Showing posts with label HANDSOME GUYS. Show all posts
Showing posts with label HANDSOME GUYS. Show all posts

Thursday, July 23, 2026

GUAN CONG IS MY FAVORITE HONG KONG ACTOR

 

THREE FILMS ABOUT “BE CAREFUL OF WHAT YOU WISH FOR”

 

OBSESSION (2025, Curry Barker, A+30)

+ THE DE4D ECHOES: THREESOME (2026, Karan Komanuwong, A+30)

กัม มะ เว คะ: สามเรา (2026, กรัณย์ คุ้มอนุวงศ์)

+ THE X-FILES: EPISODE “JE SOUHAITE” (2000, Vince Gilligan, A+30)

 

มี spoil หนังเรื่องต่าง ๆ

--

--

--

--

--

1. พอดู OBSESSION แล้วก็เลยนึกถึง กัม มะ เว คะ ตอนสามเรามาก ๆ เพราะว่า

 

1.1 มันเป็นหนังสยองขวัญเกี่ยวกับ “การขอพร” แล้วพรดันเป็นจริงเหมือนกัน แล้วพรที่เป็นจริงมันแลกด้วยความชิบหายของชีวิตเหมือนกัน

 

1.2 การขอพรในหนังทั้งสองเรื่อง มันเกี่ยวกับเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ เหมือนกัน และถ้าพระเอกในหนังทั้งสองเรื่องไม่ขอพรเกี่ยวกับความรัก ปัญหาหลายอย่างก็อาจจะไม่เกิดขึ้น

 

1.3 กัม มะ เว คะ ตอนสามเรา มันเกี่ยวกับ รักสามเส้า ส่วน OBSESSION มันเป็น รัก 4 เส้า

 

เพราะฉะนั้นตอนที่เราดู OBSESSION เราก็เลยคิดเล่น ๆ ฮา ๆ ในใจว่า ถ้าหากพระเอกของ OBSESSION อยากแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น พระเอกต้องเดินทางมาไทยแล้วไปขอพรจากเจ้าพ่อมีดอีโต้ (มันชื่อเจ้าพ่ออะไรนะ เราจำไม่ได้แล้ว) แบบใน กัม มะ เว คะ เพื่อให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์มันให้พรขัดแย้งกันเอง หรือให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์มันทำลายล้างกันเอง 55555

 

2. ชอบทั้ง OBSESSION กับ THE DE4D ECHOES: THREESOME มาก ๆ ชอบทั้งการแสดงและบทภาพยนตร์ในหนังทั้งสองเรื่องนี้อย่างรุนแรง โดยในส่วนของ OBSESSION นั้น เราชอบที่หนังมันสะท้อนข้อบกพร่องต่าง ๆ ของมนุษย์และปัญหาความสัมพันธ์รักออกมาได้อย่างน่าสนใจ ทั้งความชิบหายที่เกิดขึ้นจาก “ความไม่มั่นใจในตัวเอง”, “การไม่ยอมพูดความจริง”, “การเชื่อเพื่อนมากเกินไป”, การทำตัวติดแฟนมากเกินไป, ความเห็นแก่ตัว, etc. และเราชอบการสร้างความหลอนที่ไม่ได้เกิดจากการปรากฏตัวของผี แต่เกิดจากพฤติกรรมของมนุษย์ที่ผิดปกติ อย่างเช่น การยืนจ้องคนแบบนิ่ง ๆ, การเดินถอยหลัง, etc. เราก็เลยชอบ OBSESSION มาก ๆ ตรงที่มันเหมือนสำรวจความสัมพันธ์รักแบบลุ่มหลงมากเกินไป แล้วบิดมันออกมาให้กลายเป็นหนัง horror

 

ส่วน THE DE4D ECHOES: THREESOME นั้น หนังไม่ได้สำรวจพฤติกรรมหรือข้อเสียที่อาจจะพบได้ในมนุษย์ทั่วไปแบบใน OBSESSION เพราะสถานการณ์ในหนังไทยเรื่องนี้เหมือนจะออกห่างจากชีวิตประจำวันมากกว่าใน OBSESSION แต่เราก็ชอบบทภาพยนตร์ของหนังเรื่องนี้มาก ๆ เพราะเราว่าจังหวะตลกในหนังเรื่องนี้มันแม่นมาก ๆ และมันก็ผูกเรื่องได้ดีมาก ๆ สำหรับเรา เพราะเราชอบมาก ๆ ที่หนังมันเฉลยว่า ปัญหาหลายอย่างที่เกิดขึ้นมันเกิดจากตัวละครทั้ง 3 คนต่างก็ขอพรของตัวเองจากเจ้าพ่อมีดอีโต้ แต่ทั้งสามคนดันขอพรที่ขัดแย้งกันเอง หรือพรของทั้งสามคนมันดันส่งผลให้เกิดการทำลายล้างซึ่งกันและกันโดยไม่ได้ตั้งใจ

 

3. ส่วนหนังเกี่ยวกับการขอพรที่เราชอบมากที่สุด อาจจะเป็นละครทีวีเรื่อง THE X-FILES ตอน JE SOUHAITE ที่ Mulder กับ Scully เผชิญกับนางปีศาจ genie ที่สามารถให้พรสามอย่างได้ตามต้องการ แต่พรที่เป็นจริงมักจะต้องแลกด้วยความชิบหายบางอย่าง ซึ่ง Mulder ก็เลยขอพรข้อแรกให้โลกสงบสุข แล้วผลที่ได้ก็คือ คนทั้งโลกหายไปจนหมด เหลือแค่ Mulder คนเดียว

 

เราว่า THE X-FILES ตอนนี้มีการกำกับและเขียนบทที่เข้าทางเราอย่างสุดขีด ตอนจบของละครตอนนี้ก็ซึ้งมาก ๆ สำหรับเรา ถือเป็นหนึ่งใน THE X-FILES ตอนที่เราชอบมากที่สุดเลย

 

ถ้าเพื่อน ๆ ชอบหนังเกี่ยวกับ “การขอพร” เรื่องไหนอีกก็ comment กันมาได้นะ

+++

 

ฉันสับสนกับนกในหนังเหล่านี้

 

CRANE (1988, Kon Ichikawa, Japan)

THE PELICAN BRIEF (1993, Alan J. Pakula)

CHILDREN OF THE STORK (1999, Tony Gatlif, France)

THE BOY AND THE HERON (2023, Hayao Miyazaki, Japan, animation)

 

ก็เลยลองกูเกิลดู ได้ความว่า

 

CRANE = นกกระเรียน

HERON = นกกระยาง

PELICAN = นกกระทุง

STORK = นกกระสา

 

แต่เราก็ไม่รู้รายละเอียดนะว่า จะแยกนก 4 ประเภทนี้ออกจากกันง่าย ๆ ได้อย่างไร

 

อ่านเพิ่มเติม

https://blog.londolozi.com/2022/05/26/herons-storks-and-cranes-arent-they-all-the-same/

 

+++

ว้าย เราไม่เคยดูหนังเรื่องนี้ WISHMASTER (1997, Robert Kurtzman) ขอบคุณมาก ๆ จ้า

https://www.imdb.com/title/tt0120524/?ref_=nv_sr_srsg_0_tt_7_nm_1_in_0_q_WISHMASTER

 

++++

 

เมืองนอกมีความเชื่อเรื่อง “นกกระสาคาบเด็ก” เราเลยอยากให้มี “นกกระสาคาบผู้ชาย” ไปส่งตามบ้านต่าง ๆ บ้าง บ้านไหนมีเกย์หนุ่มโสดอาศัยอยู่ นกกระสาจะคาบผัวไปส่งให้

++++

 

FAVORITE TV SERIES – พยัคฆ์ร้ายบู๊ลิ้ม THE SWORD OF ROMANCE (1979, Hong Kong, 45 episodes)

 

น้ำตาจะไหล เจอคลิปเพลงไตเติลของละครโทรทัศน์ฮ่องกงเรื่อง “พยัคฆ์ร้ายบู๊ลิ้ม” (1979) ในยูทูบ เรากรี๊ดดดดดดดมาก ๆ เพราะเราชอบละครทีวีเรื่องนี้มาก ๆ และชอบเพลงไตเติลของละครเรื่องนี้อย่างรุนแรงมาก แต่มันเป็นละครโทรทัศน์และเพลงที่เหมือนหายสาบสูญไปจากชีวิตของเราเป็นเวลานานมากแล้ว เหมือนเราไม่ได้ฟังเพลงนี้มานานกว่า 40 ปีแล้ว ดีใจสุดขีดที่ได้กลับมาฟังเพลงโปรดเพลงนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 40 ปี

 

เราเคยซื้อนิยายเรื่องนี้ของโกวเล้งมาเก็บไว้ด้วย แต่ยังไม่ได้หยิบออกมาอ่านเลย

 

ว่าแต่ว่า นักแสดงในรูปนี้คือใครน่ะ เรา search หาข้อมูลไม่เจอเลย เป็นตัวร้ายที่หล่อมาก ข้อมูลในอินเทอร์เน็ตก็เหมือนบอกแต่ชื่อนักแสดงคนอื่น ๆ แต่ไม่บอกชื่อนักแสดงคนนี้

https://www.youtube.com/watch?v=MVCMjsshKhU

https://www.youtube.com/watch?v=Su9XeItB71Y

 

กรี๊ดดด เจอแล้วครับ เขาชื่อ กวนชง ครับ

++++

 

ฉันรักเขา “กวนชง” 关聪 ดาวร้ายสุดหล่อทรมานใจชาย

 

นึกว่าเราได้เจอสามีเก่าที่พลัดพรากจากกันไปเมื่อ 43 ปีก่อน

 

เขาเคยเล่นละครโทรทัศน์ที่เราเคยดูตอนเด็ก ๆ ซึ่งก็คือ

 

1. ชอลิ้วเฮียง ตอน ศึกวังน้ำทิพย์ (1979, Wang Tianlin + other directors, Hong Kong, TV series, 65 episodes, A+30)

 

เขารับบทเป็น “หลวงจีนบ้อฮวย”

 

2. พยัคฆ์ร้ายบู๊ลิ้ม THE SWORD OF ROMANCE (1979, Hong Kong, TV series, 45 episodes, A+30)

 

เขารับบทเป็นตัวร้ายตัวนึงในละครเรื่องนี้ ชื่อ Guo Pianxian

 

3. ฤทธิ์ดาบวงพระจันทร์ GOD OF SABRE (1979, Li Dinglun, Hong Kong, TV series, 9 episodes, A+30)

 

เขารับบทเป็น Song Zhong (เราลืมไปแล้วว่าบทของเขาเป็นอย่างไร เราจำได้แต่ว่า ตัวร้ายอีกคนในเรื่องนี้ก็หล่อสุดขีด)

 

4. 14 นางสิงห์เจ้ายุทธจักร THE HEROINES OF THE YANG FAMILY (1981, Johnnie To, Hong Kong TV series, 25 episodes, A+30)

 

เขารับบทเป็นองค์ชายเฟยหลงในละครเรื่องนี้

 

5. แปดเทพอสูรมังกรฟ้า (1982, Hong Kong TV series, 50 episodes, A+30)

 

เขารับบทเป็น “ฉวน ก้วนชิง” ตัวยุยงในพรรคกระยาจก

 

6. คำสาปเทวรูป THE OLD MIAO MYTH (1983, Hong Kong, TV series, 20 episodes, A+30)

 

เราว่าเขาหล่อมาก แต่ทำไมเขาถึงหายสาบสูญไปจากการรับรู้ของเรานับตั้งแต่ 8 เทพอสูรมังกรฟ้าเป็นต้นมา หรือหายสาบสูญไปนานราว 43 ปีแล้ว เมื่อกี้เราเลยลองเข้าไปอ่านดูใน wikipedia ก็เลยพบว่าเขาลาออกจาก TVB ในปี 1984 แล้วก็หันไปเล่นละครโทรทัศน์ในไต้หวันแทน มิน่าล่ะ เราเลยไม่ได้ดูความหล่อของเขาอีกเลย

 

เราว่าดาราที่มาครองตำแหน่ง “ดาวร้ายที่หล่อทรมานใจชาย” แทน “กวนชง” ก็คือ “อู๋ฉี่หัว” Lawrence Ng คือเหมือนอู๋ฉี่หัวเข้ามารับไม้ต่อจากกวนชงได้พอดิบพอดี เพราะว่า อู๋ฉี่หัว เริ่มเข้าสู่วงการในปี 1984 และเขาโด่งดังเป็นพลุแตก เข้ามาครองตำแหน่ง “สามีในฝัน” ของเราเมื่อเขาแสดงใน “ศึกลำน้ำเลือด” THE GRAND CANAL (1987, Hong Kong TV series, 60 episodes, A+30)

 

กวนชง

https://zh.wikipedia.org/zh-hans/%E9%97%9C%E8%81%B0

 

ไตเติล ฤทธิ์ดาบวงพระจันทร์
https://youtu.be/shU9CBQhfWg?si=ysSGNWUlgb154gEz

 

คำสาปเทวรูป
https://www.youtube.com/watch?v=o3VHe7vGrhY

 

+++

 

คิดถึง “โรงหนังสามย่าน” เพราะเรากับเพื่อน ๆ เคยเข้าไปดู “ทองประกายแสด” (1988, Chana Kraprayoon) ที่โรงหนังแห่งนี้

 

และก็คิดถึงร้านอาหารเก่า ๆ ในชุมชน ที่เคยตั้งอยู่ในบริเวณที่เป็นตึกจามจุรี สแควร์ในปัจจุบัน เรากับเพื่อน ๆ เคยไปกินอาหารที่นี่ในช่วงปี 1989-1990

 

คิดถึงร้านขายเครื่องเขียนในสามย่าน ไม่แน่ใจว่ามันชื่อร้าน “ศาลาวรรณคดี” หรือเปล่านะ ตรงหน้าร้านจะมีแม่ค้าขายน้ำหวาน โดยตัวน้ำหวานจะบรรจุอยู่ใน “กระถางยักษ์” แล้วแม่ค้าก็จะตักน้ำจากกระถางยักษ์ใส่ถุงขายให้ลูกค้า เรากับเพื่อน ๆ เลยเรียกร้านนี้ว่า ร้านน้ำกระถาง

 

คิดถึงภาพยนตร์เรื่อง STUDENT (2005, James Prutwarasin) ที่บันทึกภาพ “ตลาดสามย่าน” ในช่วงนั้นเอาไว้

 

 

Thursday, June 18, 2026

DISPENSER OF INDIA'S DESTINY

 

เราเพิ่งได้ดู HOMAGE BY ASSASSINATION (1992, Elia Suleiman, USA, about Palestine, 23min, A+30) เครดิตท้ายเรื่องมีขึ้นขอบคุณ Edward W. Said และ Michael Moore ด้วย

 

ดูหนังเรื่องนี้ได้ที่เว็บไซต์ของ Palestine Film Institute

+++

 

Lucas A. Vignale ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวอาร์เจนตินา เสียชีวิตขณะอายุ 28 ปี ในเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ชนกันเหนือนครริโอ เดอ จาเนโร ในบราซิลในวันที่ 14 มิ.ย. 2026

 

+++

 

THE SWIMMING POOL นี่เป็นเวอร์ชั่นต้นแบบของ A BIGGER SPLASH (2015, Luca Guadagnino) ซึ่งเราก็ชอบ A BIGGER SPLASH มาก ๆ นะ แต่เราชอบ THE SWIMMING POOL มากกว่า เพราะว่าสามีของเรา (Maurice Ronet) นำแสดงใน THE SWIMMING POOL

 

เราเคยดู THE SWIMMING POOL ตอนมันมาฉายที่ Alliance Française in Bangkok

+++

นึกว่าฉากอาบน้ำในกฤษฎาพาราไดซ์เป็นฉากที่ทำขึ้นเพื่อ tribute ให้กับ 303 กลัว กล้า อาฆาต (1998, สมจริง ศรีสุภาพ)

+++

 

ตอนเด็ก ๆ ดิฉัน want Dolph Lundgren ในหนังเรื่องนี้มาก ๆ ค่ะ

+++

 

เราเพิ่งได้ดู STAR WARS: THE MANDALORIAN AND GROGU (2026, Jon Favreau, A+30) พอดูแล้วก็เลยแอบนึกถึงละครโทรทัศน์เรื่อง “ซามูไรพ่อลูกอ่อน” LONE WOLF AND CUB (1973-1976) ที่เคยมาฉายทางโทรทัศน์ตอนเราเด็ก ๆ มาก ๆ 55555

 

อยากให้มีคนนำ “ซามูไรพ่อลูกอ่อน” เวอร์ชั่นภาพยนตร์ LONE WOLF AND CUB: SWORD OF VENGEANCE (1972, Kenji Misumi) มาลงโรงฉายในไทยมาก ๆ

https://www.imdb.com/title/tt0068815/?ref_=ext_shr_lnk

+++

 

 

“อีนัง Grogu มันแอบร้ายนะคะ คุณแม่ คุณแม่เห็นมั้ยคะ มีฉากนึงที่ Pedro Pascal หลับ แล้วอีนัง Grogu มันขึ้นไปซุกในวงแขน ไปอิงแอบหลับใหลอยู่บนตัวผู้ชาย ว้าย หนูรู้นะคะว่ามันแอบคิดอะไรอยู่” ลูกหมีพูดกับแม่หมีขณะดูหนังเรื่อง STAR WARS: THE MANDALORIAN AND GROGU (2026, Jon Favreau, A+30)

+++

 

ฉันรักเขา กาโตว์ ปัณณวิชญ์ พัฒนศิริ จาก KIJSADA PARADISE กฤษดาพาราไดซ์ (2026, Phontharis Chotkijsadarsopon, A)

 

อันนี้เป็นรูปตอนที่เขาแสดงใน หุ่นพยนต์ (2023) นะ

+++

 

TAXI DRIVER (1976, Martin Scorsese) เป็นแรงบันดาลใจให้กับภาพยนตร์ไทยด้วยนะ ซึ่งภาพยนตร์ไทยที่ได้รับแรงบันดาลใจจากหนังเรื่องนี้มาอย่างชัด ๆ ก็คือ TO WALK NIGHT วันวิปริต ไร้เงาดวงจันทร์ (2009, Tani Thitiprawat, 25min, A+30) ที่เหมือนมี 4 องก์ องก์แรกเป็นหนัง romantic comedy องก์ที่สองกลายเป็นหนังแนว FUNNY GAMES (Michael Haneke) องก์ที่สามกลายเป็นหนังแนว TAXI DRIVER และองก์ที่สี่กลายเป็นหนังซอมบี้

 

เราก็เลยชอบหนังไทยเรื่อง TO WALK NIGHT มาก ๆ เพราะถึงมันจะบูชาหนังเรื่องอื่น ๆ อย่างรุนแรง แต่มันทำแล้วออกมาเป็นหนังที่เป็นตัวของตัวเองมาก ๆ ด้วยในเวลาเดียวกัน

+++

 

BHARAT BHHAGYA VIDDHAATA (DISPENSER OF INDIA’S DESTINY) (2026, Manoj Tapadia, India, A+30)

 

มีฉากนึงในหนังเรื่องนี้ ซึ่งได้แก่ฉากคนไข้แออัดอยู่หลังประตู ส่วนกลุ่มผู้ร้ายอยู่นอกประตู มีกำแพงกั้นอยู่ กล้องถ่ายจากมุมบนเห็นทั้งสองฝั่งของกำแพง ฉากนี้เหมือนเชื่อมต่อกับหนังเรื่อง THE ATTACKS OF 26/11 (2013, Ram Gopal Varma, India, A+30) ได้สนิทเลย ไม่แน่ใจว่า Manoj Tapadia สร้างฉากนี้ขึ้นมาเพื่อ tribute ให้ Ram Gopal Varma หรือเปล่า

 

ช่วง 15 นาทีสุดท้ายหนังอาจจะ “คลั่งชาติ” เกินไปหน่อยสำหรับเรา แต่ช่วงก่อนหน้านั้นเราชอบมาก ๆ เพราะหนังมันไม่ได้พูดถึงแต่เรื่องผู้ก่อการร้าย แต่มันนำเสนอความขัดแย้งระหว่างพยาบาลด้วยกันเอง, พยาบาลกับคนไข้ และพยาบาลกับครอบครัวได้อย่างทรงพลังมาก ๆ

 

มีฉากนึงในหนังเรื่องนี้ที่แสดงให้เห็นว่า พยาบาลที่มีประสบการณ์ทำงานมานาน อาจจะเก่งกว่าหมอฝึกหัดในบางเรื่องเสียอีก ซึ่งเรื่องนี้ก็เลยทำให้เรานึกถึงประสบการณ์ของเราเองตอนไปคลินิกแพทย์แห่งนึงในซอย ที่คุณหมออายุน้อย (อายุน่าจะไม่เกิน 30 ปี) เหมือนสั่งยาตัวนึงให้เรา แต่พยาบาลรุ่นคุณป้าในคลินิกแห่งนั้น (พยาบาลน่าจะมีอายุราว 50 กว่าปี) เหมือนจะหว่านล้อมเราให้ใช้ยาอีกตัวนึงแทน 55555

++++

 

เรานึกไม่ออกว่าเราเคยร้องไห้ให้กับภาพยนตร์ animation เรื่องไหนบ้าง แต่ภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องแรกที่ทำให้เรารู้สึก “สะเทือนใจอย่างรุนแรงสุดขีด” ก็น่าจะเป็นเรื่อง THE THREE INVENTORS (1980, Michel Ocelot, France) ที่เราได้ดูที่ Alliance Française in Bangkok ในช่วงปลายทศวรรษ 1990

+++

 

เราเพิ่งได้ดู FILMLOVERS! ที่หอภาพยนตร์ ศาลายาเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. กราบตีน Arnaud Desplechin อย่างรุนแรง ชอบมาก ๆ ที่เขาเอา “นักแสดงผิวขาว” กับ “นักแสดงผิวดำ” สลับกันเล่นเป็นตัวละครตัวเดียวกัน คือดูช่วงแรก ๆ เราก็งง พอดูไปเรื่อย ๆ เราถึงค่อยเข้าใจว่ามันเป็นตัวละครตัวเดียวกัน รุนแรงมาก ๆ

+++

 

“ปริญญาโทของจักรวาล”   55555

 

แน่นอนว่าการที่เราให้ F หนังเรื่องไหนไม่ได้เกี่ยวกับความดีงามอะไรทั้งสิ้นของหนังนะ แต่เกี่ยวกับความอินหรือไม่อินของเราเองมากกว่า เพราะว่า “หนัง superhero แปลงกายปราบเหล่าร้าย” อย่างหนังชุด PRETTY CURE THE MOVIE ภาคต่าง ๆ นี่ได้ A+30 จากเราอย่างสบายเลย เพราะเราอินกับหนังชุด PRETTY CURE อย่างรุนแรง แต่เราไม่สามารถบอกได้เลยว่า หนังชุด PRETTY CURE นี้มัน “ดีกว่า” ปริญญาโทของจักรวาล (2026) แต่อย่างใด 55555

 

Wednesday, June 03, 2026

CONFETTI (2023, Naoya Fujita, Japan, A+30)

 

ไม่เคยได้ยินชื่อหนังเรื่องนี้มาก่อน BODY MELT (1993, Philip Brophy, Australia)

+++

 

CONFETTI (2023, Naoya Fujita, Japan, A+30)

 

นึกว่าเป็น KOKUHO เวอร์ชั่นสำหรับผู้ชมวัยก่อนมีประจำเดือน เพราะว่าหนังเรื่องนี้มันใสมาก ๆ ใสปิ๊ง feel good กุ๊กกิ๊ก น่ารัก เหมาะสำหรับผู้ชมวัยกำดัด

 

หนังเล่าเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเด็กชายสองคน ที่น่าจะเรียนอยู่ราว ๆ ชั้นม.3 คนนึงเป็นนักแสดงในคณะละครเร่ที่ชอบรับบทเป็นหญิงสาว ส่วนอีกคนเป็นเด็กหนุ่มหัวดีที่ไม่ชอบไปโรงเรียน เนื้อหาของหนังเน้นไปที่การแสดงแบบพื้นบ้านของญี่ปุ่น เพราะฉะนั้นหนังเรื่องนี้ก็เลยทำให้นึกถึง KOKUHO (2025, Lee Sang-il) โดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ว่าหนังเรื่องนี้มาก่อน KOKUHO นะ

 

ถึงแม้ว่าโทนโดยรวมของหนังจะ feel good และจบได้แบบชุ่มชื่นหัวใจดิฉันมาก ๆ แต่หนังก็มีบางส่วนที่แอบเศร้านะ เพราะหนังพูดถึง “ละครเร่แบบพื้นบ้าน” ของญี่ปุ่นที่เสื่อมความนิยมลงในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นถึงแม้นักแสดงละครแบบนี้จะมีฝีมือมากแค่ไหน ผ่านการฝึกปรือมามากแค่ไหน พวกเขาก็อาจจะต้องเลิกแสดงละครในอนาคต ซึ่งจุดนี้ก็อาจจะทำให้นึกถึงคณะละครชาตรี, ลิเก, งิ้ว, โนราห์ของไทยในแง่นึง และมันก็น่าเศร้าที่ศิลปินที่มีความสามารถ, ขยัน, ทำงานดีเหล่านี้ อาจจะต้องกระเสือกกระสนลำบากหาเงินเพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน

 

อีกจุดของหนังก็พูดถึงหญิงสาวที่อยากจะเป็นไอดอล แต่เธอก็ไม่ประสบความสำเร็จ เป็นได้แค่ “ไอดอลใต้ดิน” เปิดคอนเสิร์ตทีก็มีคนดูน่าจะเพียงแค่ 20 คน และพวกเธอก็ยังถูกค่ายเพลงเอารัดเอาเปรียบอย่างรุนแรงด้วย

 

มันก็เลยน่าเศร้า คือตัวละครบางคนเป็นศิลปินการแสดงแบบโบราณที่เก่งมาก แต่คนรุ่นปัจจุบันก็อาจไม่สนใจจะดู ส่วนตัวละครอีกคนพยายามจะประสบความสำเร็จในการแสดงแบบสมัยใหม่ เป็นไอดอลร้องเต้นเพลงป๊อป แต่การจะดึงดูดคนดูก็ยากลำบากแสนเข็ญอยู่ดี

 

ชอบเนื้อหาใน “ละครพื้นบ้าน” ที่นักแสดงในเรื่องนี้แสดงมาก ๆ นึกว่าเป็นด้านตรงข้ามของ TOKYO STORY (1953, Yasujiro Ozu) เพราะว่า “ละครพื้นบ้าน” ในหนังเรื่องนี้ เล่าเรื่องของชายหนุ่มคนนึงที่พยายามตามหาแม่ที่แท้จริงของตนเอง แต่พอเขาตามหาแม่จนเจอ แม่ที่แท้จริงกลับไม่ใยดีเขา หาว่าเขาตามหาเธอเพียงเพราะหวังว่าจะได้รับมรดกจากเธอ ชายหนุ่มก็เลยช้ำใจอย่างแสนสาหัสเพราะแม่ของตนเอง

 

Favorite Actor: Jun Saito

 

Jun Saito ตอนนี้มีอายุราว 19 ปี เราเคยดูหนังที่เขาแสดงไปแล้ว 4 เรื่อง ซึ่งได้แก่

1. CONFETTI (2023, Naoya Fujita, Japan)

 

2. LET’S GO KARAOKE! (2023, Nobuhiro Yamashita)

 

3. TEASING MASTER TAKAGI-SAN MOVIE (2024, Rikiya Imaizumi)

 

4. 366 DAYS (2025, Takehiko Shinjo)

****

Film Wish List: FRUIT GATHERING (2026, Aung Phyoe, Myanmar/Czech, 97min)

 

หนังยาวจากเมียนมาร์ที่เข้าชิงรางวัล Crystal Globe ในเทศกาลภาพยนตร์ Karlovy Vary ในปีนี้ น่าดูมาก ๆ เป็นเรื่องของสองสาวเลสเบียนที่ทำงานโรงงานทอผ้าในย่างกุ้ง

 

หลายคนคงคุ้นชื่อของ Aung Phyoe เป็นอย่างดี เพราะว่าหนังเรื่อง SEASONAL RAIN (2018, Aung Phyoe, 30min) ของเขา เคยเข้ามาฉายในเทศกาลภาพยนตร์สั้นครั้งที่ 23 ที่หอภาพยนตร์ ศาลายา ในวันที่ 15 ธ.ค. 2019 ซึ่งเรื่องนั้นก็เป็นหนังเลสเบียนเหมือนกัน

 

SEASONAL RAIN ติดอันดับ 73 ในลิสท์หนังที่เราชื่นชอบที่สุดที่ได้ดูในปี 2019

 

Saturday, May 23, 2026

TOP GUN

 

ขอบคุณมากครับ ผมเคยดู FULL MOON ตอนที่มันมาฉายใน Bangkok Film Festival ผมชอบหนังเรื่องนี้มาก ๆ เลยครับ ดีใจที่ได้รู้ว่ามันมาลงยูทูบด้วย ส่วน ASSA กับ I WALKED AROUND MOSCOW ผมไม่เคยรู้จักมาก่อน ขอบคุณมาก ๆ เลยครับที่แนะนำ

 

ROSSO ADVERTISEMENT

https://www.youtube.com/watch?v=Kd3TT-qDXco

++++

เพิ่งรู้ว่า DAY OF THE FULL MOON (1998, Karen Shakhnazarov, Russia, 93min, A+30) มีลงให้ดูในยูทูบอย่างเป็นทางการด้วย เราเคยดูหนังเรื่องนี้ทางโรงภาพยนตร์ในห้างเอ็มโพเรียมใน Bangkok Film Festival ในวันที่ 1 ต.ค.ปี 2000 และถือเป็นหนังที่เราจัดให้เป็น LIMITLESS CINEMA อีกเรื่องนึง เพราะหนังเรื่องนี้เหมือนช่วยผลักขอบเขตความเป็นไปได้ทางภาพยนตร์ออกไปสำหรับมุมมองของเราในตอนนั้น

 

คิดว่าหนังเรื่องนี้เหมาะฉายควบกับ WE ALL KNOW EACH OTHER (2007, Phuttiphong Aroonpheng, 57min, A+30) เพราะว่าหนังสองเรื่องนี้มีทั้งส่วนที่คล้ายกันและส่วนที่ตรงข้ามกัน โดยส่วนที่คล้ายกันก็คือว่า หนังทั้งสองเรื่องนี้เชื่อมโยงตัวละครจำนวนมากเข้าด้วยกัน โดยที่แทบไม่มีเนื้อเรื่องใด ๆ เลย ผู้ชมจะได้เห็นตัวละครจำนวนมากในหนังทั้งสองเรื่องนี้ แต่ได้เห็นตัวละครเหล่านั้นเพียงแค่คนละ 1-3 นาทีเท่านั้น

 

ส่วนที่ตรงข้ามกันก็คือว่า ตัวละครแต่ละคนใน DAY OF THE FULL MOON ถูกนำมาเชื่อมโยงกัน ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้จักกัน พวกเขาเพียงแค่มองเห็น “คนแปลกหน้า” ผ่านเข้ามาในสายตา แต่ตัวละครแต่ละคนใน WE ALL KNOW EACH OTHER ถูกนำมาเชื่อมโยงกัน เพราะว่าพวกเขา “รู้จักกัน”

 

หนังสองเรื่องนี้ก็เลยเหมือนเป็นเหรียญสองด้านของกันและกันโดยไม่ได้ตั้งใจ

 

DAY OF THE FULL MOON

https://youtu.be/JJNcqNScWlw?si=nCXjxw32fSq37bPH

++++

 

TOP GUN (1986, Tony Scott, A+30)

 

1. แทบเป็นลม ในที่สุดเราก็ได้ดูหนังเรื่องนี้ในจอใหญ่ หลังจากรอคอยมานานเกือบ 40 ปี

 

อย่างที่เราเคยเขียนเล่าไปแล้วว่า เราเคยคลั่งไคล้ Tom Cruise อย่างรุนแรงสุดขีดเมื่อราว 40 ปีก่อน หลังจากเราได้เห็นภาพของเขาตามสื่อต่าง ๆ ในช่วงที่เขาโด่งดังจาก TOP GUN แต่ตอนนั้นหนังเรื่อง TOP GUN ลาโรงไปแล้ว เราก็เลยไม่มีโอกาสได้ดูหนังเรื่องนี้ในโรงภาพยนตร์ ตอนนั้นในช่วงปิดเทอมปี 1987 เราก็เลยงดกินข้าวกลางวันราว 10 วัน เพื่อเก็บเงินค่าข้าวกลางวันที่แม่ให้ไว้วันละ 20 บาท พอเราเก็บเงินได้ 200 บาท เราก็เอาเงินนั้นไปซื้อวิดีโอหนังเรื่อง TOP GUN จากร้านแมงป่องสาขามาบุญครอง เป็นวิดีโอม้วนแรกที่เราซื้อในชีวิต ซึ่งแลกมาด้วยการงดกินข้าวกลางวัน 10 วันติดต่อกัน นี่แหละค่ะ พลังของความเงี่ยนผู้ชาย THE POWER OF LUST

 

2. แต่วิดีโอนั้นมันไม่มีซับไตเติลน่ะ เราก็เลยดูหนังเรื่องนี้แล้วไม่เข้าใจในหลาย ๆ จุด เพราะเราไม่เข้าใจว่าตัวละครพูดอะไรกัน โดยเฉพาะในฉากขับเครื่องบิน แล้วพอมันเป็นการดูทางจอทีวี มันก็เลยยิ่งแยกไม่ออกว่าตัวละครตัวไหนกำลังขับเครื่องบินอยู่ เพราะในฉากขับเครื่องบินนั้น เราแทบไม่เห็นหน้าตัวละครเลย เราจำแนกตัวละครได้ก็จากชื่อที่ติดอยู่บนหมวกกันน็อก แต่พอมันเป็นจอทีวี มันก็เลยแทบไม่เห็นชื่อบนหมวกกันน็อก เพราะฉะนั้นมันก็เลยยิ่งงงกันเข้าไปใหญ่ แต่สาเหตุหลักที่เราซื้อวิดีโอเรื่องนี้เพราะเรา want Tom Cruise เราก็เลยไม่ได้ติดใจอะไรมาก

 

3. จำได้ว่า หนังเรื่องนี้เคยมาเข้าโรงฉายอีกครั้งในปี 1987 หรือ 1988 ด้วย ที่โรงพาต้า แต่ตอนนั้นเราแอบแม่ออกไปดูหนังไม่ได้ เราก็เลยพลาดดู TOP GUN ในโรงทั้งสองครั้ง

 

4. แต่ในที่สุดเราก็ได้ดูหนังเรื่องนี้ในจอใหญ่ในปี 2026 หลังจากรอคอยมานานเกือบ 40 ปี ดีใจสุดขีด

 

พอดูแบบมีซับไตเติลแล้วเราก็ไม่ประหลาดใจที่เราเคยดูหนังเรื่องนี้แล้วไม่เข้าใจในฉากขับเครื่องบิน เพราะในฉากเหล่านั้นตัวละครมันคุยกันด้วยศัพท์เทคนิคมาก ๆ น่ะ เป็นศัพท์เทคนิคทั้งทางการบินและทางการทหาร พอได้ดูแบบมีซับไตเติลแล้วมันเลยทำให้ฉากขับเครื่องบินมันสนุกและลุ้นระทึกมาก ๆ และการดูในจอใหญ่ มันก็ทำให้เราแยกตัวละครออกในฉากขับเครื่องบินด้วย

 

คือตอนเราดู TOP GUN ทางวิดีโอแบบไม่มีซับไตเติลเมื่อราว 39 ปีก่อน เราก็เป็นลมกับความหล่อของ Tom Cruise แต่เราก็แอบงงว่า หนังเรื่องนี้มันสนุกมากจริง ๆ เหรอ มันดูแล้วลุ้นระทึกตื่นเต้นตรงไหนเหรอ แต่พอมาได้ดูแบบมีซับไตเติลในจอใหญ่ เราถึงเพิ่งเข้าใจว่า หนังเรื่องนี้มันสนุก, ลุ้นระทึก, ตื่นเต้นจริง ๆ แต่มันต้องอาศัยซับไตเติลและ “โรงภาพยนตร์” มันถึงทำให้หนังเรื่องนี้เปล่งศักยภาพที่แท้จริงออกมาได้

 

ตอนนี้เราก็เลยเข้าใจแล้วว่า ทำไมหนังหลายเรื่องที่เราดูแล้วสนุกสุดขีดในโรงภาพยนตร์ ถึงกลายเป็นหนังน่าเบื่อเมื่อหลาย ๆ คนได้ดูทาง Netflix 55555

 

5. ชอบดนตรี soundtrack ของ TOP GUN ในฉากเปิดมาก ๆ เป็นเพลงของ Harold Faltermeyer มันฟังดูแล้วมีมนตร์ขลังมาก ๆ คือตัวเพลงนั้นเราก็ชอบอยู่แล้ว แต่พอมาได้ฟังแบบดัง ๆ เสียงกระหึ่มในโรงภาพยนตร์แล้วมันรู้สึกเต็มตื้นขึ้นมาจริง ๆ แล้วมันฟังแล้วก็ nostalgic มาก ๆ ด้วย

 

ส่วนเพลง MIGHTY WINGS ของ Cheap Trick ก็ยังคงถือเป็น one of my most favorite soundtracks of all time

 

6. อีกสิ่งที่ฮามากก็คือว่า ตอนที่เราดูหนังเรื่องนี้ทางวิดีโอแบบไม่มีซับไตเติล เราไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า ตัวละครพระเอกมี “ปมเรื่องพ่อ” เพราะเราฟังไม่ออกว่าตัวละครคุยอะไรกัน จนกระทั่งเราได้มาดู TOP GUN ในจอใหญ่นี่แหละ เราถึงเพิ่งรู้เป็นครั้งแรกว่า ตัวละครพระเอกมี “ปมเรื่องพ่อ” ที่หายสาบสูญไปในช่วงสงคราม 55555

 

7. เพิ่งรู้ว่า Tim Robbins กับ Adrian Pasdar แสดงใน TOP GUN ด้วย รุนแรงมาก ๆ ซึ่งนั่นเท่ากับว่าหนังเรื่องนี้รวม “ดาราดัง” ถึง 4 คนในหนังเรื่องเดียวกัน ซึ่งก็คือ Tom Cruise, Val Kilmer, Meg Ryan, Tim Robbins

 

Adrian Pasdar นี่ถือเป็นหนึ่งในดาราหนุ่มที่เราเคย want มาก ๆ เมื่อราว 35-40 ปีก่อน เรา want เขามากจนเราเก็บเงินไปซื้อวิดีโอหนังเรื่อง VITAL SIGNS (1990, Marisa Silver) มาจากร้านลูกแมว ที่มาบุญครอง เพราะว่า Adrian Pasdar เล่นเป็นพระเอกในหนังเรื่อง VITAL SIGNS แต่เหมือนหลังจากนั้นเราก็แทบไม่เคยเห็นเขาอีกเลย จนกระทั่งมาได้เห็นเขาใน THE EXORCISM (2024, Joshua John Miller) ที่เขารับบทเป็นตัวประกอบเล็ก ๆ

 

เราก็เลยดีใจสุดขีดที่ได้เห็น Adrian Pasdar ในจอใหญ่ใน TOP GUN ถึงแม้เขาจะโผล่มาเพียงแค่ไม่กี่วินาทีก็ตาม

 

8. รู้สึกว่า Anthony Edwards หล่อมากใน TOP GUN ดีใจที่หลังจากนั้นเขาก็เหมือนไปได้ดีกับละครโทรทัศน์เรื่อง ER (1994-2008) นะ ถ้าหากเราเข้าใจไม่ผิด

 

9. การได้ดูในจอใหญ่ทำให้เราได้ชื่นชมความหล่อของนักแสดงคนอื่น ๆ ในหนังได้อย่างเต็มที่ด้วย นึกว่ามันคือ prequel ของ BEAU TRAVAIL (1999, Claire Denis) ในแง่การเป็นหนังที่ celebrate male bodies

 

ดาราหนุ่มหล่อคนอื่น ๆ ใน TOP GUN

 

9.1 John Stockwell ในบท Cougar นักบินหนุ่มที่เหมือนเกิด panic ในช่วงต้นเรื่อง หลังจากนั้นตัว John Stockwell ได้หันมาทำงานกำกับหนังด้วย ซึ่งรวมถึงกำกับหนังเรื่อง CRAZY/BEAUTIFUL (2001) ที่เราชอบมาก ๆ

 

9.2 Barry Tubb ในบท Wolfman นักบินที่โทรไปบอกนางเอกเรื่องพระเอกจะลาออก

 

เขาแสดงใน LONESOME DOVE, GUILTY BY SUSPICION (1991, Irwin Winkler) และ THE THREE BURIALS OF MELQUIADES ESTRADA (2005, Tommy Lee Jones) ด้วย

 

9.3 Rick Rossovich ในบท Slider หนุ่มหล่อคู่ขาของ Val Kilmer

 

เขาแสดงใน THE TERMINATOR (1984, James Cameron), ROXANNE (1987, Fred Schepisi) และ NAVY SEALS (1990, Lewis Teague) ด้วย

 

9.4 Whip Hubley ในบท Hollywood หนึ่งในนักเรียนใน Top Gun

 

เขาได้แสดงในละครทีวี MORE TALES OF THE CITY (1998) และ FURTHER TALES OF THE CITY (2001, Pierre Gang) ที่สร้างจากนิยายของ Armistead Maupin ด้วย

 

10. จำได้ว่าเพลง TAKE MY BREATH AWAY ของ Berlin โด่งดังสุดขีด เพราะเพลงนี้ชนะรางวัลออสการ์ แต่เราก็งงว่า หลังจากนั้นทำไมเราไม่ได้ยินชื่อของ Berlin อีกเลย

 

เมื่อกี้เราก็เลยไปอ่าน wikipedia แล้วก็เลยเพิ่งรู้ว่า วง Berlin เป็นวงที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1978 แต่พอเพลง TAKE MY BREATH AWAY โด่งดังขึ้นมาเพราะชนะรางวัลออสการ์ วงนี้ก็ยุบวงไปเลย เพราะสมาชิกในวงทะเลาะตบตีกันอย่างรุนแรงเพราะความโด่งดังของเพลงนี้

 

Berlin officially disbanded in 1987, because of both the lack of success of their album Count Three & Pray and personal disagreements over the single "Take My Breath Away". Terri Nunn, the singer, viewed it as a fresh new song that allowed the band to perform globally, while others disliked it as it had not been written or composed by any of them. (เพลงนี้แต่งโดย Giorgio Moroder and Tom Whitlock)

 

11. หลาย ๆ ฉากใน TOP GUN นี่เหมาะเอามาดัดแปลงเป็นหนังเกย์จริง ๆ โดยเฉพาะฉากระหว่าง Tom Cruise กับ Val Kilmer

 

จำได้ว่าในหนังเรื่อง SLEEP WITH ME (1994, Rory Kelly) มีการพูดถึง homoeroticism ใน TOP GUN ด้วย โดยตัวละครที่พูดเรื่องนี้คือตัวละครที่แสดงโดย Quentin Tarantino

 

12. ถึงแม้การได้ดู TOP GUN ในจอใหญ่ในปี 2026 มันจะให้ประสบการณ์ทางภาพยนตร์ที่ทรงพลังและดีงามกว่าการดูวิดีโอในปี 1987 เป็นอย่างมาก แต่มันก็มีปัจจัยสำคัญอันนึงที่ “ลดทอนความสุขของเรา” ในการดู TOP GUN ในปี 2026 เมื่อเทียบกับในปี 1987

 

ปัจจัยสำคัญอันนั้นก็คือ สถานการณ์ทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปในการรับรู้ของเรา

 

คือตอนที่เราดู TOP GUN ทางวิดีโอในปี 1987 ตอนนั้นเรายังคงเชื่อใน propaganda ของอเมริกาน่ะ 55555 ตอนนั้นเราเติบโตมาในยุคสงครามเย็น ถูกปลูกฝังให้หวาดกลัวคอมมิวนิสต์ โดยเฉพาะโซเวียตและเวียดนาม และตอนนั้นเราก็ยังไม่เคยรับรู้เรื่องความเลวร้ายที่สหรัฐทำไว้ในภูมิภาคลาตินอเมริกาอะไรใด ๆ เลยด้วย และตอนนั้นเราก็ยังไม่ได้ดูหนังอย่าง CASUALTIES OF WAR (1989, Brian De Palma) ที่พูดถึงความเลวร้ายที่สหรัฐทำไว้ในเวียดนาม

 

เพราะฉะนั้นตอนที่เราดู TOP GUN ทางวิดีโอในปี 1987 เราก็เลยไม่ได้รู้สึกตะขิดตะขวงใจอะไรใด ๆ กับ “ทหารสหรัฐ” ในหนัง เหมือนเราสามารถตกหลุมรักทหารสหรัฐในหนังได้ทั้งทางกายและทางใจ ไม่มี moral dilemma

 

แต่พอมาในยุคปัจจุบันนี้ และยิ่งในช่วงที่เกิด “สงครามอิหร่าน” ในตอนนี้ การได้เห็น “ทหารสหรัฐ” ในหนัง มันก็เลยทำให้เรารู้สึกแย่ขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ เหมือนเป็นการดูหนังที่เราต้องยอมรับว่า ตัว political aspect ของหนังอาจจะทำให้เรารู้สึกแย่ในปัจจุบันนี้ และเราก็ต้องแยกความรู้สึกนี้ออกจากความดีงามของหนังในฐานะที่เป็น a celebration of male bodies

 

เราเคยเขียนถึง TOP GUN ไว้ที่นี่

https://web.facebook.com/photo/?fbid=10228840727826357&set=a.10206445257193588

 

++++++

รายงานผลประกอบการประจำวันที่ 17-19 พ.ค. 2026

 

Sunday 17 May 2026

 

1. MERRILY WE ROLL ALONG (2025, Maria Friedman, recorded stage play, 145min, A+30)

 

ดูที่ SF Central World รอบ 14.30 น.

 

ดูแล้วร้องห่มร้องไห้อย่างรุนแรง

 

อยากให้มีคนเอาบันทึกการแสดงละครเวทีมาลงโรงฉายแบบนี้อีกบ่อย ๆ

 

2. BILLIE EILISH: HIT ME HARD AND SOFT (2026, James Cameron, Billie Eilish, documentary, concert film, 114min, A+30)

 

ดูที่เอ็มควอเทียร์ รอบ 19.00 น.

 

Monday 18 May 2026

 

3. TOP GUN (1986, Tony Scott, A+30)

 

ดูที่เอสพลานาด รัชดา รอบ 12.00 น.

 

4. 3 GOOD GUYS (2026, Boi Kwong, Singapore, A+)

 

ดูที่เอสพลานาด รัชดา รอบ 14.50 น.

 

ชอบตัวไอเดียหลักของหนัง แต่ไม่ได้ชอบตัว execution หรือผลลัพธ์ที่ออกมามากนัก

 

ชอบที่ไอเดียหลักของมันทำให้นึกถึงพวก A CHRISTMAS CAROL (1843) ของ Charles Dickens หรือพวก “หนังคริสต์มาส” ที่ตัวละครที่โลภมาก greedy จะเจอกับปาฏิหาริย์และได้รับบทเรียนจากปาฏิหาริย์หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และบทเรียนดังกล่าวก็ทำให้พวกเขากลับตัวกลับใจได้ในตอนจบ แต่หนังเรื่องนี้พลิกจาก “คริสต์มาส” และ “บทเรียนเรื่อง greed” มาเป็นบทเรียนเรื่อง “การปฏิบัติดีปฏิบัติชอบต่อหญิงคนรัก” แทน

 

5. MOTHER MARY (2026, David Lowery, A+30)

 

ดูที่เอสพลานาด รัชดา รอบ 16.50 น.

 

6. MORTAL KOMBAT II (2026, Simon McQuoid, A+30)

 

ดูที่เอสพลานาด รัชดา รอบ 19.30 น.

 

ไม่เคยนึกมาก่อนว่า MORTAL KOMBAT จะสนุกขนาดนี้ ชอบที่หนังมีตัวละครหญิงบู๊หลายตัวที่ใช้อาวุธแตกต่างกันไป

 

เป็นหนังที่ชอบเกินคาดมาก ๆ ทำให้นึกถึง DUNGEONS & DRAGONS: HONOR AMONG THIEVES (2023, John Francis Daley, Jonathan Goldstein) ที่ถือเป็นหนังที่เราชอบมากเกินคาดเช่นกัน

 

TUESDAY 19 MAY 2026

 

7. THAT TIME I GOT REINCARNATED AS A SLIME THE MOVIE: TEARS OF THE AZURE SEA (2026, Yasuhito Kikuchi, Japan, animation, A+30)

 

ดูที่พารากอน รอบ 11.30

 

8. GHOSTFLUENCER สาปเมือง (2026, Anawat Phromchae, A+30)

 

ดูที่พารากอน รอบ 14.00

 

9. THE SHEEP DETECTIVES (2026, Kyle Balda, Ireland, A+30)

 

ดูที่พารากอน รอบ 16.30

 

10. KRISHNAVATARAM – PART 1: THE HEART (HRIDAYAM) (2026, Hardik Gajjar, India, 150min, A+25)

 

ดูที่ SF Terminal 21 รอบ 20.30

 

ต้องกราบขอบพระคุณหนังอินเดียเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง เพราะถ้าหากเราไม่ได้เดินทางมาดูหนังอินเดียเรื่องนี้ที่ Terminal 21 ในวันอังคารที่ 19 พ.ค. เราก็คงไม่ได้สวนกับน้องกีวี่โดยบังเอิญที่บันไดเลื่อนในวันนั้น

 

การเดินทางมาดูหนังเรื่องนี้ ก็เลยส่งผลให้เราได้เจอน้องกีวี่ตัวจริงเป็นครั้งแรกหลังจากรู้จักกันทาง Facebook มานานราว 15 ปี 55555

++++

 

โปรแกรมหนังประวัติศาสตร์อิตาลีที่นิวยอร์ค น่าดูมาก ๆ เราเคยดูแค่ 6 จาก 29 เรื่องในโปรแกรมนี้

 

หนังที่เราเคยดูในโปรแกรมนี้

 

1. THE LEOPARD (1963, Luchino Visconti)

 

2. CAPRI-REVOLUTION (2018, Mario Martone)

 

3. MARTIN EDEN (2019, Pietro Marcello)

 

4. AMARCORD (1973, Federico Fellini)

 

5. VERMIGLIO (2024, Maura Delpero)

 

6. HAPPY AS LAZZARO (2018, Alice Rohrwacher)

 

++++

Saturday, May 16, 2026

RIP VALIE EXPORT

SONGS BEGIN WITH LETTER A

 

1. ANATA WO AISHITAI (1988) – Yoko Minamino

2. AKI NO INDICATION (1987) – Yoko Minamino

3. AKI KARA MO, SOBA NI ITE (1988) – Yoko Minamino

4. APPROACH (1986) – Yoko Minamino

5. ANOTHER SLEEPLESS NIGHT (1990) – Shawn Christopher

6. ABC (1987) – Shonentai

7. ABSOLUTELY FABULOUS (1994) – Pet Shop Boys

8. ALL AT ONCE (1985) – Whitney Houston

9. ALL AROUND THE WORLD (1989) – Lisa Stansfield

10. ALL OF ME (BOY OH BOY) (1988) – Sabrina

+++

 

เห็นว่าใกล้จะมีฟุตบอลโลก เราก็เลยนึกถึงเพลงประจำฟุตบอลโลกเพลงนี้ TOUCHED BY THE HAND OF CICCIOLINA (1990) – Pop Will Eat Itself

https://youtu.be/LNWu7Ejm_TM?si=3yerzanYO9QddsMw

++++

รุนแรงมาก ๆ เราเคยดูหนังสองเรื่องที่พูดถึง Wallis Simpson ซึ่งก็คือ THE WOMAN HE LOVED (1988, Charles Jarrott) กับ W.E. (2011, Madonna) แต่ทั้งสองเรื่องนี้ก็เหมือนเน้นแค่การเชิดชูความรักต่างฐานันดรของนางเอก และก็เลยไม่ได้พูดถึงชีวิตบั้นปลายของ Wallis ที่ตกเป็นเหยื่อของทนายสาวเจ้าเล่ห์

+++

 

ฉันรักเขา Benyu Zhang from PEGASUS 3 (2026, Han Han, China, A+30)

 

รูปมาจาก PEGASUS (2019) ภาคแรกนะ เพราะว่าในภาค 3 Benyu Zhang ไม่ยอมถอดเสื้อเลย 55555

++++

เพิ่งสังเกตว่า หนังฮ่องกงเรื่อง MEN FROM THE GUTTER (1983, Lam Ngai Choi) เข้าฉายแบบเสียงภาษาจีน 4 โรง และเสียงพากย์ไทยแค่โรงเดียว คือโรงจักรวาล (มันตั้งอยู่ที่ไหนนะ)

 

+++

 

ฉันรักเขา Fan Chengcheng from PEGASUS 3 (2026, Han Han, China, A+30)

ฉันรักเขา Hu Xianxu from PEGASUS 3 (2026, Han Han, China, A+30)

ฉันรักเขา Johnny Huang from PEGASUS 3 (2026, Han Han, China, A+30)

ฉันรักเขา Zhang Xincheng from PEGASUS 3 (2026, Han Han, China, A+30)

+++

 

งดงามที่สุด พออ่านจบแล้วเมื่อกี้เราเลยลองเข้าไปดู instagram ของ Jiab Prachakul แล้วก็พบว่าคุณเจี๊ยบ ประชากุล เคยจัดโปรแกรมฉายภาพยนตร์ที่เธอชื่นชอบ 3 เรื่องให้ Austin Film Society ด้วย โดยภาพยนตร์ 3 เรื่องนั้นก็คือ

 

1. Floating Weeds (1959) by Yasujiro Ozu
2. A Summer's Tale (1996) by Eric Rohmer
3. Uncle Boonmee Who Can Recalled His Past Lives (2010) by Apichatpong Weerasethakul

https://web.facebook.com/sarunyoo.threesukon/posts/pfbid0QLDzERrnNXSSzK4vbVKA6JhDXJv3HUCTcsAbSH2rzFPpKncHjTrdyJ44C6Rs81R9l

 

https://www.instagram.com/p/DFsvoueNoTz/?img_index=1

 

แนท วาสนา

https://web.facebook.com/1990songshit/posts/pfbid0LcRdoxW7uuiHp2nBY8rNCuB7NGwt9ioiNL5xdDyT6Ewky58qc3qUbFk3gE8dNr9ml

 

BP PORTRAIT AWARD 2020

https://www.npg.org.uk/whatson/exhibitions/2020/bp-portrait-award-2020/exhibition/

+++

 

เพิ่งเห็นว่า เว็บไซต์ GOETHE ON DEMAND มีหนังเรื่อง DARK BLUE GIRL (2017, Mascha Schilinski, Germany, 103min) ให้ดูด้วย กรี๊ดดด ดีใจมาก ๆ เพราะว่าเราชอบ SOUND OF FALLING (2025, Mascha Schilinski) อย่างสุดขีด เราก็เลยอยากดูหนังเรื่องอื่น ๆ ของ Mascha Schilinski มาก ๆ

https://goethe-on-demand.de/

++++

 

บันทึกว่า ตอนนี้เราจอประสาทตาฉีกขาดอีกแล้ว เป็นจุดที่ 5

 

คือเมื่อ 4-5 วันก่อน เราเริ่มเห็นจุดสีดำลอยไปลอยมา ซึ่งเป็นอาการที่เราก็เจอบ้างเป็นครั้งคราว เราก็เลยไม่กังวลอะไร แต่พอผ่านไป 4 วัน มันก็ยังไม่หายไป เราก็เลยตัดสินใจไปหาหมอในวันพุธที่ 13 พ.ค.

 

ปรากฏว่าหมอตรวจพบว่า วุ้นลูกตาเสื่อมของเรามันไปดึงรั้งจอประสาทตา ทำให้จอประสาทตาฉีกขาด (retinal breaks without detachment) หมอก็เลยรักษาเราด้วยการยิงเลเซอร์ ค่ารักษาอยู่ที่ 18457 บาท เสร็จแล้วก็ห้ามออกกำลังกายเป็นเวลานาน 1 เดือน

 

ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 5 แล้ว เพราะก่อนหน้านี้เราก็เคยเป็นจอประสาทตาฉีกขาดมาแล้ว 4 ครั้งในปี 2019 โดยครั้งก่อนหน้านี้คือวันที่ 10 ก.ย. 2019 หรือเมื่อราว 7 ปีก่อน

 

เราก็เลยเซ็ง เพราะโรคที่เรานึกว่าเราหายขาดไปแล้วเมื่อ 7 ปีก่อน ตอนนี้เรากลับมาเป็นอีกแล้ว แต่ก็ยังโชคดีที่จอประสาทตาของเรายังไม่ได้หลุดลอก และโรค “พังผืดบนศูนย์กลางจอประสาทตา” ของเราก็ยังคงที่ ไม่ได้เลวร้ายลงจนถึงขั้นต้องผ่าตัด

 

แต่เราก็คิดว่า มันคงเป็นผลกรรมจากที่เราเคยแกล้งลูกแมวตอนที่เรายังเป็นเด็กนั่นแหละ แสดงว่าเรายังใช้กรรมไม่หมด ก็คงต้องทยอยใช้กรรมที่เราเคยทำไว้ในตอนเด็กกันต่อไป

++++

 

วันนี้ไปเดิน Kinokuniya สาขา Central World เจอหนังสือ LOACH ON LOACH เราเลยซื้อมาให้ลูกหมีอ่าน เพราะเราเคยดูหนังของ Ken Loach ไปแล้ว 8 เรื่อง และก็ชอบหนังของเขาอย่างสุดขีดมาก ๆ

 

เรายังไม่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้นะ แต่เราเข้าใจว่ามี Chapter นึงของหนังสือเล่มนี้ ที่ให้ Ken Loach พูดถึงการเมืองอังกฤษอย่างเต็ม ๆ โดยเน้นไปที่สมาชิกคนสำคัญของพรรคแรงงานอังกฤษในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึง Keir Starmer นายกรัฐมนตรีอังกฤษคนปัจจุบัน ซึ่งนั่นเป็นเพราะว่า Loach เคยกำกับหนังสารคดีเรื่อง THE SPIRIT OF ’45 (2013, 94min) ที่พูดถึงการเมืองอังกฤษอย่างตรง ๆ เพราะฉะนั้นเวลาที่เขาพูดถึงหนังเรื่องนี้ มันก็เลยกลายเป็นการสัมภาษณ์ความเห็นของเขาที่มีต่อการเมืองอังกฤษในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมาไปด้วยโดยปริยาย

 

เข้าใจว่า สำนักพิมพ์ Faber ออกหนังสือชุดผู้กำกับภาพยนตร์นี้มาแล้ว 24 เล่ม แต่เราซื้อเก็บไว้แค่ 2 เล่ม คือ MALLE ON MALLE กับ LOACH ON LOACH

 

ส่วนที่ร้าน Kinokuniya Central World เราเห็นมีหนังสือ CRONENBERG ON CRONENBERG กับ TRIER ON VON TRIER วางขายอยู่ด้วยนะ แล้วก็มีหนังสือที่น่าสนใจเล่มอื่น ๆ วางขายอีกมากมายหลายเล่ม อย่างเช่น JAPANESE HORROR CINEMA AND DELEUZE ของ Rachel Elizabeth Barraclough, IN THE MOOD FOR TEXTURE: THE REVIVAL OF BANGKOK AS A CHINESE CITY ของ Anika Fuhrmann, หนังสือของ A24 จำนวนมากมายหลายเล่ม, หนังสือเกี่ยวกับ Tilda Swinton เล่มละ 2000 กว่าบาท และหนังสือเกี่ยวกับหนังเรื่อง WHEN A WOMAN ASCENDS THE STAIRS (1960, Mikio Naruse) เล่มละ 700 กว่าบาท

 

JAPANESE HORROR CINEMA AND DELEUZE

https://www.bloomsbury.com/uk/japanese-horror-cinema-and-deleuze-9781501375026/

 

+++

 

RIP VALIE EXPORT (1940-2026)

 

Valie Export เป็นเจ้าแม่หนังทดลองแห่งออสเตรีย เราเคยดูภาพยนตร์ของเธอแค่เรื่องเดียว ซึ่งก็คือ SEEING SPACE AND HEARING SPACE (1974, Austria, A+30) ที่ทาง Filmvirus เคยนำมาฉายที่ห้องสมุดมหาลัยธรรมศาสตร์ เราชอบหนังเรื่องนี้มาก ๆ

 

และเราก็เคยดูวิดีโอเรื่อง WOMEN (VALIE) (2022, Karin Fisslthaler, Austria, video installation, 7min, A+30) ที่เป็นการ tribute ให้ Valie Export ด้วย

 

ชื่อ Valie Export ของเธอนั้น ไม่ใช่ชื่อที่เธอได้มาแต่กำเนิด เพราะเธอเปลี่ยนชื่อของตัวเองจาก Waltraud Hollinger  มาเป็น Valie Export ในปี 1967 เพราะเธอไม่ต้องการใช้ทั้งนามสกุลของบิดาและของสามีของเธอ โดยเธอเคยกล่าวในการให้สัมภาษณ์ว่า

 

"I did not want to have the name of my father [Lehner] any longer, nor that of my former husband Hollinger. My idea was to export from my 'outside' (heraus) and also export, from that port. The cigarette package was from a design and style that I could use, but it was not the inspiration."

 

ในปี 1968 Valie Export เคยทำการแสดงครั้งสำคัญที่มีชื่อว่า ACTION PANTS: GENITAL PANIC ด้วยการเดินเข้าไปในโรงภาพยนตร์ที่มิวนิคโดยใส่กางเกงไร้เป้า เพื่อโชว์อวัยวะเพศหญิงของเธอ แล้วเธอก็เดินไปรอบ ๆ ผู้คนในโรงภาพยนตร์โดยให้อวัยวะเพศหญิงของเธออยู่ในระดับเดียวกับใบหน้าของผู้ชม

 

Export entered an art cinema in Munich, wearing crotchless pants, and walked around the audience with her exposed genitalia at face level. It aimed toward provoking thought about the passive role of women in cinema and confrontation of the private nature of sexuality with the public venues of her performances. In an interview in Ocula Magazine, the artist stated that: "The fear of the vulva is present in mythology, where it is depicted devouring man. I don't know if this fear has changed.”

 

งานวิดีโออันหนึ่งของเธอคือ FACING A FAMILY (1971) ที่แพร่ภาพทางโทรทัศน์ในวันที่ 2 ก.พ. 1971 โดยวิดีโอนี้แสดงภาพของครอบครัวชนชั้นกลางชาวออสเตรียที่กำลังรับประทานอาหารเย็นและดูโทรทัศน์ไปด้วย และนั่นก็เท่ากับว่า รายการโทรทัศน์นี้กำลัง “ยื่นกระจก” ให้แก่ครอบครัวชนชั้นกลางชาวออสเตรียอีกหลายครอบครัวที่กำลังรับชมรายการโทรทัศน์นี้อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง ครอบครัวชนชั้นกลางชาวออสเตรียหลายครอบครัวได้ดูรายการโทรทัศน์ที่แสดงให้เห็นครอบครัวชนชั้นกลางชาวออสเตรียครอบครัวหนึ่งกำลังดูโทรทัศน์อยู่ นอกจากนี้ งานวิดีโอนี้ก็เป็นการส่องสะท้อนความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่าง  subject, spectator, and television ด้วย

 

ในภาพยนตร์เรื่อง REMOTE (1973) นั้น Valie Export ใช้มีดขุดหนังกำพร้าของเธอเป็นเวลานาน 12 นาที เพื่อสะท้อนว่าเรือนร่างของผู้หญิงได้รับความเสียหายมากเพียงใดจากการทำตามมาตรฐานความงามของสังคม

 

Valie Export พยายามต่อต้านแรงกดดันทางสังคมในยุคนั้นที่พยายามกระตุ้นให้ผู้หญิงกลายเป็น “แม่” และ “เมีย” ด้วย โดยเธอเคยกล่าวในหนังสือ VALIE EXPORT: FRAGMENTS OF THE IMAGINATION ที่เขียนโดย Roswitha Mueller ในปี 1994 ว่า

"VALIE EXPORT: I am interested in postmodern theories of the subversion of the subject since I would like to dissolve the traditional view of the subject, which had contributed to the oppression of women. It could also be helpful in freeing women from social norms and enforced codes like motherhood. But I do not follow postmodern philosophers when they equate the questions concerning women's subjectivity with a confirmation of phallocentrism. The phenomenological attempt to overcome Hegel's dialectics in certain postmodern theories seems rather conservative to me." (from page 213)


"VALIE EXPORT: First, I do understand the dangers of my recommendation to women to refuse natural reproduction. Yet, I think the whole essentialism debate has to be taken out of its abstract philosophical framework, because there one can always find yet another logical trip-up. What I am trying to call attention to is the necessity to change the whole concept of motherhood, the ideological coercion of women to become mothers and wives that is the core of the cultural determination of our bodies. Only in this framework can what I say make any sense. Certainly, I do not propose in actuality that an individual woman should no longer give birth if she feels like it; rather, it is the coercion I am trying to counteract. And from this perspective, artificial reproduction is equally dangerous, because it can potentially increase the pressure on women if they are not in charge of their lives and if they are not involved in these debates." (from page 222)

 

ภาพจากหนังเรื่อง SYNTAGMA (1983, Valie Export)

++++

 

วันนี้ไปกินข้าวเย็นที่ร้าน ANYA’S PLACE อยู่ห่างจากหอภาพยนตร์ ศาลายา เพียงแค่ 3 กิโลเมตร อาหารอร่อยดีค่ะ

https://web.facebook.com/Anyarestaurant

++++

 

เพิ่งรู้จากเพื่อนว่า เกย์รุ่นใหม่เขานิยมไป hang out กันที่ลานเกย์ รัชโยธิน ที่อยู่แถว ๆ ผับ “ท่าช้าง รัชโยธิน” กับโรงหนังเมเจอร์รัชโยธิน เห็นมีคลิปใน instagram กับ tiktok เยอะมากที่พูดถึงประเด็นนี้

 

รู้สึกว่าเป็นอะไรที่ดีงามมาก ๆ เราก็ไปดูหนังที่เมเจอร์รัชโยธินบ่อย ๆ แต่ก็ไม่เคยรู้ว่ามีอะไรแบบนี้เลย เพราะว่าพอหนังเลิกราว ๆ 4 ทุ่มเราก็เดินออกทางเชื่อมรถไฟฟ้าด้านหน้า เราก็เลยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่ลานด้านหลัง

 

เรารู้แค่ว่า แถวนั้นมันมีผับบาร์อยู่บ้าง และก็น่าจะมีร้านอาหารบางร้านที่มันยังคงเปิดในเวลาดึก ๆ ดื่น ๆ มีร้านราเมงข้อสอบกับสตาร์บัคส์ที่เปิด 24 ชั่วโมง และร้านอาหารหลายร้านที่ปิดตีหนึ่งหรือตีสอง อาคารด้านหลังเมเจอร์รัชโยธินมันมีร้านอาหารเยอะมาก และห้องน้ำในอาคารนั้นน่าจะเข้าออกได้ตลอด 24 ชั่วโมงมั้ง

 

เพราะฉะนั้นลานตรงนั้นมันก็เลยอาจจะเหมาะดี เพราะมันดูเหมือนเปิดไฟสว่างไสว ดูปลอดภัย เดินเหินได้อย่างอิสระ ไม่ต้องเสียตังค์ มีร้านอาหารร้านกาแฟที่เปิด 24 ชั่วโมง มีห้องน้ำให้เข้าไปปัสสาวะและทำอะไรอย่างอื่น ๆ ได้

 

หวังว่าจะมีคนทำหนังสั้นเกี่ยวกับลานเกย์รัชโยธินมาให้พวกเราได้ดูกันนะคะ

https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid0JTP4ocFUSwR2WmVHo7txVBF924NdVdKMVFcb1hMA3wzb4XLfuBty7ZT4fzBjjPe4l

 

 


Sunday, May 10, 2026

22 FILMS OF WEERA RUKBANKERD

 

ฉันรักเขา Morgan Oey from GHOST IN THE CELL (2026, Joko Anwar, Indonesia, A+30)

+++

 

ในหนังเรื่อง THE SECRET AGENT (2025, Kleber Mendonça Filho, Brazil, A+30) มีการพาดพิงถึงละครโทรทัศน์ของบราซิลเรื่อง ISAURA: SLAVE GIRL (1976-1977, Brazil) ด้วย และอย่างที่เราเคยเขียนไปแล้วว่า ละครทีวีเรื่องนี้เคยมาฉายในไทยด้วยนะ ในชื่อเรื่องว่า “อีสเซารา เสน่ห์นางทาส” โดยฉายทางช่อง 5 ในช่วงปลายทศวรรษ 1980

 

พอดีวันนี้เราพบว่า เราเคยอัดส่วนนึงของละครทีวีเรื่องนี้เก็บไว้ ก็เลยเอามาแปะในนี้ด้วยเลยดีกว่า เพราะว่าในช่วงทศวรรษ 1980 นั้น การที่ละครทีวีบราซิลได้มาฉายทางโทรทัศน์ในไทย ถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยครั้งนัก

 

เนื่องจากเทปวิดีโอนี้อัดไว้ตั้งแต่เมื่อ 40 ปีก่อน เพราะฉะนั้นสีในภาพก็เลยเพี้ยนไปหมดแล้วนะ

https://web.facebook.com/jit.phokaew/videos/981589637753816

 

+++

 

พยายามนับว่า เราเคยดูภาพยนตร์ที่กำกับโดยคุณ Weera Rukbankerd วีระ รักบ้านเกิดไปแล้วกี่เรื่อง สรุปว่า ได้ดูไปแล้ว 22 เรื่อง ซึ่งประกอบด้วย

 

1. MESSAGES ARE NOT TRUE STORY (2008, 15min)

เรื่องย่อ: ชายที่ผิดหวังในความรัก กับเมจเสจเก่า ๆ ของเขา

เราได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้ในวันที่ 17 ก.ค. 2008

 

โปรแกรมวันนั้นพีคมาก ๆ เพราะหนังเรื่อง “คนชิงเปรต” ของคุณคมจักร ทองจิบ จากจังหวัดสตูล ก็ดีมาก ๆ ส่วนหนังเรื่อง “คืนเปลี่ยวในซอยตรวจ” THE POLICE (2008, Weerasak Suyala) จากอุบลราชธานีนี่ก็ถือเป็นหนังคลาสสิคไปแล้ว

 

2. HOUSE OF FEEL (2009, 8min)

บ้านของผม ชีวิตของผม ความสุขของผม และความทุกข์ของผม

เราได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้ในวันที่ 8 ก.ค. 2009

 

3. COMPETITIVE STRATEGY (2010, 7min)

ความรักที่ผิดหวังมานาน สุดท้ายก็มีคนอาสามาช่วยผมแล้ว

เราได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้ในวันที่ 2 ก.ค. 2010

 

โปรแกรมภาพยนตร์ในวันที่ 2 ก.ค. 2010 ก็พีคมาก เพราะมีทั้งภาพยนตร์ของคุณวาสุเทพ เกตุเพ็ชร์, เอกภณ เศรษฐสุข,  วรรณแวว + แวววรรณ หงษ์วิวัฒน์, ศุภฤกษ์ คณิตวรานันท์, พิรุณ อนุสุริยา และเปรมปพัทธ ผลิตผลการพิมพ์ ฉายในวันเดียวกัน

 

4. B.H.T.S. (2013, 8min)

การทำหนังสั้นเรื่องหนึ่งครับ

เราได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้ในวันที่ 3 ก.ค. 2013

 

ตอนนี้เราจำรายละเอียดใน B.H.T.S. ไม่ได้แล้ว จำได้แต่ว่า หนังเรื่อง AMOKSIKLAV GPO (2013, Teeranit Siangsanoh, 34min) ที่ฉายในวันเดียวกันนี่ถือเป็น one of my most favorite Thai films of the 2010s

 

5. WALK FALL BACK (2014, 5min)

การถอยหลังของชายที่ผิดหวังในความรัก

เราได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้ในวันที่ 12 ก.ค. 2014

 

มันคือหนังที่ให้คุณวีระเดินถอยหลังในบ้านตลอดทั้งเรื่องหรือเปล่านะ มีใครจำรายละเอียดอะไรในหนังเรื่องนี้ได้อีกบ้าง

 

วันนั้นหนังเรื่อง WALK FALL BACK ฉายติดกับหนังเรื่อง WASTELAND (2014, Dawut Sassanapitax, 9min) และมีหนังเรื่อง WE USED TO LOVE EACH OTHER (2014, Aroonakorn Pick, 27min) ฉายด้วย

 

แล้วเราก็ได้ดูภาพยนตร์อีก 17 เรื่องของคุณวีระ ในงาน BROKEN HEARTED BOYHOOD เมื่อวันที่ 2 พ.ค. 2026 ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นการดูรอบที่สอง แต่ก็มีบางเรื่องที่เป็นการดูรอบแรก โดยภาพยนตร์ในงานนี้ประกอบด้วย

 

6. 1 DAY IN UTOPIA (2005, 3min)

การใช้ชีวิตของคนที่สับสนในรัก

 

7. 5 YEARS IN SAD HEART (2006, 9min)

ชายที่ติดอยู่กับความรักที่ผิดหวังมาแล้ว 5 ปี

 

8. 2 SECOND IN BAD LOVE (2007, 7min)

ชายที่จมอยู่ในรักที่ไม่สมหวัง พยายามทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อลืมเธอ

 

9. 4 MINUTE IN BROKEN SOUL (2007, 7min)

ชายที่ผิดหวังในความรัก ต้องทนทุกข์ทรมานกับความทรงจำที่ยังอยู่

 

10. ONE (2011, 8MIN)

การทำหนังของผู้ชายที่ผิดหวังในความรัก

 

11. RETRO 1 DAY (2012, 10min)

ย้อนกลับไปพูดถึงหนังเรื่องแรกเมื่อ 8 ปีก่อนให้น้องชายฟัง

 

12. DIRECTOR & ACTOR (2015, 14min)

การทำหนังเกี่ยวกับผู้ชายที่ผิดหวังในความรัก ทำให้เกิดความไม่เข้าใจกันระหว่างผู้กำกับและนักแสดง

 

13. อวัยวะ (2016, 13min)

เรื่องราวของอวัยวะต่าง ๆ ของผู้ชายที่ผิดหวังในความรัก

 

14. FUTURE BOARD (2017, 14min)

เรื่องของผู้ชายที่ผิดหวังในความรักที่หมกมุ่นกัยอวัยวะที่ทำจากฟีเจอร์บอร์ด

 

15. ARTICLE KILLING ME (2018, 10min)

ผู้ชายที่ผิดหวังในความรัก กับฝันร้ายของเขา

 

16. HEAVY BROKEN HEART METAL (2019, 16min)

ผู้ชายที่ผิดหวังในความรัก ที่พยายามหาคำอธิบายเกี่ยวกับความผิดหวังในความรัก

 

17. BLUR HAPPY, BLUR SAD (2020, 11min)

ผู้ชายที่ผิดหวังในความรัก ที่อยู่ในวังวนเรื่องราวของตัวเอง

 

18. BEGIN, LOVE, HATE, END (2021, 14min)

ผู้ชายที่ผิดหวังในความรักในบ้าน

 

19. DESK CALENDAR (2022, 17min)

 

20. BLACK&WHITE&LOVE&SAD (2023, 15min)

ผู้ชายที่ผิดหวังในความรักในโหมดขาวดำ

 

21. MIDLIFE CRISIS (2024, 17min)

ชายวัยกลางคนที่ผิดหวังในความรัก

 

22. SUCCESS’SI SUCCESS (2025, 18min)

ชายวัยกลางคนที่ผิดหวังในความรักและพึ่งประสบความสำเร็จ

+++

เราชอบ HARU (1996, Yoshimitsu Morita) อย่างสุดขีด หนังเรื่องนี้ติดอันดับ 20 ในลิสท์หนังที่เราชื่นชอบที่สุดที่ได้ดูในปี 2003

++

 

เพิ่งได้ดูมิวสิควิดีโอเพลง COME INTO MY HOUSE (1990) ของ Queen Latifah ถ้าหากเราเข้าใจไม่ผิด MV นี้ใช้ภาษาลาวในเพลงด้วย เหมือนมันจะเขียนว่า “มาสู่เฮือนของข้อย” หรือเปล่า เราก็ไม่แน่ใจนะ เพื่อให้สอดคล้องกับชื่อเพลง

 

อีกสิ่งหนึ่งที่น่าประทับใจมากใน MV เพลงนี้ ก็คือท่าเต้นแบบ Voguing ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงปี 1989-1990 ซึ่งจะเห็นได้จากหนังสารคดีเรื่อง PARIS IS BURNING (1990, Jennie Livingston) และมิวสิควิดีโอเพลง DEEP IN VOGUE ของ Malcolm McLaren กับ VOGUE ของ Madonna ที่นำเสนอท่าเต้นแบบ Voguing เหมือนกัน

https://youtu.be/QcP5Wwr3c-Y?si=HuheiJrdnquOPrd-

 

 

Friday, May 08, 2026

GEORGIAN CINEMA

 

ฉันรักเขา Kanji Ishimaru from TIME TRAVELLER: THE GIRL WHO LEAPT THROUGH TIME (2010, Masaaki Taniguchi, Japan, 122min, A+30)

 

Kanji Ishimaru น่าจะมีอายุราว ๆ 45 ปีตอนเล่นหนังเรื่องนี้ เขาหล่อมากในสายตาของเรา แต่ทำไมเหมือนเราไม่เคยเห็นเขาตอนหนุ่ม ๆ มาก่อน เราก็เลยไปหาข้อมูลดู แล้วก็พบว่า เขาเป็น “นักแสดงละครเวที” เขาเริ่มเล่นละครเวทีตั้งแต่อายุ 25 ปี และเพิ่งเริ่มแสดงละครโทรทัศน์ตอนอายุราว 44 ปี โธ่ เราก็เลยอดดูเขาตอนหนุ่ม ๆ เลย

 

ตอนแรกเรากะว่าจะไม่ดูหนังเรื่องนี้แล้ว เพราะตอนแรกเราเข้าใจผิดว่า มันเป็นการรีเมคหนังเรื่อง THE LITTLE GIRL WHO CONQUERERD TIME (1983, Nobuhiko Obayashi, Japan) ที่เราเคยดูที่ Japan Foundation ถนนอโศก แล้วเราจะดูเวอร์ชั่นรีเมคทำไมในเมื่อเราเคยดู original version ไปแล้ว

 

แต่พอเราได้ดูหนังเรื่องนี้จริง ๆ เราก็พบว่า มันไม่ใช่การรีเมค แต่เป็น sequel ต่างหาก มันคือ “ภาคต่อ” เพราะว่าเนื้อหาใน TIME TRAVELLER: THE GIRL WHO LEAPT THROUGH TIME มันคือเรื่องราวของ “รุ่นลูก” ของตัวละครใน THE LITTLE GIRL WHO CONQUERERD TIME

 

เราก็เลยดีใจมาก ๆ ที่ได้ดูหนังภาคต่อของหนังภาคแรกที่กำกับโดย Nobuhiko Obayashi โดยที่ภาคสองนี้สร้างห่างจากภาคแรกนานถึง 27 ปี

+++

 

BLACKBIRD BLACKBIRD BLACKBERRY (2023, Elene Naveriani, Georgia/Switzerland, 111min, A+30)

 

1. ชอบการใช้สีในหนังเรื่องนี้มาก ๆ สีสวยมาก ๆ เราเลยเอาภาพจากหนังเรื่องนี้มาลงในอัลบัมนี้ ซึ่งเป็นอัลบัมรวมหนังสีสวย

 

2. ดูหนังเรื่องนี้แล้วอินมากในระดับนึง เพราะหนังมันพูดถึงแรงปรารถนาทางเพศของสาวโสดวัย 48 ปี

 

3. ทำไม Georgia ถึงเป็นประเทศที่มาแรงในวงการภาพยนตร์ในระยะหลังนะ เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ที่แยกตัวออกมาจากสหภาพโซเวียตด้วยกัน เพราะว่านอกจาก BLACKBIRD BLACKBIRD BLACKBERRY แล้ว ภาพยนตร์จากประเทศ Georgia ในระยะนี้ ก็รวมถึง

 

3.1 APRIL (2024, Dea Kulumbegashvili)

3.2 DRY LEAF (2025, Aleksandre Koberidze)

3.3 IMAGO (2025, Déni Oumar Pitsaev)

 

แล้วในอดีต หนังอย่าง THE COLOR OF POMEGRANATES (1969, Sergei Parajanov) ก็อาจจะเรียกได้ว่า เป็นหนังสหภาพโซเวียต + อาร์เมเนีย + จอร์เจีย เพราะว่า Sergei Parajanov เกิดในจอร์เจีย และหนังเรื่องนี้ถ่ายทำในจอร์เจีย

 

เราก็เลยสงสัยว่า ทำไม Georgia ถึงมาแรงในช่วงนี้ เหมือนมาแรงกว่า Belarus, Moldova, Armenia, Azerbaijan, Kazakhstan, Turkmenistan, Kyrgizstan, Tajikistan, Uzbekistan แต่อาจจะอยู่ในระดับพอ ๆ กับ Ukraine ที่ได้รับความสนใจจากประชาคมโลกนับตั้งแต่เกิดสงครามขึ้นมา

 

4. ไม่รู้ว่าสาเหตุส่วนนึงเป็นเพราะ Georgia อาจจะมีรากฐานวัฒนธรรมของตนเองมายาวนานหลายพันปีหรือเปล่า เพราะว่า Georgia เคยเป็นที่ตั้งของอาณาจักร Colchis ที่ปรากฏอยู่ในตำนานกรีก และในตำนาน Jason and the Argonauts ซึ่งแสดงให้เห็นว่า บริเวณที่ตั้งของประเทศจอร์เจียนั้นเคยเป็นที่ตั้งของอาณาจักรที่อยู่ร่วมสมัยกับกรีกหรือเป็นอาณาจักรที่มาก่อนกรีกเสียอีก

 

5. Georgia เป็นประเทศที่มีภาษาและตัวอักษรที่ไม่เหมือนใครเลยด้วย เราชอบตัวอักษรของ Georgia มาก ๆ มันกลม ๆ และดูเผิน ๆ แล้วทำให้นึกถึงภาษาพม่า เห็นเขาบอกว่าตัวอักษรของ Georgia ถูกสร้างขึ้นเมื่อ 1500 ปีก่อน และไม่เกี่ยวข้องกับตระกูลภาษาอินโด-ยูโรเปียน เพราะฉะนั้นภาษาของ Georgia เลยแปลกประหลาดและ unique มาก

 

เราก็เลยไม่แน่ใจว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เลยทำให้ Georgia มีรากฐานวัฒนธรรมที่โดดเด่นเป็นของตัวเองมาก ๆ หรือเปล่า และสิ่งนี้อาจจะส่งผลกระทบต่อเนื่องมาจนถึง Georgian Cinema ในปัจจุบัน

 

6. ในส่วนของประเทศอื่น ๆ ที่แตกตัวออกมาจากโซเวียตนั้น เราว่า Lithuania เคยโดดเด่นมาก ๆ ในช่วงทศวรรษ 1990 เพราะ Sharunas Bartas และ Lithuania ก็ยังคงสร้างหนังดี ๆ ออกมาเรื่อย ๆ จนถึงปัจจุบัน แต่อาจจะไม่เปรี้ยงเท่ายุค 1990

 

Kazakhstan Cinema ก็เคยเปรี้ยงมาก ๆ ในทศวรรษ 1990 เพราะ Darezhan Omirbaev แต่หลังจากนั้นเหมือนหนังคาซัคสถานก็มีให้เห็นบ้างเป็นระยะ ๆ โดยเฉพาะหนังของ Adilkhan Yerzhanov แต่ก็เหมือนหนังคาซัคไม่เปรี้ยงปร้างบนเวทีโลกมากเท่ากับในทศวรรษ 1990 อีก

 

เราก็เลยสงสัยว่า มีปัจจัยใด ๆ บ้างที่อยู่ดี ๆ ทำให้ Georgian Cinema โดดเด้งขึ้นมาในระยะนี้

+++

 

ดีใจมาก ๆ กับหนัง 3 เรื่องที่เราเคยดูเพราะมันเข้าฉายตามเทศกาลในไทย แล้วได้รางวัลในงานนี้ ทั้ง

 

1. UNTIL THE ORCHID BLOOMS (Polen Ly, Cambodia)

เราได้ดูในงาน What the Doc ที่ House Samyan

 

2. COMPACT DISC (Rico Wong, Hong Kong)

เราได้ดูในงานฉายของ Wildtype ที่ Buffalo Bridge Gallery

 

3. COLOUR IDEOLOGY SAMPLING.MOV (Chan Cheuk-sze, Kathy Wong, Hong Kong/Taiwan)

เราได้ดูในงาน What the Doc ที่ Century Onnut

++++

 

ตอนแรกผมก็นึกว่าผมไม่เคยได้ยินชื่อหนังเรื่องนี้มาก่อน PACCHIGI พอไปเช็คดูแล้วก็พบว่า ผมเคยดูหนังเรื่องนี้แล้ว 555555 เพราะว่าทาง Japan Foundation ชอบเอาหนังเรื่องนี้มาฉายบ่อย ๆ โดยใช้ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษว่า WE SHALL OVERCOME SOMEDAY (2004, Kazuyuki Izutsu) 

 

Wednesday, April 29, 2026

HUMAN BEING (1994, Ibrahim Shaddad, Sudan, 27min, A+30)

 

NATIONALITY: IMMIGRANT (1976, Sidney Sokhona, Mauritania/France, 85min) จะฉายในวันแรงงานนี้ น่าดูมาก ๆ

++++

 

สงสัยเหมือนกันเลย เพราะเราว่า Ayumu Nakajima เขาหล่อมาก ๆ แต่ปรากฏว่าบางทีเขาก็รับบทเป็น “ตัวประกอบ” มาก ๆ โดยเฉพาะใน HAPPYEND (2024, Neo Sora) ที่เขารับบทเป็นคุณครูหัวก้าวหน้า และ MORI, THE ARTIST’S HABITAT (2018, Shuichi Okita, A+30) ที่เขารับบทเป็นบุรุษไปรษณีย์

 

ล่าสุดเราก็ดีใจที่ได้เห็นเขารับบท “นักหลอกลวงแม่บ้านหีไว” ใน RENOIR (2025, Chie Hayakawa, A+30)

 

แต่เราก็กลัวว่าถ้าหากเขาได้แสดงแต่บทตัวประกอบแบบนี้ไปเรื่อย ๆ อีกไม่กี่ปีเขาคงรับบท “พ่อของพระเอก” หรือ “พ่อของนางเอก”

 

กรี๊ดดดดดด นึกไม่ถึงเลยว่าเขาอายุ 38 ปีแล้ว นึกว่าเขาอายุแค่ราว 30 ปี

 

เมื่อกี้เลยเข้าไปดู wikipedia เราก็เลยเข้าใจว่ามันอาจจะเป็นเพราะเขาเข้าสู่วงการละครทีวี/ภาพยนตร์ช้ากว่าดาราหนุ่มชาวญี่ปุ่นคนอื่น ๆ เพราะดาราหนุ่ม ๆ คนอื่น ๆ เข้าวงการตั้งแต่อายุ 17-18 ปี (อย่างเช่น Tackey) แต่เขาเพิ่งเริ่มแสดงภาพยนตร์ในปี 2013 ตอนอายุราว 25 ปี หรือช้ากว่าชาวบ้านเขาไปเกือบ 10 ปี แล้ววงการบันเทิงญี่ปุ่นมันคงเน้น “เด็กหนุ่มวัยรุ่น” ด้วยแหละ เขาก็เลยแทบไม่เคยมีโอกาสได้รับบทดารานำเลย เพราะเขาไม่ได้เข้าสู่วงการตั้งแต่ยังเป็น “เด็กหนุ่มวัยรุ่น”

 

เหมือนตอนแรก ๆ เขาเป็น “นายแบบ” และ “นักแสดงละครเวที” แล้วเขาเพิ่งเริ่มเข้าสู่วงการละครทีวี/ภาพยนตร์ในปี 2013 ตอนอายุราว 25 ปี

 

ชอบมาก ๆ ที่เขาจบปริญญาตรีด้าน “วรรณคดี” ด้วย

 

++++

 

เราชอบเดชคัมภีร์เทวดาภาคหนึ่งอย่างรุนแรง แต่ก็ชอบภาคสองมากกว่าภาคหนึ่งนะ อย่างไรก็ดี สิ่งที่ภาคสองสู้ภาคหนึ่งไม่ได้ก็คือบทของเยิ่นอิ๋งอิ๋ง เพราะเราชอบ “จางหมิ่น” ในบทเยิ่นอิ๋งอิ๋ง อย่างรุนแรงมาก ส่วนกวนจือหลินที่รับบทเยิ่นอิ๋งอิ๋งในภาคสองนั้น แสดงดีใช้ได้ก็จริง แต่เราว่า aura ของเธอสู้จางหมิ่นไม่ได้

 

จริง ๆ แล้วเราก็ชอบภาคสามด้วยนะ SWORDSMAN III: THE EAST IS RED (1993, Ching Siu-tung, Raymond Lee) เหมือนภาคสามมันเปลี่ยนมาเป็นหนังแนว character-driven หลังจากที่ภาคหนึ่งกับสองมันเป็นหนังแนว plot-driven และหลังจาก THE EAST IS RED อะไรแบบนี้ก็ถูกผลักไปจนสุดทางใน ASHES OF TIME (1994, Wong Kar-wai)

++++

 

เพิ่งรู้ว่ามีหนังเรื่อง “ความรัก อารมณ์ ผู้หญิง” ด้วย นำแสดงโดย สมเจตน์ สะอาด ที่เสียชีวิตไปแล้วจากเหตุการณ์พลุระเบิดใส่ใบหน้าในช่วงปลายปี 2010 เป็นเหตุการณ์เสียชีวิตที่น่าเศร้ามาก ๆ

 

แต่เรากูเกิลหาข้อมูลเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้แทบไม่เจอเลย ไม่รู้ว่าเป็นหนังปีไหน ใครกำกับ

 

ข่าวการเสียชีวิตของสมเจตน์ สะอาด

https://www.komchadluek.net/today-in-history/406923

++++++++++

 

เห็นข่าวจากคุณเต้ ไกรวุฒิ เกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ จ่าง แซ่ตั้ง ข่าวนี้ก็เลยทำให้เราหวนรำลึก คิดถึงเทศกาลหนังสั้นสมัยก่อนที่เคยฉายหนังสั้นหลาย ๆ เรื่องที่กำกับโดย "ทิพย์ แซ่ตั้ง" และ "ภูมิรพี แซ่ตั้ง" อย่างเช่น

 

1. THINKING...OF MY FATHER! (คิด...ถึงพ่อ) (2007, ทิพย์ แซ่ตั้ง, ธีระ ประชุมของ, ชัชชัย ชาญธนวงศ์)

 

2. คน ชีวิต วันเวลา / 2551 / 4 นาที /ทิพย์ แซ่ตั้ง 

 

3. คนรกโลก / 2551 / 3 นาที / ทิพย์ แซ่ตั้ง 

 

4. คนค้นหาของเก่า ชุมชนโบราณ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณปากคลองบางกอกน้อย ธนบุรี (2008, ทิพย์ แซ่ตั้ง)

 

5. ศิลปะใต้ตีน/2551/18 นาที/ทิพย์ แซ่ตั้ง

ART UNDER FOOTPRINTS (2008, Thip Tang)

 

6. SUBTITLE : For Your Eyes Only/2009/ทิพย์ แซ่ตั้ง/5.00

 

7. YES, NO, OK?, BUT, OR, AND, ALL, HOW?, WHY! (2010, Thip Tang)

 

8. เพราะฉันต้องการ ที่ว่างของฉัน (2011, Thip Tang, documentary, 36.10min)

 

9. WILL YOU LEAVE ME TO DIE? (2011, Thip Sae-tang, 8 min, documentary)
ลมหายใจรวยริน ริมแม่น้ำเจ้าพระยา: เรื่องของเขา หนังเรื่องของเรา หนังเรื่องของใคร? (ทิพย์ แซ่ตั้ง)

 

10. THOUGHTS AND FEELINGS ON CANVAS (2011, Thip Sae-tang, documentary, 25min)
บนพื้นที่สี่เหลี่ยม: ประเทือง เอมเจริญ พิทักษ์ ปิยะพงษ์ สมชาย วัชระสมบัติ (ทิพย์ แซ่ตั้ง)

 

11. ซื้อเสียงไหมครับ (2008, ภูมิรพี แซ่ตั้ง, A+)
WOULD YOU LIKE TO BUY MY VOICE? (2008, Poomrapee SaeTang)

 

12. ทำหล่อครับผม/2009/ภูมิรพี แซ่ตั้ง/4.00


13. ทำเองสบายเอง/2009/ภูมิรพี แซ่ตั้ง/4.00

 

14. ผมเกือบจะกลายเป็นหมา/2009/ภูมิรพี แซ่ตั้ง/3.00

 

15.DREAM (2010, Phumraphee Sae-tang, 5 min, A)
ความฝัน (ภูมิรพี แซ่ตั้ง)

 

16. THE PARTY OF MY GRANDFATHER'S WIFE (2010, Phumraphee Sae-tang, 4 min)
งานเลี้ยงแฟนปู่ (ภูมิรพี แซ่ตั้ง)

 

17. WHAT ARE YOU DOING, SIR? (2010, Phumrapee Tang, 3 min, A-)
ผู้ใหญ่ครับทำอะไรกันคราบบบ (ภูมิรพี แซ่ตั้ง)

 

18. HOW TO MAKE FLOWERS FROM PANDANUS LEAVES (2011, Poomrapee Saetang, 5.2, documentary, A+)
การทำดอกไม้จากเตย (ภูมิรพี แซ่ตั้ง, 5.2min)

 

19. LITTLE KID (2011, Phumraphee Tang, 3min, A+)
เด็กน้อย (ภูมิรพี แซ่ตั้ง)

++++

 

เห็นข่าวนี้แล้วคิดถึงพี่วิคเตอร์ เกรียงศักดิ์ ศิลากอง ข่าวนี้เป็นข่าวการจัดงาน RITWIK GHATAK RETROSPECTIVE -- This programme includes new restorations of every feature, alongside three unfinished films, two he wrote, one he acted in, and 13 fiction and documentary shorts.

 

เราได้ดูหนังเรื่อง สุพรรณเรขา SUBARNAREKHA (1965, Ritwik Ghatak, India) ในเทศกาล Bangkok International Film Festival ในวันที่ 14 ม.ค. 2003 ซึ่งถือเป็นหนังเรื่องแรกของ Ritwik Ghatak ที่เราได้ดู และเราเข้าใจว่าพี่วิคเตอร์น่าจะเป็นคนเลือกหนังเรื่องนี้มาฉาย

 

พี่วิคเตอร์เคยจัดงาน SHYAM BENEGAL RETROSPECTIVE ในกรุงเทพมาแล้วในปี 2008 ด้วย เพราะฉะนั้นเราก็เลยคิดว่า ถ้าหากพี่วิคเตอร์ยังมีชีวิตอยู่ พวกเราคงจะต้องพยายามยุพี่วิคเตอร์ให้ยกงาน RITWIK GHATAK RETROSPECTIVE มาจัดฉายในไทยด้วยอย่างแน่นอน

+++

Weera Rakbankerd Retrospective

 

โปรแกรมที่ 1 วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม 2569 เวลา 13.00 น.

.

1. 1 Day in Utopia (2005, 3.36 นาที)

2. 5 YEARS IN SAD HEART (2006, 9.24 นาที)

3. 2 second in bad love (2007, 7.01 นาที)

4. 4 MINUTE IN BROKEN SOUL (2007, 7.26 นาที)

5. ONE (2011, 7.33 นาที)

6. Retro 1 day (2012, 10.13 นาที)

7. DIRECTOR & ACTOR (2015, 12.39 นาที)

8. อวัยวะ (2016, 13.04 นาที)

9. FUTURE BOARD (2017, 14.05 นาที)

10. ARTICLE KILLING ME (2018, 10.05 นาที)

.

🎬 โปรแกรมที่ 2 วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม 2569 เวลา 15.00 น.

.

1. Heaven Broken Heart Metal (2019, 15.58 นาที)

2. BLUR HAPPY BLUR SAD (2020, 11.26 นาที)

3. BEGIN, LOVE, HATE, END (2021, 14.42 นาที)

4. DESK CALENDAR (2022, 17.12 นาที)

5. BLACK&WHITE&LOVE&SAD (2023, 15.25 นาที)

6. MIDLIFE CRISIS (2024, 17.25 นาที)

7. SUCCESS’SI SUCCESS (2025, 18.03 นาที)

.

📌 เชิญร่วมสนทนากับคุณวีระ รักบ้านเกิด เวลา 17.30 น.

.

จัดฉาย ณ GalileOasis ถ.บรรทัดทอง

.

บัตรราคาโปรแกรมละ 100 บาท (รายได้ทั้งหมดหารครึ่งมอบให้กับพื้นที่จัดฉายและผู้กำกับ) สำหรับผู้ที่ซื้อบัตรสามารถเข้าร่วมการสนทนากับคุณวีระ รักบ้านเกิด ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม

.

ซื้อบัตรได้ในวันงานครับ

++++

 

วันนี้แดกโซบะ เพื่อเป็นพลีแด่ชายหนุ่มในช่วงท้ายของหนังเรื่อง BRAND NEW LANDSCAPE (2025, Danzuka Yuiga, Japan, A+30)

+++

 

Film Wish List: SHEHERAZADE หรือ SCORCHING SANDS (1963, Pierre Gaspard-Huit, France) นำแสดงโดย Anna Karina น่าดูมาก ๆ

 

ก่อนหน้านี้เราเคยดู CHRISTINE (1958, A+30) ที่กำกับโดย Pierre Gaspard-Huit เหมือนกัน และหนังเรื่องนั้นก็ “สวยสุดขีด” เหมือนกัน อลังโคมมาก ๆ เหมือนกัน แสดงว่าผู้กำกับคนนี้อาจจะเก่งเรื่องควบคุมการใช้สี, ออกแบบเครื่องแต่งกาย, ออกแบบฉาก, กำกับศิลป์, ถ่ายภาพ

 

THE BRIDE IS MUCH TOO BEAUTIFUL (1956, Pierre Gaspard-Huit) นำแสดงโดย Brigitte Bardot

 

CHRISTINE (1958, Pierre Gaspard-Huit, A+30) นำแสดงโดย Alain Delon + Romy Schneider

 

LIVING IT UP (1966, Pierre Gaspard-Huit) นำแสดงโดย Mireille Darc

https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid0v13GNqZohN3ButtHrtfpmnWSZFxQKmn7A53dSn4oaAAdJxfKhvjLZVCU4ygz46R7l

+++

น่าดูมาก ๆ อ่านพล็อตของ BERLIN EXPRESS แล้วนึกว่าต้องฉายควบกับ THE LADY VANISHES (1938, Alfred Hitchcock, UK) และ ZENTROPA (1991, Lars von Trier, Denmark)

+++

 

HUMAN BEING (1994, Ibrahim Shaddad, Sudan, 27min, A+30)

 

กราบตีนนนนน ไม่นึกว่าหนังซูดานจะพิสดารได้ขนาดนี้ เราว่าหนังเรื่องนี้มีธาตุอะไรบางอย่างที่ทำให้นึกถึง A SON OF THE NORTHEAST ลูกอีสาน (1982, Vichit Kounavudhi) และ TONGPAN ทองปาน (1977, Yutthana Mukdasanit) เพราะหนังซูดานเรื่องนี้อาจจะพยายามถ่ายทอดความยากลำบากของชีวิตคนในชนบทในประเทศกำลังพัฒนาเหมือนกัน โดยเฉพาะชนบทที่แร้นแค้นและแห้งแล้งมาก ๆ แต่กลวิธีในการนำเสนอของหนังซูดานเรื่องนี้มันพิสดารมาก ๆ บอกไม่ถูกว่าดูแล้วนึกถึงใคร เหมือนดูแล้วนึกถึงหนังของ Fernando Arrabal และ Alejandro Jodorowsky บ้างนิดหน่อย

 

Ibrahim Shaddad เป็นหนึ่งในปรมาจารย์ภาพยนตร์ของซูดาน เขาคือหนึ่งใน subjects ของหนังสารคดีเรื่อง TALKING ABOUT TREES (2019, Suhaib Gasmelbari, Sudan, A+30) ที่เคยลงโรงฉายในกรุงเทพ

 

เราดูหนังเรื่องนี้ออนไลน์ทางเว็บไซต์ Palestine Film Institute

https://www.palestinefilminstitute.org/en/pfp

+++

 

มีวิดีโอเทปลิขสิทธิ์ของหนังเรื่อง AN ALMOST PERFECT AFFAIR หัวใจรักต้องห้าม (1979, Michael Ritchie) ที่นำแสดงโดย Monica Vitti ขายด้วยนะ

https://web.facebook.com/groups/572921946979479/posts/2078333449771647/