ONE SECRET AGENT AFTER ANOTHER
เราชอบ THE SECRET AGENT (2025, Kleber
Mendonça Filho, Brazil, 161min, A+30) และ ONE BATTLE AFTER
ANOTHER (2025, Paul Thomas Anderson, 161min, A+30) อย่างสุดขีดมาก
ๆ ทั้งสองเรื่อง และก็แอบขำที่หนังทั้งสองเรื่องมีความยาว 161 นาทีเท่ากัน
และพูดถึงการต่อสู้ทางการเมืองเหมือน ๆ กัน
เราก็เลยทำลิสท์ตัวละครในหนังสองเรื่องนี้ที่ทำให้นึกถึงกันและกันขึ้นมาด้วยดีกว่า
55555
เราดู ONE BATTLE AFTER ANOTHER เมื่อหลายเดือนก่อนจนเราลืมรายละเอียดในหนังเรื่องนี้ไปหมดแล้ว
เพราะฉะนั้นถ้าหากเราจำข้อมูลอะไรผิดไป ก็ comment มาบอกกันได้นะคะ
1. Armando Solimões (Wagner Moura) vs.
Bob (Leonardo DiCaprio)
พระเอก
2. Flávia (Laura Lufési) vs. Willa
(Chase Infiniti)
สาวสามกีบ ความหวังของโลกนี้ฝากไว้กับพวกเธอ
3. Henrique Ghirotti (Luciano Chirolli)
vs. Col. Steven J. Lockjaw (Sean Penn)
ตัวผู้ร้ายที่เคยเผชิญกับ “เมียพระเอก”
4. Sebastiana (Tânia Maria) vs. Sensei
Sergio St. Carlos (Benicio Del Toro)
ผู้คอยปกป้องผู้ลี้ภัย ช่วยเหลือคนทุกข์คนยาก
5. Fátima Nascimento (Alice Carvalho)
vs. Perfidia (Teyana Taylor)
เมียพระเอก
6. Elza (Maria Fernanda Cândido) vs.
Deandra (Regina Hall)
ผู้หญิงที่คอยช่วยเหลือตัวละครเอกในการหลบหนี
7. Luanda (Rafaela Pavin) vs. Mae West
(Alana Haim)
หญิงสาวที่อยู่ในองค์กรเดียวกับพระเอก
และถูกผู้ร้ายกำจัดไป
8. João Pedro (Marcello Valle) vs.
Howard “Billy Goat” Sommerville (Paul Grimstad)
ผู้ชายที่ช่วยพระเอกในการหลบหนี/ตั้งต้นชีวิตใหม่
ตัวละคร João Pedro คือคนที่รับ “โทรเลข” จากพระเอก THE
SECRET AGENT ส่วน Billy Goat คือคนที่ให้อัตลักษณ์ใหม่กับพระเอก
ONE BATTLE AFTER ANOTHER
9. Lenira Nascimento (Aline Marta Maia)
vs. Gramma Minnie (Starletta DuPois)
แม่ยายของพระเอก
ทั้งสองคนเหมือนไม่ค่อยชอบพระเอก แต่ด้วยเหตุผลที่ตรงข้ามกัน Lenira ไม่ชอบพระเอกเพราะกลัวว่า “ภัยการเมือง”
ที่ตามตัวพระเอกมาจะทำให้ชีวิตของเธอขาดความสงบสุข ส่วน Gramma Minnie ไม่ค่อยชอบพระเอก
เพราะเธอมองว่าพระเอกดูขี้ขลาดเมื่อเทียบกับตัวลูกสาวของเธอ (ถ้าหากเราจำไม่ผิดนะ)
ตัวละคร Gramma Minnie นี้
ตั้งชื่อตาม Minnie Riperton ซึ่งเป็น “แม่ยาย” ตัวจริงของ Paul
Thomas Anderson โดยทุกคนคงรู้จัก Minnie Riperton กันเป็นอย่างดีจากเพลง LOVIN’ YOU (1974) ที่สถานีวิทยุในไทยเปิดบ่อยมาก
ๆ และถือเป็น “หนึ่งในเพลงคลาสสิคอมตะนิรันดร์กาล” ในความเห็นของเรา
10. Vilmar (Kaiony Venâncio) vs. Avanti
(Eric Schweig)
มือสังหารที่ดูมีความบ้าน ๆ ตัวละคร Vilmar
นี่ถ้าเป็นหนังไทยต้องรับบทโดย “คุณคาเงะ”
11. Augusto Borba (Roney Villela) vs.
Tim Smith (John Hoogenakker)
มือสังหารที่มีความเป็น elite ดูหล่อเท่
12. Euclides Cavalcanti (Robério Diógenes) vs. Virgil
Throckmorton (Tony Goldwyn)
หัวหน้ากลุ่มคนเหี้ย
13. Daniela (Isadora Ruppert) vs. Bobo (Colton Gantt)
เพื่อนของสาวสามกีบ ตัวละคร Bobo คือคนที่เป็น non-binary
เราชอบ THE SECRET AGENT มากกว่า
ONE BATTLE AFTER ANOTHER นะ
ซึ่งสิ่งนี้ก็ไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่ว่าหนังเรื่องไหนดีกว่ากันแต่อย่างใด
55555 เพราะเรามองว่า ONE BATTLE AFTER ANOTHER ก็เป็นหนังที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้แล้วในแนวทางของมันเอง
เพียงแต่ว่าสไตล์/แนวทางของ THE SECRET AGENT เป็นสิ่งที่เข้าทางเรามากกว่า
อยากให้หนังสองเรื่องนี้มี spin off ของตัวเองมาก ๆ โดย
1. ONE BATTLE AFTER ANOTHER ภาคสอง เล่าเรื่องราวของ Perfidia ในเม็กซิโก
เราอยากรู้มาก ๆ ว่า Perfidia จะไปประกอบวีรกรรมใดบ้างในเม็กซิโก
เพราะอย่างที่รู้ ๆ กันว่า Mexico เป็นประเทศที่เดือดมาก ๆ
2. THE SECRET AGENT ภาคสอง
เล่าเรื่องราวของ Sebastiana ตอนอยู่อิตาลี
ซึ่งเป็นช่วงที่เธอเคยเป็น Communist ก่อนจะเปลี่ยนตัวเองมาเป็น
Anarchist เพราะ Sebastiana เล่าว่า
ตอนที่เธออยู่อิตาลี เธอได้ “ทำสิ่ง 3 สิ่ง” ที่เธอจะไม่เล่าให้คนอื่น ๆ
ในอพาร์ทเมนท์ฟัง และจนจบหนังเรื่อง THE SECRET AGENT Sebastiana ก็ไม่ยอมเล่าอยู่ดีว่า “สิ่ง 3 สิ่งที่ไม่อาจเปิดเผยได้”
ที่เธอเคยทำตอนอยู่อิตาลี ประกอบด้วยสิ่งใดบ้าง
เพราะฉะนั้นถ้าหากมี THE SECRET AGENT ภาคสอง เราก็อยากให้เล่าเรื่องราวของ “สิ่ง 3 สิ่งอันไม่อาจเปิดเผยได้”
ที่ Sebastiana เคยทำตอนอยู่อิตาลี
THE SECRET AGENT (2025, Kleber Mendonça Filho, Brazil, A+30)
SPOILERS ALERT
--
--
--
--
--
1. ชอบหนังเรื่องนี้อย่างสุดขีดมาก ๆๆๆๆๆ
แต่เราไม่ขอเขียนถึงประเด็นหลัก ประเด็นสำคัญใด ๆ ในหนังเรื่องนี้นะ
ทั้งเรื่องการเมือง, การสื่อสารยุคเก่า, สื่อยุคเก่า, ความสำคัญของภาพยนตร์,
ความสำคัญของ archives, etc. เพราะว่าเพื่อน ๆ
ของเราเขียนถึงประเด็นเหล่านี้กันไปหมดแล้ว และเราได้แชร์สิ่งที่เพื่อน ๆ
เขียนมาไว้บนวอลล์ของเราแล้ว
เพราะฉะนั้นเราก็จะขอทำเพียงแค่จดบันทึกความรู้สึกส่วนตัวของเราที่มีต่อหนังเรื่องนี้แล้วกัน
โดยจะไม่แตะแก่นหลักหรือประเด็นหลัก ๆ ของหนังแต่อย่างใด 55555
2. อย่างแรกที่ชอบเป็นการส่วนตัวเลยก็คือการที่หนังเรื่องนี้ทำให้นึกถึงประเทศไทยในหลาย
ๆ แง่มุม โดยแง่มุมแรกก็คือ “สภาพภูมิอากาศ” ซึ่งจะเห็นได้จาก “เหงื่อ” ของตัวละครต่าง ๆ ในหนังเรื่องนี้
เพราะว่าเหตุการณ์มันเกิดในบราซิล ในช่วงที่อุณหภูมิน่าจะใกล้เคียงกับประเทศไทย
และเราก็จะเห็นเหงื่อของตัวละครเยอะมาก โดยเฉพาะ “รอยเหงื่อที่เปื้อนเสื้อ”
ขณะที่ตัวละครใช้โทรศัพท์สาธารณะ หรือฉากที่ Augusto กับ Bobbi
เหงื่อแตกขณะไปหา Vilmar ในโรงงานน้ำตาล
คือภาพยนตร์มันเป็น “สื่อ”
ที่กระทบเราทางภาพและเสียงโดยตรง แต่ไม่ได้กระทบเราทางกลิ่น, รส และสัมผัสโดยตรง
เราก็เลยชอบที่หนังบางเรื่องมันทำให้เรารู้สึกถึง “สัมผัสทางกาย” ได้ในทางอ้อมด้วย
โดยผ่านทาง “อุณหภูมิ” ที่ตัวละครเผชิญในหนัง
แต่ว่าหนังที่เราดูส่วนใหญ่มันเป็นหนังฮอลลีวู้ด, หนังยุโรป และหนังญี่ปุ่น
เพราะฉะนั้นเราก็เลยมักจะสัมผัส “ความหนาวเย็น” ผ่านทางหนังเหล่านี้เป็นหลัก
โดยเฉพาะหนังอย่าง ZERO KELVIN (1995, Hans Petter Moland, Norway) แต่พออันนี้มันเป็นหนังบราซิล
และมันละเอียดลออกับการใส่เหงื่อให้กับตัวละครในแต่ละฉาก เราก็เลยชอบมาก ๆ
ที่หนังเรื่องนี้มันทำให้นึกถึงอุณหภูมิที่คล้ายคลึงกับประเทศไทยมาก ๆ
คือแค่กูเดินออกไปหน้าบ้าน เหงื่อกูก็แตกแล้ว
3. การเข่นฆ่าประชาชนในยุคสงครามเย็น
เผด็จการทหาร ก็เป็นสิ่งที่ทำให้นึกถึงประเทศไทยมาก ๆ
โดยไทยในยุคนั้นก็เป็นยุคที่มีการ propaganda ให้คนหวาดกลัวคอมมิวนิสต์
และมีการลอบสังหารอาจารย์มหาวิทยาลัยด้วยเช่นกัน อย่างเช่น ผู้ช่วยศาสตราจารย์
บุญสนอง บุณโยทยาน อดีตหัวหน้าแผนกวิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ถูกลอบสังหารเสียชีวิตเมื่อเวลาประมาณ
01.30 น. ของวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ.
2519
4. เรารู้สึกผูกพันกับ “ยุคสมัย”
ของหนังเรื่องนี้อย่างเป็นการส่วนตัวมาก ๆ ด้วย เพราะว่า เราเกิดในปี 1973 ส่วน Kleber
Mendonça Filho เกิดปี 1968 เพราะฉะนั้นพอเขาสร้างหนังที่ถ่ายทอด
“บรรยากาศในวัยเด็ก” ของเขา มันก็เลยซ้อนทับกับ “ความทรงจำในวัยเด็ก” ของเรามาก ๆ
โดย
4.1 อย่างแรกที่เราร้องวี้ดเลยก็คือดนตรีประกอบ
เมื่อหนังใช้เพลง IF YOU LEAVE ME NOW (1976) ของวง Chicago
ในช่วงต้นเรื่อง เพราะนี่คือเพลงที่กรอกหูเราบ่อย ๆ
ในวัยเด็กของจริง และเราก็ชอบมากที่หนังใช้เพลง LOVE TO LOVE YOU BABY
(1975) ของ Donna Summer ด้วย
4.2
ชอบที่ตัวละครติดต่อกันโดยใช้โทรศัพท์สาธารณะกับโทรเลขมาก ๆ เพราะว่า
4.2.1 บ้านของเราเพิ่งมีโทรศัพท์ใช้ในปี 1988
เพราะฉะนั้นก่อนหน้าปี 1988
เราก็เลยต้องพึ่งพาการสื่อสารโดยใช้โทรศัพท์สาธารณะเป็นหลัก
4.2.2
บ้านของตากับยายเราที่จังหวัดอุบลราชธานีก็ไม่มีโทรศัพท์เหมือนกัน
เพราะฉะนั้นเวลาที่แม่ของเราพาเราไปเยี่ยมตากับยายในทศวรรษ 1970-1980
แม่ของเราก็จะส่ง “โทรเลข” ไปหาตากับยาย เพื่อบอกตากับยายว่า
แม่จะเดินทางจากกรุงเทพไปเยี่ยมนะ
5. หนังที่ถูกอ้างอิงถึงในหนังเรื่องนี้
ก็ล้วนเป็นหนังที่ผูกพันกับความทรงจำของเราในวัยเด็ก ซึ่งก็คือ
5.1 JAWS (1975, Steven Spielberg)
มันคือหนังที่เราอยากดูตอนเด็ก ๆ เหมือนกัน
แต่เราก็ไม่ได้ดู เรามาได้ดูหนังเรื่องนี้ตอนที่เราโตแล้ว เราจำได้แต่ว่า ตอนเด็กๆ
มีข่าวลงหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์
เกี่ยวกับการพบศพคนถูกกินอยู่ในท้องปลาฉลามที่ถูกจับได้แถวศรีราชา
ซึ่งข่าวฉลามกินคนที่ศรีราชานี่มันเป็นข่าวที่ฝังใจเราตอนเด็กมาก ๆ
เหมือนกับตัวละครในหนังเรื่องนี้
5.2 THE OMEN (1976, Richard Donner)
นี่ก็เป็นหนังที่ดังสุดขีดตอนที่เรายังเป็นเด็ก
5.3 การ์ตูน POPEYE THE SAILOR
นี่ก็เป็นการ์ตูนที่เราได้ดูบ่อย ๆ
ทางโทรทัศน์ในช่วงทศวรรษ 1970 แต่เราเข้าใจว่าการ์ตูนที่เราได้ดูอาจจะเป็นการ์ตูนที่สร้างขึ้นในปี
1960-1963 ส่วนการ์ตูนที่ Fernando ได้ดูในหนังเรื่องนี้คือ POPEYE
THE SAILOR MEETS ALI BABA’S FORTY THIEVES (1937, Dave
Fleischer, Willard Bowsky, 17min) ซึ่งมีให้ดูในยูทูบ
6. เราชอบที่ THE SECRET AGENT refer ถึงหนังเรื่องอื่น ๆ อีกหลายเรื่องด้วย โดยเฉพาะ
6.1 DONA FLOR AND HER TWO HUSBANDS
(1976, Bruno Barreto, Brazil, A+30)
มีภาพจากหนังเรื่องนี้ติดอยู่ในโรงหนัง
6.2 MIDNIGHT COWBOY (1969, John Schlesinger)
มีโปสเตอร์หนังเรื่องนี้ติดอยู่ในโรงหนัง
6.3 ISAURA: SLAVE GIRL (1976-1977,
Brazil)
เราเพิ่งมารู้จาก IMDB ว่า
คลิปจากละครทีวีเรื่องนี้ถูกนำเสนอในช่วงต้นของหนังเรื่อง THE SECRET AGENT
เราก็เลยจะเสริมว่า ละครทีวีเรื่องนี้เคยมาฉายในไทยด้วยนะ
ในชื่อเรื่องว่า “อีสเซารา เสน่ห์นางทาส” โดยฉายทางช่อง 5 ในช่วงปลายทศวรรษ 1980
แต่ฉายไม่จบเรื่องนะ คือเหมือนพอฉายไปได้ระยะนึง แล้วมันสิ้นปีพอดี
แล้วพอขึ้นปีใหม่ เจ้าของสิทธิละครทีวีเรื่องนี้คงประมูลซื้อเวลาออกอากาศจากทางช่อง
5 ไม่ได้ ละครทีวีเรื่องนี้ก็เลยไม่ได้แพร่ภาพต่อในไทย
โชคดีที่เราไม่ได้ตามดูละครเรื่องนี้
เราก็เลยไม่ได้ค้างคาใจว่ามันจบยังไง แต่เราจำได้ว่ามันฉายในเวลาใกล้ ๆ กับ
“สิงห์สาวนักสืบ” (SUKEBAN DEKA) เราก็เลยเหมือนได้เห็นละครเรื่องนี้ผ่าน
ๆ ตาตอนที่เราเปิดทีวีเพื่อรอดูสิงห์สาวนักสืบ
แต่แม่ของเราชอบดู “อีสเซารา เสน่ห์นางทาส” มาก
ๆ เราก็เลยเสียดายเหมือนกันที่แม่ของเราไม่ได้ดูละครเรื่องนี้ต่อจนจบ
เราว่าการนำภาพจาก “อีสเซารา เสน่ห์นางทาส”
มาใช้ใน THE SECRET AGENT ก็เพื่อเป็นการพาดพิงถึงตัวละครแม่ของ
Amando Solimões (Wagner Moura)
6.4 ถ้าหากเราจำไม่ผิด ตัวละคร Elza พูดว่า “Ghirotti ควรติดคุก Carandiru” เราก็เลยนึกถึงหนังเรื่อง CARANDIRU (2003, Hector Babenco,
Brazil, 145min) ที่เคยเข้ามาฉายในกรุงเทพ
โดยคุกแห่งนี้เคยเกิดเหตุสังหารหมู่นักโทษ 111 คนในปี 1992
7. ชอบดนตรีประกอบอย่างสุดขีด โดยเฉพาะในฉาก climax
ระหว่าง Bobbi กับ Vilmar ที่เหมือนมีการใช้ “เครื่องเป่า” ในการเร้าอารมณ์
Composers ของหนังเรื่องนี้คือ Mateus
Alves กับ Tomaz Alves Souza
8. ชอบที่หนังมันเหมือนจะพูดถึงความขัดแย้งระหว่างภูมิภาคต่าง
ๆ ในบราซิล เหมือนเป็นความขัดแย้งระหว่างทางเหนือกับทางใต้
ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่เคยรู้มาก่อน และหนังก็พูดถึงเมืองหลาย ๆ เมืองในบราซิลด้วย
อย่างเช่น
8.1 ฉากหลักเกิดที่เมือง Recife ในรัฐ Pernambuco ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของบราซิล
8.2 ตัวละครพระเอกใช้โทรเลขและโทรศัพท์ติดต่อกับตัวละคร
João Pedro ในกรุงบราซิเลีย
8.3 เราไม่แน่ใจว่าตัวละครสองมือสังหาร Bobbi
กับ Agusto เดินทางมาจาก Rio de
Janeiro หรือเปล่า
เรารู้แค่ว่าทั้งสองเดินทางไปทิ้งศพผู้หญิงคนนึงที่เขื่อน Sérgio Motta ใกล้นครเซาเปาโล
8.4 Bobbi กับ Agusto
เดินทางไปเจอกับ Henrique Ghirotti ที่นครเซาเปาโล
ที่อยู่ทางใต้ของบราซิล
9. เราว่าหนังมันถ่ายทอดยุคสมัยนั้น ๆ
ออกมาได้ดีมาก ๆ เลยทีเดียว โดยผ่านทาง “เสื้อผ้าหน้าผม” ของ “ตัวประกอบ” ทุกตัว
ทั้งตัวประกอบที่มีบทพูดและไม่มีบทพูด ทั้งตัวประกอบที่แค่อยู่ในฉาก
หรือตัวประกอบที่แค่เดินผ่านฉากเฉย ๆ คือพอหนังมันให้ความสำคัญกับรายละเอียดของ
“ทรงผม”, “เครื่องแต่งกาย”, “บุคลิกลักษณะ” ของตัวประกอบทุกตัวแบบนี้
เราก็เลยกราบตีนหนังเรื่องนี้มาก ๆ มัน bring back to life the bygone era อย่างรุนแรงมาก ๆ
10. สรุปว่า สิ่งที่เราชอบที่สุดใน THE
SECRET AGENT ก็คือการที่หนังมันใส่ใจกับ “ตัวประกอบ”
ของหนังเรื่องนี้อย่างรุนแรงสุดขีดมาก ๆ น่ะ
หนังมันทำให้เรารู้สึกใส่ใจและประทับใจกับตัวละครประกอบเยอะมาก ๆ
ทั้งตัวประกอบที่ปรากฏตัวและไม่ปรากฏตัวในหนัง
และทั้งตัวประกอบที่มีบทพูดและไม่มีบทพูดในหนัง คือไม่รู้ว่าผู้สร้างหนังและผู้กำกับหนังเรื่องนี้ทำได้อย่างไร
ถึงสามารถทำให้เรารู้สึกประทับใจกับตัวประกอบในหนังเรื่องนี้ได้เยอะมาก ๆๆๆๆๆ
ขนาดนี้
อย่างที่นักวิจารณ์บางท่านได้เขียนไว้แล้วว่า THE
SECRET AGENT มันเป็นหนังที่ใส่ใจกับคนตัวเล็กตัวน้อยในสังคมจริง ๆ
และด้วยเหตุนี้ THE SECRET AGENT มันก็เลยเข้ากับหนึ่งใน concept ของ
“ภาพยนตร์ที่เข้าทางเราอย่างสุดขีด” ด้วย ซึ่งก็คือ concept
ที่ว่า “ตัวละครทุกตัวในหนัง มีชีวิตมาก่อนหน้าที่หนังจะเริ่มต้นขึ้น
และยังมีชีวิตอยู่ต่อไปหลังจากที่หนังจบลงแล้ว (ถ้าหากตัวละครนั้นไม่ตายในระหว่างที่เนื้อเรื่องดำเนินไปนะ)”
และ “ตัวละครประกอบทุกตัว ไม่ได้ดำรงอยู่เพียงเพื่อรับใช้ตัวละครเอก
และตัวละครประกอบทุกตัว ไม่ได้ดำรงอยู่เพียงเพื่อทำ function บางอย่างให้กับหนังเรื่องนั้น ๆ พวกเขาไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อเป็นรองพระเอก
นางเอก เพราะตัวละครประกอบทุกตัวก็ล้วนเป็นพระเอก นางเอกในมุมมองของตนเอง
และตัวละครประกอบทุกตัว ก็ล้วนมีชีวิตจิตใจ รักโลภโกรธหลง
มีปัญหาชีวิตเป็นของตนเอง
พวกเขาไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อหมุนรอบตัวละครพระเอกนางเอก”
คือเรารู้สึกว่า THE SECRET AGENT มัน treat ตัวประกอบทุกตัวจนทำให้เรารู้สึกแบบข้างต้นได้น่ะ
หนังเรื่องนี้มันก็เลยเข้าทางเราอย่างสุดขีดที่สุด
11. ตัวละครที่เราประทับใจใน THE SECRET
AGENT
11.1 เราจองเป็น
“ผู้หญิงที่ถูกผีเข้าสิงระหว่างดูหนังเรื่อง THE OMEN”
11.2 อีกตัวละครที่เราอยากจองรับบทมาก ๆ ก็คือ
“กะหรี่สาวในห้องเก็บเอกสาร” ที่เอากับยามรักษาความปลอดภัย เราชอบมาก ๆ
ที่เธอถูกจับได้ แต่เธอก็เดินเชิดหน้า หยิ่งผยองออกจากห้องเก็บเอกสาร
ไม่มีความยี่หระอะไรใด ๆ ทั้งสิ้น
11.3 ชอบ “ผู้หญิง”
ที่เดินผ่านสวนสาธารณะตอนกลางคืนด้วย คือตัวละครตัวนี้ไม่มีบทพูดอะไรเลยนะ
คือเธอแค่เดินผ่านสวนสาธารณะขณะที่คนมากมายกำลังมีเซ็กส์กัน
เหมือนเธอแค่เดินจากด้านขวาของจอ ไปยังด้านซ้ายของจอ ด้วยรองเท้าส้นหนา ๆ
คือแค่เธอเดินผ่านหน้าจอแค่นั้น หนังก็สามารถทำให้เรากับเพื่อนประทับใจตัวละครตัวนี้อย่างรุนแรงสุดขีดได้
11.4 แมวสองหน้า ไม่ทราบชีวิตอะไรอีกต่อไป
11.5 Geisa ซึ่งเป็นหลานสาวของ
Sebastiana โดย Geisa เป็นตัวละครที่ไม่ปรากฏตัวในหนังเรื่องนี้เลย
เพราะว่าเธอได้ทุนการศึกษาไปเรียนต่อที่เยอรมนี
และสิ่งนี้สร้างความไม่พอใจให้แก่แฟนหนุ่มของเธอ เขาก็เลยฆ่าเธอตาย
ก่อนที่เนื้อหาหลักของหนังเรื่องนี้จะเริ่มต้นขึ้น
เราชอบมาก ๆ ที่ THE SECRET AGENT ใส่เรื่องเล่าเกี่ยวกับ Geisa เข้ามาในหนัง
เพราะมันทำให้หนังเรื่องนี้แอบใส่ประเด็นเรื่องสิทธิสตรีในยุคนั้นเข้าไปด้วยได้อย่างเนียน
ๆ และอย่างน่าสะเทือนใจมากๆ
คือหนังเรื่องนี้เนื้อหาหลักมันอาจจะพูดถึงเผด็จการบราซิลในยุคสงครามเย็น
แต่มันก็สอดแทรกประเด็นสิทธิสตรีและอาจจะรวมถึงสิทธิเกย์เข้าไปด้วย
11.6 Clóvis คือเราว่าตัวละครตัวนี้อาจจะสะท้อนประเด็นปัญหาเรื่องสิทธิเกย์ในบราซิลในยุคนั้น
เพราะว่า Clóvis “ไม่ได้เป็นผู้ชายในแบบที่ครอบครัวของเขาต้องการ”
Clóvis ก็เลยต้องหนีออกจากบ้าน และกลายเป็นคนไร้การศึกษา
11.7 Sebastiana ถือเป็น one
of my most favorite characters I saw this year เลย
เราชอบมากที่เธอเคยเป็น Communist ก่อนจะเปลี่ยนตัวเองมาเป็น
Anarchist และเธอเคยเห็น “สิ่งที่ไม่อาจบอกเล่าได้”
ระหว่างที่อยู่ที่อิตาลีในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง นอกจากนี้ Sebastiana ก็เล่าว่า ตอนที่เธออยู่อิตาลี เธอได้ “ทำสิ่ง 3 สิ่ง”
ที่เธอจะไม่เล่าให้คนอื่น ๆ ในอพาร์ทเมนท์ฟังด้วย และจนจบหนังเรื่อง THE
SECRET AGENT Sebastiana ก็ไม่ยอมเล่าอยู่ดีว่า “สิ่ง 3
สิ่งที่ไม่อาจเปิดเผยได้” ที่เธอเคยทำตอนอยู่อิตาลี ประกอบด้วยสิ่งใดบ้าง
เพราะฉะนั้นถ้าหากมี THE SECRET AGENT ภาคสอง เราก็อยากให้เล่าเรื่องราวของ “สิ่ง 3 สิ่งอันไม่อาจเปิดเผยได้”
ที่ Sebastiana เคยทำตอนอยู่อิตาลี
ถ้าหากเป็นในไทย ตัวละคร Sebastiana ต้องรับบทโดยคุณธิดา ถาวรเศรษฐ
11.8 Tereza Victória สาวผู้ลี้ภัยจาก
Angola เราว่าตัวละครตัวนี้ทำให้เรานึกถึงคุณ May
Adadol มาก ๆ
เราชอบการสร้างตัวละคร Tereza Victória มาก ๆ ทั้งในส่วนของ
11.8.1 การที่เธอ “ปวดหัว”
เพราะเสียงการเฉลิมฉลองในช่วงงานคาร์นิวัล
11.8.2 การที่เธอเคยมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้ง
ทั้งกับฝ่ายคอมมิวนิสต์ในแองโกลา และฝ่ายต่อต้านคอมมิวนิสต์ในแองโกลา
11.8.3
การที่เธอไม่ยอมนั่งเครื่องบินที่มีธงชาติโปรตุเกส
11.9 Débora เด็กหญิงมีเหา
11.10 Cláudia แม่ของ Débora เราชอบที่เธอรีบเสยหีใส่พระเอกในทันที
11.11 ศพที่ปั๊มน้ำมัน
ตัวละครที่ไม่ปรากฏหน้าให้ผู้ชมได้เห็น
11.12 หญิงสาวที่ไม่ยอมจอดรถที่ปั๊มน้ำมัน
11.13 พนักงานอ้วนประจำปั๊มน้ำมัน
11.14 แม่ของพระเอก
ที่ไม่ปรากฏตัวให้เห็นตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง
แต่เหมือนเธอมีอิทธิพลบางอย่างครอบคลุมหนังเรื่องนี้ตลอดทั้งเรื่อง
เธอเป็นทาสหญิงอายุ 14 ปีที่ได้กับลูกชายเจ้านายที่มีอายุ 17 ปี
11.15 อีกตัวละครที่ไม่ปรากฏตัวให้เห็นชัด ๆ
ตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง ก็คือ “หนุ่มผิวดำ นักศึกษา Agronomy” ที่ถูกพวกของ
Euclides Cavalcanti ฆ่าตาย
(ก่อนที่หนังเรื่องนี้จะเริ่มต้นขึ้น) และเขาคือเจ้าของขาที่ถูกพบอยู่ในท้องฉลาม
เราได้เห็นเพียงแค่ภาพของตัวละครตัวนี้ในหน้าหนังสือพิมพ์เท่านั้น
และหนังก็ไม่บอกแต่อย่างใดว่า เพราะเหตุใด Euclides ถึงฆ่าเขา
เรารู้แค่ว่า จริง ๆ แล้วเขาเป็น “คนดี”
11.16 Hans (Udo Kier) หนังเรื่องนี้ใช้
Udo Kier ได้อย่างดีงามจริง ๆ ตัวละครตัวนี้หนักมาก ๆ
เพราะเขาเป็นยิวที่ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง
และเขาก็ย้ายมาอยู่บราซิล แต่พอเขาย้ายมาอยู่บราซิล เขาก็เหมือนจะโกหกคนอื่น ๆ
ว่าเขาเป็นอดีตทหารเยอรมันหรืออดีตนาซี เพราะดูเหมือนว่าพวกผู้มีอำนาจในบราซิลจะชื่นชอบนาซีมากกว่ายิว
11.17 เพื่อนของ Hans ที่เป็นคนผิวดำที่พูดภาษาเยอรมันได้
11.18 Arlindo ตำรวจผิวดำที่เป็นลูกสมุนของ
Euclides แต่เขากลับดูเหมือนพูดจาดูถูกคนดำด้วยกันเอง
11.19 สาวใส่แว่นที่ยืนรอใช้โทรศัพท์สาธารณะ
คือเธอไม่มีบทพูดอะไรเลย แต่เราชอบเธอมาก ๆ
11.20 สาวผิวดำที่รินน้ำดื่มจากตู้กดน้ำ
ตัวละครตัวนี้ก็ไม่มีบทพูดอะไรเลย แต่เราชอบเธอมาก ๆ
11.21 คนที่ป่าวประกาศว่า “Don’t do
tomorrow what you can do the day after tomorrow. Hail Procrastination.” บ้าบอมาก ๆ 55555
11.22
ชายชราถอดเสื้อกับชายชราเสื้อเขียวที่พูดคุยกันในถนนในช่วงที่ Vilmar หนีการตามล่าของ Bobbi
คือเราว่าชายชราสองคนนี้เป็นตัวอย่างอันดีที่แสดงให้เห็นถึง
“ความละเอียดลออ” ในการสร้างหนังเรื่องนี้ คือทั้งสองเป็นแค่ตัวละครประกอบฉาก
ไม่มีบทพูด ไม่มีความสำคัญอะไรเลย
แต่หนังกลับทำให้ตัวละครประกอบกระจิดกระจ้อยร่อยแบบนี้ ดูเป็นมนุษย์ที่
“มีชีวิตมาก่อนหนังเริ่มเรื่อง” มาก ๆ
11.23 Elisângela หนึ่งในตัวละครที่เราชอบมากที่สุดในหนังเรื่องนี้
คือเราชอบ “ทรงผม” ของเธออย่างรุนแรงมาก ๆ มันบ่งบอกถึงยุคสมัยมาก ๆ
และเราก็ชอบมาก ๆ ที่เธอพิมพ์ดีดโดยไม่มีกระดาษ, ชอบที่เธอพยายามจะจีบพระเอก
และก็ชอบที่เธอใช้ไหวพริบช่วยเหลือพระเอกตอนที่ Vilmar มาตามล่าพระเอกด้วย
11.24 คุณนายที่ทำให้เด็ก 3 ขวบต้องตาย
11.25 สาวใช้ที่สูญเสียลูก
11.26 ทนายของสาวใช้
11.27
อาจารย์ด้านสมุทรศาสตร์ที่ล้วงขาจากท้องปลาฉลาม
11.28 Luanda อาจารย์มหาลัยที่กล้าปะทะกับ
Ghirotti
11.29 Susan Schaffer อาจารย์มหาลัยชาวสหรัฐที่ไปทำงานที่ลีดส์ในอังกฤษ
แล้วก็ย้ายมาบราซิล
11.30 Sanjay Jasieen อาจารย์หน้าแขก
แต่เป็นชาวแคนาดา และมาทำงานที่บราซิล
11.31 Fátima Nascimento (Alice
Carvalho) เมียพระเอกในหนังเรื่องนี้ก็ “เผ็ด สวย ดุ” มาก ๆ
11.32 Alexandre Nascimento พ่อตาของพระเอก ที่ทำให้เราแทบร้องไห้ ตอนที่เขาถามพระเอกว่า Fátima
เคยพูดว่าเขาเป็นคนถ่อมตัว ทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัวตั้งแต่อายุ 9
ขวบจริง ๆ เหรอ
11.33 Flávia อนาคตของโลกนี้ขึ้นอยู่กับคนรุ่นใหม่อย่างเธอ
11.34 Daniela (Isadora Ruppert) เพื่อนของ Flávia
11.35 Elza (Maria Fernanda Cândido) ผู้หญิงที่ช่วยเหลือพระเอก ผู้บันทึก archive เราชอบตัวละครตัวนี้มาก
ๆ
11.36 Elza บอกว่า มี “ลูกสาวมหาเศรษฐีที่คอยช่วยเหลือ
dissidents” ซึ่งตัวละครลูกสาวมหาเศรษฐีนี้ก็ไม่ปรากฏตัวเลยในเรื่อง
11.37 João Pedro (Marcello Valle)
João Pedro คือคนที่รับ “โทรเลข” จากพระเอก THE
SECRET AGENT
11.38 ผู้หญิงที่ถูกนำศพไปทิ้งที่เขื่อน
เพราะสาเหตุเกี่ยวกับมรดก และความอิจฉาริษยา
เราก็ไม่ได้เห็นหน้าของตัวละครตัวนี้เช่นกัน
11.39
ชายชราขากะเผลกที่เหมือนดูศพเมียอยู่ในห้องดับจิต
11.40 นักโทษที่ถูกขังอยู่ในรถของ Euclides
เราก็ไม่ได้เห็นหน้าพวกเขาตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง
แล้วคุณจองเป็นใครในหนังเรื่องนี้คะ 55555
เราเขียนเปรียบเทียบตัวละครใน THE SECRET
AGENT กับ ONE BATTLE AFTER ANOTHER ไว้ในอีกโพสท์นึงนะ
ลิงค์อยู่ใน comment
++++
สืบเนื่องจากโพสท์ที่แล้ว อันนี้คือทรงผมของ Elisângela
(Geane Albuquerque) ใน THE SECRET AGENT (2025, Kleber
Mendonça Filho, Brazil) ไม่รู้ว่าทรงผมนี้เขามีชื่อเรียกว่าทรงผมอะไร
แต่เห็นแล้วมัน nostalgic มาก ๆ
อยากทำผมทรงนี้แล้วออกไปดูหนังที่ House Samyan มาก ๆ อยากรู้ว่าถ้าหากเราเป็นผู้หญิง
แล้วเข้าร้านทำผม บอกว่าจะทำผมทรงนี้ ช่างทำผมเขาจะคิดตังค์กี่บาท
+++
อีกสิ่งหนึ่งที่แอบคาใจใน THE SECRET
AGENT (2025, Kleber Mendonça Filho, Brazil) ก็คือว่า มันมีฉากนึงที่ตัวละคร
Daniela (Isadora Ruppert) ดูหนังทางจอคอมพิวเตอร์
แล้วภาพมันไม่แน่ชัดว่ามันเป็นหนังแนวสารคดีสัตว์โลก หรือมันเป็นหนังแนว cannibals
ในยุคทศวรรษ 1970 ที่ชอบนำเสนอฉากสัตว์ป่ากินกันเองอย่างโหด ๆ
ซึ่งรวมถึงหนังเรื่อง “คนกินเห้” หรือ PRIMITIF (1978, Sisworo Gautama
Putra, Indonesia) ที่เคยเข้ามาฉายในไทยตอนที่เรายังเป็นเด็ก
คือเราลองเช็คใน imdb แล้ว
มันก็ไม่ได้บอกว่า Daniela ดูหนังเรื่องอะไรในจอคอมพิวเตอร์ขณะที่เธอทำงานอยู่กับ
Flávia
แต่พอเราได้เห็นภาพสัตว์ป่ากินกันเองอย่างโหด ๆ
มันก็เลยทำให้เรานึกถึง “หนังตัวอย่าง” ของ “คนกินเห้”
ที่เราเคยเห็นในโรงหนังตอนเด็ก ๆ น่ะ คือเราไม่เคยดูหนังเรื่อง “คนกินเห้” นะ
แต่ตอนนั้นเราเข้าโรงหนังไปดูหนังเรื่องอื่น ๆ แล้วเห็นหนังตัวอย่างของ “คนกินเห้”
ที่มันมีฉากสัตว์ป่ากินกันเองอย่างโหด ๆ มากมาย แล้วมันก็เลยฝังใจเราในวัยเด็กมาก
ๆ และเราก็เลยไม่กล้าดูหนังแนวนี้มาจนถึงปัจจุบันนี้
ถ้าหากใครรู้ว่า Daniela ดูหนังเรื่องอะไรใน
THE SECRET AGENT ก็ comment มาได้นะคะ
++++
9. THE BOY AND THE DOG (2025, Takahisa Zeze, Japan, 128min,
A+30)
ในหนังเรื่องนี้มีฉากที่ตัวละคร Miwa
Sugai (Nanase Nishino) พูดคำว่า TADAIMA กับหมาของเธอ
และก็มีฉากที่ Haruya (Shuntaro Yanagi) พูดคำว่า TADAIMA
กับ Miwa
เราว่า THE BOY AND THE DOG คือ “ขั้วตรงข้าม” ของ AU HASARD BALTHAZAR (1966, Robert Bresson,
A+30) เหมือนหนังเรื่องนี้ทำทุกอย่างที่หนังของ Robert
Bresson ต่อต้าน 555555 แต่เราก็ชอบทั้งสองเรื่องนะ
จุดที่ชอบที่สุดก็คือการที่นางเอกเป็นกะหรี่ฆาตกร
และพระเอกหล่อมากนี่แหละ หนังเรื่องนี้ก็เลยติดอันดับ my favorite romantic
film ไปโดยปริยาย เสียดายที่ส่วนอื่น ๆ ของหนังดูล้น ๆ ไปหน่อย
No comments:
Post a Comment