Wednesday, June 10, 2026

I SWEAR

 

I SWEAR (2025, Kirk Jones, UK, A+30)

 

“House is made of brick and stone. Home is made of love alone.”

 

ประโยคข้างต้นไม่ได้อยู่ในหนังเรื่อง I SWEAR แต่เป็นประโยคที่เรานึกถึงเมื่อได้ดูหนังเรื่องนี้ เพราะหนึ่งในสิ่งที่เราประทับใจมาก ๆ ในหนังเรื่องนี้ คือการที่ John Davidson (Robert Aramayo) เหมือนจะค้นพบว่า “บ้าน” ที่เขาอยู่และเติบโตมาตั้งแต่เด็ก บ้านที่เขาอาศัยอยู่กับพ่อและแม่ที่แท้จริงของเขา อาจจะเป็นเพียงแค่ house

 

แต่บ้านของเพื่อนของเขา บ้านของ Dottie Achenbach (Maxine Peake) หญิงวัยกลางคนที่ไม่ได้เป็นญาติโกโหติกาใดๆ อะไรกับเขา บ้านหลังนี้นี่แหละ ที่อาจจะเป็น home ที่แท้จริงของเขา

 

ชอบการแสดงของทั้ง “แม่ที่แท้จริงใน house” (Shirley Henderson) และ “แม่ของเพื่อนใน home” (Maxine Peake) มาก ๆ

 

เราเดาเอาเองว่า จริง ๆ แล้วแม่ที่แท้จริงก็คง “รัก” ลูกชายของตัวเองบ้างน่ะแหละ แต่พอเธอถูกผัวทิ้ง และต้องเลี้ยงลูกตามลำพังหลายคน แล้วลูกก็มีปัญหาทางร่างกายอย่างรุนแรงมาก ๆ อีก สภาพจิตของเธอก็คงแบกรับอะไรแบบนี้ไม่ไหวเหมือนกัน คือเราก็ไม่ได้โทษเธอแต่อย่างใดนะ เพราะถ้าหากเราตกอยู่ในสภาพเดียวกับเธอ เราก็คงไม่ได้ทำในสิ่งที่ดีไปกว่าเธอ

 

คือเราไม่ได้มองแม่ที่แท้จริงว่าทำอะไรบกพร่องนะ แต่เรามองตัวละคร “แม่ของเพื่อน” ในแง่บวกมาก ๆ น่ะ เหมือนเธอเป็นนางฟ้ามาก ๆ เป็นคนที่ดีกว่าเรามาก ๆ และเราก็ซึ้งใจกับจุดนี้ในหนังมาก ๆ เพราะเธอทำให้เรารู้สึกว่า หลังจาก John อยู่กับ “แม่ที่แท้จริงใน house” มาเป็นเวลานานกว่า 20 ปี ในที่สุด John ก็ได้เจอ home ซะที home ของคนที่ไม่ได้มีความผูกพันทางสายเลือดใด  ๆ กับเขาแต่อย่างใด

 

Shirley Henderson แสดงดีมาก ๆ ดีใจที่ได้เห็นเธอเล่นหนังดี ๆ อยู่ เพราะเราได้ดูการแสดงของเธอมาตั้งแต่ยุค ROB ROY (1995, Michael Caton-Jones), TRAINSPOTTING (1996, Danny Boyle), WONDERLAND (1999, Michael Winterbottom), TOPSY-TURVY (1999, Mike Leigh), BRIDGET JONES’S DIARY (2001, Sharon Maguire), YES (2004, Sally Potter) แล้ว เหมือนเธออยู่ในวงการมานาน 30 กว่าปีแล้ว

 

แต่ Maxine Peake นี่เราไม่เคยสังเกตเห็นเธอมาก่อนเลย คือเธอเล่นหนังมาแล้ว 103 เรื่อง ซึ่งรวมถึง THE THEORY OF EVERYTHING (2014, James Marsh) ที่เราเคยดู แต่เราก็ไม่ได้สังเกตเห็นเธอในหนังเรื่องนั้น แต่เธอเฉิดฉายมาก ๆ ใน I SWEAR

 

เมื่อกี้เข้าไปดูประวัติของ Maxine Peake ก็เลยพบว่า เธอมักแสดงในหนังสั้นและละครโทรทัศน์เป็นส่วนใหญ่ และเธอก็เป็นนักแสดงละครเวทีด้วย

 

อังกฤษนี่เต็มไปด้วยนักแสดงหญิงดี ๆ มากมายจริง ๆ และเราก็ขอเติมชื่อของ Maxine Peake เข้าไปในรายชื่อของนักแสดงหญิงชาวอังกฤษที่เราชื่นชอบมาก ๆด้วยอีกคน

+++

 

วันนี้เราเจอเพื่อนในเทศกาลภาพยนตร์ TILFF เพื่อนเล่าให้ฟังว่า เมื่อกี้ตอนเดินออกจากโรงหนังหลังดู WINTERING (2024, Jang Jun-young, South Korea, 66min, A+30) จบ เพื่อนเดินอยู่ด้านหลังผู้หญิงคนนึงที่ออกมาจากโรงภาพยนตร์เดียวกัน แล้วผู้หญิงคนที่เดินอยู่ข้างหน้าเพื่อนของเรา ก็ตดปู้ดออกมาต่อหน้าเพื่อนของเรา

 

จบการรายงานข่าว

+++

 

 

ชอบหนังเรื่อง 404 STILL REMAIN (2025, Uhm Ha-neul, South Korea, A+30) มาก ๆ ดีใจที่หนังเรื่องนี้ใช้เพลงของวง Globe เพราะเราก็ชอบวงนี้มาก ๆ เหมือนกัน

 

พอดูหนังเรื่องนี้จบ เราก็เลยจินตนาการว่า ถ้าหากเราสร้างหนังเรื่องนี้ เราก็คงใช้ฉากหลังเป็นทศวรรษ 1980 เพื่อย้อนรำลึกถึงช่วงเวลาที่เราเป็นวัยรุ่น และเพลงหลักของหนังก็อาจจะใช้เพลงที่ produce โดย Tetsuya Komoro เหมือนกัน แต่แทนที่จะใช้เพลง DEPARTURES (1996) ของวง Globe เป็นเพลงหลัก เราก็คงใช้เพลง MY REVOLUTION (1986) ของ Misato Watanabe แทน เพราะมันเป็นหนึ่งในเพลงที่เรารู้สึกผูกพันด้วยจริง ๆ สมัยเรียนอยู่มัธยมปลาย

 

สรุปว่า กราบตีน Tetsuya Komoro มาก ๆ พอเราได้ยินเพลงของวง Globe ในหนังเรื่อง 404 STILL REMAIN มันก็ bring back old memories มาก ๆ เหมือนกับที่หนังเรื่อง SUNNY: OUR HEARTS BEAT TOGETHER (2018, Hitoshi One, Japan, A+30) เคยทำมาแล้ว เพราะหนังเรื่องนั้นใช้ฉากหลังเป็นช่วงปลายทศวรรษ 1990 และเน้นใช้เพลงที่ produce โดย Tetsuya Komoro เหมือนกัน โดยเฉพาะเพลงของ Namie Amuro, TRF และ hitomi

 

แต่เราเพิ่งรู้จากหนังเรื่อง 404 STILL REMAIN นี่แหละ ว่าในปี 2001 นั้น เพลงของญี่ปุ่นยังคงเป็นสิ่งผิดกฎหมายในเกาหลีใต้ รุนแรงมาก เราไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย

 

ซึ่งมันแตกต่างจากในเมืองไทยมาก ๆ เพราะว่าในช่วงปลายทศวรรษ 1980 นั้น เพลงของ Misato Watanabe นี่มี “เทปลิขสิทธิ์” วางขายในไทยเลยนะ เพราะ Misato Watanabe อยู่ค่าย CBS ถ้าหากเราจำไม่ผิด และ CBS มีการทำเทปลิขสิทธิ์ของศิลปินญี่ปุ่นออกวางขายในไทยอย่างเป็นทางการ (อย่างเช่น Seiko Matsuda) และพอเข้าสู่ช่วงปลายทศวรรษ 1990 ซีดีเพลงญี่ปุ่นของแท้ก็หาซื้อได้ทั่วไปตามร้าน Tower Records ในไทย

 

ดีใจที่ MY REVOLUTION มีผู้ชม 5 ล้านวิวแล้ว

https://youtu.be/zfcO3Y58m24?si=vKeU5EvbQnOQ0mqS

+++

 

เพิ่งเคยดูมิวสิควิดีโอเพลง DEPARTURES (1996) ของวง Globe เป็นครั้งแรก หนักมาก ๆ เพราะว่าเพลงนี้มันเป็นเพลง dance จังหวะคึกคักนะ แต่ตัวมิวสิควิดีโอนี่นึกว่า slow cinema ของแท้ 55555

 

เราเคยฟังเพลงนี้มานานราว 30 ปีแล้วนะ เพราะว่ารายการวิทยุของดีเจสุทธิธรรม สุจริตตานนท์ เคยเปิดเพลงของวง Globe บ่อย ๆ ในช่วงทศวรรษ 1990 แต่เราไม่เคยดูมิวสิควิดีโอของวงนี้มาก่อนเลย

 

วันนี้เราเพิ่งได้ดูหนังเรื่อง 404 STILL REMAIN (2025, Uhm Ha-neul, South Korea, A+30) ที่ใช้เพลง DEPARTURES เป็นเพลงหลักของหนัง เราก็เลยลองเข้าไปดู music video เพลงนี้ แล้วก็ตกใจมาก ๆ ที่ตัว MV มัน slow cinema มาก ๆ ทั้ง ๆ ที่มันเป็นเพลงแดนซ์จังหวะคึกคัก

+++

 

18. UNTIL WE MEET AGAIN (2026, Takahiro Miki, Japan, A+30)

 

ตัวละครในหนังเรื่องนี้พูดคำว่า TADAIMA ราว 2-3 ครั้ง

No comments: