Showing posts with label FAVORITE CHARACTER. Show all posts
Showing posts with label FAVORITE CHARACTER. Show all posts

Thursday, July 17, 2025

SUPERMAN OR HOW TO DEAL WITH “GOOD-SIDE CHARACTERS” WHO SEEM TO BE TOO POWERFUL

 

SUPERMAN OR HOW TO DEAL WITH “GOOD-SIDE CHARACTERS” WHO SEEM TO BE TOO POWERFUL

 

1. เราเพิ่งได้ดู SUPERMAN (2025, James Gunn, A+30) เมื่อไม่กี่วันก่อน ซึ่งเป็นหนังที่เราชอบมาก ๆ เรื่องหนึ่ง ชอบตั้งแต่ฉากเปิดเรื่องแล้ว ที่มันบอกว่า Superman พ่ายแพ้ในการต่อสู้กับฝ่ายผู้ร้าย ซึ่งส่งผลให้ Superman ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง เพราะฉากเปิดนี้เป็นการบอกเลยว่า Superman ในหนังภาคนี้ “เข้าทางเรา” เขาไม่ใช่ตัวละคร “ฝ่ายธรรมะ” ที่ “แข็งแกร่งจนเกินไป” เหมือนที่เราเคยมองเขาในอดีต

 

เราเองก็เคยได้ดู SUPERMAN แค่ไม่กี่ภาคนะ ถ้าหากจำไม่ผิด เราอาจเคยดูแค่ SUPERMAN (1978, Richard Donner), SUPERMAN IV: THE QUEST FOR PEACE (1987, Sidney J. Furie), SUPERMAN RETURNS (2006, Bryan Singer) และ JUSTICE LEAGUE (2017, Zack Snyder) ซึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้เราไม่ได้ตามดูหนังชุด SUPERMAN เป็นเพราะเราไม่รู้สึกผูกพันกับตัวละครตัวนี้น่ะ เรารู้สึกว่าเขา “ดีงาม” เกินไป และ “แข็งแกร่ง” เกินไป ความดีงามเกินไปของเขาไม่เข้ากับคนที่มีจิตใจชั่วร้ายอย่างเรา และการที่เรารู้สึกว่าเขาแข็งแกร่งเกินไป ทำให้เรามองว่าตัวละครตัวนี้ทำให้หนังมันไม่เข้าทางเรา เพราะถ้าหากตัวละครฝ่ายธรรมะตัวนี้มีพลังแข็งแกร่งมาก ๆ เขาก็สามารถกำราบผู้ร้ายได้ง่าย ๆ แล้วหนังมันก็อาจจะขาดความรู้สึกแบบ “ลุ้นระทึก” หรือความรู้สึกแบบ “หืดขึ้นคอ” สำหรับเราน่ะ

 

คือเราอาจจะแตกต่างจากคนดูหนังบางคนนะ เพราะเวลาที่เราดูหนัง action, thriller หลาย ๆ เรื่องของฮอลลีวู้ด เราจะไม่ลุ้นว่าพระเอกหรือตัวละครเด็ก ๆ จะรอดหรือเปล่า เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าพระเอกและตัวละครเด็ก ๆ มักจะต้องรอดในหนังฮอลลีวู้ดเมนสตรีม (ที่ไม่ใช่หนัง horror) เราก็เลยชอบไปลุ้นกับ “ตัวประกอบต่าง ๆ” ในหนัง action, thriller แทน ว่า “พวกมึงจะรอดชีวิตหรือเปล่า” อย่างเช่นตอนดู MISSION: IMPOSSIBLE – THE FINAL RECKONING (2025, Christopher McQuarrie, A+30) เราก็ไม่ลุ้นแต่อย่างใดว่า Tom Cruise จะรอดหรือไม่ เรามุ่งความสนใจไปยังประเด็นที่ว่า “หญิงเอสกิโม Tapeesa” (Lucy Tulugarjuk) จะรอดชีวิตหรือไม่ หรือใน M3GAN 2.0 (2025, Gerard Johnstone, A+25) เราก็ไม่ลุ้นว่าเด็กหญิง Cady (Violet McGraw) จะรอดหรือไม่ แต่เราลุ้นว่า Tess (Jen Van Epps) ที่เป็น “ผู้ช่วยในห้องแล็บ” จะรอดหรือไม่ และใน JURASSIC WORLD: REBIRTH (2025, Gareth Edwards, A+30) เราก็ไม่ลุ้นว่า Scarlett Johansson จะรอดหรือไม่ แต่เราลุ้นว่า Xavier Dobbs (David Iacono) เด็กหนุ่มที่ดูไม่เอาถ่าน จะรอดหรือไม่

 

คือเราจะรู้สึกลุ้นระทึกกับ “ตัวละครฝ่ายธรรมะ” ที่ดูไม่ได้เก่งกาจมากนัก ดูมีความอ่อนแอ มีความ vulnerable น่ะ ตัวละครประกอบที่ดูมีความเป็นไปได้ 50% ที่อาจจะรอดชีวิตหรือตายห่าก่อนหนังจบก็ได้

 

ซึ่งตัวละคร Superman ในภาคที่เราได้ดูมาแค่ไม่กี่ภาค ก็ดูจะเป็นขั้วตรงข้ามกับ “ตัวละครที่ทำให้เรารู้สึกลุ้นระทึกไปกับความเป็นความตาย” ของพวกเขา เพราะ Superman ดูเป็นตัวละครที่เอาชนะได้ยากสุดขีด เราก็เลยไม่ได้ตามดูหนังชุด Superman ในช่วงที่ผ่านมา เพราะเรามองว่า เราไม่ได้รักตัวละครตัวนี้ และตัวละครตัวนี้คงเอาชนะศัตรูได้ไม่ยาก

 

แต่พอเราได้ดู SUPERMAN (2025) และ “ฉากเปิดเรื่อง” บอกว่า Superman พ่ายแพ้ในการต่อสู้ เราก็รู้ได้ในทันทีว่า ภาคนี้นี่แหละเข้าทางกูแน่นอน และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ Superman ในภาคนี้อาจจะยังคงมี “จิตใจดีงามเกินไป” แต่หนังก็ตั้งคำถามทาง moral และ legal กับ “การกระทำหลาย ๆ อย่างที่ Superman มองว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง” และ James Gunn ก็สร้างตัวละคร Superman ในภาคนี้ให้ดูมีความอ่อนแอ มีความเปราะบาง ในแบบที่เปิดโอกาสให้เราพอได้รู้สึกลุ้นระทึกไปกับการต่อสู้ของเขาได้ ลุ้นว่า “มึงจะหาทางเอาชนะได้ยังไง” อะไรทำนองนี้

 

เราก็เลยรู้สึกว่า James Gunn ทำได้ดีทีเดียว ในการทำให้ตัวละครฝ่ายธรรมะตัวนี้ ดูไม่ “แข็งแกร่งจนเกินไป” สำหรับเรา ทำให้เขาดูเหมือนว่าอาจจะต้องใช้ความพยายามและเผชิญความยากลำบากสูงมากก่อนที่จะเอาชนะผู้ร้ายได้

 

ดูแล้วก็นึกถึง JUSTICE LEAGUE ด้วย ในแง่ที่ว่า ผู้สร้างหนังเรื่อง JUSTICE LEAGUE คงรู้ว่าตัวละคร Superman นี่สามารถกำราบผู้ร้ายในภาคนั้นได้อย่างง่ายดาย ผู้สร้างหนังเรื่องนั้นก็เลยต้องทำให้ตัวละคร Superman ตายไปในช่วง 2 องก์แรก ถ้าหากเราจำไม่ผิด เพราะถ้าหาก Superman ฟื้นคืนชีพมาตั้งแต่ช่วงต้นเรื่อง หนังเรื่อง JUSTICE LEAGUE ก็คงจบภายในเวลา 15-30 นาทีแรก 55555

 

พอดู SUPERMAN (2025) เราก็เลยนึกถึง “ตัวละครฝ่ายธรรมะ” ตัวอื่น ๆ ด้วย ที่เป็นตัวละครที่ “แข็งแกร่งมาก” จนผู้สร้างหนัง/ละครโทรทัศน์/นิยาย/การ์ตูน ต้องหาวิธีการต่าง ๆ ในการทำให้ตัวละครตัวนั้น “ไม่สามารถไล่ปราบผู้ร้ายได้อย่างง่ายดาย” ตั้งแต่ในช่วงต้นเรื่อง ไม่เช่นนั้นเนื้อหาของหนังเรื่องนั้นอาจจะจบลงภายใน 15 นาทีแรก

 

2. Captain Marvel

 

นี่ก็คงเป็นตัวละครที่เข้าข่ายนี้เช่นกัน เธอเป็นตัวละครฝ่ายธรรมะที่แข็งแกร่งมาก ผู้สร้างหนังชุด Marvel ก็เลยเหมือนต้องแต่งเรื่องในทำนองที่ว่า ตัวละครตัวนี้ไปโลดแล่นอยู่ในส่วนอื่น ๆ ของจักรวาล เธอก็เลยไม่ได้มาร่วมมือกับตัวละครฝ่ายธรรมะตัวอื่น ๆ ในการต่อสู้กับ Thanos ใน AVENGERS: INFINITY WAR (2018, Anthony Russo, Joe Russo, A+30)  เพราะถ้าหากเธอโผล่มาตั้งแต่ช่วงต้นเรื่อง หนังภาค INFINITY WAR ก็อาจจะจบลงอย่างรวดเร็ว

 

3. The Eternals

 

ตัวละคร Superheroes กลุ่มนี้ก็ดูมีอิทธิฤทธิ์มากเช่นกัน ผู้สร้างหนังชุด Marvel ก็เลยแต่งเรื่องในทำนองที่ว่า ตัวละครกลุ่มนี้ไม่เข้าร่วมในการต่อสู้กับ Thanos เพราะตัวละครกลุ่มนี้ได้รับคำสั่งว่า ให้เข้าร่วมเฉพาะในการต่อสู้กับ Deviants เท่านั้น

 

4. Dorami

 

ตัวละครโดเรมี่ เป็นตัวละครที่ดูเก่ง, ฉลาด และนิสัยดี ผู้สร้างหนังชุด DORAEMON ก็เลยเหมือนไม่ค่อยได้ใช้ตัวละครตัวนี้มาช่วยแก้ปัญหาให้โนบิตะ (ถ้าหากเราเข้าใจไม่ผิด) เพราะถ้าหาก Dorami โผล่มาตั้งแต่ช่วงต้นเรื่อง หนังชุด DORAEMON ภาคนั้นก็อาจจะจบลงภายในเวลาอันรวดเร็ว

 

5. เตียซำฮง ใน “ดาบมังกรหยก”

 

เตียซำฮง หรือ จางซันฟง หรือ เตียกุนป้อ ก็ดูเหมือนจะเป็น “ตัวละครฝ่ายธรรมะ” ที่มีวรยุทธ์สูงลิบลิ่วมาก ๆ กิมย้งและผู้สร้างละครชุด “ดาบมังกรหยก” ก็เลยต้องหาหนทางต่าง ๆ ในการไม่แต่งเรื่องหรือไม่เปิดโอกาสให้ตัวละครตัวนี้ออกเดินทางไปปราบเหล่าร้ายทั่วยุทธภพ หรืออะไรทำนองนี้ เพราะถ้าหากตัวละครตัวนี้ออกเดินทางไปปราบเหล่าร้ายทั่วยุทธภพ เนื้อหาของ “ดาบมังกรหยก” ก็อาจจะจบลงเร็วเกินไป เราเข้าใจว่าอย่างนั้นนะ 55555

 

ถ้าหากเราเข้าใจไม่ผิด หนึ่งในกลวิธีที่กิมย้งใช้ ก็คือการแต่งเรื่องให้เตียซำฮง กักตัวเป็นเวลานาน 18 เดือน เพื่อคิดค้นวิชาไท้เก๊กด้วย การที่ตัวละครฝ่ายธรรมะตัวนี้ ต้องกักตัวเป็นเวลานาน ก็น่าจะเป็นหนึ่งในกลวิธีที่ช่วยสกัดกั้นไม่ให้ “ตัวละครฝ่ายธรรมะ ที่มีอานุภาพมากเกินไป” สามารถเข้ามาช่วยคลี่คลายปัญหาต่าง ๆ ในนิยาย/ละครโทรทัศน์ได้อย่างรวดเร็ว

 

6. Alice (Milla Jovovich) ในหนังชุด RESIDENT EVIL

 

ใน RESIDENT EVIL: EXTINCTION (2007, Russell Mulcahy, A+30) หรือ RESIDENT EVIL ภาคสาม ตัวละคร Alice มีอิทธิฤทธิ์สูงสุดขีดมาก ๆ เธอมีพลังจิตอะไรต่าง ๆ มากมาย เธอกลายเป็น superhuman

 

แต่ใน RESIDENT EVIL: AFTERLIFE (2010, Paul W.S. Anderson) หรือ RESIDENT EVIL ภาคสี่ ตัวละคร Alice ถูกฉีดยาใส่ตั้งแต่ต้นเรื่อง ซึ่งส่งผลให้เธอสูญเสียพลังจิต และสูญเสียความเป็น superhuman ไป

 

เราก็เลยเดาว่า ผู้สร้างหนังชุด RESIDENT EVIL คงมองว่า ถ้าหากปล่อยให้ Alice มีพลังจิตสูงสุดขีดแบบใน RESIDEN EVIL ภาคสามต่อไป แล้วหนังภาคต่อ ๆ ไปมันจะ “ลุ้นระทึก” ได้ยังไง 55555 ผู้สร้างหนังชุดนี้ก็เลยต้องหาทางทำให้ตัวละคร Alice กลับมาเป็น “ตัวละครฝ่ายธรรมะ ที่ไม่ได้แข็งแกร่งจนเกินไป” อีกครั้ง เพราะไม่เช่นนั้นหนังชุดนี้คงจบลงภายในเวลาอันรวดเร็ว

 

7. Jean Grey

 

นี่ก็เป็นตัวละครที่มีอิทธิฤทธิ์สูงมาก ๆ หนังก็เลยต้องหาทางทำให้ตัวละครนี้เดี๋ยวอยู่ฝ่ายธรรมะ เดี๋ยวอยู่ฝ่ายอธรรม 55555 เพราะถ้าหากตัวละครตัวนี้ “นิสัยดีแบบ Superman” ฝ่ายธรรมะก็คงหาทางเอาชนะฝ่ายอธรรมได้อย่างง่ายดายจนเกินไป

 

Jean Grey ก็เลยต้องไปอยู่กับฝ่ายอธรรมบ้างเป็นครั้งคราว อย่างเช่นใน X-MEN: THE LAST STAND (2006, Brett Ratner) และใน X-MEN: DARK PHOENIX (2019, Simon Kinberg, A+30)

 

8. Sailor Saturn

 

Sailor Saturn ถือเป็น ONE OF MY MOST FAVORITE CHARACTERS OF ALL TIME เธอมี “พลังในการทำลายล้างดาวเคราะห์ทั้งดวง” ได้ แต่ถ้าหากเธอใช้พลังดังกล่าว เธอก็จำเป็นจะต้องพลีชีพตนเองด้วย

 

ผู้สร้างการ์ตูน/anime series ชุด SAILOR MOON ก็เลยเหมือนต้องแต่งเรื่องให้ตัวละครตัวนี้มี “ฝ่ายอธรรม” ที่ชื่อว่า Mistress 9 แฝงอยู่ในตัวด้วย ทำให้ตัวละครตัวนี้เหมือนมีทั้งด้านดีและด้านชั่วในตัวคนคนเดียวกัน เพราะถ้าหากตัวละครนี้อยู่ฝ่ายธรรมะอย่างเต็มตัว ฝ่ายธรรมะก็จะดูมีอานุภาพสูงล้นจนเกินไป ถ้าหากเราเข้าใจไม่ผิด

 

เพื่อน ๆ นึกถึงตัวละครตัวไหนอีกบ้าง “ตัวละครฝ่ายธรรมะที่ดูเหมือนมีอิทธิฤทธิ์สูงเกินไป” จนผู้สร้างการ์ตูน/หนัง/ละครโทรทัศน์ ต้องหากลวิธีต่าง ๆ ในการสกัดกั้นไม่ให้ตัวละครดังกล่าวออกปราบปรามเหล่าร้ายได้ง่าย ๆ

++++++

 

Favorite Quote from a friend for the character Cat Grant (Mikaela Hoover) in SUPERMAN (2025, James Gunn, A+30)

 

ชอบตัวละครตัวนี้มาก ๆ ใน SUPERMAN แล้วก็ชอบความเห็นของเพื่อนคนนึงที่มีต่อตัวละครตัวนี้ด้วย

 

“ไม่รู้​เธอมีหน้าที่อะไรในหนังเรื่องนี้”

 

“จริงๆคือไม่รู้​อาชีพอะไรในบริษัท​นั้น”

 

“เด้งผมเด้งนมไปวันๆบ้ามาก”

 

“มาในคอนเสบ เนิรดๆแต่รั้นนิดๆ ?

+++++++

 

ได้ไปดูนิทรรศการ REMNANTS OF FADING SHADOWS ของคุณ Wantanee Siripattananuntakul มาในวันที่ 16 ก.ค. ประทับใจมาก ๆ แต่ปรากฏว่าเรากะเวลาผิด เพราะว่าในนิทรรศการนี้มีงาน video installations ราว 8 ชิ้น ซึ่งน่าจะต้องใช้เวลาดูรวมกันราว 90 กว่านาที แต่เราไปถึงนิทรรศการช่วงหลัง 4 โมงเย็นไปแล้ว ก็เลยยังดูไม่หมด ทันดูงาน video ไปแค่ 7 ชิ้น เดี๋ยวกะว่าวันหลังจะต้องไปดูต่อให้ครบ (เรายังไม่ได้ดู THE WEB OF TIME ที่ยาว 27 นาที)

Sunday, June 15, 2025

Favorite Character: Andy (Billy Barratt) in BRING HER BACK

 

พอเวลาผ่านมาหลายเดือน ก็พบว่าหนึ่งในฉากที่เราชอบมากที่สุดในปีนี้ คือฉากที่พระเอกไปรับนางเอกที่สถานีรถไฟใน THE BRUTALIST (2024, Brady Corbet, A+30) ไม่รู้ทำไมเราถึงรู้สึกประทับใจกับสีลูกโป่งในฉากนั้นอย่างรุนแรงสุดขีดมากจนหาคำอธิบายอะไรไม่ได้ 55555

 

คือปกติเรามักจะชอบสีแช้ด ๆ แรง ๆ จัด ๆ แบบสีของหนังในทศวรรษ 1950 หรือไม่ก็สีพาสเทลไปเลย แล้วเรารู้สึกว่าสีลูกโป่งใน THE BRUTALIST ถ้าหากมันไปอยู่นอกตัวหนัง มันคงเป็นสีที่ดูไม่สวยในสายตาของเรา แต่พอมันปรากฏมาในหนังเรื่องนี้ ในจังหวะนั้น เรากลับรู้สึกประทับใจกับมันอย่างรุนแรงมาก และมันค้างคาอยู่ในใจเรามานานหลายเดือน โดยที่เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมมันถึงคาใจเรา

 

เราเดาว่า สีลูกโป่งในฉากนั้นมันอาจจะทำให้เรารู้สึก nostalgia นึกถึงสีที่เคยเห็นบ่อย ๆ ในวัยเด็กในทศวรรษ 1970 ก็ได้มั้ง แบบพวกสีแฟนต้าอะไรพวกนี้ 55555 แต่เราก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นสาเหตุนี้หรือเปล่าที่ทำให้ฉากนี้มันติดค้างอยู่ในใจเรามานานหลายเดือน

 

Favorite Character: Andy (Billy Barratt) in BRING HER BACK (2025, Danny Philippou, Michael Philippou, Australia, A+30)

 

ปกติเรามักจะอินกับ “ตัวละครหญิง” ไม่ได้อินกับ “ตัวละครชาย” แต่ตัวละครแอนดี้ใน BRING HER BACK นี่ถือเป็นตัวละครที่เรารู้สึก “ผูกพัน” และ “หลงใหล” อย่างรุนแรงสุดขีด โดยไม่ได้เกิดจากแค่รูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลาของตัวละคร แต่เป็นเพราะ “ปมทางจิต” ของตัวละคร คือเราชอบสุดขีดที่ในหนังเรื่องนี้ ตัวละครนำทั้งสี่ตัว “ไม่มีใครปกติ” เลย และเรารู้สึกว่าตัวละครพระเอกของหนังเรื่องนี้มีปมทางจิตที่ทำให้เรารู้สึกผูกพันและหลงใหลเขามาก ๆ

 

คือตัวละครพระเอกในหนังบางเรื่องก็อาจจะมีปมทางจิตนะ อย่างเช่น VERTIGO (1958, Alfred Hitchcock) แต่เหมือนกับว่าปมนั้นไม่ได้ส่งผลอะไรกับความรู้สึกของเราน่ะ ไม่เหมือนตัวละครแอนดี้ใน BRING HER BACK ที่ปมทางจิตมันทำให้เขาดูเปราะบางมาก ๆ และมันทำให้เรารู้สึกผูกพันกับเขาอย่างรุนแรงโดยไม่มีสาเหตุ

 

เราชอบความสัมพันธ์แบบ step brother กับ step sister ด้วย อยากมี step older brother ที่แสนดีแบบนี้บ้าง คือเป็นพี่ชายที่แสนดี แบบในเพลงของอุ้ย รวิวรรณ จินดา แต่พอเป็นพี่ชายไม่แท้ เราก็สามารถเย็ดกับเขาได้ด้วย นึกว่าซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง 55555 นึกถึงหนังอีก 2 เรื่องที่พูดถึงความสัมพันธ์ทำนองนี้ ซึ่งก็คือ NADA SO SO (2006, Nobuhiro Doi, Japan) กับ CLUELESS (1995, Amy Heckerling) อย่างไรก็ดี ความสัมพันธ์ของพี่น้องไม่แท้ใน BRING HER BACK ก็อาจจะไม่ได้ก้าวล่วงไปในเชิง romantic เหมือนในหนังเรื่องอื่น ๆ แต่ถ้าหากเราเป็นตัวน้องสาวใน BRING HER BACK แล้วล่ะก็ เราจะต้องพยายามปึ้บพี่ชายคนนี้มาเป็นผัวอย่างแน่นอน

 

นึกถึงหนังสยองขวัญเกี่ยวกับพี่ชายน้องสาวที่เพิ่งดูเมื่อเร็ว ๆ นี้ด้วย ซึ่งก็คือ PRESENCE (2024, Steven Soderbergh, A+30) แต่ตัวละครในหนังเรื่องนี้เป็นพี่น้องแท้ ๆ ซึ่งเอาเข้าจริงแล้ว เราก็ชอบ PRESENCE มากกว่า BRING HER BACK นะ 55555 เพราะเราชอบไอเดียของหนังเรื่องนี้ และเรารู้สึกว่าบางเหตุการณ์ใน PRESENCE มันทำให้เรานึกถึง paranormal activity บางอย่างที่เราเคยเจอในชีวิตจริง แต่เหตุการณ์ใน BRING HER BACK ไม่ค่อย relate กับเราในชีวิตจริง

 

DOUBLE BILL FILM WISH LIST

 

L’AVVENTURA (1960, Michelangelo Antonioni, Italy, A+30)

+ FLAT GIRLS (2025, Jirassaya Wongsutin, A+30)

 

คนที่ดูแล้วคงเดาได้ว่าเพราะอะไรเราถึงอยากฉายคู่กัน

อ๋อ เพราะมีเรือในหนังทั้งสองเรื่องยังไงล่ะ

55555

Sunday, August 25, 2024

I WORSHIP MIA GOTH

 

FAVORITE ACTRESS OF THE YEAR 2024 – MIA GOTH

 

พอวันนี้เราได้ดู INFINITY POOL (2023, Brandon Cronenberg, Canada/Croatia/Hungary, A+30) หลังจากที่เพิ่งได้ดู PEARL (2022, Ti West, A+30) และ MAXXXINE (2024, Ti West, A+30) ไปเมื่อไม่นานมานี้ เราก็ขอยกให้ Mia Goth เป็นหนึ่งในนักแสดงหญิงในดวงใจของเราไปเลย และก็เป็นหนึ่งในนักแสดงหญิงที่เราชอบมากที่สุดในปีนี้ด้วย ซึ่งเรื่องพวกนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ “ฝีมือทางการแสดง” เลยแม้แต่นิดเดียวนะ เพราะเราเป็นคนที่ไม่ค่อยสนใจเรื่องฝีมือทางการแสดง 55555 แต่มันขึ้นอยู่กับตัวละครที่เธอแสดงมากกว่า

 

คือก่อนหน้านี้เราก็ชอบ PEARL และ MAXXXINE อย่างสุดขีดคลั่งไปแล้ว แต่พอมันเป็นหนังของ Ti West ทั้งสองเรื่อง เราก็เลยไม่แน่ใจว่า “ความเฮี้ยน” ของ Mia Goth ในหนังสองเรื่องนี้มันเกิดจากตัวเธอมากน้อยแค่ไหน แล้วมันเกิดจากฝีมือของ Ti West มากน้อยแค่ไหน แต่พอวันนี้เราได้ดู INFINITY POOL มันก็เลยพิสูจน์ได้ว่า ถึงจะอยู่ในหนังของผู้กำกับคนอื่น เธอก็ยังเฮื้ยนในแบบที่เข้าทางเราสุด ๆ จริง ๆ

 

ชอบตัวละครของ Mia Goth ทั้งสามตัวในหนัง 3 เรื่องนี้มาก ๆ มันคือหญิงสาวประเภทที่ “มึงอย่าได้แหยม” ของจริงน่ะ คือถ้ามึงคิดจะแหยม มึงตายแน่นอน กูรับประกันได้ 55555

 

สาเหตุนึงที่ทำให้เรารักตัวละครประเภทนี้มาก ๆ เป็นเพราะมันทำให้เรารู้สึก “กลัว” คนประเภทนี้ได้จริง ๆ น่ะ คือเราจะชอบตัวละครประเภทนางเอก LA CEREMONIE (1995, Claude Chabrol), นางเอก BAISE-MOI (2000, Viriginie Despentes, Coralie Trinh-Thi) และนางเอก MAPS TO THE STARS (2014, David Cronenberg) อะไรทำนองนี้ เพราะมันทำให้เรา “กลัว” ที่จะพบเจอคนเหล่านี้ในชีวิตจริง และมันเป็นความกลัวที่ยังคงติดอยู่ในใจเราในชีวิตประจำวันหลังจากดูหนังจบไปแล้วนานหลายสิบปี คล้าย ๆ กับความกลัวผู้ร้ายในหนังชุด SCREAM ซึ่งแตกต่างจากตัวละครประเภทผู้ร้ายใน FRIDAY THE 13TH, HALLOWEEN, THE TEXAS CHAINSAW MASSACRE, ALIEN, หนังซอมบี้ ที่เหมือนพอหนังจบไปแล้ว “ความกลัว” มันไม่ได้ติดตามเรามาหลังจากหนังจบ (สำหรับตัวเราคนเดียวนะ แต่ผู้ชมคนอื่นๆ  อาจจะไม่เป็นแบบนั้น) ในขณะที่ความกลัวผู้ร้าย/เหตุการณ์/ตัวละคร ในหนังชุด SCREAM และตัวละครนางเอกในหนังกลุ่มที่เรากล่าวไปข้างต้น มันยังคงติดตามเรามาในชีวิตประจำวันหลังจากหนังจบ มันเหมือนคนแบบนี้อาจจะเดินสวนเราอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันตามท้องถนน, ในซอย, บนรถไฟฟ้า, ใน food court, ใน Facebook ก็ได้

 

แต่มันมีส่วนที่เรา “ไม่เข้าใจ” ด้วยเหมือนกันนะ คือเราชอบ/หวาดกลัว ตัวละครของ Mia Goth ใน PEARL, MAXXXINE, INFINITY POOL มาก ๆ แต่เราไม่ได้หวาดกลัว หรือรู้สึกรุนแรงกับตัวละครหญิงแรง/หญิงร้าย อย่าง “โหม๋” (ขอสะกดผิด ๆ แบบนี้ คนจะได้อ่านชื่อเธอว่า MOW แทนที่จะอ่านว่า HOME 55555) ใน THE PARADISE OF THORNS, ตัวละครของ Sharon Stone ใน BASIC INSTINCT หรือตัวละคร femme fatales โดยทั่วไปในหนัง film noir น่ะ (อย่างล่าสุดคือตัวละครของ Cate Blanchette ใน NIGHTMARE ALLEY หรือนางเอก DECISION TO LEAVE) ซึ่งอันนี้เราก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ว่าทำไมเราไม่ได้รู้สึกอะไรรุนแรงกับตัวละครหญิงแรง/หญิงร้ายเหล่านี้ คือเราชอบหนังเหล่านี้อย่างสุด ๆ นะ ทั้ง THE PARADISE OF THORNS, BASIC INSTINCT, NIGHTMARE ALLEY, DECISION TO LEAVE etc. และก็ชอบตัวละครหญิงในหนังเหล่านี้มากในระดับนึง แต่มันไม่ได้ทำให้เรารู้สึกรุนแรงเท่ากับตัวละครของ Mia Goth ในหนัง 3 เรื่องนี้ ซึ่งอันนี้เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร เราก็ไม่เข้าใจตัวเองในส่วนนี้เหมือนกัน

 

ก่อนหน้านี้เราเคยดู Mia Goth ใน EMMA. (2020, Autumn de Wilde), SUSPIRIA (2018, Luca Guadagnino) กับ MARROWBONE (2017, Sergio G. Sánchez) ซึ่งเราชอบหนัง 3 เรื่องนี้อย่างรุนแรงมาก ๆ แต่เราไม่รู้สึกอะไรเลยกับ Mia Goth ในหนัง 3 เรื่องนี้ 55555 แต่พอเราได้เห็นบทบาทของเธอจาก PEARL, MAXXXINE และ INFINITY POOL เท่านั้นแหละ Mia Goth ก็กลายเป็นหนึ่งในนักแสดงหญิงสุดโปรดตลอดกาลของเราไปเลย หวังว่าเธอจะได้รับบทบาทดี ๆ ที่เข้าทางเราอย่างสุดขีดแบบนี้ต่อไป

 

  

Tuesday, April 09, 2024

FAVORITE OLD FEMALE CHARACTERS

 

ลูกหมีบอกว่าชอบภาพถ่ายนี้มาก ๆ นึกว่าแม่หมีกับลูกหมี มันคือภาพถ่าย “เด็กดื้อต้องโดนอะไรนะ” หรือ PUNISHMENT FOR A NAUGHTY CHILD ของคุณเกริกเกียรติ จันทร์น่วม Kerkiad Channuam ภาพนี้ติดไว้ที่ทางเดินของ BACC ชั้น 3

---------

FAVORITE OLD FEMALE CHARACTERS

 

เรียงตามลำดับชื่อหนัง

 

1.Anne (Emmanuelle Riva) – AMOUR (2012, Michael Haneke, Austria/France)

Emmanuelle อายุราว 85 ปี ตอนหนังออกฉาย

 

2.Eleanor (Lauren Bacall) – BIRTH (2004, Jonathan Glazer)

 Lauren มีอายุราว 80 ปีตอนหนังออกฉาย

 

3.Marguerite Duras (Jeanne Moreau) – CET AMOUR-LA (2001, Josée Dayan, France)

Jeanne อายุราว 73 ปีตอนหนังออกฉาย

 

4.Daisy Werthan (Jessica Tandy) – DRIVING MISS DAISY (1989, Bruce Beresford)

Jessica อายุราว 80 ปีตอนหนังออกฉาย

 

5.Aunt Line (Suzanne Flon) – THE FLOWER OF EVIL (2003, Claude Chabrol, France)

Suzanne อายุราว 85 ปีตอนหนังออกฉาย

 

6.Maude Chardin (Ruth Gordon) – HAROLD AND MAUDE (1971, Hal Ashby)

Ruth อายุราว 75 ปีตอนหนังออกฉาย

 

7.Amah (Usha Seamkam) หลานม่า HOW TO MAKE MILLIONS BEFORE GRANDMA DIES (2024, Pat Boonnitipat)

คุณอุษาอายุ 78 ปี

 

8.Claire (Julia Blake) – INNOCENCE (2000, Paul Cox, Australia)

Julia อายุ 64 ปีตอนหนังโรแมนติกเรื่องนี้ออกฉาย

 

9.Ursula (Judi Dench) – LADIES IN LAVENDER (2004, Charles Dance, UK)

Judi อายุ 70 ปีตอนหนังออกฉาย

 

10.Janet (Maggie Smith) – LADIES IN LAVENDER (2004, Charles Dance, UK)

Maggie อายุ 70 ปีตอนหนังออกฉาย

 

11.Kate Blackwell (Dyan Cannon) – MASTER OF THE GAME (1984, Kevin Connor, Harvey Hart, miniseries, 6hrs 53mins)

 

นักแสดงจริง ๆ แล้วมีอายุน้อย แต่ช่วงท้ายของเรื่องเธอรับบทเป็น “คุณย่า” ที่รวยมาก, ฉลาดมาก และนิสัยเลว แล้วเธอก็ต้องปะทะกับหลานสาวชื่อ “อีฟ” ที่ฉลาดสุด ๆ แต่ชั่วช้าสารเลวสุด ๆ ละครมันก็เลยสนุกเป็นสองเท่า

 

12.Martha von Kurtzroc (Hanna Schygulla) – POOR THINGS (2023, Yorgos Lanthimos)

Hanna อายุราว 80 ปีตอนหนังออกฉาย

 

13.Prakashi Tomar (Taapsee Pannu) + Chandro Tomar (Bhumi Pednekar) – SAAND KI AANKH (2019, Tushar Hiranandani, India)

นักแสดงอายุไม่เยอะ แต่หนังสร้างจากเรื่องจริงของหญิงชราสองคนที่เพิ่งค้นพบความสามารถพิเศษของตัวเองในวัยชราว่าตัวเองเป็นนักแม่นปืน

 

14.Eka (Esther Gorintin) – SINCE OTAR LEFT (2003, Julie Bertuccelli, France/Georgia)

Esther อายุ 90 ปีตอนหนังออกฉาย

 

15.ตัวละครคุณย่าใน THE SURVIVOR (BAZMANDE) (1995, Seifollah Dad, Iran)

ถือเป็นตัวละคร “คุณย่า” ที่หนักที่สุดเท่าที่เราเคยดูมาในชีวิตนี้ ไม่ทราบชีวิตอะไรอีกต่อไป

 

16.Tokue (Kirin Kiki) – SWEET BEAN (2015, Naomi Kawase, Japan)

Kirin อายุราว 72 ปีตอนหนังออกฉาย

 

17.Baek Geum-ok (Youn Yuh-jung) – THE TASTE OF MONEY (2012, Im Sang-soo, South Korea)

Youn อายุราว 65 ปีตอนหนังออกฉาย

 

18.Old Rose (Gloria Stuart) – TITANIC (1997, James Cameron)

Gloria มีอายุราว 87 ปีตอนหนังออกฉาย

Thursday, January 07, 2016

Favourite Character: Six-Horse Judy (Zoë Bell) in THE HATEFUL EIGHT (2015, Quentin Tarantino, A+30)

Favourite Character: Six-Horse Judy (Zoë Bell) in THE HATEFUL EIGHT (2015, Quentin Tarantino, A+30)

ชอบที่หนังเควนติน ทารันติโนมักจะเต็มไปด้วยตัวประกอบเล็กๆน้อยๆที่น่าจดจำมากมาย อย่างเช่นตัวละครที่แสดงโดย Amanda Plummer ใน PULP FICTION (1994) และตัวละครหญิงที่คุยโทรศัพท์มือถือตลอดเวลา (แสดงโดย Sofie Fatale) ใน KILL BILL


เห็นตัวละคร Six-Horse Judy แล้วนึกว่าเธอถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตบกับตัวละครอย่าง Calamity Jane (Ellen Barkin) ใน WILD BILL (1995, Walter Hill)