DIAGRAM OF THE THAI MOVING IMAGE UNIVERSE in
the magazine MARG1N issue 3
แผนภูมิเศษเสี้ยวเล็ก ๆ
เพียงเศษเสี้ยวเดียวในจักรวาลภาพยนตร์ไทย
1. อันนี้เป็นแผนภูมิ diagram ที่เรากับ Chanasorn Chaikitiporn และ Joyce
Kanyarat Theerakrittayakorn ร่วมกันจัดทำเพื่อตีพิมพ์ในนิตยสาร MARG1N
เล่ม 3 ใครอยากดูแผนภูมินี้ชัด ๆ ก็ไปซื้อนิตยสารเล่มนี้ได้ที่ร้าน Vacilando
Bookshop นะ
ขอกราบขอบพระคุณ Chanasorn Chaikitiporn,
Joyce Kanyarat และทีมงานนิตยสาร MARG1N มาก ๆ
นะครับที่ร่วมกันจัดทำ diagram นี้ขึ้นมา
Thank you very much, MARG1N, for designing this beautiful
diagram, and for giving us the chance to make it.
2.
แผนภูมินี้มีต้นกำเนิดมาจากการที่เราได้รับการติดต่อจาก Chanasorn ในช่วงกลางปี 2025 ให้ช่วยกันทำแผนภูมิผู้กำกับหนังไทยเพื่อตีพิมพ์ในนิตยสารนี้
โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากแผนภูมิ The Transcendental Style in Film ของ Paul Schrader ซึ่งเราก็ชอบแผนภูมินั้นมาก ๆ
เพราะมันบรรจุรายชื่อผู้กำกับหนังที่เราชื่นชอบเอาไว้เยอะมาก
และก็มีผู้กำกับที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อนด้วย อย่างเช่น Tony Conrad,
Zhengfan Yang, Valerie Massadian, Ben Stamper, Mark John Ostrowski โดยตัวแผนภูมินั้นของ Paul Schrader มันเหมือนช่วยให้เราได้สังเกตว่า
ผู้กำกับเหล่านี้มีสไตล์แตกต่างกันอย่างไรในความเห็นของผู้จัดทำแผนภูมิ
3. เรากับ Chanasorn และ Joyce
ก็เลยช่วยกันรวบรวมรายชื่อผู้กำกับหนังไทยที่เราอยากใส่ลงไปในแผนภูมิของพวกเรา
และก็ส่งข้อมูลต่าง ๆ ไปให้ทางนิตยสารเมื่อราว 1 ปีก่อน
ส่วนตัวแผนภูมินั้นออกแบบโดยทางทีมงานของ MARG1N
4. วันนี้เราได้ตัวนิตยสารมาแล้ว
เราก็เลยถ่ายรูปมาลงไว้ในนี้ด้วย
เพราะจุดประสงค์หลักของเราในการจัดทำแผนภูมินี้ก็คือ
การกระตุ้นให้ผู้อ่านแต่ละคนจัดทำ diagram หรือ list ผู้กำกับ หรือ diagram/list หนังของตัวเอง
แล้วมาแชร์ให้คนอื่น ๆ ได้ดูหรือได้อ่านกันออนไลน์
เพราะว่าแผนภูมินี้เป็นแผนภูมิที่จัดทำขึ้นเพื่อตีพิมพ์ในนิตยสาร
MARG1N ซึ่งเป็นนิตยสารกระดาษน่ะ
เพราะฉะนั้นมันก็เลยมีข้อจำกัดต่าง ๆ มากมายในการจัดทำแผนภูมิ
และส่งผลให้พวกเราสามารถใส่ชื่อผู้กำกับหนังไทยลงไปในแผนภูมินี้ได้เพียงแค่ 300
คนเท่านั้น
เพราะฉะนั้นมันก็เลยมีผู้กำกับหนังไทยอีกเป็นจำนวนมาก
โดยเฉพาะผู้กำกับหนังไทยรุ่นเก่า ๆ หรือรุ่นก่อนทศวรรษ 2000
ที่ไม่ได้รับการบรรจุไว้ในแผนภูมินี้
เพราะฉะนั้นเราก็เลยมองว่าแผนภูมินี้มันนำเสนอเพียงแค่ความเห็นเฉพาะตัวของพวกเรา 3
คนที่มีต่อ “เศษเสี้ยวเล็ก ๆ เพียงเศษเสี้ยวเดียว”
เท่านั้นในจักรวาลผู้กำกับหนังไทย มันยังคงมีผู้กำกับหนังไทยที่น่าสนใจอีกเยอะมากที่ไม่ได้อยู่ในแผนภูมินี้
และมันมี “แง่มุมอื่น ๆ”
อีกมากมายหลายหมื่นหลายพันแง่มุมเกี่ยวกับหนังไทยที่ไม่ได้สะท้อนออกมาในแผนภูมินี้
เพราะฉะนั้นเราก็เลยหวังว่า
แผนภูมินี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อ่านบางคนจัดทำ diagram หรือ
list ต่าง ๆ ของตัวเอง แล้วมาแชร์ให้ดูกันออนไลน์ เผื่อจะได้เป็นประโยชน์ต่อคนอื่น
ๆ อย่างเช่น ผู้อ่านบางคนอาจจะทำ
4.1 diagram ผู้กำกับหนังไทยยุคเก่า
4.2 diagram ผู้กำกับหนังทดลองในเอเชียอาคเนย์
4.3 diagram ผู้กำกับหนังไทย
โดยวัดว่า หนังแต่ละคนมีความเป็น “การเมือง” มากน้อยแค่ไหน
4.4 diagram ผู้กำกับหนัง/ละคร
queer ของไทย
4.5 diagram ผู้กำกับหนังไทย
โดยจำแนกตามแต่ละภูมิภาคของไทย
4.6 diagram ผู้กำกับหนังบู๊ไทย
4.7 diagram ผู้กำกับหนังอาร์ตทั่วโลกที่ผู้อ่าน/ผู้ชมคนนั้นชื่นชอบ
อะไรแบบนี้เป็นต้น
คือเราว่าผู้อ่านแต่ละคน เวลาได้อ่าน diagram
ของเรา แล้วก็คงจะรู้สึกว่า diagram นี้มันช่าง
“ขาดพร่อง” น่ะ ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่เราเข้าใจ เพราะ diagram นี้มันบรรจุรายชื่อผู้กำกับหนังไทยไว้เพียงแค่ 300 คนเท่านั้น
และมันนำเสนอความเห็นส่วนตัวของเรา 3 คนเพียงแค่ “แง่มุมเดียว” เท่านั้น
ซึ่งก็คือแง่มุมที่ว่า ผู้กำกับแต่ละคนทำหนังตามขนบหนังกระแสหลัก หรือทำหนังตามขนบหนัง
mainstream มากน้อยแค่ไหน
เพราะฉะนั้นความเห็นส่วนตัวของเรา 3 คน
มันย่อมต้องไม่ตรงกับความเห็นของคนอื่น ๆ เป็นเรื่องธรรมดา และมันก็มีแง่มุมอื่น ๆ
อีกมากมายนอกเหนือจากนี้ที่สมควรถูกพูดถึง เพราะฉะนั้นเราก็เลยหวังว่า diagram
นี้ของพวกเรา จะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อ่านบางคน จัดทำ diagram
หรือ list ของตัวเองขึ้นมา
เพื่อนำเสนอชื่อผู้กำกับคนอื่น ๆ ที่ไม่ได้อยู่ในนี้,
นำเสนอความเห็นของตัวเองที่แตกต่างจากพวกเรา หรือนำเสนอแง่มุมอื่น ๆ
ที่น่าสนใจอีกมากมายหลายพันแง่มุมที่ไม่ได้อยู่ในแผนภูมินี้
5. พวกเราเริ่มต้นจัดทำแผนภูมินี้ในช่วงกลางปี
2025 โดยตอนแรกเราเคยเสนอให้ลองทำแผนภูมิแบบแยกผู้กำกับตามแต่ละ genre แต่มันก็ยากเกินไป เพราะว่าผู้กำกับบางคนทำหนังหลาย genre บางคนก็ทำทั้งหนังสารคดีและหนัง fiction (อย่างเช่น Ing
K., Soraya Nakasuwan, Sompot Chidgasornpongse) เพราะฉะนั้นการแยกผู้กำกับหนังไทยออกเป็น
genre มันก็เลยไม่ work สำหรับเรา
คือการตัดสินว่าหนังเรื่องไหนอยู่ genre ไหนมันเป็นเรื่องง่าย
แต่การตัดสินว่าผู้กำกับคนไหนทำหนัง genre ไหนมันเป็นเรื่องยาก
พอลองปรึกษากันไป ๆ มา ๆ มันก็เลยออกมาเป็น
diagram แบบมีสองแกน แกน A เป็นทศวรรษ ส่วนแกน
B เป็นมุมมองเฉพาะตัวของเรา 3 คนที่มีต่อผู้กำกับแต่ละคนว่า
เขาทำหนังตามขนบหนังกระแสหลักมากน้อยแค่ไหน โดยคำว่า conventional ใน diagram นี้หมายความถึง
การทำหนังตามขนบหนังกระแสหลัก
6. เราขออธิบายแกน A ก่อน ทศวรรษใน
diagram นี้คือทศวรรษของ “หนังเรื่องแรกที่เราเคยได้ยินของผู้กำกับท่านนั้น”
คือตอนแรกเราก็คิดว่า การแยกตามทศวรรษมันอาจจะแยกได้เป็นทศวรรษที่ผู้กำกับคนนั้นเกิด
แต่อันนี้ก็ไม่ work เพราะเราไม่รู้ว่าผู้กำกับหลาย ๆ
คนเกิดปีอะไร
หรือจะเอาเป็น “ทศวรรษที่ผู้กำกับคนนั้นมีชื่อเสียงโด่งดังที่สุด”
ซึ่งอันนี้ก็ไม่ work เพราะมันเป็นเรื่องยากที่จะตัดสินได้ว่า
ผู้กำกับแต่ละคนมีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในทศวรรษไหน การต้องตัดสิน “ระดับความโด่งดัง”
ของผู้กำกับแต่ละคนตามช่วงเวลาต่าง ๆ มันเป็นสิ่งที่เถียงกันได้ไม่รู้จบรู้สิ้น
เราก็เลยเอา “ทศวรรษของหนังเรื่องแรกที่เราเคยได้ยิน”
ของผู้กำกับท่านนั้นแล้วกัน ยกตัวอย่างเช่น
นางสาวขัตติโหเคยทำหนังเรื่องแรกตอนเรียนม.6 ในปี
1999 แต่หนังเรื่องนั้นฉายในวงแคบมาก ไม่มีคนเขียนถึงหนังเรื่องนั้น เราไม่เคยรับรู้ว่ามีหนังเรื่องนั้น
ๆ อยู่บนโลกใบนี้
ต่อมานางสาวขัตติโหทำหนังสั้นในปี 2003
หนังเรื่องนั้นเคยฉายในเทศกาลหนังสั้นมาราธอน
ต่อมานางสาวขัตติโหโด่งดังเป็นพลุแตกในปี 2011
จากการกำกับหนังยาวเรื่องหนึ่ง
คือในกรณีแบบนี้ เราจะจัดให้นางสาวขัตติโหอยู่ในทศวรรษ
2000 เพราะว่า “หนังเรื่องแรกที่เราเคยได้ยิน” ของนางสาวขัตติโหอยู่ในปี 2003
คือหนังเรื่องนั้นอาจจะไม่ใช่ “หนังเรื่องแรก” จริง ๆ ของนางสาวขัตติโห แต่มันเป็น
“หนังเรื่องแรกที่เราเคยได้ยิน” ของนางสาวขัตติโห เราก็เลยจัดให้เธออยู่ในทศวรรษ
2000
7. เพราะฉะนั้นพอเราใช้เกณฑ์แบบนี้ เราก็เลยจัดให้
7.1 Banjong Kosallawat อยู่ในทศวรรษ
1960 เพราะเขาเคยกำกับหนังเรื่อง EYE (1967)
7.2 Jira Maligool อยู่ในทศวรรษ
1980 เพราะเราเคยได้ยินว่าเขาเคยกำกับหนังสั้นเรื่อง “หนังไม่เคยมีชื่อเรื่อง”
(1981)
7.3 Rashane Limtrakul อยู่ในทศวรรษ
1980 เพราะเราเคยได้ยินว่าเขาเคยกำกับหนังสั้นเรื่อง ตะเบ็ง (1986)
7.4 Somkiat Vituranich
อยู่ในทศวรรษ 1980 เพราะเราเคยดูหนังสั้นเรื่อง I’M NOBODY, WHO ARE YOU (1987,
Somkiat Vituranich)
7.5 Kongdech Jaturanrasamee อยู่ในทศวรรษ 1990 เพราะเขาเคยกำกับหนังสั้นเรื่อง เจ๊ง (1999, คงเดช จาตุรันต์รัศมี, เกียรติ ศงสนันท์)
7.6 Nuttawut Poonpiriya อยู่ในทศวรรษ
2000 เพราะเขาเคยกำกับหนังสั้นเรื่อง HEAVEN (2009)
อะไรดังนี้เป็นต้น
8. แต่เมื่อกี้เราเช็คดู diagram ที่เขาทำมา ก็พบว่ามันมีจุดที่ไม่ตรงกับข้อมูลที่เราตั้งใจไว้อยู่หลายจุด
ซึ่งอันนี้เราก็ต้องขอโทษด้วยที่เกิดความผิดพลาดนี้ขึ้น
ความผิดพลาดนี้เป็นสิ่งที่ไม่มีใครตั้งใจให้เกิดขึ้น ผมต้องกราบขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ
ตัวอย่างข้อมูลที่ไม่ตรงกับที่เราตั้งใจไว้
8.1 Promsin Sriboonruang
กับ Sunh Vasudhara ควรอยู่ทศวรรษ 1940 ไม่ใช่ 1950
8.2 Thavi Na Bangchang, Dokdin
Kanyamarn, Boonrat Chaiwises, Ubol Yukol Na Ayudhya, Noi Kamolwatin, Wasant
Soonthornpaksin ควรอยู่ทศวรรษ 1950 ไม่ใช่ทศวรรษ 1960
8.3 Cherd Songsri, Banjong Kosallawat, Ruj
Ronapop, Chalong Pakdeevijit, Pairat Gasiwat, Chaluay Srirattana, Charin
Nantanakorn ควรอยู่ทศวรรษ 1960 ไม่ใช่ทศวรรษ 1970
8.4 Mitr Chaibancha, Rassamee
Paoleungthong, Jon Ungpakorn, Kid Suwannasorn, Sompote Saengduenchai, Pongsak
Jantarookkha, Sombat Metanee, Santa Pestonji, Chana Kraprayoon, Padej
Pakdeevijit, Patravadi Mejudhon, Pornpoj Kanitthasen ควรอยู่ทศวรรษ
1970 ไม่ใช่ทศวรรษ 1980
เนื่องจากข้อมูลใน diagram ในทศวรรษ 1940-1980 มีสิ่งที่คลาดเคลื่อนไปจากที่เราตั้งใจไว้เยอะมาก เพราะฉะนั้นเราขอแปะรายชื่อผู้กำกับแยกตามแต่ละทศวรรษในแบบที่เราตั้งใจไว้ในตอนท้ายของโพสท์นี้ด้วยแล้วกันนะครับ
เผื่อใครอยากใช้เป็นฐานข้อมูล จะได้ไม่งง
9. ในส่วนของแกน B นั้น
เราจัดเรียงรายชื่อผู้กำกับโดยพิจารณาว่า ผู้กำกับแต่ละคนทำหนังตามขนบหนังกระแสหลักมากน้อยแค่ไหน
โดยผู้กำกับที่เน้นทำหนังตามขนบหนังกระแสหลัก ก็จะอยู่ใกล้เส้น MOST
CONVENTIONAL หรืออยู่ขอบนอก ๆ ของ diagram
ส่วนผู้กำกับที่เน้นทำหนังทดลอง หนัง non-narrative
หนังไม่มีเนื้อเรื่อง หนังที่มีความเป็นนามธรรมมาก ๆ หรือเน้นทำ video
art ก็จะอยู่ใกล้เส้น LEAST CONVENTIONAL หรืออยู่ขอบใน
ๆ ของ diagram
สาเหตุส่วนหนึ่งที่เราเลือกแกน B เป็นแบบนี้ เป็นเพราะว่า เรามองว่าเราเองก็ไม่ได้มีความรู้ลึกซึ้งเรื่องหนังไทยอะไรมากนักน่ะ
แต่สิ่งที่เรามองว่า เราอาจจะพอรู้อยู่บ้าง ก็คือเราพอรู้ว่า ผู้กำกับหนังทดลองของไทยมีใครบ้าง
คือเราพอแยกได้ว่า ใครทำหนังที่มีความเป็นหนังทดลองอย่างรุนแรง อะไรทำนองนี้
และตัวเราเองก็สนใจหนังทดลองเป็นหลักด้วย
เพราะฉะนั้นแกน B มันก็เลยออกมาเป็นแบบนี้
ใครเน้นทำหนังกระแสหลักก็จะอยู่ใกล้เส้น MOST CONVENTIONAL ใครเน้นทำหนังทดลองก็อยู่ใกล้เส้น
LEAST CONVENTIONAL เผื่อผู้อ่านท่านใดสนใจหนังทดลอง หรือผู้อ่านท่านใดสนใจหนังกระแสหลักในแต่ละทศวรรษไหน
ก็อาจจะใช้ข้อมูลใน diagram นี้ให้เป็นประโยชน์ได้
10. แต่เราก็ต้องย้ำว่า การทำแกน B เพื่อแยกหนังกระแสหลักกับหนังทดลองนี้ ไม่ได้บ่งชี้ถึง “การประเมินคุณค่า”,
“ระดับความดีงาม” หรือ “ระดับความชื่นชอบ” ของเราที่มีต่อผู้กำกับแต่ละคนแต่อย่างใดนะ
เพราะผู้กำกับหนังกระแสหลักหลาย ๆ คน
เราก็ชอบหนังของเขาอย่างรุนแรงสุดขีดได้เช่นกัน
คือถ้าหาก diagram นี้เป็น
diagram สำหรับหนังต่างประเทศ ผู้กำกับที่อยู่ใกล้เส้น LEAST
CONVENTIONAL ก็จะเป็น Chantal Akerman, Marina Abramovic,
Michael Snow, Bruce Conner, Bruce Baillie อะไรทำนองนี้น่ะ
ส่วนผู้กำกับที่อยู่ใกล้เส้น MOST
CONVENTIONAL ก็จะเป็น Michael Curtiz, Victor Fleming,
Robert Wise, George Lucas, Steven Spielberg, Ron Howard อะไรทำนองนี้
ซึ่งสิ่งนี้ไม่ได้บ่งชี้ถึงระดับความชอบของเราแต่อย่างใด
เพราะว่าหนังเรื่อง ALWAYS (1989, Steven Spielberg) ก็ถือเป็น
one of my most favorite films of all time เราชอบหนังเรื่องนี้มากกว่างานวิดีโอของ
Marina Abramovic ถึงแม้ว่าหนังเรื่อง ALWAYS มันเป็นหนัง narrative ที่เล่าเรื่องตรงไปตรงมาตามขนบหนังกระแสหลักก็ตาม
11. ในช่วงที่พวกเราร่าง diagram นี้ เราก็เลยจัดกลุ่มผู้กำกับออกเป็น 6 กลุ่มคร่าว ๆ เพื่อใช้ในการทำ diagram
ดังนี้
11.1 กลุ่ม VERY CONVENTIONAL ก็คือผู้กำกับที่เรามองว่าทำหนังกระแสหลัก
และเราอาจจะยังมองไม่ออกว่าเขามีลายเซ็นเฉพาะตัวอะไรหรือเปล่า ซึ่งนั่นเป็นเพราะว่าเราอาจจะยังดูหนังของเขาน้อยเกินไป
หรือเรายังไม่ได้เข้าใจหนังของเขามากพอ คือเขาอาจจะมีลายเซ็นเฉพาะตัวก็ได้
แต่เรายังศึกษาหนังของเขาไม่ถ่องแท้เอง
ผู้กำกับในกลุ่มนี้ก็อาจจะมีเช่น พันคำ, เนรมิต,
รังสี ทัศนพยัคฆ์
11.2 กลุ่ม MODERATELY CONVENTIONAL ซึ่งก็คือผู้กำกับหนังกระแสหลักที่หนังมันเหมือนเริ่มมีลายเซ็นเฉพาะตัว
หรือมีลักษณะเฉพาะตัว หรือชื่อของเขาเหมือนเป็นการรับประกันคุณภาพบางอย่าง อย่างเช่น
พชร์ อานนท์, พิศาล อัครเศรณี, ชนะ คราประยูร, แจ๊สสยาม, รุจน์ รณภพ
11.3 กลุ่ม A LITTLE BIT CONVENTIONAL ผู้กำกับในกลุ่มนี้ครอบคลุมหลายกลุ่มย่อย อย่างเช่น
11.3.1 ผู้กำกับหนังกระแสหลักที่เหมือนมีความเป็น
auteur หรือมีลักษณะเด่นอย่างชัดเจน หรือชื่อของเขารับประกันคุณภาพได้มาก
ๆ อย่างเช่น R.D. Pestonji, Prince Anusorn Mongkolkarn, Thavi Na
Bangchang, Dokdin Kanyamarn, Cherd Songsri, Somboonsuk Niyomsiri, Permpol
Choei-arun
11.3.2 ผู้กำกับหนังกระแสหลักที่เน้นสะท้อนปัญหาสังคม
ไม่ได้ทำหนังเพื่อความบันเทิงอย่างเดียว อย่างเช่น Prince Chatrichalerm
Yukol, Apichat Phopairot, Surasee Patham
11.3.3 ผู้กำกับหนัง cult อย่างเช่น
Sompote Saengduenchai, Sarawut Intaraprom คือหนังของเขามันสร้างมาเพื่อความบันเทิงสำหรับผู้ชมในวงกว้างก็จริง
แต่ความ cult ความพิลึกพิลั่นของมันทำให้เรารู้สึกว่า มันไม่ค่อย
conventional
11.3.4 ผู้กำกับที่ทำหนังกึ่ง ๆ กระแสหลัก กึ่ง
ๆ อาร์ตเฮาส์ อย่างเช่น Kongdej Jaturanrasamee, Wisit Sasanatieng
11.3.5 ผู้กำกับหนังสารคดีที่เล่าเรื่องค่อนข้างตรงไปตรงมา
อย่างเช่น Panu Aree
11.4 กลุ่ม A LITTLE BIT UNCONVENTIONAL กลุ่มนี้ครอบคลุม
11.4.1 ผู้กำกับที่ทำหนังที่ค่อนข้างแหวกแนวในยุคสมัยของมัน
อย่างเช่น กลุ่มผู้กำกับที่ทำ “ทองปาน”, Jon Ungpakorn ที่กำกับ
THE FACTORY WORKERS OF HARA (1975)
11.4.2 Video artists อย่างเช่น
Apinan Poshynanda, Vasan Sitthiket, Kamol Phaosavasdi
11.4.3 กลุ่มที่ทำหนังที่ค่อนไปทางหนังทดลอง
หนังอาร์ตเฮาส์ แต่หนังอาจจะมีความ narrative อยู่บ้าง
อย่างเช่น Prabda Yoon, Pimpaka Towira, Boonsong Nakphoo, Anucha Boonyawatana,
Nawapol Thamrongrattanarit
11.4.4 ผู้กำกับหนัง cult ที่เหมือนไม่ได้สนใจผู้ชมกระแสหลักอีกต่อไป
อย่างเช่น Sompong Soda, Kullachat Jitkajornwanit, Weerasak Suyala, Weera
Rakbankerd, The Professional Dry Cleaners
11.4.5 ผู้กำกับหนังสารคดีที่ค่อนไปทางอาร์ตเฮาส์
มีความ essay มีความ poetic อยู่ในสารคดี
อย่างเช่น Nontawat Numbenchapol, Wattanapume Laisuwanchai, Vichart
Somkaew, Pisut Srimhok
11.5 กลุ่ม MODERATELY UNCONVENTIONAL ผู้กำกับในกลุ่มนี้ก็คือสายหนังทดลอง หรือทำหนังที่มีความเป็นหนังทดลองสูงมาก
แต่หนังอาจจะยังพอมีเนื้อเรื่องให้จับต้องได้บ้าง มีอะไรที่มีความเป็นรูปธรรมในหนังอยู่บ้าง
อย่างเช่น Apichatpong Weerasethakul, Phaisit Phanphruksachat, Surapong
Pinijkhar (สำเพ็ง), Ratchapoom Boonbunchachoke, Anocha
Suwichakornpong
11.6 กลุ่ม VERY UNCONVENTIONAL ผู้กำกับในกลุ่มนี้ก็คือกลุ่มที่ทำหนังทดลองหรือวิดีโออาร์ตที่เหมือนไม่มีเนื้อเรื่อง
มีความเป็นนามธรรมสูง หรือดูแตกต่างอย่างรุนแรงจาก “ขนบหนังกระแสหลัก” อย่างเช่น Sasithorn
Ariyavicha, Araya Rasdjarmrearnsook, Chaloemkiat Saeyong, Teeranit Siangsanoh,
Achitaphon Piansukprasert
แต่พอเราเอาข้อมูลพวกนี้มาลง diagram เราไม่ได้แยกให้เห็นเป็น 6 กลุ่มอย่างชัดเจน เพราะจริง ๆ แล้วมันก็ประเมินไม่ได้หรอกว่า
ระดับความทำตามขนบหนังกระแสหลักของผู้กำกับแต่ละคน
มันวัดค่าออกมาเป็นตัวเลขได้เป๊ะ ๆ เท่าใด
12. ซึ่งการวางชื่อผู้กำกับแต่ละคนในแกน B
ตามระดับความทำตามขนบหนังกระแสหลักนี้ มันก็สะท้อนเพียงแค่ “ความเห็นส่วนตัวของเรา
3 คนในวันนั้นในปี 2025” เท่านั้น และมันย่อมต้องแตกต่างจากความเห็นของผู้อ่านแต่ละคนอย่างแน่นอน
เพราะฉะนั้นถ้าหากผู้อ่านท่านใดไม่เห็นด้วยกับตำแหน่งของผู้กำกับคนไหนใน
diagram นี้ มันก็เป็นเรื่องธรรมดามาก ๆ ครับ
มันก็เหมือนกับความเห็นของผู้ชมแต่ละคนที่มีต่อหนังแต่ละเรื่อง ที่ย่อมแตกต่างจากกันอย่างมาก
ๆ
และแม้แต่พวกเรา 3 คนเอง ถ้าหากพวกเรา 3 คนเพิ่งมาเริ่มทำ
diagram นี้ในวันนี้ ตัว diagram มันก็ย่อมต้องแตกต่างจากสิ่งที่พวกเราทำไว้เมื่อ
1 ปีก่อนอย่างแน่นอน
คือตัว diagram นี้มันอาจจะดูเหมือน
“แผนที่ดวงดาว” แต่จริง ๆ แล้ว ผมมองว่า ผู้กำกับแต่ละคนที่ยังมีชีวิตอยู่ จริง ๆ
แล้วพวกเขาหลาย ๆ คนเคลื่อนที่เป็น “ดาวหาง” ครับ ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับที่เป็นดาวฤกษ์
ผู้กำกับบางคนอาจจะเริ่มหันมาทำหนังที่ unconventional อย่างรุนแรงในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา
หรืออาจจะทำหนังที่ unconventional อย่างรุนแรงในอีกหนึ่งปีข้างหน้าก็ได้
เพราะฉะนั้น diagram นี้ก็เลยเหมือนแค่สะท้อนความเห็นส่วนตัวของพวกเราเฉพาะใน
“วันวันนั้นในปี 2025” ที่พวกเราสุมหัวกันทำ diagram เท่านั้นครับ
มันไม่ได้เป็นสิ่งที่แน่นอนตายตัวแต่อย่างใด
13. เนื่องจาก diagram นี้สะท้อนความเห็นส่วนตัวของพวกเราที่มีต่อระดับความ
conventional ของผู้กำกับแต่ละคน เพราะฉะนั้น diagram
นี้ก็เลยเน้นไปที่ผู้กำกับที่พวกเราเคยดูหนังของเขาครับ
เพราะว่าถ้าหากเราไม่เคยดูหนังของเขา เราก็ไม่สามารถประเมินได้ว่า
หนังของเขามีความ conventional มากน้อยเพียงใดในสายตาของเรา
และด้วยเหตุนี้ diagram นี้ก็เลยเน้นแต่ผู้กำกับรุ่นใหม่
ๆ ครับ และไม่ค่อยมีผู้กำกับหนังไทยยุคเก่า ๆ อยู่ใน diagram นี้ เพราะว่าพวกเราไม่ค่อยได้ดูหนังไทยยุคเก่า ๆ ครับ พวกเราขาดความรู้มาก
ๆ ในด้านนี้ และด้วยเหตุนี้พวกเราจึงไม่กล้าประเมินว่า ผู้กำกับหนังไทยยุคเก่าหลาย
ๆ ท่านทำหนังที่มีความ conventional มากน้อยเพียงใด
ถ้าหากเราไม่เคยดูหนังของเขา
อันนี้ผมก็ขอยอมรับว่ามันเป็นจุดขาดพร่องสำคัญใน
diagram นี้ครับ แต่ผมก็หวังว่า diagram นี้อาจจะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อ่านบางท่านจัดทำ
diagram ของตัวเองขึ้นมาเพื่อมาแชร์กันครับ พวกเรามองว่า diagram
นี้สะท้อนเพียงแค่เศษเสี้ยวเล็ก ๆ เพียงเสี้ยวเดียวเท่านั้นในจักรวาลหนังไทยครับ
ยังมีอะไรอีกเยอะมากในจักรวาลหนังไทยที่ไม่ได้อยู่ใน diagram นี้ และสิ่งนั้นอาจจะรอให้ผู้อ่านคนอื่น ๆ ช่วยกันนำเสนอมันออกมา
และก็ขอเสริมนิดนึงว่า ถึงแม้ผู้กำกับราว 95%
ใน diagram นี้ เป็นผู้กำกับที่พวกเราเคยดูหนังของเขา
แต่ก็มีผู้กำกับราว 5% ใน diagram นี้
ที่พวกเราไม่เคยดูหนังของเขา แต่ก็ตัดสินใจใส่ชื่อเข้ามาใน diagram เพราะพวกเรามองว่าผู้กำกับท่านนั้นมีความสำคัญมากต่อประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทยครับ
อย่างเช่น Prince Sanbassatra ที่ถือเป็น Father of
Thai Film และ Khun Anurak Ratthakarn ที่เป็นผู้กำกับหนังเรื่อง
“โชคสองชั้น” (1927) ซึ่งถือเป็นหนังไทยแบบ feature
film เรื่องแรกในประวัติศาสตร์
14. ตอนแรกพวกเราทำ diagram ออกมาเป็นแบบแกน x แกน y ซึ่ง diagram
ที่ออกมามันดูไม่สวยเลย และมันดูยากมาก ๆ แต่พวกเราก็ส่งข้อมูลดิบ ๆ
แบบนั้นไปให้ทาง MARG1N
ต่อมาทาง MARG1N ก็พิจารณาแล้วเห็นว่า
diagram ที่พวกเราทำมันไม่ work เวลาพิมพ์ออกมาในหน้ากระดาษ
ทางทีมงาน MARG1N ก็เลยออกแบบ diagram ให้ใหม่
คล้าย ๆ แผนที่ดวงดาวแบบนี้ครับ ซึ่งมันออกมาดูสวยมาก ๆ และมันดูง่ายขึ้นมากในความเห็นของผม
15. เนื่องจากข้อมูลผู้กำกับหนังไทยใน diagram
ในช่วงทศวรรษ 1940-1980 มีความคลาดเคลื่อนไปจากที่ตั้งใจไว้เยอะมาก
ผมก็เลยขอนำข้อมูลที่พวกเราตั้งใจไว้ มาแปะไว้ในนี้แล้วกันนะครับ
เผื่อใครอยากใช้เป็นฐานข้อมูล โดยรายชื่อนี้แยกตามทศวรรษ และเรียงตามตัวอักษรนะครับ
ลิสท์ข้างล่างนี้ไม่ได้บ่งชี้แต่อย่างใดว่า ใครทำหนังตามขนบหนังกระแสหลักมากน้อยเพียงใดนะครับ
15.1
รายชื่อผู้กำกับหนังไทยที่อาจจะทำหนังเรื่องแรกในทศวรรษ 1940
Amnuay Klasnimi (Neramit)
Prince Anusorn Mongkolkarn
Promsin Sriboonruang (Pankham)
Prince Sukarawandis Diskul
Sunh Vasudhara
Tae Prakartwuttisarn
15.2 รายชื่อผู้กำกับหนังไทยที่อาจจะทำหนังเรื่องแรกในทศวรรษ
1950
Boonrat Chaiwises (the director of Tamone Prai, a
film commonly attributed to his producer, Thamrong Rujanaphand)
Dokdin Kanyamarn
Noi Kamolwatin
Parinya Leelasorn
Payut Ngaokrachang
Rungsri Tasanapayak
Sanan Kraprayoon
So Asanajinda
Somkuan Krajangsat
Supan Buranapim
Thavi Na Bangchang (Khru Marut)
Ubol Yukol Na Ayudhya
Vichit Kounavudhi
Wasant Soonthornpaksin
15.3 รายชื่อผู้กำกับหนังไทยที่อาจจะทำหนังเรื่องแรกในทศวรรษ
1960 (รวมถึงหนังสั้น)
Banjong Kosallawat
Chalee Intharavijit
Chalong Pakdeevijit
Chaluay Srirattana
Charin Nantanakorn
Cherd Songsri
Chutima Suwannarat
Graiwat Sriwoothiwong (Ajcharapunt)
Pairach Gasiwat
Ruj Ronapop
15.4 รายชื่อผู้กำกับหนังไทยที่อาจจะทำหนังเรื่องแรกในทศวรรษ
1970
Apichat Phopairot
Chana Kraprayoon
Prince Chatrichalerm Yukol
Chumphorn Thepphithak
Jirawan Gampanartsaenyakorn (Saenyagorn)
Jon Ungpakorn
Kid Suwannasorn
Kom Akkadej
Krit Boonprapruek (Jazzsiam)
Mitr Chaibancha
Padej Pakdeevijit
Paijong Laisakul
Patravadi Mejudhon
Permpol Choei-arun
Pisan Akaraseranee
Pongsak Jantarookkha
Pornpoj Kanitthasen
Rassamee Paoleungthong
Rerngsiri Lim-aksorn
Sakka Jarujinda
Santa Pestonji
Sombat Metanee
Somboonsuk Niyomsiri (Pieak Poster)
Sompong Treebuppa
Sompote Saengduenchai
Surachai Chantimatorn
Surapong Pinijkhar
Surasee Patham
Thitisarn Suriyong
Prince Tipyachat Chatchai
Yutthana Mukdasanit
15.5 รายชื่อผู้กำกับหนังไทยที่อาจจะทำหนังเรื่องแรกในทศวรรษ
1980 (รวมถึงหนังสั้น)
Adirek Wattaleela
Apinan Poshyananda
Bhandit Rittakol
Itthisoontorn Vichailak
Jira Maligool
Manop Udomdej
Pakorn Prohmvitak
M.L. Pundhevanop Dhewakul
Rashane Limtrakul
Somching Srisupap
Somkiat Vithuranich
Sukhum Maythawanit
Supachai Surongsain
Tanit Jitnukul
Toranong Srichua
ผมต้องกราบขออภัยอีกครั้งนะครับ สำหรับความคลาดเคลื่อนใน
diagram ในส่วนของการแบ่งตามทศวรรษในทศวรรษ 1940-1980
สุดท้ายนี้ ก็ขอย้ำว่า ถ้าหากใครสนใจ diagram
นี้ ก็ไปหาซื้อนิตยสาร MARG1N เล่ม 3
ได้ที่ร้าน Vacilando Bookshop นะครับ ในนิตยสารเล่มนี้ยังมีบทความอื่น
ๆที่น่าสนใจอีกมากมาย ขอบพระคุณมากครับ
No comments:
Post a Comment