Showing posts with label ENVIRONMENT. Show all posts
Showing posts with label ENVIRONMENT. Show all posts

Thursday, April 13, 2023

PANARE, SHIP ON THE SHORE

 

PANARE, SHIP ON THE SHORE ปะนาเระ เรือเล็กอาจจะไม่ได้ออกจากฝั่ง (2023, Napat Wesshasartar, short documentary, A+30)

 

1.หนังเลือก “พื้นที่” ที่หนังนำเสนอได้น่าสนใจมากๆ นั่นก็คือปะนาเระ ในจังหวัดปัตตานี คือจากที่หนังบอกมา พื้นที่นี้เหมือนเจอปัญหาใหญ่ 3 อย่างในเวลาเดียวกันในปัจจุบัน ซึ่งก็คือ

 

1.1 ปัญหาด้าน geography ที่มีมาเป็นเวลานานแล้ว คือเหมือนลักษณะทางภูมิศาสตร์ส่งผลให้ชาวบ้านในพื้นที่นี้ไม่สามารถประกอบอาชีพอื่นได้ นอกจากการทำประมง

 

1.2 ปัญหาทางการเมืองในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา เพราะเหมือนเหตุการณ์ไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อปะนาเระด้วย

 

1.3 ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งปะการังที่พังทลาย, พายุที่ไม่เป็นไปตามฤดูกาล และปลาที่หายไป (ถ้าเราเข้าใจไม่ผิด) ซึ่งการที่ชาวบ้านในแถบนี้ต้องพึ่งพาการทำประมงเพียงอย่างเดียว ส่งผลให้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมสร้างความยากลำบากให้แก่ชีวิตของชาวบ้านเป็นอย่างมาก เพราะชาวบ้านไม่สามารถเลิกทำประมงเพื่อไปประกอบอาชีพอื่นได้ง่าย ๆ

 

2.ชอบมากที่หนังเรื่องนี้ตั้งข้อสังเกตว่า ปัญหาในท้องทะเลมันไม่เห็นชัดเท่าภูเขาน่ะ ซึ่งเออ มันใช่จริง ๆ เพราะเราคิดว่า

 

2.1 ภูเขาหัวโล้นหรือภูเขาที่มีบางส่วนดูเตียนโล่ง ไม่มีป่าปกคลุมนั้นมันเป็นสิ่งที่เห็นได้ชัด นักข่าวสามารถถ่ายภาพมาเป็นข่าวได้ง่าย ๆ หรือ “ไฟป่า” ก็เป็นสิ่งที่นำเสนอออกมาเป็นภาพได้ง่าย ๆ ส่วนปัญหาในท้องทะเลเรื่องปลาหายไปนั้น มันอาจจะนำเสนอออกมาเป็น visual ได้ยากกว่า “ภูเขาหัวโล้น” มาก ๆ น่ะ คือสมมุติมีคนไปถ่ายภาพใต้ทะเลที่แทบไม่มีปลาแหวกว่ายมา เราก็ไม่รู้อยู่ดีว่า “ปลาและสัตว์น้ำต่าง ๆ อะไรมันหายไปบ้าง และมันหายไปมากน้อยแค่ไหน ภาพที่เราควรจะได้เห็นถ้าหากไม่เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม มันควรจะเป็นภาพแบบไหน” เพราะเราและคนทั่วไปไม่มี benchmark ไว้เปรียบเทียบในหัวว่า “ภาพท้องทะเลใต้น้ำที่ควรจะเป็นในอ่าวไทย มันควรจะมีปลาและสัตว์น้ำต่าง ๆ อะไรยังไง” (คือพอพูดถึงใต้น้ำปุ๊บ กูก็คิดถึง THE LITTLE MERMAID และ FINDING NEMO เป็น benchmark ในหัว 555) แต่คนทั่วไปมี benchmark ในหัวอยู่แล้วว่า ภาพภูเขาที่ควรจะเป็นในประเทศไทย มันควรจะเขียวชอุ่มพุ่มไสวยังไง

 

เหมือนสิ่งที่พอจะทำให้คนทั่วไปรู้สึกได้ ก็เลยเป็นภาพ “ปะการังที่ถูกทำลาย” ซึ่งมันก็ดูน่าเศร้าจริง ๆ หรือหนังบางเรื่องก็ใช้ภาพ “ขยะลอยฟ่องในท้องทะเล” แบบหนังเรื่อง OCEANS (2009, Jacques Perrin, Jacques Cluzaud) มาใช้เพื่อทำให้ผู้ชมตระหนักถึงปัญหา แต่ถึงอย่างนั้นการจะนำเสนอปัญหาในท้องทะเลมันก็ “ยาก” กว่าการนำเสนอปัญหาการตัดไม้ทำลายป่าจริง ๆ

 

2.2 การถ่ายภาพ “ใต้น้ำ” มันเป็นสิ่งที่ยากกว่าการถ่ายภาพป่าไม้ด้วยแหละ เพราะมันต้องใช้นักประดาน้ำที่มีความเชี่ยวชาญด้านการถ่ายภาพด้วย ก็เลยไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ที่จะหาคนที่จะเก่งทั้ง 2 ด้านในเวลาแบบเดียวกันแบบนี้ และนี่ก็คงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ปัญหานี้ไม่ได้รับการนำเสนอมากเท่าปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า

 

2.3 อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เราคิดว่าหนังกลุ่ม “ปัญหาสิ่งแวดล้อมใต้ทะเล” แทบไม่ได้รับการผลิตออกมาในไทย แต่หนังเกี่ยวกับ “ปัญหาป่าไม้” ได้รับการผลิตออกมาเยอะกว่า เป็นเพราะว่า ปัญหาป่าไม้ในหลายๆ พื้นที่มันเกี่ยวข้องกับการที่ผู้มีอิทธิพล, นายทุน, รัฐบาล, บริษัทเหมือง, etc. ไปแย่งพื้นที่อยู่อาศัยของชาวเขาหรือชาวชาติพันธุ์ต่าง ๆ น่ะ ซึ่งรวมถึงกลุ่มคนที่ยังไม่ได้รับสัญชาติไทยด้วย เพราะฉะนั้น “เหยื่อ” ของปัญหาป่าไม้ก็เลยเป็นเหยื่อที่ถูกทำร้ายจากปัญหาหลาย ๆ อย่างในเวลาเดียวกัน ทั้งเรื่องการขอสัญชาติ, ความไม่สะดวกในการเดินทางและประกอบอาชีพ, การถูกเพ่งเล็งจากตำรวจและทหาร, etc. คือคนกลุ่มนี้เจอทั้งปัญหาการเมืองอย่างรุนแรงและปัญหาสิ่งแวดล้อมในเวลาเดียวกัน เพราะฉะนั้นก็เลยมีการผลิตหนังเกี่ยวกับคนกลุ่มนี้ออกมาเยอะกว่า และก็เลยมีการพูดถึงปัญหาป่าไม้เยอะกว่าตามไปด้วย

 

ส่วนชาวประมงที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาปลาหายไปนั้น เราเข้าใจว่าส่วนใหญ่แล้วเป็นคนไทยน่ะ เพราะฉะนั้นในแง่นึงชาวประมงก็เลยไม่ได้เจอปัญหาเรื่องสัญชาติหรือปัญหาการเมืองอย่างรุนแรงมากเท่าชาวชาติพันธุ์ ส่วนลูกเรือประมงที่อาจจะเป็นคนพม่าและคนเขมรนั้น แรงงานกลุ่มนี้ก็เป็นแรงงานที่สามารถเดินทางกลับประเทศบ้านเกิดของตนเองได้น่ะ ไม่ใช่ชาวชาติพันธุ์ที่จำเป็นต้องอาศัยอยู่ในไทยแต่ไม่ได้รับสัญชาติไทย เพราะฉะนั้นปัจจัยนี้ก็เลยอาจจะเป็นปัจจัยนึงที่ทำให้ปัญหาของชาวประมงไม่ได้รับความสนใจจากสื่อภาพยนตร์มากเท่าปัญหาของชาวเขา แต่ปัจจัยนี้ก็เป็นปัจจัยที่เข้าใจได้

 

(แต่จริง ๆ แล้วในยุคนึงก็มีการผลิตหนังไทยเกี่ยวกับ “ชาวมอแกน” ออกมาหลายเรื่องนะ แต่ไม่ได้เป็นหนังที่พูดถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม)

 

3.เราก็เลยชอบหนังเรื่อง PANARE นี้มาก ๆ เพราะมันเหมือนช่วยเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปในวงการภาพยนตร์ในไทย เพราะนอกจาก PANARE แล้ว เราก็แทบไม่เคยได้ดูหนังเกี่ยวกับปัญหาประมง+สิ่งแวดล้อมในไทยมาก่อนเลยนะ เหมือนนอกจากหนังเรื่องนี้แล้ว หนังกลุ่มนี้เท่าที่เรานึกออกก็มีอีก 2 เรื่อง ซึ่งก็คือหนังสารคดีสั้นของนิสิตนิเทศจุฬาเรื่อง FRONT MAN AT THE SEA (2022) กับ SOUND OF THE SEA (2022) ที่พูดถึงปัญหาปลากำลังจะหมดไปจากน่านน้ำไทย เพราะเรือประมงพาณิชย์บางลำทำผิดกฎหมาย แอบจับปลาเล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อนที่ปลาจะโตไปจนหมด

 

เหมือนส่วนใหญ่แล้วถ้าหากเป็นหนังเกี่ยวกับชาวประมงในไทยที่เราได้ดู มันจะเป็นหนังเกี่ยวกับพวกนิคมอุตสาหกรรมมาเบียดบังที่อยู่ที่ทำกินของชาวประมงน่ะ ทั้งหนังเกี่ยวกับปัญหาแหลมฉบังที่มีการผลิตกันออกมาหลายเรื่องในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา หรือหนังเรื่อง SPEAK OUT (2021, จักรพันธุ์ วัฒนพงษ์, documentary, 61min, A+30) ที่พูดถึงปัญหาบางปะกงและ EEC ซึ่งหนังบางเรื่องในกลุ่มนี้ก็จะพูดถึงชาวประมงและปัญหาสิ่งแวดล้อมด้วยเหมือนกัน แต่ไม่ได้พูดถึงปัญหาปลาหายไป แต่พูดถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากนิคมอุตสาหกรรม เพราะฉะนั้นหนังอย่าง PANARE ก็เลยดู unique มาก ๆ ในแง่นึง เพราะมันนำเสนอปัญหาที่แตกต่างจากหนังอีกหลาย ๆ เรื่อง

 

4.ชอบมุมมองของผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้มาก ๆ ที่เหมือนมองว่า ต้องรับฟังทั้งเสียงของชาวบ้านและนักวิชาการน่ะ และการจะแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ต้องใช้เสียงของคนทั้งสองกลุ่ม, ความรู้ความเชี่ยวชาญของคนทั้งสองกลุ่ม และความร่วมมือกันของคนทั้งสองกลุ่ม และหนังเรื่องนี้ก็เลยมีฉากที่ให้ชาวบ้านกับนักวิชาการมาคุยกันด้วย

 

ซึ่งเราก็คิดว่าวิธีการแบบนี้มันดีมาก ๆ เพราะนักวิชาการเองก็คงมีความรู้ทางวิชาการและทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ชาวบ้านหลายคนอาจจะไม่รู้ แต่ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เพียงอย่างเดียวมันคงไม่มีประโยชน์ถ้าหากมันไม่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง และทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านดีขึ้นจริง ๆ และทั้งชาวบ้านกับนักวิชาการต่างฝ่ายต่างก็น่าจะมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ที่อีกฝ่ายหนึ่งไม่มี

 

5.ชอบข้อมูลปลีกย่อยต่าง ๆ ในหนังเรื่องนี้ด้วย อย่างเช่น

 

5.1 เรื่องของเกาะ Losin ซึ่งเป็นเกาะที่เราไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน

 

5.2 เรื่องปะการังที่พังทลาย และสาเหตุที่อาจจะเป็นไปได้ที่ทำให้ปะการังพังทลาย อย่างเช่น พายุใหญ่ (ซึ่งพายุนี้ก็อาจจะเป็นผลพวงมาจากปัญหาโลกร้อน) และเครื่องมือประมง

 

5.3 ปัญหาเรื่องพายุและความแปรปรวนของฤดูกาลในปัจจุบัน ซึ่งเป็นสิ่งที่แตกต่างจากในอดีต และอากาศที่ร้อนขึ้นมากเมื่อเทียบกับในอดีต

 

5.4 การที่ชาวบ้านต้องคิดหาทางปรับตัวรับมือกับปัญหาปลาหายสาบสูญ ชาวบ้านต้องแปรรูปสัตว์น้ำ หรือหันไปทำของฝาก

 

6.ชอบคำพูดของผู้ให้สัมภาษณ์มาก ๆ ด้วย ที่บอกว่าชาวประมงและชาวบ้านเหล่านี้คือคนกลุ่มแรกที่จะได้รับผลกระทบจากปัญหาสิ่งแวดล้อมในท้องทะเล (ก่อนที่ผลกระทบนั้นจะลุกลามไปถึงพวกชนชั้นกลางในเมืองใหญ่)  และคำพูดที่ว่า ปัญหาเหล่านี้มันเลย point of no return ไปแล้ว แต่เรายังคงสามารถชะลอความเร็วของปัญหาโลกร้อนได้อยู่

 

 

 

Tuesday, April 04, 2023

FALLENCITY

 

FALLENCITY เมืองล่ม (2023, Naphat Khunlam, short film, A+30)

 

ชอบมาก ๆ ที่หนังเรื่องนี้เหมือนถ่ายรถเมล์กับเก้าอี้ม้าหินตอนฝนตกน้ำท่วม แล้วทำออกมาเป็นหนังได้ คือชอบ gaze ของหนังเรื่องนี้ที่เหมือนเป็นการมองสิ่งสามัญธรรมดารอบตัวเรา แต่พอมี gaze ของผู้กำกับเข้าไปจับ มันก็สามารถทำให้สิ่งสามัญธรรมดาเหล่านั้นดูมีความน่าสนใจ หรือมีเสน่ห์ มี aura บางอย่างขึ้นมาได้ แล้วผู้กำกับก็สามารถนำเอา “สิ่งที่เกิดขึ้นจริง” เหล่านี้ มาใช้รองรับเรื่องราวกึ่ง ๆ fiction ได้ด้วย (เรื่องแต่งเกี่ยวกับตำนานเมืองล่ม หรืออะไรทำนองนี้ ถ้าจำไม่ผิด)

 

วิธีการสร้างหนังด้วยการ “ถ่ายสิ่งสามัญธรรมดารอบ ๆ ตัว” แบบนี้ แล้วทำให้มันกลายเป็นสิ่งไม่ธรรมดาขึ้นมา ถือเป็นหนึ่งในวิธีการสร้างหนังแบบที่เราชอบมากที่สุดเลยนะ เพราะผู้กำกับคนโปรดของเราหลายคนก็เคยใช้วิธีการแบบนี้ในการสร้างหนัง ทั้ง Chantal Akerman (HOTEL MONTEREY, NEWS FROM HOME), Klaus Wyborny, Phaisit Phanphruksachat, Teeranit Siangsanoh และ Wachara Kanha

 

 

Wednesday, March 22, 2023

FAVORITE FILMS ABOUT WATER RESOURCES

 

FAVORITE FILMS ABOUT WATER RESOURCES

 

เนื่องจากวันที่ 22 March เป็นวัน World Water Day เราก็เลยจดรายชื่อหนังเกี่ยวกับ water resources ที่เราชอบมาก ๆ เอาไว้ดีกว่า โดยหนังในกลุ่มนี้ไม่ได้พูดถึงปัญหาอุทกภัยนะ แต่พูดถึงปัญหาการขาดแคลนน้ำ, ความสำคัญของแหล่งน้ำ และมลพิษในน้ำ

 

In alphabetical order

 

1.ABSURDISTAN (2008, Veit Helmer, Germany)

 

2.ALEXEI AND THE SPRING (2002, Motohashi Seiichi, Japan/Belarus, documentary) หนังสารคดีเกี่ยวกับหมู่บ้านแห่งหนึ่งในเบลารุสที่ชาวบ้านสามารถยังชีพอยู่ได้ด้วยการพึ่งพา “บ่อน้ำพุศักดิ์สิทธิ์” ที่เกี่ยวข้องกับปาฏิหาริย์พระแม่มารี หรืออะไรทำนองนี้ ถ้าจำไม่ผิด คือหมู่บ้านอื่น ๆ ในละแวกนั้นโดนพิษภัยจาก “เชอร์โนบิล” กันหมด ทำให้ชาวบ้านต้องอพยพหนีไป เพราะหมู่บ้านเหล่านั้นขาด “แหล่งน้ำสะอาด” หลังจากเกิดเหตุการณ์เชอร์โนบิล แต่หมู่บ้านของอเล็กไซแห่งนี้มีบ่อน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ ก็เลยทำให้พวกเขาสามารถพึ่งพาน้ำสะอาดจากบ่อน้ำพุนี้ได้ โดยที่น้ำจากบ่อน้ำพุศักดิ์สิทธิ์นี้ไม่ได้ปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีจากเชอร์โนบิลเลย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเรื่องมหัศจรรย์อย่างหนึ่ง

 

3.BECAUSE WE WERE BORN (2008, Jean-Pierre Duret, Andrea Santana, France/Brazil, documentary)

 

4.BY THE RIVER (2013, Nontawat Numbenchapol, Thailand, documentary)

 

5.CHAD: THE DISAPPEARING LAKE (2009, Morad Äit-Habbouche + Hervé Corbière, France/Chad, documentary)

 

6.DARK WATERS (2019, Todd Haynes)

 

7.DAUGHTER OF THE LAKE (2015, Ernesto Cabellos, Peru, documentary)

 

8.ERIN BROCKOVICH (2000, Steven Soderbergh)

 

9.EVEN THE RAIN (2010, Icíar Bollaín, Spain/Mexico/France)

 

10.HEAT WAVE (2015, Raphaël Jacoulot, France)

 

11.LIVING ON THE RIVER AGANO (1992, Makoto Sato, Japan, documentary)

 

12.MADAM WATER (1993, Jean Rouch, France/Netherlands/Niger)

 

13.MANON OF THE SPRING (1986, Claude Berri, France)

 

14.MEMORIES OF AGANO (2004, Makoto Sato, Japan, documentary)

 

15.MINAMATA: THE VICTIM AND THEIR WORLD (1971, Noriaki Tsuchimoto, Japan, documentary)

 

16.MINARI (2020, Lee Isaac Chung) ชอบการพูดถึง water dowsing ในการหาแหล่งน้ำ

 

17.NONGHARN หนองหาร เพราะมันไม่ใช่เรื่องสิว ๆ (2007, Panus Boonnun, 14min)

 

18.PROMISED LAND (2012, Gus Van Sant)

 

19.THE ROUND LAKE (2022, Zayan Agha, Pakistan, short film)

 

20.THE SEED ด้วยเกล้า (1987, Bhandit Rittakol, Thailand) ชอบที่เนื้อหาส่วนหนึ่งของหนังพูดถึงการตบตีกันในการใช้บ่อน้ำ

 

21.SOUNDS OF SAND (2006, Marion Hänsel, Belgium/France)

 

22.THANK YOU FOR THE RAIN (2017, Julia Dahr, UK/Norway/Kenya, documentary)

 

23.บ่อ เป็น หยัง (2013, Teerawat Rujenatham, Athapon Tarnrat, Thailand, documentary)

https://www.youtube.com/watch?v=KPZfQg7ki-U