กราบขอบพระคุณ House Samyan ที่ยังคงมีรอบฉายของ 9 TEMPLES TO HEAVEN, SONGSAKARN, REGRETFULLY
AT DAWN ในวันที่ 28-30 ก.ย. เราค่อยดูหนังไทยเหล่านี้หลัง
BKKIFF จบแล้วกันนะคะ (REGRETFULLY AT DAWN ดูไปแล้วรอบนึง
แต่หลับไปราว 5 นาทีตอนกลางเรื่อง ก็เลยทำให้อยากดูรอบสอง 55555)
ตอนแรกเรากะว่าจะดูหนังเหล่านี้ในรอบราว 10.00
น.ของ HOUSE ก่อนวิ่งไปดูหนังในเทศกาล BKKIFF 4 เรื่องที่ Paragon ในแต่ละวัน
แต่พอเรามีอาการคล้าย ๆ
โรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนกำเริบตามที่เราได้โพสท์ไปแล้วก่อนหน้านี้
เราก็เลยต้องเปลี่ยนแผนใหม่หมด เราต้องล้มเลิกแผนการดูหนังในโรงภาพยนตร์ 5
เรื่องต่อวัน คิดว่าดูหนังแค่ 4
เรื่องต่อวันก็น่าจะมากพอสำหรับช่วงที่เรามีอาการคล้ายหมอนรองกระดูกเคลื่อน
+++
Films seen on Tuesday 22 September 2026
In my preferential order
1. PROFOUND DESIRES OF THE GODS (1968, Shohei Imamura,
Japan, 178min, A+30)
2. WOLFRAM (2025, Warwick Thornton, Australia, 105min, A+30)
เครดิตท้ายหนังเรื่องนี้มีขอบคุณ Rachel
Perkins ด้วย เราก็เลยดีใจมาก ๆ เพราะเราชอบหนังเรื่อง RADIANCE
(1998, Rachel Perkins, Australia, A+30) อย่างสุดขีด
แต่เหมือนเราแทบไม่เคยได้ยินชื่อของเธออีกเลยในช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมา
3. YELLOW LETTERS (2026, Ilker Çatak, Germany/France/Turkey,
127min, A+30)
นึกว่า Ilker Çatak คือคู่แข่งคนสำคัญของ
Asghar Farhadi
4. A LIGHT IN THE HARBOR (2025, Michihito Fujii, Japan, 118min,
A+5)
ตอนที่เราดู เราลุ้นมาก ๆ
ให้หนังเรื่องนี้เป็นหนังรักต่างวัย พระเอกสองคนจูบกันและได้กัน
คือถ้าตัวละครพระเอกสองคนเอากันเอง หนังเรื่องนี้จะได้ A+30
ไม่ชอบเนื้อเรื่องของหนังเรื่องนี้
แต่ชอบสไตล์ภาพของหนังเรื่องนี้ที่เหมือนหนัง/ละครโทรทัศน์ญี่ปุ่นยุคทศวรรษ 1970
มาก ๆ
++++
MY BKKIFF 2026 14-22 SEPTEMBER
เราเพิ่งได้ดูหนังใน BKKIFF 2026 ไปเพียงแค่ 32 เรื่องเท่านั้น
อันนี้เป็นอันดับความชอบหนังที่เราได้ดูใน BKKIFF ในวันที่
14-22 ก.ย. 2026
In my preferential order
1. THE MUTATION (2025, Shin Su-won, South Korea, 107min,
A+30)
2. PROFOUND DESIRES OF THE GODS (1968,
Shohei Imamura, Japan, 178min, A+30)
3. THE BOVINE COMEDY (2026, Ratchapoom
Boonbunchachoke, 24min, A+30)
4. DR. AKAGI (1998, Shohei Imamura,
Japan, 128min, A+30)
5. ATLANTIC RHAPSODY (2026, Zhong
Kaifeng, China, 102min, A+30)
6. BLAISE (2026, Jean-Paul Guigue,
Dimitri Planchon, France, animation, 83min, A+30)
7. FLIM FLAM (2026, Siegfried A.
Fruhauf, Austria, 15 min, A+30)
8. THEIR EYES (2025, Nicolas Gourault, France,
about Venezuela, Kenya, Philippines, documentary, 23 min, A+30)
9. QUEEN AT SEA (2026, Lance Hammer,
UK/USA, 121min, A+30)
10. TIN CASTLE (2026, Alexander Murphy,
Ireland/France, documentary, 95min, A+30)
11. FOREVER...FOREVER (2026, Johann
Lurf, Austria/France, 21 min, A+30)
12. THE SEOUL GUARDIANS (2026, Cho
Chul-young, Kim Jong-woo, Kim Shin-wan, South Korea, documentary, 70min, A+30)
13. ผีพัฒนา (IN
SUM) (2026, Komtouch Napattaloong, Thailand, 17min, A+30)
14. MOTHERS ARE MOTHERING (2025, Khozy
Rizal + Lam Li Shuen, Indonesia/Singapore, 17min, A+30)
15. PELELIU: GUERNICA OF PARADISE
(2025, Goro Kuji, Japan, animation, 106min, A+30)
16. WOLFRAM (2025, Warwick Thornton,
Australia, 105min, A+30)
17. YELLOW LETTERS (2026, Ilker Çatak,
Germany/France/Turkey, 127min, A+30)
18. CONSTELLATION (2026, Takashi Makino,
Japan, 21 min, A+30)
19. L’MINA (2025, Randa Maroufi,
Morocco/France/Italy/Qatar, 26 min, A+30)
20. HOME STORIES (2026, Eva Trobisch,
Germany, 116min, A+30)
21. FOREVER YOUR MATERNAL ANIMAL (2026,
Valentina Maurel, Costa Rica/Belgium/France/Mexico, 100min, A+30)
22. I SEE BUILDINGS FALL LIKE LIGHTNING
(2026, Clio Barnard, UK/USA/France, 109min, A+30)
23. HOLY CROWD (2025, Reza Fahriyansyah
+ Ananth Subramaniam, Indonesia/Malaysia, 16min, A+30)
24. DEATH OF MY KIND (2026, Pasuth
Sa-ingthong, Thailand, 10 min, A+30)
25. NINA ROZA (2026, Geneviève
Dulude-De Celles, Belgium/Canada/Italy/Bulgaria, 103min, A+30)
26. SLEEP NO MORE (2026, Edwin,
Indonesia/Singapore/Japan, 96min, A+30)
27. YOU DREAMT YOU SAW YOURSELF BUT
COULDN’T SEE YOUR FACE (2026, Shireen Seno, Philippines,
second viewing, 7min, A+30)
28. ANNISA (2025, Reza Rahadian + Sam
Manacsa, Indonesia/Philippines, 14min, A+30)
29. NINO IN PARADISE (2025, Laurent
Micheli, Belgium/France, 117min, A+25)
30. I BLEW OUT THE CANDLES BEFORE
MAKING A WISH (2026, Koi Wang Chao, Chin Yen Hu, Taiwan, about Macao, 116min,
A+25)
31. A LIGHT IN THE HARBOR (2025,
Michihito Fujii, Japan, 118min, A+5)
32. UNTIL SHE REMEMBERS (2026,
Brillante Mendoza, Philippines, lesbian film, B )
+++
บันทึกการกินอาหารช่วงเทศกาล BKKIFF 2026
– SUNDAY 20 SEPTEMBER
วันนั้นน่าจะถือเป็นวันที่สาหัสที่สุดของเทศกาล
55555
วันนั้นเราได้กิน
1. SNICKERS ก่อนดู DR.
AKAGI รอบ 13.00 น.
คือพอวันที่ 20 ก.ย.มีฝนตกช่วงเที่ยง
เราก็เลยนั่งมอไซค์มาพารากอนไม่ได้ เราก็เลยต้องเดินกะเผลก ๆ
(เพราะเรามีอาการคล้ายหมอนรองกระดูกเคลื่อน) ฝ่าฝนออกจากซอย เพื่อมาขึ้นรถไฟฟ้า
มาที่พารากอน ซึ่งเป็นการเดินทางที่ใช้เวลานานเกินคาด เพราะฉะนั้นเราก็เลยไม่มีเวลากินข้าวเช้า+ข้าวกลางวันตามแผนเดิมที่วางไว้
เราก็เลยมีเวลากินแค่ Snickers เท่านั้น
แต่ Snickers แท่งเดียวมันก็อยู่ท้องนะ
เรามักจะกิน Snickers เป็นประจำเวลาที่ไม่ได้กินข้าวเช้า + ข้าวกลางวัน
แต่ต้องรีบเข้าโรงหนังเพื่อไปดูหนังเรื่องแรกของวัน
2. ไส้กรอกของพารากอน ซีเนเพล็กซ์ + น้ำส้ม 1 ขวด
ตอนราว 15.30 น.
พอเราดู DR. AKAGI เสร็จตอน
15.28 น. เราก็กะว่าจะได้กินอาหารมื้อแรกของวันเสียที ปรากฏว่าไม่ได้กินค่ะ
เพราะว่าคนในชั้น 6 และชั้น 5 ของพารากอนมันแน่นมาก ๆ ในวันนั้น ไม่รู้ว่ามันมีงานอีเวนท์อะไร
แต่ผู้คนล้านแปดมาก ๆ คือเราจะลงลิฟท์ก็ไม่ได้ เพราะมีคนต่อคิวหน้าลิฟท์ชั้น 6
เป็นจำนวนเยอะมาก แล้วคนที่ชั้น 5 ของพารากอนก็แน่นขนัดมาก ๆ เราประเมินสถานการณ์ดูแล้วก็พบว่า
เราไม่สามารถฝ่าคลื่นมวลมหาประชาชนเพื่อไปกินอาหารมื้อแรกของวัน แล้วกลับมาทันดู NEXT
STEP STUDIO INDONESIA รอบ 15.50 น.ทันอย่างแน่นอน
เราก็เลยต้องสั่งอาหารของพารากอน ซีเนเพล็กซ์มากิน
ก็เลยสั่งไส้กรอกมา 2 ถ้วย บวกกับน้ำส้ม 1 ขวด แล้วเราก็เข้าไปดู NEXT STEP
STUDIO INDONESIA รอบ 15.50 น.ที่พารากอน
3. พิซซ่า ที่ร้าน PIZZA MARU ใน CENTRAL WORLD ตอนราว 18.00 น.
คือถ้าหากเราไม่นับ Snickers และ “ไส้กรอก 2 ถ้วย” ว่าเป็นอาหารมื้อแรกของวัน เราก็ได้กินอาหารมื้อแรกของวันจริง
ๆ ตอนราว ๆ 18.00 น.ที่ร้าน PIZZA MARU ของ Central World
คือพอเราดู NEXT STEP STUDIO INDONESIA ที่พารากอนเสร็จ เราก็มารับตั๋วดูหนังเรื่อง I BLEW OUT THE
CANDLES BEFORE MAKING A WISH ที่ Central World ตามที่เราได้ pre register ไว้
และพอเรามาต่อคิวรับตั๋วที่ Central
World เราก็พบว่าเขากำลังแจกตั๋วฟรีหนังเรื่อง MINOTAUR ให้กับคนที่มา walk in อยู่ ซึ่งเราก็อยากดู
MINOTAUR มาก ๆ และเราก็อยู่ในจุดที่สามารถรับตั๋วฟรีนั้นเพื่อดู MINOTAUR
รอบ 18.00 น.ได้
แต่คือวันนั้นกูยังไม่ได้กินอาหารจริง ๆ เลยค่ะ
คือกูได้กินแค่ Snickers กับไส้กรอก 2
ถ้วยเท่านั้นตั้งแต่ตื่นนอนเป็นต้นมา เพราะฉะนั้นถ้าหากกูเข้าไปดู MINOTAUR
รอบ 18.00 น. กูก็จะต้องท้องว่างต่อไปอีกราว 2 ชั่วโมง
เราก็เลยตัดสินใจไม่รับตั๋วฟรี MINOTAUR สำหรับคน walk in เราเอาแค่ตั๋ว I BLEW OUT THE
CANDLES BEFORE MAKING A WISH เรื่องเดียวพอ กูจะได้มีเวลากินอาหารจริง
ๆ เสียที
พอเรารับตั๋วหนังเสร็จ เราก็เลยมานั่งกินอาหารมื้อแรกของวันที่ร้าน
Pizza Maru ในตอนราว 18.00 น.
4. น้ำปั่นร้าน Oakberry ที่
Central World ตอนราว 19.00 น.
พอเรากินพิซซ่าที่ร้าน Pizza Maru เสร็จแล้ว เราก็ไปดื่มกาแฟ Starbucks ใน Central
World แล้วเราก็วางแผนว่าจะเรียก Grab เพื่อเดินทางไปดูงาน
video installations 3 ชิ้นในนิทรรศการ MOORING ที่ Bangkok Kunsthalle เรารู้ว่า Bangkok Kunsthalle มันปิดตอน 20.00 น. เพราะฉะนั้นพอเราดูงานวิดีโอเสร็จตอน 20.00 น. เราก็น่าจะมีเวลานั่ง
Grab กลับมาดูหนังเรื่อง I BLEW OUT THE CANDLES รอบ 20.35 น.ทันที่ Central World
แต่พอเรานั่ง Grab ออกจาก
Central World ในเวลาราว 18.45 น. เราก็พบว่า ฝนมันยังตกปรอย ๆ อยู่
แล้วเราเป็นคนที่เป็นหวัดง่ายมาก ๆ และเราก็ไม่อยากป่วยช่วงเทศกาลหนังด้วย
เราก็เลยบอก Grab ให้หยุดรถ แล้วเราก็เดินกลับมานั่งพักที่
Central World เพื่อรอดูหนังรอบ 20.35 น.
ตอนนั้นเป็นเวลาราว 18.45 น. เรามีเวลาว่างเยอะมาก
เราก็เลยอยากหาร้านที่ขายเครื่องดื่มเย็น ๆ แล้วมีที่นั่งให้เรานั่งได้นานราว 90
นาทีจนถึง 20.30 น. เราก็เลยเลือกร้าน Oakberry ใน Central
World (เพราะเรากินกาแฟสตาร์บัคส์ไปแล้วด้วย เราก็เลยไม่อยากนั่งสตาร์บัคส์อีกรอบในวันนั้น)
ซึ่งน้ำปั่นที่ร้านนี้ก็แพงเวอร์มาก
แต่เราก็นั่งจนคุ้ม เราสั่งน้ำปั่นมาแก้วนึงแล้วก็นั่งทำสวย ๆ อยู่ในร้านนี้ราว 90
นาที แล้วค่อยไปดูหนังเรื่อง I BLEW OUT THE CANDLES BEFORE MAKING A WISH รอบ 20.35 น.
ก็เลยสรุปว่า วันอาทิตย์ที่ 20 ก.ย.นี่ถือเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำวันนึง
เพราะวันนั้นฝนตกหนัก + คนแน่นเต็มพารากอน + ปัจจัยต่าง ๆ เราก็เลยได้กินแค่ Snickers
ก่อนบ่ายโมง, กินไส้กรอกสองถ้วยตอนบ่ายสามครึ่ง
แล้วก็ได้กินอาหารมื้อแรกของวันจริง ๆ ตอน 18.00 น.
ประสบการณ์การดูหนังในเทศกาลภาพยนตร์ก็เป็นแบบนี้แหละ
เราชินแล้ว 55555
เราแปะรูป “ตู้ขายน้ำดื่มอัตโนมัติ”
ไว้ในโพสท์นี้ด้วยนะ เพราะเรามักจะกดซื้อน้ำเปล่าที่ตู้นี้เป็นประจำที่ Central
World ตู้นี้มันอยู่หน้าลิฟท์ตรงชั้น 8 (ชั้นขายตั๋วหนัง
คือชั้น 7 ส่วนโรงหนัง 3 4 5 6 อยู่ที่ชั้น 9) เราชอบกดซื้อน้ำเปล่าตรงตู้นี้
เพราะมันไม่ต้องเสียเวลาต่อคิว หรือรอพนักงานอะไรใด ๆ
No comments:
Post a Comment