Saturday, July 04, 2026

SOS

SOS ก้าวผิด ชีวิตเปลี่ยน (2026, Krist Insompun กฤษ อินสมพันธ์, F but CULT CLASSIC)

 

SPOILERS ALERT

--

--

--

--

--

1. เมื่อวานดูหนังเรื่องนี้แล้วแทบไม่ได้นอน คือพอเราจะเข้านอนแล้วนึกถึงแต่ละฉากในหนังเรื่องนี้ เราก็หยุดหัวเราะไม่ได้ คือตอนดูหนังเรื่องนี้เราก็หัวเราะจนน้ำหูน้ำตาไหลหนักมากแล้ว แล้วพอเราจะเข้านอน หัวของเราก็นึกถึงแต่ละฉากในหนังเรื่องนี้ เราก็หยุดหัวเราะไม่ได้อีก คือกว่าจะนอนหลับได้ก็หนักอยู่เหมือนกัน

 

ยกให้หนังเรื่องนี้เป็น “หนึ่งในหนังที่ทำให้เราหัวเราะหนักมากที่สุดในชีวิต” ในทันที แต่เสียดายที่มันเป็น unintentional laughter ทั้งหมด

 

คือเรารู้สึกว่าหนังมันห่วยมาก ๆ นะ เราก็เลยให้ F แต่เป็น F ในแบบที่แตกต่างจาก “หนังที่น่าเบื่อสุดขีดสำหรับเรา” อย่าง THE LEGEND HUNTERS (2025, Li Yifan, Simon West, China) และ MASTERS OF THE UNIVERSE (2026, Travis Knight) น่ะ เพราะหนังสองเรื่องนี้ไม่ได้ทำให้เราหัวเราะเลย

 

แต่ SOS นี่ทำให้เราหัวเราะหนักมาก ๆ คือมันไม่ได้ห่วยจนน่าเบื่อ แต่มันห่วยจนมันฮามาก ๆ น่ะ เราก็เลยยกให้มันเป็น cult classic สำหรับเรา 55555

 

ในแง่นึงมันก็เลยทำให้เรานึกถึงละครโทรทัศน์คลาสสิคเรื่อง “คุณหญิงบ่าวตั้ง” ของสุนันทา นาคสมภพ หรือละครออนไลน์อย่าง LADY BOY FRIENDS THE SERIES (เพื่อนกันมันส์ดี) หรือหนังอย่าง THE MAESTRO: A SYMPHONY OF TERROR (2021, Paul Spurrier) ด้วย คือเราไม่ได้มองว่าหนัง/ละคร 3 เรื่องนี้เป็นหนัง/ละครที่ดี แต่เรามองว่ามันมีความเฮี้ยนบางอย่างในหนัง/ละคร 3 เรื่องนี้ที่ส่งผลให้มันกลายเป็นของ classic ในแบบของมันเอง

 

2. ความฮาใน SOS มันเกิดจากความรู้สึกของเราที่ว่า ทุกอย่างในหนังเรื่องนี้มันลักลั่น ผิดที่ผิดทางไปหมดน่ะ ทั้งบทภาพยนตร์, บทสนทนา, ตรรกะของตัวละครทุกตัว, การแสดง, การใช้ดนตรีประกอบ, จังหวะการตัดต่อ, การเรียงซีน, ความพยายามจะบิ๊วอารมณ์คนดู, etc. คือทุกอย่างมันผิดพลาดไปหมดจนเราฮามาก ๆ

 

นึกว่า Everything in this film defies explanations ของจริง

 

3. ตัวละครกะเทยสาว “เจแปน” ในหนังเรื่องนี้นี่ ปะทะกับคุณหญิงบ่าวตั้ง (สุนันทา นาคสมภพ) ได้สบาย ๆ เลย เรายกให้ทุกฉากของตัวละครเจแปนนี่เป็นฉากคลาสสิคสำหรับเราเลย คือตัวละครตัวนี้นี่มันไม่มีความสมจริงใด ๆ อีกต่อไป แต่มันมีความเฮี้ยนในแบบเดียวกับตัวละครคุณหญิงบ่าวตั้ง

 

ฉากคลาสสิคของเจแปน

 

3.1 ฉากแรกที่เห็นแค่รองเท้าส้นสูงเดินมาในโรงเรียน

 

3.2 ฉากที่นักเรียนหนุ่มลวนลามครูหนุ่ม นักเรียนหนุ่มใช้กำลังบังคับขืนใจครูหนุ่มกลางโรงเรียน แล้วเจแปนเดินมาเห็น แต่แทนที่เจแปนจะประณามนักเรียนหนุ่มที่พยายามขืนใจครูหนุ่ม เจแปนกลับกล่าวให้โอวาทครูหนุ่มว่าควรเปิดใจยอมรับความหลากหลายทางเพศ !?!?!?!?!?

 

3.3 ฉากเจแปนให้โอวาทนักเรียนหนุ่มที่บันไดโรงเรียนนี่ก็คลาสสิคมาก

 

3.4 ฉากเจแปนใช้ยาถ่ายเพื่อช่วยชำระล้างทวารหนักก่อนมีเซ็กส์ (ถ้าหากเราเข้าใจไม่ผิด)

 

3.5 ฉากคลาสสิคที่สุดของที่สุด คือฉากเจแปนร่วมรักกับนักเรียนช่างกลหนุ่ม 3 คน เราชอบฉากนี้มากๆ ฉากนี้ได้ A+30 ไปเลย

 

3.6 ฉากเจแปนพูดกับนักเรียนช่างกลหนุ่ม 3 คนว่า “ฉันไม่มีตังค์หรอกนะ ฉันมีแต่ตูดเพื่อให้พวกเธอได้ระบาย” หรืออะไรทำนองนี้ แล้วเจแปนก็ให้เงิน 200 บาทกับนักเรียนหนุ่ม 3 คนที่มาร่วมรักกับเธอ

 

3.7 ฉากเจแปนพูดประโยคเดียวซ้ำไปซ้ำมาราว 10 ครั้ง เพื่อ????????

 

3.8 ฉากเจแปนทำความสะอาดห้องน้ำชายในโรงเรียน

 

คือเราเข้าใจผิดมาตลอดว่า เจแปนเป็นครูในโรงเรียนนี้ แต่พอมาถึงช่วงท้ายเรื่อง เราถึงเพิ่งรู้ว่า เธอเป็นภารโรงในโรงเรียนนี้

 

3.9 ฉากเจแปนทาลิปสติกซ้ำไปซ้ำมา นึกว่าได้รับแรงบันดาลใจจาก Diane Ladd ใน WILD AT HEART (1990, David Lynch)

 

คือมีสิทธิว่า ถ้าหากหนังทั้งเรื่องมีแต่ตัวละครเจแปน เราอาจจะยกให้หนังเรื่องนี้เป็น Guilty Pleasure of the Year ไปเลย เพราะมันเป็นตัวละครที่ defies explanations มาก ๆ

 

4. ฉากคลาสสิคอื่น ๆ ใน SOS

 

4.1 ฉากคุณโบว์เล่นชิงช้า คือเนื้อหาในฉากนี้ไม่ได้ตลก แต่สิ่งที่ฮาสุดขีดคือจังหวะการปรากฏของฉากนี้ เพราะฉากนี้ปรากฏเข้ามาโดยไม่มีความเชื่อมโยงใด ๆ ทั้งสิ้นกับฉากก่อนหน้านี้และฉากหลังจากนี้ ไม่มีความเชื่อมโยงใด ๆ ทั้งสิ้นทั้งในทางเนื้อเรื่อง, เหตุผล, อารมณ์ คือนึกว่า Alexander Kluge ยังต้องไหว้ของจริง

 

4.2 ฉากคุณครู อิคิ อิคิ

 

4.3 ฉากผีโชว์หีกลางห้องเรียน

 

4.4 ฉากที่ครูคิมเหมือนโดนไล่ออก แต่หนังถ่ายไม่ให้เห็นตัวละครอีกคน

 

แล้วหลังจากนั้นเราก็งงว่า ตกลงครูคิมโดนไล่ออกหรือไม่โดนไล่ออก ทำไมตอนหลังเขายังเหมือนสอนหนังสือในโรงเรียนอยู่

 

4.5 ฉากวินขอนอนหนุนตักคุณครูก็ฮามาก เหมือนทุกอย่างในฉากนี้มันลักลั่นมาก ๆ จนมันฮา

 

4.6 จังหวะการตัดต่อในฉากจบ

 

5. ก็เลยสรุปว่า SOS เป็นหนังที่แย่มาก ๆ ในความเห็นของเรา แต่มันก็ถือเป็นหนึ่งใน “หนังที่ทำให้เราหัวเราะได้มากที่สุด” เรื่องหนึ่งเท่าที่เราเคยดูมาในชีวิตนี้

 

+++

 

ซื้อรูปผู้ชายมาให้ลูกหมีเชยชม

 

เป็นรูป SPECTRUM OF LOVE (2026, Theepatis Boonvijitnititorn) มีขายในงานนิทรรศการ PATCH THE WORLD ที่ชั้น 3 BACC

+++

 

กินอาหารเวียดนามเพื่อเป็นพลีแด่จอห์นนี่ เหงียน

+++

 

เพิ่งสังเกตว่ามี เซิงเจียนเปา ขายที่ food court ของพารากอนด้วย เป็นของร้านเชิง เฮง เก (Cheung Hing Kee) 4 ชิ้น 160 บาท

 

เห็นแล้วก็นึกถึงเซิงเจียนเปากับเสี่ยวหลงเปาที่ร้านโคมแดง (Hong Teong Long) มาก ๆ แต่จำไม่ได้แล้วว่า เซิงเจียนเปาที่ร้านโคมแดงนี่ขายในราคายังไง เพราะพอ Reading Room ไม่ได้จัดฉายหนังตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา พวกเราก็เหมือนแทบไม่ได้ไปกินอาหารที่ร้านโคมแดงอีกเลย

 

ความแตกต่างระหว่างเซิงเจียนเปากับเสี่ยวหลงเปา

https://web.facebook.com/thaibornchinese/posts/pfbid0VRf1rfdQpn5DupXfkdtG4Bq5gKa73ewZi9UK7kgcrb1G9QoVMAEEiSmkauViUSBl

+++

 

DRAG IS SPIRITUAL (2026, Bunny be Fly aka กฤตเมธ สีถาน, video installation, approximately 2 mins)

 

ดูในนิทรรศการ PATCH THE WORLD : Between the Seams, Beyond the Surface โลกที่ต่อกันไม่สนิท–ลึกกว่าที่เห็น

จัดแสดงที่ชั้น 3 BACC

+++

 

PORTALS II (2026, Karma Sirikogar, video installation, approximately 7mins)

 

ดูในนิทรรศการ PATCH THE WORLD : Between the Seams, Beyond the Surface โลกที่ต่อกันไม่สนิท–ลึกกว่าที่เห็น

จัดแสดงที่ชั้น 3 BACC

+++

 

เรายังไม่เคยดูหนังของ Dorothy Arzner เลย เพราะฉะนั้นหนังของผู้กำกับหญิงชาวอเมริกันที่เก่าที่สุดที่เราเคยดู ก็เลยยังคงเป็น MESHES OF THE AFTERNOON (1943, Maya Deren, Alexander Hammid)

 

แต่ถึงแม้เราจะยังไม่เคยดู WORKING GIRLS (1931, Dorothy Arzner) เราก็เคยดู

 

1. WORKING GIRLS (1984, Ishmael Bernal, Philippines, A+30)

 

2. WORKING GIRLS (1986, Lizzie Borden, USA, A+30)

 

3. WORKING GIRL (1988, Mike Nichols, USA)

 

+++

 

ญี่ปุ่นนี่มีคนนามสกุลซ้ำกันอยู่บ้างนะ ถึงแม้ไม่ได้เป็นญาติกัน อย่างเช่น

 

1. Hideko Takamine vs. Mieko Takamine

 

2. Akira Kurosawa vs. Kiyoshi Kurosawa

 

3. Misato Watanabe vs. Marina Watanabe

 

แต่จะว่าไปแล้ว นามสกุล โพธิ์แก้ว ของเรา ก็เป็นนามสกุลโหลนะ มีคนนามสกุลนี้อยู่ในทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย ถึงแม้ไม่ได้เป็นญาติกัน 55555

 


No comments: