Showing posts with label SONG. Show all posts
Showing posts with label SONG. Show all posts

Friday, May 22, 2026

CHAN ON-YING

 

MOTHER MARY (2026, David Lowery, UK, A+30)

 

ชอบสุดขีด เหมือนมันเป็น “โลกทางจิต” บางอย่างที่ใกล้เคียงกับจิตใจเรา เราก็เลยรู้สึกว่าโลกในหนังเรื่องนี้มันดูมีมนตร์ขลังและน่าหลงใหลสำหรับเรามาก ๆ

 

เราเพิ่งดูหนังของ David Lowery ไปแค่ 3 เรื่อง รวมเรื่องนี้ด้วย ตอนนี้เราชอบ THE GREEN KNIGHT (2021) มากสุด ชอบ MOTHER MARY เป็นอันดับสอง และชอบ AIN’T THEM BODIES SAINTS (2013) เป็นอันดับสาม

+++

 

One of my most favorite TV series of all time – ศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย THE FOUNDLING’S PROGRESS (1987, Hong Kong, A+30) นำแสดงโดย หลินจุ้นเสียน (Wilson Lam Chun-yin), หลีหมิง (Leon Lai), เฉินหมิ่นเอ๋อ (Barbara Chan), เซียะหนิง (Tse Ning), ไช่เจียลี่ (Carrie Choi), ซูหย่งคัง (William So Wing-hong) และเฉินอันอิ๋น (Chan On-ying)

 

เป็นละครทีวีที่มีอิทธิพลต่อ romantic fantasy ของเราอย่างมาก เพราะเราได้ดูละครทีวีเรื่องนี้ในช่วงที่เราเป็นวัยรุ่น และมันเป็นช่วงที่ capitalism ยังคงเฟื่องฟูอยู่ (ปลายทศวรรษ 1980) เพราะฉะนั้นละครทีวีเรื่องนี้ก็เลยทำให้เราในวัยรุ่นเต็มไปด้วยความใฝ่ฝันว่า เราอยากมีสามีเป็นหนุ่มออฟฟิศแบบหลินจุ้นเสียนในละครทีวีเรื่องนี้เป็นอย่างมาก

https://web.facebook.com/reel/1025714996785332

 

 

เฉินอันอิ๋นนี่ถือเป็น one of my most favorite actresses of all time เลย ในละครทีวีเรื่องนี้ เธอรับบทเป็น “น้องสะใภ้ของพระเอก” ส่วนผลงานการแสดงเรื่องอื่น ๆ ของเธอ ก็รวมถึงบท “ยัยเซ่อ” ในมังกรหยก (1983) และ “แมงมุม” ใน “ดาบมังกรหยก” (1986)

 

ในยูทูบมีละครทีวีเรื่อง THE FOUNDLING’S PROGRESS ให้ดูนะ ในช่องของ TVB แต่มันไม่มีเพลงไตเติลละครเรื่องนี้

 

ดู THE FOUNDLING’S PROGRESS ได้ที่นี่

https://youtu.be/DAowRCQ1buE?si=p-HFaACQnkeLoFzZ

 

เฉินอันอิ๋น
https://www.themoviedb.org/person/1582036

+++

 

นึกถึงหนังเรื่อง THE MISSION (2023, Amanda McBaine, Jesse Moss, documentary, A+30) เพราะหนังเรื่องนั้นพูดถึงเกาะเซนติเนลที่น่าจะอยู่ในบริเวณใกล้ ๆ เกาะเกรท นิโคบาร์นี้

 

++++

 

เมื่อวานเพิ่งได้ดูหนังเรื่อง KRISHNAVATARAM – PART 1: THE HEART (HRIDAYAM) (2026, Hardik Gajjar, India, A+25) ที่ SF Terminal 21 ดูจบแล้วรู้สึกสนใจเรื่องของพระนางเทราปตีมาก ๆ ก็เลยไปตามอ่านเพิ่มเติม แล้วก็เลยเพิ่งรู้ว่า พระนางเทราปตีมีสามี 5 คน ซึ่งทั้ง 5 คนนี้เป็นพี่น้องกัน น่าสนใจมาก ๆ เลยค่ะ

 

อยากให้มีคนเอาเรื่องราวของ “สุภาพบุรุษจุฑาเทพ” กับเรื่องราวของพระนางเทราปตีมาผสมเข้าด้วยกัน กลายเป็นเรื่องราว fiction เรื่องใหม่ที่นางเอกมีคนเดียว แต่ได้สามี 5 คนที่เป็นพี่ชายน้องชายกัน

 

เรื่องราวของพระนางเทราปตี

https://web.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid025oASnVkCTxFH7SoZ4tNa1b95nzk5QsAQ8tvSgT6bZ2utEHKjAh3Ttym8Cy5uTxHWl&id=100044739000097

 

เพิ่งรู้ว่าเมืองทวารกาของพระกฤษณะ เป็นเมืองใต้ทะเลที่มีอยู่จริง

https://www.silpa-mag.com/history/article_124924

 

+++

THE SUN IN A NET เคยมาฉายที่ห้องสมุดมหาลัยธรรมศาสตร์ ในวันที่ 16 ธ.ค. 2012 แต่เราไม่ได้ไปดู เสียดายมาก ๆ

+++

เราเคยอ่านแค่ 4 จาก 100 ซึ่งก็คือ TO THE LIGHTHOUSE, JANE EYRE, PRIDE AND PREJUDICE และ GREAT EXPECTATIONS แต่ประหลาดใจที่ LORD OF THE FLIES กับ TESS OF THE D’URBERVILLES ไม่ติดอันดับ เพราะเราชอบสองเรื่องนี้ในระดับมากกว่าหรือเท่ากับ TO THE LIGHTHOUSE และชอบมากกว่า JANE EYRE, PRIDE AND PREJUDICE และ GREAT EXPECTATIONS

+++

 

ดีใจสุดขีด เพราะเรายังไม่ได้ดู DERSU UZALA (1975, Akira Kurosawa, 144min), THE ASCENT (1977, Larissa Shepitko, 111min) และ WAR AND PEACE (1965, Sergey Bondarchuk, 6hrs 13min) แต่เราแอบขำที่หนัง WAR AND PEACE ถูกแบ่งออกเป็น 4 parts เมื่อลงยูทูบ แล้วพาร์ทแรกมีคนคลิกดู 2.5 ล้านวิว แต่ part 4 มีคนคลิกดูราว 477,000 วิว ซึ่งนั่นเท่ากับว่า อาจจะมีคนดูหนังเรื่องนี้ทางยูทูบราว 2,023,000 คน หรือ 81% ที่ดูหนังเรื่องนี้ไม่จบ และมีคนที่ดูหนังเรื่องนี้ทางยูทูบจนจบเพียงแค่ราว 19%

 

THE ASCENT

https://www.youtube.com/watch?v=v21lQ449T3Y&t=158s

 

WAR AND PEACE

https://www.youtube.com/watch?v=bIij-KQ0jYU&t=9s

+++

MY NAME IS NOT SUSAN – Whitney Houston

 

ในอันดับเพลงของเรา เพลงนี้

 

1. new entry เข้ามาที่อันดับ 50 ในช่วงสัปดาห์ 15-21 JULY 1991

 

2. ขึ้นไปที่อันดับ 46 ในสัปดาห์ที่สอง (22-28 JULY 1991)

 

3. ขึ้นไปที่อันดับ 25 ในสัปดาห์ที่สาม (29 JULY – 4 AUG 1991)

 

4. ขยับขึ้นมาที่อันดับ 22 ในสัปดาห์ที่สี่ (5-11 AUG 1991)

 

5. ขึ้นมาที่อันดับ 15 ในสัปดาห์ที่ห้า (12-18 AUG 1991)

 

6. ร่วงลงสู่อันดับ 31 ในสัปดาห์ที่หก (19-25 AUG 1991)

 

7. สรุปว่าเพลงนี้ติดอันดับของเรา 6 สัปดาห์ ได้คะแนนรวม 117 คะแนน ติดอันดับสูงสุดคืออันดับที่ 15

 

(สมัยเมื่อราว 30 กว่าปีก่อน เรากับกลุ่มเพื่อนสนิทสมัยมัธยม มีการทำอันดับเพลงของแต่ละคนในแต่ละสัปดาห์ บางคนในกลุ่มก็เริ่มทำอันดับเพลงตั้งแต่ปี 1988 ส่วนเราเพิ่งเริ่มต้นทำอันดับเพลงของตัวเองในปี 1989 และพวกเราก็เอาอันดับเพลงของแต่ละคนมาแลกเปลี่ยนกันดู และต่อมาเมื่อทุกคนแยกย้ายกันไปเข้ามหาลัยแล้ว พวกเรากลุ่มเพื่อนมัธยมก็ยังคงนัดเจอกันสัปดาห์ละครั้งในช่วงที่เรียนมหาลัย และก็ยังคงทำอันดับเพลงของแต่ละคนกันจนเรียนจบมหาลัย

 

เรายังคงเก็บอันดับเพลงที่เคยทำในปี 1989-1994 เอาไว้ในสมุดจด และก็เลยทยอยเอามาแปะในนี้ด้วย เพื่อเป็นการรำลึกถึงหนึ่งในช่วงเวลาที่มีความสุขในชีวิตเมื่อราว 30-40 ปีก่อน)

https://youtu.be/iHJ0_ci8xbk?si=lolnTa9uTlPA-7W3

 

Saturday, May 16, 2026

RIP VALIE EXPORT

SONGS BEGIN WITH LETTER A

 

1. ANATA WO AISHITAI (1988) – Yoko Minamino

2. AKI NO INDICATION (1987) – Yoko Minamino

3. AKI KARA MO, SOBA NI ITE (1988) – Yoko Minamino

4. APPROACH (1986) – Yoko Minamino

5. ANOTHER SLEEPLESS NIGHT (1990) – Shawn Christopher

6. ABC (1987) – Shonentai

7. ABSOLUTELY FABULOUS (1994) – Pet Shop Boys

8. ALL AT ONCE (1985) – Whitney Houston

9. ALL AROUND THE WORLD (1989) – Lisa Stansfield

10. ALL OF ME (BOY OH BOY) (1988) – Sabrina

+++

 

เห็นว่าใกล้จะมีฟุตบอลโลก เราก็เลยนึกถึงเพลงประจำฟุตบอลโลกเพลงนี้ TOUCHED BY THE HAND OF CICCIOLINA (1990) – Pop Will Eat Itself

https://youtu.be/LNWu7Ejm_TM?si=3yerzanYO9QddsMw

++++

รุนแรงมาก ๆ เราเคยดูหนังสองเรื่องที่พูดถึง Wallis Simpson ซึ่งก็คือ THE WOMAN HE LOVED (1988, Charles Jarrott) กับ W.E. (2011, Madonna) แต่ทั้งสองเรื่องนี้ก็เหมือนเน้นแค่การเชิดชูความรักต่างฐานันดรของนางเอก และก็เลยไม่ได้พูดถึงชีวิตบั้นปลายของ Wallis ที่ตกเป็นเหยื่อของทนายสาวเจ้าเล่ห์

+++

 

ฉันรักเขา Benyu Zhang from PEGASUS 3 (2026, Han Han, China, A+30)

 

รูปมาจาก PEGASUS (2019) ภาคแรกนะ เพราะว่าในภาค 3 Benyu Zhang ไม่ยอมถอดเสื้อเลย 55555

++++

เพิ่งสังเกตว่า หนังฮ่องกงเรื่อง MEN FROM THE GUTTER (1983, Lam Ngai Choi) เข้าฉายแบบเสียงภาษาจีน 4 โรง และเสียงพากย์ไทยแค่โรงเดียว คือโรงจักรวาล (มันตั้งอยู่ที่ไหนนะ)

 

+++

 

ฉันรักเขา Fan Chengcheng from PEGASUS 3 (2026, Han Han, China, A+30)

ฉันรักเขา Hu Xianxu from PEGASUS 3 (2026, Han Han, China, A+30)

ฉันรักเขา Johnny Huang from PEGASUS 3 (2026, Han Han, China, A+30)

ฉันรักเขา Zhang Xincheng from PEGASUS 3 (2026, Han Han, China, A+30)

+++

 

งดงามที่สุด พออ่านจบแล้วเมื่อกี้เราเลยลองเข้าไปดู instagram ของ Jiab Prachakul แล้วก็พบว่าคุณเจี๊ยบ ประชากุล เคยจัดโปรแกรมฉายภาพยนตร์ที่เธอชื่นชอบ 3 เรื่องให้ Austin Film Society ด้วย โดยภาพยนตร์ 3 เรื่องนั้นก็คือ

 

1. Floating Weeds (1959) by Yasujiro Ozu
2. A Summer's Tale (1996) by Eric Rohmer
3. Uncle Boonmee Who Can Recalled His Past Lives (2010) by Apichatpong Weerasethakul

https://web.facebook.com/sarunyoo.threesukon/posts/pfbid0QLDzERrnNXSSzK4vbVKA6JhDXJv3HUCTcsAbSH2rzFPpKncHjTrdyJ44C6Rs81R9l

 

https://www.instagram.com/p/DFsvoueNoTz/?img_index=1

 

แนท วาสนา

https://web.facebook.com/1990songshit/posts/pfbid0LcRdoxW7uuiHp2nBY8rNCuB7NGwt9ioiNL5xdDyT6Ewky58qc3qUbFk3gE8dNr9ml

 

BP PORTRAIT AWARD 2020

https://www.npg.org.uk/whatson/exhibitions/2020/bp-portrait-award-2020/exhibition/

+++

 

เพิ่งเห็นว่า เว็บไซต์ GOETHE ON DEMAND มีหนังเรื่อง DARK BLUE GIRL (2017, Mascha Schilinski, Germany, 103min) ให้ดูด้วย กรี๊ดดด ดีใจมาก ๆ เพราะว่าเราชอบ SOUND OF FALLING (2025, Mascha Schilinski) อย่างสุดขีด เราก็เลยอยากดูหนังเรื่องอื่น ๆ ของ Mascha Schilinski มาก ๆ

https://goethe-on-demand.de/

++++

 

บันทึกว่า ตอนนี้เราจอประสาทตาฉีกขาดอีกแล้ว เป็นจุดที่ 5

 

คือเมื่อ 4-5 วันก่อน เราเริ่มเห็นจุดสีดำลอยไปลอยมา ซึ่งเป็นอาการที่เราก็เจอบ้างเป็นครั้งคราว เราก็เลยไม่กังวลอะไร แต่พอผ่านไป 4 วัน มันก็ยังไม่หายไป เราก็เลยตัดสินใจไปหาหมอในวันพุธที่ 13 พ.ค.

 

ปรากฏว่าหมอตรวจพบว่า วุ้นลูกตาเสื่อมของเรามันไปดึงรั้งจอประสาทตา ทำให้จอประสาทตาฉีกขาด (retinal breaks without detachment) หมอก็เลยรักษาเราด้วยการยิงเลเซอร์ ค่ารักษาอยู่ที่ 18457 บาท เสร็จแล้วก็ห้ามออกกำลังกายเป็นเวลานาน 1 เดือน

 

ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 5 แล้ว เพราะก่อนหน้านี้เราก็เคยเป็นจอประสาทตาฉีกขาดมาแล้ว 4 ครั้งในปี 2019 โดยครั้งก่อนหน้านี้คือวันที่ 10 ก.ย. 2019 หรือเมื่อราว 7 ปีก่อน

 

เราก็เลยเซ็ง เพราะโรคที่เรานึกว่าเราหายขาดไปแล้วเมื่อ 7 ปีก่อน ตอนนี้เรากลับมาเป็นอีกแล้ว แต่ก็ยังโชคดีที่จอประสาทตาของเรายังไม่ได้หลุดลอก และโรค พังผืดบนศูนย์กลางจอประสาทตา” ของเราก็ยังคงที่ ไม่ได้เลวร้ายลงจนถึงขั้นต้องผ่าตัด

 

แต่เราก็คิดว่า มันคงเป็นผลกรรมจากที่เราเคยแกล้งลูกแมวตอนที่เรายังเป็นเด็กนั่นแหละ แสดงว่าเรายังใช้กรรมไม่หมด ก็คงต้องทยอยใช้กรรมที่เราเคยทำไว้ในตอนเด็กกันต่อไป

++++

 

วันนี้ไปเดิน Kinokuniya สาขา Central World เจอหนังสือ LOACH ON LOACH เราเลยซื้อมาให้ลูกหมีอ่าน เพราะเราเคยดูหนังของ Ken Loach ไปแล้ว 8 เรื่อง และก็ชอบหนังของเขาอย่างสุดขีดมาก ๆ

 

เรายังไม่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้นะ แต่เราเข้าใจว่ามี Chapter นึงของหนังสือเล่มนี้ ที่ให้ Ken Loach พูดถึงการเมืองอังกฤษอย่างเต็ม ๆ โดยเน้นไปที่สมาชิกคนสำคัญของพรรคแรงงานอังกฤษในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึง Keir Starmer นายกรัฐมนตรีอังกฤษคนปัจจุบัน ซึ่งนั่นเป็นเพราะว่า Loach เคยกำกับหนังสารคดีเรื่อง THE SPIRIT OF ’45 (2013, 94min) ที่พูดถึงการเมืองอังกฤษอย่างตรง ๆ เพราะฉะนั้นเวลาที่เขาพูดถึงหนังเรื่องนี้ มันก็เลยกลายเป็นการสัมภาษณ์ความเห็นของเขาที่มีต่อการเมืองอังกฤษในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมาไปด้วยโดยปริยาย

 

เข้าใจว่า สำนักพิมพ์ Faber ออกหนังสือชุดผู้กำกับภาพยนตร์นี้มาแล้ว 24 เล่ม แต่เราซื้อเก็บไว้แค่ 2 เล่ม คือ MALLE ON MALLE กับ LOACH ON LOACH

 

ส่วนที่ร้าน Kinokuniya Central World เราเห็นมีหนังสือ CRONENBERG ON CRONENBERG กับ TRIER ON VON TRIER วางขายอยู่ด้วยนะ แล้วก็มีหนังสือที่น่าสนใจเล่มอื่น ๆ วางขายอีกมากมายหลายเล่ม อย่างเช่น JAPANESE HORROR CINEMA AND DELEUZE ของ Rachel Elizabeth Barraclough, IN THE MOOD FOR TEXTURE: THE REVIVAL OF BANGKOK AS A CHINESE CITY ของ Anika Fuhrmann, หนังสือของ A24 จำนวนมากมายหลายเล่ม, หนังสือเกี่ยวกับ Tilda Swinton เล่มละ 2000 กว่าบาท และหนังสือเกี่ยวกับหนังเรื่อง WHEN A WOMAN ASCENDS THE STAIRS (1960, Mikio Naruse) เล่มละ 700 กว่าบาท

 

JAPANESE HORROR CINEMA AND DELEUZE

https://www.bloomsbury.com/uk/japanese-horror-cinema-and-deleuze-9781501375026/

 

+++

 

RIP VALIE EXPORT (1940-2026)

 

Valie Export เป็นเจ้าแม่หนังทดลองแห่งออสเตรีย เราเคยดูภาพยนตร์ของเธอแค่เรื่องเดียว ซึ่งก็คือ SEEING SPACE AND HEARING SPACE (1974, Austria, A+30) ที่ทาง Filmvirus เคยนำมาฉายที่ห้องสมุดมหาลัยธรรมศาสตร์ เราชอบหนังเรื่องนี้มาก ๆ

 

และเราก็เคยดูวิดีโอเรื่อง WOMEN (VALIE) (2022, Karin Fisslthaler, Austria, video installation, 7min, A+30) ที่เป็นการ tribute ให้ Valie Export ด้วย

 

ชื่อ Valie Export ของเธอนั้น ไม่ใช่ชื่อที่เธอได้มาแต่กำเนิด เพราะเธอเปลี่ยนชื่อของตัวเองจาก Waltraud Hollinger  มาเป็น Valie Export ในปี 1967 เพราะเธอไม่ต้องการใช้ทั้งนามสกุลของบิดาและของสามีของเธอ โดยเธอเคยกล่าวในการให้สัมภาษณ์ว่า

 

"I did not want to have the name of my father [Lehner] any longer, nor that of my former husband Hollinger. My idea was to export from my 'outside' (heraus) and also export, from that port. The cigarette package was from a design and style that I could use, but it was not the inspiration."

 

ในปี 1968 Valie Export เคยทำการแสดงครั้งสำคัญที่มีชื่อว่า ACTION PANTS: GENITAL PANIC ด้วยการเดินเข้าไปในโรงภาพยนตร์ที่มิวนิคโดยใส่กางเกงไร้เป้า เพื่อโชว์อวัยวะเพศหญิงของเธอ แล้วเธอก็เดินไปรอบ ๆ ผู้คนในโรงภาพยนตร์โดยให้อวัยวะเพศหญิงของเธออยู่ในระดับเดียวกับใบหน้าของผู้ชม

 

Export entered an art cinema in Munich, wearing crotchless pants, and walked around the audience with her exposed genitalia at face level. It aimed toward provoking thought about the passive role of women in cinema and confrontation of the private nature of sexuality with the public venues of her performances. In an interview in Ocula Magazine, the artist stated that: "The fear of the vulva is present in mythology, where it is depicted devouring man. I don't know if this fear has changed.”

 

งานวิดีโออันหนึ่งของเธอคือ FACING A FAMILY (1971) ที่แพร่ภาพทางโทรทัศน์ในวันที่ 2 ก.พ. 1971 โดยวิดีโอนี้แสดงภาพของครอบครัวชนชั้นกลางชาวออสเตรียที่กำลังรับประทานอาหารเย็นและดูโทรทัศน์ไปด้วย และนั่นก็เท่ากับว่า รายการโทรทัศน์นี้กำลัง “ยื่นกระจก” ให้แก่ครอบครัวชนชั้นกลางชาวออสเตรียอีกหลายครอบครัวที่กำลังรับชมรายการโทรทัศน์นี้อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง ครอบครัวชนชั้นกลางชาวออสเตรียหลายครอบครัวได้ดูรายการโทรทัศน์ที่แสดงให้เห็นครอบครัวชนชั้นกลางชาวออสเตรียครอบครัวหนึ่งกำลังดูโทรทัศน์อยู่ นอกจากนี้ งานวิดีโอนี้ก็เป็นการส่องสะท้อนความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่าง  subject, spectator, and television ด้วย

 

ในภาพยนตร์เรื่อง REMOTE (1973) นั้น Valie Export ใช้มีดขุดหนังกำพร้าของเธอเป็นเวลานาน 12 นาที เพื่อสะท้อนว่าเรือนร่างของผู้หญิงได้รับความเสียหายมากเพียงใดจากการทำตามมาตรฐานความงามของสังคม

 

Valie Export พยายามต่อต้านแรงกดดันทางสังคมในยุคนั้นที่พยายามกระตุ้นให้ผู้หญิงกลายเป็น “แม่” และ “เมีย” ด้วย โดยเธอเคยกล่าวในหนังสือ VALIE EXPORT: FRAGMENTS OF THE IMAGINATION ที่เขียนโดย Roswitha Mueller ในปี 1994 ว่า

"VALIE EXPORT: I am interested in postmodern theories of the subversion of the subject since I would like to dissolve the traditional view of the subject, which had contributed to the oppression of women. It could also be helpful in freeing women from social norms and enforced codes like motherhood. But I do not follow postmodern philosophers when they equate the questions concerning women's subjectivity with a confirmation of phallocentrism. The phenomenological attempt to overcome Hegel's dialectics in certain postmodern theories seems rather conservative to me." (from page 213)


"VALIE EXPORT: First, I do understand the dangers of my recommendation to women to refuse natural reproduction. Yet, I think the whole essentialism debate has to be taken out of its abstract philosophical framework, because there one can always find yet another logical trip-up. What I am trying to call attention to is the necessity to change the whole concept of motherhood, the ideological coercion of women to become mothers and wives that is the core of the cultural determination of our bodies. Only in this framework can what I say make any sense. Certainly, I do not propose in actuality that an individual woman should no longer give birth if she feels like it; rather, it is the coercion I am trying to counteract. And from this perspective, artificial reproduction is equally dangerous, because it can potentially increase the pressure on women if they are not in charge of their lives and if they are not involved in these debates." (from page 222)

 

ภาพจากหนังเรื่อง SYNTAGMA (1983, Valie Export)

++++

 

วันนี้ไปกินข้าวเย็นที่ร้าน ANYA’S PLACE อยู่ห่างจากหอภาพยนตร์ ศาลายา เพียงแค่ 3 กิโลเมตร อาหารอร่อยดีค่ะ

https://web.facebook.com/Anyarestaurant

++++

 

เพิ่งรู้จากเพื่อนว่า เกย์รุ่นใหม่เขานิยมไป hang out กันที่ลานเกย์ รัชโยธิน ที่อยู่แถว ๆ ผับ “ท่าช้าง รัชโยธิน” กับโรงหนังเมเจอร์รัชโยธิน เห็นมีคลิปใน instagram กับ tiktok เยอะมากที่พูดถึงประเด็นนี้

 

รู้สึกว่าเป็นอะไรที่ดีงามมาก ๆ เราก็ไปดูหนังที่เมเจอร์รัชโยธินบ่อย ๆ แต่ก็ไม่เคยรู้ว่ามีอะไรแบบนี้เลย เพราะว่าพอหนังเลิกราว ๆ 4 ทุ่มเราก็เดินออกทางเชื่อมรถไฟฟ้าด้านหน้า เราก็เลยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่ลานด้านหลัง

 

เรารู้แค่ว่า แถวนั้นมันมีผับบาร์อยู่บ้าง และก็น่าจะมีร้านอาหารบางร้านที่มันยังคงเปิดในเวลาดึก ๆ ดื่น ๆ มีร้านราเมงข้อสอบกับสตาร์บัคส์ที่เปิด 24 ชั่วโมง และร้านอาหารหลายร้านที่ปิดตีหนึ่งหรือตีสอง อาคารด้านหลังเมเจอร์รัชโยธินมันมีร้านอาหารเยอะมาก และห้องน้ำในอาคารนั้นน่าจะเข้าออกได้ตลอด 24 ชั่วโมงมั้ง

 

เพราะฉะนั้นลานตรงนั้นมันก็เลยอาจจะเหมาะดี เพราะมันดูเหมือนเปิดไฟสว่างไสว ดูปลอดภัย เดินเหินได้อย่างอิสระ ไม่ต้องเสียตังค์ มีร้านอาหารร้านกาแฟที่เปิด 24 ชั่วโมง มีห้องน้ำให้เข้าไปปัสสาวะและทำอะไรอย่างอื่น ๆ ได้

 

หวังว่าจะมีคนทำหนังสั้นเกี่ยวกับลานเกย์รัชโยธินมาให้พวกเราได้ดูกันนะคะ

https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid0JTP4ocFUSwR2WmVHo7txVBF924NdVdKMVFcb1hMA3wzb4XLfuBty7ZT4fzBjjPe4l

 

 


Tuesday, May 12, 2026

TIGERS CAN BE SEEN IN THE RAIN

 

LEMON TREE (2023, Rachel Walden, USA, 18min, A+30)

 

TIGERS CAN BE SEEN IN THE RAIN (2025, Oscar Ruiz Navia, Colombia/Canada, 15min, A+30)

 

เราเดาว่านี่คือหนังส่วนตัวที่ผู้กำกับทำขึ้นเพื่ออุทิศให้กับน้องสาวของเขาที่เสียชีวิตไปในปี 2023 หนังประกอบด้วยภาพพื้นที่ต่าง ๆ ในโคลอมเบียและแคนาดา, ฟุตเตจโฮมวิดีโอที่ผู้กำกับกับน้องสาวเคยถ่ายไว้ในวัยเด็ก และเสียงประกอบที่เราเข้าใจว่า เป็นเสียงของน้องสาวที่เคยอัดเก็บไว้ และเสียงของคนที่เห็นวิญญาณของน้องสาว

 

ภาพบางส่วนในหนังเรื่องนี้ทำให้เรานึกถึงหนังเรื่องอื่น ๆ ของ Oscar Ruiz Navia ที่เราเคยดูมาแล้ว เพราะว่าฟุตเตจโฮมวิดีโอของครอบครัวที่ไปเที่ยวชายทะเล ก็ทำให้นึกถึง CRAB TRAP (2009, Oscar Ruiz Navia, Colombia) ที่เคยมาฉายใน World Film Festival of Bangkok ส่วนภาพช่วงต้นเรื่อง ที่แสดงให้เห็นลานเล่นสเก็ตและ graffiti มากมาย ก็ทำให้นึกถึง THE MUSHROOMS (2014, Oscar Ruiz Navia, Colombia) ซึ่งเป็นหนังที่เราชื่นชอบที่สุดที่ได้ดูในปี 2017

 

ไม่แน่ใจว่าชื่อหนังเรื่องนี้ TIGERS CAN BE SEEN IN THE RAIN หมายถึงอะไร เพราะเหมือนตัวหนังก็ไม่ได้มีการพูดถึงอะไรที่เกี่ยวข้องกับประโยคนี้ แต่ชื่อหนังเรื่องนี้ทำให้นึกถึงหนังเรื่อง COULD SEE A PUMA (2011, Eduardo Williams, Argentina, A+30) ที่ชื่อหนังก็สร้างความพิศวงพอ ๆ กัน 55555

 

TIGERS CAN BE SEEN IN THE RAIN เหมาะฉายควบกับ THE EXISTENCE OF BABYLON ขัตติยนคร (2021, จารุพล เจริญพิเชฐ A+30) เพราะว่าหนังสองเรื่องนี้นำโฮมวิดีโอที่เคยถ่ายไว้ในอดีตมาใช้ประโยชน์ใหม่ได้อย่างน่าประทับใจมาก ๆ เหมือนกัน

+++

 

เราชอบหนังเรื่อง DISCOURSE, EARTH พิภพบรรฑูรย์ (2001, อุทิศ เหมะมูล, 25min, A+30) อย่างรุนแรงมาก

+++

THE SALT FISHERMAN (2011, Ziad Bakri, Palestine, 18min, A+30)

 

เรียกว่าเป็น “หนังแอบเสิร์ด” ได้หรือเปล่า

 

Ziad Bakri เป็นลูกชายของ Mohammad Bakri ซึ่งเป็นผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง JENIN, JENIN (2003, documentary, A+30) และ JANIN, JENIN (2024, documentary, A+30) โดยที่ Ziad ให้พ่อของเขามานำแสดงในหนังสั้นเรื่องนี้ด้วย

+++

 

เราได้ดูหนังของ Hirokazu Koreeda ไป 13 เรื่อง และก็ชอบ THE THIRD MURDER (2017) มากที่สุดในบรรดา 13 เรื่องนี้

+++

 

เนื่องจากวันพฤหัสบดีนี้จะมีหนังเข้าฉายเยอะมาก แล้วหนังเก่าเราก็ยังดูไม่หมด เราก็เลยทำรายชื่อสรุปหนังโรงที่เราอาจจะดูในช่วงวันที่ 13-20 พ.ค. 2026

 

1. AI GLAE, MY BELOVED FRIEND ไอ้แกละเพื่อนรัก (1972, Surapol Tonawanig, 168min)

ฉายที่หอภาพยนตร์ ศาลายา

 

2. BILLIE EILISH: HIT ME HARD AND SOFT  -- THE TOUR LIVE IN 3D (2026, James Cameron, Billie Eilish, 114min)

 

3. THE CHILDREN OF CHAO PHRAYA RIVER ลูกเจ้าพระยา (1977, Charin Nuntanakorn, 124min)

ฉายที่หอภาพยนตร์ ศาลายา

 

4. ENHYPEN: IMMERSION IN CINEMAS (2026, South Korea, 56min)

 

5. GHOSTFLUENCER สาปเมือง (2026, Anawat Promjae, 105min)

 

6. GREETINGS FROM MARS (2024, Sarah Winkenstette, Germany, 85min)

ฉายที่หอภาพยนตร์ ศาลายา

 

7. IN THE GREY (2026, Guy Ritchie, UK, 98min)

 

8. THE KING’S WARDEN (2026, Jang Hang-jun, South Korea, 116min)

 

9. KRISHNAVATARAM – PART 1: THE HEART (HRIDAYAM) (2026, Hardik Gajjar, India, 150min)

 

10. MERRILY WE ROLL ALONG (2025, Maria Friedman, musical, 145min)

 

11. THE MOBARAK (2015, Mohammadreza Najafi, Iran, 80min)

ฉายที่หอภาพยนตร์ ศาลายา

 

12. MORTAL KOMBAT II (2026, Simon McQuoid, 116min)

 

13. MOTHER MARY (2026, David Lowery, 111min)

 

14. ON THE WATERFRONT (1954, Elia Kazan, 108min)

ฉายที่หอภาพยนตร์ ศาลายา

 

15. PATI PATNI AUR WOH DO (2026, Mudassar Aziz, India)

 

16. PEGASUS 3 (2026, Han Han, China, 126min)

 

17. THE SHEEP DETECTIVES (2026, Kyle Balda, Ireland, 109min)

มีตัวละครพูดในช่วง end credits

 

18. THAT TIME I GOT REINCARNATED AS A SLIME THE MOVIE: TEARS OF THE AZURE SEA (2026, Yasuhito Kikuchi, Japan, animation, 105min)

 

19. 3 GOOD GUYS (2026, Boi Kwong, Singapore, 107min)

 

20. TOP GUN (1986, Tony Scott, 110min, เคยดูแล้วในรูปแบบวิดีโอเทป)

 

ภาพจาก THE KING’S WARDEN

+++

 

ชอบสุดขีด ทั้ง CRAZY FOR YOU, SMOOTH OPERATOR, EVERYBODY WANTS TO RULE THE WORLD ส่วนเพลง ONE NIGHT IN BANGKOK นี่ก็คลาสสิคมาก ๆ

+++

 

ปี 2009 นี่ถือเป็นอีกปีที่พีคสุดขีดสำหรับ cinephiles in Bangkok เพราะปีนั้นมีทั้งงาน ALAIN TANNER RETROSPECTIVE และ LAV DIAZ RETROSPECTIVE จัดขึ้นในกรุงเทพ และเราก็ยังคงจดจำความสุขในสองงานนี้ได้ดีแม้เวลาจะผ่านมานาน 17 ปีแล้วก็ตาม

+++

 

มีอย่างน้อย 5 เรื่องครับ เพราะว่าจิตรได้ดู JONAH WHO WILL BE 25 IN THE YEAR 2000 (1976), LIGHT YEARS AWAY (1981), IN THE WHITE CITY (1983), MESSIDOR (1979) กับ CHARLES, DEAD OR ALIVE (1969) ในงาน World Film ปีนั้น แต่ไม่แน่ใจว่าปีนั้นมีฉาย THE SALAMANDER (1971) ด้วยหรือเปล่า

++++

 

ดีใจสุดขีด Chaka Khan ซึ่งมีอายุ 73 ปี เพิ่งออกมิวสิควิดีโอเพลงใหม่ CHAKZILLA

https://youtu.be/jFrZ28YkFZ4?si=pJWclcLXREUTvw4p

 

Tuesday, April 28, 2026

THE DRAMA AND OTHER COMEDY OF MANNERS FILMS

 

เนื้อเพลง INDIA SONG แปลโดยกูเกิล

Song,

You who want to say nothing

You who speak to me of her

And you who tell me everything

Oh, you,

That we danced together

You who spoke to me of her

 Of her who sang to you

You who spoke to me of her

Of her forgotten name

Of her body, of my body

 Of that love

Of that dead love

Song,

Of my distant land

You who will speak of her

Now vanished

You who speak to me of her

 Of her erased body

Of her nights, of our nights

Of that desire

Of that dead desire

Song,

You who want to say nothing

 You who speak to me of her

 And you who tell me everything

 And you who tell me everything

 

เนื้อเพลง INDIA SONG

Chanson,

Toi qui ne veux rien dire

Toi qui me parles d'elle

Et toi qui me dis tout

Ô, toi, Que nous dansions ensemble

Toi qui me parlais d'elle

D'elle qui te chantait

Toi qui me parlais d'elle

De son nom oublié

De son corps, de mon corps

De cet amour là

De cet amour mort

Chanson,

De ma terre lointaine

Toi qui parleras d'elle

Maintenant disparue

Toi qui me parles d'elle

De son corps effacé

De ses nuits, de nos nuits

De ce désir là

De ce désir mort

Chanson,

Toi qui ne veux rien dire

Toi qui me parles d'elle

Et toi qui me dit tout

Et toi qui me dit tout

+++

 

RIP LUIS PUENZO (1946-2026)

 

Luis Puenzo เสียชีวิตเมื่อวันที่ 21 เม.ย.ขณะอายุได้ 80 ปี เราเคยดูหนังที่เขากำกับแค่เรื่องเดียว ซึ่งก็คือ THE PLAGUE (1992, Luis Puenzo, France/UK/Argentina) ที่ทาง Filmvirus เคยนำมาฉาย หนังเรื่องนี้สร้างจากบทประพันธ์ของ Albert Camus และนำแสดงโดย Sandrine Bonnaire กับ William Hurt

 

Luis Puenzo เคยกำกับ THE OFFICIAL STORY (1985, Argentina) ที่ได้รับรางวัลออสการ์หนังภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม และเขาก็กำกับ OLD GRINGO (1989) ที่ส่งผลให้ Jane Fonda ได้เข้าชิงรางวัล Razzie สาขา Worst Actress แต่ผู้ชนะรางวัล Worst Actress ในปีนั้นคือ Heather Locklear จาก THE RETURN OF SWAMP THING (1989, Jim Wynorski)

 

ภาพจาก THE PLAGUE

++++

 

DOUBLE DOUBLE BILL FILM WISH LIST

 

FIRST DOUBLE BILL -- MY FAVORITE ROMANTIC FILMS

THE DRAMA (2026, Kristoffer Borgli)

+ REMINDERS OF HIM ร่องรอยรัก (2026, Vanessa Caswill)

 

SECOND DOUBLE BILL – MY FAVORITE COMEDY OF MANNERS FILMS

THE DRAMA (2026, Kristoffer Borgli)

+ THE MISANTHROPE "เกลียดมนุษย์" (2017, Clement Hervieu-Leger, filmed theater, from the play by Molière, 180min)

 

1. เป็นโชคดีของ REMINDERS OF HIM มาก ๆ ที่เราได้ดูหนังเรื่องนี้ก่อนดู THE DRAMA เพราะว่าถ้าหากเราได้ดู REMINDERS OF HIM หลังจากดู THE DRAMA ระดับความชอบของเราที่มีต่อ REMINDERS OF HIM อาจจะลดลงไปเยอะ

 

อย่างที่ทุกคนรู้กันดีอยู่แล้วว่า ปกติแล้วเราจะไม่อินกับ “หนังโรแมนติกโดยทั่วไป” ซึ่งสาเหตุสำคัญอาจจะเป็นเพราะว่า หนังโรแมนติกโดยทั่วไปชอบนำเสนอตัวละครนางเอกที่เป็น “สาวสวย น่ารัก นิสัยดี อ่อนหวาน น่าทะนุถนอม” อะไรทำนองนี้ เพื่อตอบสนอง romantic fantasy ของผู้ชมเพศชายบางกลุ่ม (อย่างเช่น THE STORY OF A SMALL TOWN (1979, Lee Hsing, Taiwan, A+30))  ซึ่งตัวละครนางเอกประเภทนี้เป็นตัวละครที่เราไม่สามารถ identify ตัวเองด้วยได้แต่อย่างใด เราก็เลยไม่ค่อยอินกับหนังโรแมนติกเหล่านี้

 

และปัจจัยนี้ก็เลยเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เราชอบ REMINDERS OF HIM มาก ๆ เพราะตัวละครนางเอกของหนังเรื่องนี้มีความแตกต่างจากตัวละครนางเอกในหนังกลุ่มข้างต้น REMINDERS OF HIM ก็เลยกลายเป็นหนังโรแมนติกที่เราชอบสุดขีดเรื่องนึง

 

แต่พอเราได้ดู THE DRAMA หนังเรื่องนี้ก็เลยทำให้เรานึกถึง REMINDERS OF HIM มาก ๆ ในบางจุด ซึ่งเราคงไม่สามารถเขียนถึงมันได้ในตอนนี้ เพราะเดี๋ยวมันจะเป็นการสปอยล์ THE DRAMA แต่เรารู้สึกว่า THE DRAMA มันทำให้ REMINDERS OF HIM จืดไปเลย เพราะพอเทียบหนังสองเรื่องนี้เข้าด้วยกันแล้ว เรารู้สึกว่า THE DRAMA มันผลักดันอะไรหลาย ๆ อย่างไปไกลกว่า REMINDERS OF HIM มาก ๆ และมันมี “ความไม่ประนีประนอม” สูงมาก ๆ เมื่อเทียบกับ REMINDERS OF HIM (แน่นอนว่า THE DRAMA มันมีความประนีประนอมสูงมากเมื่อเทียบกับ “หนังอาร์ตเฮาส์” แต่มันขึ้นอยู่กับว่า คุณเลือกจะเทียบ THE DRAMA กับอะไร 55555)

 

เราก็เลยรู้สึกว่า เป็นโชคดีมาก ๆ สำหรับ REMINDERS OF HIM ที่เราได้ดูหนังเรื่องนี้ก่อนดู THE DRAMA เพราะทั้งสองเป็น “หนังโรแมนติก” ที่เราอินด้วยมาก ๆ ในระดับนึงด้วยเหตุผลที่ใกล้เคียงกัน แต่ถ้าหากเทียบหนังสองเรื่องนี้เข้าด้วยกันแล้ว REMINDERS OF HIM เหมือนเป็นการวิ่งริมชายหาดประจวบคีรีขันธ์ระยะ 10 กิโลเมตร แต่ THE DRAMA เป็นการวิ่งฝ่าดงกับระเบิดระยะ 10 กิโลเมตร

 

2. THE DRAMA ทำให้เรานึกถึง THE MISANTHROPE “เกลียดมนุษย์” มาก ๆ ด้วย เพราะหนังทั้งสองเรื่องนี้มันตั้งคำถามเกี่ยวกับประเด็นที่ว่า “เราควรพูดตอแหล หรือเราควรพูดความจริง” เหมือน ๆ กัน และหนังทั้งสองเรื่องนี้มันเหมือนวิเคราะห์ท่าที, มารยาท และทัศนคติของผู้คนในสังคมเหมือน ๆ กัน เพียงแต่ว่า THE MISANTHROPE มันมุ่งเป้าไปที่ประเด็นนี้เป็นหลัก ส่วน THE DRAMA อาจจะแตะประเด็นนี้เพียงแค่นิดหน่อยเท่านั้น และอาจจะให้ความสำคัญกับประเด็นอื่น ๆ มากกว่า

 

ถ้าหากเราจำไม่ผิด ตัวละครพระเอกของ THE MISANTHROPE “เกลียดมนุษย์” คือ Alceste ชายหนุ่มที่มุ่งมั่นที่จะ “ไม่พูดตอแหล” เขาพูดตามสิ่งที่เขาคิดจริง ๆ เพราะฉะนั้นเขาก็เลยพูดตำหนิข้อบกพร่องของเพื่อน ๆ ทุกคนในสังคมรอบตัวเขา จนเขากลายเป็นที่รังเกียจของสังคมในที่สุด และเขาก็รังเกียจตัวเองด้วยที่เขาตกหลุมรัก Célimène หญิงสาวที่เข้าสังคมได้อย่างคล่องแคล่ว

 

เราชอบ THE MISANTHROPE “เกลียดมนุษย์” มาก ๆ เพราะมันเหมือนชำแหละ “มารยาททางสังคม” ได้อย่างรุนแรงสุดขีดมาก และมันเล่นกับประเด็นเรื่อง “การพูดตอแหล การพูดความจริง และความเหมาะสมทางสังคม” ได้อย่างละเอียดยิบมาก ๆ

 

เพราะฉะนั้นพอเราดู THE DRAMA เราก็เลยนึกถึง THE MISANTHROPE “เกลียดมนุษย์” มากพอสมควร เพราะถึงแม้ว่าประเด็นหลักของหนังทั้งสองเรื่องนี้ไม่เหมือนกัน แต่หนังทั้งสองเรื่องนี้ก็นำเสนอ HYPOCRISY ของผู้คนในสังคมได้อย่างน่าสนใจสุดขีดสำหรับเราเหมือน ๆ กัน

 

3. เราไม่แน่ใจว่า THE DRAMA นี่ถือเป็น COMEDY OF MANNERS ได้หรือเปล่านะ แต่เราอยากให้มีคนเขียนวิเคราะห์ THE DRAMA โดยเทียบกับหนัง COMEDY OF MANNERS เรื่องอื่น ๆ มาก ๆ เพื่อดูว่าหนัง COMEDY OF MANNERS แต่ละเรื่อง มัน “สะท้อนสังคมที่แตกต่างกัน” ได้อย่างแตกต่างกันอย่างไร, หนัง COMEDY OF MANNERS แต่ละเรื่อง มันชำแหละมนุษย์ได้ดีเพียงใด และตัวละครนางเอกของ THE DRAMA มันมีความเหมือนหรือความแตกต่างกันอย่างไรกับตัวละครนางเอกของหนัง COMEDY OF MANNERS เรื่องอื่น ๆ

 

หนังที่เราเข้าใจว่าเป็น COMEDY OF MANNERS ก็มีเช่น
(เรายังไม่ได้ดูหนังบางเรื่องในลิสท์ข้างล่างนี้นะ ข้อมูลพวกนี้เรากูเกิลเอา เพื่อดูว่าอินเทอร์เน็ตมันบอกว่าหนังเรื่องใดบ้างเป็น
COMEDY OF MANNERS)

 

3.1 THE FAN (1949, Otto Preminger) สร้างจากบทละครเวที LADY WINDERMERE’S FAN ของ Oscar Wilde

 

3.2 SMILES OF A SUMMER NIGHT (1955, Ingmar Bergman, Sweden)

 

3.3 MY FAIR LADY (1964, George Cukor)

 

3.4 MY NIGHT AT MAUD’S (1969, Eric Rohmer, France)

 

3.5 THE HEARTBREAK KID (1972, Elaine May)

 

3.6 A ROOM WITH A VIEW (1986, James Ivory)

 

3.7 MAY FOOLS (1990, Louis Malle, France)

 

3.8 THE REMAINS OF THE DAY (1993, James Ivory)

 

3.9 THE IMPORTANCE OF BEING EARNEST (2002, Oliver Parker, from a play by Oscar Wilde)

 

3.10 THE MISANTHROPE "เกลียดมนุษย์" (2017, Clement Hervieu-Leger, filmed theater)

 

Tuesday, June 11, 2024

HITS IN THAILAND

 

TIDE-BOUND (2024, Prach Pimarnman, video installation, 15.30min)

 

เราดูไปแค่ 5 นาทีนะ เพราะเราต้องนั่งคุกเข่าดูกับพื้น 55555 ดูแล้วรู้สึกเมาคลื่นเมาเรือมากๆ แอบสงสัยว่าศิลปินต้องการให้ผู้ชมนั่งอย่างไม่สบายขณะดูวิดีโอชิ้นนี้หรือเปล่า เพื่อที่ผู้ชมจะได้เข้าใจความรู้สึกของคนกลุ่มนั้นในอดีตมากยิ่งขึ้น

 

ดูที่ SAC GALLERY ในสัปดาห์ที่แล้ว

 

เห็นคุณเต้ ไกรวุฒิเขียนถึง “เพลงต่างชาติที่ฮิตระเบิดในไทย แต่เมืองนอกดับสนิท” เราก็นึกถึงเพลง HAVE YOU EVER SEEN THE RAIN? (1990) ของ Joan Jett ขึ้นมาเลย 55555 เพราะเราจำได้ว่า ในยุคนั้นเราได้ยินเพลงนี้บ่อยมาก ๆ ในไทย คือถ้าหากยุคนั้นมีการเก็บค่าลิขสิทธิ์จากการเปิดเพลงนี้ในไทย Joan Jett ก็คงรวยมาก ๆ ไปแล้ว 5555

 

แต่เราไม่แน่ใจว่าเพลงนี้ดังในเมืองนอกหรือเปล่า เราก็เลยไปเช็คใน Wikipedia แล้วก็พบว่า เพลงนี้ดับสนิท ตายอนาถของจริงค่า 55555 คือเพลงนี้ถูกตัดเป็นซิงเกิลในปี 1990 แต่ไม่ติดชาร์ทของประเทศไหนบนโลกนี้ทั้งสิ้น แต่ข้อมูลนี้ใน Wikipedia ไม่ได้รวมชาร์ทอันดับเพลงที่เปิดทางวิทยุในไทยเอาไว้ด้วย ไม่รู้เหมือนกันว่า Joan Jett เคยติดอันดับอะไรในไทยบ้างหรือเปล่า

 

ส่วนอีกเพลงของ Joan Jett ที่โด่งดังมาก ๆ ในไทย ก็คือ I HATE MYSELF FOR LOVING YOU ซึ่งเพลงนี้เคยติดอันดับ 8 ในสหรัฐ

 

ต่อเนื่องจากโพสท์ก่อนหน้านี้ ถ้าหากพูดถึง “เพลงต่างชาติที่โด่งดังในไทย แต่ไม่ดังในเมืองนอก” ที่เราชอบมากที่สุดแล้ว MY MOST FAVORITE SONG ในกลุ่มนี้ก็คงรวมถึงเพลงนี้ด้วยอย่างแน่นอน YOU ARE MY MAN (1988) ของ Viktor Lazlo ที่ดูเหมือนไม่ติดอันดับชาร์ทเพลงในต่างประเทศเลย แต่เป็นเพลงที่ดังมาก ๆ ในไทย และเป็นเพลงที่เรายังคงเปิดฟังอยู่บ่อย ๆ เกือบทุกเดือนจนถึงปัจจุบันนี้ แม้เวลาจะผ่านมานานกว่า 30 ปีแล้วก็ตาม (แน่นอนว่าเป็นเพราะฟังเพลงนี้ทีไรแล้วเราก็ต้องนึกถึงกลุ่มเพื่อนสนิทสมัยมัธยมทุกครั้ง)

 

Viktor Lazlo เป็นนักร้องสาวลูกครึ่งชาวเกรนาดากับชาวมาร์ตินิก แต่เธอไปเกิดในฝรั่งเศส และไปเติบโตที่เบลเยียม ชื่อศิลปินของเธอได้รับแรงบันดาลใจมาจากชื่อตัวละครในภาพยนตร์เรื่อง CASABLANCA (1942, Michael Curtiz, A+30)

 

ดู MV เพลงนี้ได้ที่

https://www.youtube.com/watch?v=QU1mEOTVDPw

 

จำได้ว่ายุค 1990 นี่เป็นยุคที่นักร้องหญิงเอเชียพยายามบุกตลาดเมืองนอกจริง ๆ ทั้ง Lea Salonga, Seiko Matsuda, นัดดา วิยะกาญจน์ และมณีนุช เสมรสุต ถ้าจำไม่ผิด ตอนนั้นมณีนุชออกซิงเกิลเพลงแดนซ์ภาษาอังกฤษ แล้วบอกว่าเพลงของเธอติดอันดับเพลงในประเทศเบอร์มิวดาด้วย



Tuesday, January 09, 2024

A SONG BY TUCK SIRIPORN YOOYOD

 

Film Wish List: RIMINI (2022, Ulrich Seidl, Germany/France/Austria)

+++

 ไปเถอะไปไปซะไปซิไปที่เคยไป

ย้อนกลับมาทำไมกันอีกตรงนี้

เข้าทางไหนออกไปทางนั้นทางเดิมแหละดี

ที่นี่คงไม่มีเรื่องน่าสนใจ

ที่นี่คงไม่มีนางเอกหนังใคร

 

หนึ่งในช่วงที่ชอบมากในภาพยนตร์เรื่อง KHON BOYS (2022, Phassarawin Kulsombooon, documentary, 116min, A+30) คือช่วงที่มีเพลง “ฉันไม่ใช่นางเอก” ของตั๊ก ศิริพร อยู่ยอด แว่วเข้ามาในหนัง คือเราเดาว่าเพลงนี้อาจจะไม่ใช่เพลงที่จงใจถูกใช้เป็น soundtrack ประกอบหนังเรื่องนี้ เพียงแต่มันเป็นเพลงที่เปิดอยู่ในสถานที่ที่มีการสัมภาษณ์หรือถ่ายทำ subjects เพลงนี้มันก็เลยติดเข้ามาในหนังด้วย

 

ชอบเพลงนี้อย่างสุดขีด เป็นเพลงที่ยังคงทรงพลังไม่เสื่อมคลายแม้มันจะมีอายุมานานราว 30 ปีแล้ว กราบตีนทั้งตั๊ก ศิริพร และคนแต่งเพลงนี้ ซึ่งเราไม่รู้ว่าเป็นใคร

https://www.youtube.com/watch?v=sMz7Xg9EVK0

 

 

 

 

Sunday, January 01, 2023

MOST FAVORITE SONG OF 2022

 

MOST FAVORITE SONG OF 2022

 

เพลงที่เราชอบที่สุดที่ได้ฟังครั้งแรกในปีนี้ ก็คือเพลง CHOTTO HARUKAZE (A LITTLE SPRING BREEZE) (1981) – Fumiko Sawada

https://www.youtube.com/watch?v=Mt4AIduo3QM

 

รู้จักเพลงนี้ครั้งแรกจากรายการแมวนอกของคุณอาทิตย์ พรหมประสิทธิ์ เป็นเพลงที่ชอบฟังมาก ๆ ตอนช่วงเดือนเม.ย. 2022 ซึ่งเป็นช่วงที่เราเริ่มปรับตัวให้เข้ากับชีวิตใหม่ได้แล้ว ซึ่งเป็นชีวิตที่ต้องเทียวไปเทียวมาระหว่างการไปพักที่บ้านของแม่ที่ลาดพร้าว (เพราะแม่ของเราซึ่งมีอายุ 85 ปีเกิดอุบัติเหตุล้ม แล้วหลังจากนั้นก็มีปัญหาเรื่องการเดิน) กับการกลับมาพักที่อพาร์ทเมนท์แถวราชเทวี

 

เหมือนช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค.เป็นช่วงที่เรากลับมามีความสุขอยู่พักนึง ถึงแม้จะไม่มีเวลาว่างเลย ก่อนที่เราจะเป็นโรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนกำเริบอย่างรุนแรงในช่วงเดือนมิ.ย. เจ็บปวดทรมานมาก แล้วหลังจากนั้นโรคนี้ก็ไม่หายดี แล้วก็มากำเริบอย่างรุนแรงอีกในวันคริสต์มาสอีฟ

 

เพราะฉะนั้นเพลง CHOTTO HARUKAZE ที่เราได้ฟังบ่อย ๆ ช่วงเดือนเม.ย. 2022 ก็เลยเหมือนเป็นเพลงที่บันทึกความทรงจำของเราที่มีต่อความสุขสั้น ๆ ในช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค.เอาไว้ ก่อนที่ชีวิตของเราจะดิ่งลงสู่ความทุกข์ทรมานทางร่างกายในช่วงหลังจากนั้น

Sunday, January 20, 2013

Favorite Songs 31: PARAHUMANIZED REMODELING SURGERY (2011) -- Liliuminarium


Favorite Songs 31: PARAHUMANIZED REMODELING SURGERY (2011) -- Liliuminarium

Thanks to Theeraphat Ngathong for recommending me this band.

Friday, January 18, 2013

Favourite Songs 30: A...A..ALONE -- Coconut Cream featuring Nephyl


Favourite Songs 30: A...A..ALONE -- Coconut Cream featuring Nephyl

This song sums up the great characteristics of Tossapol Boonsinsukh's films--the happiness of being alone, as can be witnessed in such films as SHE IS READING NEWSPAPER (2005).

The lyrics of the song also reminds me of the film NO ONE AT THE SEA (2005, Tossapol Boonsinsukh)

Thursday, December 27, 2012

Favorite Songs 29: THERE'S ONLY YOU IN MY HEART -- Tuan Anh


Favorite Songs 29: THERE'S ONLY YOU IN MY HEART -- Tuan Anh

Thanks to Filmsick for telling us about this singer.

Wednesday, December 05, 2012

Saturday, November 10, 2012

Favorite Songs 27: MIDNIGHT BLACK EARTH -- Bohren and der Club of Gore

Favorite Songs 27: MIDNIGHT BLACK EARTH -- Bohren and der Club of Gore

http://www.youtube.com/watch?v=5_1-zwBsvjw

This song unintentionally reminds me of such haunting films as BLACKBERRY WINTER (2006, Brent Stewart), DARK SLEEP (2009, Teeranit Siangsanoh), HEAVEN OF GLASS (1987, Nina Grosse), IN THE  WINTER DARK (1998, James Bogle), THE REFLECTING SKIN (1990, Philip Ridley), SINISTER (2012, Scott Derrickson), and TWIN PEAKS: FIRE WALKS WITH ME (1992, David Lynch).

You can watch DARK SLEEP here:

Saturday, September 29, 2012

Tuesday, April 24, 2012

Favorite Songs 25: AIYAYOO TATHAKA THAI

Favorite Songs 25: AIYAYOO TATHAKA THAI

Thanks to Filmsick for telling us about this.

Wednesday, February 01, 2012