Showing posts with label IMAGINARY FILM. Show all posts
Showing posts with label IMAGINARY FILM. Show all posts

Friday, May 29, 2026

I’M COMING UP (2016, Ting Min-wei, Singapore, approximately 90min, A+30)

 

Favorite Scene: The opening scene of POSSESSED ผีเข้า (2026, Pete Kasidej Sundararjun กษิดิ์เดช สุนทรารชุน, A+30)

 

รู้สึกว่า ผีเข้า เป็นหนังที่ห้ามพลาดแม้แต่ “นาทีแรก” ของหนัง เพราะฉากเปิดของหนังหรือแม้แต่นาทีแรกของหนังมันก็พูดถึง “ข่าวลือ” ต่าง ๆ เกี่ยวกับตัวละครคุณครู แล้วข่าวลือต่าง ๆ เหล่านั้นก็อาจจะทำให้เรานึกถึงอะไรต่าง ๆ โดยไม่ได้ตั้งใจ

 

ว่าแต่ใครแสดงเป็นคุณครูในหนังเรื่องนี้น่ะ เหมือนเป็นนักแสดงชายที่เราเคยเห็นบ่อยมาก แต่เราจำชื่อเขาไม่ได้

+++

 

ตารางชีวิตฮิสทีเรียสำหรับต้นเดือนมิ.ย. 2026

 

WEDNESDAY 3 JUNE 2026

 

13.00 – 20.45 ภาพยนตร์ 13 เรื่องในเทศกาลภาพยนตร์สั้นจุลนิพนธ์ เอกภาพยนตร์ คณะ ICT มหาวิทยาลัยศิลปากร ครั้งที่ 15

ณ ห้องอเนกประสงค์ ชั้น 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)

 

THURSDAY 4 JUNE 2026

 

13.00 FILMLOVERS! (2024, Arnaud Desplechin, France)

At Thai Film Archive

 

15.30 EVERYBODY KNOWS (2018, Asghar Farhadi, Spain, 133min)

At Thai Film Archive

 

FRIDAY 5 JUNE

 

14.30-16.54 THE SHADOWLESS TOWER (2023, Zhang Lu, China, 144min)

ที่โรงละคร ชั้น 2 ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพฯ

 

19.20 TILFF: WORLD SPECTRUM 1 (SHORT FILM)

At Paragon 13

 

SATURDAY 6 JUNE 2026

 

12.00 SWEET ANGEL BABY (2024, Melanie Oates, Canada, 96min)

At Paragon 14

 

14.20 LUCKY, APARTMENT (2024, Kangyu Ga-ram, South Korea, 96min)

At Paragon 13

 

16.40 BLUE (1993, Derek Jarman, UK, 79min)

At Paragon 13

 

20.20 CONCERNING MY DAUGHTER (2023, Lee Mi-rang, South Korea, 106min)

At Paragon 14

 

SUNDAY 7 JUNE 2026

 

12.00 CAMELLIA PROJECT: THREE QUEER STORIES AT BOGIL ISLAND (2005, Choi Jin-sung, Hee-il Leesong, So Joon-moon, South Korea, 90min)

At Paragon 13

 

14.20 BARBARA FOREVER (2026, Brydie O’Connor, USA, documentary, 102min)

At Paragon 13

 

16.50 TELL ME THAT YOU LOVE ME (2025, Kim Jho Kwang-soo, South Korea, 73min)

At Paragon 13

 

20.30 TILFF: WORLD SPECTRUM 3 (SHORT FILM)

At Paragon 14

(เราเคยดู TERENCE DAVIES TRILOGY ไปแล้ว เราก็เลยอาจจะเลือกมาดูโปรแกรม World Spectrum 3 แทน)

 

MONDAY 8 JUNE 2026

 

17.00 JOURNEY TO THE WEST (2021, Kong Dashan, China, 118min)

ที่โรงละคร ชั้น 2 ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพฯ

 

TUESDAY 9 JUNE 2026

 

14.30 RAINS OVER BABEL (2025, Gala del Sol, Colombia, 113min)

At Paragon 14

 

16.50 404 STILL REMAIN (2024, Uhm Ha-neul, South Korea, 103min)

At Paragon 14

 

19.20 WINTERING (2024, Jang Jun-young, South Korea, 66min)

At Paragon 14

 

WEDNESDAY 10 JUNE 2026

 

13.00 PEAFOWL (2022, Byun Sungbin, South Korea, 115min)

At Paragon 14

 

15.00-18.00 อาจจะไปดูนิทรรศการ LIVING IN AN ELASTIC TIME ที่ The Jim Thompson Art Center

 

18.00 SECOND-HAND FANTASIES (SHORT FILM)

At Paragon 14

 

20.40 AVANT-GAY (SHORT FILM)

At Paragon 14

 

THURSDAY 11 JUNE 2024

 

13.00 THE DAMNED UNITED (2009, Tom Hooper, UK/USA, 98min)

At Thai Film Archive

 

15.30 ESCAPE TO VICTORY เตะแหลกแล้วแหกค่าย (1981, John Huston, 116min)

At Thai Film Archive

 

FRIDAY 12 JUNE 2026

 

18.00 TIME AND WATER (2026, Sara Dosa, Iceland/USA, documentary, 93min)

At Lido Connect

 

ICT

https://web.facebook.com/filmsenior.ICTSU/posts/pfbid0SFxL7E793iLrjwhc4Zi4jHsrVMfTp1VMRBGZGxKydv8Vso58YJTaz8Zzne5g5KtHl

 

เทศกาลภาพยนตร์ ภาพแห่งเทียนถาน

https://web.facebook.com/cccinbangkok/posts/pfbid021kaqSHLCtGJw6CrCJXmkhpXaYebux7VxyFj59rKf2boYGuj5PJE3cAYkFaF3wxA5l

 

TILFF

https://tilff-thailand.com/

 

CCCL FILM FESTIVAL

https://web.facebook.com/ccclfilmfest

 

+++

 

ลูกหมีบอกว่า THE BEAR (1988, Jean-Jacques Annaud, France/USA, A+30) คือหนึ่งในภาพยนตร์ที่ลูกหมีชื่นชอบมากที่สุดในชีวิต

+++

 

เพิ่มหนังสองเรื่องนี้เข้าไปในรายชื่อ “หนังที่มีอะไรบางอย่างใกล้เคียงกัน แล้วบังเอิญออกฉายในเวลาไล่เลี่ยกัน”

 

88. GROUNDHOG DAY (1993, Harold Ramis, USA)

+ SMOKING/NO SMOKING (1993, Alain Resnais, France, 4hrs 58mins)

 

เราชอบหนังทั้งสองเรื่องนี้อย่างสุดขีด แต่เพิ่งสังเกตว่ามันออกฉายปีเดียวกัน หนักมาก ๆ

https://web.facebook.com/photo/?fbid=10224847974130010&set=a.10221574828503415

+++

 

เมื่อวานเราได้ไปดูหนังเรื่อง วิมานมะพร้าว THE COCONUT CASTLE (1991, Teerapat Foongdech ธีรภัทร ฟุ้งเดช, A+30) กับ GUNG HO (1986, Ron Howard, A+30) ที่หอภาพยนตร์ ศาลายา พอดูหนังเสร็จ เราก็ไปกินอาหารเย็นที่ร้าน Rustico Salaya ที่อยู่ใกล้ ๆ หอภาพยนตร์ (ร้านอยู่ห่างจากหอภาพยนตร์ 3.87 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 10 นาที) ร้านนี้เป็นร้านอาหารอิตาเลียน มีเมนูพิซซ่าและพาสต้าให้เลือกเยอะแยะมากมาย อาหารอร่อยดี อยากกลับมากินอีก ร้านเปิด 11.30-21.00 น. ปิดวันจันทร์

 

ร้าน RUSTICO นี้อยู่ใกล้ ๆ ร้าน ANYA’S PLACE ที่เราเพิ่งมากินเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน อร่อยทั้งสองร้าน และเหมือนมีร้านอาหารอีกหลายร้านในบริเวณนั้นที่เรายังไม่เคยไปลองกิน แต่อาจจะไปลองกินในอนาคต อย่างเช่น

 

1. กับข้าว ชาวประมง

2. มายาวี เรสโตรองต์

3. D’EIFFEL SALATHAMMASOP 64

4. GOTOKU เป็นร้านชาบู

5. AJO BY LINO PIZZA

+++

ME AND MY COUNTRY PORNOGRAPHY (2022, Lin Htet Aung, Myanmar, 8min, A+30)

 

กราบตีน Lin Htet Aung หนังเรื่องนี้เป็นหนังเรื่องที่ 3 ของเขาที่เราได้ดู ส่วนอีก 2 เรื่องก็คือ ONCE UPON A TIME, THERE WAS A MOM (2023) และ A METAMORPHOSIS (2025) และหนังทั้ง 3 เรื่องนี้นึกว่าคือคำนิยามของ “ไม่ทราบชีวิตอะไรอีกต่อไป”

 

IT’S RAINING FROGS OUTSIDE (2021, Maria Estela Paiso, Phillipines, 14min, A+30)

 

เราเข้าใจว่า เป็นหนังเกี่ยวกับการสูญเสียตัวตนในช่วงที่ผู้คนกักตัวในช่วงโควิด

 

INTO THE VIOLET BELLY (2022, Thuy-Han Nguyen-Chi, Belgium, about Vietnam, 19min, second viewing, A+30)

 

ก่อนหน้านี้เราเคยทำลิสท์หนังที่มีฉาก “พลิกบนลงล่าง พลิกล่างขึ้นบน” โดยเฉพาะหนังที่กำกับโดยผู้หญิง แล้วเรารู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่า มันมีหนังบางเรื่องที่เราเคยดู ที่มีฉากแบบนี้ แต่เรานึกชื่อหนังไม่ออก

 

พอเราได้มาดู INTO THE VIOLET BELLY รอบสอง เราก็เลยนึกขึ้นมาได้ว่า มันคือหนังเรื่องนี้นี่เอง ที่มีฉากแบบนี้ แต่เรานึกชื่อไม่ออกตอนที่เราทำลิสท์ในปีที่แล้ว

 

สรุปรายชื่อหนังที่มีฉาก “พลิกบนลงล่าง พลิกล่างขึ้นบน” ที่เราได้ดู

 

1. INTO THE VIOLET BELLY (2022, Thuy-Han Nguyen-Chi, Belgium, about Vietnam, 19min, second viewing, A+30)

 

2. THE SPIRIT LEVEL (2023, Taiki Sakpisit, A+30)

 

3. AND THE FISH FLY ABOVE OUR HEADS (2025, Dima El-Horr, Lebanon, documentary, 70min, A+30)

 

4. KEEPER (2025, Osgood Perkins, A+30)

 

5. LANDMARKS (2025, Lucrecia Martel, Argentina, documentary, 119min, A+30)

 

6. MAKING SHADOWS SPEAK (2025, Wantanee Siripattananuntakul, 15min, A+30)

 

7. SOUND OF FALLING (2025, Mascha Schilinski, Germany, A+30)

+++

 

I’M COMING UP (2016, Ting Min-wei, Singapore, approximately 90min, A+30)

 

1. ถือเป็นภาพยนตร์อีกเรื่องที่เตรียมชิงอันดับ 1 หรือไม่ก็ top ten ของเราประจำปีนี้ ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นลองเทคไม่ตัดภาพเลยนาน 90 นาที ผู้กำกับถ่ายทางเดินในอาคารที่พักอาศัยแห่งหนึ่งในสิงคโปร์ โดยเราเข้าใจว่าเป็นการเดินวนรอบอาคารในทุก ๆ ชั้น ตั้งแต่ชั้น 1 จนถึงชั้น 21 ซึ่งเป็นชั้นสูงสุด แต่ไม่ได้ขึ้นไปบนดาดฟ้า

 

 2. ถ้าหากเราเข้าใจไม่ผิด ชั้น 1 ของอาคารนี้มีร้านค้าเล็ก ๆ น้อย ๆ ส่วนชั้นสองไม่มีห้องพัก ห้องพักเหมือนจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 3 ขึ้นไป โดยตัวอาคารเหมือนมี 4 ด้าน ด้านละราว ๆ 6 ห้อง เพราะฉะนั้นแต่ละชั้นจะมีห้องพักราว 24 ห้องมั้ง เพราะฉะนั้นในหนังเรื่องนี้เราจะได้เห็นทางเดินหน้าห้องพักราว 456 ห้อง (24 ห้องต่อชั้น คูณ 19 ชั้น)

 

3. ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทำตอนรุ่งสาง และเราจะเห็นผู้คนในอาคารแห่งนี้ปรากฏตัวออกมาเป็นครั้งคราว รวม ๆ กันแล้วไม่น่าจะเกิน 10 คน

 

4. เรามีความสุขกับการดูหนังอะไรแบบนี้มาก ๆ เหมือนมันช่วย reset หัวสมองของเราให้ไม่ต้องไปโฟกัสกับเรื่องราวแบบหนังทั่ว ๆ ไป และปล่อยให้เราคิดระบบในการดูหนังเรื่องนี้ขึ้นมาใหม่ เราก็เลย enjoy กับการดูทางเดินในแต่ละชั้นไปเรื่อย ๆ และคอยสังเกตสิ่งของต่าง ๆ ที่อยู่บนทางเดินในแต่ละชั้น

 

5. เราได้ดูหนังเรื่องนี้ในนิทรรศการ SPACING THE INHERENT การเว้นระยะห่างโดยธรรมชาติ ที่ ART4C ART CENTER แล้วก็รู้สึกว่า การเอาภาพยนตร์เรื่องนี้มาปะทะกับภาพยนตร์เรื่องอื่น ๆ ในนิทรรศการมันน่าสนใจดี เพราะถ้าหากเราดูภาพยนตร์เรื่องนี้เพียงโดด ๆ เราอาจจะรู้สึกว่า อาคารที่อยู่อาศัยแห่งนี้มันดูสะอาด เป็นระบบระเบียบ แต่อาจจะ “ไร้ชีวิตชีวา” หรือ “ไร้ความเป็นตัวของตัวเอง”

 

แต่พอมันมาฉายคู่กับหนังเรื่องอื่น ๆ ในนิทรรศการ หนังเรื่องนี้ก็เลยเหมือนสะท้อนให้เห็นว่า ถึงแม้อาคารแห่งนี้จะดูไร้ชีวิตชีวา แต่ถ้าหากเราเลือกได้ เราก็ขอใช้ชีวิตอย่างสงบแต่น่าเบื่ออยู่ในอาคารแห่งนี้ ดีกว่าที่จะใช้ชีวิตแบบ “ไม่มีพสุธาจะอาศัย” เหมือนในหนังเรื่อง INTO THE VIOLET BELLY (2022, Thuy-Han Nguyen-Chi, Belgium, about Vietnam, 19min, second viewing, A+30)

 

และดีกว่าที่จะใช้ชีวิตใน “ประเทศบ้านเกิดที่ดูเหมือนจะไม่เป็นมิตร” แบบใน A PIGEON’S JOURNEY ON THE BIRTH OF A NATION เลือน:ย้ายรัง (2026, Weerapat Sakolvaree, video installation, approximately 30mins, A+30) และ ME AND MY COUNTRY PORNOGRAPHY (2022, Lin Htet Aung, Myanmar, 8min, A+30)

 

และดีกว่าที่จะใช้ชีวิตอย่างยากจน ในอาคารซอมซ่อแบบใน THE RIVER THAT NEVER ENDS (2022, JT Trinidad, Philippines, 19min, A+30) คือเหมือนความสุขของชีวิตนางเอกใน THE RIVER THAT NEVER ENDS คือการได้มีเวลาว่าง นั่งดูผักตบชวาลอยไปลอยมาในแม่น้ำไปเรื่อย ๆ

 

เราก็เลยรู้สึกว่า กูขอใช้ชีวิตแบบน่าเบื่อใน I’M COMING UP ก็ได้นะ ถ้าหากคุณภาพชีวิตของประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนมันดูแย่กว่าแบบนี้ 55555

 

6. พอดู I’M COMING UP แล้วเราก็เลยจินตนาการว่า อยากให้มีคนทำหนังเรื่อง “อพาร์ทเมนท์นรก” ที่ยาว 270 นาที หรือ 4 ชั่วโมง 30 นาที โดยหนังเป็นลองเทค 90 นาที จำนวน 3 เทคมาต่อกัน

 

6.1 ลองเทค 90 นาทีแรก เป็นการตั้งกล้องถ่ายอพาร์ทเมนท์ด้านนึง เห็นห้องหลายสิบห้องในเฟรมภาพนั้น แบบหนังเรื่อง BLOCK B (2008, Chris Chong Chan Fui, Canada/Malaysia, 20min) คือถ้าใครเคยดู BLOCK B คงนึกออกว่า ฉากนี้ภาพมันจะออกมาเป็นแบบใด และหนังจะเล่าเรื่องโดยใช้วิธีการแบบใด คนดูจะได้รับรู้เรื่องราวความขัดแย้ง ตบตีกันอย่างรุนแรงระหว่างผู้เช่าอพาร์ทเมนท์ หรือชีวิตคนต่าง ๆ ในอพาร์ทเมนท์นี้ แต่คนดูจะต้องคอยจับสังเกตเอาเองว่า เสียงด่าทอ หรือเสียงฆาตกรรมที่ได้ยินนั้น มันน่าจะมาจากห้องไหน

 

6.2 ลองเทคในนาทีที่ 91-180 เป็นการถ่ายแบบหนังเรื่อง I’M COMING UP กล้องไล่ไปตามทางเดินในแต่ละชั้น ตั้งแต่ชั้นหนึ่งจนถึงชั้น 21 คนดูจะได้เห็นผู้เช่าอพาร์ทเมนท์แต่ละคนอย่างถนัด ๆ ถ้าหากพวกเขาโผล่ออกมานอกห้อง

 

6.3 ลองเทคในนาทีที่ 181-270 เป็นฉากกล้อง CCTV ในห้องของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ในฉากนี้คนดูจะได้เห็นว่า ถ้าหากมองผ่านกล้อง CCTV ที่ติดอยู่ตามทางเดิน, บันได, ลิฟท์ ในอาคารแห่งนี้ แล้วเราจะเห็นความจริงอะไรบ้าง โดยฉาก CCTV นี้อาจจะออกมาคล้ายหนังเรื่อง RED ROAD (2006, Andrea Arnold, UK, A+30)

 

ส่วนเนื้อหาของ “อพาร์ทเมนท์นรก” นั้น อาจจะเป็นหนังแนวไหนก็ได้ หรือเป็นหลาย ๆ แนวมารวมกัน เพราะว่าผู้เช่าบางห้อง อาจจะคิดว่าชีวิตตัวเองเหมือนนางเอกของหนังอย่าง FLAT GIRLS (2025, Jirassaya Wongsutin), ผู้เช่าบางห้อง อาจจะคิดว่าชีวิตตัวเองเหมือนอยู่ในละครทีวี MELROSE PLACE (1992-1999), ผู้เช่าบางห้อง อาจจะคิดว่าชีวิตตัวเองเหมือนอยู่ในหนังบู๊สะท้อนสังคม แบบ DHEEPAN  (2015, Jacques Audiard, France), ผู้เช่าบางห้อง อาจจะคิดว่าตัวเองเหมือนอยู่ในหนัง thriller แบบ REAR WINDOW (1954, Alfred Hitchcock), ผู้เช่าบางห้อง อาจจะคิดว่าชีวิตตัวเองเหมือนอยู่ในหนัง horror แบบ TOOLBOX MURDERS (2004, Tobe Hooper), ผู้เช่าบางคน อาจจะรู้สึกว่าชีวิตตัวเองเหมือนอยู่ในหนังอย่าง “บุปผาราตรี”, บางคนอาจจะนึกว่าชีวิตตัวเองเหมือนอยู่ในหนังตลกร้ายแบบ HIGH-RISE (2015, Ben Wheatley, UK)  และผู้เช่าบางคน อาจจะรู้สึกว่าตัวเองสวยแบบ surreal เหมือนอยู่ในหนังอย่าง THE CORRIDOR (1995, Sharunas Bartas, Lithuania) อะไรทำนองนี้ 55555

 

https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid0KYcyqx7hFKbi3mscR35uZ78vBwNc3YpP55K1gFZiFLB4dpF6ekGJ8A7zCwniRq7Bl

 

 

Thursday, April 02, 2026

doplgenger

 

ฉันรักเขา Kenny Bee พระเอกหนัง THE STORY OF A SMALL TOWN (1979, Lee Hsing, Taiwan, A+30)

 

+++

 

บทเรียนสำคัญที่ได้รับจากเมื่อวานนี้คือ “ต้องรู้จักเจียมสังขารตนเองซะบ้าง”

 

เมื่อวานนี้ได้ไปอำลา Reading Room ในเวลาราว 18.45-19.10 น.ค่ะ ตอนแรกเรากะว่าจะไปดูหนังในงาน Wildtype แต่ปรากฏว่าสังขารไม่เอื้ออำนวย ก็เลยต้องรีบเผ่นออกมาก่อนจะซวยค่ะ

 

เหตุการณ์ก็คือว่า พอเราเข้าไปใน Reading Room ตอนแรกเราจะนั่งเก้าอี้ แต่เรารู้สึกว่าตรงนั้นแอร์ไม่ลง อากาศมันร้อน เราเลยไปนั่งกับพื้นแทน เพราะตรงนั้นแอร์ลงเย็นดี แต่พอนั่งไปได้ระยะนึง เราก็เริ่มปวดตัว กลัวโรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนจะกำเริบ แล้วถ้าหากเราจะต้องเข้ารับการผ่าตัดหมอนรองกระดูกเคลื่อนอีกครั้ง เราก็ต้องเสียเงินอีกไม่ต่ำกว่า 3 แสนบาท แล้วกูจะหาเงินมาจากไหน

 

เพราะฉะนั้นเราก็เลยอยู่จนถึงแค่ฟัง “เจ้าชายน้อย” พูดเปิดงาน แล้วเราก็ตัดสินใจเผ่นออกมาก่อนค่ะ เพราะเรากลัวว่าถ้าหากคนในงานแน่นขึ้นเรื่อย ๆ เราจะยิ่งเดินออกมาลำบาก

 

ตอนนี้เราก็เลยได้รับบทเรียนว่า พอแก่ตัวลง และเป็นโรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนแบบนี้ เราก็ต้องคิดให้ดีก่อนว่า สังขารแบบเรามันมี limit อะไรบ้าง อย่าได้ฝืนสังขารตนเองอีกเป็นอันขาด

 

นึกถึงสมัยที่เราไป Alliance กับ Goethe ในช่วงปี 1995-2000 ช่วงนั้นเราจะเจอ cinephiles วัยชรากลุ่มนึง มีทั้งคนไทยและต่างชาติ แต่พอเข้าสู่ทศวรรษ 2000 เราก็แทบไม่เจอคนกลุ่มนี้อีก เราก็เลยเข้าใจว่า พอพวกเขาแก่ตัวลงเรื่อย ๆ พวกเขาก็คงจะมาดูหนังที่ Goethe กับ Alliance ไม่ไหวอีกต่อไป

 

ตอนนี้วงจรดังกล่าวก็กำลังจะเวียนมาถึงเราแล้ว  แต่ตอนนี้เรายังเดินทางไปดูหนังในโรงหนังที่มีที่นั่งสบาย ๆ และดู video installations ตามแกลเลอรี่ต่าง ๆ ไหวอยู่นะ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำแบบนี้ได้อีกนานกี่ปี

+++

 

วันนี้กินสลัด Miso Glazed Cauliflower และ Truffle Mushroom Ravioli ที่ร้าน Babyccino ค่ะ

+++

 

นิทรรศการ JOLLY BEARS ที่ห้าง Siam Center ลูกหมีถูกใจสิ่งนี้

+++

 

เพิ่งรู้ว่า Yoko Minamino เคยร้องเพลงชื่อ APRIL FOOL (1987) ด้วย เพลงนี้ไม่ได้อยู่ในอัลบัมใด ๆ ถ้าหากเราเข้าใจไม่ผิด แต่เป็น side B ของซิงเกิล HANASHI KAKETAKATTA ที่เคยขึ้นถึงอันดับ 1 ในญี่ปุ่น

 

เนื้อร้อง

ENGLISH

The period of time that began on a date last year
Is almost over, but I won’t throw my calendar out
Half a year ago we were still meeting up
You waved to me at the crowded ticket gate

The kind little things you did without a second thought
Like picking the lint off my shoulders for me
Still hurt, hey, so bad to this very day

I’ll wait in tears   April Fool’s
For you to call
Surprise me   April Fool’s
I don’t mind if you lie
I don’t mind if you lie
Say that you like me one more time

After reading the horoscope for Cancer
I looked at your sign without even realizing it
I hope you the amazing dream you talked about
With a sparkle in your eye comes true someday

I put on the spring color sweater you used to like
For the first time in a while
And the way it feels on my skin, hey, is so bittersweet

I’ll wait in tears   April Fool’s
Surprise me
With that familiar voice of yours   April Fool’s
I don’t mind if you lie
I don’t mind if you lie
Say that you still like me

I’ll wait in tears   April Fool’s
For you to call
Surprise me   April Fool’s
I don’t mind if you lie
I don’t mind if you lie
Say that you like me one more time


ROMAJI

kyonen no hizuke de hajimaru teiki ga
mou sugu kiretemo sutenaide iru wa
hantoshimae ni wa mada machiawasete
komiau kaisatsu de te wo futte kureta ne

katasaki no itokuzu totte kureru you na
nanigenai yasashisa
ima demo mada nee kurushii no

namida de matsu wa eipuriru fu-ru
anata no denwa wo
odorokasete yo eipuriru fu-ru
uso demo ii no
uso demo ii no
mou ichido suki da to itte

kaniza no horo suko-pu yomi-oeta ato de
anata no seiza wo shirazu ni mite’ta wa
kagayaku hitomi de itsuka hanashite’ta
suteki na sono yume kanau hi negatte’ru

anata ga suki datta haru-iro no se-ta-
hisashiburi ni kitara
hadazawari ga nee setsunai no

namida de matsu wa eipuriru fu-ru
natsukashii koe de
odorokasete yo eipuriru fu-ru
uso demo ii no
uso demo ii no
ima demo suki da to itte

namida de matsu wa eipuriru fu-ru
anata no denwa wo
odorokasete yo eipuriru fu-ru
uso demo ii no
uso demo ii no
mou ichido suki da to itte

+++

 

อยากให้มีหนังที่เอา Marisa Tomei กับ Anna Kendrick มาปะทะกัน รู้สึกว่าสองคนนี้จริง ๆ แล้วอาจจะเล่นเป็นแม่ลูกกันได้ เพราะ Marisa Tomei มีอายุ 61 ปี ส่วน Anna Kendrick มีอายุ 40 ปี

 

รูปของ Marisa Tomei จาก UNTAMED HEART (1993, Tony Bill)

รูปของ Anna Kendrick จาก ALICE, DARLING (2022, Mary Nighy, Canada)

+++

 

AWE SHOCKS (2011, Ojoboca, Germany, 3min, A+30)

 

หนังที่ผสมภาพสวย ๆ เข้ากับเสียงพูดเกี่ยวกับ capitalist dream

 

เราดูหนังเรื่องนี้ทางเว็บไซต์ e-flux

 

Oro Parece (2012, Ojoboca, Germany, 6min, A+30)

 

พิศวงมาก นึกว่าปะทะกับหนังของ Jan Svankmajer ได้เลย

 

เราดูหนังเรื่องนี้ทางเว็บไซต์ e-flux

 

THE HANDEYE (BONE GHOSTS) (2012, Ojoboca, Germany, 7min, A+30)

 

นึกว่าหนังเรื่องนี้มาเพื่อปะทะกับหนังของ Olivier Smolders เพราะมันเป็น “หนังทดลอง” ที่หลอน ๆ เหมือนกัน

 

เราดูหนังเรื่องนี้ทางเว็บไซต์ e-flux

 

FRAGMENTS UNTITLED #1 (2012, doplgenger, Serbia, 7min, A+30)

 

หนังเรื่องนี้นำเอาฟุตเตจรายการโทรทัศน์ที่ผู้นำเซอร์เบียกล่าวปราศรัยต่อประชาชนจำนวนมากในปี 1989 มาตัดต่อใหม่ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนที่ประเทศยูโกสลาเวียจะล่มสลายและเกิดสงครามกลางเมืองอย่างรุนแรงในเวลาต่อมา

 

ดูแล้วนึกว่า doplgenger นี่แหละคือคู่แข่งคนสำคัญของ Viriyaporn Boonprasert

 

เราดูหนังเรื่องนี้ทางเว็บไซต์ e-flux

 

FRAGMENTS UNTITLED #2 (2014, doplgenger, Serbia, 6min, A+30)

 

หนังเรื่องนี้นำเอาละครโทรทัศน์ของยูโกสลาเวียในช่วงทศวรรษ 1980 มาตัดต่อใหม่

 

ดูแล้วนึกว่าต้องปะทะกับ Martin Arnold ผู้กำกับ ALONE: LIFE WASTES ANDY HARDY (1998)

 

เราดูหนังเรื่องนี้ทางเว็บไซต์ e-flux

 

FRAGMENTS UNTITLED #6 (2022, doplgenger, Serbia, 6min, A+30)

 

หนักมาก หนังเรื่องนี้พูดถึงเหตุการณ์ที่เราไม่เคยรู้มาก่อน นั่นก็คือเหตุการณ์จลาจลในซาเกรบในปี 1990 ที่สนามฟุตบอล เมื่อแฟนทีมฟุตบอลของเซอร์เบียกับแฟนทีมฟุตบอลของโครเอเชียปะทะกันอย่างรุนแรง จนส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บกว่า 60 คน และเหตุการณ์นี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามกลางเมืองในเวลาต่อมา ซึ่งนำไปสู่การที่โครเอเชียแยกประเทศเป็นเอกราชได้ในที่สุด

 

 Željko Ražnatović  ซึ่งเป็นผู้นำแฟนทีมฟุตบอลของเซอร์เบียนี่ ต่อมาเขาก็กลายเป็นอาชญากรสงครามคนสำคัญด้วย

 

นึกไม่ถึงว่าการแข่งขันฟุตบอลจะนำไปสู่ “สงครามกลางเมือง” และ “การถือกำเนิดขึ้นของประเทศใหม่” ได้

 

ตัวหนังเป็นเพียงแค่การนำเสนอฟุตเตจบางส่วนจากเหตุการณ์นี้ แต่รายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์นี้เราต้องไปกูเกิลหาข้อมูลต่อเอง

 

เราดูหนังเรื่องนี้ทางเว็บไซต์ e-flux

 

2 (“MEDICAL BORDERS: VISIBILITY AND SHADOW KNOWLEDGE” VERSION) (2024, Maria Iorio, Raphaël Cuomo, Switzerland, 48min, A+30)

 

หนัง essay film ที่งดงามสุดขีด หนังพูดถึงการที่สวิตเซอร์แลนด์เคยหาทางกีดกันแรงงานต่างด้าวในอดีต โดยใช้ข้ออ้างเรื่อง “โรคภัย” และหนังเรื่องนี้พูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างเสียงดนตรีกับ “เสียงหอบหายใจของผู้ป่วยวัณโรค” ด้วย

เราดูหนังเรื่องนี้ทางเว็บไซต์
e-flux

https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid02LiqxRfjTiYxHL7vjQkVJNLh4ypgsTXzyudGKE7GxPyYZd8xK2eiG9cuc91ckuDYol

 

Tuesday, March 03, 2026

SUKEBAN GIRL GROUPS

 

IMAGINARY FILM/TV SERIES: “สิงห์สาวเกิร์ลกรุ๊ป”

 

เพื่อนเห็นข่าวนี้แล้วบอกว่า “นี่คือตัวละครที่จะมาปะทะกับ ซากิ อาซามิยะ แน่ ๆ”  ซึ่งเราก็เห็นด้วยมาก ๆ นึกว่าถ้ามีการสร้าง SUKEBAN DEKA หรือ “สิงห์สาวนักสืบ” ภาคใหม่ ตัวร้ายในละครสามารถถอดแบบมาจากเด็กสาวคนนี้ได้เลย

 

อยากให้ SUKEBAN DEKA ภาคใหม่ มี “สิงห์สาว” สองกลุ่มแข่งขันกัน กลุ่มหนึ่งเป็น “วงเกิร์ลกรุ๊ปของญี่ปุ่น” ที่เบื้องหลังเป็น female ninjas ที่ถูกฝึกมาเพื่อจัดการกับตัวร้ายและบรรดาสมุนของตัวร้ายตัวนี้โดยเฉพาะ ส่วนอีกกลุ่มเป็น “วงเกิร์ลกรุ๊ปของเกาหลีใต้” ที่เบื้องหลังก็เป็น female assassins เช่นกัน ทั้งสองเกิร์ลกรุ๊ปนี้ต่างก็ร่วมมือกันในบางครั้งและแข่งขันกันในบางครั้งในการกำจัดตัวร้ายตัวนี้และในการขายผลงานเพลงของตนเอง

 

นึกถึง Shinji Wada ที่เป็นคนเขียนการ์ตูน SUKEBAN DEKA เพราะว่า Shinji Wada ก็แต่งการ์ตูนเรื่อง KAITO AMARYLLIS (1991-1995) ที่ตัวละครนางเอกเป็น “นักร้องสาวที่เบื้องหลังเป็นจอมโจรสาวที่มีวิทยายุทธสูงมาก” แต่นางเอกเผชิญกับคู่แข่งในวงการเพลงที่เป็นนักร้องสาวที่สามารถใช้ “พลังเสียงของตนเองในการระเบิดตึกระเบิดอาคารได้”!!!!!!! (ถ้าจำไม่ผิดนะ) เสียดายที่ KAITO AMARYLLIS ไม่เคยได้รับการดัดแปลงสร้างเป็นภาพยนตร์หรือละครทีวีเลย แต่เราคิดว่ามันสามารถเอามาดัดแปลงสร้างเป็นภาพยนตร์โดยผสมรวมกับ SUKEBAN DEKA ได้เลยตามย่อหน้าข้างต้น

 

แน่นอนว่าในช่วงท้าย end credit จะมี CHARLIE’S ANGELS โผล่มาเป็นดารารับเชิญ

Friday, February 27, 2026

I KNOW YOU SCREAMED LAST SUMMER

 

13. 5 CENTIMETERS PER SECOND (2025, Yoshiyuki Okayama, Japan, 123min, A+30)

 

ตัวละคร Akari Shinohara ในวัยเด็ก (Noa Shiroyama) พูดคำว่า TADAIMA ในหนังเรื่องนี้

+++

 

เราตอบได้แค่ 7 จาก 12 เรื่อง

 

1. SMALL TOYS (1933, Yu Sun, China)

เรื่องนี้เราเคยดู ชอบมาก ๆ

 

2. SONG OF THE LITTLE ROAD (PATHER PANCHALI) (1955, Satyajit Ray, India)

เรื่องนี้เราเคยดู ชอบมาก ๆ

 

3. LITTLE BY LITTLE (1970, Jean Rouch, France/Niger)

หนึ่งในหนังที่เราชื่นชอบที่สุดที่ได้ดูในปี 2025

 

5. SMALL CHANGE (1976, François Truffaut, France)

เรายังไม่เคยดู

 

6. THE LITTLE GIRL WHO CONQUERED TIME (1983, Nobuhiko Obayashi, Japan)

เรื่องนี้เราเคยดูแล้ว

 

9. เรื่องรัก น้อยนิด มหาศาล LAST LIFE IN THE UNIVERSE (2003, Pen-ek Ratanaruang)

เรื่องนี้เราเคยดูแล้ว

 

12. SMALL HOURS OF THE NIGHT (2024, Daniel Hui, Singapore)

หนึ่งในหนังที่เราชื่นชอบที่สุดที่ได้ดูในปี 2025

************

 

ตอนนี้เรามั่นใจ 100 % เต็มว่า ผู้สร้างละครทีวีญี่ปุ่นเรื่อง “สิงห์สาวนักสืบ ปีสอง” หรือ SUKEBAN DEKA II: THE LEGEND OF THE GIRL IN THE IRON MASK (1985-1986, 42 episodes, A+30) นั้น เป็น cinephile อย่างแน่นอน 55555 ละครเรื่องนี้นำแสดงโดย Yoko Minamino หรือ Nanno และเราเคยดูตอนมันมาฉายทางช่อง 5 ในปี 1987-1988 หรือเมื่อเกือบ 40 ปีก่อน

 

ความ cinephilia ของละครทีวีเรื่องนี้

 

1. ใน “สิงห์สาวนักสืบ ปีสอง ตอนที่ 16” ตอนนี้เป็นตอนที่จงใจ tribute ให้ Sergei Eisenstein กับ Sergio Leone ตามคลิปที่เราแปะไปแล้ว

 

2. ใน “สิงห์สาวนักสืบ ปีสอง ตอนที่ 24 กับ 25” สองตอนนี้เป็นตอนที่จงใจ tribute ให้ภาพยนตร์เรื่อง VERTIGO (1958, Alfred Hitchcock)  และมันออกมาหนักมาก ๆ ไม่ทราบชีวิตอะไรอีกต่อไป

 

3. ใน “สิงห์สาวนักสืบ ปีสอง ตอนที่ 10” ตอนนี้ tribute ให้กับ CASABLANCA (1942, Michael Curtiz)

 

กราบขอบพระคุณคุณ Suriya Sangkarat มาก ๆ ที่แจ้งข้อมูลเรื่อง CASABLANCA นี้

 

คือการ tribute ในตอนนี้มันหนักมาก เพราะว่า

 

3.1 มีการใช้เพลง AS TIME GOES BY จากหนังเรื่อง CASABLANCA มาประกอบทั้งตอนนี้

 

3.2 มีการใช้ภาพและโปสเตอร์จาก CASABLANCA มาประกอบในละคร

 

3.3 ร้านกาแฟในละครเรื่องนี้ก็ตั้งชื่อว่าร้าน CASABLANCA

 

3.4 ตัวละครก็เล่นเปียโนเหมือนในหนัง

 

3.5 พล็อตเรื่องของตอนนี้ก็มาจาก CASABLANCA เลย เพียงแต่สลับเพศกัน เพราะในตอนนี้ ยูกิโนะพยายามช่วยเหลือ “แฟนเก่า” และ “แฟนใหม่ของแฟนเก่า” ในการหลบหนีจากกลุ่มผู้ร้าย เธอกับสิงห์สาวอีกสองคนออกไปฟาดฟันเหล่าร้ายเพื่อช่วยเหลือ “แฟนเก่า” และ “แฟนใหม่ของแฟนเก่า” และยูกิโนะก็พา “แฟนเก่า” และ “แฟนใหม่ของแฟนเก่า” ขึ้นเครื่องบินของเธอเพื่อหลบหนีออกจากญี่ปุ่นในช่วงท้ายของตอน

 

3.6 บทสนทนาในละครตอนนี้ก็ดัดแปลงมาจาก CASABLANCA  อย่างเช่น

 

3.6.1

Rick: Of all the gin joints, in all the towns, in all the world, she walks into mine.

 

3.6.2

  • Yvonne: Where were you last night?
  • Rick: That's so long ago, I don't remember.
  • Yvonne: Will I see you tonight?
  • Rick: I never make plans that far ahead.

 

3.6.3

  • Ilsa: You're saying this only to make me go.
  • Rick: I'm saying it because it's true. Inside of us, we both know you belong with Victor. You're part of his work, the thing that keeps him going. If that plane leaves the ground and you're not with him, you'll regret it. Maybe not today. Maybe not tomorrow, but soon and for the rest of your life.

 

กราบผู้สร้างละครทีวีญี่ปุ่นเรื่อง SUKEBAN DEKA II: THE LEGEND OF THE GIRL IN THE IRON MASK (1985-1986, 42 episodes, A+30) มาก ๆ เราเคยกรี๊ดอย่างสุดเสียงให้กับละครทีวีเรื่องนี้ไปแล้วในปี 1987-1988 และพอเราย้อนกลับมาดูละครทีวีเรื่องนี้อีกครั้งในปี 2026 เราก็ร้องกรี๊ดสุดเสียงอีกรอบให้กับความเป็น cinephile ของผู้สร้างละครทีวีเรื่องนี้

+++++

 

พอเราเห็นว่า POSSESSION (1981, Andrzej Zulawski, France/West Germany, A+30) จะมาฉายที่หอภาพยนตร์ ศาลายา เราก็เลยนึกถึง “หนึ่งในหนังไทยที่น่าเสียดายที่สุด” เรื่อง “ผีโป๊สะดือพูดและสิวของนุกนิก” หรือ FROM A PIMPLE TO NIRVANA (2013, Amorn Harinnitisuk, 130min, B+ ) ที่นำแสดงโดย โบวี่ อัฐมา ชีวนิชพันธ์

 

ที่เราว่า “น่าเสียดาย” ก็เป็นเพราะว่า เราว่าไอเดียบางอย่างของหนังเรื่องนี้มันเข้าทางเรา แต่การ execution ไอเดียดังกล่าวออกมาเป็นหนัง และองค์ประกอบต่าง ๆ ของหนังมันทำได้ไม่ดีเท่าไหร่ หนังมันเลยออกมาไม่ค่อยน่าประทับใจ คือเราว่าถ้าหากเอาไอเดียบางอย่างของหนังเรื่องนี้มาพัฒนาต่อยอดใหม่ แล้ว execution มันออกมาให้ดี หนังเรื่องนี้มันจะกลายเป็น “หนังไทยที่สามารถสู้รบปรบมือกับ POSSESSION ได้” เพราะตัวละครนางเอกของ “ผีโป๊สะดือพูดและสิวของนุกนิก” มันถือเป็นตัวละครหญิงบ้าที่รุนแรงที่สุดตัวนึงของหนังไทย

 

อีกอย่างที่สงสัยก็คือว่า “ผีโป๊สะดือพูดและสิวของนุกนิก” นี่ มันถือเป็นหนัง body horror ได้หรือเปล่า 55555

++++

 

IMAGINARY FILM: I KNOW YOU SCREAMED LAST SUMMER

 

พอดู SCREAM 7 (2026, Kevin Williamson, A+30) แล้วก็ต้องบอกว่า เราอาจจะชอบภาคนี้น้อยที่สุดในทั้ง 7 ภาคนะ หรือไม่ก็ชอบในระดับรองต่ำสุด ตอนนี้ยังตัดสินใจไม่ได้ แต่ก็ยังชอบในระดับ A+30 อยู่ดี และก็อยากจะดูภาค 8 ในปีหน้า อยากให้สร้างกันออกมาทุกปี 55555

 

เราว่าเราชอบ SCREAM 7 น้อยกว่า I KNOW WHAT YOU DID LAST SUMMER ภาค 3 (2025, Jennifer Kaytin Robinson, A+30) อีกด้วยนะ แต่เราอยากให้สองจักรวาลนี้มา intersect กันมาก ๆ อยากให้ตัวละครที่รอดชีวิตจาก SCREAM 7 มาผจญภัยร่วมกับ Brandy และ Jennifer Love Hewitt ในภาคใหม่

 

สรุปว่า เราอยากให้ SCREAM 8 กับ I KNOW WHAT YOU DID LAST SUMMER ภาค 4 รวมเข้าด้วยกันเป็นหนังเรื่องเดียวกันไปเลย เป็น I KNOW YOU SCREAMED LAST SUMMER หรืออะไรทำนองนี้

 

ส่วนการรวมสองจักรวาลนี้เข้าด้วยกัน ก็ทำได้ไม่ยาก วิธีนึงที่อาจทำได้ ก็คือการให้ตัวละคร Ghostface กลุ่มใหม่ที่วางแผนจะฆ่ากลุ่มตัวละครใน SCREAM กับตัวละคร The Fisherman กลุ่มใหม่ที่วางแผนจะฆ่า Jennifer Love Hewitt กับ Brandy มานั่งรถไฟขบวนเดียวกัน หรือฆาตกรทั้งสองกลุ่มอาจจะเจอกันใน dark web และฆาตกรทั้งสองกลุ่มก็เลยวางแผนว่าจะสลับกันฆ่าเหยื่อของอีกกลุ่มนึง เพื่อให้ตำรวจ/ตัวละครฝ่ายเหยื่อ สืบหาความเชื่อมโยง/ต้นตอ/แรงจูงใจของกลุ่มฆาตกรได้ยากมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการ tribute ให้ STRANGERS ON A TRAIN (1951, Alfred Hitchcock) 55555

 

ลำดับความชอบหนังชุด SCREAM

 

1. SCREAM (1996, Wes Craven, A+30)

 

2. SCREAM 3 (2000, Wes Craven)

Parker Posey กับ Emily Mortimer คือสองสาเหตุสำคัญที่ทำให้เราชอบภาคนี้อย่างรุนแรงมาก

 

ฉากอ่านบทจากเครื่องแฟกซ์ในภาคนี้ ก็ถือเป็นฉากคลาสสิคสำหรับเรา

 

3. SCREAM 5 (2022, Matt Bettinelli-Olpin, Tyler Gillett)

 

สองประโยคจากหนังเรื่องนี้นื่ถือว่าเป็นประโยคคลาสสิคสำหรับเราไปเลย

 

3.1 “I'm Sidney fucking Prescott, of course I have a gun.”

 

3.2 Amber Freeman: [Runs outside crying and screaming] Help me! Help me! He stabbed me!

 

4. SCREAM 2 (1997, Wes Craven)

 

ฉากเปิดนี่คลาสสิคมาก ๆ ฉากฆ่ากันกลางวันแสก ๆ กลางมหาวิทยาลัยก็รุนแรงมาก ๆ

 

5. SCREAM 6 (2022, Matt Bettinelli-Olpin, Tyler Gillett)

 

เราชอบฉากรถไฟในภาคนี้

 

6. SCREAM 4 (2011, Wes Craven)

 

7. SCREAM 7 (2026, Kevin Williamson, A+30)

 

เราว่าองก์ท้ายของภาค 7 มีปัญหามากพอสมควร แต่ในอนาคตเราอาจจะชอบภาค 7 มากกว่าภาค 4 ก็ได้ ต้องรอดูต่อไปว่าภาคนี้จะสร้างความประทับใจต่อเราในระยะยาวได้มากน้อยแค่ไหน

Friday, September 05, 2025

IMAGINARY OMNIBUS FILM: GAY PARADISE THAILAND

 

ขอยกให้ UTOPIANS (2015, Scud, Hong Kong, A+30) เป็นหนังส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยที่เราชอบมากที่สุดเท่าที่เราเคยดูมาในชีวิตนี้ พอดูหนังเรื่องนี้แล้วก็อยากให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ออกทุนทำหนังส่งเสริมชื่อเสียงของประเทศไทยในฐานะ GAY PARADISE โดยหนังชุดนี้จะประกอบด้วยหนังของผู้กำกับดังต่อไปนี้

 

1. Andrew Haigh (UK)

2. Joao Pedro Rodrigues (Portugal)

3. Marco Berger (Argentina)

4. Luca Guadagnino (Italy)

5. Oat Montien (Thailand)

6. Pedro Almodovar (Spain)

7. Petersen Vargas (Philippines)

8. Scud (Hong Kong)

9. Tsai Ming-liang (Taiwan)

10. Yann Gonzalez (France)

 

ชื่อหนังในโครงการนี้ก็มีเช่น

“จิ๋มฉันลุกเป็นไฟ เหลือไว้ที่จู๋เธอ”

“เสียตัวให้ผัวเรา ไม่มันส์เท่าเสียตัวให้ผัวคนอื่น”

“ผัวเราเผาเรือน”

“เป็นมนุษย์สุดนิยมที่นมhe ถึงเป็นกะหรี่ก็มีดีที่ขายออก”

Etc.

++++

งานประติมากรรมหมีกระดาษของ Weerapong Wimuktalop ผู้กำกับภาพยนตร์ในตำนานเรื่อง COLOURS ON THE STREETS (2009) และ SWING (2011)

 

งานนี้จัดแสดงที่ชั้น 7 ของห้าง ICON SIAM แต่เราเข้าใจว่าจัดจนถึงแค่วันที่ 4 ก.ย.นะ

 https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid0ZAH9zgm2xtS3nq1quCtoNyPqKAgFGJXmCsx9ci38ykcyCrVDhiFr5WkxkNPn4zjxl


Monday, September 01, 2025

KATYA & THE PRINCE OF SIAM

 

หนังในจินตนาการ: KATYA & THE PRINCE OF SIAM

 

เราเพิ่งรู้ว่า หม่อมคัทริน ณ พิศณุโลก เป็น “ชาวยูเครน” พอรู้อย่างนี้แล้วก็อยากให้มีคนนำประวัติของหม่อมคัทรินมาสร้างเป็นภาพยนตร์เลย เห็นใน wikipedia บอกว่า หนังสือ KATYA & THE PRINCE OF SIAM เคยถูกนำมาดัดแปลงสร้างเป็น “บัลเลต์” แล้ว แต่เหมือนยังไม่มีใครนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ ถ้าเป็นภาพยนตร์จริง ๆ แล้วได้ฮิวโก้มาเล่นก็คงดี

 

เพิ่งอ่านประวัติของหม่อมคัทริน (1886-1960) ใน wikipedia แล้วพบว่าน่าสนใจสุดขีด เพราะมีทั้งเรื่องของ

 

1. ยูเครน

2. สงครามระหว่างรัสเซียกับญี่ปุ่น

3. ชีวิตในไซบีเรีย

4. ปฏิวัติใหญ่ในรัสเซีย

5. การใช้ชีวิตตามลำพังในเซี่ยงไฮ้หลังหย่าร้าง

6. การแต่งงานใหม่กับชาวอเมริกัน แต่มีปัญหากับพ่อสามีและแม่สามีที่เป็นชาวอเมริกัน

 

แต่ก็คงสร้างเป็นหนังได้ยากแหละ เพราะน่าจะต้องถ่ายทำหลายประเทศ ทั้งยูเครน, รัสเซีย, สิงคโปร์, ไทย, จีน, อเมริกา, อังกฤษ, ฝรั่งเศส

 

ดีใจมาก ๆ ที่ภาพยนตร์เรื่อง WEDDING TRIP TO BANGKOK 1938-1939 (1938-1939, 41min) ที่สร้างโดยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ซึ่งเป็นบุตรชายของหม่อมคัทริน ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภาพยนตร์แห่งชาติเมื่อปีที่แล้ว แต่เรายังไม่ได้ไปดูหนังเรื่องนี้เลย หวังว่าในอนาคตข้างหน้าทางหอภาพยนตร์จะนำหนังเรื่องนี้กลับมาฉายอีก

 

+++

 

ฉันรักเขา หนุ่มหล่อคนนึงในหนังเรื่อง BLUE ISLAND (2022, Chan Tze Woon, Hong Kong, documentary, A+30) ไม่รู้ว่าเขาชื่ออะไร เข้าใจว่าเขาเป็นทั้ง subject (ผู้ให้สัมภาษณ์) และนักแสดงคนนึงในหนังเรื่องนี้

Wednesday, August 27, 2025

FAVORITE ELEGANTLY BEAUTIFUL, CRUEL AND POWERFUL FEMALE CHARACTERS

 

ประมวลภาพชุด “จิตราภิวัฒน์ และห้องนอนไร้ขอบเขต” JITRAPIWAT AND THE INFINITY BEDROOM

 

สืบเนื่องจากที่เราเคยเขียนไปก่อนหน้านี้ว่า

 

“ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เราชอบหนังเรื่อง SOKAPHIWAT โศกาภิวัฒน์ (2025, Nuttachai Jiraanont, A+30) อย่างสุดขีดก็คือว่า เหมือนหนังเรื่องนี้มันตอบสนองความกะเทยในตัวเราอย่างมาก ๆ คือดูแล้วรู้สึกว่า ถ้าหากตัวเองยังคงเป็นเด็กมัธยม ตัวเองคงต้องขอให้เพื่อนตัดชุดเลียนแบบคลาวเดีย แล้วก็เอาชุดนั้นมาใส่เดินกรุยกรายไปตามทางเดินในโรงเรียน พร้อมกับทำท่าทำทางเลียนแบบคลาวเดียไปเรื่อย ๆ คือดูหนังเรื่องนี้แล้วรู้สึกอยาก role play บทคลาวเดียอย่างรุนแรงมาก ”

 

เราก็เลยจะมาอธิบายเพิ่มเติมว่า ตัวเราเองในปัจจุบันนี้คงไม่กล้า role play อะไรแบบนี้แล้วนะคะ 55555 คืออยากทำมาก ๆ ค่ะ แต่คงไม่กล้าทำ เพราะว่า “สังขารเป็นสิ่งไม่เที่ยง” ค่ะ คือตัวเราในปัจจุบันนี้เป็น “ลุงอ้วนพุงพลุ้ยไว้หนวด” ไปแล้ว เอวจากที่เคย 33 นิ้วเมื่อ 30 ปีก่อน มาปัจจุบันนี้ก็เป็น 37-38 นิ้วไปแล้ว ก็เลยไม่กล้า role play อะไรแบบนี้แล้วค่า 55555

 

แต่พอเราย้อนไปดูภาพถ่ายของตัวเองในอดีตเมื่อ 30-35 ปีก่อน แล้วก็เข้าใจมาก ๆ เลยนะว่า ทำไมเราถึงอยาก role play บท “คุณหญิงโศกาภิวัฒน์” (คลาวเดีย จักรพันธุ์) อย่างรุนแรงมาก เพราะว่าบทนี้เป็นบทของตัวละครหญิงที่ “สวยสง่า เย็นชา อำมหิต อิทธิฤทธิ์สูง” น่ะ และเรามักจะชอบตัวละครแบบนี้ (วันไหนที่เราว่าง ๆ เราค่อยทำลิสท์ตัวละครที่เราชื่นชอบกลุ่มนี้ออกมานะคะ) และเราชอบโพสท่าทางให้ออกมาในทำนองนี้ เมื่อราว 30-35 ปีก่อน ซึ่งจะแตกต่างจากเพื่อน ๆ กะเทยในกลุ่มเดียวกัน เพราะว่าเพื่อนกะเทยบางคนก็ชอบโพสท่าเป็น “สาวเซ็กซี่” บางคนก็ชอบโพสท่าเป็น “กุลสตรี” บางคนก็ชอบโพสท่าเป็น “สาวใส ๆ น่ารัก ๆ” แต่ดิฉันอยากเป็น “สาวสวยสง่า เย็นชา อำมหิต อิทธิฤทธิ์สูง” มาตั้งแต่เมื่อ 30-35 ปีก่อนค่ะ

 

คือถ้าหากดิฉันกับเพื่อน ๆ อายุน้อยกว่านี้ราว 30 ปี แล้วได้ดู “โศกาภิวัฒน์” ด้วยกัน รับรองว่า “สนั่น” แน่ ๆ ค่ะ ดูหนังเสร็จแล้วต้องมีการถ่ายแบบ role play กันแทบไม่ทันแน่นอน 55555

 

เนื่องจากดิฉันในปัจจุบันนี้ไม่กล้า role play อะไรแบบนี้แล้ว ก็เลยขอชดเชยด้วยการขุดกรุภาพถ่ายของตัวเองในทำนองนี้เมื่อ 30-35 ปีก่อนออกมาให้ดูแทนก็แล้วกันนะคะ พร้อมกับนิทานประกอบภาพ

 

JITRAPIWAT AND THE INFINITY BEDROOM

จิตราภิวัฒน์และห้องนอนไร้ขอบเขต

 

(ดัดแปลงมาจากภาพยนตร์เรื่อง “โศกาภิวัฒน์” เพื่อความฮา ๆ หวังว่าคงไม่ว่าอะไรนะคะ)

 

เคาน์เตส จิตราภิวัฒน์ (จิตร โพธิ์แก้ว) ใช้ชีวิตอยู่ในคฤหาสน์หรูหรากลางป่า โดยมีนางข้าทาสชื่อ “แคชฟียา” คอยรับใช้เธอด้วย เธอได้เลี้ยงดูเด็กกำพร้า 8 คนด้วยกันตั้งแต่เด็ก กระทั่งอยู่ในวัยหนุ่ม  8 หนุ่มถูกเลี้ยงมาโดยกฏเหล็กที่เคาน์เตส จิตราภิวัฒน์วางไว้ ซึ่งถ้าหากใครทำผิดกฎ ก็จะต้องถูกลงโทษ ด้วยการบังคับให้ “แก้ผ้า วิดพื้น” โดยมีเคาน์เตส จิตราภิวัฒน์ นอนอยู่บนพื้นด้านล่าง

 

เมื่อทั้ง 8 หนุ่มเติบโตเป็นชายฉกรรจ์เต็มตัว พวกเขาก็เลยคิดกบฏ จะโค่นล้มเคาน์เตส จิตราภิวัฒน์ แล้วพวกเขาก็เลยเผชิญกับคำสาป ร่วงหล่นไปใน “ห้องนอนไร้ขอบเขต” เป็นห้องนอนที่ขยายขนาดและทวีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ หาทางออกไม่ได้ จิตราภิวัฒน์กล่าวกับพวกเขาว่า การจะแก้คำสาปนี้ได้ ก็คือ “การร่วมรัก” ดังนั้นพวกเขาทั้ง 8 ควรจะร่วมรักกับจิตราภิวัฒน์ เพื่อจะได้ออกจาก “ห้องนอนไร้ขอบเขต” แห่งนี้ได้

 

ชายฉกรรจ์ทั้ง 8 คน ก็เลยตัดสินใจร่วมรักกันเองอย่างเมามัน เพราะทั้ง 8 คนตกหลุมรักกันเองมานานแล้ว พวกเขาปล่อยให้ จิตราภิวัฒน์ นั่งดูด้วยความอิจฉา แล้วชายฉกรรจ์ทั้ง 8 คนก็หลุดพ้นจากคำสาป ออกจากห้องนอนไร้ขอบเขตนี้ได้ในที่สุด

 

เคาน์เตส จิตราภิวัฒน์ช้ำใจ เธอก็เลยกลับคืนร่างเดิม เป็นแม่หมี ที่แท้เธอเป็นหมีที่มีอายุมานานกว่าพันปีแล้ว ตอนแรกเธอก็เป็นหมีธรรมดา แต่พอเธอได้เป็นเพื่อนกับ “นางพญางูขาว” และพบว่านางพญางูขาวสามารถแปลงร่างเป็นมนุษย์เพศหญิง หาผัวหนุ่มหล่อได้ เธอก็เลยเลียนแบบบ้าง เธอก็เลยบำเพ็ญเพียรมานับพันปี จนแปลงร่างเป็นมนุษย์เพศหญิงได้บ้าง เธอหวังว่าจะได้ผัวหนุ่มหล่อสัก 8 คน แต่ก็ทำไม่สำเร็จ

 

แม่หมีจิตราภิวัฒน์ ปลงตก เธอตั้งใจว่าจะตัดขาดจากกามารมณ์ เธอกลับเข้าสู่ป่า ตั้งใจจะใช้ชีวิตเป็นหมีตามเดิม แต่เธอก็เจอกับ “พระธุดงค์หนุ่มหล่อล่ำนั่งปักกลดอยู่กลางป่า” เธอควรทำเยี่ยงไรดี

 

จบ

https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid02ua12687kDU78kNYnrBLJsafUySpob9Rf8Szpd53Py7c2mn6c4pTwjCE4xRPNwSp9l

+++++++++

MYSTERIOUS OBJECTS FROM THAILAND 2012-2013

 

PART 1

https://celinejulie.blogspot.com/2025/08/mysterious-objects-from-thailand-2012.html

 

PART 2

https://celinejulie.blogspot.com/2025/08/mysterious-objects-from-thailand-2012_22.html

 

PART 3

https://celinejulie.blogspot.com/2025/08/mysterious-object-from-thailand-2012.html

 

PART 4

https://celinejulie.blogspot.com/2025/08/mysterious-objects-from-thailand-2012_25.html

 

PART 5

https://celinejulie.blogspot.com/2025/08/mysterious-objects-from-thailand-2012_26.html

++++++

หนังในจินตนาการ: ห้องนอนไร้ขอบเขต

AN IMAGINARY FILM: THE INFINITY BEDROOM

++++++++++

FAVORITE ELEGANTLY BEAUTIFUL, CRUEL AND POWERFUL FEMALE CHARACTERS

ตัวละครหญิงที่ “สวยสง่า, เย็นชา, อำมหิต และอิทธิฤทธิ์สูง” ที่ดิฉันชื่นชอบสุดขีด

 

พอเราได้ดูหนังเรื่อง SOKAPHIWAT โศกาภิวัฒน์ (2025, Nuttachai Jiraanont, A+30) และชื่นชอบตัวละคร “คุณหญิงโศกาภิวัฒน์” (คลาวเดีย จักรพันธุ์) อย่างรุนแรงมาก เราก็เลยคิดว่าเราควรทำลิสท์นี้ดีกว่า เพราะเราชื่นชอบตัวละครทำนองนี้มากเป็นพิเศษ

 

เรียงตามลำดับปีที่ออกฉาย

 

1.Kriemhild (Margarete Schön) from DIE NIBELUNGEN (1924, Fritz Lang, Germany)

 

2.Countess Elizabeth Bathory (Delphine Seyrig) from DAUGHTERS OF DARKNESS (1971, Harry Kümel, Belgium)

 

3.เทวีเซลเค็ต (รัชนู บุญชูดวง) from กฤตยา (1989, วรยุทธ พิชัยศรทัต, tv series)

 

4.เยี่ยนอิ๋งอิ๋ง (จางหมิ่น หรือ Sharla Cheung) from SWORDSMAN เดชคัมภีร์เทวดา (1990, Ching Siu-tung, King Hu, Raymond Lee, Hong Kong)

 

อันนี้เป็น “นางเอก” นะ คือเธออยู่ฝ่ายดี แต่เธอก็ “สวยสง่า อำมหิต อิทธิฤทธิ์สูง” เช่นกัน เราก็เลยรวมเข้ามาไว้ในลิสท์นี้ด้วย

 

5. Isabella (Tilda Swinton) from EDWARD II (1991, Derek Jarman, UK)

 

6. เจ้านางอนัญทิพย์ (ชไมพร จตุรภุช) from เพลิงพระนาง (1996, อดุลย์ บุญบุตร, tv series)

 

7. Madame Marquise de Maintenon (Isabelle Huppert) from SAINT-CYR (2000, Patricia Mazuy, France)

 

8. คุณหญิงเมฆเด็ด (Fiona Tarini Graham) from SHAKESPEARE MUST DIE (2012, Ing K.)

 

9. Lady Tian (Zhou Yun) from THE ASSASSIN (2015, Hou Hsiao-hsien, Taiwan)

 

10. Reverend Mother Mohiam (Charlotte Rampling) in DUNE: PART ONE (2021, Denis Villeneuve)

 

11. “คุณหญิงโศกาภิวัฒน์” (คลาวเดีย จักรพันธุ์) ใน SOKAPHIWAT โศกาภิวัฒน์ (2025, Nuttachai Jiraanont, A+30)

 

ใครอยากแนะนำตัวละครตัวไหนอีกก็บอกมาได้นะคะ

 

เราเขียนถึง SOKAPHIWAT ไว้ที่

https://web.facebook.com/photo?fbid=10240056353169981&set=a.10238091981541918

 

เมื่อ 30-35 ปีก่อนเราชอบ cosplay เป็น “หญิงสวยสง่า เย็นชา อำมหิต อิทธิฤทธิ์สูง” 55555

https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid02ua12687kDU78kNYnrBLJsafUySpob9Rf8Szpd53Py7c2mn6c4pTwjCE4xRPNwSp9l

+++++++

 

 

ลำดับเหตุการณ์ช่วงกลางเรื่อง SOKAPHIWAT เท่าที่พอนึกออก

 

1. ป้าแม่บ้านถูกผีร้ายสิง เอาเลื่อยไฟฟ้ามาใช้เป็นอาวุธ แล้วก็ถูกฆ่าตาย, แล้วผีร้ายก็เลยหันมาสิงจิตรกรหนุ่มแขนขาด จิตรกรหนุ่มก็เลยจะฆ่าพี่คนรอง (ฤทธิ์เดช) แต่คนอื่น ๆ มาช่วยได้ทัน ตัวจิตรกรหนุ่มก็ถูกฆ่าตายไป

 

2. พระเอก (น้องคนสุดท้อง) ตั้งข้อสังเกตว่า บ้านหลังนี้ไม่มีกระจก ยกเว้นในห้องอะไรสักห้องนึง ถ้าไปส่องกระจก ก็จะรู้ได้ว่าผีร้ายกำลังสิงคนไหนอยู่ ทุกคนก็เลยไปที่ห้องนั้น แล้วก็พบว่าผีร้ายสิงฤทธิ์เดชอยู่ ฤทธิ์เดชยิงวายุศักดิ์ตาย แล้วก็สั่งให้พระเอกถอดสร้อยคอออก แล้วหลังจากนั้นทุกคนก็ช่วยกันฆ่าฤทธิ์เดชจนตายมั้ง

 

3. ทิวา (สาวก๋ากั่น) โผล่เข้ามาในบ้าน เธอเล่าความจริงว่า สำหรับคนธรรมดา (ที่ไม่ใช่คลาวเดีย) บ้านนี้จะเข้าออกได้เฉพาะคืนที่เกิด blood moon และเธอก็เคยพบกับหนุ่ม ๆ กลุ่มนี้มาแล้วเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งก็คือฉากช่วงต้นเรื่องที่เด็กหญิง 8 คนขึ้นรถโรงเรียนไป และสวนกับเด็กชาย 7 คนที่ลงจากรถโรงเรียนในคืน blood moon

 

เธอกลับมาบ้านหลังนี้อีกครั้ง เพื่อล้างแค้นปีศาจที่เคยฆ่าเพื่อน ๆ ของเธอเมื่อหลายปีก่อน

 

ทิวาพาหนุ่ม ๆ หลายคนลงไปสำรวจห้องใต้ดิน ซึ่งเป็นห้องที่หนุ่ม ๆ ไม่เคยสำรวจมาก่อน เหลือไว้แค่พระเอกกับหนุ่มใบ้ที่อยู่กันหน้ากระจก

 

4. พระเอกเผลอถอดจิตย้อนกลับไปในอดีต แล้วก็รับรู้ความจริงในอดีตว่า คฤหาสน์หลังนี้คลาวเดียเคยอยู่กับสามีหนุ่มหล่อ สามีคลาวเดียประกาศให้ทุกคนในงานเลี้ยงในคฤหาสน์รับรู้ว่า เขากับคลาวเดียแต่งงานมานาน แต่ไม่มีลูกด้วยกัน เขาก็เลยตัดสินใจรับบุตรบุญธรรมอะไรทำนองนี้ แล้วก็พาเด็กชาย 4 คนกับเด็กหญิง 4 คนเข้ามาในงาน

 

คลาวเดียพาลูกชายของตัวเองที่เป็นอสูรกายเดินเข้ามาในงานเลี้ยง แล้วก็ประกาศความจริงว่า ที่จริงแล้วคลาวเดียกับสามีมีลูกชายด้วยกัน แต่พอลูกชายออกมาเป็นอสูรกายหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว สามีก็เลยไม่กล้าเปิดเผยเรื่องนี้ แต่คลาวเดียจะไม่ปิดบังความจริงเรื่องนี้อีกต่อไป

 

สามีคลาวเดียกับคลาวเดียก็เลยด่าทอกันกลางงานเลี้ยงอย่างรุนแรง ตัวลูกชายคลาวเดียกับสามีคลาวเดียก็เลยต่อสู้กันอย่างรุนแรง จนฆ่ากันตายไปทั้งคู่ คลาวเดียเสียใจมาก

 

5. การที่พระเอกถอดจิต ทำให้ผีร้าย (อสูรกายที่ตายไปแล้วที่เป็นลูกชายคลาวเดีย) เข้าสิงพระเอกได้ พระเอกก็เลยฆ่าหนุ่มใบ้ตาย ถ้าจำไม่ผิด

 

ทิวากับพวกได้ยินเสียงอีกทึก ก็เลยออกมาจากห้องใต้ดิน แล้วก็เอาสร้อยมาสวมให้พระเอกเพื่อไล่ผีร้ายออกจากร่างพระเอก ถ้าจำไม่ผิด

 

6. เหมือนเรื่องจะเฉลยไปเรื่อย ๆ จนเราจับความได้ว่า หลังจากอสูรกายที่เป็นลูกชายคลาวเดียตายไป บ้านนี้เลยต้องคำสาปอะไรสักอย่างมั้ง เข้าออกได้เฉพาะคืน blood moon อสูรกายเป็นโรคจิต ชอบทำร้ายคนที่ละเมิดกฎต่าง ๆ

 

คลาวเดียรับบุตรบุญธรรมกลุ่มที่ 2 เป็นเด็กหญิงราว 8 คน แล้วหลังจากนั้นก็ส่งเด็กหญิงกลุ่มนี้กลับออกไปตอนที่เกิด blood moon ขณะที่รับเด็กกำพร้าผู้ชายเข้ามาใหม่ 7 คนในคืนเดียวกัน

 

คลาวเดียบอกเด็กหญิง 8 คนนั้นขณะขึ้นรถโรงเรียนว่า “ห้ามเปิดหน้าต่างหรือประตูรถเป็นอันขาดระหว่างเดินทาง”

 

แต่ทิวาในวัยเด็ก นั่ง ๆ อยู่บนรถแล้วบอกว่า “พระจันทร์ blood moon สวยจังเลย” แล้วเธอก็เปิดหน้าต่าง ถึงแม้เพื่อน ๆ ห้ามเธอแล้วว่ามันผิดกฎ

 

ปีศาจร้าย (ลูกชายคลาวเดีย) ก็เลยเข้าสิงทิวาในวัยเด็ก แล้วก็ฆ่าเด็กหญิงทุกคนบนรถ ยกเว้นทิวา

 

ทิวาเห็นปีศาจบนรถแล้วก็กลัวมาก เธอลงจากรถโรงเรียน แล้วก็เจอรถยนต์ของพระเอกในวัยเด็กกับแม่อยู่กลางป่า ที่เหมือนกำลังชื่นชมพระจันทร์ blood moon อยู่เหมือนกัน ทิวาก็เลยมาเคาะกระจก เตือนให้พระเอกกับแม่รีบหนีไป แต่ปีศาจร้ายตามมาทัน แล้วก็มาฆ่าแม่พระเอก ส่วนพระเอกในวัยเด็กได้รับการช่วยเหลือโดยคลาวเดีย

 

คลาวเดียจะทำพิธีให้ปีศาจร้ายเข้าสิงร่างพระเอกในวัยเด็ก (เหมือนเธอรับลูกบุญธรรมด้วยสาเหตุนี้ คือต้องการเด็กสักคนเพื่อให้ผีลูกชายเข้าสิง) โดยทำพิธีกลางวงกลม แต่เธอนึกถึงแม่พระเอกก่อนตายที่เหมือนพูดฝากฝังลูกไว้กับเธอ เธอก็เลยทำไม่ลง ไม่ยอมทำพิธีต่อ ปีศาจร้ายก็เลยหันมาสิงร่างคลาวเดียแทน คลาวเดียก็เลยกลายเป็นคนคุ้มดีคุ้มร้ายตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เพราะเธอรักเด็ก ๆ ทุกคน แต่ปีศาจร้ายที่สิงเธอชอบลงโทษเด็ก ๆ ที่ทำผิดกฎ (อาจจะเพราะว่าตอนที่ลูกชายคลาวเดียเป็นคน เขาก็เคยถูกพ่อแท้ ๆ ทำร้ายอย่างรุนแรงมาแล้วเหมือนกัน)

Monday, August 04, 2025

A WISH FOR URBAN LEGEND

 

ดีใจที่ได้ข่าวว่า URGAN LEGEND (1998, Jamie Blanks, A+30) จะถูกนำกลับมาสร้างใหม่ อยากให้ทางผู้สร้างภาคใหม่นำ Loretta Devine, Jared Leto กับ Alicia Witt กลับมาแสดงในภาคใหม่ด้วย โดยให้ตัวละครของ Jared Leto เติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ในสภาพคล้าย Joker และตัวละครของ Alicia Witt เติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ในสภาพคล้ายตัวละครของเธอใน LONGLEGS (2024, Osgood Perkins) คือถ้าหาก Jared Leto กับ Alicia Witt กลับมาแสดงภาคใหม่ในสภาพแบบนี้ รับรองว่าฆาตกรโรคจิตในภาคใหม่เจองานหนักแน่ ๆ 55555

Monday, July 07, 2025

I PREFER GOLDEN SWALLOW TO A CHINESE GHOST STORY

 

เทศกาลภาพยนตร์ SIGNES DE NUIT FILM FESTIVAL 2025 ประกาศตารางฉายหนังของช่วง 3 วันแรกแล้วนะ เราก็เลย copy ข้อมูลจากเว็บไซท์ของหอภาพยนตร์ ศาลายา มาไว้ตรงนี้ด้วย เพื่อประโยชน์ของตัวเราเองเวลาที่เราต้องการค้นข้อมูลในอนาคต

 

FRIDAY 11 July

 

13:00 - DOC 1 (122 min)



Blame (Christian Frei / Switzerland / 2025 / 122 min)




เมื่อโลกถูกกลืนกินโดยการระบาดใหญ่ของ COVID-19 สามนักวิทยาศาสตร์ที่เคยทำนายการมาถึงของมันล่วงหน้ามานานแล้ว ไม่เพียงแต่จะต้องต่อสู้กับไวรัสเท่านั้น หากยังต้องต่อสู้กับบรรดาคลื่นข้อมูลที่บิดเบือน, ทฤษฎีสมคบคิด และการกล่าวโทษทางการเมืองที่คุกคามที่จะบดบังความจริง นี่คือเรื่องราวของพวกเขา ภาพยนตร์เรื่อง Blame เป็นส่วนหนึ่งของการสืบสวนและส่วนหนึ่งเป็นแนวระทึกขวัญ ที่จะสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างวิทยาศาสตร์, การเมือง และสื่อ 

 

15:30 SHORT 1 (83 min)



Julian and the Wind (Connor Jessup / Canada / 2024 / 15:29 min)



สองเพื่อนร่วมห้องในโรงเรียนประจำมีประสบการณ์แปลก ๆ เกี่ยวกับการเดินละเมอ



The Feast (Virundhu) (Rishi Chandna / India / 2023 / 24:52 min / Thailand Premiere)



ชาวประมงหญิงคนหนึ่งท้าทายนักการเมืองท้องถิ่นผู้ทรงอิทธิพลด้วยการจัดงานเลี้ยงให้เขา โดยใช้เมนูลับที่ไม่มีวันลืมเลือนซึ่งอาจช่วยกอบกู้ทะเลสาบที่กำลังจะตายของเธอได้



The Man who Couldn´t Stay Silent (Nebojša Slijcecic / Croatia, France, Bulgaria / 2024 / 14 min / Thailand Premiere) 



27 กุมภาพันธ์ 1993 สเติร์ปซี, บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา รถไฟโดยสารจากเบลเกรดไปยังบาร์ถูกหยุดโดยกองกำลังกึ่งทหารในการปฏิบัติการกวาดล้างชาติพันธุ์ ในขณะที่พวกเขาลากตัวพลเรือนผู้บริสุทธิ์ออกไป มีเพียงชายคนเดียวจากผู้โดยสาร 500 คนที่กล้าลุกขึ้นต่อต้านพวกเขา นี่คือเรื่องจริงของชายผู้ไม่สามารถนิ่งเงียบอยู่ได้



Mercenaire (Pier-Philippe Chevigny / Canada, Quebec / 2024 / 14:58 min / Thailand Premiere)       



อดีตนักโทษผู้หนึ่งได้รับการว่าจ้างให้ทำงานในโรงฆ่าสัตว์จากโครงการฟื้นฟูสังคม เขาดิ้นรนเพื่อหางานอื่นในขณะที่พยายามระงับความรุนแรงที่ปะทุอยู่ในตัว



In the Garden of Tulips / Julia Elihu / USA / 2023 / 13:40 min / Thailand Premiere)

 

ในช่วงที่สงครามอิหร่าน-อิรักทวีความรุนแรงขึ้นถึงขีดสุด แคโรไลน์ได้นั่งรถไปกับพ่อของเธอสู่ชนบทของเมืองเบียร์จันด์ในประเทศอิหร่าน

 

SATURDAY 12 JULY 2025

 

13:00 DOC 2 (80 min)



The Adventures of the Black Girl in Her Search for Mabel Dove (Nnenna Onuoha / Ghana, Germany / 2024 / 14:56 min / Thailand Premiere)


        

ในโลกหลังหายนะที่เอกสารจดหมายเหตุถูกทำลาย หญิงสาวผิวดำคนหนึ่งออกเดินทางตามหา เมเบล โดฟ นักเขียนจากอดีตผู้ซึ่งผลงานของเธอเป็นแรงบันดาลใจให้กับเธอ เมื่อทั้งร้านหนังสือสตรีนิยมและอาจารย์สอนแอฟริกันศึกษาไม่สามารถช่วยเธอได้ เธอก็หันไปพึ่งพวกลัทธิแก้ ซึ่งเป็นนักประวัติศาสตร์ใต้ดิน แล้วในคลังข้อมูลไซเบอร์ของพวกเขานั่นเอง ในที่สุดเธอก็พบโดฟและใช้เวลาช่วงบ่ายด้วยกัน



Messengers (Jeffrey Zablotny / Canada / 2025 / 45 min / Asia Premiere)   



ภายใต้พื้นผิวโลก ชุมชนวิทยาศาสตร์กำลังค้นหาคำตอบอย่างลับที่สุด ในสถานที่ที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักและเข้าถึงได้ยากเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นในแคนาดา ญี่ปุ่น หรือ แอนตาร์กติกา สิ่งที่เล็กจ้อยที่สุดจะถูกศึกษาเพื่อทำความเข้าใจถึงสิ่งที่กว้างใหญ่สุดจะหยั่งถึง นี่คือการสำรวจที่น่าเวียนหัว เปี่ยมด้วยบทกวีและจิตวิญญาณของความเป็นอนันต์ และสิ่งที่อยู่เหนือกว่านั้น



A Night That Took Everything (Nida Mehboob / Pakistan, Finland / 2025 / 19:25 min / Asia Premiere)   



กฎหมายดูหมิ่นศาสนาเป็นความผิดที่มีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิตในปากีสถาน ชายคนหนึ่งถูกกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรมและถูกตัดสินประหารชีวิต ลูกสาวของเขาซึ่งทั้งเสียใจและโกรธแค้น ได้ทบทวนถึงความเป็นจริงอันโหดร้ายในประเทศบ้านเกิดของเธอ

 

15:00 DOC 3 (95 min)



On Air (Astrid Ardagh / Norway / 2024 / 21 min)



หลังจากเกิดการโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ในสงครามยูเครน หมู่เกาะอาร์กติกของนอร์เวย์ก็ไม่สามารถติดต่อสื่อสารได้อีก ภาพยนตร์เรื่องนี้สำรวจบทบาทสำคัญของ นักวิทยุสมัครเล่น ในการรักษาระบบสื่อสารสำรองของเราให้คงอยู่



142 Years (Stelios Kouloglou / Greece / 2024 / 74 min)       



ในเรือนจำของกรีซ ผู้ลี้ภัยและผู้อพยพหลายพันคนถูกตัดสินว่ามีความผิดในฐานะผู้ค้ามนุษย์ เจสัน อะพอสโตโลปูลอส นักกู้ภัยผู้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล พยายามช่วยชีวิตผู้ลี้ภัยผู้บริสุทธิ์สามคน คนแรกถูกตัดสินจำคุก 142 ปี และอีกสองคนถูกตัดสินจำคุกคนละ 50 ปี ในหนังขึ้นโรงขึ้นศาลที่ลากยาวมานานกว่าหนึ่งปีนี้ เจสันและสหายของเขาจะสามารถช่วยพวกเขาให้เป็นอิสระได้หรือไม่?

 

17:00 SHORT 2 (66 min)



Welcome Home (VELKOMMEN HJEM) / Amanda Nalbant Nordpoll / Norway / 2023 / 12 min)



เมื่อครอบครัวพัง ๆ ครอบครัวหนึ่งมารวมตัวกันสำหรับอาหารค่ำคริสต์มาสประจำปี ทอร์มอด ลูกชายคนโต เห็นโอกาสที่จะแนะนำญาติคนใหม่ล่าสุดของเขา นั่นคือหญิงสาวสวยคนหนึ่ง



Family Sunday (Domingo familiar) (Gerardo Del Razo / Mexico / 2024 / 17:59 min / Asia Premiere)



สำหรับชานเมืองของเม็กซิโกซิตี การรีดไถจากพ่อค้าแม่ค้าและผู้อยู่อาศัยในพื้นที่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกวัน ในวันอาทิตย์ที่อากาศสดใส ในบ้านหลังฟนึ่งในแถบนี้ พ่อค้าคนหนึ่งยังไม่ยอมจ่ายค่าคุ้มครอง และมือปืนรับจ้างก็ได้เดินทางมาเพื่อยื่นคำขาดกับเขา



Coal (Charbon) (Saman Lotfian / Iran / 2023 / 19:40 min / Asia Premiere)   



อีซาและมุกห์ตาร์เป็นคนงานเหมืองสองคนที่ทะเลาะกัน อีซาผลักมุกห์ตาร์ล้มลงกับพื้น ถังออกซิเจนของมุกห์ตาร์กระแทกพื้น ทำให้ก๊าซออกซิเจนรั่วไหลออกมาจำนวนมาก ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นกับถังออกซิเจนของมุกห์ตาร์ ขณะที่ทุกคนกำลังทำงานอยู่ในเหมือง อีซาก็ตระหนักว่าก๊าซมีเทนกำลังรั่วไหลอยู่ในอุโมงค์ อีซาช่วยคนงานหลายคนไว้ได้ แต่มุกห์ตาร์เสียชีวิตในอุบัติเหตุเนื่องจากถังออกซิเจนว่างเปล่า อีซาโทษตัวเองกับการตายของมุกห์ตาร์ ซึ่งเขาติดว่านั่นคือการยอมรับผิดในข้อหาฆาตกรรม ตอนนี้อีซาต้องเลือกระหว่างการโกหกและกลายเป็นวีรบุรุษ หรือบอกความจริง ซึ่งจะทำให้เขากลายเป็นฆาตกร



Sanki Yoksa (Azer Guliev / France / 2024 / 16 min / Thailand Premiere)




เมื่อซาเมียร์และไลลาตัดสินใจหนีความขัดแย้งของครอบครัว ซาเมียร์ก็หายตัวไปในเช้าวันรุ่งขึ้น การตามหาของไลลาทำให้เธอเข้าไปพัวพันกับชะตากรรมที่ผูกพันกับการหายตัวไปอย่างลึกลับของเขา จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของปริศนาเสียเอง

 

SUNDAY 13 JULY 2025

 

13:00 DOC 4 (74 min)

 

Phoenix (Elisabeth Rasmussen / Norway / 2023 / 30 min / Asia Premiere)

 

เอลิซาเบธได้รับคำวินิจฉัยว่าเป็นโรคร้ายที่ไม่อาจรักษาจากโรงพยาบาลในนอร์เวย์ ด้วยความช่วยเหลือจากเพื่อน ๆ เธอเดินทางไปยังโรงพยาบาลในนิวยอร์กเพื่อพยายามรักษาชีวิต ที่นั่นเธอได้พบกับสุนัขจรจัดตัวหนึ่งซึ่งเธอรับมาเลี้ยง ในช่วงเวลาที่วุ่นวายของการรักษามะเร็ง เชื้อโควิด-19 ก็เริ่มระบาด นี่คือภาพยนตร์เกี่ยวกับความศรัทธา แม้ในช่วงเวลาที่มืดมิดที่สุด

 

The Orchards (Basateen) (Antoine Chapon / France / 2025 / 24:41 min)  



ในปี 2015 ย่านบาซาตีน อัล-ราซี ในกรุงดามัสกัสถูกรื้อถอนจนราบเป็นหน้ากลอง เพื่อเป็นการลงโทษที่ประชาชนลุกฮือขึ้นต่อต้านระบอบการปกครองของบาชาร์ อัล-อัสซาด พื้นที่แห่งนี้ถูกกำหนดให้แทนที่ด้วยเมืองมาโรตา ซึ่งเป็นย่านที่ทันสมัยและเชื่อมโยงถึงกัน โดยมีตึกระฟ้า 80 แห่ง สิบปีต่อมา หลังจากสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไป อดีตผู้อยู่อาศัยสองคนได้หวนรำลึกถึงย่านที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ตั้งของบ้านของพวกเขาและสวนผลไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในดามัสกัส ด้วยคำบอกเล่าของพวกเขาและการนำแอนิเมชัน 3 มิติ ความทรงจำจึงถูกปลุกให้ตื่นขึ้นเพื่อต่อต้านการลบเลือนนี้



Invisible Countdown      (Amir Ovadia Steklov / Germany / 2024 / 13:59 min) 



ชาวยิวในเยอรมนีได้รับอนุญาตให้แสดงความคิดเห็นเชิงวิพากษ์วิจารณ์สงครามในฉนวนกาซาได้หรือไม่ หรือพวกเขารู้สึกว่าจำเป็นต้องแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับอิสราเอล? อามีร์สงสัยว่าเขาจะถูกมองอย่างไรในฐานะชาวยิวผู้รักสันติที่นี่ ภาพอินฟราเรดนำเสนอความงามของการกลับด้าน สิ่งที่มองไม่เห็นกลับกลายเป็นมองเห็นได้ และถูกเห็นว่าเป็นอื่น หูฟังตัดเสียงรบกวนช่วยให้ความเงียบภายนอกเข้ามาแทนที่ชั่วขณะ เพื่อให้ความสนใจกับภายใน ในภาพ: การนับถอยหลังจาก 24 เฟรมต่อวินาทีสู่ศูนย์



Rains Don’t Make Us Happy Anymore (Yashasvi Juyal / India / 2025 / 6 min / Asia Premiere)  



ในเทือกเขาหิมาลัย ยังมีหมู่บ้าน Lohari ที่จมอยู่ใต้น้ำของเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ สมาชิกคนสุดท้ายของชนเผ่า Jaunsari ซึ่งอาศัยอยู่ในซากปรักหักพังของหมู่บ้านที่ถูกน้ำท่วม หวนรำลึกถึงช่วงเวลาที่ผืนดินเคยเปี่ยมไปด้วยมนตรา เรื่องราวของเด็กชายคนนี้เปิดเผยขึ้นผ่านจดหมายที่ส่งถึงเด็กหญิงคนหนึ่งซึ่งจากไปนานแล้ว ทำให้เส้นแบ่งระหว่างความเป็นจริงกับตำนานพร่าเลือน

 

15:00 DOC 5 (114 min)

 

Ceasefire (Prekid Vatre) / Jakob Krese / Germany, Italy, Slovenia / 2025 / 31:21 min)



เพื่อหลีกหนีความเจ็บปวด ฮาซิราจึงเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา: เธอทำความสะอาด เธอผ่าฟืน เธอหนีจากความทรงจำ หนีจากปัจจุบัน และหนีจากความกลัวว่าทุกสิ่งจะหวนกลับมาซ้ำรอย ฮาซิราผู้รอดชีวิตจากการสังหารหมู่ที่สเรเบรนิกา ใช้ชีวิตอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยในประเทศของเธอเองมาเกือบสามทศวรรษ ด้วยอารมณ์ขันแบบประชดประชันและความเข้มแข็งอันเงียบงัน เธออดทนต่อบาดแผลทางใจ ในปี 2025 จะครบรอบ 30 ปีของการสังหารหมู่ครั้งนั้น



To escape the pain, Hazira is constantly on the move: she cleans, she chops wood. Constantly on the run from memories, from the present and from the fear that everything will repeat itself. Hazira survived the Srebrenica massacre. She has been living in a refugee camp in her own country for almost three decades. With gallows humour and quiet strength, she withstands the trauma. 2025 will mark 30 years since the massacre. 

 

Road to Nowhere / Caroline D’hondt / Belgium / 2024 / 82 min / Asia Premiere)



ดินแดนอินูอิตอันห่างไกลจากโลกภายนอก อีกาลูอิต เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ เพราะผู้คนมากมายหลั่งไหลมาจากทั่วทุกมุมโลกเพื่อมาทำงานในเมืองหลวงแห่งดินแดน นูนาวุต ของแคนาดา เมืองที่มีประชากรราว 8,000 คน ซึ่งเป็นเหมือนโลกย่อส่วนที่หลากหลายบนผืนดินอาร์กติก



"Road to Nowhere" ชวนคุณเดินทางไปบนถนนน้ำแข็งที่เริ่มต้นและสิ้นสุดลงในสถานที่ที่หลากหลายโลกอยู่ร่วมกัน ภาพยนตร์เรื่องนี้จะพาคุณก้าวผ่านประตูทั้งในทางกายภาพและเชิงเปรียบเทียบ เพื่อสังเกตเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน ท่าทางซ้ำ ๆ และนิสัยของผู้คนแต่ละคน ที่นี่คือการจับภาพว่าชีวิตดำเนินไปอย่างไรในแง่มุมที่ใกล้ชิดและเป็นปกติ เป็นมุมมองที่ตั้งคำถามถึงการมีอยู่ของแต่ละบุคคล ความสัมพันธ์กับรากเหง้า และอนาคตของพวกเขา ภาพยนตร์เรื่องนี้เผยให้เห็นตัวเองราวกับผืนผ้าใบที่ถักทออย่างประณีตให้เป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังรวมหมู่ ณ สุดขอบโลก ที่ซึ่งเรื่องธรรมดา บทกวี และความขัดแย้งเกี่ยวพันกัน

In Inuit land, away from the world, Iqaluit is nevertheless a cosmopolitan city, because many people come from the four corners of the world to work in this capital of the Canadian territory of Nunavut. A city where some 8,000 inhabitants live, a diverse microcosm in Arctic soil.



Road to Nowhere invites you to travel the icy road that begins and ends in this place where many worlds coexist. A film which undertakes to cross doors literally and figuratively, to observe everyday events, the repetition of gestures and the habits of each person. Here, it is

a question of capturing how life unfolds in the intimate and the ordinary, a sideways look that questions the presence of each person, the relationship to their roots and their future. A film that reveals itself as a canvas skilfully woven into a collective fresco on the edge of the world where the trivial, poetry and paradox intertwine.

 

17:00 SHORT 3 (83 min)



Sorry I’m Late (But I Brought A Choir) (Håkon Anton Olavsen / Norway / 2024 / 10 min / Thailand Premiere)


        

ค่ำคืนยังอีกยาวไกล ในขณะที่คณะนักร้องประสานเสียงที่กำลังเมามายกำลังรออยู่ที่โถงทางเดิน นีน่าจะยอมให้พวกเขาเข้ามาในปาร์ตี้ของเธอหรือไม่? แล้วนี่เป็นปาร์ตี้จริง ๆ หรือเปล่า?

        

Poet (Sun Kun / United Kingdom / 2023 / 22 min / Thailand Premiere)


        

ฮวา พนักงานโรงงานผู้หลงใหลในวรรณกรรม เธอมีความสัมพันธ์ลับ ๆ กับหัวหน้าคนงาน เมื่อเธอค้นพบโปสเตอร์งานอีเวนต์ในร้านหนังสือเก่าๆ เธอจึงตกหลุมรักบทกวี

 

I Love You Life (Agnieszka Chojnacka / Poland / 2024 / 30 min)



ในโลกที่ไร้มนุษย์ ผู้มาเยือนพบว่าตัวเองกำลังสำรวจซากอารยธรรมของโลก พิพิธภัณฑ์ของโปแลนด์กลายเป็นดินแดนลึกลับแห่งการคาดเดาและจินตนาการ ที่ซึ่งผลงานศิลปะกลับมามีชีวิตอีกครั้งหลังจากการสิ้นสุดของมวลมนุษยชาติ ความรู้สึกรันทดขบขันและเศร้าโศกปรากฏอยู่เท่าเทียมกัน ลัทธิโครงสร้างนิยมโลดแล่นไปกับแนวโรแมนติกตามจังหวะของโอเปร่า "สนธยาของทวยเทพ"



Unspoken (Damian Walshe-Howling / Australia / 2023 / 20:54 min) 



ปี 1979 ขณะที่การประท้วงรุนแรงปะทุขึ้นทั่วเมืองซิดนีย์ มารีน่าซึ่งเกิดในโครเอเชียถูกบังคับให้เปิดเผยความสัมพันธ์ลับกับแฟนหนุ่มชาวออสเตรเลีย เนื่องจากพายุการเมืองที่ทวีความรุนแรงขึ้นได้ซัดเข้าสู่บ้านในวัยเด็กของเธอพร้อมกับผลลัพธ์ที่เลวร้าย

++++++++

มนต์รัก TRANS SISTERS

 

สืบเนื่องจากโพสท์ข้างล่าง เกี่ยวกับ หนังในจินตนาการเรื่อง “มนต์รัก TRANS SISTERS” ที่เกี่ยวข้องกับสองสาว TRANS ผจญภัยในชนบทของไทยในช่วง WW III (สงครามโลกครั้งที่สาม)

 

เราก็เลยจินตนาการต่อเล่น ๆ ว่า ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สามนั้น นอกจากตัวละครต่าง ๆ ในหนังจะมีอัตลักษณ์ทางเพศที่หลากหลายแล้ว ตัวละครก็อาจจะต้องแนะนำตัวเองหรือมีประวัติติดตัวด้วยว่า ตัวเองฝักใฝ่ฝ่ายใด อย่างเช่น ฝักใฝ่อเมริกา, ฝักใฝ่จีน, ฝักใฝ่รัสเซีย, ฝักใฝ่ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์, etc.

 

และนอกจากตัวละครนำของหนังที่เป็นสองสาว trans แล้ว ตัวละครนำอีกคน (ซึ่งอาจจะเป็นพระเอกของหนัง) ก็จะเป็น “NON-ALIGNMENT NON-BINARY” หรือ NON-BINARY ที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด

 

และตัวร้ายของหนังก็เป็นเพศใดก็ได้ ที่ฝักใฝ่เนทันยาฮู

 

ใครจะเอาไอเดียอะไรในนี้ไปใช้ต่อยอดอะไรก็ได้ตามสบายนะจ๊ะ

 

ขอบคุณภาพประกอบจากคุณ Nil Paksnavin

 

แรงบันดาลใจจากโพสท์นี้

https://web.facebook.com/pornrit.soumapanao/posts/pfbid0ZoABSqy1GSgJSSzfjuRFJXvSMrjzy7rBpiVEZNjCQzE62666PKeMZr8Tuwy8e3Dql

+++++

 

Favorite Soundtrack

 

DAMN I WISH I WAS YOUR LOVER (1992, Sophie B. Hawkins) in BRIDE HARD (2025, Simon West, A+15)

 

ดีใจเสมอที่ได้ยินเพลงที่เราชอบเมื่อ 30-40 ปีก่อน ถูกใช้ในหนังยุคปัจจุบัน 55555

https://www.youtube.com/watch?v=Lt6r-k9Bk6o&list=RDLt6r-k9Bk6o&start_radio=1

+++++++++

 

FAVORITE FEMALE FIGHTING CHARACTERS

 

16. Hsiao-Hsueh (จงฉู่หง หรือ Cherie Chung) from GOLDEN SWALLOW โอม สู้แล้วอย่าห้าม (1987, O Sing-Pui, Hong Kong, A+30)

 

GOLDEN SWALLOW นี่ก็ถือเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งสำหรับดิฉันที่แสดงให้เห็นว่า “หนังที่ดี” กับ “หนังที่ดิฉันชอบสุดขีด” เป็นสิ่งที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลยแม้แต่นิดเดียว 55555 เพราะถ้าหากเทียบกับ “โปเย โปโลเย” A CHINESE GHOST STORY (1987, Ching Siu-Tung, Hong Kong, A+30) แล้ว A CHINESE GHOST STORY ก็เป็น “หนังที่ดี” กว่าอย่างเห็นได้ชัด แต่ยังไง ๆ ดิฉันก็อินกับตัวละครนางเอกของ GOLDEN SWALLOW มากกว่าอยู่ดี และก็เลยส่งผลให้ดิฉันชอบ GOLDEN SWALLOW มากกว่า A CHINESE GHOST STORY อย่างรุนแรงมาก

 

เพราะฉะนั้นถ้าหากเห็นดิฉันชื่นชม “หนังห่วย ๆ” เรื่องใด ๆ ก็ตาม ก็ไม่ต้องประหลาดใจนะคะ มันเป็นเรื่องที่ปกติและเกิดขึ้นเป็นประจำในชีวิตของดิฉันค่ะ เพราะดิฉันมักจะอินกับตัวละครใน “หนังห่วย ๆ” ในสายตาของคนอื่น ๆ อยู่เสมอ และมักจะไม่อินกับ “นางเอก” ใน “หนังดี ๆ” ในสายตาของคนอื่น ๆ 55555

 

ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจดีเหมือนกัน ที่หนังสองเรื่องที่คล้ายกันมาก ๆ แต่ดิฉันกลับชอบหนังที่ห่วยกว่าอย่างเห็นได้ชัด ดิฉันเดาว่า สาเหตุที่ดิฉันอินกับ GOLDEN SWALLOW มากกว่า คงเป็นเพราะตัวละครที่ “หวังจู่เสียน” แสดงใน A CHINESE GHOST STORY ดู “สวยแบบผู้หญิง” มากเกินไป จนดิฉันดูแล้วไม่สามารถ identify ตัวเองด้วยได้ เหมือนตัวละครของ “หวังจู่เสียน” มา “เพื่อให้ผู้ชายหลงรัก” อะไรทำนองนั้น

 

ส่วนตัวละครของ “จงฉู่หง” ใน GOLDEN SWALLOW นั้น ถึงแม้ตัวละครตัวนี้ดูคล้ายกับตัวละครนางเอกของ A CHINESE GHOST STORY แต่ดิฉันก็รู้สึกว่าตัวละครตัวนี้มี “พลังทางการสังหารผู้คน” หรือ “พลังทางการต่อสู้” สูงกว่าตัวละครของหวังจู่เสียน เหมือนเธอมา “เพื่อต่อสู้” มากกว่ามา “เพื่อให้ผู้ชายหลงรัก” น่ะ ดิฉันก็เลยอินกับตัวละครตัวนี้อย่างรุนแรงสุดขีด

 

และอีกสาเหตุหนึ่งที่ดิฉันอินกับตัวละครของจงฉู่หงในหนังเรื่องนี้มาก ๆ ก็เป็นเพราะ “อาวุธที่เธอใช้” ซึ่งเป็น “อาวุธในฝันของกะเทยอย่างดิฉัน” ค่ะ นั่นก็คือ เธอใช้ “ผ้า” เป็นอาวุธ

 

คือถ้าหากถามว่า ตัวละครแนว fighting female characters ที่ดิฉันชอบมากที่สุดในชีวิตคือใคร ตัวละครตัวนั้นก็คงเป็นนางเอกของ SUKEBAN DEKA ภาคสอง ที่แสดงโดย Yoko Minamino ที่ใช้ “ลูกดิ่ง” เป็นอาวุธ

 

แต่ถ้าหากเลือกเฉพาะ “อาวุธ” ที่ใช้แล้วล่ะก็ หนึ่งใน “อาวุธ” ที่ดิฉันชอบมากที่สุด ก็ไม่ใช่ “ปืน” อย่างแน่นอน และก็ไม่ใช่ “ลูกดิ่ง” ด้วย แต่เป็น “ผ้า” และ “เข็มพิษ” นี่แหละมั้ง ที่เป็นอาวุธที่ดิฉันชื่นชอบมากที่สุด ซึ่งตัวละครที่ใช้ “ผ้า” เป็นอาวุธได้อย่างสะใจดิฉัน ก็มีนางเอกของ GOLDEN SWALLOW, เจ้าแม่วังบุปผา จาก “เดชเซียวฮื่อยี้” (เวอร์ชั่น เหลียงเฉาเหว่ย) และ “น้องสาวของเจ้าแม่วังบุปผา” นี่แหละ

 

“โอม สู้แล้วอย่าห้าม” มีให้ดูตลอดทั้งเรื่องในยูทูบนะ

 

17. เจ้าแม่วังบุปผา (Maggie Chan) จาก “เดชเซียวฮื่อยี้” TWO MOST HONORABLE KNIGHTS (1988, Hong Kong TV series)

 

18. น้องสาวเจ้าแม่วังบุปผา จาก “เดชเซียวฮื่อยี้” TWO MOST HONORABLE KNIGHTS (1988, Hong Kong TV series)

 

ดูฉากการต่อสู้ระหว่าง เจ้าแม่วังบุปผา กับน้องสาว ได้ที่นี่นะ (แบบพากย์ไทย)

https://web.facebook.com/jit.phokaew/videos/10201440219070763/

 

แบบภาษาจีน
https://www.youtube.com/watch?v=rYwdL7-GxxA&list=PLUxlohmoXramp_i1Yv4mZy8yWXgUjA3gy&index=8

 

ฉากเปิดของ “เดชเซียวฮื่อยี้” ที่ตัวละครใช้ผ้าเป็นอาวุธในนาทีที่ 7-9 นี่มันคลาสสิคจริงๆ

https://www.youtube.com/watch?v=QFAplxImPsU&list=PLUxlohmoXramp_i1Yv4mZy8yWXgUjA3gy

+++++++

Lin Po-hung แสดงหนังเรื่อง SALLI นี้ด้วย เราเคยตกหลุมรักเขาอย่างรุนแรงจากหนังเรื่อง SUFFOCATING LOVE (2024, Liao Ming-Yi, Taiwan)

 

++++++

IMAGINARY CLASSIC FILM PROGRAM FOR BANGKOK

 

1.DER BIß (1984, Marianne Enzensberger, West Germany, 84min)

 

2. HOURS FOR JEROME (1982, Nathaniel Dorsky, USA, 45min)

 

3. ‘RAMEAU’S NEPHEW’ BY DIDEROT (THANX TO DENNIS YOUNG) BY WILMA SCHOEN (1974, Michael Snow, Canada, 4hrs 15min)

 

4. THE SATIN SLIPPER (1985, Manoel de Oliveira, Portugal, 6hrs 50min)

 

5. THAT DAY, ON THE BEACH (1983, Edward Yang, Taiwan, 2hrs 46min)