Showing posts with label FAVORITE FIGHTING FEMALE CHARACTERS. Show all posts
Showing posts with label FAVORITE FIGHTING FEMALE CHARACTERS. Show all posts

Friday, July 10, 2026

MORTE CUCINA VS. TWILIGHT PORTRAIT

 

THE PYRAMID (1976, Gary Kent, 94min) นึกว่าบรรพบุรุษของ Chulayarnnon Siriphol 55555

 

แอบอยากรู้ว่า SORRY TO BOTHER YOU (2018, Boots Riley) จะมีซับไตเติลไหม เพราะถ้าหากฉายแบบไม่มีซับ ให้เราฟังภาษาอังกฤษเอง เราก็อาจจะฟังไม่ค่อยออกนะ

+++

คำถามไร้สาระ: ร้านอาหารที่ “สาว” ทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟ ในช่วงต้นเรื่อง มันชื่อร้านอะไรน่ะ

 

คือสาวเคยเรียนทำอาหารใน “จันท์แรมคูลินารี” แล้วพอช่วงกลางเรื่อง สาวก็เปิดร้านอาหาร “ครัวสาว” แล้วช่วงท้ายเรื่อง สาวก็เปิดร้านอาหาร “จันทรา”

 

พอเราเห็นชื่อร้าน “จันทรา” เราก็เลยแอบสงสัยว่า ชื่อร้านที่สาวทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟในช่วงต้นเรื่อง มันมีชื่อว่าอะไร มันชื่อว่า “รสริน” อะไรทำนองนั้นหรือเปล่า 55555

+++

 

Favorite Fighting Female Characters: 25. Sita (Alia Bhatt) from ALPHA (2026, Shiv Rawail, India, 141min, A+25)

Favorite Fighting Female Characters: 26. Durga (Sharvari) from ALPHA (2026, Shiv Rawail, India, 141min, A+25)

 

ขอบคุณเพื่อน ๆ ที่มาช่วยยืนยันว่า “รสริน จันทรา” ถูก mention ถึงในหนังเรื่อง MORTE CUCINA ครัวสาว (2025, Pen-ek Ratanaruang, A+30) ด้วย

+++

THE FAVOR (1994, Donald Petrie) มี Ken Wahl สามีเก่าของเราร่วมแสดงด้วยนะ เราเองก็ยังไม่เคยดูหนังเรื่องนี้ แต่เราเคยคลั่งไคล้ Ken Wahl อย่างรุนแรงสุดขีดจากละครโทรทัศน์เรื่อง WISEGUY (1987-1990) ที่เคยมาฉายทางช่อง 3

 

เมื่อกี้เราสงสัยว่า Ken Wahl หายสาบสูญไปไหน เราก็เลยเช็คดู แล้วก็ตกใจสุดขีดเมื่อพบว่าเขาอำลาวงการในปี 1996 เพราะเขากลายเป็นคนพิการเนื่องจากได้รับบาดเจ็บที่คอและกระดูกสันหลังอย่างรุนแรง

 

Ken Wahl

https://www.imdb.com/name/nm0906261/?ref_=tt_cst_t_6

+++

 

หนึ่งในสิ่งที่เราชอบสุดขีดในหนังเรื่อง ALPHA (2026, Shiv Rawail, India, 141min, A+25) ก็คือการที่มันจงใจ tribute ให้ “หนังผู้หญิงบู๊” หลาย ๆ เรื่องที่เราชอบมาก ๆ

 

1. ฉากหน้าผาใน ALPHA น่าจะเป็นการจงใจ tribute ให้ “สวยประหาร” THE HEROIC TRIO (1993, Johnnie To, Hong Kong)

 

2. ฉากร้านอาหารนี่แน่นอนว่าจงใจ tribute ให้ LA FEMME NIKITA (1990, Luc Besson, France)

 

3. ฉากที่ “สีดา” ปะทะกับ “ทุรคา” ครั้งแรก แล้วมีการขว้างมีด เราว่ามันคือการจงใจ tribute ให้ ELEKTRA (2005, Rob Bowman) ซึ่งมีฉากที่อีเลคตรากับแอบบี้ปะทะกันครั้งแรกในบ้านแล้วมีการขว้างมีดเหมือนกัน

 

ถ้าหากใครนึกออกว่ามีฉากไหนใน ALPHA ที่ tribute ให้หนังเรื่องไหนอีก ก็บอกมาได้นะคะ

 

เราชอบ ALPHA ในระดับพอ ๆ กับ ELEKTRA นะ แต่ชอบน้อยกว่า LA FEMME NIKITA, สวยประหาร, NAKED WEAPON (2002, Ching Siu-tung, Hong Kong), SO CLOSE (2002, Corey Yuen, Hong Kong)

 

เพราะว่า LA FEMME NIKITA มันมีจุดเด่นที่ความเป็นมนุษย์ของตัวละคร ส่วนหนังฮ่องกงมันก็มีจุดเด่นที่ฉากต่อสู้ที่ทำได้อย่างถึงพริกถึงขิง มันส์สะเด็ดน่ะ ซึ่งเราว่า ALPHA มันยังสู้หนังฝรั่งเศสและหนังฮ่องกงตรงจุดนี้ไม่ได้

 

เหมือนหนังบู๊อินเดีย ซึ่งรวมถึง ALPHA มันมีจุดเด่นที่ “การโพสท่าเก๋ ๆ” ของตัวละครน่ะ เหมือนการโพสท่าเก๋ ๆ มันถูกใช้ช่วยกลบ “ความสามารถทางการต่อสู้/ความเชี่ยวชาญด้านการแสดงคิวบู๊” ของนักแสดงอินเดีย ที่คงด้อยกว่านักแสดงฮ่องกงในด้านนี้

 

และเราก็เลยเดาว่า การที่นางเอกทั้งสองคนของ ALPHA เน้นใช้ “ปืน” ในหลาย ๆ ฉาก ก็เพื่อจะได้ช่วยกลบจุดด้อยด้านนี้ด้วย เพราะพอตัวละครใช้ปืนเป็นอาวุธ นักแสดงก็ไม่จำเป็นต้องเล่นคิวบู๊ที่ซับซ้อนและยากเหมือนกับหนังฮ่องกง

 

เพราะฉะนั้นเราก็เลยชอบ THE FURIOUS (2025, Kenji Tanigaki, Hong Kong/China, A+30) อย่างสุดขีด เพราะ THE FURIOUS เหมือนเป็นหนังที่ผู้กำกับรู้ว่าตัวเองมีจุดเด่นและจุดด้อยในด้านใด แล้วสร้างหนังที่สอดรับกับจุดเด่นและจุดด้อยของตนเอง เพราะฉะนั้น THE FURIOUS ก็เลยเป็นหนังที่ “เนื้อเรื่องแทบไม่มีความสำคัญ” และเน้นจุดเด่นของตนเอง ซึ่งก็คือฉากบู๊แบบไปให้สุดทางสุดตีนของมัน

 

ส่วน ALPHA นั้น นักแสดงอาจจะไม่ได้มีความสามารถทางการต่อสู้มากเท่านักแสดงฮ่องกง ฉากบู๊ก็เลยทำได้ไม่มันส์เท่าหนังฮ่องกง แต่ไปเน้นการโพสท่าเก๋ ๆ แทน ซึ่งจุดด้อยแบบนี้อาจจะถูกกลบได้ถ้าหาก “เนื้อเรื่อง” มันดี สนุก ลุ้นระทึก น่าติดตาม

 

แต่เหมือนเนื้อเรื่องของ ALPHA มันก็ใช้ได้แค่ช่วงสององก์แรก และหนังก็มีจุดด้อยอย่างรุนแรงเรื่องความคลั่งชาติอินเดียในช่วงองก์สาม เราก็เลยชอบหนังเรื่องนี้แค่ในระดับ A+25

+++

 

DOUBLE BILL FILM WISH LIST

 

MORTE CUCINA ครัวสาว (2025, Pen-ek Ratanaruang, A+30)

+ TWILIGHT PORTRAIT (2011, Angelina Nikonova, Russia, A+30)

 

SPOILERS ALERT สำหรับหนังทั้งสองเรื่อง

--

--

--

--

--

1. เราเพิ่งดู MORTE CUCINA เมื่อวานนี้ พอดูแล้วก็เลยนึกถึง TWILIGHT PORTRAIT โดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะหนังทั้งสองเรื่องนี้เหมือนมีความใกล้เคียงกับหนังแนว rape revenge แต่ทั้งสองเรื่องก็ไม่ใช่หนังแนว rape revenge

 

ตอนดู MORTE CUCINA ช่วงแรก ๆ เราจะนึกถึง MARLINA THE MURDERER IN FOUR ACTS (2017, Mouly Surya, Indonesia, A+30) ด้วย เพราะมันมีความผู้หญิงทำอาหารเหมือนกัน แต่ MARLINA THE MURDERER IN FOUR ACTS จะเหมือนเป็นหนังแนว rape revenge ตามขนบ มีการแก้แค้นที่ตรงไปตรงมา เราเข้าใจนางเอกของหนังได้ง่าย ๆ ส่วน MORTE CUCINA นั้น เราว่าตัวละครนางเอกมีความ ambiguous มาก ๆ เราไม่สามารถเข้าใจอะไรตัวละครตัวนี้ได้ เราก็เลยไม่แน่ใจว่าสิ่งที่นางเอกทำไปนั้น มีความจงใจ revenge อยู่กี่ส่วน หรือเธอมีความปรารถนาอะไรอื่น ๆ แอบแฝงด้วยอยู่กี่ส่วน เราก็เลยรู้สึกว่า MORTE CUCINA นั้นเหมือนเฉียดใกล้ความเป็นหนัง rape revenge ในช่วงแรก ๆ ก่อนที่หนังมันจะพลิกหรือดำเนินไปในแนวทางของมันเอง

 

2. ส่วน TWILIGHT PORTRAIT นั้น ก็มีตัวละครนางเอกที่ “ยากจะเข้าใจได้” เหมือน MORTE CUCINA โดย TWILIGHT PORTRAIT นั้น เล่าเรื่องของสาวสวยในรัสเซียที่มีสามีแล้ว เธอถูกตำรวจ 3 คนข่มขืนอย่างทารุณ หลังจากนั้นเธอก็ตั้งใจจะแก้แค้นหนึ่งในตำรวจที่ข่มขืนเธอ แต่อยู่ดี ๆ เธอก็เปลี่ยนใจอย่างกะทันหันและอย่างไม่มีสาเหตุ เธอก้าวเข้าไปในชีวิตของตำรวจชั่ว กลายเป็นคนรักของเขา ร่วมรักกับเขา และ “พร่ำบอกรัก” เขาหลายครั้งหลายหนจนเขารำคาญ เธอไม่ได้แก้แค้นอะไรเลย

 

คือเราว่าตัวละครนางเอกของ TWILIGHT PORTRAIT นี่ยิ่งไปไกลกว่า MORTE CUCINA นะ เพราะนางเอกของ MORTE CUCINA ยังดูเหมือนจะมีความต้องการแก้แค้นอยู่บ้าง แต่ตัวละครนางเอกของ TWILIGHT PORTRAIT นี่เป็นอะไรที่ไม่ทราบชีวิตมาก ๆ

 

3. เราชอบ TWILIGHT PORTRAIT มากกว่า MORTE CUCINA มาก ๆ นะ เพราะถึงแม้เราจะไม่เข้าใจตัวละครนางเอกของหนังทั้งสองเรื่องนี้เหมือน ๆ กัน แต่ TWILIGHT PORTRAIT มันเป็นหนังแนว “มนุษย์” มาก ๆ น่ะ เรารู้สึกว่าตัวละครทุกตัวใน TWILIGHT PORTRAIT เหมือนมนุษย์จริง ๆ มาก ๆ

 

ส่วน MORTE CUCINA นั้น ก็อาจจะคล้าย ๆ กับหนังของเป็นเอกเรื่องอื่น ๆ ที่เราชอบสุดขีดเพราะเราชอบ mood and tone และองค์ประกอบต่าง ๆ ในภาพยนตร์ของเขา เหมือนเขาคุมทุกองค์ประกอบของหนังให้ออกมาราบรื่นและงดงามมาก ๆ สำหรับเรา แต่เราจะไม่ค่อยรู้สึกว่าตัวละครของเขาเป็นมนุษย์จริง ๆ อะไรทำนองนี้

 

4. ถึงแม้ตัวละครนางเอกของ TWILIGHT PORTRAIT จะทำในสิ่งที่ดูเหมือนผิดตรรกะมาก ๆ แต่เราก็ชอบหนังรัสเซียเรื่องนี้อย่างสุดขีดนะ เพราะเรารู้สึกว่า มันเหมือนสะท้อนภาพ “ความจำยอมของประชาชนรัสเซียต่อระบอบการปกครอง และพยายามปรับตัวเองให้อยู่รอดและมีความสุขกับระบอบการปกครองที่เลวร้าย” อะไรทำนองนี้ คือเหมือนตัวละครนางเอกของ TWILIGHT PORTRAIT อาจจะเป็นสัญลักษณ์แทนประชาชนรัสเซียหลาย ๆ คนที่เหนื่อยเกินกว่าที่จะลุกขึ้นต่อสู้กับความเลวร้ายในประเทศ ถึงแม้ว่าตัวเองจะถูกระบอบนี้กดขี่บีฑามากขนาดไหน และในที่สุดประชาชนกลุ่มนี้ก็เลือกที่จะปรับตัว สวามิภักดิ์กับระบอบ และกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบอบไป ซึ่งจุดนี้ก็อาจจะทำให้นึกถึงหนังเรื่อง A REPORT ON THE PARTY AND GUESTS (1966, Jan Nemec, Czechoslovakia, A+30)

 

แต่เราเดาว่า เราน่าจะตีความหนังเรื่อง TWILIGHT PORTRAIT ผิดนะ Angelina Nikonova ผู้กำกับหนังเรื่องนี้อาจจะไม่ได้ตั้งใจแบบนั้นก็ได้ ก็เอาเป็นว่า สิ่งที่เราเขียนมาในย่อหน้าข้างต้น คือสิ่งที่หนังเรื่อง TWILIGHT PORTRAIT ทำให้เรานึกถึง โดยที่ตัวหนังอาจจะไม่ได้ตั้งใจก็แล้วกัน

 

5. ในส่วนของ MORTE CUCINA นั้น นอกจาก mood and tone และองค์ประกอบต่าง ๆ ทางภาพยนตร์แล้ว อีกสิ่งที่เราชอบสุดขีดในหนังเรื่องนี้ ก็คือหนังเหมือนเสนอแนะ “วิธีการแก้แค้น” ในแบบที่แตกต่างไปจากหนังเรื่องอื่น ๆ น่ะ 5555 และหนังก็เหมือนเตือนให้เราระวังตัวเองในแบบที่เราชอบด้วย

 

คือดู MORTE CUCINA แล้ว ก็นึกถึงที่ใครบางคนเคยกล่าวหรือเขียนไว้เมื่อราว 40 ปีก่อนว่า ถ้าหากสหรัฐอยากทำลายเวียดนาม สหรัฐไม่ควรทิ้ง “ระเบิด” ใส่เวียดนาม แต่ควรทิ้ง “น้ำอัดลม ช็อคโกแลต อาหารฟาสท์ฟู้ด” หรืออะไรทำนองนี้ ใส่เวียดนาม เพราะสิ่งเหล่านี้นี่แหละ ที่จะบ่อนทำลายเวียดนามได้อย่างมีประสิทธิภาพเสียยิ่งกว่าระเบิดใด ๆ

 

ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็น่าจะเป็นจริงนะ เพราะสิ่งเหล่านี้นอกจากจะบ่อนทำลายสุขภาพของประชากรในประเทศต่าง ๆ ได้ดีแล้ว สิ่งเหล่านี้ก็ยังหลอกล่อให้ประชากรในประเทศต่าง ๆ มองสหรัฐในแง่ดี ชื่นชมสหรัฐ รู้สึกเป็นมิตรต่อสินค้าสหรัฐและตัวประเทศสหรัฐเองด้วย 55555 คือสิ่งเหล่านี้สามารถทำลายสุขภาพร่างกายของประชากรประเทศอื่น ๆ แต่สามารถซื้อใจของประชากรประเทศอื่น ๆ ได้ในเวลาเดียวกัน

 

เราก็เลยสนใจวิธีการแก้แค้นใน MORTE CUCINA เพราะมันไม่ใช่การแก้แค้นแบบตรงไปตรงมา แต่เป็นการแก้แค้นแบบหลอกให้ตายใจ แล้วค่อย ๆ กัดเซาะ บ่อนทำลายไปเรื่อย ๆ ทีละเล็ก ทีละน้อย ซึ่งเป็นวิธีที่อาจจะเหมาะนำมาใช้กับศัตรูบางจำพวก เพราะศัตรูบางจำพวกเราไม่สามารถใช้กำลังเข้าต่อสู้ด้วยได้ ดังนั้นถ้าหากเราจะต่อสู้กับศัตรูประเภทนี้ เราอาจจะต้องทำตัวเป็นพรรคพวกเดียวกับเขา แล้วค่อย ๆ หาทางบ่อนทำลายพวกเขาทีละเล็ก ทีละน้อย โดยผ่านทางการปรนเปรอให้พวกเขามีความสุขไปเรื่อย ๆ โดยไม่เฉลียวใจ

 

6. พอดู MORTE CUCINA แล้วก็นึกถึงตัวเองด้วย เพราะสิ่งที่ทำลายเรา บางทีมันไม่ได้มาในรูปแบบของ “ความทุกข์โดยตรง” แต่มันมาในรูปแบบของ “ความสุข” นี่แหละ

 

ยกตัวอย่างง่าย ๆ ก็คือว่า ความทุกข์ของเรา บางทีมันมาจากการเจ็บป่วยทางร่างกาย ซึ่งอาจจะแก้ไขได้ส่วนหนึ่งด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำ และด้วยการไม่นอนดึก

 

แต่หลายคืนเราก็นอนดึก เพราะเราเสพติดการเล่นอินเทอร์เน็ตจนดึกดื่น เราเล่นอินเทอร์เน็ตเพื่อตอบสนองกิเลสตัณหาของเรา จนสุขภาพเราเสีย

 

และก็มีอยู่หลายเดือน ที่เราไม่ได้ไปออกกำลังกายเลย เพราะว่ามันเป็นเดือนที่เต็มไปด้วยเทศกาลภาพยนตร์ 55555

 

คือพอเราถูกปรนเปรอด้วยความสุข ด้วยสิ่งที่ตอบสนองกิเลสของเรา (ภาพยนตร์, การเล่นอินเทอร์เน็ต) เราก็เสพสิ่งนั้นอย่างบ้าคลั่ง อย่างไม่ลืมหูลืมตา จนในที่สุดสุขภาพของเราก็แย่ อะไรทำนองนี้

 

คือหนังเรื่อง MORTE CUCINA อาจจะไม่ได้ตั้งใจ แต่พอเราดูหนังเรื่องนี้แล้วก็นึกถึงตัวเราเอง ที่หลาย ๆ ครั้ง ตัวเราถูกทำลาย และสิ่งที่ทำลายเรามันมาในรูปแบบของ “ความสุข” มันมาในรูปแบบของ “สิ่งที่ตอบสนองความต้องการของเรา”

+++

 

METAMORPHOSIS IN GOLD, ACT I รูปสุวรรณศิวิไลซ์ (2025, Nakrob Moonmanas, video installation, 13min)

 

กราบมาก ๆ ชอบสุดขีด ตัววิดีโอนี้จริง ๆ แล้วไม่ค่อยมีอะไรมากนักนะในด้านภาพ เพราะเราเข้าใจว่าตัวภาพแสดงให้เห็นการทำงานของศิลปินขณะทำ KANANG’S WOODEN MASK เพื่อใช้ในนิทรรศการ METAMORPHOSIS IN GOLD

 

แต่สิ่งที่เราชอบมาก ๆ คือเนื้อหาในเสียงบรรยายของวิดีโอนี้ เพราะตัววิดีโอนี้เล่าเรื่องของบทประพันธ์ สังข์ทอง ของร. 2, บทประพันธ์ เงาะป่า ของร. 5 และสิ่งที่สำคัญก็คือมันเล่าเรื่องราวของ Kanang ซึ่งเป็นชาวมานิที่ถูกนำตัวมาเป็นมหาดเล็กในวังในสมัยของร. 5 ในปี 1905 ซึ่งเราไม่เคยรู้เรื่องราวของ Kanang มาก่อนเลย เราก็เลยประทับใจกับเนื้อหาในส่วนนี้มาก ๆ

 

METAMORPHOSIS IN GOLD, ACT II รูปสุวรรณศิวิไลซ์ (2025, Nakrob Moonmanas, video installation, 13min)

 

อันนี้ตัวภาพดูสวยดี เป็นการร่ายรำไปมาของตัวละครสองตัว แต่ “เนื้อหา” อาจจะไม่รุนแรงเท่า Act I

 

เราเข้าใจว่าตัวเสียงในงานนี้มาจากบทละครรำสังข์ทองหรืออะไรทำนองนี้นะ เราก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ซึ่งพอมันมาปรากฏใน video installation มันก็เลยเปิดโอกาสให้เราได้คิดพิจารณาถึงค่านิยมอะไรบางอย่างที่แอบแฝงอยู่ในตำนาน/นิทาน/เรื่องเล่าโบราณแบบนี้ ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่านี่คือจุดประสงค์ของตัวศิลปินหรือเปล่านะ

 

METAMORPHOSIS IN GOLD, ACT III รูปสุวรรณศิวิไลซ์ (2025, Nakrob Moonmanas, video installation, 6min)

 

องก์สามนี้สวยทั้งภาพและเนื้อหาก็น่าสนใจ ตัวภาพมีลักษณะเป็นศิลปะ collage ตามสไตล์ของคุณนักรบ ส่วนตัวเนื้อหาของวิดีโอเป็นเรื่องราวตำนานความเชื่อของชาวมานิ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่เคยรู้มาก่อน

 

สรุปว่าชอบ METAMORPHOSIS IN GOLD ทั้งสามองก์มาก ๆ โดยเราชอบองก์หนึ่งมากที่สุด, ชอบองก์สามเป็นอันดับสอง และชอบองก์สองเป็นอันดับสาม

++++

 

พอดู “ครัวสาว” แล้วก็สงสัยว่า มันมีหนังเรื่องไหนที่ตัวละครใช้ “ยาสั่ง” ฆ่าคนไหม เราเข้าใจว่าหนังไทยยุคเก่า ๆ บางเรื่องน่าจะมีตัวละครที่ใช้ “ยาสั่ง” ฆ่าคนนะ แต่เราแทบไม่เคยเห็น “ยาสั่ง” มีบทบาทในหนังไทยยุคหลัง ๆ อีก

+++

 

พอดู SHEEP IN THE BOX แล้วก็นึกถึง SHARA (2003, Naomi Kawase) โดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะหนังทั้งสองเรื่องเหมือนพูดถึงตัวละครที่ค่อย ๆ ทำใจยอมรับความสูญเสียเหมือนกัน และความสูญเสียนั้นเกี่ยวข้องกับเด็กชายที่ตายหรือหายไปอย่างเป็นปริศนา

  

Monday, July 07, 2025

I PREFER GOLDEN SWALLOW TO A CHINESE GHOST STORY

 

เทศกาลภาพยนตร์ SIGNES DE NUIT FILM FESTIVAL 2025 ประกาศตารางฉายหนังของช่วง 3 วันแรกแล้วนะ เราก็เลย copy ข้อมูลจากเว็บไซท์ของหอภาพยนตร์ ศาลายา มาไว้ตรงนี้ด้วย เพื่อประโยชน์ของตัวเราเองเวลาที่เราต้องการค้นข้อมูลในอนาคต

 

FRIDAY 11 July

 

13:00 - DOC 1 (122 min)



Blame (Christian Frei / Switzerland / 2025 / 122 min)




เมื่อโลกถูกกลืนกินโดยการระบาดใหญ่ของ COVID-19 สามนักวิทยาศาสตร์ที่เคยทำนายการมาถึงของมันล่วงหน้ามานานแล้ว ไม่เพียงแต่จะต้องต่อสู้กับไวรัสเท่านั้น หากยังต้องต่อสู้กับบรรดาคลื่นข้อมูลที่บิดเบือน, ทฤษฎีสมคบคิด และการกล่าวโทษทางการเมืองที่คุกคามที่จะบดบังความจริง นี่คือเรื่องราวของพวกเขา ภาพยนตร์เรื่อง Blame เป็นส่วนหนึ่งของการสืบสวนและส่วนหนึ่งเป็นแนวระทึกขวัญ ที่จะสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างวิทยาศาสตร์, การเมือง และสื่อ 

 

15:30 SHORT 1 (83 min)



Julian and the Wind (Connor Jessup / Canada / 2024 / 15:29 min)



สองเพื่อนร่วมห้องในโรงเรียนประจำมีประสบการณ์แปลก ๆ เกี่ยวกับการเดินละเมอ



The Feast (Virundhu) (Rishi Chandna / India / 2023 / 24:52 min / Thailand Premiere)



ชาวประมงหญิงคนหนึ่งท้าทายนักการเมืองท้องถิ่นผู้ทรงอิทธิพลด้วยการจัดงานเลี้ยงให้เขา โดยใช้เมนูลับที่ไม่มีวันลืมเลือนซึ่งอาจช่วยกอบกู้ทะเลสาบที่กำลังจะตายของเธอได้



The Man who Couldn´t Stay Silent (Nebojša Slijcecic / Croatia, France, Bulgaria / 2024 / 14 min / Thailand Premiere) 



27 กุมภาพันธ์ 1993 สเติร์ปซี, บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา รถไฟโดยสารจากเบลเกรดไปยังบาร์ถูกหยุดโดยกองกำลังกึ่งทหารในการปฏิบัติการกวาดล้างชาติพันธุ์ ในขณะที่พวกเขาลากตัวพลเรือนผู้บริสุทธิ์ออกไป มีเพียงชายคนเดียวจากผู้โดยสาร 500 คนที่กล้าลุกขึ้นต่อต้านพวกเขา นี่คือเรื่องจริงของชายผู้ไม่สามารถนิ่งเงียบอยู่ได้



Mercenaire (Pier-Philippe Chevigny / Canada, Quebec / 2024 / 14:58 min / Thailand Premiere)       



อดีตนักโทษผู้หนึ่งได้รับการว่าจ้างให้ทำงานในโรงฆ่าสัตว์จากโครงการฟื้นฟูสังคม เขาดิ้นรนเพื่อหางานอื่นในขณะที่พยายามระงับความรุนแรงที่ปะทุอยู่ในตัว



In the Garden of Tulips / Julia Elihu / USA / 2023 / 13:40 min / Thailand Premiere)

 

ในช่วงที่สงครามอิหร่าน-อิรักทวีความรุนแรงขึ้นถึงขีดสุด แคโรไลน์ได้นั่งรถไปกับพ่อของเธอสู่ชนบทของเมืองเบียร์จันด์ในประเทศอิหร่าน

 

SATURDAY 12 JULY 2025

 

13:00 DOC 2 (80 min)



The Adventures of the Black Girl in Her Search for Mabel Dove (Nnenna Onuoha / Ghana, Germany / 2024 / 14:56 min / Thailand Premiere)


        

ในโลกหลังหายนะที่เอกสารจดหมายเหตุถูกทำลาย หญิงสาวผิวดำคนหนึ่งออกเดินทางตามหา เมเบล โดฟ นักเขียนจากอดีตผู้ซึ่งผลงานของเธอเป็นแรงบันดาลใจให้กับเธอ เมื่อทั้งร้านหนังสือสตรีนิยมและอาจารย์สอนแอฟริกันศึกษาไม่สามารถช่วยเธอได้ เธอก็หันไปพึ่งพวกลัทธิแก้ ซึ่งเป็นนักประวัติศาสตร์ใต้ดิน แล้วในคลังข้อมูลไซเบอร์ของพวกเขานั่นเอง ในที่สุดเธอก็พบโดฟและใช้เวลาช่วงบ่ายด้วยกัน



Messengers (Jeffrey Zablotny / Canada / 2025 / 45 min / Asia Premiere)   



ภายใต้พื้นผิวโลก ชุมชนวิทยาศาสตร์กำลังค้นหาคำตอบอย่างลับที่สุด ในสถานที่ที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักและเข้าถึงได้ยากเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นในแคนาดา ญี่ปุ่น หรือ แอนตาร์กติกา สิ่งที่เล็กจ้อยที่สุดจะถูกศึกษาเพื่อทำความเข้าใจถึงสิ่งที่กว้างใหญ่สุดจะหยั่งถึง นี่คือการสำรวจที่น่าเวียนหัว เปี่ยมด้วยบทกวีและจิตวิญญาณของความเป็นอนันต์ และสิ่งที่อยู่เหนือกว่านั้น



A Night That Took Everything (Nida Mehboob / Pakistan, Finland / 2025 / 19:25 min / Asia Premiere)   



กฎหมายดูหมิ่นศาสนาเป็นความผิดที่มีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิตในปากีสถาน ชายคนหนึ่งถูกกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรมและถูกตัดสินประหารชีวิต ลูกสาวของเขาซึ่งทั้งเสียใจและโกรธแค้น ได้ทบทวนถึงความเป็นจริงอันโหดร้ายในประเทศบ้านเกิดของเธอ

 

15:00 DOC 3 (95 min)



On Air (Astrid Ardagh / Norway / 2024 / 21 min)



หลังจากเกิดการโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ในสงครามยูเครน หมู่เกาะอาร์กติกของนอร์เวย์ก็ไม่สามารถติดต่อสื่อสารได้อีก ภาพยนตร์เรื่องนี้สำรวจบทบาทสำคัญของ นักวิทยุสมัครเล่น ในการรักษาระบบสื่อสารสำรองของเราให้คงอยู่



142 Years (Stelios Kouloglou / Greece / 2024 / 74 min)       



ในเรือนจำของกรีซ ผู้ลี้ภัยและผู้อพยพหลายพันคนถูกตัดสินว่ามีความผิดในฐานะผู้ค้ามนุษย์ เจสัน อะพอสโตโลปูลอส นักกู้ภัยผู้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล พยายามช่วยชีวิตผู้ลี้ภัยผู้บริสุทธิ์สามคน คนแรกถูกตัดสินจำคุก 142 ปี และอีกสองคนถูกตัดสินจำคุกคนละ 50 ปี ในหนังขึ้นโรงขึ้นศาลที่ลากยาวมานานกว่าหนึ่งปีนี้ เจสันและสหายของเขาจะสามารถช่วยพวกเขาให้เป็นอิสระได้หรือไม่?

 

17:00 SHORT 2 (66 min)



Welcome Home (VELKOMMEN HJEM) / Amanda Nalbant Nordpoll / Norway / 2023 / 12 min)



เมื่อครอบครัวพัง ๆ ครอบครัวหนึ่งมารวมตัวกันสำหรับอาหารค่ำคริสต์มาสประจำปี ทอร์มอด ลูกชายคนโต เห็นโอกาสที่จะแนะนำญาติคนใหม่ล่าสุดของเขา นั่นคือหญิงสาวสวยคนหนึ่ง



Family Sunday (Domingo familiar) (Gerardo Del Razo / Mexico / 2024 / 17:59 min / Asia Premiere)



สำหรับชานเมืองของเม็กซิโกซิตี การรีดไถจากพ่อค้าแม่ค้าและผู้อยู่อาศัยในพื้นที่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกวัน ในวันอาทิตย์ที่อากาศสดใส ในบ้านหลังฟนึ่งในแถบนี้ พ่อค้าคนหนึ่งยังไม่ยอมจ่ายค่าคุ้มครอง และมือปืนรับจ้างก็ได้เดินทางมาเพื่อยื่นคำขาดกับเขา



Coal (Charbon) (Saman Lotfian / Iran / 2023 / 19:40 min / Asia Premiere)   



อีซาและมุกห์ตาร์เป็นคนงานเหมืองสองคนที่ทะเลาะกัน อีซาผลักมุกห์ตาร์ล้มลงกับพื้น ถังออกซิเจนของมุกห์ตาร์กระแทกพื้น ทำให้ก๊าซออกซิเจนรั่วไหลออกมาจำนวนมาก ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นกับถังออกซิเจนของมุกห์ตาร์ ขณะที่ทุกคนกำลังทำงานอยู่ในเหมือง อีซาก็ตระหนักว่าก๊าซมีเทนกำลังรั่วไหลอยู่ในอุโมงค์ อีซาช่วยคนงานหลายคนไว้ได้ แต่มุกห์ตาร์เสียชีวิตในอุบัติเหตุเนื่องจากถังออกซิเจนว่างเปล่า อีซาโทษตัวเองกับการตายของมุกห์ตาร์ ซึ่งเขาติดว่านั่นคือการยอมรับผิดในข้อหาฆาตกรรม ตอนนี้อีซาต้องเลือกระหว่างการโกหกและกลายเป็นวีรบุรุษ หรือบอกความจริง ซึ่งจะทำให้เขากลายเป็นฆาตกร



Sanki Yoksa (Azer Guliev / France / 2024 / 16 min / Thailand Premiere)




เมื่อซาเมียร์และไลลาตัดสินใจหนีความขัดแย้งของครอบครัว ซาเมียร์ก็หายตัวไปในเช้าวันรุ่งขึ้น การตามหาของไลลาทำให้เธอเข้าไปพัวพันกับชะตากรรมที่ผูกพันกับการหายตัวไปอย่างลึกลับของเขา จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของปริศนาเสียเอง

 

SUNDAY 13 JULY 2025

 

13:00 DOC 4 (74 min)

 

Phoenix (Elisabeth Rasmussen / Norway / 2023 / 30 min / Asia Premiere)

 

เอลิซาเบธได้รับคำวินิจฉัยว่าเป็นโรคร้ายที่ไม่อาจรักษาจากโรงพยาบาลในนอร์เวย์ ด้วยความช่วยเหลือจากเพื่อน ๆ เธอเดินทางไปยังโรงพยาบาลในนิวยอร์กเพื่อพยายามรักษาชีวิต ที่นั่นเธอได้พบกับสุนัขจรจัดตัวหนึ่งซึ่งเธอรับมาเลี้ยง ในช่วงเวลาที่วุ่นวายของการรักษามะเร็ง เชื้อโควิด-19 ก็เริ่มระบาด นี่คือภาพยนตร์เกี่ยวกับความศรัทธา แม้ในช่วงเวลาที่มืดมิดที่สุด

 

The Orchards (Basateen) (Antoine Chapon / France / 2025 / 24:41 min)  



ในปี 2015 ย่านบาซาตีน อัล-ราซี ในกรุงดามัสกัสถูกรื้อถอนจนราบเป็นหน้ากลอง เพื่อเป็นการลงโทษที่ประชาชนลุกฮือขึ้นต่อต้านระบอบการปกครองของบาชาร์ อัล-อัสซาด พื้นที่แห่งนี้ถูกกำหนดให้แทนที่ด้วยเมืองมาโรตา ซึ่งเป็นย่านที่ทันสมัยและเชื่อมโยงถึงกัน โดยมีตึกระฟ้า 80 แห่ง สิบปีต่อมา หลังจากสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไป อดีตผู้อยู่อาศัยสองคนได้หวนรำลึกถึงย่านที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ตั้งของบ้านของพวกเขาและสวนผลไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในดามัสกัส ด้วยคำบอกเล่าของพวกเขาและการนำแอนิเมชัน 3 มิติ ความทรงจำจึงถูกปลุกให้ตื่นขึ้นเพื่อต่อต้านการลบเลือนนี้



Invisible Countdown      (Amir Ovadia Steklov / Germany / 2024 / 13:59 min) 



ชาวยิวในเยอรมนีได้รับอนุญาตให้แสดงความคิดเห็นเชิงวิพากษ์วิจารณ์สงครามในฉนวนกาซาได้หรือไม่ หรือพวกเขารู้สึกว่าจำเป็นต้องแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับอิสราเอล? อามีร์สงสัยว่าเขาจะถูกมองอย่างไรในฐานะชาวยิวผู้รักสันติที่นี่ ภาพอินฟราเรดนำเสนอความงามของการกลับด้าน สิ่งที่มองไม่เห็นกลับกลายเป็นมองเห็นได้ และถูกเห็นว่าเป็นอื่น หูฟังตัดเสียงรบกวนช่วยให้ความเงียบภายนอกเข้ามาแทนที่ชั่วขณะ เพื่อให้ความสนใจกับภายใน ในภาพ: การนับถอยหลังจาก 24 เฟรมต่อวินาทีสู่ศูนย์



Rains Don’t Make Us Happy Anymore (Yashasvi Juyal / India / 2025 / 6 min / Asia Premiere)  



ในเทือกเขาหิมาลัย ยังมีหมู่บ้าน Lohari ที่จมอยู่ใต้น้ำของเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ สมาชิกคนสุดท้ายของชนเผ่า Jaunsari ซึ่งอาศัยอยู่ในซากปรักหักพังของหมู่บ้านที่ถูกน้ำท่วม หวนรำลึกถึงช่วงเวลาที่ผืนดินเคยเปี่ยมไปด้วยมนตรา เรื่องราวของเด็กชายคนนี้เปิดเผยขึ้นผ่านจดหมายที่ส่งถึงเด็กหญิงคนหนึ่งซึ่งจากไปนานแล้ว ทำให้เส้นแบ่งระหว่างความเป็นจริงกับตำนานพร่าเลือน

 

15:00 DOC 5 (114 min)

 

Ceasefire (Prekid Vatre) / Jakob Krese / Germany, Italy, Slovenia / 2025 / 31:21 min)



เพื่อหลีกหนีความเจ็บปวด ฮาซิราจึงเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา: เธอทำความสะอาด เธอผ่าฟืน เธอหนีจากความทรงจำ หนีจากปัจจุบัน และหนีจากความกลัวว่าทุกสิ่งจะหวนกลับมาซ้ำรอย ฮาซิราผู้รอดชีวิตจากการสังหารหมู่ที่สเรเบรนิกา ใช้ชีวิตอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยในประเทศของเธอเองมาเกือบสามทศวรรษ ด้วยอารมณ์ขันแบบประชดประชันและความเข้มแข็งอันเงียบงัน เธออดทนต่อบาดแผลทางใจ ในปี 2025 จะครบรอบ 30 ปีของการสังหารหมู่ครั้งนั้น



To escape the pain, Hazira is constantly on the move: she cleans, she chops wood. Constantly on the run from memories, from the present and from the fear that everything will repeat itself. Hazira survived the Srebrenica massacre. She has been living in a refugee camp in her own country for almost three decades. With gallows humour and quiet strength, she withstands the trauma. 2025 will mark 30 years since the massacre. 

 

Road to Nowhere / Caroline D’hondt / Belgium / 2024 / 82 min / Asia Premiere)



ดินแดนอินูอิตอันห่างไกลจากโลกภายนอก อีกาลูอิต เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ เพราะผู้คนมากมายหลั่งไหลมาจากทั่วทุกมุมโลกเพื่อมาทำงานในเมืองหลวงแห่งดินแดน นูนาวุต ของแคนาดา เมืองที่มีประชากรราว 8,000 คน ซึ่งเป็นเหมือนโลกย่อส่วนที่หลากหลายบนผืนดินอาร์กติก



"Road to Nowhere" ชวนคุณเดินทางไปบนถนนน้ำแข็งที่เริ่มต้นและสิ้นสุดลงในสถานที่ที่หลากหลายโลกอยู่ร่วมกัน ภาพยนตร์เรื่องนี้จะพาคุณก้าวผ่านประตูทั้งในทางกายภาพและเชิงเปรียบเทียบ เพื่อสังเกตเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน ท่าทางซ้ำ ๆ และนิสัยของผู้คนแต่ละคน ที่นี่คือการจับภาพว่าชีวิตดำเนินไปอย่างไรในแง่มุมที่ใกล้ชิดและเป็นปกติ เป็นมุมมองที่ตั้งคำถามถึงการมีอยู่ของแต่ละบุคคล ความสัมพันธ์กับรากเหง้า และอนาคตของพวกเขา ภาพยนตร์เรื่องนี้เผยให้เห็นตัวเองราวกับผืนผ้าใบที่ถักทออย่างประณีตให้เป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังรวมหมู่ ณ สุดขอบโลก ที่ซึ่งเรื่องธรรมดา บทกวี และความขัดแย้งเกี่ยวพันกัน

In Inuit land, away from the world, Iqaluit is nevertheless a cosmopolitan city, because many people come from the four corners of the world to work in this capital of the Canadian territory of Nunavut. A city where some 8,000 inhabitants live, a diverse microcosm in Arctic soil.



Road to Nowhere invites you to travel the icy road that begins and ends in this place where many worlds coexist. A film which undertakes to cross doors literally and figuratively, to observe everyday events, the repetition of gestures and the habits of each person. Here, it is

a question of capturing how life unfolds in the intimate and the ordinary, a sideways look that questions the presence of each person, the relationship to their roots and their future. A film that reveals itself as a canvas skilfully woven into a collective fresco on the edge of the world where the trivial, poetry and paradox intertwine.

 

17:00 SHORT 3 (83 min)



Sorry I’m Late (But I Brought A Choir) (Håkon Anton Olavsen / Norway / 2024 / 10 min / Thailand Premiere)


        

ค่ำคืนยังอีกยาวไกล ในขณะที่คณะนักร้องประสานเสียงที่กำลังเมามายกำลังรออยู่ที่โถงทางเดิน นีน่าจะยอมให้พวกเขาเข้ามาในปาร์ตี้ของเธอหรือไม่? แล้วนี่เป็นปาร์ตี้จริง ๆ หรือเปล่า?

        

Poet (Sun Kun / United Kingdom / 2023 / 22 min / Thailand Premiere)


        

ฮวา พนักงานโรงงานผู้หลงใหลในวรรณกรรม เธอมีความสัมพันธ์ลับ ๆ กับหัวหน้าคนงาน เมื่อเธอค้นพบโปสเตอร์งานอีเวนต์ในร้านหนังสือเก่าๆ เธอจึงตกหลุมรักบทกวี

 

I Love You Life (Agnieszka Chojnacka / Poland / 2024 / 30 min)



ในโลกที่ไร้มนุษย์ ผู้มาเยือนพบว่าตัวเองกำลังสำรวจซากอารยธรรมของโลก พิพิธภัณฑ์ของโปแลนด์กลายเป็นดินแดนลึกลับแห่งการคาดเดาและจินตนาการ ที่ซึ่งผลงานศิลปะกลับมามีชีวิตอีกครั้งหลังจากการสิ้นสุดของมวลมนุษยชาติ ความรู้สึกรันทดขบขันและเศร้าโศกปรากฏอยู่เท่าเทียมกัน ลัทธิโครงสร้างนิยมโลดแล่นไปกับแนวโรแมนติกตามจังหวะของโอเปร่า "สนธยาของทวยเทพ"



Unspoken (Damian Walshe-Howling / Australia / 2023 / 20:54 min) 



ปี 1979 ขณะที่การประท้วงรุนแรงปะทุขึ้นทั่วเมืองซิดนีย์ มารีน่าซึ่งเกิดในโครเอเชียถูกบังคับให้เปิดเผยความสัมพันธ์ลับกับแฟนหนุ่มชาวออสเตรเลีย เนื่องจากพายุการเมืองที่ทวีความรุนแรงขึ้นได้ซัดเข้าสู่บ้านในวัยเด็กของเธอพร้อมกับผลลัพธ์ที่เลวร้าย

++++++++

มนต์รัก TRANS SISTERS

 

สืบเนื่องจากโพสท์ข้างล่าง เกี่ยวกับ หนังในจินตนาการเรื่อง “มนต์รัก TRANS SISTERS” ที่เกี่ยวข้องกับสองสาว TRANS ผจญภัยในชนบทของไทยในช่วง WW III (สงครามโลกครั้งที่สาม)

 

เราก็เลยจินตนาการต่อเล่น ๆ ว่า ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สามนั้น นอกจากตัวละครต่าง ๆ ในหนังจะมีอัตลักษณ์ทางเพศที่หลากหลายแล้ว ตัวละครก็อาจจะต้องแนะนำตัวเองหรือมีประวัติติดตัวด้วยว่า ตัวเองฝักใฝ่ฝ่ายใด อย่างเช่น ฝักใฝ่อเมริกา, ฝักใฝ่จีน, ฝักใฝ่รัสเซีย, ฝักใฝ่ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์, etc.

 

และนอกจากตัวละครนำของหนังที่เป็นสองสาว trans แล้ว ตัวละครนำอีกคน (ซึ่งอาจจะเป็นพระเอกของหนัง) ก็จะเป็น “NON-ALIGNMENT NON-BINARY” หรือ NON-BINARY ที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด

 

และตัวร้ายของหนังก็เป็นเพศใดก็ได้ ที่ฝักใฝ่เนทันยาฮู

 

ใครจะเอาไอเดียอะไรในนี้ไปใช้ต่อยอดอะไรก็ได้ตามสบายนะจ๊ะ

 

ขอบคุณภาพประกอบจากคุณ Nil Paksnavin

 

แรงบันดาลใจจากโพสท์นี้

https://web.facebook.com/pornrit.soumapanao/posts/pfbid0ZoABSqy1GSgJSSzfjuRFJXvSMrjzy7rBpiVEZNjCQzE62666PKeMZr8Tuwy8e3Dql

+++++

 

Favorite Soundtrack

 

DAMN I WISH I WAS YOUR LOVER (1992, Sophie B. Hawkins) in BRIDE HARD (2025, Simon West, A+15)

 

ดีใจเสมอที่ได้ยินเพลงที่เราชอบเมื่อ 30-40 ปีก่อน ถูกใช้ในหนังยุคปัจจุบัน 55555

https://www.youtube.com/watch?v=Lt6r-k9Bk6o&list=RDLt6r-k9Bk6o&start_radio=1

+++++++++

 

FAVORITE FEMALE FIGHTING CHARACTERS

 

16. Hsiao-Hsueh (จงฉู่หง หรือ Cherie Chung) from GOLDEN SWALLOW โอม สู้แล้วอย่าห้าม (1987, O Sing-Pui, Hong Kong, A+30)

 

GOLDEN SWALLOW นี่ก็ถือเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งสำหรับดิฉันที่แสดงให้เห็นว่า “หนังที่ดี” กับ “หนังที่ดิฉันชอบสุดขีด” เป็นสิ่งที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลยแม้แต่นิดเดียว 55555 เพราะถ้าหากเทียบกับ “โปเย โปโลเย” A CHINESE GHOST STORY (1987, Ching Siu-Tung, Hong Kong, A+30) แล้ว A CHINESE GHOST STORY ก็เป็น “หนังที่ดี” กว่าอย่างเห็นได้ชัด แต่ยังไง ๆ ดิฉันก็อินกับตัวละครนางเอกของ GOLDEN SWALLOW มากกว่าอยู่ดี และก็เลยส่งผลให้ดิฉันชอบ GOLDEN SWALLOW มากกว่า A CHINESE GHOST STORY อย่างรุนแรงมาก

 

เพราะฉะนั้นถ้าหากเห็นดิฉันชื่นชม “หนังห่วย ๆ” เรื่องใด ๆ ก็ตาม ก็ไม่ต้องประหลาดใจนะคะ มันเป็นเรื่องที่ปกติและเกิดขึ้นเป็นประจำในชีวิตของดิฉันค่ะ เพราะดิฉันมักจะอินกับตัวละครใน “หนังห่วย ๆ” ในสายตาของคนอื่น ๆ อยู่เสมอ และมักจะไม่อินกับ “นางเอก” ใน “หนังดี ๆ” ในสายตาของคนอื่น ๆ 55555

 

ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจดีเหมือนกัน ที่หนังสองเรื่องที่คล้ายกันมาก ๆ แต่ดิฉันกลับชอบหนังที่ห่วยกว่าอย่างเห็นได้ชัด ดิฉันเดาว่า สาเหตุที่ดิฉันอินกับ GOLDEN SWALLOW มากกว่า คงเป็นเพราะตัวละครที่ “หวังจู่เสียน” แสดงใน A CHINESE GHOST STORY ดู “สวยแบบผู้หญิง” มากเกินไป จนดิฉันดูแล้วไม่สามารถ identify ตัวเองด้วยได้ เหมือนตัวละครของ “หวังจู่เสียน” มา “เพื่อให้ผู้ชายหลงรัก” อะไรทำนองนั้น

 

ส่วนตัวละครของ “จงฉู่หง” ใน GOLDEN SWALLOW นั้น ถึงแม้ตัวละครตัวนี้ดูคล้ายกับตัวละครนางเอกของ A CHINESE GHOST STORY แต่ดิฉันก็รู้สึกว่าตัวละครตัวนี้มี “พลังทางการสังหารผู้คน” หรือ “พลังทางการต่อสู้” สูงกว่าตัวละครของหวังจู่เสียน เหมือนเธอมา “เพื่อต่อสู้” มากกว่ามา “เพื่อให้ผู้ชายหลงรัก” น่ะ ดิฉันก็เลยอินกับตัวละครตัวนี้อย่างรุนแรงสุดขีด

 

และอีกสาเหตุหนึ่งที่ดิฉันอินกับตัวละครของจงฉู่หงในหนังเรื่องนี้มาก ๆ ก็เป็นเพราะ “อาวุธที่เธอใช้” ซึ่งเป็น “อาวุธในฝันของกะเทยอย่างดิฉัน” ค่ะ นั่นก็คือ เธอใช้ “ผ้า” เป็นอาวุธ

 

คือถ้าหากถามว่า ตัวละครแนว fighting female characters ที่ดิฉันชอบมากที่สุดในชีวิตคือใคร ตัวละครตัวนั้นก็คงเป็นนางเอกของ SUKEBAN DEKA ภาคสอง ที่แสดงโดย Yoko Minamino ที่ใช้ “ลูกดิ่ง” เป็นอาวุธ

 

แต่ถ้าหากเลือกเฉพาะ “อาวุธ” ที่ใช้แล้วล่ะก็ หนึ่งใน “อาวุธ” ที่ดิฉันชอบมากที่สุด ก็ไม่ใช่ “ปืน” อย่างแน่นอน และก็ไม่ใช่ “ลูกดิ่ง” ด้วย แต่เป็น “ผ้า” และ “เข็มพิษ” นี่แหละมั้ง ที่เป็นอาวุธที่ดิฉันชื่นชอบมากที่สุด ซึ่งตัวละครที่ใช้ “ผ้า” เป็นอาวุธได้อย่างสะใจดิฉัน ก็มีนางเอกของ GOLDEN SWALLOW, เจ้าแม่วังบุปผา จาก “เดชเซียวฮื่อยี้” (เวอร์ชั่น เหลียงเฉาเหว่ย) และ “น้องสาวของเจ้าแม่วังบุปผา” นี่แหละ

 

“โอม สู้แล้วอย่าห้าม” มีให้ดูตลอดทั้งเรื่องในยูทูบนะ

 

17. เจ้าแม่วังบุปผา (Maggie Chan) จาก “เดชเซียวฮื่อยี้” TWO MOST HONORABLE KNIGHTS (1988, Hong Kong TV series)

 

18. น้องสาวเจ้าแม่วังบุปผา จาก “เดชเซียวฮื่อยี้” TWO MOST HONORABLE KNIGHTS (1988, Hong Kong TV series)

 

ดูฉากการต่อสู้ระหว่าง เจ้าแม่วังบุปผา กับน้องสาว ได้ที่นี่นะ (แบบพากย์ไทย)

https://web.facebook.com/jit.phokaew/videos/10201440219070763/

 

แบบภาษาจีน
https://www.youtube.com/watch?v=rYwdL7-GxxA&list=PLUxlohmoXramp_i1Yv4mZy8yWXgUjA3gy&index=8

 

ฉากเปิดของ “เดชเซียวฮื่อยี้” ที่ตัวละครใช้ผ้าเป็นอาวุธในนาทีที่ 7-9 นี่มันคลาสสิคจริงๆ

https://www.youtube.com/watch?v=QFAplxImPsU&list=PLUxlohmoXramp_i1Yv4mZy8yWXgUjA3gy

+++++++

Lin Po-hung แสดงหนังเรื่อง SALLI นี้ด้วย เราเคยตกหลุมรักเขาอย่างรุนแรงจากหนังเรื่อง SUFFOCATING LOVE (2024, Liao Ming-Yi, Taiwan)

 

++++++

IMAGINARY CLASSIC FILM PROGRAM FOR BANGKOK

 

1.DER BIß (1984, Marianne Enzensberger, West Germany, 84min)

 

2. HOURS FOR JEROME (1982, Nathaniel Dorsky, USA, 45min)

 

3. ‘RAMEAU’S NEPHEW’ BY DIDEROT (THANX TO DENNIS YOUNG) BY WILMA SCHOEN (1974, Michael Snow, Canada, 4hrs 15min)

 

4. THE SATIN SLIPPER (1985, Manoel de Oliveira, Portugal, 6hrs 50min)

 

5. THAT DAY, ON THE BEACH (1983, Edward Yang, Taiwan, 2hrs 46min)

CLEANER VS. THE LONG KISS GOODNIGHT

 

FAVORITE FEMALE FIGHTING CHARACTERS

 

13. Joey (Daisy Ridley) from CLEANER (2025, Martin Campbell, UK, A+30)

 

CLEANER ถือเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งสำหรับเราที่แสดงให้เห็นว่า “หนังที่ดี” กับ “หนังที่เราชอบสุดขีด” มักจะเป็นสิ่งที่สวนทางกัน 55555 เพราะว่าถ้าหากเทียบกับ DIE HARD (1988, John McTiernan, A+30) แล้ว DIE HARD ย่อมเป็นหนังที่ดีกว่า CLEANER แต่เรากลับชอบ CLEANER มากกว่า DIE HARD เพราะว่าเราไม่ได้ identify ตัวเองกับพระเอกของ DIE HARD หรือกับตัวละครใด ๆ ที่ Bruce Willis แสดงในหนังเรื่องต่างๆ 555 แต่เราอินกับตัวละครนางเอกของ CLEANER มากกว่า และพอเรารู้สึก “อิน” มากกว่า เราก็เลยรู้สึกสนุกกับมันมากกว่า และก็เลยชอบหนังเรื่องนี้มากกว่า DIE HARD

 

เราชอบตัวละครนางเอกแบบนี้มาก ๆ ชอบที่เธอมีอาชีพเป็น “คนเช็ดกระจกอาคารสูง” แต่จริง ๆ แล้วเธอมีความสามารถทางการต่อสู้ขั้นสูงมาก รู้สึกว่าตัวละครแบบนี้นี่แหละที่สามารถปะทะกับ “สิงห์สาวนักสืบ” SUKEBAN DEKA ของญี่ปุ่นได้

 

14. Samantha Caine (Geena Davis) from THE LONG KISS GOODNIGHT (1996, Renny Harlin)

 

ตัวละครหญิงอีกคนที่เข้าข่ายเดียวกัน ก็คือนางเอกของ THE LONG KISS GOODNIGHT เพราะเธอเป็น “แม่บ้าน” แต่จริง ๆ แล้วเธอก็มีความสามารถทางการต่อสู้ขั้นสูงมากเช่นกัน 55555

 

15. นางเอกของ THE KILLER WIFE (2024, Yosthana Boonyoprakan, 28min, A+10)

 

พอพูดถึงนางเอกของ THE LONG KISS GOODNIGHT เราก็เลยนึกถึงนางเอกของ THE KILLER WIFE ด้วย เพราะเหมือนเธอเป็นลูกหลานของนางเอก THE LONG KISS GOODNIGHT ตัวละครนางเอกหนังไทยเรื่องนี้เป็นสาวสวยที่อยู่กินกับสามีหนุ่มหล่อมานานราว 5 ปีได้มั้ง ถ้าหากเราจำไม่ผิด แต่จริง ๆ แล้วเธอมีอดีตเป็นนักฆ่ามาก่อน โดยที่ผัวของเธอไม่รู้

 

จริง ๆ แล้ว THE KILLER WIFE ไม่ใช่หนังบู๊แอคชั่น เพราะมันแทบไม่มีฉากแอคชั่นอะไรเลย และตัวหนังจริง ๆ แล้วเราก็ไม่ได้ชอบมากนัก แต่มันมีฉากนึงที่เราชอบในระดับ A+30 ในหนังเรื่องนี้ และยกให้เป็น “ฉากคลาสสิค” ฉากนึงสำหรับเรา นั่นก็คือฉากที่ผัวหนุ่มหล่อทำอาการ toxic masculinity ใส่ภรรยา ด่าว่าภรรยาต่าง ๆ นานา ภรรยาก็เลยชักปืนจ่อหัวสามี เปิดเผยว่าตัวเองเคยเป็นนักฆ่ามาก่อน ไอ้ผัวตัวแสบ รู้อย่างนี้แล้วมึงจะยังทำปากแจ๋วใส่กูอีกมั้ย ไอ้ห่า

 

ชอบฉากข้างบนมาก ๆ จริง ๆ คือถึงแม้ตัวหนังทั้งเรื่องอาจจะไม่ได้เข้าทางเรามากนัก แต่เราคิดว่าฉากข้างบนนี่สามารถดัดแปลงนำมาใช้ในหนังที่เข้าทางเรามาก ๆ ได้ 55555

 

จริงๆ แล้วเราชอบตัวละครแนว “คนธรรมดาที่จริงๆ แล้วไม่ธรรมดา” แบบนี้มาก ๆ ซึ่งถ้าหากรวมตัวละครเพศชายเข้าไว้ด้วยแล้วล่ะก็ ตัวละครชายที่เราชอบมากที่สุดในทำนองนี้ก็คือ “จางซันฟง” หรือ “เตียซำฮง” หรือ “เตียกุนป้อ” จาก “ดาบมังกรหยก” เพราะว่า “เตียกุนป้อ” มีฉากหน้าเป็น “คนทำความสะอาดหอคัมภีร์” ในวัดเส้าหลิน หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ “ภารโรงทำความสะอาดห้องสมุด” นั่นแหละ แต่จริง ๆ แล้วเขามีวิทยายุทธมากพอตัว และส่งผลให้เขาสามารถต่อสู้กับ “สามวิเศษเขาคุนลุ้น” หรือ “ฮ่อจ๊กเต๋า” ได้ ตอนที่ฮ่อจ๊กเต๋าบุกวัดเส้าหลิน ฉากที่ “ภารโรงทำความสะอาดห้องสมุด” เปิดเผยว่าจริง ๆ แล้วตัวเองมีวิทยายุทธสูงมาก ก็เลยกลายเป็น “ฉากคลาสสิค” ฉากนึงสำหรับเราไปเลย

Sunday, July 06, 2025

MUKASHI MUKASHI (2024, Nutcha Sanpawichu, 6min, A+30)

 

FAVORITE FEMALE FIGHTING CHARACTERS

 

12. The Bride in MUKASHI MUKASHI (2024, Nutcha Sanpawichu, 6min, A+30)

 

ชอบตัวละครเจ้าสาวในภาพยนตร์เรื่องนี้ที่เรียนรู้ที่จะใช้ปืนพลังจิตในการต่อสู้กับเจ้าบ่าว ชอบการคิดฉากต่อสู้โดยใช้ “ปืนพลังจิต” ในหนังเรื่องนี้ด้วย รู้สึกว่ามันประหลาดดี

 

ไม่รู้ว่าเราเข้าใจเนื้อเรื่องของหนังเรื่องนี้ถูกหรือเปล่านะ เราเข้าใจว่า ตัวละครเจ้าสาวในภาพยนตร์เรื่องนี้ เธอหนีเจ้าบ่าวมาในคืนวันแต่งงาน แต่ก็ถูกเจ้าบ่าวตามมาจนเจอ เจ้าบ่าวจะใช้ปืนพลังจิตยิงเธอ ตัวเธอพบว่าตัวเธอก็สามารถใช้ปืนพลังจิตยิงต่อสู้กับเจ้าบ่าวได้เช่นกัน เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวก็เลยใช้ปืนพลังจิตยิงต่อสู้กันไปมา จนเจ้าบ่าวหมดแรงหลับไป แล้วเจ้าสาวก็ขึ้นไปเต้นร่ายรำเป็น musical บนเวทีจนตัวเธอเองก็หมดแรงหลับไป

 

เราว่าหนังเรื่องนี้พิศวงดีมาก ชอบความพิศวงของมัน ดูแล้วเราไม่เข้าใจอะไรทั้งสิ้นในหนังเรื่องนี้ แต่รู้สึกว่ามัน thought-provoking ดีมาก และถ้าหากถามว่า หนังเรื่องนี้กระตุ้นจินตนาการอะไรของเราโดยที่หนังอาจจะไม่ได้ตั้งใจ เราก็ขอบตอบว่า มันกระตุ้นให้เราคิดถึงเรื่องเพศสัมพันธ์ของเจ้าบ่าวเจ้าสาวในยุคโบราณ 55555

 

คือเราจินตนาการว่า เจ้าสาวในยุคโบราณอาจจะไม่เคยมีเซ็กส์กับเจ้าบ่าวมาก่อนน่ะ และอาจจะมีเซ็กส์กับเจ้าบ่าวครั้งแรกในคืนวันแต่งงาน ตอนแรกเธอกลัว ๆ และก็ยอมเล่นตามเกมของเจ้าบ่าวไปก่อน (การใช้ปืนพลังจิตยิงกัน = การเล่นเกมแบบเด็กผู้ชาย) ซึ่งเธอก็สนุกไปด้วยประมาณนึง พอเจ้าบ่าวถึงจุดสุดยอด ม่อยหลับไปแล้ว แต่ตัวเธอเองยังไม่ถึงจุดสุดยอด เธอก็เลยช่วยตัวเองในแบบที่ตัวเองต้องการ 555555

 

คือหนังเรื่องนี้อาจจะไม่ได้สื่อความหมายตามย่อหน้าข้างต้นเลยแม้แต่นิดเดียวนะ แต่เราชอบที่หนังเรื่องนี้มัน thought provoking และกระตุ้นความคิดของเรา ถึงแม้ความคิด + จินตนาการของเราอาจจะไม่ได้ตรงกับที่ผู้สร้างหนังตั้งใจเลยแม้แต่นิดเดียวก็ตาม

 

สรุปว่าตอนนี้เราเคยดูหนังของคุณ Natcha Sanpawichu ไป 4 เรื่อง ซึ่งได้แก่

 

1. I CRY SEVERAL TIMES (2023, Natcha Sanpawichu ณัชชา สรรพวิชุ, 4min, A+30)

 

2. THE ART OF JUST EXISTING AND NOT BEING RUDE (2023, ณัชชา สรรพวิชุ Natcha Sanpawichu, 15:06 min, A+30)

 

3. MUKASHI MUKASHI (2024, Nutcha Sanpawichu, 6min, A+30)

 

4. IN THE SAME BREATH ในลมหายใจเดียวกัน (2024, Natcha Sanpawichu ณัชชา สรรพวิชุ, 23min, A+30)

 

สรุปว่าเราชอบหนังทั้ง 4 เรื่องนี้มาก ๆ และคิดว่าทั้ง 4 เรื่องนี้สำรวจ “แง่มุมต่าง ๆ เกี่ยวกับผู้หญิง” ได้อย่างน่าสนใจสุด ๆ เราหวังว่าคุณ Natcha จะได้กำกับภาพยนตร์ต่อไป เพราะนี่อาจจะเป็น new auteur ที่ต้องจับตามองอีกคนก็เป็นได้

++++

 

TOP TEN ของปี 2004 นี่เราได้ดูแค่ 8 จาก 10 เรื่อง เพราะเรายังไม่ได้ดู MIND GAME (Masaaki Yuasa) กับ TALES OF INTRANSIGENCE (Reis Çelik, Turkey, documentary)

 

ส่วนอีก 8 เรื่องที่เหลือนี่เราได้ดูใน “จอใหญ่” หมดเลย 55555

 

1. 3-IRON เราได้ดูที่ลิโด

 

2. BIRTH OF THE SEANEMA เราได้ดูในโรงภาพยนตร์ไปแล้ว 5 รอบ

https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid0tnDNaSHVZzvUejAKpZaDGWPHtimTHiH7xExBMA2A7rBmoUWL3Cpks5CWywKXz8Sjl

 

3. DUCK SEASON เราได้ดูในเทศกาล Bangkok International Film Festival

 

4. ETERNAL SUNSHINE OF THE SPOTLESS MIND เข้าฉายทั่วไปในประเทศไทย

 

5. EVOLUTION OF A FILIPINO FAMILY เราได้ดูที่ Conference of Birds Gallery ถนนสีลม ในวันที่ 8 ส.ค. 2009

 

เรายังจำได้เลยว่า วันที่ฉายหนังเรื่องนี้ที่ Conference of Birds Gallery เป็นวันแรกที่ Chaloemkiat Saeyong กับ Ratchapoom Boonbunchachoke ปรากฏตัวในสถานที่เดียวกัน แล้วพวกเราก็คุยกันว่า “ตายแล้ว ผู้กำกับหนังทดลองชั้นนำของไทย 2 คนโคจรมาเจอกันในงานฉายหนังเรื่องนี้” 55555

 

6. HEAD-ON เราได้ดูที่หอภาพยนตร์ ศาลายา

 

7. KUNG FU HUSTLE เข้าฉายทั่วไปในประเทศไทย

 

8. SWING GIRLS เราได้ดูที่ลิโด

++++

 

เพิ่งรู้ว่ามีห้างสรรพสินค้าที่เรียกว่า NANA SQUARE อยู่บนโลกใบนี้ด้วย

++++++++

 

เห็นภาพจากหนังเรื่อง IT WAS JUST AN ACCIDENT (2025, Jafar Panahi, Iran) แล้วนึกถึง ONE FOR THE ROAD (2021, Baz Poonpiriya) โดยไม่ได้ตั้งใจ 55555 คงเพราะมีตัวละครกับรถอยู่ในภาพเหมือนกัน แต่อยู่ในลักษณะที่ตรงข้ามกัน เพราะในเรื่องนึงตัวละครนั่งอยู่ท้ายรถ ส่วนอีกเรื่องนึงตัวละครนั่งอยู่บนกระโปรงรถ

++++++

 

คุยกับเพื่อนคนนึงที่ได้ดู ฮักสัปปะลี่กับคดีสีชมพู LOVE OR LIE (2025, Jit Kamnoedrat, A+25) แล้วพบว่า เพื่อนไม่รู้ว่าพระเอกหนังเรื่องนี้คือศตานนท์ ดุรงคเวโรจน์ พอเราบอกว่า เขาคือพระเอกหนังเรื่องนี้ เพื่อนก็ตกใจมาก เพราะเพื่อนของเราจำเขาไม่ได้เลย

 

เราเองตอนที่ดูหนังเรื่องนี้ เราก็จำเขาไม่ได้นะ เราเพิ่งมารู้ตอนหนังจบว่าศตานนท์คือพระเอกหนังเรื่องนี้

 

ก็นับได้ว่า ศตานนท์นี่เล่นหนังเก่งมากจริง ๆ เพราะไม่ใช่เพียงแค่เราคนเดียวที่ไม่รู้ว่านั่นคือเขา ปรากฏว่าเพื่อนของเราก็ไม่รู้เช่นกัน จำเขาไม่ได้

 

รูปของศตานนท์จาก ดิว ไปด้วยกันนะ (2019, Chookiat Sakveerakul), SLR กล้อง ติด ตาย (2022, Lertsiri Boonmee, Wuttichai Wongnoppadol) และ LOVE OR LIE 

 

 

Saturday, July 05, 2025

FAVORITE FEMALE FIGHTING CHARACTERS 4-11

 

วันนี้เราได้ดูหนังเกาหลียุคเก่า 3 เรื่องที่หอภาพยนตร์ ศาลายา ชอบมาก ๆ ทั้งเรื่อง NAKDONG RIVER (1952, Jeon Chang-geun, South Korea, 46min, A+30), THE WIDOW (1955, Park Nam-ok, South Korea, A+30) และ THE MONEY (1958, Kim So-dong, South Korea, A+30)

 

พอดูเสร็จ ก็เลยต้องกินอาหารเกาหลีให้เข้ากับหนังที่ดู เราก็เลยไปกินอาหารที่ร้าน KORAE KOREAN BBQ ที่ตั้งอยู่ใกล้กับหอภาพยนตร์ โดยนั่งวินมอเตอร์ไซค์ไปจากหน้า MAKRO ในราคา 20 บาท ร้านตั้งอยู่หน้า “ซอยสหพร 3” เป็นร้านบุฟเฟต์ในราคาหัวละ 350 บาท

 

ชอบน้ำจิ้มร้านนี้มาก ๆ เพราะมันอร่อยแบบไม่เผ็ด เหมาะกับคนกินเผ็ดไม่ได้แบบเราอย่างสุดๆ

 

พอกินอาหารเกาหลีเสร็จแล้ว ก็เลยเดินมากินขนมต่อที่ร้านราชบุรีแดรี่ฟาร์มคาเฟ่ ตรงซอยบ้านตั้งสินค่ะ

 

++++++++++

 

FAVORITE FEMALE FIGHTING CHARACTERS

 

4. Catwoman (Halle Berry) from CATWOMAN (2004, Pitof)

 

5. Minoes (Carice van Houten) from MISS MINOES (2001, Vincent Bal, Netherlands, A+30)

 

จริง ๆ แล้วเราอยากฉาย MISS MINOES ควบกับ CATWOMAN มาก ๆ เพราะ MISS MINOES เล่าเรื่องของ “แมว” ที่ตกลงไปในถังสารเคมีโดยบังเอิญ แล้วแมวตัวนี้ก็เลยกลายร่างเป็นมนุษย์เพศหญิงได้

 

6. Electra Woman (Deidre Hall) from ELECTRA WOMAN AND DYNA GIRL (1976, TV series)

 

7. Dyna Girl (Judy Strangis) from ELECTRA WOMAN AND DYNA GIRL (1976, TV series)

 

8. บัวผัน (แอน ทองประสม) จาก บัวผันฟันยับ” (2022, Prueksa Amaruji, A+30)

 

จริง ๆ แล้วเราก็ไม่ได้ชอบ “ความบู๊” และ “ความตลก” ใน “บัวผันฟันยับ” มากนัก แต่เราอินสุด ๆ กับเนื้อเรื่องความรักต่างวัยในหนังเรื่องนี้

 

9. เต่านา (จ๊ะ นงผณี มหาดไทย) จาก บัวผันฟันยับ” (2022, Prueksa Amaruji, A+30)

 

10. Madolyn (Michelle Dockery) from FLIGHT RISK (2025, Mel Gibson, A+30)

 

11. Tracy Whitney (Madolyn Smith Osborne) from IF TOMORROW COMES (1986, Jerry London, miniseries, A+30)

 

สร้างจากนิยายของ Sidney Sheldon เราชอบตัวละครนางเอกเรื่องนี้อย่างสุด ๆ เธอเป็นคนธรรมดาที่ถูกผู้ร้ายใส่ความจนต้องติดคุก แล้วเธอก็ต้องรับมือกับ “ฆาตกรโรคจิตหญิงที่เคยฆ่าคนตายจำนวนมาก” ที่ติดอยู่ในคุกเดียวกันกับเธอ เธอเริ่มวิวัฒนาการกลายเป็น “สาวแกร่ง” ขณะติดคุก และพอเธอพ้นโทษออกมาแล้ว เธอก็ตามแก้แค้นกลุ่มคนที่เคยเอาเธอเข้าคุก และเธอก็ต้องเผชิญกับ “ชายโรคจิต” อีกคนที่ตามล่าตัวเธอด้วย

+++

 

บางทีหนังอีกเรื่องที่ควรฉายในงาน BANGKOK HORROR FILM FESTIVAL คือ KAIRO (2001, Kiyoshi Kurosawa, Japan, A+30) โดยพอฉายมาถึงฉากนี้ ก็ให้มีทีมงานผู้จัดเทศกาลแต่งตัวแบบตัวละครในฉาก ปีนขึ้นไปบนแท็งก์น้ำด้วย 5555

 

ภาพงาน Bangkok Horror Film Festival เรา copy มาจากคุณ Sasawat Boonsri

+++

Sherlock Holmes, Conan, Miss Marple, Hercule Poirot ยังต้องพ่าย เมื่อเจอกับนักสืบยุคปัจจุบันที่พยายามตามหาว่า ผู้ชายหล่อ ๆ ในรูปคือใคร 55555

https://web.facebook.com/photo?fbid=1270489187971117&set=a.213833830303330