Wikipedia says in Thai that he was a bisexual king. He liked the ruler of Pakyom City (which is Pichit Province in Thailand nowadays) very much, because the ruler of Pakyom City was very handsome. King Tilokarach wanted to take the ruler of Pakyom to Chiang Mai so that they could live together there, but their relationship was obstructed by the former ruler of Pitsanuloke City. The Pitsanuloke ruler said that if King Tilokarach brought the Pakyom ruler to Chiang Mai, King Tilokarach should kill the Pitsanuloke ruler. King Tilokarach didn’t want to hurt the feelings of the Pitsanuloke ruler, so King Tilokarach had the Pakyom ruler executed.
http://farm3.static.flickr.com/2142/3542970756_02d05920b5_o.jpg
http://farm4.static.flickr.com/3394/3542970754_ee013f0e82_o.jpg
http://farm3.static.flickr.com/2454/3542970748_b5c4af5cd4_o.jpg
ข้อความจาก Wikipedia:
“ต่อมากองทัพหน้าไปตีเมืองปากยม (พิจิตร)จับเจ้าเมืองปากยมรูปงามได้ พระเจ้าติโลกราช ทรงต้องพระทัย จะนำตัวไปยังเชียงใหม่ แต่ถูกทัดทานจากพระยายุทธิษเสฐียร(อดีตเจ้าเมืองพิษณุโลกที่มาสวามิภักดิ์)ว่า ถ้านำตัวเจ้าเมืองปากยมกลับเชียงใหม่ ให้ ฆ่า "ข้าเสียเถอะ" พระเจ้าติโลกราช ถนอมน้ำใจ จึง สั่งประหารชีวิต เจ้าเมืองปากยมผู้รูปงาม เสีย ณ ที่นั้น (มีความเห็นจากนักวิชาการบางท่านว่า พระเจ้าติโลกราช มีลักษณะบางอย่างคล้ายคลึงพระเจ้าอเลกซานเดอร์มหาราช (ในภาพยนตร์) คือ มีความรักทั้งเพศหญิง และเพศชาย(ไม้ป่าเดียวกัน)”
---------------------------------------------------
This is my comment in Konmongnang’s blog:
http://konmongnang.exteen.com/20090510/entry
--ดู INNOCENT VOICES (2004, Luis Mandoki, A+) แล้ว เรารู้สึกว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังต่อต้านสงครามและรัฐทหารที่ค่อนข้างตรงไปตรงมานะ เรารู้สึกว่าหนังเรื่องนี้แทบไม่มีอะไรใหม่เลย แต่สาเหตุที่ให้ A+ เป็นเพราะว่า ถึงแม้มันจะไม่มีอะไรใหม่ มันก็ทำหน้าที่ถ่ายทอดชีวิตผู้คนที่ทุกข์ยากได้อย่างถึงอารมณ์มากๆ
ดู INNOCENT VOICES แล้วก็นึกถึง CHOICES OF THE HEART (1983, Joseph Sargent, A++++++) ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับสงครามกลางเมืองในประเทศเอล ซัลวาดอร์เหมือนกัน ได้ดูหนังเรื่องนี้ตอนเด็กๆแล้วร้องห่มร้องไห้อย่างรุนแรง หนังสร้างจากเรื่องจริงของแม่ชีสามคนที่ถูกฆ่าข่มขืนตายโดยทหารเอล ซัลวาดอร์ที่ทำสงครามต่อต้านคอมมิวนิสต์ในช่วงนั้น
บทวิเคราะห์ INNOCENT VOICES ในวิภาษายาวดีเหมือนกัน นึกไม่ถึงว่าจะมีคนเขียนถึงหนังเรื่องนี้ได้ยาวขนาดนี้ อ่านบทวิจารณ์หนังเรื่องนี้ในวิภาษา ที่พูดถึงความแตกต่างระหว่างเสรีภาพในความเห็นของเด็กๆหรือในความเห็นของประชาชนทั่วไป กับเสรีภาพตามปฏิญญาสากล แล้วก็คิดว่าประเด็นนี้น่าสนใจดีเหมือนกัน เพราะมันทำให้เรานึกถึงความรู้สึกของเราในช่วงที่ผ่านมา เพราะเราเองก็ต้องการเสรีภาพในแบบของเราเช่นกัน แต่ดูเหมือนกลุ่มการเมืองต่างๆในไทยต่างก็ต้องการลิดรอนเสรีภาพของเราอย่างรุนแรง
--เห็นคุณคนมองหนังชอบเรื่องจักรๆวงศ์ๆ ก็เลยมาเล่าให้ฟังว่า เพิ่งได้ดูละครเวทีแนวจักรๆวงศ์ๆสำหรับเด็กเรื่อง “คัน คาก นาค แถน” (ชัยชุมพล บุญมีพลกิจ + สิริกาญจน์ บรรจงทัด, A+) ที่มะขามป้อม สตูดิโอ ละครเวทีเรื่องนี้ดัดแปลงมาจากตำนานของภาคอีสานที่น่าสนใจดี เพราะมันเล่าเรื่องของพระยาแถนที่ปกครองสวรรค์ กับพญาคันคาก ซึ่งเป็นผู้อยู่อาศัยบนโลกมนุษย์ที่คอยปกป้องช่วยเหลือชาวบ้านจนได้รับความนิยมอย่างสูงจากชาวบ้าน พระยาแถนอิจฉาความนิยมที่ประชาชนมีให้กับตัวพญาคันคากเป็นอย่างมาก ก็เลยหาทางกลั่นแกล้งชาวบ้านด้วยการทำให้ฝนไม่ตกเป็นเวลานาน ชาวบ้านและสัตว์ต่างๆได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากก็เลยร่วมมือกันกับพญาคันคากในการสร้างจอมปลวกขนาดใหญ่จากพื้นดินให้สูงต่อกันขึ้นไปเรื่อยๆจนถึงสวรรค์ และในที่สุดกองทัพสัตว์โลกที่นำโดยพญาคันคากก็บุกขึ้นไปถึงสวรรค์และต่อสู้กับพระยาแถนซึ่งเป็นเทวดาจนมีชัยชนะเหนือเทวดาในที่สุด
--ชอบงานศิลปะชุด “ห้องเรียนประวัติศาสตร์” ของคุณสุธี คุณาวิชยานนท์มากเหมือนกัน งานศิลปะชิ้นนี้พูดถึงเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ซึ่งเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เราก็ได้ดูหนังเรื่อง “ช่างมันฉันไม่แคร์” (1986, ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล, A+++++) ที่พูดถึงเหตุการณ์เดียวกัน โดยตัวนางเอกที่แสดงโดยสินจัยเป็นนักศึกษาที่อยู่ในเหตุการณ์ 6 ตุลา และดูเหมือนว่าเธอก็ยังคงสะเทือนใจกับเหตุการณ์นั้นอยู่แม้เวลาผ่านมา 10 ปีแล้ว แต่สิ่งที่แอบฮาก็คือหลังจากเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น เธอไม่ได้เข้าป่า แต่เธอไปเที่ยวเกาะเสม็ดกับชายหนุ่มที่ช่วยชีวิตเธอ และเธอก็ผิดหวังกับชายหนุ่มคนนั้น เพราะหลังจากนั้นชายหนุ่มคนนั้นก็ไปเรียนต่อเมืองนอก และเมื่อเขากลับมาอีกที เขาก็ยังคงรักเธอมากอยู่ แต่นิสัยใจคอเขาได้เปลี่ยนไปเป็นพวกทุนนิยม-วัตถุนิยมแล้ว
--พูดถึง “ประวัติศาสตร์ที่ไม่มีสอนในโรงเรียน” เราก็ขอสารภาพว่า เราเพิ่งรู้จาก Wikipedia ว่า “พระเจ้าติโลกราชแห่งอาณาจักรล้านนา” ทรงเป็นไบเซ็กชวล และเคยมีเรื่องรักใคร่กับเจ้าเมืองพิจิตรที่มีหน้าตาหล่อเหลาเป็นอย่างมาก แต่พระยายุทธิษเสถียร (เจ้าเมืองพิษณุโลก) พยายามขัดขวางไม่ให้พระเจ้าติโลกราชได้ครองรักกับเจ้าเมืองพิจิตร
แหม นี่ถ้าเราเป็นคนในกระทรวงศึกษาธิการ เราจะบรรจุเนื้อหาทางประวัติศาสตร์อันนี้ลงไปในแบบเรียนเด็กประถม โดยอาจจะให้ ”วีระ”, “มานะ” กับ “ปิติ” พยายามศึกษาประวัติศาสตร์อันนี้อย่างตั้งอกตั้งใจ
สาเหตุที่อยู่ดีๆเราก็สนใจพระเจ้าติโลกราชขึ้นมา เป็นเพราะเราได้ดูนิทรรศการภาพวาดชื่อ “ขอวาดแผ่นดิน” ของ Phongphun Ruannunchai ซึ่งมีภาพวาดของพระเจ้าติโลกราชขณะทรงอยู่ท่ามกลางหนุ่มหล่อสองคน เราก็เลยรู้สึกสนใจอยากศึกษาเรื่องราวของพระเจ้าติโลกราชขึ้นมาในทันที แต่เท่าที่ดูจาก Wikipedia รู้สึกว่าพระองค์จะทรงเป็นคนที่โหดร้ายมาก
เห็นคุณคนมองหนังชอบอ่านนิตยสารศิลปวัฒนธรรมและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ก็เลยไม่รู้ว่าคุณคนมองหนังเคยเห็นบทความที่พูดถึงประเด็นเรื่องรสนิยมทางเพศของพระเจ้าติโลกราชบ้างหรือเปล่า