Sunday, February 08, 2026

LIVING WITH GRANDPA (1979, Kom Akkadej, A+30)

 

เห็นกระแสคนโพสท์ถึง “เพลิงพระนาง” กันในตอนนี้ เราก็เลยมาขอจดบันทึกความทรงจำเอาไว้ด้วย

 

เราได้ดู “เพลิงพระนาง” เฉพาะเวอร์ชั่นปี 1996 ที่กำกับโดยอดุลย์ บุญบุตรนะ ชอบสุดขีดมาก ๆ ดูแล้ว role play กับกลุ่มเพื่อนกะเทยกันอย่างรุนแรงมากในยุคนั้น จำได้เลยว่า

 

1. ประโยคที่เพื่อนนำมาพูดเลียนแบบกันบ่อยมาก ๆ คือประโยคของเจ้านางอนัญทิพย์ (ชไมพร จตุรภุช) ที่ว่า “วันนี้กูจะไม่โปรดสัตว์ที่ชื่ออีตองนวลอีกต่อไป”

 

2. เพื่อนคนนึงจองเป็น “พระนางหน่อเจ้า” (ปรียานุช ปานประดับ) พวกเราก็เลยเรียกเพื่อนคนนั้นว่า “พระนางหน่อไม้เจ้า”

 

3. กลายเป็นว่า ตัวละครที่เป็น role model ของเราเป็นการส่วนตัว คือ “เจ้านางเก็จถวา” (ปัทมา ปานทอง) และ “เจ้านางแก้วอากาศ” (เสาวลักษณ์ ศรีอรัญญ์) เพราะในเวอร์ชั่นปี 1996 นั้น ในช่วงท้ายของเรื่อง พม่าสูญเสียเอกราชให้อังกฤษ อังกฤษส่งตัวละครเจ้านางต่าง ๆ ไปอยู่อินเดีย แล้วช่วงท้าย ๆ เรื่องก็มีตัวละครคุยกันว่า เจ้านางเก็จถวากับเจ้านางแก้วอากาศ “ได้แต่งงานกับพ่อค้าชาวอินเดีย” (ซึ่งเราเข้าใจว่า ต้องเป็นพ่อค้าชาวอินเดียที่รวย ๆ แน่นอน 55555)

 

หลังจากดูละครเรื่องนี้จบ เราก็คุยกับเพื่อน ๆ แล้วเพื่อนกะเทยของเราก็พูดประโยคที่ฝังหัวเรามาตลอดช่วง 30 ปีที่ผ่านมาว่า “เจ้านางเก็จถวา กับเจ้านางแก้วอากาศ เป็นคนที่ ปรับตัวเก่งมาก”

 

ซึ่งเรารู้สึกว่า นี่แหละ คือ role model ของเรา คือเราไม่ได้อยากเป็นคนดีมาก ๆ แบบพระนางหน่อไม้เจ้า และเราก็ไม่ได้เป็นคนที่ ambitious แบบเจ้านางอนัญทิพย์ และเจ้านางตองนวล เราแค่อยาก survive และตัวละครที่ survive จริง ๆ จบสวยที่สุด ไม่ถูกใครฆ่าตาย ไม่ลงเอยอย่างยากจน live happily with rich husbands ในตอนจบ ก็คือเจ้านางเก็จถวา และเจ้านางแก้วอากาศ เพราะพวกเธอ “ปรับตัวเก่ง”

 

เจ้านางต่าง ๆ ห้ำหั่น ฆ่ากันจะเป็นจะตาย สองตัวละครนี้ก็อยู่รอด พม่าสูญเสียเอกราชให้อังกฤษ สองตัวละครนี้ก็อยู่รอด อังกฤษส่งพวกเธอไปอินเดีย สองตัวละครนี้ก็อยู่รอด แถมได้ผัวต่างชาติรวย ๆ อีกต่างหาก (ถ้าหากเราเข้าใจไม่ผิดนะ)

 

ซึ่งคุณลักษณะ “ปรับตัวเก่ง” แบบนี้ ทำให้เราแอบนึกถึง “ครูอ้อย” เหมือนกันนะ เราชอบการเปลี่ยนลุคของครูอ้อยมาก ๆ ตอนอยู่เมืองไทยก็ลุคนึง ตอนอยู่ Monaco ก็อีกลุคนึง นี่ก็เป็นนิยามของผู้หญิงที่ “ปรับตัวเก่ง” เหมือนกัน 555

 

และจริง ๆ แล้วเราก็นึกถึงตัวละคร “เฟรน” หรือนางเอกของ HUMAN RESOURCE (2025, Nawapol Thamrongrattanarit) ด้วย คือ “เฟรน” อาจจะไม่ใช่คนที่ “ปรับตัวเก่ง” ก็ได้นะ แต่เธอเป็นคนที่ “ไม่ ambitious”, เธอไม่ใช่คนดีประเภทที่ลุกขึ้นต่อสู้เพื่อความยุติธรรม แต่เธอเป็นคนที่ “เน้นความ survive ของชีวิตตนเองเป็นหลักท่ามกลาง hostile environment” เหมือนกัน 55555

 

ก็เลยสรุปว่า นี่แหละ ตัวละครที่เราสนใจ เจ้านางเก็จถวา เจ้านางแก้วอากาศ กูไม่ต้องการขึ้นครองบัลลังก์อะไรใด ๆ กูแค่ต้องการ survive in the hostile environment, ไม่ถูกใครฆ่าตาย และ live happily with rich husband ในตอนจบ 55555

+++++++

ฉันรักเขา Kaoru Kobayashi from UNTAMA GIRU (1989, Go Takamine, Japan, A+30)

 

อะไรคือการที่เราหารูปของ Kaoru Kobayashi ตอนหนุ่ม ๆ ไม่ได้เลย คนญี่ปุ่นนี่เขาไม่รู้จักอัปโหลดรูปดาราหนุ่ม ๆ หล่อ ๆ ในอดีตของประเทศตนเองลงอินเทอร์เน็ตบ้างหรือไงนะ กลุ้มใจมาก คือเราเดาว่า ตอนที่ Kaoru เล่นหนังเรื่อง UNTAMA GIRU เขาน่าจะมีอายุราว 36-37 ปี แต่พอเรากูเกิลหารูปของเขา เรากลับเจอแต่รูปของเขาตอนเล่น MIDNIGHT DINER (2009-2014, TV series) ซึ่งเป็นช่วงที่เขามีอายุ 60 กว่าปีแล้ว ซึ่งเขาก็ยังดูดีมากอยู่นะสำหรับชายอายุ 60 กว่าปี แต่เราก็อยากได้รูปของเขาตอนยังเป็นชายวัยฉกรรจ์เก็บเอาไว้ด้วย

 

วันนี้ไปดูหนังเรื่อง UNTAMA GIRU (1989, Go Takamine, Japan, A+30) ที่หอภาพยนตร์ ศาลายา พอเรากินข้าวเย็นเสร็จ เราก็นั่งรถเมล์สาย 4-70E จากศาลายามา BTS หมอชิต ปรากฏว่ารถเมล์ทั้งคันแทบไม่มีผู้โดยสารเลย เราก็เลยถือโอกาสบันทึกภาพวิวข้างทางที่เราเคยเห็นเป็นประจำเอาไว้ ปรากฏว่ารถเมล์ใช้เวลาบนทางด่วนราว 12 นาที จากถนนราชพฤกษ์มาถึงหมอชิต 2

 

ตัวคลิปไม่มีเนื้อหาอะไร เราแค่อยากบันทึกความทรงจำไว้เฉย ๆ ว่าเราเคยเห็นวิวแบบนี้เป็นประจำหลังจากดูหนังที่หอภาพยนตร์ ศาลายา

 

วันนี้ไปดูหนังเรื่อง UNTAMA GIRU (1989, Go Takamine, Japan, A+30) ที่หอภาพยนตร์ ศาลายา เสร็จแล้วก็มากินอาหารญี่ปุ่นต่อที่ร้าน Kenta แถวศาลายา และกินขนมแถว ๆ ศาลายา (เราใช้ตะเกียบไม่ค่อยเป็น เราเลยใช้ช้อนส้อมเป็นประจำเวลากินอาหารญี่ปุ่น 55555)

+++++

DOUBLE BILL FILM WISH LIST

 

LICK THE STAR (1998, Sofia Coppola, 14min, A+30)

+ YOU CAN CALL ME SKOI (2025, Wanchanok Treesatiein, 28min, A+30)

สา(ก๊อย) โดย วรรณชนก ตรีเสถียร

+++

LIVING WITH GRANDPA (1979, Kom Akkadej, A+30)

อยู่กับก๋ง (1979, คมน์ อรรฆเดช)

 

เป็นหนังที่มีคุณค่าทั้งในทางศิลปะภาพยนตร์ และในทางประวัติศาสตร์ โดยในด้านศิลปะภาพยนตร์นั้น สิ่งที่น่าทึ่งมากสำหรับหนังเรื่องนี้ คือบทภาพยนตร์ของส. อาสนจินดา ที่สามารถเล่าเรื่องราวของตัวละครมากมายหลายตัวได้อย่างมีสีสัน และน่าติดตาม โดยที่ผู้ชมสามารถแยกแยะตัวละครแต่ละตัวออกจากกันได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว รวมทั้งผู้ชมสามารถจดจำเรื่องราวชีวิต, ปมปัญหา และความขัดแย้งของตัวละครจำนวนมากในหนังเรื่องนี้ได้ด้วย ราวกับว่าส. อาสนจินดาสามารถกลั่นกรองเรื่องราวที่เหมาะสำหรับการสร้างเป็นละครโทรทัศน์ความยาว 15 ตอนจบ ให้กลายเป็นภาพยนตร์ที่มีความยาวเพียง 115 นาทีได้อย่างสำเร็จและงดงาม

 

 และอีกอย่างที่น่าทึ่งมากในหนังเรื่องนี้ คือฝีมือการแสดงของคุณทาริกา ธิดาทิตย์ คิดว่าบทบาทของคุณทาริกาในหนังเรื่องนี้ น่าจะเป็นหนึ่งในบทบาทการแสดงที่น่าจดจำมากที่สุดของคุณทาริกา

 

ในทางประวัติศาสตร์นั้น ภาพยนตร์เรื่อง “อยู่กับก๋ง” ได้ช่วยบันทึกภาพชีวิตและทัศนคติของ “ชาวจีนโพ้นทะเล” บางกลุ่มในอดีตเมื่อหลายสิบปีก่อนของไทยเอาไว้ได้อย่างน่าสนใจ ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ช่วยให้ผู้ชมยุคปัจจุบันเข้าใจชีวิตความเป็นอยู่ของชาวจีนในไทยในอดีตได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น และได้เข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างชาวจีนกับชาวไทยในอดีตเมื่อหลายสิบปีก่อนด้วย

 

+++++

THE HORROR OF CAPITALISM?

 

1. HUMAN RESOURCE (2025, Nawapol Thamrongrattanarit)

 

2. THE SEVENTH CONTINENT (1989, Michael Haneke, Austria)

 

Anna Schober (Birgit Doll): Four days ago, at the beginning of the month, Georg started in his new position. It took him a lot to get there. You might remember that when he first started, his new boss didn't like him at all. But now he's made it. He brought new inspiration to the department. So when his boss fell ill with an intestinal problem and was off sick more than at work, Georg was asked to take over the department provisionally. His boss is retiring soon anyway. Georg's appointment as head of department is just a formality now. You have every reason to be proud of your son. 

 

3. COSMOPOLIS (2012, David Cronenberg)

 

  • Vija Kinsky (Samantha Morton): What is the flaw of human rationality?
  • Eric Packer (Robert Pattinson): What?
  • Vija Kinsky: It pretends not to see the horror and death at the end of the schemes it builds. This is a protest against the future. They won't hold off the future. They want to normalize it, keep it from overwhelming the present. The future is always a wholeness, a sameness, we're all tall and happy there. This is why the future fails. It can never be the cool and happy place we want to make it.

 

 

No comments: