ฉันรักเขา Avinash Tiwary in O’ROMEO
(2026, Vishal Bhardwaj, India, A+30)
1. พอเราดู O’ROMEO เราก็เลยสงสัยว่า
ทำไมเวอร์ชั่นที่ฉายในไทยถึงยาวแค่ 150 นาที (ตามที่เว็บเมเจอร์
ซีเนเพล็กซ์บอกไว้) แต่เวอร์ชั่นที่ลงใน WIKIPEDIA กับ IMDB
บอกว่าหนังมันยาว 178 นาที
ทำไมเวอร์ชั่นที่ฉายในไทยถึงสั้นกว่าที่อื่น 28 นาที
แล้วเนื้อหาตรงส่วนไหนที่มันหายไป
แต่เราก็ไม่ได้จับเวลาดูหรอกนะว่า
เวอร์ชั่นที่ฉายในไทยมันยาวจริง ๆ กี่นาที อาจจะต้องฝากเพื่อน ๆ
ที่ไปดูหนังเรื่องนี้ช่วยจับเวลาดูว่า หนังมันยาวจริง ๆ กี่นาทีโดยไม่รวมเวลา intermission
คือเมื่อวานเราดูรอบ 19.00 น.
หนังมันเริ่มฉายจริง ๆ น่าจะราว ๆ 19.20 น. แล้วหนังมี intermission ราว 5-10 นาที พอหนังจบแล้ว เราไม่ได้ดู end credits
ต่อ เราไปเข้าห้องน้ำ แล้วก็ออกมานั่งเล่นมือถือแป๊บนึง แล้วเราก็ส่ง line คุยกับเพื่อนตอนเวลา 22.33 น. เราก็เลยไม่แน่ใจว่า
ตกลงเวอร์ชั่นที่ฉายในไทยมันยาว 150 นาทีหรือ 178 นาที หรือว่าจริง ๆ
แล้วของไทยมันก็ยาว 178 นาที แต่อีเว็บไซท์ Major Cineplex ลงข้อมูลผิดเอง
55555
2. พอดู O’ROMEO เราก็เลยสงสัยว่า
Vishal Bhardwaj ได้รับแรงบันดาลใจส่วนนึงในการสร้างหนังเรื่องนี้จาก
AFTERNOONS OF SOLITUDE (2024, Albert Serra, Spain, documentary, A+30) หรือเปล่า เพราะว่าใน O’ROMEO นั้น
มีฉากสำคัญสองฉากเกิดขึ้นในสนามสู้วัวกระทิงในสเปน ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้ว
เนื้อหาของหนังมันไม่จำเป็นต้อง set ฉากให้เกิดขึ้นในสนามสู้วัวกระทิงก็ได้
คือเหมือนตัวผู้ร้ายของหนังมันชื่นชอบการสู้วัวกระทิง
ฉากสำคัญของหนังมันเลยไปเกิดขึ้นที่สนามสู้วัวกระทิง
แต่ถ้าหากหนังเรื่องนี้มันสร้างตัวละครผู้ร้ายให้ชื่นชอบ hobby อื่น ๆ หนังเรื่องนี้ก็ไม่จำเป็นต้อง set ฉากสนามสู้วัวกระทิงขึ้นมาแต่อย่างใดทั้งสิ้น
เราก็เลยสงสัยว่า
ทำไมหนังเรื่องนี้ถึงต้องให้ความสำคัญกับฉากสนามสู้วัวกระทิงมากมายขนาดนี้
หรือว่าหนังเรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจส่วนนึงจาก AFTERNOONS OF SOLITUDE 55555
++++
หลังจากที่เราได้ดูหนังเรื่อง O’ROMEO
(2026, Vishal Bhardwaj, India, A+30)
ที่พูดถึงการสู้วัวกระทิงในสเปน เราก็เลยสงสัยว่าศาสนาฮินดูมอง “วัวกระทิง”
อย่างไร คือเรารู้ว่า “วัว” เป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ของฮินดู
แต่เราไม่เคยรู้ว่าวัวกระทิงกับควายมีสถานะอย่างไรในฮินดู
เราก็เลยต้องกูเกิลถามเอา
เราว่าเป็นหนังที่ "ดูก็ได้
ไม่ดูก็ได้" นะ คือหนังมัน visually striking เหมือนหนังทุกเรื่องของ
Vishal Bhardwaj และก็มีมาตรฐานดีกว่าหนังบอลลีวู้ดทั่วไป
แต่ก็ไม่ใช่หนังที่ "ห้ามพลาด" แต่อย่างใด
แต่ก็ถือเป็นหนังที่ "ห้ามพลาด"
สำหรับใครก็ตามที่อินกับหนังเรื่อง THE BRIDE WORE BLACK (Francois
Truffaut) 55555
++++++++
พอเราได้ดู WUTHERING HEIGHTS (2026,
Emerald Fennell, A+25) แล้วก็เลยอยากให้มีคนเขียนเปรียบเทียบตัวละคร
“ปวุติ” (ธงไชย แมคอินไตย์) ในละครโทรทัศน์เรื่อง “บ้านสอยดาว” (1984, มโนรัตน์, A+30)
ที่สร้างจากนิยายเรื่อง “สุดสายรุ้ง” ของโบตั๋น กับตัวละคร
“หีดขลิบ” Heathcliff ใน WUTHERING HEIGHTS มาก ๆ เราว่า
1. ปวุติ กับ Heathcliff นี่มีส่วนคล้ายกันในบางแง่มุม
คือเป็น “ลูกบุญธรรม” ที่คั่งแค้นตระกูลคนรวย
และพยายามทำลายล้างตระกูลคนรวยเหมือนกัน
2. ถึงแม้เนื้อหาส่วนอื่น ๆ ใน WUTHERING
HEIGHTS กับ “บ้านสอยดาว” จะไม่ได้มีความใกล้เคียงกันแต่อย่างใด
แต่เราว่าตัวละครบางตัวในสองเรื่องนี้ก็ “มีความแตกต่างกัน” อย่างน่าสนใจ
อย่างเช่น ตัวละครแอบจันทร์ (มยุรา ธนะบุตร) ใน “บ้านสอยดาว” กับ Catherine
ใน WUTHERING HEIGHTS นั้นก็เป็นตัวละครสาวคนรวยผู้คลั่งรัก
และเก็บกดทางเพศอย่างรุนแรงเหมือนกัน แต่แอบจันทร์ถูก treat เป็น
“นางอิจฉา” ในขณะที่ Catherine ถูก treat เป็นนางเอก
3. ตัวละคร Nelly ใน
WUTHERING HEIGHTS กับ “อิงฟ้า” (อุทุมพร ศิลาพันธุ์) ในบ้านสอยดาว
ก็เหมาะจะนำมาเทียบเคียงกัน เพราะทั้งสองมีสถานะ “กึ่ง ๆ ลูกบุญธรรมในบ้านคนรวย” เหมือนกัน
และคอยดูแล “บัญชี” ของบ้านคนรวยเหมือน ๆ กัน และก็เป็น
“หญิงสาวผู้คอยสังเกตการณ์ความเป็นไปในบ้านคนรวย” เหมือน ๆ กัน แต่ “อิงฟ้า” ถูก
treat เป็นนางเอกของ “บ้านสอยดาว” ในขณะที่ Nelly นั้น คือ “นางตัวร้าย” ที่แท้จริงของ WUTHERING HEIGHTS เพราะความชิบหายของตัวละครอื่น ๆ ในหนังเรื่องนี้
ส่วนใหญ่แล้วเกิดจากการที่ Nelly “เลือกว่าจะให้ตัวละครตัวไหน
ได้รับรู้ข้อมูลอะไรบ้าง”
อันนี้คือสิ่งที่นักวิจารณ์ตีความบทประพันธ์ WUTHERING
HEIGHTS ของ Emily Bronte นะ
ซึ่งเราก็เห็นด้วยมาก ๆ เพราะในเวอร์ชั่นของ Emerald Fennell
นั้น เห็นได้ชัดว่า การกระทำของ Nelly ในการควบคุม
“ข้อมูลข่าวสาร” ของตัวละครอื่น ๆ มันนำมาซึ่งความชิบหายของทุก ๆ คนของจริง
จริง ๆ แล้ว เราก็แอบสงสัยว่า โบตั๋นได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างตัวละครปวุติมาจาก
WUTHERING HEIGHTS หรือเปล่า 55555
อันนี้เป็นภาพของ
1.ธงไชย แมคอินไตย์ ในบท ปวุติ ใน “บ้านสอยดาว”
(1984, มโนรัตน์, A+30)
2. อภิชาติ พัวพิมล ในบท ปวุฒิ ใน “บ้านสอยดาว”
(1996) เวอร์ชั่นนี้ คุณอินทิรา เจริญปุระ รับบท “อิงฟ้า”
แต่เราไม่ได้ดูเวอร์ชั่นนี้นะ
3. WUTHERING HEIGHTS เวอร์ชั่นฟิลิปปินส์
มี Richard Gomez รับบทเป็น Gabriel ใน
I WILL WAIT FOR YOU IN HEAVEN (1991, Carlos Siguion-Reyna, Philippines) เราก็ยังไม่ได้ดูเวอร์ชั่นนี้
4. WUTHERING HEIGHTS (1988,
Yoshishige Yoshida, Japan, 143min) มี Yusaku Matsuda เล่นเป็นพระเอก เราก็ยังไม่ได้ดูเวอร์ชั่นนี้
5. WUTHERING HEIGHTS (1985, Jacques
Rivette, France, 130min, A+30) มี Lucas Belvaux เล่นเป็นพระเอก เราชอบเวอร์ชั่นนี้มากกว่าเวอร์ชั่นของ Emerald
Fennell
สรุปว่าเราเคยดู WUTHERING HEIGHTS ไปแค่สองเวอร์ชั่น ซึ่งก็คือเวอร์ชั่นของ Jacques Rivette กับ Emerald Fennell และเคยดู “บ้านสอยดาว”
ไปแค่เวอร์ชั่นเดียวนะ เราชอบ WUTHERING HEIGHTS ของ Jacques
Rivette มากๆ มันมี magic ของความรู้สึก
“โปร่งโล่งเบาสบาย อากาศถ่ายเท” ยังไงไม่รู้ บอกไม่ถูกเหมือนกัน ความรู้สึก magic
แบบนี้มันอธิบายได้ยากมาก
ส่วนเวอร์ชั่นของ Emerald Fennell นั้น เราชอบ “ความพยายามทำให้เหมือนหน้าปกนิยาย Romance” ของมัน 5555 และเราชอบการ treat ตัวละครหญิงในหนังเรื่องนี้อย่างสุดขีดมาก
ๆ โดยเฉพาะตัวละคร Nelly (Hong Chau), Isabella (Alison Oliver) และ Zillah (Amy Morgan) คือเราว่าจริง ๆ
แล้วทั้งสามตัวนี้ “แรง” พอ ๆ กับนางเอกเลยทีเดียว และทั้งสามตัวนี้ดูเหมือน
“ไม่ใช่เหยื่อของผู้ชาย” โดยเฉพาะ Isabella กับ Zillah
ที่สามารถทำให้ผู้ชายมาตอบสนองอารมณ์ทางเพศของพวกเธอได้
คือหน้าที่หลักของนิยาย Romance คือการตอบสนอง sexual fantasy ของผู้อ่าน
ที่ส่วนใหญ่แล้วอาจจะเป็นผู้หญิงหรือเกย์ และผู้อ่านกลุ่มนี้อาจจะชอบจินตนาการถึง
“ผู้ชายดิบ ๆ เถื่อน ๆ” และเราว่าพอมองการ treat ตัวละคร Isabella
กับ Zillah ในหนังของ Emerald Fennell เราก็รู้สึกว่า WUTHERING HEIGHTS เวอร์ชั่นนี้มันทำหน้าที่คล้าย
ๆ กับ “นิยาย Romance” ยุคเก่าได้ดีพอสมควร
สรุปว่าดิฉันขอจองเป็น Zillah ใน WUTHERING HEIGHTS (2026) ค่ะ
เพราะดิฉันอยากเริงรักกับ Joseph (Ewan Mitchell) มาก ๆ
ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมีการนำ “บ้านสอยดาว”
มาสร้างอีกไหม หรือจะมีการนำ WUTHERING HEIGHTS มาดัดแปลงเป็นไทยบ้างหรือเปล่า
แต่ดิฉันอยากได้ “ปวุติ” หรือ Heathcliff ที่ให้อารมณ์แบบ
เบนจามิน โจเซฟ วาร์นี หรือทศพล หมายสุข ค่ะ 55555
+++
สืบเนื่องจากโพสท์ข้างล่าง
ที่เราเขียนเปรียบเทียบความแตกต่างกันระหว่างตัวละคร “อิงฟ้า” ใน “บ้านสอยดาว” กับ
Nelly ใน WUTHERING HEIGHTS (2026, Emerald Fennell,
A+25) ไปแล้ว เราก็เลยขอแปะรูปไปด้วยเลยดีกว่า 555
หญิงสาวผู้คอยสังเกตการณ์ความเป็นไปในบ้านคนรวย
1. อิงฟ้า ใน “บ้านสอยดาว” (1996) รับบทโดย
อินทิรา เจริญปุระ
2. อิงฟ้า ใน
“บ้านสอยดาว” (1984, มโนรัตน์, A+30) รับบทโดย
อุทุมพร ศิลาพันธุ์
3. Nelly ใน WUTHERING
HEIGHTS (2026, Emerald Fennell, A+25) รับบทโดย Hong Chau
4. Ellen Dean ใน WUTHERING
HEIGHTS (1992, Peter Kosminsky, UK) รับบทโดย Janet McTeer
5. Ellen Dean ใน WUTHERING HEIGHTS
(1939, William Wyler) รับบทโดย Flora Robson
จริง ๆ แล้วเราชอบการแสดงของ Sandra
Montaigu ในบท “พี่เลี้ยงนางเอก” ใน WUTHERING HEIGHTS
(1985, Jacques Rivette, France, 130min, A+30) มาก ๆ เลยนะ
แต่เสียดายที่เราหารูปของ Sandra Montaigu จากหนังเรื่องนี้ไม่ได้เลย
+++
5. SHAM (2025, Takashi Miike, Japan, A+30)
ตัวละคร Seiichi Yabushita (Go Ayano) พูดคำว่า TADAIMA ในหนังเรื่องนี้
++++
พอเราได้ดู WUTHERING HEIGHTS (2026,
Emerald Fennell, A+25) แล้วก็เลยนึกถึงหนังเรื่อง THE BRONTË
SISTERS (1979, André Téchiné, France, A+30) มาก ๆ เพราะว่า THE
BRONTË SISTERS เล่าเรื่องของสามสาวพี่น้องตระกูลบรอนเต
ซึ่งประกอบด้วย
1. Emily Brontë (Isabelle Adjani) ผู้แต่งนิยายเรื่อง WUTHERING HEIGHTS ซึ่งเราเดาว่าน่าจะเป็นแรงบันดาลใจส่วนหนึ่งให้
“โบตั๋น” แต่งนิยายเรื่อง “สุดสายรุ้ง” (ถ้าหากเราเข้าใจไม่ผิด) ที่ได้รับการสร้างเป็นละครโทรทัศน์เรื่อง
“บ้านสอยดาว” (1984, 1996) ในเวลาต่อมา ตามที่เราโพสท์ไปแล้วในช่วงเช้าวันนี้
2. Charlotte Brontë (Marie-France
Pisier) ซึ่งเป็นพี่สาวของ Emily โดย Charlotte
นั้นเป็นคนแต่งนิยายเรื่อง JANE EYRE (1847) ที่ต่อมาได้รับการดัดแปลงเป็นละครโทรทัศน์เรื่อง
“รักเดียวของเจนจิรา” (1996)
3. Anne Brontë (Isabelle Huppert) ซึ่งเป็นน้องสาวของ Emily โดย Anne Brontë นั้น เป็นผู้แต่งนิยายเรื่อง THE TENANT OF WILDFELL HALL (1848) ที่ถือเป็น “หนึ่งในนิยาย feminist เรื่องแรก ๆ
ของโลก”
(แล้วนิยาย feminist เรื่องแรก
ๆ ของไทยมีเรื่องอะไรบ้าง อันนี้เราไม่มีความรู้เลย ถ้าหากใครพอรู้เรื่องนี้แล้วก็
comment มาได้นะคะ)
เราเคยดู THE BRONTË SISTERS แล้วก็ชอบสุดขีดมาก ๆ กราบการแสดงของ Isabelle Adjani ในหนังเรื่องนี้อย่างรุนแรงมาก ๆ การแสดงของเธอมันแสดงให้เห็นถึง “ความบ้าคลั่ง”
บางอย่างในจิตใจของ Emily Brontë ได้อย่างทรงพลังจริง ๆ
โดยส่วนตัวแล้วเราชอบนักประพันธ์หญิงในยุคนั้นมาก
ๆ ทั้ง
1. Emily Brontë (1818-1848)
2. Emily Dickinson (1830-1886) คนนี้ถือเป็น one of my most favorite writers of all time เธอเป็นกวีชาวอเมริกัน
3. Mary Shelley (1797-1851) ผู้แต่ง FRANKENSTEIN
4. Jane Austen (1775-1817) ผู้แต่ง PRIDE AND PREJUDICE, SENSE AND SENSIBILITY, MANSFIELD
PARK, NORTHANGER ABBEY, PERSUASION, EMMA (ต้นแบบของ CLUELESS)
ซึ่งจริง ๆ แล้วเราไม่อินกับนิยายของเธอ แต่เราชอบหนัง/ละครทีวีที่ดัดแปลงจากนิยายของเธอ
55555
5. George Sand (1804-1876) นักแต่งนิยายชาวฝรั่งเศส
เราไม่เคยอ่านนิยายของเธอนะ แต่เราเคยดูหนัง 3 เรื่องที่สร้างจากชีวิตของเธอ ซึ่งได้แก่
CHILDREN OF THE CENTURY (1999, Diane Kurys, France), IMPROMPTU (1991,
James Lapine) และ CHOPIN: DESIRE FOR LOVE (2002, Jerzy
Antczak, Poland)
6. George Eliot (1819-1880) ผู้แต่งนิยาย Adam Bede (1859), The Mill on the Floss (1860), Silas
Marner (1861), Romola (1862–1863), Felix Holt, the
Radical (1866), Middlemarch (1871–1872)
and Daniel Deronda (1876)
เรายังไม่เคยอ่านนิยายของ George Eliot นะ แต่ก็ตั้งใจว่าอยากจะอ่าน 55555
แล้วคุณชอบนักประพันธ์หญิงคนไหนมากที่สุดในยุคนั้นคะ
ของเราคือ Emily Dickinson ค่ะ
ภาพ
1. รักเดียวของเจนจิรา (1996)
2. ความแตกต่างของสามสาว Brontë
3. Isabelle Adjani as Emily Brontë
4. Isabelle Huppert as Anne Brontë
5. Marie-France Pisier as Charlotte
Brontë
6. Molly Shannon as Emily Dickinson in WILD
NIGHTS WITH EMILY (2018, Madeleine Olnek, lesbian film, A+30)
7. Judy Davis as George Sand in
IMPROMTU
8. Juliette Binoche as George Sand in CHILDREN
OF THE CENTURY
9. Natasha Richardson as Mary Shelley
in GOTHIC (1986, Ken Russell, UK)
10. MANSFIELD PARK (1999, Patricia
Rozema) ที่สร้างจากนิยายของ Jane Austen เราชอบหนังเรื่องนี้มากพอสมควร
No comments:
Post a Comment