสนเอาตัวรอดตามลำพังบนดวงจันทร์เหมือนกัน แต่เราว่า THE MOON ดีกว่า MOON MAN หลายร้อยเท่า 555

 

70. TALK TO ME (2022, Danny Philippou, Michael Philippou, Australia, A+30)

+ BAGHEAD (2023, Alberto Corredor, Germany/UK)

 

เพราะหนังสองเรื่องนี้เป็นหนังสยองขวัญที่พูดถึง “การทรงเจ้าเข้าผี” ซึ่งการทรงเจ้าเข้าผีจะไม่เกิดอันตราย ถ้าหากทำภายในกรอบเวลาอันจำกัดที่กำหนดไว้ อย่างเช่น ทำภายใน 2 นาที แต่ถ้าหากทำนานเกิน 2 นาที จะเกิดอันตรายร้ายแรงตามมา หรือถ้าหากเสพติดการทรงเจ้าเข้าผีมากเกินไป ก็จะเกิดอันตรายตามมาได้เช่นเดียวกัน

---

 

Films seen in the 8th week of the year 2024

 

19-25 FEB 2024

 

In preferential order

 

1.DETECTIVE CONAN: THE PHANTOM OF BAKER STREET (2002, Kenji Kodama, Japan, animation, A+30)

 

2.THE HOLDOVERS (2023, Alexander Payne, A+30)

 

3.KOMADA – A WHISKY FAMILY (2023, Masayuki Yoshihara, Japan, animation, A+30)

 

4.POOR THINGS (2023, Yorgos Lanthimos, Ireland/UK, A+30)

 

5.MOSCOW MISSION (2023, Herman Yau, China/Russia, A+30)

 

6.FIFI (2022, Jeanne Aslan, Paul Saintillan, France, A+30)

 

7.TURNING RED (2022, Domee Shi, USA/Canada, animation, A+30)

 

8.QUEEN ROCK MONTREAL (2024, Saul Swimmer, UK/USA, concert documentary, shot in Canada in 1981, IMAX, A+30)

 

9.CINDY SHERMAN (1988, Michel Auder, video installation, 42min, A+30)

10.MOBILE SUIT GUNDAM SEED FREEDOM (2024, Mitsuo Fukuda, Japan, animation, A+30)

 

11.JUNKYARD DOGS (2022, Jean-Baptiste Durand, France, A+30)

 

12.ARGYLLE (2024, Matthew Vaughn, UK/USA, A+30)

 

13.BAGHEAD (2023, Alberto Corredor, Germany/UK, horror, A+25)

 

14.ROB N ROLL (2024, Albert Kai-kwong Mak, China/Hong Kong, A+20)

 

15.KITBULL (2019, Rosana Sullivan, short animation, A+15)

 

16.FLORENCE (1979, Michel Auder, video installation, A+)

 

สรุปว่า ใน 8 สัปดาห์แรกของปีนี้ เราดูหนังไปแล้ว 150 + 16 = 166 เรื่อง

Tuesday, March 26, 2024

Films seen in the 7th week of the year 2024

 

Films seen in the 7th week of the year 2024

 

12-18 FEB 2024

(หนังสั้นไทยที่เราไม่รู้ปีฉายครั้งแรกของมัน เราจะใส่เป็นปี 2024 ไว้ก่อนนะ ถ้าหากใครรู้ปีฉายครั้งแรกของหนังเรื่องไหน ก็มา comment บอกได้จ้ะ)

 

1.MOUNTAIN PEOPLE คนภูเขา (1979, Vichit Kounavudhi, A+30)

 

2.DOUBLE BLIND (1992, Sophie Calle, Greg Shephard, USA, 76MIN, A+30)

 

3.SONGS OF EARTH (2023, Margreth Olin, Norway, documentary, A+30)

 

4.A MAN (2022, Kei Ishikawa, Japan, A+30)

 

5.กังวานไพร VIBRATING THROUGH THE FOREST (1954, S. Asanajinda, A+30)

 

6.สามเมษายน THE THIRD OF APRIL (2021, Anant Kasetsinsombut, documentary, 39min, A+30)

 

7.THE GOLDFINGER (2023, Felix Chong, Hong Kong/China, A+30)

 

รัก Felix Chong มาก ๆ รู้สึกว่าเขา wavelength ค่อนข้างตรงกับเรา เพราะถ้าหากเทียบกับหนังจีนที่ออกมาไล่เลี่ยกันอย่าง HIDDEN BLADE (2023, Er Cheng) กับ WHERE THE WIND BLOWS (2022, Philip Yung) แล้ว เรารู้สึกว่าหนังสองเรื่องนั้น “มีการปรุงรสที่หนักมือเกินไป” สำหรับเราน่ะ แต่ THE GOLDFINGER ไม่ “รสจัดเกินไป” สำหรับเรา

 

แต่ก็รู้สึกเหมือนหนังยังไปไม่สุดนะ ซึ่งไม่ใช่ในแง่รสชาติ แต่อาจจะเป็นเพราะความที่มันสร้างจากเรื่องจริง ก็เลยเหมือนตัวเนื้อเรื่องมันมีอะไรที่ขาด ๆ ไปอยู่

 

8.DIVERTIMENTO (2022, Marie-Castille Mention-Schaar, France, A+30)

 

9.LONELINESS -- PET SHOP BOYS (2024, Alesdair McLellan, music video, A+30)

https://www.youtube.com/watch?v=dUVfoybVqIg

 

10.โลกขอฟ้อง “มนุษย์” WHEN THE EARTH SUES “HUMAN” (2024, Khemmarat Wongchanthorn, short film, A+30)

 

11.WHITE SHADOW (2024, Rahat Boonwipas, short film, A+30)

 

12.PASSION – Ple Irin (2024, Ple Irin, music video, CULT CLASSIC)

https://www.youtube.com/watch?v=0m-OAn4LfQU

 

13.MONDAYS: SEE YOU ‘THIS’ WEEK! (2022, Ryo Takebayashi, Japan, A+25)

 

14.CONCEIVING OUR FUTURE (2023, Annie Pancak Vogt, USA, short documentary, A+25)

 

15.THE PRESSURE เรียนเจียนตาย (2023, Chanon Boonprasit, 19min, A+25)

 

16.FATHER OF THE MILKY WAY RAILROAD (2023, Izuru Narushima, Japan, A+15)

 

หนังเรื่องนี้พูดถึง Kenji Miyazawa เหมือนกับหนังเรื่อง NIGHT TRAIN TO THE STARS (1997, Kazuki Omori) ที่เคยมาฉายที่ Japan Foundation เป็นประจำ ซึ่งเราก็เคยดู NIGHT TRAIN TO THE STARS ไปแล้วรอบนึง ถ้าหากจำไม่ผิด หนังสองเรื่องนี้แตกต่างกันตรงที่ FATHER OF THE MILKY WAY RAILROAD ให้น้ำหนักกับตัวละครพ่อของ Kenji มากกว่าหนังเรื่อง NIGHT TRAIN TO THE STARS

 

17.GHOST ANULAK ผีอนุลักษณ์ (2024, Puwarit Sirila, short film, A+15)

 

18.DOOMSDAY (2024, Piraya Chiranakorn, short animation, A+)

 

19.CHANGE? (ตรวน) (2024, Krimuk Luangtong, short film, A+)

 

20.DON’T BE A TRASH อย่าเป็นขยะ (2024, Sasipim Hemsathapat, Ruixin Mao, short animation, A)

 

21.เพียงวันละนิด JUST A LITTLE EVERY DAY (2024, Pimporn Jitsang, short film, A-)

 

22.SILENT LOVE (2024, Eiji Uchida, Japan, A-)

ไม่สามารถทนความโง่ของตัวละครในหนังเรื่องนี้ได้อีกต่อไป 555

 

23.AND YET, YOU ARE SO SWEET (2023, Takehiko Shinjo, Japan, B+  )

 

สรุปว่าใน 7 สัปดาห์แรกของปี เราดูหนังไปแล้ว 127 + 23 = 150 เรื่อง

Films seen in the sixth week of the year 2024

 

เมื่อกี้เราแชร์โพสท์เกี่ยวกับหนังเรื่อง “เหยื่อ” ไป ก็เลยจะเสริมว่า ไม่ใช่แต่ประเทศไทยเท่านั้นที่เชื่อกันในทศวรรษ 1980 ว่า "การแพร่หลายของวิดีโอเทป" จะกระตุ้นให้วัยรุ่นก่ออาชญากรรมรุนแรงตามมา  แต่เราคิดว่าน่าจะเป็นทั่วโลกเลยแหละที่หวาดกลัวกับประเด็นนี้ในทศวรรษ 1980 เพราะเราเคยดูหนังสวีเดนเรื่อง THE KING OF KUNGSAN (1987, Staffan Hildebrand, Sweden, A+30) ที่พูดถึงประเด็นนี้เหมือนกับหนังเรื่อง “เหยื่อ” เช่นกัน

 

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นนี้ได้ในลิงค์นี้นะ
https://www.lecinemaclub.com/archives/stockholmsnatt/

 

Amid the proliferation of stereos and VCRs in the 1980s, Sweden’s youth culture was taken with The Karate Kid, horror movies, and hip-hop, ushering a new wave of counter-culture and youth rebellion. This also led to moral panic over videovåld (“video violence”), Sweden’s own version of the UK “Video Nasties,” which elevated movies by homegrown exploitation filmmakers like Mats Helge Olsson to must-see status. A notorious episode of social debate program Studio S established the pervasive belief that the VCR was responsible for cultivating a new league of violent degenerates. And just as they swept midwestern American mini-malls, taekwondo and kickboxing made the Swedish juvenile offenders’ feet their weapons of choice.

 -----------------

Films seen in the sixth week of the year 2024

5 -- 11 Feb 2024

 

Film seen for the first time

IN ROUGHLY PREFERENTIAL ORDER

 

(หนังที่เราไม่รู้ว่าออกฉายครั้งแรกเมื่อไหร่ เราจะใส่ปีเป็น 2024 ไว้ก่อนนะ 555 ถ้าใครรู้ว่าหนังเรื่องไหนออกฉายครั้งแรกเมื่อไหร่ ก็มา comment ไว้ได้จ้ะ)

 

1.VOYAGE TO THE CENTER OF THE PHONE LINES (1993, Michel Auder, video installation, 52min, A+30)

 

2.EVIL DOES NOT EXIST (2023, Ryusuke Hamaguchi, Japan, A+30)

 

3.RIVER (2023, Junta Yamaguchi, Japan, A+30)

 

4.LET’S ANALYZE THE PHOTOS FROM THE “OCTOBER 6” EVENT ชวนอ่านภาพ 6 ตุลา (2022, Chulayarnnon Siriphol, short documentary, A+30)

 

ชอบมาก ๆ นึกถึง BLOW-UP (1966, Michelangelo Antonioni), I…FOR ICARUS (1979, Henri Verneuil, France) และละครทีวีฮ่องกงเรื่อง “การเคลื่อนไหวของเจ้าแม่หนี่ฮวา” หรือ “นักข่าวหัวเห็ด” หรือ NEWARK FILE (1981) ที่นำเอาภาพถ่ายในเหตุการณ์สำคัญทางการเมือง มา blow up และวิเคราะห์องค์ประกอบต่าง ๆ ของภาพอย่างละเอียด

 

5.BABY ASSASSINS (2021, Hugo Sakamoto, Japan, A+30)

 

6.BABY ASSASSINS 2 BABIES (2023, Hugo Sakamoto, Japan, A+30)

 

7.BLUE GIANT (2023, Yuzuru Tachikawa, Japan, animation, A+30)

 

8.MY IMAGINARY COUNTRY (2022, Patricio Guzmán, Chile, documentary, A+30)

 

9.VIA DOLOROSA (2021, Oraib Toukan, Palestine, 21min, A+30)

 

10.DAMNERN ดำเนิน (2023, Paramee Kampeng ปารมี ขำเพ็ง, short documentary, A+30)

 

11.WE MADE A BEAUTIFUL BOUQUET (2021, Nobuhiro Doi, Japan, A+30)

 

12.REBELLIOUS CHILD วัยกบฏ (2024, Jakkrapan Sriwichai, short documentary, A+30)

 

เหมือนเราเติบโตมากับหนังสือเรียนในวัยเด็กที่ปลูกฝังให้เรามองกบฏชาวเงี้ยวในจังหวัดแพร่ด้วยความรู้สึกหวาดกลัวและสยดสยอง เราก็เลยชอบหนังเรื่องนี้มาก ๆ ที่มีส่วนช่วยให้เราหลุดพ้นจากการถูกครอบงำด้วยข้อมูลที่ไม่รอบด้าน หรือข้อมูลที่มาจากฝั่งเดียว

 

13.FROM DUST TILL DUST (2023, Tanakit Kitsanayunyong, short documentary, A+30)

 

ครึ่งหลังของหนังทำให้นึกถึง MYSTERIOUS OBJECT AT NOON (2000, Apichatpong Weerasethakul) ซึ่งจริง ๆ แล้วเราว่าครึ่งหลังของหนังอาจจะไม่ได้ทรงพลังมากนัก หรืออาจจะไม่ได้เสริมส่งพลังกับช่วงครึ่งแรกของหนังมากนัก แต่ครึ่งหลังของหนังมันทำให้หนังเรื่องนี้ unique ดี คือถ้าหากเป็นหนังสารคดีเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมโดยทั่ว ๆ ไป มันก็คงจะมีเพียงแค่ครึ่งแรกของหนังเรื่องนี้ ที่เป็นสารคดีที่นำเสนอประเด็นอย่างตรงไปตรงมา แต่พอหนังเรื่องนี้มีครึ่งหลัง ที่เปิดโอกาสให้ subjects แต่ละคนได้ใช้จินตนาการของตนเองด้วย มันก็เลยทำให้หนังเรื่องนี้มีความแปลกแตกต่างจากหนังสารคดีสิ่งแวดล้อมโดยทั่ว ๆ ไป

 

14.1946 BOAT PEOPLE (2023, Theerayut Weerakham, short documentary, A+30)

 

15.GOLD KINGDOM AND WATER KINGDOM (2023, Kotono Watanabe, Japan, animation, A+30)

 

16.LOST IN MEKONG (2023, Jessada Khimsook, short documentary, A+30)

 

17.6 x 4 HOMECLASS (2024, Kittikhun Seniwong Na Ayutthaya, short documentary, A+30)

 

18.THAT DAY, THAT YEAR (2023, Jirat Jongjirattikal จิรัฏฐ์ จงจิรัฐิติกาล, short documentary, A+30)

https://www.youtube.com/watch?v=4XjwJvRl67E

 

19.เรื่องเล่า...กินได้ ตอน เมนูอาข่า THE TALE YOU CAN EAT: EPISODE – AKHA MENU (2023, Chaweng Chaiyawan, short documentary, A+30)

 

20.112 NEWS FROM HEAVEN (2023, Vichart Somkaew, short documentary, A+30)

 

21.THEIR LIGHT ใต้แสงเทียม (2024, Worrarin Prachumchai, Buariyate Eamkamol วรรินทร์ ประชุมชัย, บัวริเยท เอี่ยมกมล, short documentary, A+30)

 

22.FLOATING ON A MOMENT -- BETH GIBBONS (2024, Tony Oursler, music video, A+30)

 

23.A MOTHER’S TOUCH (2022, Junpei Matsumoto, Japan, A+30)

 

24.HEADS OF TOWN (2009, Michel Auder, video installation, 11min, A+30)

 

25.MEKONG: BEYOND THE RIVER (2024, Thaniya Saikam ฐานิยา ไทรคำ, short documentary, A+30)

 

26.MONOLITH -- TWIN TRIBES (2023, Sultan Mars, music video, A+30)

 

27.THE LINES THAT DEFINE ME (2022, Norihiro Koizumi, Japan, A+25)

 

28.PATTAYA HEAT (2024, Yang Shupeng, Thailand, A+)

 

 

Films seen for the second time or third time

(ลำดับความชอบไม่ได้ต่อเนื่องมาจากด้านบนนะ 555)

 

29.L’ESSENTIAL (2023, Premwong Rattanadilok Na Phuket, short film, third viewing, A+30)

 

30.LOST, AND LIFE GOES ON เลือน แต่ไม่ลืม (2022, Sumeth Suwanneth, short documentary, A+30)

 

31.SURF YOUR SOUL (2022, Vitchulada Yenjit, short documentary, A+30)

 

32.MOUNTAIN OF TRASH (2020, Primrin Puarat, short documentary, A+30)

 

33.THE ANNOUNCED TRAGEDY จงสวัสดิ์ (2023, Thanut Rujitanont, short animation, A+30)

 

34.INTERNATIONAL FRIENDSHIP (2023, Kanyarat Theerakrittayakorn, short documentary, A+30)

 

สรุปว่า ใน 6 สัปดาห์แรกของปี เราดูหนังไปแล้ว 93 + 34 = 127 เรื่อง

 

Monday, March 25, 2024

ONE OF MY MOST FAVORITE SONGS OF ALL TIME

 

“อยากมีใครสักคน

หมั่นดูแลคอยปลอบขวัญ

ทุกวันเอาใจไม่เหินห่าง

รู้ดีว่าฝันนั้นไกลสุดทาง

ความหวังยังห่างไกลมืดมน”

 

ป่วยเป็นคออักเสบมานานหลายวันแล้ว (แต่ตอนนี้อาการดีขึ้นแล้ว) ช่วงนี้เลยฟังแต่เพลงประกอบละครเรื่อง “ระบำไฟ” (1988, สุประวัติ ปัทมสูต) วนไปค่ะ เป็นเพลงที่ประพันธ์คำร้องโดยคุณสุวนัย สอนคำแก้ว และทำนองโดยคุณวิรัช อยู่ถาวร และเป็นเพลงที่ติดอยู่ในใจหรืออยู่ในหัวมานาน 36 ปีแล้ว เมื่อไหร่ที่รู้สึกป่วย ๆ แย่ ๆ ก็จะนึกถึงเพลงนี้ ต้องกราบคนประพันธ์เพลงนี้จริง ๆ ที่ทำให้เพลงมันติดอยู่ในใจเรามาได้นานขนาดนี้

Sunday, March 24, 2024

THE FIRST KISS

 

COMPTON’S ’22 (2023, Drew De Pinto, USA, short documentary, queer film, A+30)

https://www.youtube.com/watch?v=vng9TOsCiQs&t=234s

 

LITTLE ONE (ILI ILI) (2024, Clister Santos, Philippines, short animation, queer film, A+30)

 

เหมือนหนังพยายามทำซึ้งมากไปหน่อย แต่ก็ให้อภัยได้

https://www.youtube.com/watch?v=WKLPlwefvOA&t=5s

 

THE FIRST KISS (2023, Miguel Lafuente, Spain, short film, queer film, A+30)

 

งดงาม

https://www.youtube.com/watch?v=O_59ZhnlDmM&t=6s

 

Friday, March 22, 2024

THE WOMAN IN YELLOW

 

One of my most favorite characters of all time คือ “แม่นางชุดเหลือง” ใน “ดาบมังกรหยก” ของกิมย้ง นี่แหละ เพิ่งรู้ว่ามีคนไทยทำคลิปพูดถึงตัวละครตัวนี้อยู่หลายคลิปด้วยกัน งดงามที่สุด ชอบคลิปนี้จาก channel Yodyut มาก ๆ ที่รวมฉากของ “แม่นางชุดเหลือง” จาก “ดาบมังกรหยก” ตั้งแต่เวอร์ชั่นปี 1986, 2000, 2003, 2009 มาจนถึง 2019 และมีการวิเคราะห์ timeline อย่างละเอียดว่า ตัวละครตัวนี้เป็นใครกันแน่

https://www.youtube.com/watch?v=uk_30CALVR4

Thursday, March 21, 2024

SOGO

 

หนึ่งในสถานที่ที่มีความสำคัญมากที่สุดต่อชีวิต cinephile ของเรา ก็คือ “ร้านแมคโดนัลด์ ห้าง SOGO” เพราะว่าในทศวรรษ 2000-2010 นั้น เทศกาลภาพยนตร์ต่าง ๆ ชอบมาจัดแถว ๆ ห้าง Central World และ Paragon และพอเทศกาลภาพยนตร์ชอบมาจัดแถว ๆ นั้น โดยเฉพาะที่ Central World เรากับเพื่อน ๆ cinephiles ก็เลยมักจะมานั่งแดกอาหารมื้อดึกที่ร้านแมคโดนัลด์ ห้าง SOGO เป็นประจำ เพราะว่าร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ มันมักจะปิดตอน 3 ทุ่ม แต่หนังรอบสุดท้ายในเทศกาลภาพยนตร์มักจะเลิกราว ๆ 4 ทุ่มกว่า ๆ เพราะฉะนั้นพวกเราพอดูหนังรอบสุดท้ายเสร็จท่ามกลางความรู้สึกหิวโฮก ก็เลยมักจะมานั่งเม้าท์มอยกันที่ร้านแมคโดนัลด์สาขานี้ในช่วงเวลาราว 22.00-23.45 น. ก่อนจะรีบขึ้นรถไฟฟ้าให้ทันขบวนสุดท้ายก่อนเที่ยงคืน เพราะฉะนั้นร้านแมคโดนัลด์สาขานี้ก็เลยเป็นร้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำที่ดีงามมากมายสำหรับเรา

 

แต่ร้านนี้ก็ปิดไปในเดือนมิ.ย. 2022 และวันนี้เรามีโอกาสเดินผ่านที่ตั้งร้านนี้อีกครั้ง ก็พบว่าห้าง SOGO/อัมรินทร์พลาซ่า ได้เปลี่ยนเป็นห้าง GAYSORN AMARIN ไปแล้ว ส่วนบริเวณที่เคยเป็นที่ตั้งของร้านแมคโดนัลด์ ก็เหมือนยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างอยู่ เราก็เลยไม่รู้ว่าบริเวณตรงนั้นจะกลายเป็นอะไร ส่วนบริเวณที่เคยเป็นที่ตั้งของร้าน STARBUCKS สาขาอัมรินทร์พลาซ่า ที่ตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับร้านแมคโดนัลด์ในอดีต ก็กลายเป็น “ร้านกาแฟ LOUIS VUITTON” ไปแล้ว

 

ไม่รู้เหมือนกันว่า ร้านแมคโดนัลด์ตรงนั้นจะกลับมาอีกหรือเปล่า แต่เรารู้สึกราวกับว่า “สถานที่แห่งความทรงจำอันดีงามมากมายในอดีต” อาจจะเปลี่ยนแปลงไปแล้วอย่างไม่หวนคืนมา แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะความเปลี่ยนแปลงแบบนี้มันเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับชีวิตเรา

 

ภาพร้านแมคโดนัลด์ สาขา SOGO มาจากเพจ 77PPP

https://web.facebook.com/photo?fbid=457551294353045&set=a.456325961142245&locale=it_IT

 

 --------

FUFU IN PARADISE (2024, Vijchika Udomsrianan, video installation, animation, 16min, A+30)

 

ดูที่ KICHGallery

 

ชอบงานจิตรกรรมนี้ในนิทรรศการ FUFU IN PARADISE ของ Vijchika Udomsrianan ที่ KICHgallery มาก ๆ ดูแล้วนึกถึงทั้ง “จิตรกรรมฝาผนังตามวัด” และหนังเรื่อง THE ZONE OF INTEREST

Wednesday, March 20, 2024

TIMELINE OF RUSSIAN HISTORY IN FILMS

 ดู หอแต๋วแตก แหกสัปะหยด HOR TAEW TAK THE FINALE (2024, Poj Arnon, A+) แล้วสงสัยว่า ใครรับบทเป็น jailbait  ในหนังเรื่องนี้คะ


---
บทกวี THE LADY OF SHALOTT  นอกจากจะเป็นแรงบันดาลใจต่องานจิตรกรรมแล้ว ยังเป็นแรงบันดาลใจต่องานดนตรี เพลง THE LADY OF SHALOTT (1991) ของ Loreena McKennitt ที่ไพเราะเพราะพริ้งด้วยนะ และเป็นที่มาของชื่อนิยาย THE MIRROR CRACK'D FROM SIDE TO SIDE ของ Agatha Christie ด้วย
---
YODHA (2024, Sagar Ambre, Pushkar Ojha, India, A+)

ดูที่ไอคอนสยาม

1.นี่ขนาดเราดูหนังอินเดียแค่สัปดาห์ละ 1 เรื่อง เรายังรู้สึกหลอนแล้วว่า อินเดียกำลังถูกโจมตีด้วยผู้ก่อการร้ายชาวปากีสถานทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละ 1 กลุ่มเป็นอย่างน้อย แล้วคนอินเดียที่เขาดูหนังเมนสตรีมขวาจัดของอินเดียสัปดาห์ละหลาย ๆ เรื่องนี่ เขาใช้ชีวิตอยู่กันอย่างไร 555

2.จริง ๆ แล้วหนังก็สนุกใช้ได้ และยังดีที่มันไม่ขวาจัดคลั่งชาติคลั่งศาสนาจนทำให้เรารู้สึกขยะแขยง แต่โดยรวมแล้วมันก็เป็นหนังสูตรสำเร็จเมนสตรีมของอินเดีย ที่มี "ผู้ก่อการร้ายชาวปากีสถาน" เหมือนหนังอินเดียขวาจัดอีกหลายสิบเรื่องที่เราเคยดูมาน่ะ และหนังเรื่องนี้แถม "ผู้ก่อการร้ายชาวบังคลาเทศ" มาให้อีกด้วย 555

3. เนื่องจากเบื่อความขวาจัดของหนังแนวนี้ เราก็เลยให้หนังเรื่องนี้แค่ A+ แทนที่จะเป็น A+15
---
SA (2024, Tanatchai Bandasak, video installation, 14min, A+30)

SERIOUS SPOILERS ALERT เตือนแล้วนะ
--
--
--
--
--
--
--
--
--
--
1.คิดว่าศิลปินคงสร้างงานนี้ด้วยจุดประสงค์บางอย่าง และมันคงมีความหมายบางอย่างในการติดตั้งวิดีโอนี้ใน "ห้องสมุด" โดยวิดีโอนี้เหมือนจับภาพสิ่งที่ดูคล้ายปากถ้ำ ที่มีใยแมงมุมขนาดใหญ่มาขวางกั้นทางเข้าอยู่ด้านหน้า ใยแมงมุมแกว่งไกวไปตามสายลม และเราไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ข้างในถ้ำนั้น สภาพแวดล้อมตรงรอบ ๆ ใยแมงมุมก็เต็มไปด้วยพืชประเภทมอสหรือตะไคร่มั้ง เราไม่แน่ใจ

2.ใจหนึ่งก็แอบนึกไปถึง "world wide web" เพราะว่า

2.1 สิ่งที่ปรากฏในวิดีโอคือ image ของ web

2.2 วิดีโอถูกนำเสนอในจอคอมพิวเตอร์ ในห้องสมุด ซึ่งปกติแล้วเป็นที่ตั้งของจอคอมสำหรับเล่นอินเทอร์เน็ต

2.3 internet อาจจะเรียกได้ว่าเป็น a new cave เหมือนกับชื่อ exhibition นี้ในรูปแบบหนึ่ง เพราะการท่องเน็ตก็เหมือนการเดินเข้าสู่ปากถ้ำที่อาจจะมีอะไรทั้งดีและร้ายรอเราอยู่ข้างใน

3.แต่เราไม่รู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของตัววิดีโอหรือตัวศิลปินหรอก 55555 เราแค่จะบันทึกความทรงจำไว้ว่า เราดู video นี้ด้วยความรู้สึกลุ้นระทึกหัวใจจะวายราวกับว่า มันเป็นหนัง horror หรือ thriller  ซึ่งตัวศิลปินคงไม่ได้ตั้งใจ 555

คือในวิดีโอที่นำเสนอภาพใยแมงมุมขนาดใหญ่มากนี้ มันมีมดหรือแมลงอะไรสักอย่างราว 2-3 ตัว เดินไปเดินมาตามโขดหินรอบ ๆ ใยแมงมุมน่ะ มีมดราว 1-2 ตัว เดินอยู่แถว ๆ โขดหินด้านล่างใยแมงมุม และมีมดอีก 1 ตัว เดินพล่านไปมาอยู่ตรงโขดหินด้านบนของใยแมงมุม และในช่วงนึง ก็เหมือนมีผีเสื้อตัวเล็ก ๆ หรือแมลงอะไรสักอย่าง บินผ่านหน้าจอแป๊บนึงด้วย

เพราะฉะนั้นตอนที่เราดูวิดีโอนี้ เราก็เลยลุ้นสุดขีดตลอดเวลาว่า มดที่มันเดินพล่าน ๆ อยู่นี่ มันจะเดินมาติดใยแมงมุม แล้วแมงมุมจะโผล่ออกมาแดกมันไหม หรือจะมีผีเสื้อบินมาติดใยแมงมุมหรือเปล่า

และในขณะที่เราลุ้นระทึกว่า มดที่เดินพล่านไปพล่านมา 2-3 ตัวในจอ จะเดินมาติดใยแมงมุม และจะนำไปสู่ความตายของมันไหม เราก็ร้องวี้ดออกมาเมื่อเห็นมดตัวนึง เหมือนเดินไต่ขึ้นไปบนใยแมงมุมแบบสบายบรื๋ออยู่แป๊บนึง แล้วก็กลับลงมาเดินร่านไปมาตรงโขดหิน เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เราก็เลยสงสัยมาก ๆ ว่า ทำไมมันเป็นเช่นนั้น คือตอนที่เรานั่งดูวิดีโอนี้ เรานึกว่า ใยแมงมุมนั้นมันอาจจะเก่าแก่มาก จนหมดความเหนียวไปแล้ว มันเลยทำอะไรมดไม่ได้

แต่พอเราดูวิดีโอนี้เสร็จ เราก็มา search ข้อมูลดูในเน็ต เพื่อดูว่ามดมันมีฤทธิ์ต้านใยแมงมุมได้หรือไม่ แล้วเราก็ร้องกรี๊ดสุดเสียง เมื่อเราพบว่า ในโลกนี้มันมีสิ่งที่เรียกว่า "แมงมุมมด" อยู่ด้วย คือมันเป็น "แมงมุมที่ปลอมตัวเป็นมด" คือดูรูปลักษณ์ภายนอกมันเหมือนมด แต่ที่จริงแล้วมันเป็นแมงมุม กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราเห็นใน video นี้ อาจจะไม่ใช่มดก็ได้ แต่อาจจะเป็น "แมงมุมมด" เรานึกว่ามันเป็นเหยื่อ แต่จริง ๆ แล้วมันอาจจะเป็น hunter เราก็อุตส่าห์ลุ้นใจหายใจคว่ำซะแทบตายตลอด 13-14 นาทีของวิดีโอ ว่ามันจะติดใยแมงมุมตายหรือเปล่า

แต่เราไม่ใช่นักกีฏวิทยานะ เพราะฉะนั้นเราก็ไม่แน่ใจหรอกว่า แมลงราว 2-3 ตัวที่เดินร่านไปมาใน video นี้ มันคือสัตว์อะไรกันแน่ ถ้าใครรู้ก็มา  comment ได้นะ
---
FILM WISH LIST: THE TRAGEDY OF W (1984, Shinichiro Sawai)

ตัวละครพระเอกใน EGOIST (2022, Daishi Matsunaga, Japan, A+30) บอกว่า เขาชอบหนังเรื่องนี้อย่างสุด ๆ และเหมือนหนังเรื่องนี้ช่วยให้ Hiroko Yakushimaru ได้รับการยอมรับในฐานะนักแสดงที่มากความสามารถอย่างแท้จริง

ซึ่งหนังเรื่อง THE TRAGEDY OF W นี้ เคยมาฉายในรูปแบบฟิล์ม 16 mm ที่ Japan Foundation ถนนอโศก หลายรอบมาก แต่เรายังไม่เคยได้ดูเลย เสียดายมาก ๆ
---
FILM WISH LIST: HEDDA 1975, Trevor Nunn, UK)

พอตัวละครใน MAY DECEMBER (2023, Todd Haynes, UK, A+30) พูดถึง Hedda Gabler ว่าเป็นตัวละครหญิงที่น่าสนใจสุดขีด ในระดับเดียวกับนางมีเดียในตำนานกรีก เราก็เลยนึกขึ้นมาได้ว่า เรายังไม่เคยดูหนังที่สร้างจากบทละครเวที  HEDDA GABLER ของ Henrik Ibsen มาก่อนเลย

อยากดู HEDDA (1975) มาก ๆ เพราะ Glenda Jackson ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาดารานำหญิงจากหนังเรื่องนี้

เหมือนเราเคยดูหนังที่สร้างจากบทประพันธ์ของ Henrik Ibsen แค่เรื่องเดียวมั้ง ซึ่งก็คือ NORA HELMER (1974, Rainer Werner Fassbinder, West Germany, A+30)

ส่วน AN ENEMY OF THE PEOPLE (1989, Satyajit Ray, India) กับ SARA (1993, Dariush Mehrjui, Iran) ที่สร้างจากบทประพันธ์ของ  Henrik Ibsen นั้น เรายังไม่ได้ดู แต่ก็อยากดูมาก ๆ เหมือนกัน
---
แดก "ข้าวแช่" เพื่อบูชาหนังเรื่อง "หม่อม" THE ELITE OF DEVILS และดาราหนุ่ม ๆ ใน "หม่อม"
---
ฉันรักเขา Giacomo Ferrara from  GHIACCIO (2022, Alessio De Leonardis, Fabrizio Moro, Italy, A+25)
---
ฉันรักเขา Gabriel Garko from  THE IGNORANT FAIRIES (2001, Ferzan Ozpetek, Italy, A+30)
---
Favorite Character: เจ้าแม่แห่งเทือกเขาพนมกุเลน ใน "ฝังครรภ์ปีศาจ" THE RITUAL BLACK NUN (2023, Semsak Visal, Cambodia, A+)

ชอบตัวละครตัวนี้อย่างสุดขีด แต่เสียดายที่เราหารูปตัวละครตัวนี้ไม่ได้เลย เราเลยใช้รูปประกอบเป็น text เกี่ยวกับตำนานความศักดิ์สิทธิ์ของเทือกเขาพนมกุเลนแทน

แต่ถึงแม้เราจะชอบตัวละครตัวนี้อย่างสุดขีด หนังเรื่องนี้ก็ไม่ดีเท่าไหร่นะ 555
---
รายงานผลประกอบการประจำวันอาทิตย์ที่ 10 March 2024

1. IMAGINARY ตุ๊กตาซาตาน (2024, Jeff Wadlow, A+30)

ดูที่ Seacon Square รอบ 11.30

ลูกหมีบอกว่า รักหนังเรื่องนี้ที่สุดเลย 55555

2. THE RITUAL BLACK NUN ฝังครรภ์ปีศาจ  (2023, Semsak Visal, Cambodia)

ดูที่ Seacon Square รอบ 14.00 ปรากฏว่า เราท้องเสีย เราเลยดูไม่จบ ต้องรีบวิ่งออกมาเข้าห้องน้ำตอนกลางเรื่อง

3. POLE PRINCESS THE MOVIE (2023, Hitomi Ezoe, Japan, animation, A+30)

ดูที่ Seacon รอบ 16.35

มันคือสูตรสำเร็จของ "หนังญี่ปุ่นแนว กีฬา/การแข่งขัน/การไต่เต้าไปสู่ความสำเร็จทางอาชีพ" มาก ๆ คือจุดนี้ไม่ได้แตกต่างไปจากหนังญี่ปุ่นแนวเดียวกันอีกราว 1000 เรื่องที่เราเคยดูมาก่อนหน้านี้ ซึ่งรวมถึง BLUE GIANT (2023, Yuzuru Tachikawa) และหนังชุด CHIHARAFUYU (2016-2018, Norihiro Koizumi) เพียงแต่หนังเรื่องนี้มันเปลี่ยนมาเป็น "pole dancing"  เท่านั้นเอง

แต่เราชอบ สูตรสำเร็จแนวนี้นะ ก็เลยรับหนังเรื่องนี้ได้ 555

4.the exhibition REVEAL OF NEVERLAND by Kullathida Krajangkul on the 3rd floor of Seacon

5. The exhibition IN FRONT OF THE CAMERA -- IN THE PROCESS OF LOOKING by Kornkrit Jianpinidnan on the 3rd floor of Seacon

6. THE RITUAL BLACK NUN (2023, Semsak Visal, Cambodia,  A+)

ดูที่ Seacon  รอบ 1900

ตอนแรกกะว่าวันนี้เราจะดู โคนัน เป็นหนังเรื่องที่ 4 ของวัน แต่ปรากฏว่าการที่เราท้องเสียในระหว่างวัน  เลยส่งผลให้เราตัดสินใจดูหนังเขมรเรื่องนี้เป็นรอบที่สองในวันเดียวกัน ไม่งั้นมันจะค้างคาใจ เดี๋ยวนอนตายตาไม่หลับ 555

รู้สึกว่าช่วงสององก์แรกของหนังน่าเบื่อ ชอบในระดับประมาณ B+  แต่พอมีตัวละคร "เจ้าแม่แห่งเทือกเขาพนมกุเลน" ปรากฏตัวขึ้นมาในองก์สาม ระดับความชอบของเราก็พุ่งพรวดขึ้นมาในทันที แต่ก็พุ่งขึ้นมาได้เพียงในวงจำกัด เพราะเหมือนหนังยังใช้ประโยชน์จากคุณไสยเขมรได้น้อยเกินไป
---
IMAGINARY ตุ๊กตาซาตาน (2024, Jeff Wadlow, A+30)

1. ในที่สุดลูกหมีก็ได้ดูหนังเรื่องนี้แล้ว ลูกหมีบอกว่า รักหนังเรื่องนี้มาก ๆ เลย 55555

2.พอหนังบอกว่า เด็ก ๆ หลายคนมี "imaginary friend" ลูกหมีก็หันมาถามแม่หมีว่า "แล้วกะเทยอายุ 51 ปีแบบแม่หมีที่มี "imaginary husband" กับ "imaginary son" นี่ มีแบบนี้หลายคนไหมครับ หรือมีแต่เฉพาะกะเทยแก่ที่หาผัวไม่ได้แบบแม่หมี ส่วนเด็กคนอื่น ๆ พอเขาโตขึ้น เขาก็ได้มีผัวมีลูกที่เป็นคนจริง ๆ กันหมด ชีวิตแม่หมีนี่น่าสมเพชกว่านางเอกในหนังเรื่องนี้เสียอีกนะครับ" แล้วลูกหมีก็หัวเราะเอิ๊กอ๊ากชอบอกชอบใจที่ได้หลอกด่าแม่หมี ฮึ
---
มาเยือนซีคอนสแควร์เป็นครั้งแรกในรอบ 23 ปี กรี๊ดดดดดด ใช้เวลาเดินหาโรงหนังนานมาก 555

เราเคยมาเยือน Seacon Square ครั้งสุดท้ายในปี 2001 ตอนที่ EGV จัดการแข่งขัน MOVIE RALLY ซึ่งเราได้เข้ารอบ 2 แต่ผ่านไปไม่ถึงรอบ 9 คนสุดท้าย

จำได้ว่าในงานแข่งขันครั้งนั้น มีคุณกัลปพฤกษ์, อาจารย์ฮูก, คุณ Punya Pappayon และน้อง  Thitipat  ร่วมแข่งขันด้วย :-)
---
TIMELINE OF RUSSIAN HISTORY IN FILMS/TV SERIES

MONGOL (2007, Sergei Bodrov)

about Genghis Khan (1162-1227)

ALEXANDER NEVSKY (1938, Sergei Eisenstein)

Nevsky lived in 1221-1263.

ANDREI RUBLEV (1966, Andrei Tarkovsky, A+30)

Rublev lived in 1360-1430.

LAND OF LEGENDS (2022, Anton Megerdichev, 160min, A+30)

About Ivan III (1440-1505)

IVAN THE TERRIBLE (1944, Sergei Eisenstein)

Ivan lived in 1530-1584.

PETER THE GREAT (1986, Marvin J. Chomsky, Lawrence Schiller, A+30)

Peter lived in 1672-1725.

THE COLOR OF POMEGRANATES (1969, Sergei Parajanov, A+30)

About Sayat- Nova (1712-1795)

THE SCARLET EMPRESS (1934, Josef von Sternberg)

About Catherine the Great (1729-1796)

WAR AND PEACE (1956, King Vidor)
About 1812

TSCHAIKOVSKY'S WIFE (2022, Kirill Serebrennikov, A+30)

Tschaikovsky lived in 1840-1893.

FIDDLER ON THE ROOF (1971, Norman Jewison, A+30)

About early 20th century

RASPUTIN (1981, Elem Klimov, A+30)

Rasputin lived in1869-1916.

TIMELINE OF ROMAN EMPIRE
https://www.facebook.com/share/p/FapNYVgaGoNS4Tcm/?mibextid=oFDknk

TIMELINE OF CHINESE HISTORY
https://www.facebook.com/share/p/fqbL7Pjuy9PNEpmR/?mibextid=oFDknk

TIMELINE OF JAPANESE HISTORY
https://www.facebook.com/share/p/XuFiu9MUkApJhZ8D/?mibextid=oFDknk

TIMELINE OF FRENCH HISTORY
https://www.facebook.com/share/p/Ve3RuK4XTqtbMyLz/?mibextid=oFDknk

TIMELINE OF SOME COMMUNIST EVENTS
https://www.facebook.com/share/p/sracvJPHdkfSac8K/?mibextid=oFDknk

TIMELINE OF MIDDLE EAST VIOLENCE
https://www.facebook.com/share/p/4gRcVvhtTLxXXPho/?mibextid=oFDknk


---
ความเป็นกะเทยของดิฉัน และผลกระทบจากมันที่มีต่อการดู LAND OF LEGENDS (2022, Anton Megerdichev, Russia, 160min, A+30)

1.ชอบหนังเรื่องนี้มาก ๆ ชอบความเหนือธรรมชาติของมัน ชอบตัวละครนางเอกอย่างสุดขีดด้วย ดูแล้วแอบนึกเล่น ๆ ว่า นี่แหละคือ "เทพนิยายแบบโหดสัสรัสเซีย"

2. ดูแล้วนึกถึงพวกหนังสู้รบอิงประวัติศาสตร์อย่าง BAJIRAO MASTANI (2015, Sanjay Leela Bhansali, India), RED CLIFF (2008, John Woo), THRONE OF BLOOD (1957, Akira Kurosawa, Japan)

3.เราว่าการที่เราเป็นกะเทย/เกย์มีส่วนสำคัญอย่างมากในการทำให้เราอินกับตัวละครนางเอกของ LAND OF LEGENDS ด้วยแหละ

คือเรานึกถึงที่เพื่อนคนนึงของเราเคยตั้งทฤษฎีว่า มีกะเทยบางคนที่อินกับนางเงือก SADE ในมิวสิควิดีโอ NO ORDINARY LOVE หรือนางเงือกในหนัง THE LITTLE MERMAID มาก ๆ เพราะว่า "นางเงือก" มี "ความเป็นมนุษย์ผู้หญิงครึ่งหนึ่ง" ส่วนอีกครึ่งหนึ่งไม่ใช่มนุษย์ผู้หญิง เพราะฉะนั้นกะเทยบางคนก็เลยอินกับจุดนี้

ซึ่งเราเองนั้น ไม่ได้อินกับ LITTLE MERMAID เลยแม้แต่นิดเดียว แต่ก็สังเกตว่า เพื่อนกะเทยบางคนอินกับตัวละครแนวนางเงือกมาก ๆ เราก็เลยคิดว่า ทฤษฎีนี้น่าจะเป็นจริง เพียงแต่กะเทยแต่ละคนก็มีความแตกต่างกันไป และก็คงจะอินกับตัวละคร "ครึ่งเพศหญิง" ที่มีบุคลิกแตกต่างกันไป เพราะฉะนั้นถึงแม้เราไม่ได้อินกับ LITTLE MERMAIDเราก็อินกับนางเอกของ LAND OF LEGENDS มาก ๆ เพราะนางเอกของหนังเรื่องนี้ก็มีความ "ครึ่งเพศหญิง" เหมือนกัน แต่มีบุคลิกและเส้นทางชีวิตที่เข้าทางเรามากกว่า LITTLE MERMAID มาก ๆ

คือเราว่า ความแตกต่างสำคัญระหว่างนางเอกของ LITTLE MERMAID กับนางเอกของ LAND OF LEGENDS ที่ทำให้เราไม่อินกับตัวนึง แต่ไปอินกับอีกตัวนึงก็คือว่า

3.1 ใน LITTLE MERMAID นั้น "แม่มด" เป็นผู้ร้าย แต่ใน LAND OF LEGENDS นั้น นางเอกเป็น แม่มด และเราชอบแม่มด

3.2 ใน LITTLE MERMAID นั้น อุปสรรคขัดขวางความรักนางเอกคือ "แม่มด" แต่ใน LAND OF LEGENDS นั้น อุปสรรคขัดขวางความรัก คือ "ศาสนจักร" ซึ่งมันก็ตรงกับชีวิตเกย์/กะเทย อย่างเรามาก ๆ

3.3 เหมือนกะเทย/เกย์บางคน จะอินกับตัวละครครึ่งเพศหญิง ที่มี "เสน่ห์ดึงดูดผู้ชาย" หรือเน้นความน่ารัก อย่าง LITTLE MERMAID หรือนางเอกของ "โปเยโปโลเย" (ครึ่งผู้หญิง ครึ่งปีศาจ) แต่เราจะไม่อินกับตัวละครทำนองนี้มากนัก เราจะไปอินกับตัวละครแนวที่มีอิทธิฤทธิ์ตบตีมากกว่า เพราะฉะนั้น เราก็เลยอินกับนางเอกของ LAND OF LGENDS และ "โอม สู้แล้วอย่าห้าม" เพราะเรารู้สึกว่า นางเอกของ "โปเยโปโลเย" เธอมาเพื่อ "ทำให้ผู้ชายหลงรัก" เราก็เลยไม่อิน แต่นางเอกของ GOLDEN SWALLOW หรือ "โอม สู้แล้วอย่าห้าม" เธอ "มาเพื่อฆ่าศัตรู"  เราก็เลยอินกับเธอ

4.สรุปได้ว่า เราไม่อินกับตัวละครนางเอก "ครึ่งผู้หญิง" แบบใน LITTLE MERMAID, โปเยโปโลเย A CHINESE GHOST STORY (1987, Ching Siu-tung), CRANE (1988, Kon Ichikawa) ที่มันดูเน้นความอ่อนหวาน

แต่เราอินกับตัวละคร "ครึ่งผู้หญิง" ในเรื่องต่อไปนี้ ซึ่งเราว่า ความเป็นกะเทยของเรามีส่วนสำคัญที่ทำให้เราอินกับมัน 555

4.1 GOLDEN SWALLOW (1987, O Sing-Pui, Hong Kong)

4.2 นาคี (1988) version กาญจนา จินดาวัฒน์

4.3 PAINTED SKIN (2008, Gordon Chan, China/Hong Kong)

4.4 LAND OF LEGENDS
---
พอดู LAND OF LEGENDS (2022, Anton Megerdichev Russia, 160min, A+30) แล้วก็เลยทำให้ตระหนักว่า เราขาดความรู้เรื่องภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์รัสเซียอย่างรุนแรง เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราทำหลังดูจบก็คือหาข้อมูลว่า เมือง Cherdyn, Perm, Kazan  และ Novgorod มันอยู่ตรงไหน
---
RIP AKIRA TORIYAMA

ตัวละครที่ชอบที่สุดของเขา ก็คือ Kinoko Sarada จากการ์ตูน DR. SLUMP (1980-1984)

เราไม่ได้อ่านการ์ตูนเรื่องนี้มานาน 40 ปีแล้ว แต่ยังจำได้เลยว่า Kinoko จะเก็บสิ่งที่ชอบที่สุดในอาหารแต่ละมื้อ ไว้กินทีหลังสุด แล้วมีครั้งนึงมี cherry cake วางไว้บนโต๊ะกินข้าว เธอก็เลยกินส่วนอื่น ๆ ของเค้กไปก่อน แล้วจะเก็บลูกเชอรี่ไว้กินทีหลังสุด แต่พ่อของเธอคิดว่าเธอไม่อยากกินลูกเชอรี่ พ่อของเธอเลยคว้าลูกเชอรี่ไปแดก เธอก็เลยด่ากับพ่ออย่างรุนแรง

อยากเห็น Kinoko ตบกับนางเอกของ ASARI-CHAN (1978-2014, Mayumi Muroyama) มาก ๆ
---
Favorite Actress: Elena Erbakova from LAND OF LEGENDS (2022, Anton Megerdichev, Russia, 160min, A+30)

หนังเข้าฉายแล้วในเครือ SF นะ เราดูแบบพูดภาษารัสเซียที่โรง SF TERMINAL 21  อินกับตัวละครนางเอกอย่างสุดขีดมาก ๆ
---
เพิ่งดู THE CEMETERY OF CINEMA (2023, Thierno Souleymane Diallo, France/Senegal/Guinea, documentary, 93min, A+30) ที่ Alliance วันนี้ กราบตีนของจริง สุดจะบรรยาย นึกว่าต้องปะทะกับ Kidlat Tahimik เท่านั้น กราบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ
---
สัปดาห์นี้มีฉาย CSI แค่วันศุกร์นะ ไม่มีฉายวันเสาร์อาทิตย์

ปรากฏว่า "ฉาก" ที่ติดอยู่ในหัวเรามากที่สุดจากหนังเรื่องนี้ คือ "ฉากนักเรียนหญิงสองคนปะทะกันอย่างรุนแรงในโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาในช่วงที่มีคดีสวรรคตในทศวรรษ 2490" คือหนังไม่ได้นำเสนอฉากดังกล่าวออกมาเป็นภาพให้เราเห็นนะ หนังเรื่องนี้เพียงแค่ให้คุณกังวาฬเล่าถึงเหตุการณ์นักเรียนหญิงสองคนปะทะกันอย่างรุนแรงในโรงเรียนเตรียมอุดมเมื่อราว 70 ปีก่อน แต่ปรากฏว่า "การเล่าถึง" เหตุการณ์นั้น มันไปกระตุ้นจินตนาการในหัวของเราอย่างรุนแรง หัวของเราเลยได้แต่จินตนาการ "ฉากนักเรียนหญิงสองคนปะทะกันอย่างรุนแรงในโรงเรียนเตรียมอุดมในทศวรรษ 2490" แล้วปรากฏว่าพอเราดูหนังเรื่องนี้เสร็จ เราก็ไปดู MEAN GIRLS (2024, Samantha Jayne, Arturo Perez Jr., A+15) ต่อ MEAN GIRLS ก็เลยจืดไปเลย เพราะหัวของเรายังคงมัวแต่จินตนาการฉากในโรงเรียนเตรียมอุดมในทศวรรษ 2490 อยู่

--
FOUNT (2020, Evrim Inci, Turkey, documentary, 4min, A+30)

ไม่เคยรู้มาก่อนว่าตุรกีมีปัญหาภัยแล้งขั้นรุนแรงด้วย
--
AVOCADO ON PANCAKES (2024, Chinanang Tamrongtanakijakarn, 9min, A+30)
---
RIP JACLYN JOSE (1963-2024)

เราเคยดูหนังที่เธอแสดงแค่ 8 เรื่อง ประทับใจกับการแสดงของเธอใน MA'ROSA กับ JESUS IS DEAD มาก ๆ

หนังของเธอที่เราเคยดู

1.FEAST (2022, Brillante Mendoza)

2.MA'ROSA (2016, Brillante Mendoza)

3.JESUS IS DEAD (2016, Victor Villanueva)

4.SERBIS (2008, Brillante Mendoza)

5.SLINGSHOT (2007, Brillante Mendoza)

6.DONSOL (2006, Adolfo Alux Jr.)

7.THE MASSEUR (2005, Brillante Mendoza)

8.MACHO DANCER (1988, Lino Brocka)
---
ฉันรักเขา Koray Candemir from THE IGNORANT FAIRIES (2001, Ferzan Ozpetek, Italy, A+30)
---
Favorite Actress: Margherita Buy from THE IGNORANT FAIRIES (2001, Ferzan Ozpetek, Italy, A+30), "ME, MYSELF & HER" (2015, Maria Sole Tognazzi, Italy, A+30), MY MOTHER (2015, Nanni Moretti, A+30), THE CAIMAN (2006, Nanni Moretti), LE FILS PREFERE (1994, Nicole Garcia, France)
---
ฉันรักเขา Thul Makara from แม่ณุน THE DARK MOTHER (2024, Kou Darachan, Cambodia, horror, A+30)
---
ฉันรักเขา Stefano Accorsi from THE IGNORANT FAIRIES (2001, Ferzan Ozpetek, Italy, A+30), THE LAST KISS (2001, Gabriele Muccino, Italy), CAN'T SAY NO (2009, Iliana Lolic, France), SHALL WE KISS? (2007, Emmanuel Mouret, France)
---

Tuesday, March 19, 2024

BIG C BANGPLEE

 

บันทึกความทรงจำว่า วันนี้ได้ไปห้าง “บิ๊กซี บางพลี” เป็นครั้งแรกในชีวิตการแสดงค่ะ เพื่อไปดูหนังเรื่อง PHUPHAAN SOBBED ภูพานสะอื้น (2024, Prommee Deekoat, Parinya Baopetch, Suchart Pudjantueg, C+ ) โดยที่หนังก็มีความ lame ตามความคาดหมาย โดยมีจุดที่ชอบอยู่บ้างประปรายเล็กน้อย

 

โดยการเดินทางไปห้างบิ๊กซี บางพลีครั้งนี้ เริ่มต้นด้วยการเข้าสถานีรถไฟฟ้าเพลินจิต เวลา 15.54 น. แล้วก็ลงสถานีสำโรง เพื่อต่อรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ไปลงสถานี “ศรีเทพา” แล้วก็ต่อวินมอเตอร์ไซค์ ไปลงบิ๊กซี บางพลี ในราคา 140 บาท ถึงห้างบิ๊กซี บางพลีในเวลาราว 17.00 น. ก็เท่ากับว่า เราสามารถเดินทางจากเพลินจิตไปห้างบิ๊กซี บางพลีในเวลาราว 66 นาที

 

ส่วนขากลับ เราขึ้นรถแท็กซี่ที่จอดรออยู่มากมายหน้าห้างบิ๊กซี บางพลี แล้วมาลงที่สถานีรถไฟฟ้า ศรีเทพา เราขึ้นรถแท็กซี่ที่หน้าห้างเวลาราว 19.35 น. แล้วก็มาถึงสถานีศรีเทพา ในเวลาราว 19.50 น. เสียค่าแท็กซี่ราว 95 บาท

 

ส่วนสภาพห้างบิ๊กซี บางพลีนั้น เรามีปัญหาเรื่องหา “ถังขยะ” แทบไม่เจอเลย แล้วห้องน้ำชายชั้น 2 ก็เสีย ต้องไปเข้าชั้น 1 หรือไม่ก็ชั้น 3 ก็เลยรู้สึกว่าเป็นห้างที่ไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าไหร่

 

ไม่รู้เหมือนกันว่า ก่อนเกิดโควิด ห้างบิ๊กซี บางพลี คึกคักกว่านี้หรือเปล่า

 

เพราะเราสังเกตดูจากห้างอิมพีเรียล สำโรง เรารู้สึกว่าในทศวรรษ 2010 นั้น ห้างอิมพีเรียล สำโรง เต็มไปด้วยแรงงานต่างด้าวหนุ่ม ๆ เราไปดูหนังที่ห้างนี้แล้วมีความสุขมาก  แต่พอเรากลับไปเยือนห้างนี้อีกครั้งในปีนี้เพื่อดูหนังเรื่อง “แม่ณุน” (2024, Kou Darachan, Cambodia, A+30) เรากลับพบว่าห้างอิมพีเรียล สำโรงมันดูไม่ค่อยคึกคักเท่าไหร่ เหมือนแทบไม่เห็นแรงงานต่างด้าวหนุ่ม ๆ เลย เราก็เลยสงสัยว่า การระบาดของโรคโควิดในช่วงต้นทศวรรษ 2020 มันส่งผลกระทบต่อจำนวนแรงงานต่างด้าวในไทยอย่างรุนแรงมากน้อยแค่ไหน

 

แล้วก็เลยสงสัยว่า ก่อนเกิดโควิด ห้างบิ๊กซี บางพลีมันมีสภาพอย่างไร มันเคยคึกคักกว่านี้หรือเปล่า หรือว่ามันก็ไม่ได้แตกต่างอะไรจากในยุคปัจจุบัน

 

เราซื้อเสื้อยืดมาให้ลูกหมี 2 ตัวด้วย ถือว่าเป็นของฝากจากการไปเที่ยวบางพลี 555

------

อะไรคือการที่ Facebook ปลดสิ่งที่เราเขียนไว้อาลัย Terence Davies ในเดือนต.ค. 2023 ออกไป โดยอ้างว่าผิดกฎของ Facebook บ้าบอมากๆ

 

แต่เราแปะสิ่งที่เราเขียนไว้ใน blog ของเราด้วยนะ อ่านได้ใน comment จ้ะ

 

https://celinejulie.blogspot.com/2023/10/rip-terence-davies-1945-2023.html

 

Saturday, March 16, 2024

BEAU TRAVAIL

 

BEAU TRAVAIL (1999, Claire Denis, France) จะมาฉายที่หอภาพยนตร์ ศาลายา ในวันเสาร์ที่ 30 มี.ค.นะ นักวิจารณ์ใน Village Voice บอกว่าหนังเรื่องนื้ถือเป็น CELEBRATION OF MALE BODIES และเราก็รักและบูชาหนังเรื่องนี้เพราะสาเหตุนี้ 55555

 

BEAU TRAVAIL นี่ถือเป็น MY MOST FAVORITE FILMS I SAW IN 2001 และน่าจะถือเป็นหนังที่เราได้ดูในโรงภาพยนตร์มากเป็นอันดับ 2 ของชีวิตนี้มั้ง ถ้าหากเราจำไม่ผิด เพราะเราเคยดู BEAU TRAVAIL ในรูปแบบ FILM 35MM ในโรงภาพยนตร์ไปแล้ว 5 รอบในปี 2001 ซึ่งได้แก่

 

1.การดูรอบแรกในวันที่ 3 มี.ค. 2001 โดยดูควบกับ SAINT-CYR (2000, Patricia Mazuy, A+30) และ THE GLEANERS & I (2000, Agnès Varda, documentary, A+30) ที่โรงภาพยนตร์ในเซ็นทรัล พระรามสาม

 

2.การดูรอบสองในวันที่ 6 มี.ค. 2001 โดยดูควบกับ PURPLE STORM (1999, Teddy Chan, Hong Kong) ที่โรงภาพยนตร์ในเซ็นทรัล พระรามสาม

 

3.การดูรอบสามในวันที่ 18 มี.ค. 2001 โดยดูควบกับ BOOTMEN (2000, Dein Perry, Australia) ที่โรงภาพยนตร์ในเซ็นทรัล พระรามสาม

 

4.การดูรอบสี่ในวันที่ 25 ต.ค. 2001 ที่โรงภาพยนตร์ของ Alliance Francaise ถนนสาทรใต้

 

5.การดูรอบห้าในวันที่ 27 ต.ค. 2001 ที่โรงภาพยนตร์ของ Alliance Francaise ถนนสาทรใต้ โดยในวันเดียวกันนั้น เราได้ไปดูหนังเรื่อง RATCATCHER (1999, Lynne Ramsay, UK) ด้วย ซึ่งถ้าหากเราจำไม่ผิด วันนั้นหนังเรื่อง RATCATCHER ฉายที่โรงภาพยนตร์ในห้าง Siam Discovery

 

ส่วนหนังที่เราได้ดูในโรงภาพยนตร์บ่อยครั้งที่สุดคือ INDIA SONG (1975, Marguerite Duras) ที่เราได้ดูไปแล้ว 8 รอบ

https://web.facebook.com/photo/?fbid=10231273886173795&set=a.10230383642238253

 

ส่วนหนังที่เราได้ดูในโรงภาพยนตร์มากเป็นอันดับ 3-4-5 คือ BIRTH OF THE SEANEMA (2004, Sasithorn Ariyavicha), NEWS FROM HOME (1976, Chantal Akerman, Belgium) และ FALLEN ANGELS นักฆ่าตาชั้นเดียว (1995, Wong Kar-wai, Hong Kong )มั้ง โดยหนังสามเรื่องนี้เราเคยดูในโรงภาพยนตร์เรื่องละ 4 รอบ

 

โดย BIRTH OF THE SEANEMA นั้นเราได้ดูที่ อนุสรณ์สถานสี่แยกคอกวัว, ที่ ห้อง auditorium ในห้องสมุดมหาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ สองรอบ และที่โรงละครภัทราวดีเธียเตอร์

 

NEWS FROM HOME นั้นเราได้ดูที่ห้อง auditorium ในห้องสมุดมหาลัยธรรมศาสตร์ 3 รอบ และที่หอภาพยนตร์ ศาลายา หนี่งรอบ

 

ส่วน FALLEN ANGELS นั้น เราได้ดูที่โรงภาพยนตร์ในเซ็นทรัล ปิ่นเกล้าหนึ่งรอบ, ที่ World Trade Center (หรือ Central World ในปัจจุบัน) สองรอบ และที่โรงภาพยนตร์ชั้นสองแถวสะพานควายอีกหนึ่งรอบ

 

ไม่แน่ใจว่ามีหนังเรื่องอื่น ๆ ที่เราได้ดูในโรงภาพยนตร์ถึง 4 รอบอีกหรือเปล่า ตอนนี้นึกออกแค่นี้

 

ปรากฏว่าในบรรดา 5 อันดับแรกนี่ เป็นหนังของผู้กำกับหญิงถึง 4 คนเลย ซึ่งได้แก่ Marguerite Duras, Claire Denis, Sasithorn Ariyavicha และ Chantal Akerman

 

Sunday, March 10, 2024

SHAITAAN (2024, Vikas Bahl, India, 134min, A+30)

 

SHAITAAN (2024, Vikas Bahl, India, 134min, A+30)

 

ดูแล้วนึกถึง REASON (2018, Anand Patwardhan, India, documentary, A+30) อย่างรุนแรงที่สุด เพราะว่า

 

SPOILERS ALERT

--

--

--

--

--

พอดูจนจบ แล้วก็จะนึกถึงองค์การ Sanatan Sanstha ที่เป็นองค์การขวาจัดของอินเดียที่ถูกกล่าวถึงใน REASON มาก ๆ เพราะองค์การนี้ถูกกล่าวหาว่าล่อลวงเด็กสาวหลายคนให้เข้าไปอยู่ในองค์การ โดยผ่านทางการสะกดจิต เด็กสาวหลายคนให้สัมภาษณ์ว่าเธอไม่ต้องการจะอยู่กับพ่อแม่ของตัวเอง สิ่งที่เธอต้องการคือการได้ใกล้ชิดกับท่านผู้นำลัทธิ ซึ่งท่านผู้นำลัทธิก็ดูเหมือนพวกใคร่เด็กมาก ๆ

 

สามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับองค์การ Sanatan Sanstha ได้ในหนังเรื่อง REASON นะ หรือลอง search ดูในยูทูบก็ได้ มีคนลงคลิปเกี่ยวกับ A retired teacher Bhanudas Adbhai has been fighting to recall his daughter who had joined Sanatan Sanstha Ashram. This 70 year old father has repeatedly written to the police and Government to take action but nothing has been done in the last 11 years. He alleges that the those who join the ashram are brainwashed and hynotised.  ซึ่งมันทำให้นึกถึงหนังเรื่อง SHAITAAN มาก ๆ

 

ก็เลยคิดว่า หนังเรื่อง REASON และหนังเรื่องต่าง ๆ ของ Anand Patwardhan ที่เราเคยดูมา นี่มันมีส่วนทำให้เราเข้าใจบริบทของหนังอินเดียเพิ่มขึ้นมากเลย มันทำให้เรามีความเข้าใจมากขึ้นทั้งในหนังเรื่อง SHAITAAN, กระแสความคลั่งชาติจนเกินขอบเขตใน FIGHTER (2024, Siddharth Anand), ปัญหาความคลั่งชาติในชนบทใน WRITING WITH FIRE (2021, Sushmit Ghosh, Rintu Thomas, documentary, A+30), ปัญหาสิทธิสตรีใน LAAPATAA LADIES (2023, Kiran Rao, A+30), ข้อเท็จจริงของการก่อการร้ายใน THE ATTACKS OF 26/11 (2013, Ram Gopal Varma, A+30) และปัญหาในมหาวิทยาลัยใน A NIGHT OF KNOWING NOTHING (2021, Payal Kapadia, A+30) ด้วย กราบลุง Anand อย่างรุนแรงมาก ๆ

Monday, March 04, 2024

DAVID BORDWELL

 เพิ่งรู้ว่า ผู้ให้เสียงพากย์ SANS SOLEIL (1983, Chris Marker, France, A+30) เวอร์ชั่น ภาษาญี่ปุ่น คือ Riyoko Ikeda สาวคอมมิวนิสต์ผู้แต่งการ์ตูน  "กุหลาบแวร์ซายล์ส" กรี๊ดดดดดด

--
จำได้ว่าตอนเราอยู่ป.4 ราว ๆ ปี 1982 เราก็ชอบหมุนตัวอย่างรุนแรงในโรงเรียนเพราะละครทีวีชุด "สาวน้อยมหัศจรรย์" WONDER WOMAN (1975-1979) ที่นำแสดงโดย Lynda Carter นี่แหละ
--
CSI กรณีสวรรคต
CSI: THE DEATH OF KING ANANDA (2024, Ing K, documentary, 230min, A+30)

1.นึกว่าหนักกว่า ANATOMY OF A FALL อยากให้หนังเรื่องนี้ได้ฉายทาง NETFLIX มาก ๆ

2.สาเหตุที่เราชอบหนังเรื่องนี้มาก ๆไม่ใช่เป็นเพราะว่า เราเห็นด้วยกับทุกสิ่งที่คนต่าง ๆ ในหนังเรื่องนี้พูดนะ  แต่เราชอบ "ความเอาจริงเอาจัง" ของคุณกังวาฬ และชอบ "ความรู้" ต่าง ๆ ที่เราได้รับจากหนังเรื่องนี้ คือเราอาจจะไม่ได้ชอบทัศนคติของคนบางคนในหนังเรื่องนี้ แต่เราชอบที่หนังเรื่องนี้มันเหมือน "รักในความรู้" น่ะ

3.ชอบการพูดถึงคดีของนายห้างทอง ธรรมวัฒนะ และการขุดพบโครงกระดูกที่บ้านเชียงมาก ๆ
--
ฉันรักเขา Louis Partridge from ARGYLLE (2024, Matthew Vaughn, UK/USA, A+30)
--
Favorite Actor: Yoo Hae-jin from DOG DAYS (2024, Kim Deok-min, South Korea, A+25), HONEY SWEET (2023, Lee Han, South Korea, A+30), CONFIDENTIAL ASSIGNMENT 2: INTERNATIONAL (2022, Lee Seok-hoon), MUSA (2001, Kim Sung-su)

เขาไม่หล่อ แต่เล่นหนังดีจริง ๆ ชอบการแสดงของเขามาก ๆ

ฉันรักเขา Jason Gu from MOSCOW MISSION (2023, Herman Yau, China/Russia, A+30)

RIP DAVID BORDWELL

ในขณะที่ Alexis Tioseco สามารถเปลี่ยนแปลงความเห็นของเราที่มีต่อ South East Asian Cinema ได้อย่างสิ้นเชิงในปี 2005 คือก่อนที่เราจะรู้จัก Alexis ในปี 2005 เราเคยมองว่า South East Asian Cinema โดยรวม ไม่ได้มีความน่าสนใจมากนัก แต่พอเราได้รู้จักเขาในปี 2005 ความเห็นของเราก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง เราหันมามองว่า  South East Asian Cinema นี่เต็มไปด้วยขุมทรัพย์หนังมากมายมหาศาลที่เรายังไม่ได้ดู โดยเฉพาะหนังของผู้กำกับระดับปรมาจารย์หลายคนใน Philippines

David Bordwell ก็เปลี่ยนแปลงความเห็นของเราที่มีต่อหนังยุคโบราณเช่นเดียวกัน คือก่อนที่เราจะรู้จัก blog OBSERVATIONS ON FILM ART ของเขาในช่วงปลายทศวรรษ 2000 เราก็ไม่ได้สนใจในหนังเงียบและหนังยุคโบราณมากนัก แต่พอเราได้รู้จัก  blog ของเขา และเห็นเขาทำ "อันดับหนังยอดเยี่ยมเมื่อ 90 ปีก่อน" ในทุก ๆ ปี คือในปี 2007 เขาจะทำอันดับหนังประจำปี 1917, ปี 2008 เขาจะทำอันดับหนังประจำปี 1918 อย่างนี้ไปเรื่อย ๆ มันก็เลยทำให้เรารู้สึกว่า หนังเงียบและหนังยุคโบราณเมื่อ 80-100 ปีก่อน มันก็มีอะไรที่น่าสนใจสุด ๆ รอให้เราขุดพบประสบเจออยู่เช่นกัน

เราก็เลยรู้สึกว่า ทั้ง Alexis Tioseco และ David Bordwell นี่มีอิทธิพลอย่างรุนแรงมากต่อชีวิต cinephile ของเรา และถึงแม้นักวิจารณ์/นักวิชาการภาพยนตร์ทั้งสองท่านนี้จะจากเราไปแล้ว แต่ทั้งสองก็ได้เปลี่ยนแปลง+ enrich ชีวิตการดูหนังของเราอย่างมาก ๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และรวมถึงในช่วงอีกหลายปีต่อไปจากนี้จนกว่าเราจะตายด้วย กราบขอบพระคุณทั้งสองท่านนี้อย่างมาก ๆ สำหรับสิ่งที่พวกท่านได้ทำไว้

ช่วง เมื่อไหร่กูจะมีเวลาว่างดูหนังซะทีคะ

บันทึกไว้ว่า ภารกิจรัดตัวต่าง ๆ ในตอนนี้ ทำให้เราพลาดดูหนังที่เราอยากดูอีกเรื่องแล้ว ซึ่งถือเป็นเรื่องที่เราพลาดดูไม่ทันเป็นเรื่องที่ 3 ของปีนี้ ซึ่งก็คือหนังเรื่อง TERI BAATON MEIN AISA ULJHA JIYA (MY HEART IS SO ENTANGLED IN YOUR WORDS) (2024, Amit Joshi, Aradhana Sah, India) ที่ลงโรงฉายที่เมเจอร์ สุขุมวิท กับไอคอน สยามในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หนังเรื่องนี้เป็นหนังไซไฟที่พูดถึงความรักระหว่างชายหนุ่มกับหุ่นยนต์สาว ซึ่งเราก็อยากดูหนังเรื่องนี้มาก ๆ แต่ไม่สามารถหาเวลาว่างไปดูได้เลย แล้วพอเช้านี้เราเช็ครอบฉาย ก็พบว่าหนังเรื่องนี้หมดรอบฉายไปแล้วเรียบร้อย ฮือ ฮือ ฮือ ฮือ ฮือ มีใครทันดูหนังเรื่องนี้บ้างคะ
---
RIP PAOLO TAVIANI (1931-2024)

เราเคยดูหนังที่เขากำกับแค่เรื่องเดียว ซึ่งก็คือ FIORILE (1993) อยากให้มีคนจัดงาน retrospective ของเขากับ Vittorio Taviani มาก ๆ เราอยากดูทั้ง LEONORA ADDIO (2022), CAESAR MUST DIE (2012), RESURRECTION (2001), THE NIGHT OF THE SHOOTING STARS (1982) PADRE PADRONE (1977), ST. MICHAEL HAD A ROOSTER (1972), THE SUBVERSIVES (1967), A MAN FOR BURNING (1962), etc.
--
ชอบหนังเรื่อง RESURRECTION (2008, Sorrawis Rawitiwakul, Harin Paesongthai) มาก ๆ เราได้ดูหนังเรื่องนี้ในเดือนก.ค. 2008 หรือเมื่อราว 15 ปีมาแล้ว
--
ชอบที่ "เมเจอร์ สำโรง" ฉาย แม่ณุน, พี่นาค 4, เหมรย THE CURSED (2024, Ekkachai Srivichai, A+25) และ เกจิ (2024, Mate Yimsomboon,  Pholdolaphat Thattanthimarat, A+15) ปะทะกัน อยากให้ผีจากหนังทั้ง 4 เรื่องหลุดออกมาจากจอ แล้วมาสังสรรค์สนทนาช้อปปิ้งเดินกันในห้างตอนดึก ๆ 555
--
ฉันรักเขา Huang Xuan from MOSCOW MISSION (2023, Herman Yau, China/Russia, A+30) , THE BATTLE AT LAKE CHANG JIN (2021), LEGEND OF THE DEMON CAT (2017, Chen Kaige), YOUTH (2017, Feng Xiaogang), THE GREAT WALL (2016, Zhang Yimou), THE FOUNDING OF A PARTY (2011, Han Sanping, Huang Jianxin)
--
ขอบคุณมาก ๆ จ้า 555

ในรูปของ น้อง Warut เรารู้แต่ว่ามี

2.Jonas Mekas

3.DAGUERREOTYPES (1975, Agnes Varda, France)

4. A TIME TO LIVE AND A TIME TO DIE (1985, Hou Hsiao-hsien, Taiwan)

5. PERFECT DAYS (2023, Wim Wenders, Japan)

6.STILL LIFE (1974, Sohrab Shahid Saless, Iran)

8.NATHALIE GRANGER (1972, Marguerite Duras, France)

10. PATERSON (2016, Jim Jarmusch)

11. JEANNE DIELMAN

12. THE MATCH FACTORY GIRL (1990, Aki Kaurismaki, Finland)

แต่ไม่รู้ว่ารูปที่ดูคล้าย ๆ หนังอินเดียกับหนังแอฟริกา มาจากเรื่องอะไร Mrinal Sen? Jean Rouch? Ousmane Sembene?  ส่วนรูปที่คล้าย ๆ หนังไทย เราก็ไม่แน่ใจว่า มาจาก TROPICAL MALADY หรือเปล่า 555
--
เราชอบ DETECTIVE CONAN: THE PHANTOM OF BAKER STREET (2002, Kenji Kodama, Japan, animation, A+30) อย่างสุดขีดคลั่งมาก ๆ นึกว่า "การปฏิวัติฝรั่งเศส" ยังต้องพ่าย  555
---
รู้สึกปลื้มปริ่มน้ำตาไหลถะถั่งโสมนัสในอุราเมื่อได้เห็น Hanna Schygulla เผยกายออกมาใน POOR THINGS (2023, Yorgos Lanthimos, A+30)

คือเราไม่รู้มาก่อนว่า Schygulla เล่นเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นพอเราเห็นเธอในหนัง เราก็เลยร้องวี้ดสุดเสียงมาก ๆ

รู้สึกว่า เธอได้บทที่เหมาะกับตัวเธออย่างสุดขีดด้วย คือดูมีความเป็นเจ้าแม่ เป็นหญิงแกร่ง ฉลาด ขบถ มีอิทธิฤทธิ์จริง ๆ ไม่เสียแรงที่เธอเคยเล่นทั้งหนังของ Rainer Werner Fassbinder, Alexander Sokurov, Amos Gitai, Bela Tar, Andrzej Wajda, Jean-Luc Godard, Ettore Scola, Volker Schlondorff มาแล้ว

การได้เห็น Hanna Schygulla ยังได้บทดี ๆ เล่นอยู่ ทำให้เราน้ำตาไหลมาก ๆ นึกถึงดาราหญิงของ Fassbinder ยุคเดียวกับเธอที่เสียชีวิตไปแล้ว ทั้ง Margit Carstensen (เสียปี 2023),Irm Hermann (เสียปี 2020), Brigitte Mira (เสียชีวิตปี 2005 ขณะอายุ 94 ปี), Rosel Zech (เสียปี 2011)

แต่ยังดีที่ Hanna Scygulla, Barbara Sukowa ( BERLIN ALEXANDERPLATZ) และ Ingrid Caven (LOVE IS COLDER THAN DEATH) ยังมีชีวิตอยู่

เรารู้สึกว่า การปรากฏตัวของนักแสดงหญิงระดับเจ้าแม่ อย่าง Hanna Schygulla  ในช่วงกลางเรื่อง POOR THINGS มันเหมือนทำให้เรารู้สึกว่า "หนังมัน up level ระดับความเฮี้ยน" ขึ้นโดยอัตโนมัติผ่านทางนักแสดงหญิงเหล่านี้ด้วยแหละ
--
ตารางฉายเทศกาลภาพยนตร์ francophone  ออกแล้ว เหมือนมีหนังฉาย 7 เรื่อง แต่เราดูไปแล้ว 4  เรื่อง ยังไม่ได้ดู 3 เรื่อง (THE CEMETERY OF CINEMA , LE SAPEUR, NIGHT OF THE KINGS)
https://afthailande.org/th/cultural-events-th/#/
--
RIP MICHELINE PRESLE (1922-2024) เธอเสียชีวิตตอนอายุ 101 ปี

เราเคยดูหนังที่เธอแสดง 10 เรื่อง แต่ยังไม่เคยดูเรื่องที่เธอรับบทเป็นนางเอกสมัยสาว ๆ นะ

หนังของเธอที่เคยดู

1.SALTIMBANK (2003, Jean-Claude Biette)

2.VENUS BEAUTY (INSTITUTE) (1999, Tonie Marshall)

3.DIARY OF A SEDUCER (1996, Daniele Dubroux)

4.FANFAN (1993, Alexandre Jardin)

5.EPIPHANY SUNDAY (1991, Marie-Claude Treilhou)

เป็นหนังที่เอา 3  เจ้าแม่ดาราหญิงยุคเก่าของฝรั่งเศส 3 คนมาปะทะกัน ซึ่งได้แก่ Danielle Darrieux, Micheline Presle กับ Paulette Dubost

6.THE BLOOD OF OTHERS (1984, Claude Chabrol)

Miniseries เรื่องนี้เคยมาฉายทางช่อง 3

7.THE DEVIL IN THE BOX (1974, Pierre Lary)

8.DONKEY SKIN (1970, Jacques Demy)

9.THE NUN (1966, Jacques Rivette)

10.CHRISTINE (1958, Pierre Gaspard-Huit)
--
FLORENCE (1979, Michel Auder, video installation, 59min, A+)

เราดูไปแค่ประมาณ 30 นาทีนะ
--
CINDY SHERMAN (1988, Michel Auder, video installation, 42min, A+30)

ดูที่ Bangkok Kunsthalle
--
ฉันรักเขา Dominic Sessa from THE HOLDOVERS (2023, Alexander Payne, A+30)
--
ลูกหมีบอกว่า ดีใจมากที่ได้หนังสือ FOOTLIGHTS: CRITICAL NOTEBOOK 1970-1982 ของ Serge Daney มาอ่าน เพราะหนังสือเล่มนี้มีบทความเกี่ยวกับภาพยนตร์ของ Jean-Claude Biette ด้วย กรี๊ดดดดดดดดดดดด เหมือนเรายังไม่เคยเห็นใครเขียนบทความเกี่ยวกับ Biette มาก่อนเลย และหนังสือเล่มนี้มีบทความเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง Wim Wenders กับ Nicholas Ray ด้วย (แต่เรายังไม่ได้ดู LIGHTNING OVER WATER (1980, Wim Wenders, documentary) นะ)
---
จำได้ว่า ตอนละครเรื่อง ศึกสายเลือด ฉายทางช่อง 3 ตอนเราเด็ก ๆ กบว.สั่งให้ censor บางฉาก เพราะนักฆ่ากลุ่มนึงในละครเรื่องนี้ใช้ flying guillotine เป็นอาวุธ แล้วมันคงโหดมาก ฉากการใช้ flying guillotine หลาย ๆ ฉากเลยไม่ได้แพร่ภาพทางช่อง 3 ในตอนนั้น
--
ชอบหนังเรื่องนี้มาก ๆ ดูแล้วนึกถึงละครเวทีเรื่อง FUGITIVES (2014, Ninart Boonpothong) ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเอกยุทธ อัญชันบุตรมาก ๆ คือพอดู THE GOLDFINGER กับละครเวทีเรื่อง FUGITIVES แล้วรู้เลยว่า ไทยก็มี"บท", มี "นักแสดง" และ "ผู้กำกับ" ดี ๆ ไม่แพ้ฮ่องกง เพียงแต่ว่าของไทยมาอยู่ในวงการละครเวทีแทน
---
ฉันรักเขา John Chiang Jr. from ROB N ROLL (2024,  Albert Kai-Kwong Mak, China/Hong Kong, A+20)

เขาเป็นลูกชายของ เดวิด เจียง (ศึกสายเลือด) ตัวเดวิด เจียง เองก็มาร่วมแสดงใน ROB N ROLL ด้วย
--
ฉันรักเขา Ansonbean from ROB N ROLL (2024,  Albert Kai-Kwong Mak, China/Hong Kong, A+20)
--
ฉันรักเขา Jeremy Irvine from BAGHEAD (2023, Alberto Corredor, Germany, UK, A+25), PARADISE HILLS (2019, Alice Waddington), THIS BEAUTIFUL FANTASTIC (2016, Simon Aboud), THE WOMAN IN BLACK 2: ANGEL OF DEATH (2014, Tom Harper), THE RAILWAY MAN (2013, Jonathan Teplizltzky), NOW IS GOOD (2012, Ol Parker, A-)

--
Favorite Actress: Alba Rohrwacher from SKIES OF LABANON (2020, Chloe Mazlo, France, A+30), LA CHIMERA (2023 , Alice Rohrwacher, Italy, A+30), HAPPY AS LAZZARO (2018, Alice Rohrwacher, Italy, A+30), THE PLACE (2017, Paolo Genovese, Italy, A+30), PERFECT STRANGERS (2016, Paolo Genovese, Italy, A+30), SWORN VIRGIN (2015, Laura Bispuri, Italy, A+30), PIANO, SOLO (2007, Riccardo Milani, Italy)
--
ฉันรักเขา พิสิษฐ์ อนุชิตชาญชัย จาก MOUNTAIN PEOPLE คนภูเขา (1979, Vichit Kounavudhi, A+30) เรารู้สึกว่าเขาหล่อมาก แต่ทำไมเขาหายสาบสูญไปเลยหลังจากเล่นหนังแค่เรื่องเดียว (ถ้าหากเราเข้าใจไม่ผิด)
--
ขอจดบันทึกความทรงจำไว้อีกหนึ่งอย่างว่า หนึ่งในฉากที่ชอบที่สุดที่ได้ดูในช่วงต้นปีนี้ คือฉากใน PERFECT DAYS (2023, Wim Wenders, A+30) ที่ชายชราคนนึงถามพระเอกในทำนองที่ว่า "จำได้ไหมว่า สถานที่ตรงนี้เคยเป็นอะไรมาก่อน" แล้วเหมือนพระเอกก็ตอบไม่ได้ ชายชราก็ตอบไม่ได้ ส่วนสถานที่ตรงนั้นก็เหมือนเป็นพื้นที่โล่ง ๆ เพื่อเตรียมการก่อสร้าง

แต่เราดูฉากนี้มา 2-3 สัปดาห์แล้วนะ ไม่รู้ว่าเราจำถูกหรือเปล่า 55555 แต่เราชอบฉากนี้อย่างสุดขีดที่สุด เพราะเรารู้สึกว่ามันฝังใจเรามาก ๆ ในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยที่เราก็ไม่รู้เหมือนกันเพราะเหตุใดมันถึงฝังใจเรามาก ๆ
---
ดูหนังเรื่อง SONGS OF EARTH แล้วจินตนาการภาพกะเทยไทย (ซึ่งก็คือ ตัวเราเอง) เดินทางเข้าไปเยือนดินแดนธารน้ำแข็งในหนังเรื่องนี้ พร้อมกับผ้าพลิ้ว ๆ หลากสีที่ซื้อมาจากร้าน "ปากหวานใจดี" ในพาหุรัด แล้วก็ตะโกนว่า "ฉันคือเอลซ่า" แล้วธารน้ำแข็งก็เลยแตกไหลเลื่อนออกมาจนเกิดเป็นหายนภัย 555
--
คู่หนังตรงข้ามกัน

THE BOY AND THE HERON (2023, Hayao Miyazaki, Japan, animation, A+30)
Vs.
THE FORBIDDEN PLAY (2023, Hideo Nakata , Japan, A+30)

Spoilers alert
--
--
--
--
--
หนึ่งในสิ่งที่ชอบสุด ๆ ใน THE FORBIDDEN PLAY คือการที่เรารู้สึกว่า หนังเรื่องนี้เหมือนจะแสดงให้เห็นโดยไม่ได้ตั้งใจว่า ถ้าหากพระเอกของ THE BOY AND THE HERON  ไม่สามารถทำใจยอมรับการตายของแม่ได้ และไม่สามารถทำใจยอมรับแม่เลี้ยงได้ จะเกิดอะไรขึ้น 555

คือรู้สึกว่า หนังสองเรื่องนี้มาคู่กันมาก ๆ เพราะว่า

1. เด็กชายในเรื่องมีปมปัญหาเรื่องแม่ และผู้ที่จะมาเป็นแม่เลี้ยง คล้าย ๆ กัน

2.ตระกูลของแม่-เด็กชาย สืบ "สายเลือดพิเศษ" มาเหมือน ๆ กัน

3.ป่าใน THE BOY AND THE HERON + สวนหลังบ้านใน THE FORBIDDEN PLAY เหมือนเป็นประตูเปิดไปสู่ความสามารถพิเศษของเด็กชาย เหมือน ๆ กัน

แต่เด็กชายของหนังทั้งสองเรื่องนี้ เลือกทางเดินที่ตรงข้ามกัน หนังสองเรื่องนี้ก็เลยเหมือนจะแสดงให้เห็นว่า ถ้าหากคุณทำใจยอมรับการตายของแม่ได้ คุณจะเป็นอย่างไร (THE BOY AND THE HERON) และถ้าหากคุณทำใจยอมรับการตายของแม่ไม่ได้ คุณจะเป็นอย่างไร (THE FORBIDDEN PLAY)

--