Showing posts with label FAVORITE FEMALE PERFORMANCES. Show all posts
Showing posts with label FAVORITE FEMALE PERFORMANCES. Show all posts

Friday, May 22, 2026

CHAN ON-YING

 

MOTHER MARY (2026, David Lowery, UK, A+30)

 

ชอบสุดขีด เหมือนมันเป็น “โลกทางจิต” บางอย่างที่ใกล้เคียงกับจิตใจเรา เราก็เลยรู้สึกว่าโลกในหนังเรื่องนี้มันดูมีมนตร์ขลังและน่าหลงใหลสำหรับเรามาก ๆ

 

เราเพิ่งดูหนังของ David Lowery ไปแค่ 3 เรื่อง รวมเรื่องนี้ด้วย ตอนนี้เราชอบ THE GREEN KNIGHT (2021) มากสุด ชอบ MOTHER MARY เป็นอันดับสอง และชอบ AIN’T THEM BODIES SAINTS (2013) เป็นอันดับสาม

+++

 

One of my most favorite TV series of all time – ศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย THE FOUNDLING’S PROGRESS (1987, Hong Kong, A+30) นำแสดงโดย หลินจุ้นเสียน (Wilson Lam Chun-yin), หลีหมิง (Leon Lai), เฉินหมิ่นเอ๋อ (Barbara Chan), เซียะหนิง (Tse Ning), ไช่เจียลี่ (Carrie Choi), ซูหย่งคัง (William So Wing-hong) และเฉินอันอิ๋น (Chan On-ying)

 

เป็นละครทีวีที่มีอิทธิพลต่อ romantic fantasy ของเราอย่างมาก เพราะเราได้ดูละครทีวีเรื่องนี้ในช่วงที่เราเป็นวัยรุ่น และมันเป็นช่วงที่ capitalism ยังคงเฟื่องฟูอยู่ (ปลายทศวรรษ 1980) เพราะฉะนั้นละครทีวีเรื่องนี้ก็เลยทำให้เราในวัยรุ่นเต็มไปด้วยความใฝ่ฝันว่า เราอยากมีสามีเป็นหนุ่มออฟฟิศแบบหลินจุ้นเสียนในละครทีวีเรื่องนี้เป็นอย่างมาก

https://web.facebook.com/reel/1025714996785332

 

 

เฉินอันอิ๋นนี่ถือเป็น one of my most favorite actresses of all time เลย ในละครทีวีเรื่องนี้ เธอรับบทเป็น “น้องสะใภ้ของพระเอก” ส่วนผลงานการแสดงเรื่องอื่น ๆ ของเธอ ก็รวมถึงบท “ยัยเซ่อ” ในมังกรหยก (1983) และ “แมงมุม” ใน “ดาบมังกรหยก” (1986)

 

ในยูทูบมีละครทีวีเรื่อง THE FOUNDLING’S PROGRESS ให้ดูนะ ในช่องของ TVB แต่มันไม่มีเพลงไตเติลละครเรื่องนี้

 

ดู THE FOUNDLING’S PROGRESS ได้ที่นี่

https://youtu.be/DAowRCQ1buE?si=p-HFaACQnkeLoFzZ

 

เฉินอันอิ๋น
https://www.themoviedb.org/person/1582036

+++

 

นึกถึงหนังเรื่อง THE MISSION (2023, Amanda McBaine, Jesse Moss, documentary, A+30) เพราะหนังเรื่องนั้นพูดถึงเกาะเซนติเนลที่น่าจะอยู่ในบริเวณใกล้ ๆ เกาะเกรท นิโคบาร์นี้

 

++++

 

เมื่อวานเพิ่งได้ดูหนังเรื่อง KRISHNAVATARAM – PART 1: THE HEART (HRIDAYAM) (2026, Hardik Gajjar, India, A+25) ที่ SF Terminal 21 ดูจบแล้วรู้สึกสนใจเรื่องของพระนางเทราปตีมาก ๆ ก็เลยไปตามอ่านเพิ่มเติม แล้วก็เลยเพิ่งรู้ว่า พระนางเทราปตีมีสามี 5 คน ซึ่งทั้ง 5 คนนี้เป็นพี่น้องกัน น่าสนใจมาก ๆ เลยค่ะ

 

อยากให้มีคนเอาเรื่องราวของ “สุภาพบุรุษจุฑาเทพ” กับเรื่องราวของพระนางเทราปตีมาผสมเข้าด้วยกัน กลายเป็นเรื่องราว fiction เรื่องใหม่ที่นางเอกมีคนเดียว แต่ได้สามี 5 คนที่เป็นพี่ชายน้องชายกัน

 

เรื่องราวของพระนางเทราปตี

https://web.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid025oASnVkCTxFH7SoZ4tNa1b95nzk5QsAQ8tvSgT6bZ2utEHKjAh3Ttym8Cy5uTxHWl&id=100044739000097

 

เพิ่งรู้ว่าเมืองทวารกาของพระกฤษณะ เป็นเมืองใต้ทะเลที่มีอยู่จริง

https://www.silpa-mag.com/history/article_124924

 

+++

THE SUN IN A NET เคยมาฉายที่ห้องสมุดมหาลัยธรรมศาสตร์ ในวันที่ 16 ธ.ค. 2012 แต่เราไม่ได้ไปดู เสียดายมาก ๆ

+++

เราเคยอ่านแค่ 4 จาก 100 ซึ่งก็คือ TO THE LIGHTHOUSE, JANE EYRE, PRIDE AND PREJUDICE และ GREAT EXPECTATIONS แต่ประหลาดใจที่ LORD OF THE FLIES กับ TESS OF THE D’URBERVILLES ไม่ติดอันดับ เพราะเราชอบสองเรื่องนี้ในระดับมากกว่าหรือเท่ากับ TO THE LIGHTHOUSE และชอบมากกว่า JANE EYRE, PRIDE AND PREJUDICE และ GREAT EXPECTATIONS

+++

 

ดีใจสุดขีด เพราะเรายังไม่ได้ดู DERSU UZALA (1975, Akira Kurosawa, 144min), THE ASCENT (1977, Larissa Shepitko, 111min) และ WAR AND PEACE (1965, Sergey Bondarchuk, 6hrs 13min) แต่เราแอบขำที่หนัง WAR AND PEACE ถูกแบ่งออกเป็น 4 parts เมื่อลงยูทูบ แล้วพาร์ทแรกมีคนคลิกดู 2.5 ล้านวิว แต่ part 4 มีคนคลิกดูราว 477,000 วิว ซึ่งนั่นเท่ากับว่า อาจจะมีคนดูหนังเรื่องนี้ทางยูทูบราว 2,023,000 คน หรือ 81% ที่ดูหนังเรื่องนี้ไม่จบ และมีคนที่ดูหนังเรื่องนี้ทางยูทูบจนจบเพียงแค่ราว 19%

 

THE ASCENT

https://www.youtube.com/watch?v=v21lQ449T3Y&t=158s

 

WAR AND PEACE

https://www.youtube.com/watch?v=bIij-KQ0jYU&t=9s

+++

MY NAME IS NOT SUSAN – Whitney Houston

 

ในอันดับเพลงของเรา เพลงนี้

 

1. new entry เข้ามาที่อันดับ 50 ในช่วงสัปดาห์ 15-21 JULY 1991

 

2. ขึ้นไปที่อันดับ 46 ในสัปดาห์ที่สอง (22-28 JULY 1991)

 

3. ขึ้นไปที่อันดับ 25 ในสัปดาห์ที่สาม (29 JULY – 4 AUG 1991)

 

4. ขยับขึ้นมาที่อันดับ 22 ในสัปดาห์ที่สี่ (5-11 AUG 1991)

 

5. ขึ้นมาที่อันดับ 15 ในสัปดาห์ที่ห้า (12-18 AUG 1991)

 

6. ร่วงลงสู่อันดับ 31 ในสัปดาห์ที่หก (19-25 AUG 1991)

 

7. สรุปว่าเพลงนี้ติดอันดับของเรา 6 สัปดาห์ ได้คะแนนรวม 117 คะแนน ติดอันดับสูงสุดคืออันดับที่ 15

 

(สมัยเมื่อราว 30 กว่าปีก่อน เรากับกลุ่มเพื่อนสนิทสมัยมัธยม มีการทำอันดับเพลงของแต่ละคนในแต่ละสัปดาห์ บางคนในกลุ่มก็เริ่มทำอันดับเพลงตั้งแต่ปี 1988 ส่วนเราเพิ่งเริ่มต้นทำอันดับเพลงของตัวเองในปี 1989 และพวกเราก็เอาอันดับเพลงของแต่ละคนมาแลกเปลี่ยนกันดู และต่อมาเมื่อทุกคนแยกย้ายกันไปเข้ามหาลัยแล้ว พวกเรากลุ่มเพื่อนมัธยมก็ยังคงนัดเจอกันสัปดาห์ละครั้งในช่วงที่เรียนมหาลัย และก็ยังคงทำอันดับเพลงของแต่ละคนกันจนเรียนจบมหาลัย

 

เรายังคงเก็บอันดับเพลงที่เคยทำในปี 1989-1994 เอาไว้ในสมุดจด และก็เลยทยอยเอามาแปะในนี้ด้วย เพื่อเป็นการรำลึกถึงหนึ่งในช่วงเวลาที่มีความสุขในชีวิตเมื่อราว 30-40 ปีก่อน)

https://youtu.be/iHJ0_ci8xbk?si=lolnTa9uTlPA-7W3

 

Monday, August 25, 2025

SOKAPHIWAT (2025, Nuttachai Jiraanont, A+30)

 

SOKAPHIWAT (2025, Nuttachai Jiraanont, A+30)

โศกาภิวัฒน์

 

1. กรี๊ดมาก ดูแล้วชอบสุดขีด ถึงแม้จริงๆ แล้วอาจจะมีหลายอย่างในหนังที่ไม่เข้าทางเราซะทีเดียว แต่โดยภาพรวมแล้วก็ถือว่าเป็นหนังที่เราชอบสุดขีดอยู่ดี 55555

 

ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เราชอบหนังเรื่องนี้อย่างสุดขีดก็คือว่า เหมือนหนังเรื่องนี้มันตอบสนองความกะเทยในตัวเราอย่างมาก ๆ คือดูแล้วรู้สึกว่า ถ้าหากตัวเองยังคงเป็นเด็กมัธยม ตัวเองคงต้องขอให้เพื่อนตัดชุดเลียนแบบคลาวเดีย แล้วก็เอาชุดนั้นมาใส่เดินกรุยกรายไปตามทางเดินในโรงเรียน พร้อมกับทำท่าทำทางเลียนแบบคลาวเดียไปเรื่อย ๆ คือดูหนังเรื่องนี้แล้วรู้สึกอยาก role play บทคลาวเดียอย่างรุนแรงมาก มากยิ่งกว่าตัวละครแนว “เจ้าแม่” ในหนัง horror คล้าย ๆ กัน อย่างเช่น ตัวละคร “หม่อมสลักจิต” (อัญชลี สายสุนทร) ใน “หม่อม” THE ELITE OF DEVILS (2024, อาทิตย์ อาริยวงศ์ษา, ธีรคหะ อาริยวงศ์ษา), ตัวละครของเพ็ญพักตร์ ศิริกุล ใน HOME FOR RENT บ้านเช่า บูชายัญ (2023, Sophon Sakdaphisit, A+30), ตัวละครของอำภา ภูษิต ใน THE TENANT ผู้เช่า (2024, อนันต์ รัศมี) และตัวละครของดวงใจ หิรัญศรีใน RIDER (2024, Nitivat Cholvanichsiri)

 

ซึ่งอันนี้ไม่เกี่ยวกับว่านักแสดงคนไหนเล่นดีกว่าคนไหนนะ แต่เกี่ยวกับ “การออกแบบลีลาท่าทางของตัวละคร” และเราว่าตัวละครของคลาวเดียในหนังเรื่องนี้เป็นตัวละครที่ทำให้เราอยาก role play มากกว่าตัวละครอื่น ๆ ในกลุ่มข้างต้น เพราะว่า “ลีลาท่าทาง” ของตัวละครตัวนี้นี่มันเข้าทางดิฉันจริง ๆ

 

2. พอพูดถึง HOME FOR RENT แล้วเราก็ขอเสริมนิดนึงว่า คือจริง ๆ แล้วเราว่า HOME FOR RENT เป็นหนังที่ “ดี” กว่า SOKAPHIWAT นะ แต่เราอาจจะ “ชอบ” SOKAPHIWAT มากกว่า HOME FOR RENT เพราะเรารู้สึกว่า HOME FOR RENT เป็นหนังที่ “polished” มาอย่างดี มีการตรวจสอบคุณภาพที่ดีมาก แทบไม่มีจุดไหนขาดตกบกพร่อง มีความสมเหตุสมผลมากกว่า “บทภาพยนตร์แน่นหนารัดกุมมาก” เหมาะกับ “ผู้ชมในวงกว้าง” มากกว่า

 

แต่เรารู้สึกว่า SOKAPHIWAT เป็นหนังที่ “เฮี้ยน” กว่าน่ะ มันอาจจะมีความไม่สมเหตุสมผล มีความขาด ๆ เกิน ๆ แต่มันเหมือนมี “ความเฮี้ยน” บางอย่างในหนังเรื่องนี้ที่เข้าทางเรามาก ๆ ราวกับว่าผู้สร้างหนังเรื่องนี้ต้องการสนอง need บางอย่างในใจตนเอง และเขาก็ให้ความสำคัญกับ need ในใจตนเอง มากกว่าการคำนึงถึงผู้ชมในวงกว้าง ซึ่งก็เลยทำให้หนังที่ออกมา “เข้าทางเรา” เพราะมันก็ตอบสนอง need บางอย่างที่ไร้เหตุผลในใจเรา มากกว่าหนังทั่ว ๆ ไปที่ polished มาอย่างดีเพื่อผู้ชมในวงกว้าง 55555

 

คือเหมือน HOME FOR RENT และ “หนังสยองขวัญชั้นดีของ GDH” และอาจจะรวมไปถึงหนังยุคหลังของ Taweewat Wantha เป็นหนังดี+สนุกที่ made for mass audience ซึ่งเราก็ชอบหนังเหล่านี้มาก ๆ แต่เรารู้สึกว่า ผู้กำกับหนังไทยบางคน อย่างเช่น Nuttachai Jiraanont, Oompon Kitikamara, Sarawut Intaraprom สร้างหนังสำหรับ niche audience น่ะ และเราก็ถือเป็นหนึ่งในผู้ชมกลุ่ม niche นั้น เราก็เลยชอบหนังของ Nuttachai, Oompon และ Sarawut มาก ๆ ถึงแม้หนังของพวกเขาอาจจะไม่ได้ “ดี” มากนักในสายตาของคนอื่น ๆ ก็ตาม มันเหมือนหนังของผู้กำกับเหล่านี้มีอะไรบางอย่างที่ตอบสนอง need ในตัวผู้สร้างหนัง และสิ่งนี้มันทำงานกับเราอย่างรุนแรงมาก แต่อาจจะไม่ทำงานกับผู้ชมคนอื่น ๆ ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา

 

ไม่รู้ว่าเราจะเรียก Nuttachai, Oompon และ Sarawut ว่า ผู้กำกับหนัง cult ได้หรือเปล่านะ มันเหมือนหนังของผู้กำกับ 3 คนนี้มีความเฮี้ยนบางอย่างที่เลยพ้นจากขอบเขตของ “หนังบันเทิงสำหรับผู้ชมในวงกว้าง” และเราชอบความเฮี้ยนในหนังของผู้กำกับทั้งสามคนนี้มาก ๆ

 

3. กราบคลาวเดีย จักรพันธุ์ รู้สึกว่าเธอคือ “เดอะ แบก” ของหนังเรื่องนี้ ชอบการแสดงของเธอในหนังเรื่องนี้อย่างรุนแรงที่สุด เพราะเรารู้สึกว่า “ความเฮี้ยน” และ “ความขลัง” ของหนังเรื่องนี้ 90% มาจากการแสดงของคลาวเดีย คือถ้าหากคลาวเดียแสดงได้ไม่เฮี้ยนเท่านี้ หนังเรื่องนี้ก็จะล้มเหลวไปเลย

 

4. ส่วนสิ่งที่ “ไม่เข้าทางเรา” ในหนังเรื่องนี้ ก็คือ production design อะไรทำนองนี้น่ะ เพราะเรารู้สึกว่าตัวคฤหาสน์ และบรรยากาศโดยรวมของหนัง ดูไม่ขลังเลย ซึ่งเราก็ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะ

 

4.1 ผู้กำกับตั้งใจอยู่แล้วให้มันออกมาเป็นแบบนั้น

 

4.2 งบการสร้างหนังไม่มากพอที่จะเนรมิตคฤหาสน์ให้ออกมาขลังกว่านี้ได้

 

คือใจจริงแล้ว เราอยากให้บรรยากาศของหนังออกมา “ขลัง” แบบ NOSFERATU (2024, Robert Eggers, A+30) และอยากให้ production design ออกมาเฮี้ยนแบบหนังสยองขวัญยุโรปยุคทศวรรษ 1970 พวกหนังของ Dario Argento, Jean Rollin, Jesus Franco, etc. อะไรทำนองนี้ 5555

 

5. อีกสิ่งที่ชอบสุดขีดเป็นการส่วนตัวในหนังเรื่องนี้ ก็คือ “จังหวะการเดินแบบ” ของหนัง คือหนังเรื่องนี้อาจจะดู “ช้าเกินไป” สำหรับผู้ชมบางคน โดยเฉพาะผู้ที่คาดหวังว่าจะได้ชม “หนังสยองขวัญตื่นเต้นลุ้นระทึก” แต่ปรากฏว่าเราชอบจังหวะของหนังเรื่องนี้อย่างรุนแรงที่สุด มันเหมือนสิ่งที่สำคัญสำหรับเราในหนังเรื่องนี้ไม่ใช่ “ความตื่นเต้นลุ้นระทึก” แต่เป็น “จังหวะการเยื้องกรายของคลาวเดีย” มันเหมือนหนังเรื่องนี้เป็น “จังหวะดนตรีช้า ๆ” บางอย่าง ที่ไม่เข้ากับรสนิยมของคนดูหลาย ๆ คน แต่ “จังหวะช้า ๆ” ในหนังเรื่องนี้กลับทำงานกับเราอย่างรุนแรงมาก มันเหมือนจังหวะช้า ๆ นี้มันสร้างภวังค์ดึงดูดสำหรับเราคล้าย ๆ กับเวลาที่เราฟังดนตรีเปียโนในหนังเรื่อง INDIA SONG (1975, Marguerite Duras) แล้วเห็น Delphine Seyrig เดินเยื้องกรายช้า ๆ ไปมา

 

6. อยากให้มีคนจัดงาน retrospective ของคุณ “ดวงใจ หิรัญศรี” เพราะรู้สึกว่าเธอคือ “เจ้าแม่หนังเฮี้ยน” หรือ “เจ้าแม่ตัวละครเฮี้ยน” อะไรทำนองนี้ 5555 โดยเฉพาะในภาพยนตร์เรื่อง BY THE RIVER (2006, Sathit Sattarasart) (ถ้าเราจำไม่ผิดนะ เราจำได้ว่า คุณดวงใจเคยรับบทเฮี้ยน ๆ ในหนังของคุณ Sathit)  และ MIDNIGHT RAINBOW (2008, ปัฎฐา ทองปาน, A+30) ที่คุณดวงใจรับบทเป็นฆาตกรโรคจิตที่ฆ่าคนตายจำนวนมาก ไม่ทราบชีวิตอะไรอีกตอ่ไป

 

7. ชอบตัวพล็อตที่เป็นเรื่องของ “หนุ่มหล่อ 8 คน” แต่เสียดายที่หนุ่มหล่อ 8 คนในหนังเรื่องนี้ใส่เสื้อผ้ามิดชิดตลอดเวลา 55555

 

อยากได้ทั้ง 8 คน แต่ถ้าเลือกได้แค่ 2 คน เราก็ขอเลือก “บอส ธนบัตร งามกมลชัย” กับ “ตัส ทศวรรษ สิงอุปโป” ค่ะ

 

ว่าแต่ใครรับบทเป็น “สามีของคลาวเดีย” ในหนังเรื่องนี้คะ เพราะคนนี้ก็หล่อเหมือนกัน

 

8. ก่อนหน้านี้เราเคยดูหนังอีก 3 เรื่องที่กำกับโดยคุณ Nuttachai แล้วพอเราไปอ่านสิ่งที่เราเคย post เกี่ยวกับหนังเหล่านั้น เราก็พบว่า หนังของเขามีความเป็น auteur และมีลายเซ็นชัดเจนมาก เพราะหลายๆ ประโยคที่เราเคยเขียนถึงหนังเรื่องอื่น ๆ ของเขา เราก็สามารถ quote มาใช้ในหนังเรื่องนี้ได้เช่นกัน 55555

 

8.1  บางส่วนจากที่เราเคยเขียนถึง SHOKUNIN ซูชิเนื้อคน (2014, Nuttachai Jiraanont, A+30)

 

“เราไม่คิดว่าหนังเรื่อง SHOKUNIN เป็น thriller หรือ horror อย่างเต็มตัวนะ เพราะมันไม่ได้มีความลุ้นระทึก สนุก ตื่นเต้น แบบหนัง thriller หรือ horror ทั่วๆไปน่ะ และมันก็ไม่ได้เป็น psychological study อะไรด้วย มันดูเป็นหนัง revenge แบบ stylish มากกว่า เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับเราในหนังเรื่องนี้จึงไม่ใช่ความสนุก, ตื่นเต้น หรือเนื้อเรื่องที่น่าติดตาม หรือสัญลักษณ์อะไรก็ตามที่อาจจะมี (แต่เราไม่ได้สนใจมัน) แต่กลับเป็น style ของมัน เราว่าถ้าใครชอบ style ของหนังเรื่องนี้ ก็อาจจะชอบหนังเรื่องนี้มากๆก็ได้”

 

“การที่เราชอบ “บุคลิก” ของตัวละครหญิงสองตัวใน SHOKUNIN มากๆ ทำให้เรานึกถึงทฤษฎีที่เราเคยได้ยินมา นั่นก็คือผู้ชมภาพยนตร์บางคน โดยเฉพาะผู้ชมภาพยนตร์ที่เป็นเกย์หรือกะเทย จะหลงใหลภาพยนตร์บางเรื่องมากๆ แต่ไม่ใช่เพราะเนื้อเรื่องของมัน แต่เป็นเพราะ “การโพสท่าของตัวละครหญิง” ในหนังเรื่องนั้น และเราว่าเราชอบหนังเรื่องนี้มากๆ เพราะสาเหตุนี้นี่แหละ เราชอบอากัปกิริยาและบุคลิกของตัวละครหญิงสองตัวในหนังเรื่องนี้

อีกสิ่งหนึ่งที่เราคิดว่าน่าสนใจดี ก็คือหนังเรื่อง SHOKUNIN ทำให้เรานึกถึง “การ hybrid กันของหนังสยองขวัญกับหนังอาร์ท” น่ะ คือมันทำให้เรานึกถึงหนังประเภทหนังในยุค 1970 พวกที่กำกับโดย Jesus Franco, Jean Rollin อะไรพวกนี้ คือหนังพวกนี้มันมีเนื้อเรื่องเหมือนหนังสยองขวัญ มีตัวละครแวมไพร์ดูดเลือด แต่มันไม่มีความสยองขวัญน่ากลัวอะไรเลย สิ่งที่สำคัญในหนังประเภทนี้คือความสง่างามของตัวแวมไพร์, การตัดภาพแมงป่องเข้ามาเป็นระยะๆโดยไม่รู้ว่าสื่อถึงอะไร, การตัดภาพให้เข้ากับจังหวะเพลงไซคีดีลิก, การโพสท่าของตัวละคร ฯลฯ”

 

8.2  บางส่วนจากที่เราเคยเขียนถึง BE-LOVED (2014, Nuttachai Jiraanont, A+25)

 

“อันนี้ก็ชอบมากๆ โดยที่ไม่เข้าใจหนังแต่อย่างใดเหมือนกัน แต่เราดูแล้วจะนึกถึงความสัมพันธ์แบบทั้งรักทั้งเกลียดระหว่างคนในครอบครัวเดียวกันน่ะ คนที่ต้องทนอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน เป็นสมาชิกครอบครัวเดียวกัน ทั้งที่จริงๆแล้วอยากฆ่ากัน แต่ในบางขณะก็รักกัน”

 

“ดู BE-LOVED แล้วนึกถึงเสน่ห์ของหนังแนว magical realism ด้วยนะ เพราะตัวละครประเภทที่ดูเหมือนตายไปแล้ว แต่กลับมาหลอกหลอน และใช้ชีวิตอยู่กับมนุษย์ปกติ ทั้งที่ดูเหมือนตายไปแล้ว อะไรพวกนี้ เราอาจจะพบได้ในหนังแนว magical realism หลายๆเรื่องน่ะ โดยที่ปรากฏการณ์ผิดธรรมชาติพวกนี้ มันจะไม่มีคำอธิบายแต่อย่างใด คือถ้าหากเป็นหนัง “ลึกลับ” แบบปกติ มันจะมีคำอธิบายว่า เพราะเหตุใดถึงเกิดเหตุการณ์ผิดธรรมชาติแบบนี้ขึ้น (อย่างเช่นแม่น้ำนี้เป็นแม่น้ำวิเศษที่ชุบชีวิตคนตายได้) แต่ถ้าหากเป็นหนังแนว magical realism มันจะไม่มีคำอธิบาย

 

(อย่างไรก็ดี ถึงแม้ BE-LOVED จะมีบางจุดที่คล้ายกับหนัง magical realism เราว่า SOKAPHIWAT ไม่ได้มีอะไรแบบนั้นนะ เราว่า SOKAPHIWAT ดูเป็น FANTASY อย่างเต็มรูปแบบ เพียงแต่ว่าทั้ง SOKAPHIWAT กับ BE-LOVED เป็นหนังที่ไม่ค่อยให้คำอธิบายชัดเจนเหมือน ๆ กัน 55555)

 

8.3 บางส่วนจากที่เราเคยเขียนถึง ANTI-HUMAN ภูมิแพ้มนุษย์ (2015, Nuttachai Jiraanont, A+30) ในปี 2015 หรือเมื่อ 10 ปีที่แล้ว

“ดู ANTI-HUMAN แล้วนึกถึง SHOKUNIN และ BE-LOVED (2014, A+25) หนังสองเรื่องก่อนหน้านี้ของ Nuttachai Jiraanont ด้วย เพราะ ANTI-HUMAN มันมีทั้งประเด็นการกินเนื้อมนุษย์, การฟื้นคืนชีพ และปัญหาในครอบครัวเหมือนๆกัน

ก็ต้องจับตาดูกันต่อไปว่า Nuttachai Jiraanont จะกลายเป็น auteur อีกคนนึงของไทยในอนาคตได้หรือไม่ แต่เราว่าเขาทำหนังเข้าทางเรามากๆนะ และเราว่าเขามีศักยภาพที่จะช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับหนังสยองขวัญของไทยได้

คือเราว่าหนังอย่าง BE-LOVED และ ANTI-HUMAN มันช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับหนังสยองขวัญของไทยได้ดีน่ะ เราว่าไทยมีผู้กำกับหนังสยองขวัญที่สุดยอดมากๆอย่าง Monthon Arayangkoon และ Alwa Ritsila แล้วก็จริง แต่ไทยยังขาดผู้กำกับหนังสยองขวัญอย่าง David Cronenberg, Kiyoshi Kurosawa, David Lynch, Bruce La Bruce, Stefan Popescu, Jörg Buttgereit, etc. อยู่น่ะ เพราะฉะนั้นการที่มีผู้กำกับอย่าง Nuttachai ขึ้นมา มันก็เลยทำให้เราแฮปปี้มากๆ

 

 

SHOKUNIN (2014, Nuttachai Jiraanont, A+30)

https://web.facebook.com/photo/?fbid=10204622020653814&set=a.10204350827754161

 

BE-LOVED (2014, Nuttachai Jiraanont, A+25)

https://web.facebook.com/photo/?fbid=10205862145856169&set=a.10205329383057432

 

ANTI-HUMAN (2015, Nuttachai Jiraanont, A+30)
ภูมิแพ้มนุษย์

https://web.facebook.com/photo/?fbid=10207017004486913&set=a.10206578208077277

 

รายละเอียดนักแสดงใน SOKAPHIWAT

https://entertainment.trueid.net/detail/3wZP4mXemBm5

 

พอดู SOKAPHIWAT โศกาภิวัฒน์ (2025, Nuttachai Jiraanont, A+30) แล้วก็อยาก role play เป็นคลาวเดีย จักรพันธุ์ในหนังเรื่องนี้อย่างรุนแรงที่สุด อยากใส่ชุดแบบในหนังเรื่องนี้แล้ว “เยื้องกราย” ไปมาแบบในหนังเรื่องนี้มาก ๆ มากพอ ๆ กับการเยื้องกรายของ Delphine Seyrig ใน INDIA SONG (1975, Marguerite Duras)

 

อยากให้มีคนจัดฉาย “โศกาภิวัฒน์” ควบกับ THE SHIVER OF THE VAMPIRES (1971, Jean Rollin) ด้วย เพราะหนังทั้งสองเรื่องเป็นหนังสยองขวัญที่ไม่ทำให้เรารู้สึกว่า มัน “สนุก ตื่นเต้น ลุ้นระทึก” มากนัก แต่หนังทั้งสองเรื่องเป็นหนังที่เราชอบสุดขีด เพราะเราชอบ “ลีลาการโพสท่า” ของตัวละคร

https://web.facebook.com/jit.phokaew/videos/2241900866252400

 

กราบการแสดงของคุณ Claudia ในหนังเรื่องนี้มาก ๆ ครับ มัน "เกินคำบรรยาย" สำหรับผมมาก ๆ ครับ มันทั้งสง่างาม, เฮี้ยน, ขลัง และมีความซับซ้อนหลาย layers อยู่ในเวลาเดียวกัน กราบมาก ๆ ครับ

Sunday, August 25, 2024

I WORSHIP MIA GOTH

 

FAVORITE ACTRESS OF THE YEAR 2024 – MIA GOTH

 

พอวันนี้เราได้ดู INFINITY POOL (2023, Brandon Cronenberg, Canada/Croatia/Hungary, A+30) หลังจากที่เพิ่งได้ดู PEARL (2022, Ti West, A+30) และ MAXXXINE (2024, Ti West, A+30) ไปเมื่อไม่นานมานี้ เราก็ขอยกให้ Mia Goth เป็นหนึ่งในนักแสดงหญิงในดวงใจของเราไปเลย และก็เป็นหนึ่งในนักแสดงหญิงที่เราชอบมากที่สุดในปีนี้ด้วย ซึ่งเรื่องพวกนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ “ฝีมือทางการแสดง” เลยแม้แต่นิดเดียวนะ เพราะเราเป็นคนที่ไม่ค่อยสนใจเรื่องฝีมือทางการแสดง 55555 แต่มันขึ้นอยู่กับตัวละครที่เธอแสดงมากกว่า

 

คือก่อนหน้านี้เราก็ชอบ PEARL และ MAXXXINE อย่างสุดขีดคลั่งไปแล้ว แต่พอมันเป็นหนังของ Ti West ทั้งสองเรื่อง เราก็เลยไม่แน่ใจว่า “ความเฮี้ยน” ของ Mia Goth ในหนังสองเรื่องนี้มันเกิดจากตัวเธอมากน้อยแค่ไหน แล้วมันเกิดจากฝีมือของ Ti West มากน้อยแค่ไหน แต่พอวันนี้เราได้ดู INFINITY POOL มันก็เลยพิสูจน์ได้ว่า ถึงจะอยู่ในหนังของผู้กำกับคนอื่น เธอก็ยังเฮื้ยนในแบบที่เข้าทางเราสุด ๆ จริง ๆ

 

ชอบตัวละครของ Mia Goth ทั้งสามตัวในหนัง 3 เรื่องนี้มาก ๆ มันคือหญิงสาวประเภทที่ “มึงอย่าได้แหยม” ของจริงน่ะ คือถ้ามึงคิดจะแหยม มึงตายแน่นอน กูรับประกันได้ 55555

 

สาเหตุนึงที่ทำให้เรารักตัวละครประเภทนี้มาก ๆ เป็นเพราะมันทำให้เรารู้สึก “กลัว” คนประเภทนี้ได้จริง ๆ น่ะ คือเราจะชอบตัวละครประเภทนางเอก LA CEREMONIE (1995, Claude Chabrol), นางเอก BAISE-MOI (2000, Viriginie Despentes, Coralie Trinh-Thi) และนางเอก MAPS TO THE STARS (2014, David Cronenberg) อะไรทำนองนี้ เพราะมันทำให้เรา “กลัว” ที่จะพบเจอคนเหล่านี้ในชีวิตจริง และมันเป็นความกลัวที่ยังคงติดอยู่ในใจเราในชีวิตประจำวันหลังจากดูหนังจบไปแล้วนานหลายสิบปี คล้าย ๆ กับความกลัวผู้ร้ายในหนังชุด SCREAM ซึ่งแตกต่างจากตัวละครประเภทผู้ร้ายใน FRIDAY THE 13TH, HALLOWEEN, THE TEXAS CHAINSAW MASSACRE, ALIEN, หนังซอมบี้ ที่เหมือนพอหนังจบไปแล้ว “ความกลัว” มันไม่ได้ติดตามเรามาหลังจากหนังจบ (สำหรับตัวเราคนเดียวนะ แต่ผู้ชมคนอื่นๆ  อาจจะไม่เป็นแบบนั้น) ในขณะที่ความกลัวผู้ร้าย/เหตุการณ์/ตัวละคร ในหนังชุด SCREAM และตัวละครนางเอกในหนังกลุ่มที่เรากล่าวไปข้างต้น มันยังคงติดตามเรามาในชีวิตประจำวันหลังจากหนังจบ มันเหมือนคนแบบนี้อาจจะเดินสวนเราอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันตามท้องถนน, ในซอย, บนรถไฟฟ้า, ใน food court, ใน Facebook ก็ได้

 

แต่มันมีส่วนที่เรา “ไม่เข้าใจ” ด้วยเหมือนกันนะ คือเราชอบ/หวาดกลัว ตัวละครของ Mia Goth ใน PEARL, MAXXXINE, INFINITY POOL มาก ๆ แต่เราไม่ได้หวาดกลัว หรือรู้สึกรุนแรงกับตัวละครหญิงแรง/หญิงร้าย อย่าง “โหม๋” (ขอสะกดผิด ๆ แบบนี้ คนจะได้อ่านชื่อเธอว่า MOW แทนที่จะอ่านว่า HOME 55555) ใน THE PARADISE OF THORNS, ตัวละครของ Sharon Stone ใน BASIC INSTINCT หรือตัวละคร femme fatales โดยทั่วไปในหนัง film noir น่ะ (อย่างล่าสุดคือตัวละครของ Cate Blanchette ใน NIGHTMARE ALLEY หรือนางเอก DECISION TO LEAVE) ซึ่งอันนี้เราก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ว่าทำไมเราไม่ได้รู้สึกอะไรรุนแรงกับตัวละครหญิงแรง/หญิงร้ายเหล่านี้ คือเราชอบหนังเหล่านี้อย่างสุด ๆ นะ ทั้ง THE PARADISE OF THORNS, BASIC INSTINCT, NIGHTMARE ALLEY, DECISION TO LEAVE etc. และก็ชอบตัวละครหญิงในหนังเหล่านี้มากในระดับนึง แต่มันไม่ได้ทำให้เรารู้สึกรุนแรงเท่ากับตัวละครของ Mia Goth ในหนัง 3 เรื่องนี้ ซึ่งอันนี้เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร เราก็ไม่เข้าใจตัวเองในส่วนนี้เหมือนกัน

 

ก่อนหน้านี้เราเคยดู Mia Goth ใน EMMA. (2020, Autumn de Wilde), SUSPIRIA (2018, Luca Guadagnino) กับ MARROWBONE (2017, Sergio G. Sánchez) ซึ่งเราชอบหนัง 3 เรื่องนี้อย่างรุนแรงมาก ๆ แต่เราไม่รู้สึกอะไรเลยกับ Mia Goth ในหนัง 3 เรื่องนี้ 55555 แต่พอเราได้เห็นบทบาทของเธอจาก PEARL, MAXXXINE และ INFINITY POOL เท่านั้นแหละ Mia Goth ก็กลายเป็นหนึ่งในนักแสดงหญิงสุดโปรดตลอดกาลของเราไปเลย หวังว่าเธอจะได้รับบทบาทดี ๆ ที่เข้าทางเราอย่างสุดขีดแบบนี้ต่อไป

 

  

Saturday, October 01, 2022

THIS HISTORY IS AUTO-GENERATED (2022, Nanut Thanapornrapee, video installation, A+30)

 

THIS HISTORY IS AUTO-GENERATED (2022, Nanut Thanapornrapee, video installation, A+30)

 

ชอบสุดขีด เป็นนิทรรศการศิลปะที่มีงานวิดีโออยู่ด้วย ตัววิดีโอหลัก ๆ มีอยู่ 4 จอ ซึ่งตัวเนื้อเรื่องในวิดีโอเหล่านี้เขาบอกว่าแต่งขึ้นโดย AI โดยให้ AI เขียนประวัติศาสตร์ของประเทศไทยใหม่ หรืออะไรทำนองนี้ แล้วศิลปินก็นำเอาเนื้อเรื่องที่แต่งโดย AI มาสร้างเป็นภาพวิดีโอ ซึ่งภาพที่ออกมาก็จะคล้าย ๆ  video game

 

วิดีโอ 4 จอนี้ประกอบด้วย

 

1.HISTORY BUREAU AGENT ที่เล่าเรื่องของกลุ่มคนที่คล้าย ๆ กับ IO ของทหาร เป็นองค์กรลับที่พยายามเขียนประวัติศาสตร์ของประเทศไทยใหม่

 

2.เรื่องราวการปฏิวัติในปี 1932 (พ.ศ.2475) ในแบบที่แตกต่างไปจากเดิม และนำไปสู่การนองเลือดอย่างรุนแรง คนตายเต็มแม่น้ำเจ้าพระยา หรืออะไรทำนองนี้

 

3.เรื่องราวการสังหารหมู่เสื้อแดงในปี 2010

 

4.A TALE OF TWO THAILAND อนาคตที่ประเทศไทยถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเทศ คล้าย ๆ กับเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ อันนี้ดูแล้วจะนึกถึงหนังสั้นไทยบางเรื่องที่เคยจินตนาการอะไรทำนองนี้เหมือนกัน

 

และจริง ๆ แล้วก็มีวิดีโออีกจอด้วย ที่นำเสนอภาพอะไรแปลก ๆ แต่ดูเหมือนไม่ได้เล่าเรื่องอะไร

 

อันที่เราชอบมากที่สุดก็คืออันที่เล่าเรื่องเหตุการณ์สังหารหมู่เสื้อแดงปี 2010 เพราะเราดูแล้วก็จินตนาการว่า มันสามารถนำไปดัดแปลงเป็นวิดีโอเกมได้เลย คือมันคล้าย ๆ กับว่าผู้เล่นวิดีโอเกมนี้ต้องต่อสู้กับทหารจำนวนมากเพื่อเข้าไปช่วยชีวิตคนในวัดปทุมวนารามน่ะ คือมันเหมือนกับว่าวิดีโอเกมนี้มันเป็นการตอบโต่ต่อประวัติศาสตร์การนองเลือด ผ่านทางการใช้พลังทางจินตนาการและโลกเสมือน คือในโลกแห่งความเป็นจริงเราเป็นฝ่ายที่ถูกฆ่าตาย แต่ในโลกเสมือนเราสามารถฝึกฝนตนเองให้ไม่เป็นเช่นนั้นได้

 

แต่เราก็ไม่เคยเล่นวิดีโอเกมมาก่อนนะ ก็เลยไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วมีคนผลิตวิดีโอเกมทำนองนี้ออกมาบ้างแล้วหรือยัง คือพอดูนิทรรศการนี้แล้วเราก็เลยเพิ่งรู้ว่าเราสามารถใช้วิดีโอเกมและโลกเสมือนในการตอบโต้ต่อประวัติศาสตร์ความเลวร้ายต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นจริงได้ และเราก็จินตนาการว่า วิดีโอเกมพวกนี้ถ้าทำดี ๆ มันอาจช่วยฝึกฝนการรับมือกับทหาร, แก๊สน้ำตา, ตำรวจ และฝึกฝนผู้เล่นเกมให้เคยชินกับเส้นทางต่าง ๆ และทางหนีทีไล่ต่าง ๆ ในแต่ละจุดในกรุงเทพได้นะ 55555

 ------------------

ชอบ Roxane Duran ในหนังเรื่อง MRS. HARRIS GOES TO PARIS (2022, Anthony Fabian, Hungary/UK, A+15) มาก ๆ เหมือนเราเป็นโรคชอบอินกับตัวประกอบในหนังเรื่องต่าง ๆ แต่ไม่อินกับตัวพระเอกนางเอก และหนังเรื่องนี้ก็เป็นแบบนั้นเช่นกัน เพราะพอเราเห็นตัวละคร Marguerite (Roxane Duran) ในหนังเรื่องนี้ เราก็รู้สึกถูกโฉลกกับตัวละครตัวนี้ เหมือนถ้าหากเราอยู่ในหนังเรื่องนี้ เราก็คงจะเป็นตัวละครเล็ก ๆ แบบ Marguerite นี่แหละ

 

รู้สึกว่า Roxane Duran หน้าคุ้นมาก ๆ เลยด้วย พอลองดูข้อมูลของเธอก็พบว่าเราเคยดูหนังที่เธอแสดงอีก 2 เรื่อง ซึ่งก็คือ AUGUSTINE (2012, Alice Winocour) และ THE BELIER FAMILY (2014, Eric Lartigau) แต่นึกไม่ออกแล้วว่าเธอเล่นเป็นใคร เราเดาว่าเธอน่าจะเล่นเป็น “เพื่อนนางเอก” ในหนังสองเรื่องนี้แน่ ๆ เลย 5555

 

เห็น Roxane Duran แล้วนึกถึง Judy Greer (13 GOING ON 30, CURSED, HALLOWEEN KILLS) ซึ่งมักจะได้เล่นเป็นแค่ตัวประกอบเหมือนกัน แต่เป็นดาราที่เราเห็นแล้วรู้สึกถูกโฉลกด้วยอย่างรุนแรงมาก