Showing posts with label HONG KONG. Show all posts
Showing posts with label HONG KONG. Show all posts

Friday, May 22, 2026

CHAN ON-YING

 

MOTHER MARY (2026, David Lowery, UK, A+30)

 

ชอบสุดขีด เหมือนมันเป็น “โลกทางจิต” บางอย่างที่ใกล้เคียงกับจิตใจเรา เราก็เลยรู้สึกว่าโลกในหนังเรื่องนี้มันดูมีมนตร์ขลังและน่าหลงใหลสำหรับเรามาก ๆ

 

เราเพิ่งดูหนังของ David Lowery ไปแค่ 3 เรื่อง รวมเรื่องนี้ด้วย ตอนนี้เราชอบ THE GREEN KNIGHT (2021) มากสุด ชอบ MOTHER MARY เป็นอันดับสอง และชอบ AIN’T THEM BODIES SAINTS (2013) เป็นอันดับสาม

+++

 

One of my most favorite TV series of all time – ศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย THE FOUNDLING’S PROGRESS (1987, Hong Kong, A+30) นำแสดงโดย หลินจุ้นเสียน (Wilson Lam Chun-yin), หลีหมิง (Leon Lai), เฉินหมิ่นเอ๋อ (Barbara Chan), เซียะหนิง (Tse Ning), ไช่เจียลี่ (Carrie Choi), ซูหย่งคัง (William So Wing-hong) และเฉินอันอิ๋น (Chan On-ying)

 

เป็นละครทีวีที่มีอิทธิพลต่อ romantic fantasy ของเราอย่างมาก เพราะเราได้ดูละครทีวีเรื่องนี้ในช่วงที่เราเป็นวัยรุ่น และมันเป็นช่วงที่ capitalism ยังคงเฟื่องฟูอยู่ (ปลายทศวรรษ 1980) เพราะฉะนั้นละครทีวีเรื่องนี้ก็เลยทำให้เราในวัยรุ่นเต็มไปด้วยความใฝ่ฝันว่า เราอยากมีสามีเป็นหนุ่มออฟฟิศแบบหลินจุ้นเสียนในละครทีวีเรื่องนี้เป็นอย่างมาก

https://web.facebook.com/reel/1025714996785332

 

 

เฉินอันอิ๋นนี่ถือเป็น one of my most favorite actresses of all time เลย ในละครทีวีเรื่องนี้ เธอรับบทเป็น “น้องสะใภ้ของพระเอก” ส่วนผลงานการแสดงเรื่องอื่น ๆ ของเธอ ก็รวมถึงบท “ยัยเซ่อ” ในมังกรหยก (1983) และ “แมงมุม” ใน “ดาบมังกรหยก” (1986)

 

ในยูทูบมีละครทีวีเรื่อง THE FOUNDLING’S PROGRESS ให้ดูนะ ในช่องของ TVB แต่มันไม่มีเพลงไตเติลละครเรื่องนี้

 

ดู THE FOUNDLING’S PROGRESS ได้ที่นี่

https://youtu.be/DAowRCQ1buE?si=p-HFaACQnkeLoFzZ

 

เฉินอันอิ๋น
https://www.themoviedb.org/person/1582036

+++

 

นึกถึงหนังเรื่อง THE MISSION (2023, Amanda McBaine, Jesse Moss, documentary, A+30) เพราะหนังเรื่องนั้นพูดถึงเกาะเซนติเนลที่น่าจะอยู่ในบริเวณใกล้ ๆ เกาะเกรท นิโคบาร์นี้

 

++++

 

เมื่อวานเพิ่งได้ดูหนังเรื่อง KRISHNAVATARAM – PART 1: THE HEART (HRIDAYAM) (2026, Hardik Gajjar, India, A+25) ที่ SF Terminal 21 ดูจบแล้วรู้สึกสนใจเรื่องของพระนางเทราปตีมาก ๆ ก็เลยไปตามอ่านเพิ่มเติม แล้วก็เลยเพิ่งรู้ว่า พระนางเทราปตีมีสามี 5 คน ซึ่งทั้ง 5 คนนี้เป็นพี่น้องกัน น่าสนใจมาก ๆ เลยค่ะ

 

อยากให้มีคนเอาเรื่องราวของ “สุภาพบุรุษจุฑาเทพ” กับเรื่องราวของพระนางเทราปตีมาผสมเข้าด้วยกัน กลายเป็นเรื่องราว fiction เรื่องใหม่ที่นางเอกมีคนเดียว แต่ได้สามี 5 คนที่เป็นพี่ชายน้องชายกัน

 

เรื่องราวของพระนางเทราปตี

https://web.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid025oASnVkCTxFH7SoZ4tNa1b95nzk5QsAQ8tvSgT6bZ2utEHKjAh3Ttym8Cy5uTxHWl&id=100044739000097

 

เพิ่งรู้ว่าเมืองทวารกาของพระกฤษณะ เป็นเมืองใต้ทะเลที่มีอยู่จริง

https://www.silpa-mag.com/history/article_124924

 

+++

THE SUN IN A NET เคยมาฉายที่ห้องสมุดมหาลัยธรรมศาสตร์ ในวันที่ 16 ธ.ค. 2012 แต่เราไม่ได้ไปดู เสียดายมาก ๆ

+++

เราเคยอ่านแค่ 4 จาก 100 ซึ่งก็คือ TO THE LIGHTHOUSE, JANE EYRE, PRIDE AND PREJUDICE และ GREAT EXPECTATIONS แต่ประหลาดใจที่ LORD OF THE FLIES กับ TESS OF THE D’URBERVILLES ไม่ติดอันดับ เพราะเราชอบสองเรื่องนี้ในระดับมากกว่าหรือเท่ากับ TO THE LIGHTHOUSE และชอบมากกว่า JANE EYRE, PRIDE AND PREJUDICE และ GREAT EXPECTATIONS

+++

 

ดีใจสุดขีด เพราะเรายังไม่ได้ดู DERSU UZALA (1975, Akira Kurosawa, 144min), THE ASCENT (1977, Larissa Shepitko, 111min) และ WAR AND PEACE (1965, Sergey Bondarchuk, 6hrs 13min) แต่เราแอบขำที่หนัง WAR AND PEACE ถูกแบ่งออกเป็น 4 parts เมื่อลงยูทูบ แล้วพาร์ทแรกมีคนคลิกดู 2.5 ล้านวิว แต่ part 4 มีคนคลิกดูราว 477,000 วิว ซึ่งนั่นเท่ากับว่า อาจจะมีคนดูหนังเรื่องนี้ทางยูทูบราว 2,023,000 คน หรือ 81% ที่ดูหนังเรื่องนี้ไม่จบ และมีคนที่ดูหนังเรื่องนี้ทางยูทูบจนจบเพียงแค่ราว 19%

 

THE ASCENT

https://www.youtube.com/watch?v=v21lQ449T3Y&t=158s

 

WAR AND PEACE

https://www.youtube.com/watch?v=bIij-KQ0jYU&t=9s

+++

MY NAME IS NOT SUSAN – Whitney Houston

 

ในอันดับเพลงของเรา เพลงนี้

 

1. new entry เข้ามาที่อันดับ 50 ในช่วงสัปดาห์ 15-21 JULY 1991

 

2. ขึ้นไปที่อันดับ 46 ในสัปดาห์ที่สอง (22-28 JULY 1991)

 

3. ขึ้นไปที่อันดับ 25 ในสัปดาห์ที่สาม (29 JULY – 4 AUG 1991)

 

4. ขยับขึ้นมาที่อันดับ 22 ในสัปดาห์ที่สี่ (5-11 AUG 1991)

 

5. ขึ้นมาที่อันดับ 15 ในสัปดาห์ที่ห้า (12-18 AUG 1991)

 

6. ร่วงลงสู่อันดับ 31 ในสัปดาห์ที่หก (19-25 AUG 1991)

 

7. สรุปว่าเพลงนี้ติดอันดับของเรา 6 สัปดาห์ ได้คะแนนรวม 117 คะแนน ติดอันดับสูงสุดคืออันดับที่ 15

 

(สมัยเมื่อราว 30 กว่าปีก่อน เรากับกลุ่มเพื่อนสนิทสมัยมัธยม มีการทำอันดับเพลงของแต่ละคนในแต่ละสัปดาห์ บางคนในกลุ่มก็เริ่มทำอันดับเพลงตั้งแต่ปี 1988 ส่วนเราเพิ่งเริ่มต้นทำอันดับเพลงของตัวเองในปี 1989 และพวกเราก็เอาอันดับเพลงของแต่ละคนมาแลกเปลี่ยนกันดู และต่อมาเมื่อทุกคนแยกย้ายกันไปเข้ามหาลัยแล้ว พวกเรากลุ่มเพื่อนมัธยมก็ยังคงนัดเจอกันสัปดาห์ละครั้งในช่วงที่เรียนมหาลัย และก็ยังคงทำอันดับเพลงของแต่ละคนกันจนเรียนจบมหาลัย

 

เรายังคงเก็บอันดับเพลงที่เคยทำในปี 1989-1994 เอาไว้ในสมุดจด และก็เลยทยอยเอามาแปะในนี้ด้วย เพื่อเป็นการรำลึกถึงหนึ่งในช่วงเวลาที่มีความสุขในชีวิตเมื่อราว 30-40 ปีก่อน)

https://youtu.be/iHJ0_ci8xbk?si=lolnTa9uTlPA-7W3

 

Friday, May 08, 2026

GEORGIAN CINEMA

 

ฉันรักเขา Kanji Ishimaru from TIME TRAVELLER: THE GIRL WHO LEAPT THROUGH TIME (2010, Masaaki Taniguchi, Japan, 122min, A+30)

 

Kanji Ishimaru น่าจะมีอายุราว ๆ 45 ปีตอนเล่นหนังเรื่องนี้ เขาหล่อมากในสายตาของเรา แต่ทำไมเหมือนเราไม่เคยเห็นเขาตอนหนุ่ม ๆ มาก่อน เราก็เลยไปหาข้อมูลดู แล้วก็พบว่า เขาเป็น “นักแสดงละครเวที” เขาเริ่มเล่นละครเวทีตั้งแต่อายุ 25 ปี และเพิ่งเริ่มแสดงละครโทรทัศน์ตอนอายุราว 44 ปี โธ่ เราก็เลยอดดูเขาตอนหนุ่ม ๆ เลย

 

ตอนแรกเรากะว่าจะไม่ดูหนังเรื่องนี้แล้ว เพราะตอนแรกเราเข้าใจผิดว่า มันเป็นการรีเมคหนังเรื่อง THE LITTLE GIRL WHO CONQUERERD TIME (1983, Nobuhiko Obayashi, Japan) ที่เราเคยดูที่ Japan Foundation ถนนอโศก แล้วเราจะดูเวอร์ชั่นรีเมคทำไมในเมื่อเราเคยดู original version ไปแล้ว

 

แต่พอเราได้ดูหนังเรื่องนี้จริง ๆ เราก็พบว่า มันไม่ใช่การรีเมค แต่เป็น sequel ต่างหาก มันคือ “ภาคต่อ” เพราะว่าเนื้อหาใน TIME TRAVELLER: THE GIRL WHO LEAPT THROUGH TIME มันคือเรื่องราวของ “รุ่นลูก” ของตัวละครใน THE LITTLE GIRL WHO CONQUERERD TIME

 

เราก็เลยดีใจมาก ๆ ที่ได้ดูหนังภาคต่อของหนังภาคแรกที่กำกับโดย Nobuhiko Obayashi โดยที่ภาคสองนี้สร้างห่างจากภาคแรกนานถึง 27 ปี

+++

 

BLACKBIRD BLACKBIRD BLACKBERRY (2023, Elene Naveriani, Georgia/Switzerland, 111min, A+30)

 

1. ชอบการใช้สีในหนังเรื่องนี้มาก ๆ สีสวยมาก ๆ เราเลยเอาภาพจากหนังเรื่องนี้มาลงในอัลบัมนี้ ซึ่งเป็นอัลบัมรวมหนังสีสวย

 

2. ดูหนังเรื่องนี้แล้วอินมากในระดับนึง เพราะหนังมันพูดถึงแรงปรารถนาทางเพศของสาวโสดวัย 48 ปี

 

3. ทำไม Georgia ถึงเป็นประเทศที่มาแรงในวงการภาพยนตร์ในระยะหลังนะ เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ที่แยกตัวออกมาจากสหภาพโซเวียตด้วยกัน เพราะว่านอกจาก BLACKBIRD BLACKBIRD BLACKBERRY แล้ว ภาพยนตร์จากประเทศ Georgia ในระยะนี้ ก็รวมถึง

 

3.1 APRIL (2024, Dea Kulumbegashvili)

3.2 DRY LEAF (2025, Aleksandre Koberidze)

3.3 IMAGO (2025, Déni Oumar Pitsaev)

 

แล้วในอดีต หนังอย่าง THE COLOR OF POMEGRANATES (1969, Sergei Parajanov) ก็อาจจะเรียกได้ว่า เป็นหนังสหภาพโซเวียต + อาร์เมเนีย + จอร์เจีย เพราะว่า Sergei Parajanov เกิดในจอร์เจีย และหนังเรื่องนี้ถ่ายทำในจอร์เจีย

 

เราก็เลยสงสัยว่า ทำไม Georgia ถึงมาแรงในช่วงนี้ เหมือนมาแรงกว่า Belarus, Moldova, Armenia, Azerbaijan, Kazakhstan, Turkmenistan, Kyrgizstan, Tajikistan, Uzbekistan แต่อาจจะอยู่ในระดับพอ ๆ กับ Ukraine ที่ได้รับความสนใจจากประชาคมโลกนับตั้งแต่เกิดสงครามขึ้นมา

 

4. ไม่รู้ว่าสาเหตุส่วนนึงเป็นเพราะ Georgia อาจจะมีรากฐานวัฒนธรรมของตนเองมายาวนานหลายพันปีหรือเปล่า เพราะว่า Georgia เคยเป็นที่ตั้งของอาณาจักร Colchis ที่ปรากฏอยู่ในตำนานกรีก และในตำนาน Jason and the Argonauts ซึ่งแสดงให้เห็นว่า บริเวณที่ตั้งของประเทศจอร์เจียนั้นเคยเป็นที่ตั้งของอาณาจักรที่อยู่ร่วมสมัยกับกรีกหรือเป็นอาณาจักรที่มาก่อนกรีกเสียอีก

 

5. Georgia เป็นประเทศที่มีภาษาและตัวอักษรที่ไม่เหมือนใครเลยด้วย เราชอบตัวอักษรของ Georgia มาก ๆ มันกลม ๆ และดูเผิน ๆ แล้วทำให้นึกถึงภาษาพม่า เห็นเขาบอกว่าตัวอักษรของ Georgia ถูกสร้างขึ้นเมื่อ 1500 ปีก่อน และไม่เกี่ยวข้องกับตระกูลภาษาอินโด-ยูโรเปียน เพราะฉะนั้นภาษาของ Georgia เลยแปลกประหลาดและ unique มาก

 

เราก็เลยไม่แน่ใจว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เลยทำให้ Georgia มีรากฐานวัฒนธรรมที่โดดเด่นเป็นของตัวเองมาก ๆ หรือเปล่า และสิ่งนี้อาจจะส่งผลกระทบต่อเนื่องมาจนถึง Georgian Cinema ในปัจจุบัน

 

6. ในส่วนของประเทศอื่น ๆ ที่แตกตัวออกมาจากโซเวียตนั้น เราว่า Lithuania เคยโดดเด่นมาก ๆ ในช่วงทศวรรษ 1990 เพราะ Sharunas Bartas และ Lithuania ก็ยังคงสร้างหนังดี ๆ ออกมาเรื่อย ๆ จนถึงปัจจุบัน แต่อาจจะไม่เปรี้ยงเท่ายุค 1990

 

Kazakhstan Cinema ก็เคยเปรี้ยงมาก ๆ ในทศวรรษ 1990 เพราะ Darezhan Omirbaev แต่หลังจากนั้นเหมือนหนังคาซัคสถานก็มีให้เห็นบ้างเป็นระยะ ๆ โดยเฉพาะหนังของ Adilkhan Yerzhanov แต่ก็เหมือนหนังคาซัคไม่เปรี้ยงปร้างบนเวทีโลกมากเท่ากับในทศวรรษ 1990 อีก

 

เราก็เลยสงสัยว่า มีปัจจัยใด ๆ บ้างที่อยู่ดี ๆ ทำให้ Georgian Cinema โดดเด้งขึ้นมาในระยะนี้

+++

 

ดีใจมาก ๆ กับหนัง 3 เรื่องที่เราเคยดูเพราะมันเข้าฉายตามเทศกาลในไทย แล้วได้รางวัลในงานนี้ ทั้ง

 

1. UNTIL THE ORCHID BLOOMS (Polen Ly, Cambodia)

เราได้ดูในงาน What the Doc ที่ House Samyan

 

2. COMPACT DISC (Rico Wong, Hong Kong)

เราได้ดูในงานฉายของ Wildtype ที่ Buffalo Bridge Gallery

 

3. COLOUR IDEOLOGY SAMPLING.MOV (Chan Cheuk-sze, Kathy Wong, Hong Kong/Taiwan)

เราได้ดูในงาน What the Doc ที่ Century Onnut

++++

 

ตอนแรกผมก็นึกว่าผมไม่เคยได้ยินชื่อหนังเรื่องนี้มาก่อน PACCHIGI พอไปเช็คดูแล้วก็พบว่า ผมเคยดูหนังเรื่องนี้แล้ว 555555 เพราะว่าทาง Japan Foundation ชอบเอาหนังเรื่องนี้มาฉายบ่อย ๆ โดยใช้ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษว่า WE SHALL OVERCOME SOMEDAY (2004, Kazuyuki Izutsu) 

 

Wednesday, April 29, 2026

HUMAN BEING (1994, Ibrahim Shaddad, Sudan, 27min, A+30)

 

NATIONALITY: IMMIGRANT (1976, Sidney Sokhona, Mauritania/France, 85min) จะฉายในวันแรงงานนี้ น่าดูมาก ๆ

++++

 

สงสัยเหมือนกันเลย เพราะเราว่า Ayumu Nakajima เขาหล่อมาก ๆ แต่ปรากฏว่าบางทีเขาก็รับบทเป็น “ตัวประกอบ” มาก ๆ โดยเฉพาะใน HAPPYEND (2024, Neo Sora) ที่เขารับบทเป็นคุณครูหัวก้าวหน้า และ MORI, THE ARTIST’S HABITAT (2018, Shuichi Okita, A+30) ที่เขารับบทเป็นบุรุษไปรษณีย์

 

ล่าสุดเราก็ดีใจที่ได้เห็นเขารับบท “นักหลอกลวงแม่บ้านหีไว” ใน RENOIR (2025, Chie Hayakawa, A+30)

 

แต่เราก็กลัวว่าถ้าหากเขาได้แสดงแต่บทตัวประกอบแบบนี้ไปเรื่อย ๆ อีกไม่กี่ปีเขาคงรับบท “พ่อของพระเอก” หรือ “พ่อของนางเอก”

 

กรี๊ดดดดดด นึกไม่ถึงเลยว่าเขาอายุ 38 ปีแล้ว นึกว่าเขาอายุแค่ราว 30 ปี

 

เมื่อกี้เลยเข้าไปดู wikipedia เราก็เลยเข้าใจว่ามันอาจจะเป็นเพราะเขาเข้าสู่วงการละครทีวี/ภาพยนตร์ช้ากว่าดาราหนุ่มชาวญี่ปุ่นคนอื่น ๆ เพราะดาราหนุ่ม ๆ คนอื่น ๆ เข้าวงการตั้งแต่อายุ 17-18 ปี (อย่างเช่น Tackey) แต่เขาเพิ่งเริ่มแสดงภาพยนตร์ในปี 2013 ตอนอายุราว 25 ปี หรือช้ากว่าชาวบ้านเขาไปเกือบ 10 ปี แล้ววงการบันเทิงญี่ปุ่นมันคงเน้น “เด็กหนุ่มวัยรุ่น” ด้วยแหละ เขาก็เลยแทบไม่เคยมีโอกาสได้รับบทดารานำเลย เพราะเขาไม่ได้เข้าสู่วงการตั้งแต่ยังเป็น “เด็กหนุ่มวัยรุ่น”

 

เหมือนตอนแรก ๆ เขาเป็น “นายแบบ” และ “นักแสดงละครเวที” แล้วเขาเพิ่งเริ่มเข้าสู่วงการละครทีวี/ภาพยนตร์ในปี 2013 ตอนอายุราว 25 ปี

 

ชอบมาก ๆ ที่เขาจบปริญญาตรีด้าน “วรรณคดี” ด้วย

 

++++

 

เราชอบเดชคัมภีร์เทวดาภาคหนึ่งอย่างรุนแรง แต่ก็ชอบภาคสองมากกว่าภาคหนึ่งนะ อย่างไรก็ดี สิ่งที่ภาคสองสู้ภาคหนึ่งไม่ได้ก็คือบทของเยิ่นอิ๋งอิ๋ง เพราะเราชอบ “จางหมิ่น” ในบทเยิ่นอิ๋งอิ๋ง อย่างรุนแรงมาก ส่วนกวนจือหลินที่รับบทเยิ่นอิ๋งอิ๋งในภาคสองนั้น แสดงดีใช้ได้ก็จริง แต่เราว่า aura ของเธอสู้จางหมิ่นไม่ได้

 

จริง ๆ แล้วเราก็ชอบภาคสามด้วยนะ SWORDSMAN III: THE EAST IS RED (1993, Ching Siu-tung, Raymond Lee) เหมือนภาคสามมันเปลี่ยนมาเป็นหนังแนว character-driven หลังจากที่ภาคหนึ่งกับสองมันเป็นหนังแนว plot-driven และหลังจาก THE EAST IS RED อะไรแบบนี้ก็ถูกผลักไปจนสุดทางใน ASHES OF TIME (1994, Wong Kar-wai)

++++

 

เพิ่งรู้ว่ามีหนังเรื่อง “ความรัก อารมณ์ ผู้หญิง” ด้วย นำแสดงโดย สมเจตน์ สะอาด ที่เสียชีวิตไปแล้วจากเหตุการณ์พลุระเบิดใส่ใบหน้าในช่วงปลายปี 2010 เป็นเหตุการณ์เสียชีวิตที่น่าเศร้ามาก ๆ

 

แต่เรากูเกิลหาข้อมูลเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้แทบไม่เจอเลย ไม่รู้ว่าเป็นหนังปีไหน ใครกำกับ

 

ข่าวการเสียชีวิตของสมเจตน์ สะอาด

https://www.komchadluek.net/today-in-history/406923

++++++++++

 

เห็นข่าวจากคุณเต้ ไกรวุฒิ เกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ จ่าง แซ่ตั้ง ข่าวนี้ก็เลยทำให้เราหวนรำลึก คิดถึงเทศกาลหนังสั้นสมัยก่อนที่เคยฉายหนังสั้นหลาย ๆ เรื่องที่กำกับโดย "ทิพย์ แซ่ตั้ง" และ "ภูมิรพี แซ่ตั้ง" อย่างเช่น

 

1. THINKING...OF MY FATHER! (คิด...ถึงพ่อ) (2007, ทิพย์ แซ่ตั้ง, ธีระ ประชุมของ, ชัชชัย ชาญธนวงศ์)

 

2. คน ชีวิต วันเวลา / 2551 / 4 นาที /ทิพย์ แซ่ตั้ง 

 

3. คนรกโลก / 2551 / 3 นาที / ทิพย์ แซ่ตั้ง 

 

4. คนค้นหาของเก่า ชุมชนโบราณ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณปากคลองบางกอกน้อย ธนบุรี (2008, ทิพย์ แซ่ตั้ง)

 

5. ศิลปะใต้ตีน/2551/18 นาที/ทิพย์ แซ่ตั้ง

ART UNDER FOOTPRINTS (2008, Thip Tang)

 

6. SUBTITLE : For Your Eyes Only/2009/ทิพย์ แซ่ตั้ง/5.00

 

7. YES, NO, OK?, BUT, OR, AND, ALL, HOW?, WHY! (2010, Thip Tang)

 

8. เพราะฉันต้องการ ที่ว่างของฉัน (2011, Thip Tang, documentary, 36.10min)

 

9. WILL YOU LEAVE ME TO DIE? (2011, Thip Sae-tang, 8 min, documentary)
ลมหายใจรวยริน ริมแม่น้ำเจ้าพระยา: เรื่องของเขา หนังเรื่องของเรา หนังเรื่องของใคร? (ทิพย์ แซ่ตั้ง)

 

10. THOUGHTS AND FEELINGS ON CANVAS (2011, Thip Sae-tang, documentary, 25min)
บนพื้นที่สี่เหลี่ยม: ประเทือง เอมเจริญ พิทักษ์ ปิยะพงษ์ สมชาย วัชระสมบัติ (ทิพย์ แซ่ตั้ง)

 

11. ซื้อเสียงไหมครับ (2008, ภูมิรพี แซ่ตั้ง, A+)
WOULD YOU LIKE TO BUY MY VOICE? (2008, Poomrapee SaeTang)

 

12. ทำหล่อครับผม/2009/ภูมิรพี แซ่ตั้ง/4.00


13. ทำเองสบายเอง/2009/ภูมิรพี แซ่ตั้ง/4.00

 

14. ผมเกือบจะกลายเป็นหมา/2009/ภูมิรพี แซ่ตั้ง/3.00

 

15.DREAM (2010, Phumraphee Sae-tang, 5 min, A)
ความฝัน (ภูมิรพี แซ่ตั้ง)

 

16. THE PARTY OF MY GRANDFATHER'S WIFE (2010, Phumraphee Sae-tang, 4 min)
งานเลี้ยงแฟนปู่ (ภูมิรพี แซ่ตั้ง)

 

17. WHAT ARE YOU DOING, SIR? (2010, Phumrapee Tang, 3 min, A-)
ผู้ใหญ่ครับทำอะไรกันคราบบบ (ภูมิรพี แซ่ตั้ง)

 

18. HOW TO MAKE FLOWERS FROM PANDANUS LEAVES (2011, Poomrapee Saetang, 5.2, documentary, A+)
การทำดอกไม้จากเตย (ภูมิรพี แซ่ตั้ง, 5.2min)

 

19. LITTLE KID (2011, Phumraphee Tang, 3min, A+)
เด็กน้อย (ภูมิรพี แซ่ตั้ง)

++++

 

เห็นข่าวนี้แล้วคิดถึงพี่วิคเตอร์ เกรียงศักดิ์ ศิลากอง ข่าวนี้เป็นข่าวการจัดงาน RITWIK GHATAK RETROSPECTIVE -- This programme includes new restorations of every feature, alongside three unfinished films, two he wrote, one he acted in, and 13 fiction and documentary shorts.

 

เราได้ดูหนังเรื่อง สุพรรณเรขา SUBARNAREKHA (1965, Ritwik Ghatak, India) ในเทศกาล Bangkok International Film Festival ในวันที่ 14 ม.ค. 2003 ซึ่งถือเป็นหนังเรื่องแรกของ Ritwik Ghatak ที่เราได้ดู และเราเข้าใจว่าพี่วิคเตอร์น่าจะเป็นคนเลือกหนังเรื่องนี้มาฉาย

 

พี่วิคเตอร์เคยจัดงาน SHYAM BENEGAL RETROSPECTIVE ในกรุงเทพมาแล้วในปี 2008 ด้วย เพราะฉะนั้นเราก็เลยคิดว่า ถ้าหากพี่วิคเตอร์ยังมีชีวิตอยู่ พวกเราคงจะต้องพยายามยุพี่วิคเตอร์ให้ยกงาน RITWIK GHATAK RETROSPECTIVE มาจัดฉายในไทยด้วยอย่างแน่นอน

+++

Weera Rakbankerd Retrospective

 

โปรแกรมที่ 1 วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม 2569 เวลา 13.00 น.

.

1. 1 Day in Utopia (2005, 3.36 นาที)

2. 5 YEARS IN SAD HEART (2006, 9.24 นาที)

3. 2 second in bad love (2007, 7.01 นาที)

4. 4 MINUTE IN BROKEN SOUL (2007, 7.26 นาที)

5. ONE (2011, 7.33 นาที)

6. Retro 1 day (2012, 10.13 นาที)

7. DIRECTOR & ACTOR (2015, 12.39 นาที)

8. อวัยวะ (2016, 13.04 นาที)

9. FUTURE BOARD (2017, 14.05 นาที)

10. ARTICLE KILLING ME (2018, 10.05 นาที)

.

🎬 โปรแกรมที่ 2 วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม 2569 เวลา 15.00 น.

.

1. Heaven Broken Heart Metal (2019, 15.58 นาที)

2. BLUR HAPPY BLUR SAD (2020, 11.26 นาที)

3. BEGIN, LOVE, HATE, END (2021, 14.42 นาที)

4. DESK CALENDAR (2022, 17.12 นาที)

5. BLACK&WHITE&LOVE&SAD (2023, 15.25 นาที)

6. MIDLIFE CRISIS (2024, 17.25 นาที)

7. SUCCESS’SI SUCCESS (2025, 18.03 นาที)

.

📌 เชิญร่วมสนทนากับคุณวีระ รักบ้านเกิด เวลา 17.30 น.

.

จัดฉาย ณ GalileOasis ถ.บรรทัดทอง

.

บัตรราคาโปรแกรมละ 100 บาท (รายได้ทั้งหมดหารครึ่งมอบให้กับพื้นที่จัดฉายและผู้กำกับ) สำหรับผู้ที่ซื้อบัตรสามารถเข้าร่วมการสนทนากับคุณวีระ รักบ้านเกิด ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม

.

ซื้อบัตรได้ในวันงานครับ

++++

 

วันนี้แดกโซบะ เพื่อเป็นพลีแด่ชายหนุ่มในช่วงท้ายของหนังเรื่อง BRAND NEW LANDSCAPE (2025, Danzuka Yuiga, Japan, A+30)

+++

 

Film Wish List: SHEHERAZADE หรือ SCORCHING SANDS (1963, Pierre Gaspard-Huit, France) นำแสดงโดย Anna Karina น่าดูมาก ๆ

 

ก่อนหน้านี้เราเคยดู CHRISTINE (1958, A+30) ที่กำกับโดย Pierre Gaspard-Huit เหมือนกัน และหนังเรื่องนั้นก็ “สวยสุดขีด” เหมือนกัน อลังโคมมาก ๆ เหมือนกัน แสดงว่าผู้กำกับคนนี้อาจจะเก่งเรื่องควบคุมการใช้สี, ออกแบบเครื่องแต่งกาย, ออกแบบฉาก, กำกับศิลป์, ถ่ายภาพ

 

THE BRIDE IS MUCH TOO BEAUTIFUL (1956, Pierre Gaspard-Huit) นำแสดงโดย Brigitte Bardot

 

CHRISTINE (1958, Pierre Gaspard-Huit, A+30) นำแสดงโดย Alain Delon + Romy Schneider

 

LIVING IT UP (1966, Pierre Gaspard-Huit) นำแสดงโดย Mireille Darc

https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid0v13GNqZohN3ButtHrtfpmnWSZFxQKmn7A53dSn4oaAAdJxfKhvjLZVCU4ygz46R7l

+++

น่าดูมาก ๆ อ่านพล็อตของ BERLIN EXPRESS แล้วนึกว่าต้องฉายควบกับ THE LADY VANISHES (1938, Alfred Hitchcock, UK) และ ZENTROPA (1991, Lars von Trier, Denmark)

+++

 

HUMAN BEING (1994, Ibrahim Shaddad, Sudan, 27min, A+30)

 

กราบตีนนนนน ไม่นึกว่าหนังซูดานจะพิสดารได้ขนาดนี้ เราว่าหนังเรื่องนี้มีธาตุอะไรบางอย่างที่ทำให้นึกถึง A SON OF THE NORTHEAST ลูกอีสาน (1982, Vichit Kounavudhi) และ TONGPAN ทองปาน (1977, Yutthana Mukdasanit) เพราะหนังซูดานเรื่องนี้อาจจะพยายามถ่ายทอดความยากลำบากของชีวิตคนในชนบทในประเทศกำลังพัฒนาเหมือนกัน โดยเฉพาะชนบทที่แร้นแค้นและแห้งแล้งมาก ๆ แต่กลวิธีในการนำเสนอของหนังซูดานเรื่องนี้มันพิสดารมาก ๆ บอกไม่ถูกว่าดูแล้วนึกถึงใคร เหมือนดูแล้วนึกถึงหนังของ Fernando Arrabal และ Alejandro Jodorowsky บ้างนิดหน่อย

 

Ibrahim Shaddad เป็นหนึ่งในปรมาจารย์ภาพยนตร์ของซูดาน เขาคือหนึ่งใน subjects ของหนังสารคดีเรื่อง TALKING ABOUT TREES (2019, Suhaib Gasmelbari, Sudan, A+30) ที่เคยลงโรงฉายในกรุงเทพ

 

เราดูหนังเรื่องนี้ออนไลน์ทางเว็บไซต์ Palestine Film Institute

https://www.palestinefilminstitute.org/en/pfp

+++

 

มีวิดีโอเทปลิขสิทธิ์ของหนังเรื่อง AN ALMOST PERFECT AFFAIR หัวใจรักต้องห้าม (1979, Michael Ritchie) ที่นำแสดงโดย Monica Vitti ขายด้วยนะ

https://web.facebook.com/groups/572921946979479/posts/2078333449771647/

 

Monday, March 02, 2026

SALLY YEH

 

ขอบคุณมาก ๆ ครับ เป็นหนัง 4 เรื่องที่ผมไม่เคยดู แต่ก็อยากดูมาก ๆ

 

อันของ James Benning นั้น ตอนแรกสงสัยว่าจะเป็น

 

1. LITTLE FOREST: SUMMER/AUTUMN (2014, Junichi Mori)

 

2. PETITE MAMAN (2021, Céline Sciamma)

 

เพราะมันก็มีป่า ๆ ร่มรื่นในหนังสองเรื่องนี้เหมือนกัน

 

ส่วนอันของ THE LITTLE GIRL WHO SOLD THE SUN (1999) นั้น ตอนแรกเราแอบเดาว่าอาจจะเป็น LITTLE SENEGAL (2000, Rachid Bouchareb) ซึ่งก็ถือว่าใกล้เคียงในแง่ของปีฉาย และความเกี่ยวข้องกับประเทศ Senegal 55555

 

ส่วนอันของ Helke Misselwitz นั้น เราเห็นรูปแล้วรู้สึกว่ามันมีความ Mia Hansen-Love แต่เช็คดูแล้วเธอไม่เคยกำกับหนังที่มีชื่อ small กับ little 555555

 

ส่วนอันของ Sho Miyake นั้น ตอนแรกเรานึกว่ามันคือ OUR LITTLE SISTER (2015, Hirokazu Koreeda) แต่มันไม่มีตัวละครหน้าตานี้ 555

+++++++

 

TAXIBOL (2023, Tommaso Santambrogio, Italy, about Cuba and Philippines, 50min, A+30)

 

HERE (2009, Ho Tzu Nyen, Canada/Singapore, A+30)

 

THE HUMAN SURGE (2016, Eduardo Williams, Argentina/Brazil, about Mozambique and Philippines, A+30)

++++

 

เมื่อวานเราได้ดูหนังสั้นฮ่องกงดี ๆ มากมายหลายเรื่องในงานฉายหนังที่ Buffalo Bridge Gallery เราก็เลยนึกถึงงานฉายหนังอินดี้ฮ่องกงในกรุงเทพในปี 1999 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลหนังสั้นครั้งที่ 3 ที่จัดขึ้นในปี 1999

 

ตอนนั้นมีการฉายหนังฮ่องกงเรื่อง

 

1. HONG KONG ROAD MOVIE (Fung Bing Fai)

2. I AM A WOMAN (Connie Lam)

3. AH MING (Hui Nga Shu)

4. MR. SALMON (Peter Ng Seung Ho)

5. HAPPY VALLEY (WAITING AT T ZERO) (Chan Kam Lok)

6. TIME AS A DIMENSION (Tang Pak Kin)

7. THE WINDOW (Kevin Tsang Fung Chi)

8. I LOVE MY COUNTRY’S SKY (Hung Keung)

9. FOUL BALL (Yuen Kin)

10. HONG KONG GUY (Lo Hoi Ying)

11. THIN (Wong Wing Kam)

12. 3/8 24.00 (Karl Cheung)

13. NEON GODDESSES (1996, Yu Lik Wai)

14. IN THE DUMPS (1997, Kwok Wai Lun)

15. BETRAYAL (1996, Vincent Chui)

16. PRIVATE INVESTIGATION (1999, Chow Leung)

17. LIFE IS ELSEWHERE (Simon Chung)

18. STANLEY BELOVED (Simon Chung)

19. KILLER (Kwok Yiu Wah)

20. 3 MILES FROM CHINA (Mo Lap Kei)

21. MOMENTO (Wong Man Kit)

22. LONG DISTANCE (Vincent Chui + Alex Lai)

23. DREAMTRIPS (1999, Kal Ng, 90min)

24. CROSS HARBOUR TUNNEL (1999, Lawrence Wong)

 

เราชอบหนังฮ่องกงหลายเรื่องที่ฉายในงานปี 1999 มาก ๆ ด้วยเช่นกัน ดีใจที่ได้ดูหนังอินดี้ฮ่องกงดี ๆ เหล่านี้ในกรุงเทพ ทั้งในปี 1999 และในปี 2026

 

++++

 

ชอบไอเดียของเพื่อนมาก ๆ เพื่อนบอกว่าอยาก recreate ซีนนพนภาตบกับมุนินทร์ แต่ตบบน “บันไดเลื่อนขึ้น” แล้วพอร่างกลิ้งลงไป ร่างก็เลยกลิ้งลงไปไม่ถึงพื้นสักที เพราะร่างมันกลิ้งย้อนบันไดที่มันเลื่อนขึ้นมาเรื่อย ๆ

 

คลิปนี้ไม่ใช่ซีนที่เราคิดไว้ในหัวนะ แต่เราอยากให้มีคนทำซีนแบบข้างต้นขึ้นมาจริง ๆ เป็นซีนสองสาว “ตบกันอย่างรุนแรงแล้วกลิ้งย้อนบันไดเลื่อน”

https://web.facebook.com/jit.phokaew/videos/1308120491154851

 

+++++++++

 

Favorite Soundtrack of the Year: TREASURE (1990) by เยี่ยเชี่ยนเหวิน (Sally Yeh) ในภาพยนตร์เรื่อง BIG BIG COMPANY (Shing Lee, 10min, A+30)

 

เราได้ดูหนังเรื่อง BIG BIG COMPANY ในงานฉายหนังสั้นฮ่องกงที่จัดโดย Wildtype ในวันเสาร์ที่ผ่านมา เราชอบเพลงประกอบของหนังอย่างสุดขีดมาก ๆ มันคือเพลงจีนที่ใช้ทำนองเดียวกับเพลง “ฉันไม่ใช่นางเอก” ของตั๊ก ศิริพร

 

ถ้าหากเราเข้าใจไม่ผิด เพลงที่ใช้ประกอบหนังเรื่อง BIG BIG COMPANY น่าจะเป็นเพลง TREASURE ของเยี่ยเชี่ยนเหวิน เพลงเพราะมาก ๆๆๆๆๆๆๆ เพราะพอ ๆ กับเวอร์ชั่นของตั๊ก ศิริพร เลย

 

ส่วนเวอร์ชั่นของตั๊ก ศิริพร นั้น เราก็กราบเนื้อร้องภาษาไทยที่แต่งโดยคุณแจ้ ดนุพล แก้วกาญจน์มาก ๆ เพลง “ฉันไม่ใช่นางเอก” นี่ถือเป็น one of my most favorite Thai songs of all time เลย

 

มีอะไรกับฉันหรือคะ
คุณพระเอก
จึงมายืนทำซึมเหม่อลอยอย่างกับในหนัง
ฉันคงไม่ใช่นางเอก
อยู่ในบทต้องอดต้องทน
แสนใจเย็นหวานนิ่มสิ้นสมัย

ถ้าไม่มีอะไรแล้ว
ฉันต้องขอตัว
กลัวน้ำตาความหลังจะรั่วออกมาให้เห็น
เพราะน้ำตาฉันมีค่า
หากจะหลั่งต้องเหตุจำเป็น
ไม่อยากหลั่งให้ความหลัง
ที่เก่าไป (อาฮาฮ้า)

ไปเถอะไปจงไปไปเสีย
ไปให้ไกลไกล
เจอกับฉันที่ใดไม่ต้องมาทัก
ฉันจะพักเรื่องรักเรื่องรกเรื่องราวในใจ
ไปเถอะไปให้ไกลเท่าใดยิ่งดี

ถ้าไม่มีอะไรแล้ว
ฉันต้องขอตัว
กลัวน้ำตาความหลังจะรั่วออกมาให้เห็น
เพราะน้ำตา
ฉันมีค่า

หากจะหลั่งต้องเหตุจำเป็น
ไม่อยากหลั่งให้ความหลัง
ที่เก่าไป (อาฮาฮ้า)

ไปเถอะไปจงไปไปเสีย
ไปให้ไกลไกล
เจอกับฉันที่ใดไม่ต้องมาทัก
ฉันจะพักเรื่องรักเรื่องรกเรื่องราวในใจ
ไปเถอะไปให้ไกลเท่าใดยิ่งดี (ว้าโฮ)

ไปเถอะไป ไปเสียไปสิไปที่เคยไป
ย้อนกลับมาทำไมกันอีกตรงนี้
เข้าทางไหนออกไปทางนั้น
ทางเดิมแหละดี
ที่นี่คงไม่มีเรื่องน่าสนใจ
ที่นี่คงไม่มีนางเอกหนังใคร

 

ลิงค์ไปยังเพลงของ เยี่ยเชี่ยนเหวิน อยู่ใน comment

 

TREASURE (1990) – เยี่ยเชี่ยนเหวิน

https://youtu.be/LZe9E8TAT8o?si=Q5mWtpdnoxNL8epv

 

อันนี้เป็นคำแปลเนื้อร้องของ TREASURE

https://lyricstranslate.com/en/sally-yeh-zancung-treasure-english

 

ฉันไม่ใช่นางเอก

https://youtu.be/sMz7Xg9EVK0?si=5KgzNQMcugEWw6xk

 

+++

 

ประกาศเตือน

 

พี่นาค 5 กับ HOPPERS (2026, Daniel Chong) จะเข้าฉายในไทยในวันอังคารที่ 3 มี.ค. เนื่องในวันมาฆบูชา เพราะฉะนั้นจะมีหนังมากมายหลายเรื่อง ที่ฉายทั่วไทยในวันจันทร์ที่ 2 มี.ค. “เป็นวันสุดท้าย”

 

เพราะฉะนั้นถ้าหากใครอยากดูหนังหลาย ๆ เรื่องที่ยังคงมีฉายอยู่ในตอนนี้ ก็ต้องรีบออกไปดูในวันจันทร์ที่ 2 มี.ค.นะ เพราะพอเข้าวันอังคารที่ 3 มี.ค. หนังเรื่องนั้นก็อาจจะหลุดออกจากโรงไปแล้ว หรือไม่ก็หาโรงหารอบฉายได้ยากกว่าเดิมมาก ๆ จ้ะ

 

Friday, February 27, 2026

AFTERIMAGES: HONG KONG INDEPENDENT SHOWCASE

 FOR ENGLISH please scroll down


เป็นเวลานับหลายทศวรรษที่โลกรับรู้ภาพยนตร์ฮ่องกงผ่านการผูกขาดด้วยความถวิลหาอันรุนแรงที่มีต่อ "ยุคทอง" วาทกรรมนี้ถูกสร้างขึ้นบนลัทธิออเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นหนังแอคชันเริงระบำของจอห์น วู, ความโหยให้ชุ่มแสงนีออนของ หว่องกาไว หรือพลวัตอำนาจที่ผ่านการคำนวณมาอย่างดีของตู้ฉีฟง แม้โครงสร้างนี้จะสร้างประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์ของความสำเร็จในเชิงอุตสาหกรรม แต่มันกลับบดบังการขยับตัวของแผ่นเปลือกโลกที่เกิดขึ้นลึกลงไปใต้พื้นผิวโดยไม่ตั้งใจ "ยุคทอง" ที่ว่านี้แท้จริงแล้วคือยุคสมัยสนธยาแห่งอาณานิคม ที่ซึ่งตัวตนของเมืองถูกหลอมขึ้นท่ามกลางเปลวไฟแห่งการค้า

ในช่วงยี่สิบปีก่อนจะถึงปี 2019 พลังชีวิตอีกรูปแบบหนึ่งได้ถือกำเนิดขึ้น เป็นพลังที่กระจัดกระจาย อยู่ตามริมขอบของประวัติศาสตร์ และมักจะเผชิญกับความไม่มั่นคงทางการเงิน ทว่ามันกลับกระจ่างชัด เฉียบคมราวกับใบมีด ในขณะที่อุตสาหกรรมภาพยนตร์เชิงพาณิชย์ของฮ่องกงเริ่มพึ่งพาตลาดจีนแผ่นดินใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ มันก็ได้เข้าสู่กระบวนการ "ตัดแต่งกิ่งก้านของตัวเอง" โดยการสลัดทิ้งความอ่อนไหวต่อความเป็นจริงทางสังคมและการเมืองในท้องถิ่นเพื่อให้ตัวเองอยู่รอด ในสุญญากาศนี้เองที่ "ภาพยนตร์อิสระ" ได้กลายเป็น "รอยแยก" อันสำคัญยิ่ง—เป็นพื้นที่เพียงแห่งเดียวที่ภาพสะท้อนที่แท้จริงของเมืองยังคงหลงเหลืออยู่โดยไม่ถูกบิดเบือน

ในช่องว่างเหล่านี้ ความเจ็บปวด การต่อต้าน และความจริงอันดิบเถื่อนที่ไม่มีวันผ่านประตูโรงภาพยนตร์กระแสหลักไปได้ ต่างเติบโตขึ้น ภาพยนตร์อิสระจึงเป็นมากกว่ารูปแบบทางศิลปะ แต่มันคือ "พื้นที่สาธารณะ" แห่งสุดท้ายของเมือง ทำหน้าที่เป็นเสมือนพิธีกรรมที่ผู้สร้างและผู้ชมแลกเปลี่ยนความลับกันในความมืด เป็นพื้นที่ส่วนรวมเพื่อยืนยันว่าพวกเขายังคงมีชีวิตอยู่ในโลกแห่งความจริง ท่ามกลางแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามาจากภายนอก

จากบทความ ‘ภูมิทัศน์วิเวก: บันทึกพยาธิสภาพของหนังอิสระฮ่องกงยุคหลัง 2019’ เขียนโดย Philip Nam (โปรดติดตามฉบับเต็มเร็วๆนี้)

Wildtype ชวนคุณชมโปรแกรมพิเศษ ภาพติดตา : ภาพยนตร์อิสระจากฮ่องกง โปรแกรมหนังสั้น สารคดี หนังทดลองจากคนทำหนังอิสระของฮ่องกง ร่วมดูหนัง ห้าโปรแแกรม และสนทนาปิดท้่ายกับผู้กำกับและนักวิจารณ์จากฮ่องกงโดยตรงได้ในวันที่
28 กุมภาพันธ์ - 1มีนาคม 2569 ที่

BUFFALO BRIDGE GALLERY BTSสะพานควาย
Noir Row Artspace อุดรธานี
a.e.y. space สงขลา
PYE space พะเยา
Bliss Project จันทบุรี
ดูหนังในห้องนั้น (จัดฉายที่ร้าน Lofter) นครราชสีมา

และในวันที่ 6-8 มีนาคม ที่

ดาดฟ้า ภาควิชาสื่อศิลปะและการออกแบบสื่อ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดย Dude, Movie และ Untitled for film (เวลาฉายจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง)

ราคาตั๋ว 100 บาท โดยค่าตั๋วจะถูกแบ่งให้กับทางพื้นที่ และผู้กำกับภาพยนตร์โดยตรง ไม่มีการหักค่าใช้จ่าย

****ภาพยนตร์ไม่มีซับไตเติ้ลภาษาไทย แต่ QA ถามตอบสองภาษาไทยและอังกฤษ****
****สำหรับนักศึกษาทุกระดับชั้น โปรดติดตามประกาศโครงการ Free Seats for Young Cinephiles อีกครั้ง****

SAT 28 FEB 2026

PROGRAM 1 : 1.00PM 97 MINS + QA with the directors

310 Tung Chau Street (2016, Shing Lee, Jo Cheng) 29 MINS
Big Big Company (-,Shing Lee ) 10 MINS
Family Family Day(2019, Shing Lee )
Letter to the Outsider (2018,Dorothy Cheung ) 7MINS
as a bird that briefly perches (2024, Dorothy Cheung ) 17 MINS
Reverberation (2023, Dorothy Cheung) 6MINS

PROGRAM 2 : 3.00 PM 84 MINS + QA with the directors

Letter to T: in nuclearity, we are connected (2023,Zimu Zhang)22 MINS
The Aqueous Truth ( 2013, Chan Tze Woon)30MINS
A Long Walk (2022, Elysa Wendi, Wai Shing Lee)16 MINS
Summer Insects and Ice (2025,Chui Chi Yin) 16 MINS

PROGRAM 3 : 5.00 PM 117 MINS

Night Is Young (2020, Zune Kwok) 25 MINS
Lost Pearl (2021, Li Ho )22 MINS
In your Shoes (2024,Chan Tze Woon, Florence Lam) 30 MINS
Anatomy of The Call( 2024, Arnold Tam ) 18 MINS
The Dancing Voice of Youth(2024,Erica Kwok )22 MINS

----------------------
SUN 1 MAR 2026

PROGRAM 4 : 1.00PM 98 MINS + + QA with the directors

Surprise Film (20 MINS)
Surprise Film (38 MINS)
See You When I See You (work in progres) (2025, Fai Wan) 30 MINS
From the Void of Time (2024, Rico Wong ) 10 MINS

PROGRAM 5 : 3.00PM 112 MINS
32+4 (2014, Chan Hau Chun)30 MINS
A Conversation about our undulating things (2023, Chan Hau Chun ) 22 MINS
Lost a part of (2023,Chan Hau Chun)30 MINS
Surpeise film 30 MINS

PROGRAM 6 : 5.00 PM
Converastion with Chan Hau Chun

-----------------------------

For decades, the global perception of Hong Kong cinema has been monopolized by a heavy nostalgia for the "Golden Age." This narrative is built upon the cult of the auteur—the rhythmic action of John Woo, the neon-soaked pining of Wong Kar-wai, and the calculated power dynamics of Johnnie To. While this framework constructed a glorious history of industrial success, it inadvertently masked the tectonic shifts occurring beneath the surface. This "Golden Age" was an era of colonial twilight, where the city’s identity was forged in the heat of commercial fire.
In the twenty years leading up to 2019, a different kind of vitality existed. It was loose, marginal, and often financially precarious, yet it possessed a razor-sharp clarity. As Hong Kong’s commercial film industry became increasingly reliant on the Mainland Chinese market, it began a process of "self-pruning," shedding its sensitivity to local socio-political realities to ensure survival. In this vacuum, independent cinema became the indispensable "crevice"—the only place where the city's true reflection remained undistorted.

In these gaps grew the pain, the resistance, and the raw truths that could never pass the gates of mainstream multiplexes. Independent film was more than an art form; it was the city’s last public sphere. It functioned as a ritual where creators and audiences exchanged secrets in the dark, a shared space to confirm that they were still living within a truthful reality despite the mounting pressure outside.

from A Desolate Landscape: The Pathological Record of Hong Kong Independent Cinema Post-2019 Written by Philip Nam (Stay tuned for the full version!)

Wildtype invites you to a special program, "AFTERIMAGES : The Hong Kong Independent Showcase"—a showcase of short films, documentaries, and experimental works by independent filmmakers from Hong Kong.

Join us across five curated programs, culminating in a closing discussion directly with directors and film critics from Hong Kong.

Screening Dates & Venues:
February 28 - March 1, 2026

Bangkok: BUFFALO BRIDGE GALLERY (BTS Saphan Khwai)

Udon Thani: Noir Row Artspace

Songkhla: a.e.y. space

Phayao: PYE space

Chanthaburi: Bliss Project

Nakhon Ratchasima: Doo Nung Nai Hong Nun (Screening at Lofter)

March 6-8, 2026

Chiang Mai: Rooftop of the Department of Media Arts and Design, Chiang Mai University. Hosted by Dude, Movie and Untitled for film (Screening times to be announced).

Ticket Price: 100 THB
(Ticket proceeds will be divided directly between the screening venues and the filmmakers, with no deductions.)

Sunday, November 09, 2025

CHOOSING FILMS TO WATCH IN A FILM FESTIVAL IS LIKE STOCK PICKING

 

ตัดสินใจถูกที่เราเลือกดู LANDMARKS (2025, Lucrecia Martel, Argentina, documentary, A+30) แทนที่จะไปดู KOKUHO ในวันสุดท้ายของ BKKIFF 2025 (15 ต.ค.) เพราะเราเก็งไว้แล้วว่า โอกาสที่จะได้ดู KOKUHO ในโรงใหญ่ในอนาคต มันสูงกว่าโอกาสที่จะได้ดู LANDMARKS ในอนาคต บางทีเราก็แอบรู้สึกว่าการเลือกดูหนังใน "เทศกาลภาพยนตร์" ก็เหมือนกับการเล่นหุ้น ต้องเก็งว่าหุ้นตัวไหน (หรือหนังเรื่องไหน) ควรเข้าช้อนซื้อ (หรือควรดู) ในเวลาไหน เพราะทุนทรัพย์ (หรือเวลาในการดูหนังในช่วงเวลานั้น ๆ) มีจำกัด ถ้าเก็งกำไรได้ถูก (หรือเลือกดูหนังได้ถูกเรื่อง) ก็โชคดีไป 55555

 

Edit เพิ่ม: เรามี “ทุนด้านสุขภาพ” จำกัดด้วย เราไม่สามารถนอนดึกมาก ๆ เหมือนคนอื่น ๆ ได้ เราก็เลยไม่ได้ดู LANDMARKS ในรอบดึกของวันที่ 14 ต.ค. เรามาดูในวันที่ 15 ต.ค.แทน (โดยตอนนั้นเราต้องเลือกว่าจะดู LANDMARKS หรือ KOKUHO ในเย็นวันที่ 15 ต.ค.) แต่ถ้าหากใครมี “ทุนด้านสุขภาพ” สูง เขาก็สามารถดูได้ทั้ง LANDMARKS ในรอบดึกของวันที่ 14 ต.ค. และดู KOKUHO ในวันที่ 15 ต.ค.ได้ หรืออาจจะเปรียบเทียบได้ว่า เราไม่สามารถลงทุนได้มากเท่ากับนักลงทุนบางท่านที่มีเงินทุนมากกว่าเรา (หรือมีสุขภาพดีกว่าเรา) 55555

+++

 

กิน Chapati เพื่อเป็นพลีแด่หนังเรื่อง CRAYON SHIN-CHAN THE MOVIE: SUPER HOT! THE SPICY KASUKABE DANCERS (2025, Masakazu Hashimoto, Japan, animation, A+30) พอดูหนังเรื่องนี้จบแล้วทำให้อยากกิน Chapati อย่างรุนแรง

 

ส่วนแกงข้าง ๆ คือ paneer makhani creamy

+++

 

BLESSED (2025, Chatnapa Amornratpipat, 29min, A+25)

 

1. ชอบการคิดค้นลัทธิประหลาด ๆ อะไรแบบนี้แล้วเอามาใส่ไว้ในหนัง

 

2. ชอบความระหองระแหงระหว่างแม่กับลูกสาวในหนังเรื่องนี้ด้วย

 

3. นึกว่าต้องฉายควบกับ THE POWER OF THE UNIVERSE พลังจักรวาล (2018, Kullapat Klatanakan, documentary, A+30) และ LOURDES (2009, Jessica Hausner, Austria, A+30) เพราะหนังทั้ง 3 เรื่องพูดถึงความเชื่อในการรักษาโรคโดยอาศัยพลังเหนือธรรมชาติเหมือนกัน

++++

 

หลังจากดู “อาถรรพ์สมองผี” (1983, Lo Lieh, Hong Kong, A+30) และหนังหลาย ๆ เรื่องของ Kuei Chih-hung ไปแล้ว ก็เลยทำให้อยากดูหนัง cult ของฮ่องกงในทศวรรษ 1970-1980 อีกหลายเรื่องมาก ๆ มั่นใจว่ามันต้องมีหนังเฮี้ยน ๆ อีกมากมาย และควรมีคนจัดเทศกาลภาพยนตร์รีโทรหนัง cult ของฮ่องกงเหล่านี้

 

ซึ่งแน่นอนว่ารวมถึงเรื่องนี้ด้วย THRILLING BLOODY SWORD (1981, Chang Hsin-yi) หนังเรื่องนี้มีให้ดูในยูทูบนะ แต่เรายังไม่ได้ดู เราดูแค่ trailer แล้วก็กราบตีนมาก ๆ นึกว่าต้องปะทะกับหนังของ “สมโพธิ แสงเดือนฉาย” ทำไมหนังยุคนั้นมันถึง cult ได้ขนาดนี้

 

คือแค่เห็นโปสเตอร์หนังเรื่องนี้ก็รู้ว่าต้องเข้าชิงรางวัล BEST COSTUME DESIGN อย่างแน่นอน 55555

++++

 

กินอาหารเวียดนามเพื่อเป็นพลีแด่หนังเรื่อง KY NAM INN (2025, Leon Le, Vietnam, A+30), ผู้กำกับของหนังเรื่องนี้ที่น่ารักมาก ๆ และ Lien Binh Phat ดาราหนุ่มสุดหล่อของหนังเรื่องนี้

 

พอกินแล้วก็เลยพบว่า ตัวเองชอบผักแพวมาก ๆ

 

ฉันรักเขา Lien Binh Phat ดารานำของ KY NAM INN (2025, Leon Le, Vietnam, A+30)

 

ภาพไม่ได้มาจากหนังเรื่องนี้นะ

+++

 

หนังสั้นเรื่อง SON ของ Micha Volders ผู้กำกับชาวเบลเยียม ได้ฉายใน Itaewon Film Festival นำแสดงโดย วชร กัณหา

https://www.instagram.com/p/DOqNeZUCKT3/

 

Tuesday, November 04, 2025

BANGKOK INTERNATIONAL FILM FESTIVAL 2025 IN MY PREFERENTIAL ORDER

 

เพิ่งรู้ว่า Mariko Okada หนึ่งในดารานำของ FLOATING CLOUDS (1955, Mikio Naruse, Japan, A+30) ยังมีชีวิตอยู่ ตอนนี้ Mariko Okada มีอายุ 92 ปีแล้ว

+++

 

เราชอบ CURIOUS TALES OF A TEMPLE (2025, Cui Yuemei, Huang Heyu, Liu Yilin, Liu Yuan, Xie Junwei, Zou Jing, China, animation, A+30) อย่างรุนแรงมาก เราเดาว่าเนื้อหาแบบของหนังเรื่องนี้มันคือแรงบันดาลใจส่วนหนึ่งของ RESURRECTION (2025, Bi Gan, China, A+30) แต่น่าเสียดายสุดขีดที่เวอร์ชั่นของ CURIOUS TALES OF A TEMPLE ที่เข้าโรงฉายในไทย มีความยาวเพียงแค่ 115 นาที ทั้ง ๆ ที่หนังเรื่องนี้มีความยาวเต็ม 152 นาที ซึ่งเท่ากับว่าหนังถูกตัดออกไป 37 นาที

 

หนังเรื่องนี้ประกอบด้วยเรื่องราวย่อย ๆ หลายเรื่องด้วยกัน โดยเวอร์ชั่นที่เข้าฉายในไทยมีเพียงแค่เรื่อง

 

1. NIE XIAOQIAN

 

เรื่องนี้พระเอกหล่อเหลา ตรงสเป็คเรามาก ๆ กรี๊ดดดดดดดดดดด แต่เราหารูปของเขาในอินเทอร์เน็ตไม่ได้เลย มันเป็นเรื่อง “โปเยโปโลเย” แต่เปลี่ยน setting ใหม่ให้เป็นช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20

 

2. THE PAINTED SKIN

 

เรื่องนี้เนื้อหาจะคล้าย ๆ  PAINTED SKIN (2008, Gordon Chan, China/Hong Kong, A+30)

 

3. THE DAUGHTER OF MAGISTRATE LU

 

แต่ในเวอร์ชั่นเต็มที่ไม่ได้เข้าฉายในไทยนั้น มันจะมีเรื่อง

 

4. TAOIST FROM LAOSHAN MOUNTAIN

 

5. PRINCESS LOTUS

 

เราก็เลยเสียดายสุดขีดที่หนังเรื่องนี้เข้าฉายในไทยในเวอร์ชั่นที่ไม่สมบูรณ์ โดยมีส่วนที่ถูกตัดออกไปจากหนัง 37 นาที

 

พอเราดู CURIOUS TALES OF A TEMPLE เราก็เลยสงสัยว่า เนื้อหาส่วนหนึ่งของ RESURRECTION (2025, Bi Gan) มันอาจจะได้รับแรงบันดาลใจมาจาก “supernatural tales” ที่ประพันธ์โดย Pu Songling (1640-1715)  เหมือนกับหนังแอนิเมชั่นเรื่องนี้หรือเปล่า

 

คือตอนที่เราดู RESURRECTION เรารู้สึกว่ามันสะท้อนความหลงใหลในหนังหลาย ๆ genre ด้วยกัน ทั้งหนังเงียบ, หนังฟิล์มนัวร์, หนัง drama ที่คล้าย ๆ PAPER MOON และหนังแนว gangster romantic ที่คล้าย ๆ หนังจีน+ฮ่องกงในทศวรรษ 1990-2000

 

แต่มันจะมีเนื้อหาส่วนหนึ่งของ RESURRECTION ที่เป็น “supernatural tale in a temple” ที่เราไม่แน่ใจว่าสะท้อนถึงความหลงใหลในหนังแนวใด ตอนแรกเรารู้สึกว่า มันอาจจะสะท้อนความหลงใหลใน “หนังชีวิตรันทดช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง”

 

แต่พอเราได้ดู CURIOUS TALES OF A TEMPLE เราก็เลยเดาว่า เนื้อหาส่วนนั้นใน RESURRECTION อาจจะสะท้อนความหลงใหลในบทประพันธ์ของ Pu Songling หรือภาพยนตร์ที่นำเสนอเนื้อหาคล้าย ๆ กันนี้ด้วยก็ได้

+++

เมื่อวานนี้เราซื้อนิยายเกย์เรื่อง MAURICE (1914) ที่ประพันธ์โดย E.M. Forster มาให้ลูกหมีอ่าน นิยายเรื่องนี้ได้รับการแปลเป็นภาษาไทยโดย เจ้าแม่ วาริน นิลศิริสุข เรายังไม่เคยอ่านนิยายเรื่องนี้มาก่อน แต่เราชอบหนังเรื่อง MAURICE (1987, James Ivory, UK, A+30) อย่างรุนแรงมาก

 

ปรากฏว่าเมื่อวานเจอคุณ Jumpol เขาให้นิยายเรื่อง “ประตูแคบ” (1909) ของ Andre Gide มาด้วย ขอบคุณคุณ Jumpol มาก ๆ นะครับ

+++

 

ฉันเติบโตมากับตัวละครเหล่านี้

 

1. “อาจื่อ” ใน “แปดเทพอสูรมังกรฟ้า”

 

2. “เหมยเชาฟง” ใน “มังกรหยก”

 

3. “ลี้มกโช้ว” ใน “มังกรหยกภาคเอี้ยก้วย”

 

4. “แมงมุม” ใน “ดาบมังกรหยก”

 

5. “นางแส้แดง” ใน “ศึกลำน้ำเลือด”

++++

 

เราเคยดูหนังเรื่อง STRIKING DISTANCE (1993, Rowdy Herrington) ตอนที่มันเข้าฉายในไทยในปี 1993 พอวันนี้เราได้กลับไปอ่านเรื่องย่อของหนังเรื่องนี้อีกครั้ง เราก็เลยเพิ่งพบว่า ในหนังเรื่องนี้ Bruce Willis แสดงเป็นตัวละครตำรวจชื่อ “Tom Hardy” 

 

อยากให้มีการรีเมคหนังเรื่องนี้ แล้วเอา Tom Hardy มาแสดงเป็น Tom Hardy 55555

 

+++

 

QUADRUPLE FILM WISH LIST

 

1. NO OTHER CHOICE (2025, Park Chan-wook, South Korea, A+30)

 

2. IN COMPARISON (2009, Harun Farocki, Germany, documentary, 61min, A+30)

 

3. NEW PRODUCT (2012, Harun Farocki, Germany, documentary, 36min, A+30)

 

4. NOTHING VENTURED (2004, Harun Farocki, Germany, documentary, 50min, A+30)

 

Spoilers alert

--

--

--

--

--

--

--

--

--

--

 

ตอนจบของ NO OTHER CHOICE ที่แสดงให้เห็นภาพของ “โรงงานยุคใหม่” ที่ไม่ต้องพึ่งพาคนงานอีกต่อไป ทำให้เรานึกถึงตอนจบของ IN COMPARISON มาก ๆ 55555 เหมือนกับว่า IN COMPARISON ซึ่งเป็นหนังในปี 2009 ทำนายอนาคตเอาไว้ได้อย่างแม่นยำและอย่างน่าสะพรึงกลัวมาก ๆ (สำหรับคนจน ๆ อย่างเราที่กลัวหางานทำไม่ได้)

 

พอดู NO OTHER CHOICE ที่มีเนื้อหาส่วนนึงเหมือนสะท้อนความโหดร้ายของโลกทุนนิยม เราก็เลยนึกถึงหนังอีก 2 เรื่องของ Harun Farocki ด้วย ซึ่งก็คือหนังเรื่อง NEW PRODUCT ที่พูดถึงการออกแบบ “สถานที่ทำงาน” ในบริษัทเอกชน ซึ่งเนื้อหาส่วนนึงของหนังเหมือนพูดถึง “ค่านิยม” ต่าง ๆ ของบริษัทเอกชน และเราว่าสิ่งนี้เหมือนมันค่อย ๆ หล่อหลอม “ตัวตน” และ “จิตสำนึก” ของพนักงานบริษัทเอกชนด้วย เหมือนหนังเรื่อง NEW PRODUCT มันสะท้อนให้เห็นถึงการที่บริษัทเอกชนค่อย ๆ ลดทอนความเป็น individuality ของคนแต่ละคนลง และทำให้ลูกจ้างของบริษัทค่อย ๆ แปรสภาพกลายเป็น “ฟันเฟือง” อะไรสักอย่างเพื่อทำกำไรให้บริษัท และเรารู้สึกราวกับว่า สิ่งนี้เหมือนเป็น prequel ของเนื้อหาใน NO OTHER CHOICE

 

ส่วน NOTHING VENTURED ก็เหมือนช่วยเติมเต็มเนื้อหาใน NO OTHER CHOICE เหมือนกัน เพราะ NOTHING VENTURED เหมือนสะท้อน “ความยากลำบากของผู้บริหารบริษัท” ในการทำให้บริษัทของตนอยู่รอดต่อไปให้ได้ในโลกทุนนิยมอันโหดร้าย คือเราว่า “ลูกจ้าง”, “คนงาน” และ “พนักงาน” บริษัทเอกชนแต่ละแห่ง มักจะตกเป็นเหยื่อที่น่าสงสารของบริษัทเอกชนและโลกทุนนิยมอยู่แล้ว และสิ่งนี้เห็นได้ชัดในหนังอย่าง NO OTHER CHOICE แต่เราว่าหนังเรื่อง NOTHING VENTURED อาจจะสะท้อนอย่างไม่ตั้งใจให้เราได้เห็นว่า ผู้บริหารบริษัทเอกชนแต่ละแห่ง โดยเฉพาะบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก ก็เผชิญความยากลำบากเช่นกันในการทำให้ตัวบริษัทเองอยู่รอด เพราะแต่ละบริษัทก็เผชิญกับปัญหาหลาย ๆ ด้าน ทั้งการหาทางออกผลิตภัณฑ์ใหม่, การรับมือกับคู่แข่ง, การหาลูกค้าใหม่, การรักษาลูกค้าเดิม และการหาทางดึงดูดเงินลงทุนจากนายทุนที่เขี้ยวลากดินมาก ๆ

 

เพราะฉะนั้นพอเราดู NO OTHER CHOICE เราก็เลยนึกถึงหนังอีก 3 เรื่องของ Harun Farocki โดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะเหมือนหนังทั้ง 4 เรื่องนี้มันช่วยเติมเต็มเนื้อหาให้กันและกัน ถึงแม้ว่า “สไตล์” หนังของ Park Chan-wook จะแตกต่างจาก Harun Farocki อย่างรุนแรงก็ตาม

+++++

เราได้ดู SUBARNAREKHA (1965, Ritwik Ghatak, India, 143min) ในเทศกาล Bangkok International Film Festival ในวันที่ 14 ม.ค. 2003

++++

 

BANGKOK INTERNATIONAL FILM FESTIVAL 2025 IN MY PREFERENTIAL ORDER

 

สรุปว่าเราได้ดูหนังในเทศกาลภาพยนตร์ BANGKOK INTERNATIONAL FILM FESTIVAL 2025 ไปเพียงแค่ 94 เรื่องเท่านั้นค่ะ (ถ้าหากนับแยก SERIOUS GAMES แต่ละภาคออกเป็น 3 เรื่อง และนับแยก PARALLEL ของ Harun Farocki แต่ละภาคออกเป็น 4 เรื่อง แต่ถ้าหากไม่นับแยกกัน ก็จะถือว่าได้ดูหนังในเทศกาลนี้เพียงแค่ 89 เรื่อง)

 

Films that I saw for the first time in Bangkok International Film Festival 2025

 

(in preferential order)

 

1. ABOUT NARRATION (1975, Harun Farocki, Ingemo Engström, West Germany, 58min, A+30)

 

2. BEFORE YOUR EYES – VIETNAM (1982, Harun Farocki, West Germany, 114min, A+30)

 

3. DRY LEAF (2025, Aleksandre Koberidze, Germany/Georgia, 186min, A+30)

 

4. AGON (2025, Giulio Bertelli, Italy, 100min, A+30)

 

5. A METAMORPHOSIS (2025, Lin Htet Aung, Myanmar, short film, A+30)

 

6. INTIMACIES (2012, Ryusuke Hamaguchi, Japan, 255min, A+30)

 

7. TWO SEASONS, TWO STRANGERS (2025, Sho Miyake, Japan, 89min, A+30)

 

8. RESURRECTION (2025, Bi Gan, China, 160min, A+30)

 

9. DRACULA (2025, Radu Jude, Romania, 170min, A+30)

 

10. GOD WILL NOT HELP (2025, Hana Jusic, Croatia, 137min, A+30)

 

11. I ONLY REST IN THE STORM (2025, Pedro Pinho, Portugal, 211min, A+30)

 

12. THE SILVER AND THE CROSS (2010, Harun Farocki, Germany, documentary, 17min, A+30)

 

13. CASE 137 (2025, Dominik Moll, France, 115min, A+30)

 

14. MIRRORS NO. 3 (2025, Christian Petzold, Germany, 86min, A+30)

 

15. THE LOVE THAT REMAINS (2025, Hlynur Pálmasan, Iceland, 109min, A+30)

 

16. PASSION (2008, Ryusuke Hamaguchi, Japan, 115min, A+30)

 

17. YES (2025, Nadav Lapid, France/Cyprus, about Israel and Palestine, 150min, A+30)

 

18. HOMEBOUND (2025, Neeraj Ghaywan, India, 119min, A+30)

 

19. THE DEPTHS (2010, Ryusuke Hamaguchi, Japan, queer film, 121min, A+30)

 

20. DIRECTOR’S DIARY (2025, Alexander Sokurov, Russia, documentary, 305min, A+30)

 

21. SINGLE. A RECORD IS BEING PRODUCED (1979, Harun Farocki, West Germany, documentary, 49min, A+30)

 

22. WHAT DOES THAT NATURE SAY TO YOU (2025, Hong Sang-soo, South Korea, 108min, A+30)

 

23. AFTERNOONS OF SOLITUDE (2024, Albert Serra, Spain, documentary, 125min, A+30)

 

24. MAGELLAN (2025, Lav Diaz, Philippines, 160min, A+30)

 

25. MY FATHER’S SHADOW (2025, Akinola Davies, UK/Nigeria, 94min, A+30)

 

26. KONTINENTAL ’25 (2025, Radu Jude, Romania, 109min, A+30)

 

27. LANDMARKS (2025, Lucrecia Martel, Argentina, documentary, 119min, A+30)

 

28. FLOATING CLOUDS (1955, Mikio Naruse, Japan, 123min, A+30)

 

29. DUSE (2025, Pietro Marcello, Italy, 122min, A+30)

 

30. YOUNG MOTHERS (2025, Jean-Pierre Dardenne, Luc Dardenne, France/Belgium, 105min, A+30)

 

31. ON THE ROAD (2025, David Pablos, Mexico, queer film, 93min, A+30)

 

32. ANGEL’S EGG (1985, Mamoru Oshii, Japan, animation, 71min, A+30)

 

33. THE PRESIDENT’S CAKE (2025, Hasan Hadi, Iraq, 102min, A+30)

 

34. IMAGO (2025, Déni Oumar Pitsaev, Georgia, documentary, 109min, A+30)

 

35. MILK TEETH (2025, Mihai Mincan, Romania, 104min, A+30)

 

36. LIKE NOTHING HAPPENED (2003, Ryusuke Hamaguchi, Japan, 43min, A+30)

 

37. ROMERÍA (2025, Carla Simón, Spain, 114min, A+30)

 

38. THE MASTERMIND (2025, Kelly Reichardt, 110min, A+30)

 

39. SECRET OF A MOUNTAIN SERPENT (2025, Nidhi Saxena, India, 108min, A+30)

 

40. THE FOX KING (2025, Woo Ming Jin, Malaysia, 94min, A+30)

 

41. KY NAM INN (2025, Leon Le, Vietnam, 140min, A+30)

 

42. THE MYSTERIOUS GAZE OF THE FLAMINGO (2025, Diego Céspedes, Chile, queer film, 104min, A+30)

 

43. AN IMAGE BY SARAH SCHUMANN (1978, Harun Farocki, West Germany, documentary, 30min, A+30)

 

44. BEDTIME STORIES: BRIDGES, RAILWAYS, SHIPS, CATS (1977, Harun Farocki, West Germany, A+30)

 

45. MAKE UP (1973, Harun Farocki, West Germany, documentary, 29min, A+30)

 

46. TEKI COMETH (2024, Daihachi Yoshida, Japan, 108min, A+30)

 

47. THE CHRONOLOGY OF WATER (2025, Kristen Stewart, 128min, A+30)

 

48. SAND CITY (2025, Mahde Hasan, Bangladesh, 100min, A+30)

 

49. BAAN (2023, Leonor Teles, Portugal, 103min, A+30)

 

50. URCHIN (2025, Harris Dickinson, UK, 99min, A+30)

 

51. INTERFACE (1995, Harun Farocki, Germany, documentary, 23min, A+30)

 

52. PARALLEL I-IV (2014, Harun Farocki, Germany, video installation, A+30)

 

53. THIS CITY IS A BATTLEFIELD (2025, Mouly Surya, Indonesia, 119min, A+30)

 

54. ALPHA (2025, Julia Ducournau, France, 128min, A+30)

 

55. THE BLACK MAGIC WITH BUDDHA อาถรรพ์สมองผี (1983, Lo Lieh, Hong Kong, 94min, A+30)

 

56. ORPHAN (2025, László Nemes, Hungary, 132min, A+30)

 

57. HEAVEN IS STILL FARAWAY (2016, Ryusuke Hamaguchi, Japan, 38min, A+30)

 

58. ARCO (2025, Ugo Bienvenu, France, animation, 82min, A+30)

 

59. LAGUNA (2025, Sharunas Bartas, Lithuania, 102min, A+30)

 

60. REMEMBER TOMORROW IS THE FIRST DAY OF THE REST OF YOUR LIFE (1972, Harun Farocki, West Germany, documentary, 10min, A+30)

 

61. DIAMONS IN THE SAND (2024, Janus Victoria, Philippines, 102min, A+30)

 

62. CARAVAN (2025, Zuzana Kirchnerová, Czech, 100min, A+30)

 

63. THE SUN RISES ON US ALL (2025, Cai Shangjun, China, 133min, A+30)

 

64. THEIR NEWSPAPERS (1968, Harun Farocki, West Germany, 25min, A+30)

65. NEW PRODUCT (2012, Harun Farocki, Germany, documentary, 36min, A+30)

 

66. A DAY IN THE LIFE OF A CONSUMER (1993, Harun Farocki, Germany, documentary, 44min, A+30)

 

67. EXIT (2025, Lee Yong Chao, Myanmar/Taiwan, short film, A+30)

 

68. THE SQUARE (2025, Kim Bo-sol, South Korea, animation, 73min, A+30)

 

69. I LOVE THEE FOR GOOD (2009, Ryusuke Hamaguchi, Japan, 58min, A+30)

 

70. SERIOUS GAMES I: WATSON IS DOWN (2010, Harun Farocki, Germany, documentary, 8min, A+30)

+ SERIOUS GAMES II: THREE DEAD (2010, Harun Farocki, Germany, documentary, 8min, A+30)

+ SERIOUS GAMES IV: A SUN WITHOUT SHADOW (2010, Harun Farocki, Germany, documentary, 8min, A+30)

 

71. THE EXPRESSION OF HANDS (1997, Harun Farocki, Germany, documentary, 30min, A+30)

 

72. ACROSS THE RIVER (2025, He Shengjie, China, short film, 14min, A+30)

 

73. A PART OF US EXPOSED เนื้อนัยน์ (2025, Jeanne Penjan Lassus, Thailand, short film, A+30)

 

74. ORWELL: 2+2 = 5 (2025, Raoul Peck, France, documentary, 119min, A+30)

 

75. ON CONSTRUCTION OF GRIFFITH’S FILMS (2006, Harun Farocki, Germany, documentary, 9min, A+30)

 

76. GIRLS ON WIRE (2025, Vivian Qu, China, 115min, A+30)

 

77. EVERYONE IS A BERLINER KINDL (1966, Harun Farocki, West Germany, documentary, 4min, A+30)

 

78. WHITE CHRISTMAS (1968, Harun Farocki, West Germany, 3min, A+30)

79. COUNTER MUSIC (2004, Harun Farocki, Germany, documentary, 23min, A+30)

 

80. GENERAL CARTOON (1963, Tha Du, Myanmar, 142min, A+25)

 

81. SPYING STARS (2025, Vimukthi Jayasundara, Sri Lanka, 99min, A+25)

82. THE WORDS OF THE CHAIRMAN (1969, Harun Farocki, West Germany, 3min, A+25)

83. TWO PATHS (1966, Harun Farocki, West Germany, documentary, 3 min, A+25)

84. INSTRUCTIONS ON HOW TO PULL OFF POLICE HELMETS (1969, Harun Farocki, West Germany, 2min, A+25)


85. SKIN OF YOUTH (2025, Ash Mayfair, Vietnam, queer film, 122min, A+15)


หนังที่เราเคยดูมาก่อนหน้านี้ และได้ดูซ้ำใน BANGKOK INTERNATIONAL FILM FESTIVAL 2025


1. INEXTINGUISHABLE FIRE (1969, Harun Farocki, West Germany, second viewing, A+30)

2. NOTHING VENTURED (2004, Harun Farocki, Germany, documentary, second viewing, 50min, A+30)

 

3. IN COMPARISON (2009, Harun Farocki, Germany, documentary, second viewing, 61min, A+30)

 

4. WAR AT A DISTANCE (2003, Harun Farocki, Germany, documentary, 58min, second viewing, A+30)

 

 

สรุปว่า BANGKOK INTERNATIONAL FILM FESTIVAL 2025 คือหนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับชีวิตดิฉันในฐานะ cinephile ค่ะ เราได้ดูหนังในเทศกาลนี้ไป 94 เรื่อง ปรากฏว่าชอบในระดับ A+30 (ชอบสุดขีด) ไปแล้ว 88 เรื่อง (หรือ 94%), ชอบในระดับ A+25 (ชอบเกือบสุดขีด) ไป 5 เรื่อง (หรือ 5%) และชอบในระดับ A+15 (ชอบมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ) ไป 1 เรื่อง  (หรือ 1%)

 

ก็เลยถือได้ว่า BKKIFF 2025 เป็นหนึ่งในเทศกาลภาพยนตร์ที่เลือกหนังมาฉายได้ตรงใจดิฉันที่สุดค่ะ THIS IS REAL HEAVEN FOR MY LIFE.

+++

 

เมื่อกี้เขียนคุยกับคุณ Warong แล้วก็เลยเพิ่งหวนรำลึกขึ้นมาได้ว่า ตอนที่เรายังเป็นเด็กในทศวรรษ 1980 ทางช่อง 3 เคยเรียกตัวละครตัวเดียวกัน ด้วยชื่อที่ต่างกัน นั่นก็คือ

 

1. ตอนที่ละครทีวีชุด “ดาบมังกรหยก” เวอร์ชั่นที่นำแสดงโดย “เหลียงเฉาเหว่ย” แพร่ภาพทางช่อง 3 ในช่วงราวปี 1987 ตอนนั้นช่อง 3 เรียกตัวละครปรมาจารย์แห่งสำนักบู๊ตึ้งว่า “เตียซำฮง” ตามสำเนียงแต้จิ๋ว (ถ้าเราจำไม่ผิด)

 

2. แต่ตอนที่ละครโทรทัศน์ชุด ฤทธิ์หมัดสะท้านบู๊ลิ้ม (1980) ที่นำแสดงโดย ว่านจื่อเหลียง กับหมีเซียะ แพร่ภาพทางช่อง 3 น่าจะในช่วงราว ๆ ปี 1981-1982 ตอนนั้นทางช่อง 3 เรียกตัวละครที่แสดงโดยว่านจื่อเหลียง ว่า จางซันฟง ตามสำเนียงจีนกลาง

 

แต่สิ่งที่ฮามากก็คือว่า การที่เราจำได้อย่างแน่นอนว่า ตอนนั้นตัวละครของว่านจื่อเหลียง ถูกเรียกว่า “จางซันฟง” เป็นเพราะตอนนั้นเพื่อน ๆ ผู้ชายของเราในโรงเรียนประถม ชอบร้องเพลงลามกติดปากกัน ในช่วงที่ “ฤทธิ์หมัดสะท้านบู๊ลิ้ม” ออกอากาศ โดยเนื้อเพลงลามกนั้นร้องว่า

 

“จางซันฟงไม่รู้สิ

เห็นไฉ่อีอาบน้ำอยู่

จางซันฟงไปแอบดู

เห็นของดีของไฉ่อี”

 

ไม่รู้เหมือนกันว่าเนื้อเพลงลามกนี้มีที่มาจากไหน อะไรยังไง และเราว่าฉากพระเอกแอบดูนางเอกอาบน้ำไม่น่าจะมีในละครชุด ฤทธิ์หมัดสะท้านบู๊ลิ้ม นะ แต่ปรากฏว่าเวลาผ่านมานานเกือบ 45 ปีแล้ว เรายังคงจำเนื้อเพลงลามกนี้ได้ บ้าบอมาก ๆ 55555

 

รูปครึ่งซ้ายเป็น “จางซันฟงกับไฉ่อี” ใน “ฤทธิ์หมัดสะท้านบู๊ลิ้ม” ส่วนรูปครึ่งขวา เป็น “เตียซำฮง” ใน “ดาบมังกรหยก” เวอร์ชั่นที่นำแสดงโดยเหลียงเฉาเหว่ย  แต่เราไม่รู้ว่า ดาราคนไหนรับบทเป็น เตียซำฮง ในวัยหนุ่ม (ตอนที่เขาเจอกับก๊วยเซียง) ในละครเรื่องนี้นะ