Tuesday, November 03, 2026

SIGNS OF THE END OF MY BELOVED MOVIE THEATRE

 

สัญญาณการล่มสลายของโรงภาพยนตร์ในแบบที่เรารัก

 

อันนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเราในวันพุธที่ 28 ต.ค. แต่เราเพิ่งมีเวลาว่างจดบันทึก คือในวันนั้นเราได้เดินทางไปดูหนังเรื่อง PARADISE (2022, Alexander Abaturov, Switzerland/France, about Russia, documentary, 88min, A+30)  ที่ Alliance Française in Bangkok รอบ 18.00 น. หนังสารคดีเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในไซบีเรียที่ต้องกระเสือกกระสนหาทางดับไฟป่าที่กำลังจะลุกลามเข้าสู่หมู่บ้านของพวกเขาด้วยตนเอง โดยที่ทางรัฐบาลรัสเซียไม่ยอมให้ความช่วยเหลือแต่อย่างใด เพราะทางรัฐบาลมองว่าต้นทุนในการดับไฟป่าในไซบีเรียนั้นสูงกว่าความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ทางรัฐบาลก็เลยปล่อยให้ไฟป่าในไซบีเรียไหม้ลามเข้าสู่หมู่บ้านต่าง ๆ ไปเรื่อย ๆ

 

แต่วันนั้นมีคนมาดูหนังเรื่องนี้เพียงแค่ 2 คน คือเรากับผู้ชายอีกท่านหนึ่ง ทางโรงภาพยนตร์เขาเลยบอกว่าจำนวนคนดูน้อยเกินไป คือเขาจะฉายหนังเรื่องนี้ในโรงภาพยนตร์ก็ต่อเมื่อมีจำนวนคนดูมากพอ (เราไม่แน่ใจว่า ต้องมีคนดูอย่างน้อย 3 คน หรือ 4 คน เขาถึงจะตัดสินว่ามากพอ) ทางโรงภาพยนตร์เขาเลยคืนเงินค่าตั๋ว 120 บาทให้กับเรา แล้วงดการฉายหนังเรื่องนี้ในโรงภาพยนตร์ แล้วให้เรากับผู้ชมอีกท่านไปนั่งดูหนังเรื่องนี้ได้ฟรีทางจอโทรทัศน์ในห้องสมุดแทน

 

เราก็เลยไปนั่งดูหนังเรื่องนี้ทางจอทีวีในห้องสมุดของ Alliance ซึ่งจอทีวีก็ไม่ได้มีขนาดใหญ่อะไร อารมณ์ก็เลยคล้าย ๆ กับการนั่งดูหนังทางจอ laptop ซึ่งเราว่าพลังของหนังมันลดลงไปเยอะมากเวลานั่งดูแบบนี้

 

ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งแรกสำหรับเราที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ที่ Alliance นะ เราก็เลยเศร้าใจมาก ๆ และคิดว่าพอเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น เราก็เลยไม่อยากเสี่ยงมาดูหนังที่ Alliance อีกถ้าหากไม่จำเป็นจริง ๆ และเราก็แอบกลัวว่ามันอาจจะเป็นสัญญาณการล่มสลายของโรงหนังแบบ Alliance ด้วย

 

เพราะเหตุการณ์นี้ทำให้เรานึกถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้นกับสถาบันเกอเธ่ในช่วงต้นทศวรรษ 2000 น่ะ คือเรากลายเป็น cinephile ในปี 1995 ก็เพราะเราได้ดูหนังเรื่อง CLASS ENEMY (1983, Peter Stein, West Germany, 125min) ที่สถาบันเกอเธ่นี่แหละ ในช่วงทศวรรษ 1990 นั้น สถาบันเกอเธ่ฉายหนังดี ๆ จำนวนมากมายทุกสัปดาห์ด้วยฟิล์ม 16 มม. ทั้งหนังของ Rainer Werner Fassbinder, Alexander Kluge, Werner Schroeter, Peter Lilienthal, Herbert Vesely, Ulrike Ottinger, Ula Stöckl, Peter Fleischmann, Niklaus Schilling, Nina Grosse, Herbert Achternbusch, etc.

 

แต่เหมือนจำนวนคนที่มาดูหนังที่ฉายด้วยฟิล์ม 16 มม.ที่สถาบันเกอเธ่ มันมีจำนวนลดลงเรื่อย ๆ มั้งเมื่อเข้าสู่ช่วงทศวรรษ 2000 และในบางรอบเราก็ไม่แน่ใจว่า เราเป็นคนดูเพียงคนเดียวในรอบนั้นหรือเปล่า ซึ่งเราก็เศร้าใจมาก ๆ เพราะว่าหนังเยอรมันที่ฉายที่สถาบันเกอเธ่มันเยี่ยมยอดสุดตีนมาก ๆ, เราเองก็พยายามโปรโมทหนังที่ฉายที่เกอเธ่ทางเว็บบอร์ด Bioscope และ Pantip (ถ้าหากเราจำไม่ผิด) และการเดินทางไปสถาบันเกอเธ่ในทศวรรษ 2000 มันก็ง่ายมาก เพราะมันใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน เราไม่ต้องเสียเวลาฝ่ารถติดโหนรถเมล์ไปเกอเธ่แบบในทศวรรษ 1990 แต่จำนวนคนดูมันก็ลดลงเรื่อย ๆ

 

และในที่สุดพอเข้าสู่ช่วงกลางทศวรรษ 2000 สถาบันเกอเธ่ก็งดกิจกรรมการฉายหนังทุกสัปดาห์ในห้องแอร์ (ซึ่งเราเดาว่าคงเป็นเพราะจำนวนคนดูมันน้อยมาก) เหลือแต่เพียงกิจกรรมการฉายหนังเฉพาะในบางเทศกาล และในเวลาต่อมาเกอเธ่ก็จัดฉายหนังกลางแปลงเฉพาะในช่วงฤดูหนาวแทน (ราว 3 เดือนต่อปี) ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เราไม่ชอบ เพราะเราทนความร้อนไม่ได้ เราชอบดูหนังในห้องแอร์มากกว่า

 

ถ้าหากเราจำไม่ผิด หนังเรื่องท้าย ๆ ที่เราได้ดูในกิจกรรมการฉายหนังแบบดั้งเดิมของสถาบันเกอเธ่ คือหนังเรื่อง SCHOOL TRIP (2002, Henner Winckler, Germany) ที่เราชอบอย่างรุนแรงมาก ๆ เราได้ดูหนังเรื่องนั้นในวันที่ 15 ก.ย. 2004

 

เหมือนประสบการณ์ที่สถาบันเกอเธ่ในช่วงนั้นสอนให้เรารู้ว่า โรงหนังที่เรารักสุดขีด มันคงเป็นโรงหนังที่ไม่ได้รับความนิยมจากผู้ชมคนอื่น ๆ และในที่สุดมันก็ต้องจากเราไปตามกาลเวลา เพราะฉะนั้นพอเราเจอเหตุการณ์โรงหนังอื่น ๆ ค่อย ๆ ทยอยจากเราไปเรื่อย ๆ ในช่วงต่อ ๆ มา เราก็เลยเริ่มชินชากับเหตุการณ์แบบนี้

 

ส่วน Alliance Française นั้น ย้ายโรงหนังมาแล้ว 3 รอบตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 1990 มาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเราก็รู้สึกผูกพันกับการฉายหนังของสถาบันนี้มาก ๆ หนังที่ฉายที่สถาบันนี้มันมีส่วนช่วย shape ตัวตนของเรามาก ๆ โดยเฉพาะหนังของ Marguerite Duras, Alain Robbe-Grillet, Jacques Rivette, Paul Vecchiali, Bertrand Blier, Louis Malle, Jean Delannoy, Jean-Luc Godard, Robert Bresson, Marcel Pagnol, Yves Allégret, Marcel Carné, Alexandre Astruc, Pierre Schoendoerfer, Claude Miller, etc.

 

แต่พอเราเจอเหตุการณ์งดฉายหนังทางจอใหญ่ เพราะมีผู้ชมเพียง 2 คนในวันพุธที่ผ่านมา เราก็เลยรู้สึกเศร้าใจ และก็คิดว่า ถ้าหากผู้ชมมันยังคงมีจำนวนน้อยแบบนี้ สิ่งที่เคยเกิดขึ้นกับสถาบันเกอเธ่เมื่อ 20 กว่าปีก่อน ก็อาจจะเกิดขึ้นกับ Alliance ได้ด้วยเหมือนกัน

 

แต่เราเองก็มีอายุ 53 ปีแล้ว รู้สึกสังขารมันเริ่มเหนื่อยล้าแล้ว เราเองก็เริ่มขี้เกียจตระเวนออกไปดูหนังตามโรงหนังต่าง ๆ แล้วด้วยเหมือนกัน

 

สรุปว่า เราเศร้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นนะ โรงหนังที่เรารักก็มักจะเจอปัญหาจำนวนคนดูน้อยเกินไปแบบนี้นี่แหละ และในที่สุดมันก็อาจจะต้องจากเราไปตามกาลเวลา เราเจออะไรแบบนี้มาบ่อยครั้งแล้วในช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมา เราบอกตัวเองว่าเราชินชากับเหตุการณ์แบบนี้แล้ว แต่มันก็อดรู้สึกสะเทือนใจไม่ได้

+++

ที่แรกคือตรงถนนสาทร

 

โรงที่สอง ในช่วงต้นทศวรรษ 2010 จนถึงกลางปี 2018 มันอยู่ตรงที่ปัจจุบันเป็นห้าง One Bangkok ครับ คือ Alliance เคยไปสร้างตึกไว้ตรงนั้น แล้วมีโรงหนังในตึกนั้น แต่ต่อมาทาง Alliance ก็ขายพื้นที่ตึกตรงนั้นไปให้กับทางห้าง One Bangkok แล้วทางห้างก็รื้อตึกนั้นทิ้งไป แล้วสร้างห้างทับพื้นที่เดิมของ Alliance

 

หนังเรื่องสุดท้ายที่ผมได้ดูที่ตึกนั้น คือหนังเรื่อง BARBARA (2017, Mathieu Amalric) ที่ฉายที่ alliance ในวันที่ 13 มิ.ย. 2018 ถ้าหากจำไม่ผิด แต่หนังเรื่องนั้นไม่ได้ฉายในโรง เพราะตัวตึกมันกำลังจะโดนทุบแล้ว หนังเรื่องนั้นเลยไปฉายในห้องเรียนใน Alliance แทน

 

โรงที่สาม อยู่ใกล้ ๆ ห้าง One Bangkok โดยน่าจะห่างจากสถานที่ตั้งเดิมของโรงที่สองราว ๆ 100-200 เมตรครับ

+++

 

ตอนนี้เรายังตัดสินไม่ได้ว่า ระหว่างหนังของ Rirkrit Tiravanija กับหนังชุด PUELLA MAGI MADOKA MAGICA THE MOVIE อะไรคือหนังอันดับหนึ่งของเราประจำปี 2026 เพราะว่าเราชอบ MADOKA THE MOVIE ทั้ง 3 ภาคอย่างรุนแรงมาก ๆ แต่เราคงต้องรอดูภาค 4 ที่กำลังจะเข้าฉายก่อน แล้วพอดูครบทั้ง 4 ภาคแล้ว เราถึงจะตัดสินใจได้ว่า ระหว่าง MADOKA กับ UNTITLED (KHUN YAI BAENG MAKES HER POTTERY) (2025, Rirkrit Tiravanija x Grandma Baeng Sommai, video installation, 208min) และ I’M COMING UP (2016, Ting Min-wei, Singapore, approximately 90min) เราชอบหนังเรื่องไหนมากที่สุดในปี 2026

 

เราเจอหนังเรื่องนี้ในเว็บไซต์ของ alliance นะ แต่เราว่าสาเหตุส่วนหนึ่งที่คนดูน้อยเป็นเพราะ Alliance ก็ทำตัวเองด้วยแหละ เพราะว่า

 

1. ในเว็บไซต์ไม่ได้บอกว่า หนังเรื่องนี้มีซับไตเติลหรือไม่ แต่เราก็เสี่ยงดวงมาดูเอง เผื่อมันจะมีซับไตเติลภาษาอังกฤษ ซึ่งหนังมันก็มีซับไตเติลให้จริง ๆ แต่มันไม่บอกในเว็บไซต์

 

2. Alliance แทบไม่ได้โปรโมทหนังเรื่องนี้ในช่องทางใด ๆ เลย

 

3. Alliance แทบไม่ได้ฉายหนังเลยในปีนี้ เหมือนปีนี้ Alliance ไปให้ความสำคัญกับ “การแสดงละครเวที” “การจัดแสดงดนตรี” อะไรแบบนั้นแทน

 

แต่ปกติแล้วเวลาเรามาดูหนังที่ alliance เรามักจะเจอฝรั่งมาดูกันอย่างน้อย 5 คน แต่คราวนี้ไม่มีฝรั่งมาดูเลย เราก็เลยประหลาดใจ

 

+++

 

หนักที่สุด ปะทะกับ ซูสีไทเฮา และเจ้านางอนัญทิพย์ได้เลย

https://web.facebook.com/photo/?fbid=4420340041443196&set=gm.1133886659350344&idorvanity=576779471727735

 

No comments: