13. 5 CENTIMETERS PER SECOND (2025, Yoshiyuki Okayama,
Japan, 123min, A+30)
ตัวละคร Akari Shinohara ในวัยเด็ก
(Noa Shiroyama) พูดคำว่า TADAIMA ในหนังเรื่องนี้
+++
เราตอบได้แค่ 7 จาก 12 เรื่อง
1. SMALL TOYS (1933, Yu Sun, China)
เรื่องนี้เราเคยดู ชอบมาก ๆ
2. SONG OF THE LITTLE ROAD (PATHER PANCHALI) (1955, Satyajit
Ray, India)
เรื่องนี้เราเคยดู ชอบมาก ๆ
3. LITTLE BY LITTLE (1970, Jean Rouch, France/Niger)
หนึ่งในหนังที่เราชื่นชอบที่สุดที่ได้ดูในปี
2025
5. SMALL CHANGE (1976, François Truffaut, France)
เรายังไม่เคยดู
6. THE LITTLE GIRL WHO CONQUERED TIME (1983, Nobuhiko
Obayashi, Japan)
เรื่องนี้เราเคยดูแล้ว
9. เรื่องรัก น้อยนิด มหาศาล LAST LIFE
IN THE UNIVERSE (2003, Pen-ek Ratanaruang)
เรื่องนี้เราเคยดูแล้ว
12. SMALL HOURS OF THE NIGHT (2024, Daniel Hui, Singapore)
หนึ่งในหนังที่เราชื่นชอบที่สุดที่ได้ดูในปี
2025
************
ตอนนี้เรามั่นใจ 100 % เต็มว่า
ผู้สร้างละครทีวีญี่ปุ่นเรื่อง “สิงห์สาวนักสืบ ปีสอง” หรือ SUKEBAN DEKA
II: THE LEGEND OF THE GIRL IN THE IRON MASK (1985-1986, 42 episodes, A+30) นั้น เป็น cinephile อย่างแน่นอน 55555
ละครเรื่องนี้นำแสดงโดย Yoko Minamino หรือ Nanno และเราเคยดูตอนมันมาฉายทางช่อง 5 ในปี 1987-1988 หรือเมื่อเกือบ 40
ปีก่อน
ความ cinephilia ของละครทีวีเรื่องนี้
1. ใน “สิงห์สาวนักสืบ ปีสอง ตอนที่ 16”
ตอนนี้เป็นตอนที่จงใจ tribute ให้ Sergei Eisenstein กับ Sergio Leone ตามคลิปที่เราแปะไปแล้ว
2. ใน “สิงห์สาวนักสืบ ปีสอง ตอนที่ 24 กับ 25”
สองตอนนี้เป็นตอนที่จงใจ tribute ให้ภาพยนตร์เรื่อง VERTIGO
(1958, Alfred Hitchcock) และมันออกมาหนักมาก ๆ ไม่ทราบชีวิตอะไรอีกต่อไป
3. ใน “สิงห์สาวนักสืบ ปีสอง ตอนที่ 10” ตอนนี้ tribute
ให้กับ CASABLANCA (1942, Michael Curtiz)
กราบขอบพระคุณคุณ Suriya Sangkarat มาก ๆ ที่แจ้งข้อมูลเรื่อง CASABLANCA นี้
คือการ tribute ในตอนนี้มันหนักมาก
เพราะว่า
3.1 มีการใช้เพลง AS TIME GOES BY จากหนังเรื่อง CASABLANCA มาประกอบทั้งตอนนี้
3.2 มีการใช้ภาพและโปสเตอร์จาก CASABLANCA
มาประกอบในละคร
3.3 ร้านกาแฟในละครเรื่องนี้ก็ตั้งชื่อว่าร้าน CASABLANCA
3.4 ตัวละครก็เล่นเปียโนเหมือนในหนัง
3.5 พล็อตเรื่องของตอนนี้ก็มาจาก CASABLANCA
เลย เพียงแต่สลับเพศกัน เพราะในตอนนี้ ยูกิโนะพยายามช่วยเหลือ
“แฟนเก่า” และ “แฟนใหม่ของแฟนเก่า” ในการหลบหนีจากกลุ่มผู้ร้าย
เธอกับสิงห์สาวอีกสองคนออกไปฟาดฟันเหล่าร้ายเพื่อช่วยเหลือ “แฟนเก่า” และ
“แฟนใหม่ของแฟนเก่า” และยูกิโนะก็พา “แฟนเก่า” และ “แฟนใหม่ของแฟนเก่า” ขึ้นเครื่องบินของเธอเพื่อหลบหนีออกจากญี่ปุ่นในช่วงท้ายของตอน
3.6 บทสนทนาในละครตอนนี้ก็ดัดแปลงมาจาก CASABLANCA
อย่างเช่น
3.6.1
Rick: Of all the gin joints, in all
the towns, in all the world, she walks into mine.
3.6.2
- Yvonne: Where
were you last night?
- Rick: That's
so long ago, I don't remember.
- Yvonne: Will
I see you tonight?
- Rick: I never
make plans that far ahead.
3.6.3
- Ilsa: You're saying this only to make me go.
- Rick: I'm saying it because it's true. Inside of us, we both know you
belong with Victor. You're part of his work, the thing that keeps him
going. If that plane leaves the ground and you're not with him, you'll
regret it. Maybe not today. Maybe not tomorrow, but soon and for the rest
of your life.
กราบผู้สร้างละครทีวีญี่ปุ่นเรื่อง SUKEBAN
DEKA II: THE LEGEND OF THE GIRL IN THE IRON MASK (1985-1986, 42 episodes, A+30)
มาก ๆ เราเคยกรี๊ดอย่างสุดเสียงให้กับละครทีวีเรื่องนี้ไปแล้วในปี
1987-1988 และพอเราย้อนกลับมาดูละครทีวีเรื่องนี้อีกครั้งในปี 2026
เราก็ร้องกรี๊ดสุดเสียงอีกรอบให้กับความเป็น cinephile ของผู้สร้างละครทีวีเรื่องนี้
+++++
พอเราเห็นว่า POSSESSION (1981, Andrzej Zulawski,
France/West Germany, A+30) จะมาฉายที่หอภาพยนตร์ ศาลายา
เราก็เลยนึกถึง “หนึ่งในหนังไทยที่น่าเสียดายที่สุด” เรื่อง “ผีโป๊สะดือพูดและสิวของนุกนิก”
หรือ FROM A PIMPLE TO NIRVANA (2013, Amorn Harinnitisuk,
130min, B+ ) ที่นำแสดงโดย โบวี่ อัฐมา ชีวนิชพันธ์
ที่เราว่า “น่าเสียดาย” ก็เป็นเพราะว่า เราว่าไอเดียบางอย่างของหนังเรื่องนี้มันเข้าทางเรา
แต่การ execution ไอเดียดังกล่าวออกมาเป็นหนัง
และองค์ประกอบต่าง ๆ ของหนังมันทำได้ไม่ดีเท่าไหร่ หนังมันเลยออกมาไม่ค่อยน่าประทับใจ
คือเราว่าถ้าหากเอาไอเดียบางอย่างของหนังเรื่องนี้มาพัฒนาต่อยอดใหม่ แล้ว execution
มันออกมาให้ดี หนังเรื่องนี้มันจะกลายเป็น “หนังไทยที่สามารถสู้รบปรบมือกับ
POSSESSION ได้” เพราะตัวละครนางเอกของ “ผีโป๊สะดือพูดและสิวของนุกนิก”
มันถือเป็นตัวละครหญิงบ้าที่รุนแรงที่สุดตัวนึงของหนังไทย
อีกอย่างที่สงสัยก็คือว่า “ผีโป๊สะดือพูดและสิวของนุกนิก”
นี่ มันถือเป็นหนัง body horror ได้หรือเปล่า 55555
++++
IMAGINARY FILM: I KNOW YOU SCREAMED LAST SUMMER
พอดู SCREAM 7 (2026, Kevin Williamson,
A+30) แล้วก็ต้องบอกว่า เราอาจจะชอบภาคนี้น้อยที่สุดในทั้ง 7 ภาคนะ
หรือไม่ก็ชอบในระดับรองต่ำสุด ตอนนี้ยังตัดสินใจไม่ได้ แต่ก็ยังชอบในระดับ A+30 อยู่ดี และก็อยากจะดูภาค 8 ในปีหน้า อยากให้สร้างกันออกมาทุกปี 55555
เราว่าเราชอบ SCREAM 7 น้อยกว่า
I KNOW WHAT YOU DID LAST SUMMER ภาค 3 (2025, Jennifer
Kaytin Robinson, A+30) อีกด้วยนะ แต่เราอยากให้สองจักรวาลนี้มา intersect
กันมาก ๆ อยากให้ตัวละครที่รอดชีวิตจาก SCREAM 7 มาผจญภัยร่วมกับ Brandy และ Jennifer Love
Hewitt ในภาคใหม่
สรุปว่า เราอยากให้ SCREAM 8 กับ I KNOW WHAT YOU DID LAST SUMMER ภาค 4
รวมเข้าด้วยกันเป็นหนังเรื่องเดียวกันไปเลย เป็น I KNOW YOU SCREAMED LAST
SUMMER หรืออะไรทำนองนี้
ส่วนการรวมสองจักรวาลนี้เข้าด้วยกัน
ก็ทำได้ไม่ยาก วิธีนึงที่อาจทำได้ ก็คือการให้ตัวละคร Ghostface กลุ่มใหม่ที่วางแผนจะฆ่ากลุ่มตัวละครใน SCREAM กับตัวละคร
The Fisherman กลุ่มใหม่ที่วางแผนจะฆ่า Jennifer Love
Hewitt กับ Brandy มานั่งรถไฟขบวนเดียวกัน
หรือฆาตกรทั้งสองกลุ่มอาจจะเจอกันใน dark web และฆาตกรทั้งสองกลุ่มก็เลยวางแผนว่าจะสลับกันฆ่าเหยื่อของอีกกลุ่มนึง เพื่อให้ตำรวจ/ตัวละครฝ่ายเหยื่อ
สืบหาความเชื่อมโยง/ต้นตอ/แรงจูงใจของกลุ่มฆาตกรได้ยากมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการ tribute
ให้ STRANGERS ON A TRAIN (1951, Alfred
Hitchcock) 55555
ลำดับความชอบหนังชุด SCREAM
1. SCREAM (1996, Wes Craven, A+30)
2. SCREAM 3 (2000, Wes Craven)
Parker Posey กับ Emily Mortimer คือสองสาเหตุสำคัญที่ทำให้เราชอบภาคนี้อย่างรุนแรงมาก
ฉากอ่านบทจากเครื่องแฟกซ์ในภาคนี้
ก็ถือเป็นฉากคลาสสิคสำหรับเรา
3. SCREAM 5 (2022, Matt Bettinelli-Olpin,
Tyler Gillett)
สองประโยคจากหนังเรื่องนี้นื่ถือว่าเป็นประโยคคลาสสิคสำหรับเราไปเลย
3.1 “I'm Sidney fucking Prescott, of
course I have a gun.”
3.2 Amber Freeman: [Runs
outside crying and screaming] Help me! Help me! He stabbed me!
- Sidney Prescott:
[Looks at Gale] What do you think?
- Gale Riley:
Trap.
4. SCREAM 2 (1997, Wes Craven)
ฉากเปิดนี่คลาสสิคมาก ๆ ฉากฆ่ากันกลางวันแสก ๆ
กลางมหาวิทยาลัยก็รุนแรงมาก ๆ
5. SCREAM 6 (2022, Matt Bettinelli-Olpin,
Tyler Gillett)
เราชอบฉากรถไฟในภาคนี้
6. SCREAM 4 (2011, Wes Craven)
7. SCREAM 7 (2026, Kevin Williamson, A+30)
เราว่าองก์ท้ายของภาค 7 มีปัญหามากพอสมควร แต่ในอนาคตเราอาจจะชอบภาค
7 มากกว่าภาค 4 ก็ได้ ต้องรอดูต่อไปว่าภาคนี้จะสร้างความประทับใจต่อเราในระยะยาวได้มากน้อยแค่ไหน
No comments:
Post a Comment