Sunday, September 17, 2006

FAVORITE ASIAN FILMS

ข้อความข้างล่างนี้ก็อปปี้มาจากคำตอบในบล็อกของคุณ OLIVER ค่ะ
http://riverdale-dreams.blogspot.com/2006/08/asian-cinema.html

สำหรับหนังเอเชียและหนังเกี่ยวกับเอเชียที่ชอบมากๆนั้น ก็รวมถึงหนังดังต่อไปนี้ด้วยค่ะ

1.AFGHANISTAN
OSAMA (2003, SIDDIQ BARMAK, A+)

2.BANGLADESH
CHITTAGONG: THE LAST STOPOVER (1999, LEON DESCLOZEAUX, A-/B+)
หนังฝรั่งเศสที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับบังคลาเทศ
http://www.imdb.com/title/tt0222989/

3.BHUTAN
MILAREPA (2006, NETEN CHOKLING, A-)
http://www.imdb.com/title/tt0499238/

4.CAMBODIA
THE LAND OF THE WANDERING SOULS (2000, RITHY PANH, A)
http://www.imdb.com/title/tt0245500/

5.CHINA
DON’T CRY NANKING (1995, ZINIU WU, A+)

6.EAST TIMOR
PUNITIVE DAMAGE (1999, ANNIE GOLDSON, A-)
กำกับโดยชาวนิวซีแลนด์ แต่มีเนื้อหาเกี่ยวกับติมอร์ตะวันออก
http://www.imdb.com/title/tt0207030/

7.HONG KONG
SWORDSMAN II (1991, CHING SIU TUNG, A+)

8.INDIA
AFTERSHOCKS (2002, RAKESH SHARMA, A+)

9.INDONESIA
ARIES: A POEM FOR KATIA (2004, FAOZAN RIZAL, A+)

10.IRAN
UNDER THE MOONLIGHT (2001, SEYYED REZA MIR-KARIMI, A+)
http://www.imdb.com/title/tt0278159/

11.ISRAEL
THE BARBECUE PEOPLE (2003, YOSSI MADMONI + DAVID OFEK, A+)

12.KAZAKHSTAN
LITTLE MEN (2003, NARIMAN TUREBAYEV, A+)
http://www.imdb.com/title/tt0376746/

13.JAPAN
DYING AT A HOSPITAL (1993, JUN ICHIKAWA, A+)

14.LEBANON
THE KITE (2003, RANDA CHAHAL SABAG, A-)

15.MACAU
THE BEWITCHING BRAID (1996, YUANYUAN CAI, A+/A)
http://www.imdb.com/title/tt0117953/
หนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังดีสักเท่าไหร่ แต่รู้สึกว่าเนื้อหาของเรื่องเป็นแบบ “พาฝัน” ที่ตัวเองชอบมากๆ เพราะเนื้อหาของเรื่องนี้เป็นเรื่องของสาวมาเก๊าที่มีนิสัยห้าวหาญที่ตกหลุมรักฝรั่งหนุ่ม

16.MALAYSIA
THIRD PARTY (2003, KHOO ENG YOW, A+)
http://www.redfilms.com.my/birdhouse_director.htm

17.MONGOLIA
THE STORY OF THE WEEPING CAMEL (2003, BYAMBASUREN DAVAA + LUIGI FALORNI, A)
http://www.imdb.com/title/tt0373861/

18.MYANMAR
HEXAGON (2006, KYI SOE TUN, A+)

19.PALESTINE
DIVINE INTERVENTION (2001, ELIA SULEIMAN, A+)

20.PHILIPPINES
THE FAMILY THAT EATS SOIL (2004, KHAVN DE LA CRUZ, A+)

21.SINGAPORE
PAIN (1994, ERIC KHOO, A+)

22.SOUTH KOREA
UNINVITED (2003, LEE SU-YEON, A+)

23.SRI LANKA
THE FORSAKEN LAND (2005, VIMUKTHI JAYASUNDARA, A+)

24.TAIWAN
THE PERSONALS (1998, CHEN KUO-FU, A+)

25.TAJIKISTAN
FLIGHT OF THE BEE (1998, JAMSHED USMONOV + BIONG HUN MIN, A-)
http://www.imdb.com/title/tt0177963/

26.THAILAND
เมืองในหมอก (1978, เพิ่มพล เชยอรุณ, A+)

27.VIETNAM
BRIDE OF SILENCE (2005, DOAN MINH PHUONG + DOAN THANH NGHIA, A+/A)


--ส่วนข้อความข้างล่างนี้ก็อปปี้มาจากคำตอบของดิฉันใน BLOG ของคุณอ้วนค่ะ
http://blackforests.blogspot.com/2006/09/choose-your-favourite-cleo-bachelor.html

สำหรับหนุ่มคลีโอที่ดิฉันชอบมากๆในปีนี้นั้น ก็รวมถึง

1.เบอร์ 5 ธนพล นิ่มทัยสุข หรือ เติ้ล (21)
http://kapook.com/cleobachelors2006/profile.php?pos=5
http://kapook.com/cleobachelors2006/imagespost/kapook-17_5.jpg

2.เบอร์ 8 คาร์ล จอห์นสัน หรือต้น (22)
http://kapook.com/cleobachelors2006/imagespost/kapook-42_5.jpg

3.เบอร์ 23 ศิววัชร์ ทรัพย์ภิญโญ หรือ เบียร์ (21)
เห็นแววตาแล้วนึกถึง TADANOBU ASANO
http://kapook.com/cleobachelors2006/imagespost/kapook-50_5.jpg

4.เบอร์ 34 วรพล จันทร์ส่องแสง หรือ ออสซี่ (21)
http://kapook.com/cleobachelors2006/imagespost/kapook-51_5.jpg

5.เบอร์ 24 ธงชัย ชนะภูมิ หรือ จิม (27)
http://kapook.com/cleobachelors2006/profile.php?pos=40
http://kapook.com/cleobachelors2006/imagespost/kapook-53_5.jpg

แต่เบอร์ 40 นี่ใครกันนะ รู้สึกว่าจะเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังของปีนี้นี่นา ฮ่าๆๆ
http://kapook.com/cleobachelors2006/profile.php?pos=40
http://kapook.com/cleobachelors2006/imagespost/kapook-24_5.jpg


ตอบคุณอินทร์

ได้เข้าไปดูมิวสิควิดีโอของปาล์มมี่แล้ว น้องผู้ชายเขาน่ารักจริงๆด้วย คิดว่าภายใน 5 ปีเขาน่าจะเป็นคู่แข่งของ

1.GASPARD ULLIEL
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/08/85/p4.jpg

2.CHAD MICHAEL MURRAY (1981)
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/65/20/18611540.JPG



ตอบน้อง ZM

ได้เข้าไปดูหนังตัวอย่างของ SHORTBUS แล้ว น่าดูจริงๆด้วยค่ะ
http://www.shortbusthemovie.com/

พูดถึงหนังที่มีฉากเซ็กส์อย่าง SHORTBUS แล้ว ก็นึกถึงหนังเรื่อง

1.BLUE MOVIE หรือ F*** (1969, ANDY WARHOL)
หนังที่มีความยาว 140 นาทีเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่พูดคุยกันเกี่ยวกับประเด็นทางสังคม, กอดกัน และร่วมรักกัน หลังจากนั้นทั้งสองก็อาบน้ำด้วยกันและเตรียมตัวทำงาน โดยหนังเรื่องนี้ไม่มีความอีโรติกแต่อย่างใด

2.LIFE OF JESUS (1997, BRUNO DUMONT, A+)
http://ec1.images-amazon.com/images/P/1572524774.01._SS500_SCLZZZZZZZ_V1056521443_.jpg

3.BAISE-MOI (VIRGINIE DESPENTES + CORALIE TRINH THI, A+)

4. ANATOMY OF HELL (2004, CATHERINE BREILLAT, A+)

5.THE EXTERMINATING ANGELS (2006, JEAN-CLAUDE BRISSEAU)

หนังเรื่องนี้เป็นหนังกึ่งอัตชีวประวัติของ JEAN-CLAUDE BRISSEAU (1944) เพราะก่อนหน้านี้เขาเพิ่งถูกนักแสดงหญิงกลุ่มหนึ่งฟ้องร้องว่าเขา ABUSE พวกเธอ ด้วยการให้พวกเธอมาออดิชั่นและทำท่าทางเซ็กส์ๆต่อหน้ากล้องเพื่อคัดเลือกนักแสดงในหนังเรื่อง SECRET THINGS (2002, JEAN-CLAUDE BRISSEAU) แต่หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้คัดเลือกพวกเธอไปเล่นหนังเรื่องนั้น พวกเธอก็เลยรู้สึกว่า BRISSEAU หลอกพวกเธอมาออดิชั่นเพื่อสนองตัณหาตัวเองเท่านั้น

หลังจาก BRISSEAU ถูกฟ้องร้อง เขาก็สร้างภาพยนตร์เรื่อง THE EXTERMINATING ANGELS ออกมา ซึ่งมีเนื้อหาคล้ายคลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตเขา (ฟังแล้วนึกถึง CATHERINE BREILLAT ที่ทำหนังเรื่อง SEX IS COMEDY ออกมา โดยมีเนื้อหาบางส่วนเกี่ยวกับความสัมพันธ์อันน่าสนใจระหว่างผู้กำกับกับนักแสดงในระหว่างการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง FAT GIRL)

THE EXTERMINATING ANGELS เริ่มต้นเรื่องด้วยการให้ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อฟรังซัวส์ (FREDERIC VAN DEN DRIESSCHE) นอนอยู่ที่บ้านกับภรรยาของเขา ขณะที่วิญญาณของคุณย่ามาเยี่ยมเขา โดยวิญญาณบอกเขาว่าให้เขาระวังตัว

หลังจากนั้นก็มีนางฟ้าสององค์ (RAPHAELE GODIN + MARGARET ZENOU) ปรากฏตัวบนขั้นบันได พวกเธอสามารถปรากฏตัวและหายตัวเมื่อไหร่ก็ได้ตามใจปรารถนา และพวกเธอก็มีจุดประสงค์ลึกลับบางอย่าง ซึ่งอาจจะไม่ส่งผลดีนักต่อฟรังซัวส์
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/60/15/96/18614755.jpg

ฟรังซัวส์ทำการออดิชันนักแสดงหญิงเพื่อเล่นในหนังทริลเลอร์เรื่องใหม่ของเขา ซึ่งมีฉากอีโรติกอยู่ในหนังด้วย เขาบอกให้นักแสดงหญิงคนหนึ่ง (VIRGINIE LEGEAY) แสร้งทำเป็นถึงจุดสุดยอด แต่เธอกลับบอกเขาว่าเธอเพิ่งถึงจุดสุดยอดครั้งแรก และเธอคิดว่าสาเหตุที่ทำให้เธอถึงจุดสุดยอดเป็นเพราะว่าเธอได้แสดงต่อหน้าฟรังซัวส์และต่อหน้ากล้องถ่ายหนัง

คำบอกเล่าของนักแสดงหญิงคนนั้นเป็นแรงบันดาลใจให้ฟรังซัวส์เริ่มต้นโครงการภาพยนตร์เรื่องหนึ่งเกี่ยวกับประเด็นที่ว่า การได้ทำในสิ่งต้องห้ามสามารถเพิ่มความสุขสมให้แก่ผู้กระทำได้

มีสามสาวมาทำการออดิชั่นในเวลาต่อมา ซึ่งรวมถึงสาวผมบลอนด์ชื่อจูลี (LISE BELLYNCK), สาวผมบรูเน็ทท์ชื่อชาร์ลอทท์ (MAROUSSIA DUBREUIL) และสาวน่าฉงนชื่อสเตฟานี (MARIE ALLAN)

หนังเรื่อง THE EXTERMINATING ANGELS นี้ใช้ทุนสร้างเพียง 600,000 ดอลลาร์
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/60/15/96/18649655.jpg
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/60/15/96/18614746.jpg
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/60/15/96/18614747.jpg
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/60/15/96/18614748.jpg
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/60/15/96/18614750.jpg
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/60/15/96/18614751.jpg
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/60/15/96/18614752.jpg
FRANCOIS NEGRET ใน THE EXTERMINATING ANGELS
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/60/15/96/18614749.jpg

FREDERIC VAN DEN DRIESSCHE พระเอกของ THE EXTERMINATING ANGELS เคยรับบทเป็นชายหนุ่มที่ทำให้นางเอกตั้งครรภ์ใน A WINTER’S TALE (1992, ERIC ROHMER, A+)
http://ec1.images-amazon.com/images/P/B00004VYI1.08._SS400_SCLZZZZZZZ_V1056674628_.jpg

อย่าจำชื่อของ FREDERIC VAN DEN DRIESSCHE สลับกับ

1.CLEMENT VAN DEN BERGH ซึ่งเป็นพระเอกของ CLASS TRIP (1998, CLAUDE MILLER, A+)

2.ANDRE AREND VAN DE NOORD ซึ่งเป็นพระเอกของภาพยนตร์แนวซาดิสท์/มาโซคิสท์เรื่อง VENUS IN FURS (1995, VICTOR NIEUWENHUIJS + MAARTJE SEYFERTH, A+)
http://www.imdb.com/title/tt0111602/


หนังเรื่อง SECRET THINGS ติดอันดับ 1 ของ CAHIERS DU CINEMA ประจำปี 2002
http://alumnus.caltech.edu/~ejohnson/critics/cahiers.html

อันดับภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประจำปี 2002

1.SECRET THINGS
TEN (ABBAS KIAROSTAMI)

3.BLISSFULLY YOURS (APICHATPONG WEERASETHAKUL, A+)

4.FROM THE OTHER SIDE (CHANTAL AKERMAN)
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/09/00/affiche0.jpg

5.THE PRINCIPLE OF UNCERTAINTY (MANOEL DE OLIVEIRA)
นำแสดงโดย LEONOR SILVEIRA (A TALKING PICTURE)
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/00/02/45/24/affiche.jpg
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/00/02/45/24/principe1.jpg
LEONOR SILVEIRA + LEONOR BALDAQUE
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/00/02/45/24/principe2.jpg
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/00/02/45/24/principe3.jpg

6.MY MOTHER’S SMILE (MARCO BELLOCCHIO)
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/00/02/46/12/affiche2.jpg
CHIARA CONTI ใน MY MOTHER’S SMILE
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/00/02/46/12/ph1.jpg
JACQUELINE LUSTIG + SERGIO CASTELLITTO
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/00/02/46/12/ph2.jpg


7.TALK TO HER (PEDRO ALMODOVAR, A+)


8.SPIRITED AWAY (HAYAO MIYAZAKI)
SPIDER (DAVID CRONENBERG, A+)


10.GERRY (GUS VAN SANT)
24 (TV SERIES)

ภาพยนตร์เรื่อง SOUND AND FURY (1988, JEAN-CLAUDE BRISSEAU, A+++++++++++++++) ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับชีวิตเด็กหนุ่มเคยมาเปิดฉายที่สมาคมฝรั่งเศส ถ.สาทรใต้ ส่วนภาพยนตร์เรื่อง WHITE WEDDING (1989, JEAN-CLAUDE BRISSEAU, A) ที่นำแสดงโดย VANESSA PARADIS ในบทของนักเรียนสาวที่หลงรักคุณครู เคยมีวิดีโอเข้ามาให้เช่าในกรุงเทพ

อย่าจำ THE EXTERMINATING ANGELS (2006) สลับกับ THE EXTERMINATING ANGEL (1962, LUIS BUNUEL) ที่คุณเต้บอกว่ามีดีวีดีเข้ามาวางขายในกรุงเทพแล้ว โดย THE EXTERMINATING ANGEL (1962) มีเนื้อหาเกี่ยวกับกลุ่มคนรวยที่ไปกินอาหารด้วยกันในงานเลี้ยงวิลิศมาหรางานหนึ่ง แต่เกิดเหตุอาเพศบางอย่างทำให้พวกเขาไม่สามารถเดินผ่านประตูออกมาจากห้องนั้นได้หลังจากกินอาหารเสร็จแล้ว และส่งผลให้พวกเขาค่อยๆกลายสภาพจากผู้ดีไปเป็นสัตว์ป่า http://www.sensesofcinema.com/contents/festivals/00/8/miff/bunuel.html



ตอบคุณ CHRIS’S GIRLFRIEND

--ชอบ MALIK ZIDI ใน CHANGING TIMES (2004, ANDRE TECHINE, A) เหมือนกันค่ะ และก็เคยชอบเขามากๆใน ALMOST PEACEFUL (2002, MICHEL DEVILLE, A+) ด้วย
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/00/02/53/61/p3.jpg

นอกจากนี้ MALIK ZIDI ยังแสดงใน

1.A MOMENT OF HAPPINESS (2002, ANTOINE SANTANA)
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/00/02/41/36/69220739_af.jpg


2.MY CHILDREN ARE DIFFERENT (2003, DENIS DERCOURT)
นักดนตรีคลาสสิคคนหนึ่งบังคับลูกชายและลูกสาวของเขาให้ยึดอาชีพตามแบบเขา ถึงแม้ลูกๆของพวกเขาต้องการใช้ชีวิตแบบอื่น

DENIS DERCOURT เคยกำกับภาพยนตร์อีกอย่างน้อย 2 เรื่องที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับนักดนตรี ซึ่งก็คือ THE PAGE TURNER (2006) กับ THE FREELANCERS (1998, B)

MALIK ZIDI + ELODIE PEUDEPIECE ใน MY CHILDREN ARE DIFFERENT
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/10/03/p1.jpg


3.FORGET CHEYENNE (2005, VALERIE MINETTO)
หนังเลสเบียนเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับโซเนีย (AURELIA PETIT) หญิงสาวที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ เธอเคยมีแฟนสาวชื่อ CHEYENNE ซึ่งทนชีวิตในเมืองใหญ่ไม่ได้ และย้ายไปอยู่ในชนบท แต่ SONIA ไม่อยากย้ายตาม CHEYENNE ไป เธอเลยหาทางลืม CHEYENNE แทน เธอหันไปคบกับชายหนุ่มและหญิงสาวคนอื่นๆ แต่นั่นก็ไม่สามารถทำให้เธอลืม CHEYENNE ได้

AURELIA PETIT + MALIK ZIDI ใน FORGET CHEYENNE
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/83/03/18475883.jpg


4.POISON FRIENDS (2006, EMMANUEL BOURDIEU)
A group of college students are duped by a charming pathological liar.

EMMANUEL BOURDIEU ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้เคยเขียนบทภาพยนตร์ 3 เรื่องให้ ARNAUD DESPLECHIN ซึ่งได้แก่เรื่อง MY SEX LIFE… OR HOW I GOT INTO AN ARGUMENT (1996, A+), ESTHER KAHN (2000) และ PLAYING ‘IN THE COMPANY OF MEN’ (2003)
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/36/32/09/18653024.jpg
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/36/32/09/18628543.jpg
DOMINIQUE BLANC (INDOCHINE, QUEEN MARGOT) + MALIK ZIDI
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/36/32/09/18653029.jpg



ตอบคุณเทวดาตกสวรรค์

--หลงรักรูปที่คุณเทวดาตกสวรรค์นำมาใช้เป็น SIGNATURE มากๆเลยค่ะ เป็นรูปที่น่าหลงใหลใฝ่ฝันเอามากๆ

--ใครบังคับให้คุณเทวดาตกสวรรค์ดู THE POWER OF ONE เหรอคะ หรือว่าเป็นหนังที่ใช้ในชั้นเรียน แล้วคุณเทวดาตกสวรรค์เรียนวิชาอะไรที่ไหนถึงได้ถูกบังคับให้ดูหนังเรื่องนี้คะ

ยังไม่ได้ดู THE POWER OF ONE เลยค่ะ แต่ตอนนี้รู้สึกสนใจภาพยนตร์แอฟริกาใต้อย่างมากๆ หลังจากได้ดูภาพยนตร์จากแอฟริกาใต้ในโรงภาพยนตร์ในกรุงเทพถึง 7 เรื่องในปีนี้ และคาดว่าอาจได้ดูเพิ่มเติมอีกจากเทศกาลภาพยนตร์ WORLD FILM FESTIVAL OF BANGKOK

รู้สึกว่าสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ภาพยนตร์เกี่ยวกับแอฟริกาใต้มีความน่าสนใจ อาจจะเป็นเพราะว่าแอฟริกาใต้เต็มไปด้วยปัญหามากมาย อย่างเช่น

1.ปัญหาที่ค้างคามาจากนโยบายเหยียดผิวในอดีต อย่างเช่นในภาพยนตร์เรื่อง FORGIVENESS (2004, IAN GABRIEL, A)

2.ปัญหาการเหยียดผิวในปัจจุบัน อย่างเช่นในภาพยนตร์เรื่อง THE HEART OF WHITENESS (2006, REHAD DESAI, A+)

3.ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางฐานะระหว่างคนผิวดำด้วยกัน อย่างเช่นใน TSOTSI (2005, GAVIN HOOD, A)

4.คนผิวขาวที่ยากจนก็มีเช่นกัน อย่างเช่นใน MEN OF GOLD (2006, VINCENT MOLOI, A+) และ DIFFERENT PIGMENT (2006, OMELGA MTHIYANE, A+)

5.ปัญหาโรคเอดส์ อย่างเช่นใน THE ORPHANS OF NKANDLA (2004, BRIAN WOODS)

6.ปัญหาการข่มขืนที่มีอัตราสูงมาก โดยเฉพาะผู้หญิงเลสเบียนผิวดำที่ถูกข่มขืนเพียงเพราะเธอเป็นเลสเบียน ปัญหานี้ได้รับการนำเสนอในภาพยนตร์เรื่อง RAPE FOR WHO I AM (2005, LOVINSA KAVUMA)
http://www.imdb.com/title/tt0493442/

ปัญหาการข่มขืนในแอฟริกาใต้ได้รับการนำเสนอในภาพยนตร์เรื่อง NICE TO MEET YOU, PLEASE DON’T RAPE ME! (1996, IAN KERKHOF) ด้วยเช่นกัน โดยภาพยนตร์เรื่องนี้เปิดฉากด้วยการให้ชายหนุ่มผิวดำคนหนึ่งสั่งให้ชายหนุ่มผิวขาวข่มขืนเขา และชายหนุ่มผิวขาวก็ยอมทำตามคำสั่งนั้น หลังจากนั้นภาพยนตร์เรื่องนี้ก็นำเราไปรู้จักชายหนุ่มเปลือยกาย 3 คนที่อยู่บนหลังคา โดยชายหนุ่ม 3 คนนี้วางแผนจะข่มขืนคนอื่นๆและวางแผนจะข่มขืนกันเองด้วย
The movie follows three rapists in South Africa, who live in a rape culture. Sexual, verbal, political, moral and psychological rape is common practice.
http://www.brightlightsfilm.com/29/iankerkhof.html

Saturday, September 16, 2006

you've got a friend (1990) -- big fun + sonia

http://xq28.net/s/viewtopic.php?p=162643#162643

วันนี้แวะมาตอบสั้นๆก่อนนะคะ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด พรุ่งนี้จะมาตอบยาวๆอีกทีค่ะ คิดถึงทุกๆคนมากๆเลยค่ะ

ตอบคุณ KICHO
Quote:
แล้วคุณ MdS ไปแทรกอยู่ระหว่างคนไหนเหรอ โดยเฉพาะเล่นเครื่องดนตรีชิ้นไหนร่วมกับ Elton John

ฮ่าฮ่าฮ่า ถ้าหากต้องให้แทรกเข้าไปอยู่ตรงกลางระหว่างกลุ่มเพื่อนแล้วล่ะก็ ไม่ขอแทรกระหว่างเพื่อน 4 คนใน THAT'S WHAT FRIENDS ARE FOR ค่ะ ขอแทรกไปอยู่ตรงกลางระหว่างสามหนุ่ม BIG FUN ในเพลง YOU'VE GOT A FRIEND (1990, A+) ดีกว่า

YOU'VE GOT A FRIEND (1990) -- BIG FUN + SONIA

Tuesday, September 12, 2006

HOMETOWN BLUE

โปรแกรมภาพยนตร์ที่สมาคมฝรั่งเศส ถ.สาทรใต้ น่าดูมากๆ
http://xq28.net/s/viewtopic.php?t=13378

ดูโปรแกรมดังกล่าวได้ที่ลิงค์ข้างล่างนี้ค่ะ
http://www.alliance-francaise.or.th/FR_index_evenement_1.htm

มีภาพยนตร์ซับไตเติลภาษาอังกฤษฉายที่ ALLIANCE FRANCAISE ให้ชมฟรีเกือบทุกวันเสาร์ เวลา 17.15 น.

SATURDAY 16 SEP
1.HUNTING THE LION WITH BOW AND ARROW LA CHASSE AU LION A L’ARC (1965, JEAN ROUCH) 88 MIN.
http://www.imdb.com/title/tt0209964/

JEAN ROUCH (1917-2004) เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ระดับปรมาจารย์ของโลก เขามีชื่อเสียงโดดเด่นในด้านการกำกับภาพยนตร์สารคดีและภาพยนตร์แนวชาติพันธุ์วิทยาในแอฟริกา เขาได้รับการยกย่องอย่างมากจาก JEAN-LUC GODARD และภาพยนตร์สารคดีเรื่อง CHRONICLE OF A SUMMER (1961) ของเขาก็เคยมีให้เช่าในกรุงเทพ
http://images.amazon.com/images/P/B0009N59VI.01._SS500_SCLZZZZZZZ_V57256654_.jpg
http://images.amazon.com/images/P/B0009K8S46.01._SS500_SCLZZZZZZZ_V57213914_.jpg
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/93/65/18436629.jpg

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ JEAN ROUCH ได้ที่

JEAN ROUCH: CINEMA-VERITE , CHRONICLE OF A SUMMER AND THE HUMAN PYRAMID
http://www.sensesofcinema.com/contents/01/19/rouch.html

“ROUCH ISN’T HERE, HE HAS LEFT”: A REPORT ON BUILDING BRIDGES: THE CINEMA OF JEAN ROUCH
http://www.sensesofcinema.com/contents/festivals/05/34/jean_rouch_conference.html


SATURDAY 23 SEP
2.WORK HARD, PLAY HARD (2004, JEAN-MARC MOUTOUT)

ภาพยนตร์เกี่ยวกับชีวิตการทำงานเรื่องนี้นำแสดงโดย JEREMIE RENIER พระเอกขาประจำของภาพยนตร์เบลเยียม โดยเฉพาะในภาพยนตร์ของสองพี่น้องดาร์เดนน์ และ LAURENT LUCAS พระเอกหนุ่มที่ชอบแสดงในหนังโรคจิต

http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/17/39/18368732.jpg
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/17/39/18368734.jpg
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/17/39/18368735.jpg
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/17/39/18368736.jpg
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/17/39/18368737.jpg
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/17/39/18368739.jpg
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/17/39/18368743.jpg
OLIVIER PERRIER + JEREMIE RENIER
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/17/39/18368738.jpg
JEREMIE RENIER + CYLIA MALKI
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/17/39/18368742.jpg


2.1 JEREMIE RENIER (1981) เคยแสดงใน

2.1.1 PRIVATE PROPERTY (2006, JOACHIM LAFOSSE)
http://www.imdb.com/title/tt0855895/
ในเรื่องนี้ JEREMIE RENIER ต้องประชันบทบาทกับ YANNICK RENIER ซึ่งเป็น BROTHER ของเขาเองในชีวิตจริง และต้องประชันบทบาทกับ ISABELLE HUPPERT ซึ่งรับบทเป็นแม่ของพี่น้องคู่นี้ โดยแม่กับลูกชายสองคนนี้มีเรื่องขัดแย้งกันเมื่อแม่คิดจะขายบ้านเก่า

หนังเรื่องนี้ได้เข้าชิงรางวัลสิงโตทองคำในเทศกาลภาพยนตร์เวนิซปีนี้

2.1.2 DIKKENEK (2006, OLIVIER VAN HOOFSTADT)
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/87/40/18629488.jpg

2.1.3 THE CHILD (2005, JEAN-PIERRE DARDENNE + LUC DARDENNE)
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/79/89/18430180.jpg

2.1.4 PRESIDENT (2006, LIONEL DELPLANQUE)
http://www.imdb.com/title/tt0478719/
แสดงร่วมกับ ALBERT DUPONTEL + MELANIE DOUTEY (THE FLOWER OF EVIL) + CLAUDE RICH
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/36/24/91/18655966.jpg

2.1.5 FAIR PLAY (2006, LIONEL BAILLIU)
http://www.imdb.com/title/tt0454602/
แสดงร่วมกับ MARION COTILLARD (LOVE ME IF YOU DARE, INNOCENCE, A VERY LONG ENGAGEMENT)
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/36/34/96/18476467.jpg
และ BENOIT MAGIMEL (THE PIANO TEACHER, THE FLOWER OF EVIL, LIFE IS A LONG QUIET RIVER)
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/36/34/96/18654151.jpg

LIONEL BAILLIU เคยกำกับภาพยนตร์สั้นเรื่อง SQUASH (2002, A) ที่เคยมาเปิดฉายในกรุงเทพ โดย SQUASH มีเนื้อหาเกี่ยวกับชายหนุ่มนักธุรกิจที่เล่นสควอชกับเจ้านาย และต้องเชือดเฉือนกันทางจิตวิทยาอย่างรุนแรง
http://www.imdb.com/title/tt0341588/

2.1.6 SAINT-CYR (2000, PATRICIA MAZUY, A+)
http://ec1.images-amazon.com/images/P/B00005A8SP.01._SS400_SCLZZZZZZZ_V64967655_.jpg

2.1.7 CRIMINAL LOVERS (1999, FRANCOIS OZON)

2.1.8 THE PROMISE (1996, JEAN-PIERE DARDENNE + LUC DARDENNE, A+)

*****ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ JEREMIE RENIER ซึ่งเป็นหนึ่งในสามี 355 คนของดิฉันได้ที่
http://xq28.net/s/viewtopic.php?t=11301


2.2 ส่วนโลรองท์ ลูคัสซึ่งเกิดปี 1965 เคยแสดงภาพยนตร์เรื่อง

2.2.1 DE PARTICULIER A PARTICULIER (2006, BRICE CAUVIN)
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/36/34/80/18605118.jpg
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/36/34/80/18606806.jpg

2.2.2 LES INVISIBLES (2005, THIERRY JOUSSE)
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/81/97/18431535.jpg

2.2.3 ADIEU (2003, ARNAUD DES POLLIERES)
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/32/50/18387991.jpg

2.2.4 TOUT POUR L’OSEILLE (2004, BERTRAND VAN EFFENTERRE)
สุดหล่อ BRUNO PUTZULU (IN PRAISE OF LOVE, HOLY LOLA) ร่วมแสดงในหนังเรื่องนี้ด้วย ส่วนนางเอกคือซิลวี เตสตูด (FEAR AND TREMBLING, ONLY GIRLS)
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/24/02/18378215.jpg
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/24/02/18376496.jpg

2.2.5 WHO KILLED BAMBI? (2003, GILLES MARCHAND, A)
http://ec3.images-amazon.com/images/P/B000784WCW.01._SS500_SCLZZZZZZZ_V1103842211_.jpg

2.2.6 THE ORDEAL (2004, FABRICE DU WELZ)
http://ec1.images-amazon.com/images/P/B000GRUR14.01._SS500_SCLZZZZZZZ_V62758840_.jpg

2.2.7 IN MY SKIN (2002, MARINA DE VAN, A+++++)
http://images.amazon.com/images/P/B0001CNQSA.01._SS500_SCLZZZZZZZ_V1080084999_.jpg

2.2.8 Harry Is Here to Help (2000, DOMINIK MOLL, B+)


30 SEP
3.AALTRA (2004, BENOIT DELEPINE + GUSTAVE KERVERN)
http://www.aaltra-roadmovie.com/
ภาพยนตร์ตลกร้ายจากเบลเยียมเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับคนพิการสองคนที่ไม่ถูกโฉลกกัน แต่ต้องเดินทางด้วยรถเข็นไปด้วยกันในการเดินทางไปฟินแลนด์เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจากบริษัทผู้ผลิตเครื่องมือเก็บเกี่ยวที่บกพร่องที่ทำให้ทั้งสองกลายเป็นคนพิการ

หนังเรื่องนี้ถ่ายเป็นขาวดำ และมี AKI KAURISMAKI ผู้กำกับหนังชื่อดังชาวฟินแลนด์มาร่วมแสดงด้วย
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/29/29/18391106.jpg
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/29/29/18379479.jpg
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/29/29/18379480.jpg
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/29/29/18379482.jpg


อย่าจำภาพยนตร์เรื่องนี้สลับกับภาพยนตร์ออสเตรียเรื่อง ANTARES (2004, GOTZ SPIELMANN, A)
http://ec3.images-amazon.com/images/P/B0007TZHWA.01._SS500_SCLZZZZZZZ_V61413896_.jpg



7 OCT
4.HOMETOWN BLUE (1998, STEPHANE BRIZE, A++++++++++)
หนังเรื่องนี้เคยมาเปิดฉายในกรุงเทพเมื่อหลายปีก่อน และเป็นหนังที่นำเสนอหนึ่งในตัวละครหญิงที่ดิฉันชอบที่สุดในชีวิต โดยในเรื่องนี้ FLORENCE VIGNON รับบทเป็นหญิงสาวที่ทำงานเป็นคนคุมมิเตอร์จอดรถ เธอใฝ่ฝันอยากจะเป็นนักร้อง แต่สามีของเธอเป็นอุปสรรคขัดขวางเธออยู่

การแสดงของ FLORENCE VIGNON ใน HOMETOWN BLUE ทำให้ดิฉันยกให้เธอเป็นหนึ่งในนักแสดงในดวงใจไปเลย

*****อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ HOMETOWN BLUE หรือ LE BLEU DES VILLESได้ที่
http://xq28.net/s/viewtopic.php?t=11017
http://www.imdb.com/title/tt0201483/

MATHILDE SEIGNER ร่วมแสดงในหนังเรื่องนี้ด้วย และเธอเคยแสดงใน

4.1 LE COURAGE D’AIMER (2005, CLAUDE LELOUCH)
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/86/45/18431221.jpg

4.2 TOUT POUR PLAIRE (2005, CECILE TELERMAN)
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/50/93/18402654.jpg

4.3 MARIAGES! (2004, VALERIE GUIGNABODET)
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/20/69/18375522.jpg

4.4 BETTY FISHER AND OTHER STORIES (2001, CLAUDE MILLER)
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/00/02/33/07/69216454_af.jpg

4.5 THE GIRL FROM PARIS (2001, CHRISTIAN CARION, B+)
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/00/02/31/24/69216099_af.jpg

4.6 HARRY, HE IS HERE TO HELP (2000, DOMINIK MOLL, B+)

4.7 TIME REGAINED (1999, RAOUL RUIZ, A+)

4.8 VENUS BEAUTY INSTITUTE (1999, TONIE MARSHALL, A+)

4.9 DRY CLEANING (1997, ANNE FONTAINE, A-)
หนังเรื่องนี้มีเนื้อหาบางส่วนเกี่ยวกับเกย์



21 OCT
5.CLARA AND ME (2004, ARNAUD VIARD)
นำแสดงโดย JULIE GAYET (1972) + JULIEN BOISSELIER
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/29/30/18379483.jpg
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/29/30/18379696.jpg
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/29/30/18379697.jpg
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/29/30/18379698.jpg
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/29/30/18379699.jpg

JULIE GAYET เคยแสดงใน

5.1 ALMOST PEACEFUL (2002, MICHEL DEVILLE, A+)

5.2 MY CAMERA AND ME (2002, CHRISTOPHE LOIZILLON, B-)
JULIE GAYET แสดงได้อย่างยอดเยี่ยมมากๆในบทหมอนวดสาวตาบอดในหนังเรื่องนี้ ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับชายหนุ่มที่ใช้กล้องบันทึกภาพชีวิตประจำวันของตัวเอง หนังเรื่องนี้มีความน่าสนใจดีในแง่ของการมองและการถูกจ้องมอง โดยเฉพาะเมื่อผู้ถูกจ้องมองเป็นคนตาบอด แต่เนื่องจากดิฉันรู้สึกรำคาญตัวละครพระเอกของหนังเรื่องนี้ ก็เลยทำให้ไม่ค่อยชอบหนังเรื่องนี้มากเท่าไหร่

5.3 DELPHINE 1, YVAN 0 (1996, DOMINIQUE FARRUGIA, B-)

5.4 A LA BELLE ETOILE (1993, ANTOINE DESROSIERES, A/A-)
หนังวัยรุ่นน่ารักที่นำแสดงโดย MATHIEU DEMY ซึ่งเป็นลูกชายของ AGNES VARDA + JACQUES DEMY โดยหนังเล่าเรื่องของนักเรียนหนุ่มที่มีหญิงสาวหลายคนเข้ามาพัวพันในชีวิต

5.5 BAB EL WEB (2005, MERZAK ALLOUACHE)
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/54/63/18405297.jpg

5.6 WHY NOT ME? (1999, STEPHANE GIUSTI)
http://www.imdb.com/title/tt0162556/
แสดงนำร่วมกับ BRUNO PUTZULU
Four gay French expatriots share a business in Barcelona. When they and their parents are thrown together for a "coming out" party, another French Farce ensues.

http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/36/21/20/18462170.jpg

อย่าจำ JULIE GAYET (1972) สลับกับ JULIE DEPARDIEU ดารานำของ POLTERGAY (2006, ERIC LAVAINE)
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/36/40/45/18662107.jpg



28 OCT
6.POURQUOI (PAS) LE BRESIL (2004, LAETTITIA MASSON)

นำแสดงโดย ELSA ZYLBERSTEIN กับ MARC BARBE ซึ่งเคยรับบทเป็นหนุ่มโรคจิตมาแล้วในภาพยนตร์หลายเรื่อง

LAETTITIA MASSON (1966) เป็นหนึ่งในผู้กำกับภาพยนตร์ในดวงใจของดิฉัน เธอเคยกำกับ FOR SALE (1998, A+++++) และ TO HAVE (OR NOT) (1995, A) ซึ่งทั้งสองเรื่องนี้นำแสดงโดย SANDRINE KIBERLAIN ในบทบาทที่ลืมไม่ลงทั้งสองเรื่อง

http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/32/08/18386720.jpg
ELSA ZYLBERSTEIN + PIERRE ARDITI
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/32/08/18384234.jpg
ELSA + BERNARD LE COQ
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/32/08/18384235.jpg
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/32/08/18384236.jpg
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/32/08/18384238.jpg
ELSA + LUDMILA MIKAEL
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/32/08/18384237.jpg


MARC BARBE เคยแสดงใน

6.1 THE UNTOUCHABLE (2006, BENOIT JACQUOT)

6.2 REGULAR LOVERS (2005, PHILIPPE GARREL)

6.3 THE RING FINGER (2005, DIANE BERTRAND, A+)
หนังโปรดของน้อง merveillesxx

คุณสนธยา ทรัพย์เย็นเคยสัมภาษณ์ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ลงนิตยสาร PULP ด้วย

6.4 A NEW LIFE (2002, PHILIPPE GRANDRIEUX)

6.5 NIGHTSHIFT (2001, PHILIPPE LE GUAY, A-)
หนังที่สำรวจความสัมพันธ์ของชายสองคนที่ทำงานในที่เดียวกัน โดยคนหนึ่งมีนิสัยชอบกลั่นแกล้งรังแกอีกคนหนึ่ง

6.6 SOMBRE (1998, PHILIPPE GRANDRIEUX, A+++++)
หนึ่งในหนังที่ชอบที่สุดในชีวิต

6.7 MY LIFE AND TIMES WITH ANTONIN ARTAUD (1993, GERARD MORDILLAT)
หนังเรื่องนี้มีขายแล้วในรูปแบบดีวีดี

6.8 LA VIE DE BOHEME (1992, AKI KAURISMAKI)



4 NOV
7. CHARGE! หรือ A L’ATTAQUE (2000, ROBERT GUEDIGUIAN)

นำแสดงโดย ARIANE ASCARIDE (A COMMON THREAD) ซึ่งเป็นดาราหญิงคู่บุญของ ROBERT GUEDIGUIAN โดยมี DENIS PODALYDES กับ JEAN-PIERRE DARROUSSIN มาร่วมแสดงด้วย

ROBERT GUEDIGUIAN (1953) เป็นผู้กำกับที่ไม่ถูกโฉลกกับดิฉันสักเท่าไหร่ เขาเคยกำกับ MY FATHER IS AN ENGINEER (2004, B) กับ MARIUS AND JEANNETTE (1997, B+)

http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/04/69/07/046907_af.jpg
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/04/69/07/046907_ph1.jpg
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/04/69/07/046907_ph2.jpg
JACQUES BOUDET + ARIANE ASCARIDE
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/04/69/07/046907_ph4.jpg
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/04/69/07/046907_ph5.jpg



11 NOV
8.DE L’HISTOIRE ANCIENNE (2001, ORSO MIRET)
นำแสดงโดย OLIVIER GOURMET ดาราเจ้าบทบาทที่ผู้ชมคุ้นหน้ากันดี โดยมี YANN GOVEN กับ BRIGITTE CATILLON ร่วมแสดง
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/00/00/01/16/459_af.jpg
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/00/00/01/16/460_ph2.jpg
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/00/00/01/16/460_ph4.jpg
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/00/00/01/16/460_ph3.jpg
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/00/00/01/16/460_ph1.jpg

ORSO MIRET เคยกำกับ
THE SILENCE (2004)
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/45/50/18400059.jpg
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/45/50/18393626.jpg
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/45/50/18393627.jpg
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/45/50/18393628.jpg
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/45/50/18393630.jpg
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/45/50/18393631.jpg
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/45/50/18393632.jpg
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/45/50/18393633.jpg
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/45/50/18393634.jpg
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/45/50/18393635.jpg
http://a69.g.akamai.net/n/69/10688/v1/img5.allocine.fr/acmedia/medias/nmedia/18/35/45/50/18393636.jpg



25 NOV
9.DROLE DE FELIX (2000, OLIVIER DUCASTEL + JACQUES MARTINEAU)
หลายคนคงได้ดูหนังเกย์เรื่องนี้ไปแล้วในรูปแบบดีวีดี


นอกจากนี้ ยังมีการแสดงบนเวทีชุด CONVERGENCE 1.0 ที่ ALLIANCE FRANCAISE ในวันพฤหัสบดีที่ 28 ก.ย. เวลา 20.00 น.ด้วย โดยบัตรมีราคา 500 บาท

I DON['T WANNA GET HURT

THAT’S WHAT FRIENDS ARE FOR – DIONNE WARWICK + GLADYS KNIGHT + STEVIE WONDER + ELTON JOHN
http://www.youtube.com/watch?v=tgqfy215hF8



บริติช เคาน์ซิลจัดฉายมิวสิควิดีโอที่พารากอนศุกร์ที่ 15 ก.ย.นี้ จองที่นั่งได้แล้วค่ะ
http://xq28.net/s/viewtopic.php?t=13377

หนังของ AGNES VARDA เรื่องนั้นน่าจะเป็น A HUNDRED AND ONE NIGHTS (1995)
http://www.imdb.com/title/tt0112654/

ดูเทรลเลอร์หนังเรื่องนี้ได้ที่
http://www.imdb.com/title/tt0112654/trailers-screenplay-E14323-10-2

หนังซ้อนหนังที่ชอบมากคือ

1.หนังสเปนแนวสยองขวัญฆาตกรโรคจิตเรื่อง ANGUISHED (1987, BIGAS LUNA, A+)
http://www.imdb.com/title/tt0090644/

นอกจากนี้ ยังมีหนังซ้อนหนังที่เป็นแนวสยองขวัญอีกหลายเรื่อง เช่น

2. CUT (2000, KIMBLE RENDALL, A-)
http://www.imdb.com/title/tt0189456/

3.SCREAM 3 (WES CRAVEN, A+)

4.NEW NIGHTMARE (1994, WES CRAVEN, A+)
http://www.imdb.com/title/tt0111686/


พระจันทร์เสี้ยวการละครร่วมกับหอศิลป์ตาดู เสนอ
การกลับมาอีกครั้งของ ละครเวทีแห่งความฝันอันงดงาม เรื่อง

ความฝันกลางเดือนหนาว

ในวาระรำลึก 30 ปี 6 ตุลาคม 2519
การเดินทางผ่านช่วงเวลาเดือนตุลาคม กับความทรงจำเสี้ยวหนึ่ง
และความฝันกลางเดือนหนาว

โลกกำลังหมุนไป ขณะที่เรากำลังยืนอยู่กับที่ ...
การตั้งคำถามระหว่าง...ความฝัน และอุดมคติที่มีอยู่ในตัวมนุษย์กับ
ความจริง ที่ดูเหมือนจะอยู่กันคนละโลก นำเสนอมิติมุมมองแบบละครซ้อนละคร
โดยประสานบางตอนจาก 4 บทละครเรื่องเยี่ยมจากหลากยุคสมัยของโลก คือ
สู่ฝันอันยิ่งใหญ่ ( Man of La Mancha ), หมอผีครองเมือง
( The Crucible ), ผู้บริสุทธิ์ ( The Justice ) และ ความตายและหญิงสาว (
Death and the Maiden ) ที่รวบรวมความคิด
และนำมาร้อยเรียงให้ผู้ชมตกเข้าไปสู่ห้วงของความฝัน ทะลายกรอบของมิติเวลาให้ตั้งคำถามค้นหา ว่า
เรายังมีความฝันอยู่ท่ามกลางความจริงที่เป็นอยู่นี่หรือ

กำกับการแสดงโดย คำรณ คุณะดิลก

วันที่ 20-22 และ 27-29 ตุลาคม 2549 เวลา 19.30 น.
(เสาร์-อาทิตย์ เพิ่มรอบ 14.00 น.)
ที่สถาบันปรีดี พนมยงค์ สุขุมวิท 55 (ซอยทองหล่อ)

บัตรราคา 300 บาท (นักเรียน, นักศึกษา 250 บาท)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 081 259 6906 และ 085 842 4225
Email: oct_dream@crescentmoontheatre.com
http://www.CrescentMoonTheatre.com



ความฝันกลางเดือนหนาว

พระจันทร์เสี้ยวการละคร
Crescent Moon Theatre

๖๕/๑ อาคารสถาบันปรีดีพนมยงค์ ถนนสุขุมวิท ๕๕ (ซอยทองหล่อ) เขตวัฒนา
กรุงเทพ ๑๐๑๑๐
65/1 Pridi Bhanomyong Institute, Sukhumvit 55 rd., Wattana, Bangkok
10110
Email:contact@crescentmoontheatre.com
http://www.crescentmoontheatre.com



ตอบคุณร็อคนะ...แต่ไม่แสดงออก

--ชอบชื่อคุณมากเลย ทำให้อยากเลียนแบบเปลี่ยนชื่อตัวเองบ้าง โดยเปลี่ยนชื่อตัวเองเป็น “M. Scudery เธอร่านนะ แต่ไม่แสดงออก” แต่ไม่รู้คุณร็อคนะ...แต่ไม่แสดงออกจะไม่ชอบที่มีคนมาเลียนแบบหรือเปล่า

--ยังไม่เคยฟังเพลง HEAVEN KNOWS ของ DONNA SUMMER เลย แต่เพลงของ DONNA SUMMER ที่ชอบมากที่สุดยังคงเป็นเพลง I DON’T WANNA GET HURT (1989, A+++++) ซึ่งไม่ใช่เพลงที่ดีสักเท่าไหร่ แต่เป็นหนึ่งในเพลงที่ติดหูที่สุดในชีวิต โดยเฉพาะเวอร์ชันรีมิกซ์ของเพลงนี้ที่ร้องแต่ประโยค เฮิร์ท เฮิร์ท เหิด เฮิร์ท เฮิร์ท เหิ้ดดด เฮิด เฮิร์ท .... นานหลายนาที และเพลงนี้ก็เป็นหนึ่งในเพลงที่เพื่อนๆร้องกันบ่อยที่สุดตอนไปเรียนรด.ในแต่ละสัปดาห์ด้วย

เพลงที่เพื่อนๆดิฉันร้องกันบ่อยๆตอนไปเรียนรด.

1.I DON’T WANNA GET HURT
ดูมิวสิควิดีโอนี้ได้ที่
http://www.youtube.com/watch?v=0szAPVzzma0


2.LOVE ON A MOUNTAIN TOP (1989, A-) – SINITTA
ดูมิวสิควิดีโอนี้ได้ที่
http://www.youtube.com/watch?v=-CXcNF1RVuU

ตอนม.5 ได้เรียนรด.ตรงใกล้ๆสนามเป้า ตรงสถานที่เรียนจะมีเนินเขาเล็กๆอยู่ด้วย เวลาพักระหว่างชั่วโมงบางทีก็ได้ขึ้นไปเริงร่ากระโดดโลดเต้นบนเนินเขา และร้องเพลง LOVE ON A MOUNTAIN TOP ของ SINITTA กัน


3.ซาบิชี่ เน็ตไตเงียว – WINK
เคยพูดถึงเพลงนี้ไปแล้ว
ดูมิวสิควิดีโอเพลงนี้ได้ที่
http://www.youtube.com/watch?v=7Syhd8ISh-0


4.SECRET RENDEZVOUS (1989, A+) – KARYN WHITE

ไม่ได้ร้องเพลงนี้ตอนไปเรียนรด. แต่พูดถึง KARYN WHITE ทีไรก็ต้องนึกถึงสมัยที่เรียนรด. เพราะตอนเรียนรด.จะมีการฝึกพรางหน้า เอาสีดำๆมาทาหน้า พอถึงการฝึกแบบนี้ทีไร เพื่อนๆที่ทาหน้าสีดำก็จะต้องพูดว่า “ฉันคือ KARYN WHITE” ส่วนเพื่อนบางคนที่พรางหน้าด้วยการทาสีดำป้ายครึ่งหน้า ก็จะพูดว่า “ฉันคือเวฬุรีย์” (นางเอก “เพลิงพ่าย”)

ดูมิวสิควิดีโอ SECRET RENDEZVOUS ได้ที่
http://www.youtube.com/watch?v=PCu-wAx4rxQ


5.ARASHI NO SUGAO (1989, A+) – SHIZUKA KUDO

ดูคลิปวิดีโอเพลงนี้ได้ที่
http://www.youtube.com/watch?v=BY7dR52algM

ไม่ได้ร้องเพลงนี้ตอนไปเรียนรด. แต่เป็นเพลงที่ทำให้นึกถึงการเรียนรด. อย่างมากๆ เพราะบางครั้งขณะที่เรียนรด.ต้องนั่งเรียนตามสนามหญ้า และฟังครูฝึกสอนไปเรื่อยๆ บางทีเพื่อนดิฉันก็จะรู้สึกเบื่อยๆ และเด็ดหญ้าแถวนั้นมาขว้างใส่กัน แต่เวลาขว้างใส่กันแต่ละครั้ง ต้องมีการตะโกนคำว่า “สึเหง้า” (มาจากชื่อเพลง อะราชิ โนะ สึเหง้า) กับ “ไตเงียว” (มาจากชื่อเพลง ซาบิชี่ เน็ตไตเงียว) ประกอบการขว้างไปด้วย ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม เพราะฉะนั้นพอดิฉันได้ยินเพลงอะราชิ โนะ สึเหง้า ทีไร ก็จะนึกถึงตอนเรียนรด.ทุกครั้ง

บริติช เคาน์ซิลจัดฉายมิวสิควิดีโอที่พารากอนศุกร์ที่ 15 ก.ย.นี้ จองที่นั่งได้แล้วค่ะ

ข้อมูลข้างล่างนี้มาจาก
http://my.britishcouncil.or.th/?events-calendar&lang=th

การฉาย Antenna ครั้งแรกในประเทศไทยสหราชอาณาจักรมีชื่อเสียงในฐานะหนึ่งในประเทศที่ก่อกำเนิดนักคิดนักสร้างสรรค์ทั้งในด้านวรรณกรรม, ศิลปะ ไปจนถึงดนตรี ในปัจจุบันประเทศในเครือสหราชอาณาจักรก็ยังได้ชื่อว่าเป็นแหล่งรวมผู้กำกับมิวสิควีดีโอฝีมือดีที่ผลิตงานออกมาได้อย่างโดดเด่นและน่าสนใจจนเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกหลังจากประสบความสำเร็จจากการฉาย Antenna ซึ่งเป็นการรวบรวมมิวสิควีดีโอเท่ๆ จากเกาะอังกฤษและบทสัมภาษณ์ผู้กำกับผู้อยู่เบื้องหลังที่ National Film Theatre ในกรุงลอนดอนแล้ว บริติช เคานซิล ก็ตัดสินใจนำ Antenna มาให้คนไทยได้ชมกันเป็นประจำทุกเดือนเริ่มจากเดือนกันยายนปีนี้ ทั้งที่กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ ที่สำคัญงานนี้ดูฟรี!Antenna ครั้งแรกในเมืองไทยจะมีขึ้นในวันศุกร์ที่ 15 กันยายน 2549 ณ โรงภาพยนตร์พารากอน ซีนีเพล็กซ์ ตั้งแต่เวลา 15.00 น. โดยจะมีศิลปิืนนักดนตรีและดีเจชื่อดังจากสหราชอาณาจักรผู้ก่อตั้งค่าย Ninja Tune อย่าง Coldcut มาร่วมพูดคุยด้วย วันต่อมา (เสาร์ที่ 16 กันยายน) พวกเขาจะไปเปิดเวิร์กช็อปสอนเทคนิค DJ/VJ ให้กับผู้ที่สนใจที่สถาบัน SAE ก่อนจะปิดท้ายด้วยการแสดงครั้งแรกที่ Club Astra, อาร์ซีเอในคืนเดียวกัน ห้ามพลาดเด็ดขาด!ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อคุณไลลา บุนนาค: 02 652 5480-9 ต่อ 203 หรือ Laila.bunnag@britishcouncil.or.thอยากรู้อะไรเกี่ยวกับ Antenna ต้องไปที่ www.antennapromo.co.uk

จองที่นั่งได้ที่
http://my.britishcouncil.or.th/?online-booking&eventid=351&lang=th

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ COLDCUT ได้ที่
http://www.bioscopemagazine.com/web2006/webboard/index-in.php?id=45174


ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะเอามิวสิควิดีโออะไรมาฉายบ้าง แต่ดูในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ เห็นเขาเอ่ยชื่อศิลปินที่มีมิวสิควิดีโอน่าสนใจไว้ด้วย ก็เลยลองตามเข้าไปดูมิวสิควิดีโอของศิลปินเหล่านี้ใน YOU TUBE ก็เจอที่น่าสนใจหลายเพลงด้วยกัน อย่างเช่น

1.OVER AND OVER ของ HOT CHIP

ดูมิวสิควิดีโอเพลงนี้ได้ที่
http://www.youtube.com/watch?v=kHB9F8tvGVM




2.ABOUT FUN ของ PSAPP
http://www.youtube.com/watch?v=WlpFGq5JHDI




3.TRICYCLE ของ PSAPP
http://www.youtube.com/watch?v=51Z4PWXJM64&NR


4.SATISFACTION – BENNY BENASSI
http://www.youtube.com/watch?v=rCrGBHRWHzA





5.WHAT IS THE PROBLEM – GRAFFITI
http://www.youtube.com/watch?v=HCR45uWhqGg




6.NO GOOD – PLAN B
http://www.youtube.com/watch?v=ohw4jaKZtKM





7.BELIEVE – THE CHEMICAL BROTHERS
http://www.youtube.com/watch?v=gLR2FRjn8ig





8.BUTTERFLY CAUGHT – MASSIVE ATTACK
http://www.youtube.com/watch?v=NhORT_RJTHA

Saturday, September 09, 2006

50 questions

This summary is not available. Please click here to view the post.

COLDCUT

COLDCUT มาเปิดคอนเสิร์ตที่ ASTRA CLUB ใน RCA วันเสาร์ที่ 16 ก.ย.นี้
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

คอนเสิร์ตที่อยากดูสุดขีดในตอนนี้ แต่คงไม่ได้ไปดู ก็คือคอนเสิร์ตของ COLDCUT ที่ CLUB ASTRA ใน RCA ในวันเสาร์ที่ 16 ก.ย.นี้ บัตรราคา 700 บาท อ่านรายละเอียดได้ที่
http://www.club-astra.com/flyer/coldcut.htm

COLDCUT เป็นศิลปินคู่ที่ชอบโปรดิวซ์เพลงให้นักร้องหญิงเสียงเพราะๆมาร้องเมื่อราว 15-20 ปีก่อน ไม่รู้มีใครในเว็บบอร์ดนี้เกิดทันยุคของ COLDCUT บ้างหรือเปล่า เดาว่าหลายคนคงรู้จักแต่ COLDPLAY แต่ไม่รู้จัก COLDCUT

อ่านประวัติของ COLDCUT ได้ที่
http://www.djpages.com/premier/detail.asp?id=23
http://www.coldcut.net/coldcut/

ไม่นึกไม่ฝันว่าวงนี้จะยืนหยัดอยู่ในวงการมาได้นานเกือบ 20 ปี

COLDCUT เคยทำเพลงหลายเพลงที่ดิฉันชอบสุดขีด ซึ่งก็คือ

1.PEOPLE HOLD ON (1989, A+) – COLDCUT FEATURING LISA STANSFIELD

ดูมิวสิควิดีโอเพลงนี้ได้ที่
http://youtube.com/watch?v=aEao_zSdRhE
Everybody's looking for a meaningEverybody's doing their own thingAnd nobody's solving the problemAin't nobody helping each other
Some people give into fearSome people give into hungerSome of us live for the futureAnd some of us wonder
Give a little light, give a little loveMaybe there's enough for everyoneGive a little hope, and a little trustMaybe there's enough for everyoneChorus:
People hold onDon't do yourself wrongPeople hold onWe've got to be strongPeople hold on
Everybody's getting frustratedWhy should we live with this hateredWe've all dancin' on a thin lineThey're makin' out we're having a good timeSo who's gonna give us the answerSister and brother
Givin' into life, givin' into loveMaybe there's enough for everyoneChorus

2.THIS IS THE RIGHT TIME (1989, A++) – COLDCUT FEATURING LISA STANSFIELD

ดูมิวสิควิดีโอเพลงนี้ได้ที่
http://youtube.com/watch?v=0q_ZHuAITr0

This is the right time to believe in loveEveryone knows if you don't demand, it showsThat you understand the light shining inside usIt's more than tonight, it's forever more, it's rightWhen there's someone there till the light, to hold you close
You know it's all you will ever need,'Cause you're seein' love, and seein' it clearlyThere's no doubt about it, you just have to shout out
Chorus:This is the right timeThis is the right time (I can see it in your eyes)This is the right time to believe in love
Everyone knows it's a special thing, it's a lovethat will never, ever be wrong, 'cause this love is strong'Cause you're seein' love, and seein' it clearlyThere's no doubt about it, you just have to shout outChorus x 2
So when you know that there's someone you wantAnd you want them so tonight, more than you've done anyone'Cause you're seein' love, and seein' it clearlyThere's no doubt about it, you just have to shout outChorus x 2
Well, do you believe, baby?'Cause I believe, babyDo you believe, baby?Believe in love


3.THE ONLY WAY IS UP (1988, A+++++) – YAZZ & THE PLASTIC POPULATION (COLDCUT เป็น PRODUCERS)

ดูมิวสิควิดีโอเพลงนี้ได้ที่
http://www.youtube.com/watch?v=qwyW0vRxefM

เพลงนี้ติดอันดับ 1 ในอังกฤษนาน 5 สัปดาห์

ถ้าจำไม่ผิด ดีเจ นิมิตร ลักษมีพงศ์ หรือ “บ๊อบบี้” ชอบเรียก YAZZ ซึ่งเป็นนักร้องนำของเพลงนี้ว่า “โครมันญองสาว”

We've been broken down To the lowest turn Being on the bottom line Sure ain't no fun
But if we should be evicted From the home We'll just move somewhere else And still carry on Hold on, hold on Hold on, hold on Baby Hold on, hold on Hold on The only way is up, baby For you and me now The only way is up, baby For you and me now Now we may not know Where our next meal is coming from But with you by my side I'll face what is to come
Boy, I wanna thank you For loving me this way Things may be a little hard now But we'll find a brighter day Hold on, hold on Hold on, hold on Hold on, hold on Hold on, Won't be long The only way is up, baby For you and me now The only way is up, baby For you and me now
4.DOCTORIN’ THE HOUSE – COLDCUT FEATURING YAZZ & THE PLASTIC POPULATION

เขาบอกว่านี่เป็นเพลงที่คลาสสิคสุดๆของวงการเพลง ACID HOUSE

ดูบางส่วนของมิวสิควิดีโอเพลงนี้ได้ที่
http://youtube.com/watch?v=8aFKVfbNqN0


5.NATURAL RHYTHM (1996, A) – COLDCUT & HEXSTATIC
เพลงนี้ให้บรรยากาศของหนังทดลอง
ดูมิวสิควิดีโอเพลงนี้ได้ที่
http://youtube.com/watch?v=xGsA-RZftys


6.TIMBER (1997, A+++++) – COLDCUT & HEXSTATIC

ดูมิวสีควิดีโอเพลงนี้ได้ที่
http://www.youtube.com/watch?v=nLu7p9bTJ84

รู้สึกว่ามิวสิควิดีโอเพลงนี้ทำให้เพลงนี้ฟังดู “ไพเราะ” ขึ้นเยอะ เพราะเขารู้จักตัดภาพชายหนุ่มไม่ใส่เสื้อขณะกำลังตัดฟืนหรือตัดต้นไม้แทรกเข้ามาในมิวสิควิดีโอเป็นระยะๆ

ชอบเสียงผู้หญิงในเพลงนี้มากๆ ฟังแล้วทำให้นึกถึงเพลงของวง DEEP FOREST และเพลงของวง SACRED SPIRIT ที่นำเพลงอินเดียนแดงมาทำเป็นเพลงแดนซ์เต้นระเบิด

ดูมิวสิควิดีโอเพลง YEHA NOHA (A+) ของ SACRED SPIRIT ได้ที่
http://youtube.com/watch?v=xtBA48OqMnI
ชายหนุ่มอินเดียนแดงในมิวสิควิดีโอนี้หล่อมากๆๆ


7.RE:VOLUTION (2001, A+++) – COLDCUT

เพลงนี้ทำขึ้นเพื่อใช้ในการเลือกตั้งในอังกฤษปี 2002 โดยมีการตัดภาพและคำพูดของนักการเมืองมาใช้ในเพลงได้อย่างสนุกสนานเมามันมากๆ ดูมิวสิควิดีโอเพลงนี้ได้ที่
http://www.youtube.com/watch?v=S6KnJ0k_u7w

เพลงนี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถอีกด้านหนึ่งของ COLDCUT นั่นก็คือการ “ตัดแปะ” เสียงจากที่อื่นๆมาประกอบกันเข้าเป็นเพลงของตัวเอง ถ้าจะเปรียบเป็นหนัง ก็นึกถึงหนังแนว FOUND FOOTAGE หรือหนังแนวตัดแปะอย่างเช่น

7.1 HAPPINESS IS (2006, ธเนศ มรรคาสกุล, A+)

น้อง merveillesxx เคยเขียนถึงหนังเรื่องนี้ไว้ที่http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=merveillesxx&month=06-2006&date=09&group=1&blog=1


7.2 LOVE (2003, TRACEY MOFFATT + GARY HILLBERG, A+)
หนังเรื่องนี้ตัดฉากความสัมพันธ์ของคู่รักในหนังหลายๆเรื่องมาประกอบเข้าด้วยกันได้อย่างน่าขันมาก แต่ในขณะเดียวกันก็สะท้อนถึงเส้นทางอันขมขื่นของคู่รักได้ดี หนังเรื่องนี้เคยมาเปิดฉายที่หอศิลป์จามจุรีในปี 2004
http://www.wmm.com/filmcatalog/pages/c633.shtml


7.3 SPECTRES OF THE SPECTRUM (1997, CRAIG BALDWIN)

CRAIG BALDWIN จัดได้ว่าเป็นเจ้าพ่อคนหนึ่งของหนังกลุ่ม “ตัดแปะ”
http://www.canyoncinema.com/B/Baldwin.html
http://images.amazon.com/images/P/B0007LBLZA.01._SS500_SCLZZZZZZZ_V1106165488_.jpg
Agitprop genius Craig Baldwin, director of TRIBULATION 99 and SONIC OUTLAWS, returns with his grandest work to date! SPECTRES OF THE SPECTRUM plunders Baldwin's treasure trove of early television shows, industrial and educational films, Hollywood movies, advertisements and cartoons, combining these with live-action footage, no-budget special effects, and relentless narration to generate a wholly original paranoid science-fiction epic.


7.4 PHOENIX TAPES (2000, MATTHIAS MUELLER, A+)

ในแวดวงภาพยนตร์ตัดแปะ MATTHIAS MUELLER ก็น่าจะจัดเป็นผู้กำกับแนวหน้าเช่นกัน โดยใน PHOENIX TAPES นี้ เขาตัดต่อ MOTIF หลายๆอย่างจากภาพยนตร์หลายเรื่องของ ALFRED HITCHCOCK มาเรียงร้อยเข้าด้วยกัน
http://www.imdb.com/title/tt0244136/


7.5 REPORT (1967, BRUCE CONNER, A+++++)

หนังเรื่องนี้นำฟุตเตจบันทึกภาพปธน.เคนเนดี้มาตัดสลับกับฟุตเตจอะไรอีกหลายๆอย่างมากมาย อย่างเช่น โฆษณาตู้เย็น
http://www.imdb.com/title/tt0130976/
this mix of JFK-assassination audio, Jack Ruby stock footage, and plentiful pitch blackness is plenty weird


7.6 L’ARRIVEE (1997-1998, PETER TSCHERKASSKY)
L'Arrivee
L'Arrivee is Tscherkassky's second hommage to the Lumiere-brothers. First you see the arrival of the film itself, which shows the arrival of a train at a station. But that train collides with a second train, causing a violent crash, which leads us to an unexpected third arrival, the arrival of a beautiful woman - the happy-end.


7.7 ALONE: LIFE WASTES ANDY HARDY (1998, MARTIN ARNOLD, A+++++)
http://www.imdb.com/title/tt0157304/

หนังเรื่องนี้นำเอาบางฉากจากหนังอเมริกันที่สดใสบริสุทธิ์ไร้เดียงสาในยุคเก่ามาตัดต่อยืดขยายใหม่จนเกิดเป็นหนังใหม่ที่ส่อให้เห็นถึงความสัมพันธ์ทางเพศระหว่างแม่กับลูกชาย

Hardy, the all-American sunny boy of the 30s and 40s returns as an oedipally destroyed teenie clone to be released from his suffering by Betsy's singing and kisses


7.8 DIAL H-I-S-T-O-R-Y (1998, JOHAN GRIMONPREZ, A+++++)

หนังเรื่องนี้นำเอาคลิปข่าวเก่าๆเกี่ยวกับการจี้เครื่องบินมาตัดต่อเข้ากับหนังแนวจี้เครื่องบิน


7.9 MY FIRST FILM (1991, SASITHORN ARIYAVICHA, A)


7.10 ALL YOU CAN EAT (1993, MICHAEL BRYNNTRUP, A)
หนังเรื่องนี้ตัดฉากชายหนุ่มร่วมรักกันจากหนังโป๊หลายๆเรื่องเข้ามาไว้ด้วยกัน แต่เราจะได้เห็นเพียงแค่ท่อนบนของชายหนุ่มเหล่านี้เท่านั้น เพราะฉะนั้นหนังทั้งเรื่องนี้จึงไม่มีฉากโป๊เห็นอวัยวะเพศเลยทั้งเรื่อง



8.MAN IN A GARAGE (2005) – COLDCUT

ดูมิวสิควิดีโอเพลงนี้ซึ่งคล้ายกับหนังผีของไทยได้ที่
http://youtube.com/watch?v=d4weaGksdX4

มิวสิควิดีโอนี้กำกับโดย BEN DAWKINS ซึ่งเคยกำกับมิวสิควิดีโอ BREATHLESS (2004) ให้ NICK CAVE & THE BAD SEEDS


COLDCUT ร่วมงานกับ JOHN MATTHIAS ในเพลงนี้ และได้ข่าวว่ารีมิกซ์เวอร์ชันต่างๆของเพลงโฟล์คเพลงนี้น่าสนใจมาก เพราะ SNAP ANT ทำให้เพลงนี้กลายเป็นเพลงแนว SWAMP BLUES, BONOBO ใส่ความเป็นลาติโนเข้าไปในเพลงนี้, DAEDELUS ทำให้เพลงนี้กลายเป็นแนว PSYCHEDELIC ส่วน NICK FRANGLEN จาก LEMON JELLY อัดเสียงเครื่องสายเข้าไปในเพลงนี้


9.EVERYTHING IS UNDER CONTROL (2005, A-) – COLDCUT
เนื้อหาของเพลงนี้ดีมาก แต่เพลงนี้ออกมาในแนวแร็ป ดิฉันก็เลยไม่ชอบเพลงนี้มากนัก เพลงนี้ได้ MIKE LADD มาแร็ปให้ และมี JON SPENCER จาก BLUES EXPLOSION มาร่วมงานด้วย

ดูมิวสิควิดีโอเพลงนี้ได้ที่
http://youtube.com/watch?v=KrQcOmpbkCs

เพลงนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากหนังสือ EVERYTHING IS UNDER CONTROL: CONSPIRACIES, CULTS & COVER-UPS (1998) ของ ROBERT ANTON WILSON
http://www.amazon.com/Everything-Under-Control-Conspiracies-Cover-ups/dp/0062734172/sr=1-6/qid=1157801264/ref=sr_1_6/103-4478362-2125402?ie=UTF8&s=books

หาอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ROBERT ANTON WILSON ได้ที่
http://www.rawilson.com/


10.MORE BEATS AND PIECES (1997) – COLDCUT

ดูมิวสิควิดีโอเพลงนี้ได้ที่
http://www.youtube.com/watch?v=b-U8CgK8Krs&NR

เพลงนี้เป็นเพลงที่ให้ความรู้สึกเสียสติอย่างมากๆ รู้สึกว่าทักษะการตัดแปะของ COLDCUT ได้บรรลุถึงขั้นสุดยอดแล้วในเพลงนี้

มิวสิควิดีโอนี้กำกับโดย HEXSTATIC


เพลงนึงของ HEXSTATIC ที่ดิฉันชอบมากๆคือ NINJA TUNE (2000)

มิวสิควิดีโอเพลง NINJA TUNE กำกับโดย STUART HILL & ROBIN BRUNSON ดูมิวสิควิดีโอนี้ได้ที่
http://www.youtube.com/watch?v=3jRJZWHyqy4

ชอบมิวสิควิดีโอนี้มากในระดับ A++ มันดู CULT มากๆที่ให้ฝรั่งมาแต่งตัวเป็นนินจาและวางมาดแบบนั้น ดูแล้วให้ความรู้สึกว่าตัวละครในมิวสิควิดีโอเพลงนี้สามารถเข้ามาอยู่ในภาพยนตร์อย่าง THE ADVENTURE OF IRON PUSSY ได้

twenty years ago -- kenny rogers

ตอบน้อง merveillesxx

--ได้ลองเข้าไปดูมิวสิควิดีโอ WAKE ME UP WHEN SEPTEMBER ENDS แล้วที่นี่จ้ะ
http://youtube.com/watch?v=RzEavqAiHiQ

ดูมิวสิควิดีโอนี้แล้วก็นึกถึงหนังเรื่องนึงที่อยากดูแต่ยังไม่ได้ดู นั่นก็คือเรื่อง GUNNER PALACE (2004, PEPRA EPPERLEIN + MICHAEL TUCKER) ที่เป็นหนังสารคดีเกี่ยวกับทหารสหรัฐในอิรัก
http://ec1.images-amazon.com/images/P/B00096S45I.01._SS500_SCLZZZZZZZ_V1115582561_.jpg

พูดถึงเพลงเกี่ยวกับทหารแล้ว ก็จะนึกถึงเพลง

1.TWENTY YEARS AGO (A+) – KENNY ROGERS
เพลงนี้ไม่ได้มีเนื้อหาเกี่ยวกับทหารโดยตรง ยกเว้นท่อนสุดท้ายของเพลงที่พูดถึงทหารที่ไปรบในเวียดนาม ฟังแล้วจะร้องไห้ทุกทีโดยไม่มีสาเหตุ จนทำให้ในบางครั้งชักสงสัยว่ามีสิทธิชาติก่อนดิฉันอาจจะเคยมีสามีไปรบแล้วตายในสงคราม

เพลงนี้พูดถึงผู้ชายคนนึงที่กลับไปเยี่ยมบ้านเก่าเมื่อ 20 ปีก่อน เขาพบว่าหลายๆอย่างเปลี่ยนแปลงไปแล้ว เขาหวนรำลึกถึงอดีตเมื่อ 20 ปีก่อน และเนื้อหาท่อนสุดท้ายของเพลงก็พูดถึงเพื่อนเก่าที่ชื่อโจ เขาเข้าร่วมในกองทัพในปี 1964 และไม่มีใครสามารถรู้ล่วงหน้าได้เลยว่า เขาจะไปรบและตายในสงคราม ไม่มีชีวิตรอดกลับมาอีก

ฟังเพลงนี้ได้ที่นี่ค่ะ
http://youtube.com/watch?v=-WbuKcpMYBs
It`s been a long time since I walkedThrough this old townBut oh how the memories start to flowAnd there`s the old movie houseThey finally closed it downYou could find me there every Friday nightTwenty years ago. I worked the counter at the drugstore down the streetBut nobody`s left there I would knowOn Saturday mornings that`s whereAll my friends would meetYou`d be surprised to know what a dime would buyTwenty years ago. All my memories from those days come gather round meWhat I`d give if they could take me back in timeIt almost seems like yesterdayWhere do the good times go?Life was so much easier twenty years ago. I guess I should stop by Mr. Johnson`s hardware storeHis only son was my friend JoeBut he joined the army back in 1964How could we know he would never come backTwenty years ago...


2.SUMMER RAIN (A+) ของ BELINDA CARLISLE

เพลงนี้พูดถึงผู้หญิงที่เสียผัวที่เป็นทหารไปในสงคราม เขาไปรบแล้วตาย และสิ่งที่เธอทำได้ก็มีเพียงนึกถึงช่วงเวลาที่เคยเต้นรำกับเขากลางสายฝนฤดูร้อนที่ชานชลาสถานีรถไฟขณะรอรถไฟทหาร ถึงแม้เขาจะตายไปแล้ว เขาก็จะยังคงเต้นรำกับเธอกลางสายฝนฤดูร้อนตลอดกาลอยู่ภายในหัวใจของเธอ

เพลงนี้มีจังหวะเร็ว แต่ฟังแล้วจะร้องไห้เพราะเนื้อเพลงมันเศร้ามาก

ชมมิวสิควิดีโอเพลงนี้ได้ที่นี่ค่ะ (พระเอกมิวสิควิดีโอหล่อมาก)
http://youtube.com/watch?v=UQ8VlNagnco

Whispering our goodbyes Waiting for a train I was dancing with my baby In the summer rain I can hear him saying Nothing will change Come dance with me baby In the summer rain
I remember the rain on our skin And his kisses hotter than the Santa Ana winds Whispering our goodbyes Waiting for a train I was dancing with my baby In the summer rain I remember laughing 'till we almost cried There at the station that night I remember looking in his eyes Chorus Oh my love it's you that I dream of Oh my love since that day Somewhere in my heart I'm always Dancing with you in the summer rain Doesn't matter what I do now Doesn't matter what I say Somwhere in my heart I'm always Dancing with you in the summer rain I can hear the whistle Military train I was dancing with my baby In the summer rain I can hear him singing Ooh "Love Is Strange" Come dance with me baby In the summer rain
I remember the rain pouring down And we poured our hearts out As the train pulled out I can see my baby Waving from the train It was the last time that I saw him In the summer rain Chorus Everytime I see the lightening Everytime I hear the thunder Everytime I close the window When this happens in the summer Oh the night is so inviting I can feel that you are so close I can feel you when the wind blows Blows right through my heart Chrous Every night and every day now Though I know you've gone away Somewhere in my heart I'm always Dancing with you in the summer rain


3.CAMBODIA (A+++++++++++++++) ของ KIM WILDE

ชอบเนื้อเพลงนี้อย่างสุดๆค่ะ เพลงนี้น่าจะมีอายุมากกว่า 20 ปีแล้ว
http://youtube.com/watch?v=XqfUrVl0oUc

เนื้อเพลงนี้พูดถึงผู้หญิงคนนึงที่มีสามีเป็นทหารอากาศที่ประจำการอยู่ในประเทศไทย ทั้งสองเคยมีชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข แต่ต่อมาเขาก็ได้รับภารกิจให้บินไปกัมพูชาเป็นประจำ และหลังจากนั้นเขาก็เปลี่ยนไป ภรรยาไม่รู้ว่าเขาไปปฏิบัติภารกิจอะไรในกัมพูชา เธอรู้แต่ว่าดวงตาของเขาเศร้าสร้อย สีหน้าท่าทางของเขาเปลี่ยนไป วิธีการหัวเราะของเขาเปลี่ยนไป บางครั้งเขาก็ร้องไห้โดยไม่มีสาเหตุในเวลากลางคืน แต่ภรรยาก็ไม่สามารถคาดเดาได้ว่า อะไรที่ทำให้ “จิตวิญญาณ” ของสามีเธอเปลี่ยนแปลงไปแล้ว

Well he was Thailand basedShe was an airforce wifeHe used to fly weekendsIt was the easy lifeBut then it turned aroundAnd he began to changeShe didn't wonder thenShe didn't think it strange
But then he got a callHe had to leave that nightHe couldn't say too muchBut it would be alrightHe didn't need to packThey'd meet the next nightHe had a job to doFlying to Cambodia
And as the nights passed byShe tried to trace the pastThe way he used to lookThe way he used to laughI guess she'll never knowWhat got inside his soulShe couldn't make it outJust couldn't take it all
He had the saddest eyesThe girl had ever seenHe used to cry some nightsAs though he lived a dreamAns as she held him closeHe used to search her faceAs though she knew the truthLost inside Cambodia
But then a call came throughThey said he'd soon be homeShe had to pack a caseAnd they would make a rendez-vousBut now a year has passedAnd not a single wordAnd all the love she knewHas disappeared out in the hazeCambodia - Don't cry now - No tears nowAnd now the years have passedWith not a single wordBut there is only one thing leftI know for sureShe won't see his face again


4.ARMY DREAMERS (A+) ของ KATE BUSH

ดูมิวสิควิดีโอเพลงนี้ได้ที่
http://youtube.com/watch?v=tWdHOm256N4

เนื้อเพลงนี้เศร้ามาก แต่มิวสิควิดีโอนี้ฮามากๆ เพราะมีฉากนึงที่เคท บุชเห็นทหารหนุ่มแล้วเธอวิ่งถลาเข้าไปหาเขา แต่เขากลับหายวับไปต่อหน้าต่อตาเธอ
.Army dreamers. Mammy's hero. B.F.P.O. Mammy's hero.Our little army boy Is coming home from B.F.P.O. I've a bunch of purple flowers To decorate a mammy's hero.Mourning in the aerodrome, The weather warmer, he is colder. Four men in uniform To carry home my little soldier.
What could he do? Should have been a rock star.But he didn't have the money for a guitar. What could he do? Should have been a politician.But he never had a proper education. What could he do? Should have been a father.But he never even made it to his twenties. (ประโยคนี้ทำให้ร้องไห้อย่างรุนแรงมาก)What a waste -- Army dreamers. Ooh, what a waste of Army dreamers.
Tears o'er a tin box. Oh, Jesus Christ, he wasn't to know, Like a chicken with a fox, He couldn't win the war with ego.Give the kid the pick of pips, And give him all your stripes and ribbons. Now he's sitting in his hole, He might as well have buttons and bows.
What could he do? Should have been a rock star.But he didn't have the money for a guitar. What could he do? Should have been a politician.But he never had a proper education. What could he do? Should have been a father.But he never even made it to his twenties. What a waste -- Army dreamers. Ooh, what a waste of Army dreamers. Ooh, what a waste of all that Army dreamers, Army dreamers, Army dreamers, oh...(B.F.P.O.)Did-n-did-n-did-n-dum... Army dreamers. Did-n-did-n-did-n-dum... (Mammy's hero.) (B.F.P.O.)Army Dreamers. (Mammy's hero.) (B.F.P.O.)No harm heroes. (Mammy's hero.) (B.F.P.O.)Army dreamers. (Mammy's hero.) (B.F.P.O.)No harm heroes.

(B.F.P.O. = BRITISH FORCES POSTED OVERSEAS)

REPLY TO PRAP

อ่านความเห็นของคุณปราปต์ บุนปานได้ที่นี่ค่ะ
http://www.bioscopemagazine.com/web2006/webboard/index-in.php?id=44308


ตอบคุณปราปต์

--ดีใจมากค่ะที่ได้อ่านความเห็นของคุณปราปต์ รู้สึกทึ่งกับหนังสองเรื่องของคุณที่ได้ชมมากค่ะ มันมีวิธีการนำเสนอที่แตกต่างจากหนังไทยโดยทั่วๆไปเป็นอย่างมาก หรือถ้าหากเทียบกับหนังทั้งโลกแล้ว มันก็คงมีหนังเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ที่เลือกวิธีการนำเสนอที่ “เรียบง่าย แต่ได้ใจความ” เช่นนี้

(ข้อความข้างล่างนี้อาจจะไม่ได้เป็นการตอบคุณปราปต์โดยตรง แต่เป็นการแสดงความคิดเห็นเรื่อยเปื่อยของดิฉันว่าการได้ดูหนังของคุณปราปต์ทำให้คิดไปถึงหนังเรื่องอื่นๆเรื่องใดบ้าง)

--หนังที่มีวิธีการนำเสนอที่เรียบง่าย แต่โดนใจดิฉันมากๆก็รวมถึง

1.”อวดดี” (2003, สมพจน์ ชิตเกษรพงศ์, A+++++)
หนังสั้นเรื่องนี้ให้หนุ่มหล่อคนหนึ่งพร่ำบ่นถึงอะไรหลายๆอย่างในสังคมเป็นเวลานาน ก่อนจะจบลงด้วยการแสดงให้เห็นว่าผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ตัวละครพูดมาเลยแม้แต่นิดเดียว

2. หนังสั้นเรื่องนึงของคุณมานัสศักดิ์ ดอกไม้ จำชื่อเรื่องไม่ได้ แต่ว่าตลอดทั้งเรื่องเราจะได้ยินเสียงคนสองคนคุยกันเกี่ยวกับประเด็นทางสังคม โดยไม่ได้เห็นตัวคนพูดทั้งสองคนเลย แต่อาจจะได้เห็นมือหรือแขนโผล่เข้ามาบ้างนิดหน่อย ส่วนภาพในหนังจำไม่ได้ว่าเป็นภาพกรงนกหรืออะไรสักอย่าง และถ้าจำไม่ผิดหนังจะจับภาพกรงนกหรืออะไรทำนองนี้ตั้งแต่ต้นจนจบเรื่องโดยไม่ได้เคลื่อนกล้องไปไหน

3.ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับนายโดม สุขวงศ์ ตอน ภัยเงียบ (2005, มานัสศักดิ์ ดอกไม้, A+)
นอกจากหนังเรื่องนี้จะถ่ายทอดประเด็นในหนังอย่างตรงไปตรงมาแล้ว ดิฉันยังรู้สึกว่าคุณมานัสศักดิ์สามารถถ่ายทอด “ความน่ารัก” ของคุณโดมออกมาได้ด้วย

--ตอนที่ได้ดู “ทวิภพในเอกภพ” รู้สึกทึ่งมากๆตอนที่หนังใช้วิธีถ่ายไปตามหน้ากระดาษบทความเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ เพื่อถ่ายทอดข้อเขียนออกมาจากหน้ากระดาษนั้นให้ผู้อ่านได้อ่านตรงๆ มันเป็นวิธีการที่ “ตรงไปตรงมา” ในแบบที่ดิฉันชอบมากๆ มันเป็นวิธีการถ่ายทำที่น่าจะเรียกได้ว่า “ง่ายที่สุด” แต่ในขณะเดียวกันมันก็สามารถสื่อสารถึงผู้อ่านได้ตรงที่สุด แต่ก็มักจะไม่ค่อยเจอหนังที่ทำแบบนี้สักเท่าไหร่ นอกจากนี้ “ทวิภพในเอกภพ” ยังเป็น “หนังอิงหนัง” ในแบบที่แตกต่างอย่างมากๆจาก “หนังอิงหนัง” เรื่องอื่นๆ ด้วย


--ตอนที่ได้ดูฉาก “ถ่ายไล่เรียงไปตามหน้ากระดาษ” ใน “ทวิภพในเอกภพ” นั้น อยู่ดีๆก็นึกถึงหนังของ JEAN-LUC GODARD ขึ้นมา (หนังของคุณ “มานัสศักดิ์ ดอกไม้” บางเรื่องก็ทำให้นึกถึงหนังของ GODARD เช่นกัน) เพราะหนังของ GODARD มักจะมีบางฉากที่เป็นการแสดงความคิดเห็นทางสังคม-การเมืองที่ทั้ง “ตรงไปตรงมา” แต่ดู “เฮื้ยนมากๆ” ในเวลาเดียวกัน โดยมักจะผ่านทางเสียงบรรยายในหนัง

วิธีการถ่ายไล่เรียงตามหน้ากระดาษแบบนี้ทำให้นึกถึงหนังเรื่อง

1.MY STORY (2000, ทรงพล ชาญใช้จักร, A+)
http://www.thaifilm.com/shortFilmDetail.asp?id=14
หนังเรื่องนี้มีการถ่ายให้เห็นตัวอักษรตามหน้ากระดาษเช่นกัน แต่อ่านไม่ค่อยออกสักเท่าไหร่ เพราะหนังคงไม่ได้ต้องการเน้นให้ผู้อ่านได้อ่านข้อความที่เขียนไว้ แต่ต้องการถ่ายทอด “ความรู้สึก” มากกว่า “ข้อความ”

2.NINJA BUGEI-CHO (1967, NAGISA OSHIMA, A+++++)
http://www.imdb.com/title/tt0062044/

หนังการ์ตูนเกี่ยวกับนินจา ที่ไม่รู้ว่าจะเรียกว่า “แอนิเมชั่น” ดีหรือไม่ เพราะหนังความยาว 135 นาทีเรื่องนี้ใช้วิธีเคลื่อนกล้องไปตามภาพใน “หนังสือการ์ตูน” ตลอดความยาว 135 นาทีของหนัง นี่อาจจะเป็นหนังการ์ตูนที่ถ่ายทำง่ายที่สุดในโลก แต่ในเมื่อเนื้อหาในหนังสือการ์ตูนมัน “สนุกสุดๆ” อยู่แล้ว การเคลื่อนกล้องไปตามภาพในหนังสือการ์ตูนมันก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ดิฉันรู้สึกสนุกตื่นเต้นอย่างสุดๆกับเนื้อหาของเรื่อง โดยไม่จำเป็นต้องตำน้ำพริกละลายแม่น้ำด้วยการทำให้ภาพมันเคลื่อนไหวให้สิ้นเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุแต่อย่างใด

NINJA BUGEI-CHO ยังทำให้นึกถึงผู้กำกับภาพยนตร์บางคนที่ชอบการ IMPROVISE ในระหว่างการถ่ายทำ หรือเปลี่ยนใจดัดแปลงบทใหม่ในระหว่างการถ่ายทำด้วย เพราะดูเหมือนผู้กำกับบางคนในกลุ่มนี้จะเคยพูดว่า ถ้าหากเขาต้องทำหนังให้ออกมาตรงเป๊ะๆตามบทที่เขียนไว้แล้วล่ะก็ เขาก็ไม่รู้จะถ่ายทำหนังเรื่องนั้นออกมาทำไม สู้เอากล้องไปถ่าย “สตอรี่บอร์ด” ตั้งแต่ต้นจนจบสตอรี่บอร์ดซะดีกว่า


3.INTO THE PICTURE SCROLL: THE TALE OF YAMANAKA TOKIWA (2004, SUMIKO HANEDA)
http://www.imdb.com/title/tt0481945/
http://www.sffs.org/fest05/titleDetail.asp?title_id=44
Experimental film transposing frame by frame the famous 150-meter Japanese parchment into celluloid. The original parchment tells the story of a son trying to avenge his mother's death.
หนังความยาว 100 นาทีเรื่องนี้ถ่ายทอดภาพนิ่งที่วาดไว้ในม้วนภาพกระดาษโบราณ โดยเนื้อหาในม้วนภาพนี้เป็นเรื่องของลูกชายที่พยายามล้างแค้นให้แม่ที่ถูกกลุ่มโจรฆ่าตาย แต่จุดเด่นของหนังอยู่ที่การจัดวางกรอบภาพในหนัง, จังหวะการเล่า, เพลงประกอบ, การที่ “กล้อง” สามารถถ่ายทอดรายละเอียดบางอย่างในม้วนกระดาษที่ตาเปล่ามองไม่เห็น, จังหวะการตัดต่อ, การลำดับภาพแบบไอเซนสไตน์ในบางฉาก และการถ่ายแบบโคลสอัพในบางจุดเพื่อให้ผู้ชมได้สังเกตเห็นชีวิตประจำวันในยุคเอโดะ
http://www.filmex.net/2004/img_sakuhin/ph_yamanaka_1.jpg


--หนังกลุ่มที่ให้กล้องถ่ายไล่เรียงไปตามหน้ากระดาษในกลุ่มข้างบน อาจจะเป็นหนังกลุ่มที่เป็นเพื่อนสนิทกับกลุ่มที่สองนี้ ซึ่งก็คือหนังกลุ่มที่ให้ “ตัวละคร”? มาอ่านอะไรบางอย่างให้ผู้ชมฟังตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง

หนังสำคัญในกลุ่มที่สองนี้รวมถึง

1.THE HAMBURG LECTURES (2006, ROMUALD KARMAKAR)
เคยเขียนถึงหนังเรื่องนี้ไว้แล้วใน
http://www.bioscopemagazine.com/web2006/webboard/index-in.php?id=35688

หนังเรื่องนี้มีความยาว 133 นาที และนำเสนอบทพูดของ MOHAMMAD FAZAZI ซึ่งเป็น IMAM ของมัสยิดใน HAMBURG ซึ่งเป็นมัสยิดที่นักจี้เครื่องบินในเหตุการณ์ 9/11 หลายคนชอบไป โดย KARMAKAR (1965) ให้นักแสดงชื่อ MANFRED ZAPATKA มาอ่านบทพูดของ FAZIZI ให้ผู้ชมฟัง และหนังทั้งเรื่องไม่มีอะไรมากกว่านี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้พิจารณาสิ่งที่ FAZAZI พูดได้อย่างเต็มที่ วิธีการกำกับของ KARMAKAR ใน THE HAMBURG LECTURES มีความคล้ายคลึงกับหนังเรื่องอื่นๆของเขา อย่าง THE HIMMLER PROJECT (2000) และ A FRIENDSHIP IN GERMANY (1985) เพราะเขาต้องการให้ผู้ชม “คิด” ตลอดเวลาที่ได้ดูหนังของเขา ไม่ใช่ทำให้ผู้ชม “เชื่อ” ในสิ่งที่ปรากฏต่อหน้า เพราะฉะนั้นในหนังของเขา MANFRED ZAPATKA จึงอ่านบทพูดของตัวเองอย่างผิดๆถูกๆ และอ่านด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แทนที่จะพยายามอ่านด้วยสำเนียงและท่าทางให้เหมือนกับ FAZAZI เพราะ KARMAKAR เชื่อว่า THE “INCORRECT” WAY OF READING WOULD MAKE PEOPLE HEAR THE TRUE MEANING OF THE WORDS อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ THE HAMBURG LECTURES ได้ที่ http://www.onthemedia.org/transcripts/transcripts_033106_continental.html http://www.cantonrep.com/index.php?ID=272220 อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ROMUALD KARMAKAR ได้ที่ http://www.sensesofcinema.com/contents/02/21/karmakar.html http://www.german-films.de/en/germanfilmsquaterly/previousissues/seriesgermandirectors/romualdkarmakar/

2.THE HIMMLER PROJECT (2000, ROMUALD KARMAKAR)
หนังความยาว 182 นาทีเรื่องนี้ให้นักแสดงชื่อ MANFRED ZAPATKA มาอ่านสุนทรพจน์ของไฮน์ริช ฮิมม์เลอร์ ผู้นำเกสตาโปในยุคสงครามโลกครั้งที่สอง โดยทั้ง 3 ชั่วโมงนี้ผู้ชมจะได้เห็นและได้ยินเพียงแค่ MANFRED อ่านสุนทรพจน์นี้ไปเรื่อยๆตลอดทั้ง 3 ชั่วโมง
the actor Manfred Zapatka reads a three-hour-long famous speech by Gestapo leader Heinrich Himmler, held on the 4th of October 1943 in front of leading Nazi officers at the Golden Hall of Posen Castle; giving an impressive insight into the perversions of Nazi ideology.
http://on1.zkm.de/zkm/stories/storyReader$3013
The film takes the speech out of its historical context so that the impression arises of taking part in a political event today. By reducing the stage-setting and montage, the danger of taking the bite out of the historical speech is avoided. »The Himmler-Project« marks a new development within film-making, on the border between documentary and dramatic cinema.


--ส่วน “หนังอิงหนัง” หรือ “หนังอิงละคร” เรื่องอื่นๆของไทยก็มีเช่น

1.บ้านทรายทอง (2006, จุฬญาณนนท์ ศิริผล)
ยังไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้

2.มนต์รักวิศิษฎ์ (2006, สุภพร อุเทนพันธ์ + จรัสพงษ์ วิจิตรสุนทรกุล)
เข้าใจว่าผู้กำกับน่าจะชอบหนังของวิศิษฎ์

3.ฝันเรียม (2006, ลัดดาวัลย์ สืบเพ็ง, A++++++++++)
เป็นการนำเอา “ขวัญเรียม” มาดัดแปลงใหม่ให้กลายเป็นหนังที่ตลกสุดๆ

4.HAUNTED HOUSES (2001, APICHATPONG WEERASETHAKUL, A+)
เป็นการนำแรงบันดาลใจจาก “ทองประกายแสด” มาสร้างเป็นหนังที่มีการเปลี่ยนผู้เล่นไปเรื่อยๆ
http://www.kickthemachine.com/works/hauntedhouses.html

5.SWAN’S BLOOD (2001, APICHATPONG WEERASETHAKUL + MASAHITO ARAKI + FUJIWARA TOSHI)
http://www.kickthemachine.com/works/narrative.html
รู้สึกว่าจะได้แรงบันดาลใจมาจากละครทีวีเรื่อง “เลือดหงส์” ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าหนังเรื่อง “I-SAN SPECIAL” (2002, MINGMONGKOL SONAKUL, A+) มาจาก”เลือดหงส์” เหมือนกันหรือเปล่า
http://movie.sanook.com/drama/drama_02070.php

6.มีหนังสั้นไทยอีกอย่างน้อย 3 เรื่องที่สร้างขึ้นโดยได้รับแรงบันดาลใจจาก
ONG BAK (2003, PRACHYA PINKAEW, C-) แต่จำชื่อหนังสั้นไทยกลุ่มนี้ไม่ได้

7.”เมืองมายา กรุงธิดา” (2000, ลี ชาตะเมทิกุล, A+) ที่พาดพิงถึงหนังไทยเก่าๆ

8.รุมกัดสัตว์ประหลาด (2005, อลงกต, A-)
ที่พูดถึงปฏิกิริยาของผู้ชมบางกลุ่มบางคนที่มีต่อ TROPICAL MALADY

จริงๆแล้วก็ไม่แน่ใจว่าหนังบางเรื่องในกลุ่มข้างบนจะเรียกได้ว่าเป็น “หนังอิงหนัง” หรือ “หนังอิงละคร” ได้หรือเปล่า เพราะบางเรื่องอาจจะเข้าข่ายเป็น “หนังรีเมค” มากกว่า แต่มันก็ไม่ใช่การรีเมคแบบจริงๆจังๆซะทีเดียว แต่เป็นการนำมารีเมคใหม่ด้วยวิธีการที่เพี้ยนพิลึกมากๆ

จะเห็นได้ว่า “หนังอิงหนัง” บางเรื่องข้างต้นไม่ได้เป็นหนังที่สร้างขึ้นโดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อถ่ายทอด “ความคิดเห็น” ของผู้กำกับที่มีต่อ “หนังต้นแบบ” เหมือนอย่าง “ทวิภพในเอกภพ” แต่เป็นการถ่ายทอด “ความประทับใจ” หรือเป็นการทดลอง “วิธีการเล่าเรื่องแบบใหม่” มากกว่า เพราะฉะนั้นหนังอย่าง “ทวิภพในเอกภพ” ก็เลยดูโดดเด่นสะดุดตามากๆ เมื่อนำมาเทียบกับ “หนังอิงหนัง” ด้วยกัน นึกไม่ออกเหมือนกันว่ามีหนังอิงหนังเรื่องไหนที่สร้างขึ้นเพื่อวิพากษ์หนังต้นแบบ, ถ่ายทอดความคิดเห็นต่อหนังต้นแบบ หรือต่อยอดความคิดเห็นจากหนังต้นแบบเหมือนอย่าง “ทวิภพในเอกภพ” อีกหรือไม่ ส่วนถ้าเป็นในเมืองนอกนั้น ก็อาจจะนึกถึงหนังอย่าง

1.MICHAEL MOORE HATES AMERICA (2004, MICHAEL WILSON) ที่สร้างขึ้นเพื่อตอบโต้ FAHRENHEIT 9/11 (2004, MICHAEL MOORE, A-)

2.WHY WAL-MART WORKS: AND WHY THAT DRIVES SOME PEOPLE C-R-A-Z-Y (2005, RON GALLOWAY) ที่สร้างขึ้นเพื่อตอบโต้ WAL-MART: THE HIGH COST OF LOW PRICE (2005, ROBERT GREENWALD)

รู้จักหนังกลุ่มข้างบนก็จากนิตยสาร BIOSCOPE นี่แหละ

3.หนังเรื่อง IN PRAISE OF LOVE (2001, JEAN-LUC GODARD, A+) ก็ดูเหมือนจะมีการจิกกัดด่าทอสตีเวน สปีลเบิร์ก และ SCHINDLER’S LIST (A+)


--การสร้าง “หนังอิงหนัง” แบบ “ทวิภพในเอกภพ” ขึ้นมา ทำให้รู้สึกชื่นชมผู้กำกับมากๆ ในจุดนึงในแง่ที่ว่า หนังแบบนี้สร้างขึ้นเพื่อถ่ายทอดความเห็นหรือความรู้สึกในตัวผู้กำกับจริงๆ โดยผู้กำกับคงไม่ได้คาดหวังว่าหนังเรื่องนี้จะได้รับการเผยแพร่ในวงกว้างหรือในต่างประเทศมากนัก เพราะ “หนังอิงหนัง” แบบนี้มีข้อจำกัดในแง่ที่ว่า ผู้ชมจะเข้าใจมันได้ก็ต่อเมื่อได้ดูหนังต้นแบบอย่าง “ทวิภพ” (2004, สุรพงษ์ พินิจค้า) มาก่อนแล้ว เพราะฉะนั้นหนังแบบ “ทวิภพในเอกภพ” จึงเป็นหนังที่สร้างขึ้นโดยจำกัดกลุ่มผู้ชมเป้าหมายหลักอย่างมาก ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าหากนำหนังเรื่องนี้ไปให้ผู้ชมกลุ่มที่ไม่เคยดู “ทวิภพ” มาก่อน ผู้ชมกลุ่มนั้นจะรู้สึกอย่างไรบ้าง

หนังแบบที่บังคับกลายๆให้ผู้ชมต้องดู “หนังต้นแบบ” มาก่อน ก็อาจจะรวมถึงกลุ่มหนัง

1.หนังกลุ่ม SCARY MOVIE เพราะถ้าคุณไม่ดูหนังต้นแบบมาก่อน คุณก็จะไม่ขำ แต่หนังกลุ่มนี้ล้อเลียนหนังทีเดียวเป็นสิบๆ เรื่อง เพราะฉะนั้นถึงคุณไม่ได้ดูหนังต้นแบบบางเรื่อง คุณก็ยังพอฮาๆไปได้บ้างในบางฉากที่คุณรู้จัก

2.หนังสารคดีเบื้องหลังการถ่ายทำหนัง อย่างเช่น

2.1 MALADY DIARY (2004, TEEKHADET VUCHARADHANIN, A+) ที่เป็นเบื้องหลังการถ่ายทำ TROPICAL MALADY

2.2 HEARTS OF DARKNESS: A FILMMAKER’S APOCALYPSE (1991, FAX BAHR, + GEORGE HICKENLOOPER + ELEANOR COPPOLA) ที่เป็นสารคดีเกี่ยวกับการถ่ายทำ APOCALYPSE NOW (FRANCIS FORD COPPOLA)
http://ec3.images-amazon.com/images/P/6302414016.01._SS500_SCLZZZZZZZ_V1122565952_.jpg

2.3 WHERE HAS YOUR HIDDEN SMILE GONE? (2001, PEDRO COSTA) ที่เป็นสารคดีเกี่ยวกับการตัดต่อ SICILIA! (1999, JEAN-MARIE STRAUB + DANIELE HUILLET)

2.4 JEAN-MARIE STRAUB AND DANIELE HUILLET AT WORK… (1983, HARUN FAROCKI) ที่เป็นสารคดีเกี่ยวกับการฝึกซ้อมนักแสดงขณะถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง CLASS RELATIONS (1984, JEAN-MARIE STRAUB + DANIELE HUILLET)
http://filmref.com/notes/archives/2005/06/jeanmarie_straub_and_daniele_h.html
http://www.imdb.com/title/tt0087566/

HARUN FAROCKI ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับสมญานามว่าเป็น JEAN-LUC GODARD แห่งเยอรมนี นอกจากนี้ ดีวีดีภาพยนตร์เรื่อง VIDEOGRAMS OF A REVOLUTION ของเขาก็มีเข้ามาวางขายในไทยนานแล้ว โดย HARUN FOROCKI คนนี้คือเจ้าพ่อภาพยนตร์แนว ESSAY คนสำคัญของโลก
http://www.amazon.com/Videograms-a-Revolution-Harun-Farocki/dp/B000EMGIX2/ref=sr_11_1/103-4478362-2125402?ie=UTF8
http://ec1.images-amazon.com/images/P/B000EMGIX2.01._SS500_SCLZZZZZZZ_V55976131_.jpg

2.5 THE EIGHTIES (1983, CHANTAL AKERMAN, A-) ที่เป็นเบื้องหลังการถ่ายทำ GOLDEN EIGHTIES หรือ WINDOW SHOPPING (1986, CHANTAL AKERMAN, A)
http://www.filmref.com/directors/dirpages/akerman.html#eighties
http://www.amazon.com/Window-Shopping-Chantal-Akerman/dp/1566870577/sr=1-2/qid=1157773017/ref=sr_1_2/103-4478362-2125402?ie=UTF8&s=video

http://ec3.images-amazon.com/images/P/1566870577.01._SS500_SCLZZZZZZZ_V1056519562_.jpg

2.6 THE YOUNG GIRLS TURN 25 (1993, AGNES VARDA, A+) ที่เป็นการย้อนรำลึกถึงหนังเรื่อง THE YOUNG GIRLS AT ROCHEFORT (1967, JACQUES DEMY + AGNES VARDA, A+)
http://ec3.images-amazon.com/images/P/B000062XI7.01._SS500_SCLZZZZZZZ_V1056707900_.jpg

2.7 MAKING “THE SHINING” (1980, VIVIAN KUBRICK)
Vivian Kubrick catalogues the emotional and physical abuse that her husband and Jack Nicholson pour onto Shelley Duvall. Her systematic breakdown and the intensity of their sexually-marked scorn gives the darkness in the film a breathtaking clarity.



--ตอนที่ดู “หนังผี 16 ปีแห่งความหลัง” ก็รู้สึกดีใจมากที่คุณปราปต์ยังคงความเป็นตัวของตัวเองเอาไว้ได้ และดูเหมือนจะมีความหนักแน่นมากขึ้นด้วย สิ่งที่ชอบมากในหนังเรื่องนี้รวมถึง

1.ปกติแล้วดิฉันไม่เคยดูฟุตบอลหรือสนใจเรื่องราวเกี่ยวกับฟุตบอลเลย แต่ช่วงครึ่งแรกของหนังที่มีการพูดถึงฟุตบอลเป็นเวลานานนั้น กลับไม่ทำให้ดิฉันรู้สึกเบื่อแต่อย่างใด เพราะวิธีการถ่ายทอดที่ให้กล้องจับหน้าจอทีวีตลอดเวลานั้น มันเข้าทางดิฉันมากๆ มันให้ความรู้สึกถึงความสงบนิ่ง, หนักแน่น และไม่ว่อกแว่กดี ความรู้สึกแบบนี้ทำให้ดิฉันนึกถึงตอนที่ฟังรายการวิทยุของคุณวาสนา วีระชาติพลี ซึ่งเธอชอบเปิดเพลงร็อคแนวที่ดิฉันไม่ได้โปรดปรานสักเท่าไหร่ แต่กลับชอบฟังสิ่งที่เธอพูดมากๆ ทั้งๆที่ในบางครั้งก็ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เธอพูด ดิฉันรู้สึกว่าวิธีการพูดของคุณ “วาสนา วีระชาติพลี” และวิธีการทำหนังของคุณปราปต์มันมี “เสน่ห์” บางอย่างที่เข้าทางดิฉันมากๆ ทั้งๆที่ “เนื้อหา” (เกี่ยวกับฟุตบอลในหนังของคุณปราปต์ หรือเกี่ยวกับเพลงร็อคของคุณวาสนา) และ “ทัศนคติ” ในหนังของคุณปราปต์หรือในสิ่งที่คุณวาสนาพูดอาจจะไม่ได้เข้าทางดิฉันหรือตรงกับดิฉัน 100 % ก็ตาม


2.การที่หนังเรื่องนี้พูดถึงปัญหาทักษิณและเรื่องปฏิญญาฟินแลนด์ ก็เลยทำให้นึกถึงหนังของ JEAN-LUC GODARD อีกเช่นกัน เพราะคุณค่าอย่างหนึ่งในหนังของ JEAN-LUC GODARD คือการบันทึกเหตุการณ์บางอย่างในปัจจุบันขณะของสังคมยุคนั้น ซึ่งในแง่หนึ่ง หนังกลุ่มนี้อาจจะ “ล้าสมัย” ได้อย่างรวดเร็วมากเมื่อเหตุการณ์ในสังคมเปลี่ยนไป หรือเมื่อปัญหาสังคมนั้นได้รับการคลี่คลายแล้ว (หนังอิสราเอลบางเรื่องอาจจะมีจุดอ่อนตรงนี้ เพราะสถานการณ์ทางการเมืองในอิสราเอลเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมาก มีปัญหารุนแรงใหม่ๆเกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน เพราะฉะนั้นหนังอิสราเอลหลายเรื่องเลยไม่พูดถึงปัญหาทางการเมืองในปัจจุบัน แต่ไปนำเสนอชีวิตครอบครัวแทน) แต่ในอีกแง่หนึ่ง ถึงแม้เนื้อหาของหนังอาจจะทำให้หนัง “ล้าสมัย” ได้อย่างรวดเร็ว แต่มันก็ได้ทำหน้าที่เป็น “บันทึกทางประวัติศาสตร์” ไปด้วย มันได้บันทึกไว้ว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้างในปีนั้น และดิฉันคิดว่านี่แหละคือคุณค่าของหนังกลุ่มนี้ และยิ่งเวลาผ่านไป คุณค่าของมันในฐานะ “บันทึกทางประวัติศาสตร์” ก็อาจจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆพร้อมกับอายุของมัน

ในขณะที่หนังหลายเรื่องมีคุณค่าในความเป็น “คลาสสิก” ของมัน เพราะหนังเรื่องนั้นถ่ายทอดประเด็นปัญหาชีวิตที่คนทุกยุคทุกสมัยทุกประเทศต้องประสบ อย่างเช่นหนังปัญหาชีวิตวัยเด็ก THE 400 BLOWS (1959, FRANCOIS TRUFFAUT, A-), หนังรักสามเส้า, หนังปัญหาชีวิตครอบครัว แต่หนังของ GODARD ก็มีคุณค่าต่อดิฉันในแง่ที่มันทำให้ดิฉันได้เรียนรู้เรื่องที่น่าสนใจหลายอย่างในประวัติศาสตร์อย่างเช่น

2.1 LE PETIT SOLDAT (1963, A+) ที่พูดถึงสงครามแอลจีเรีย

2.2 LA CHINOISE (1967, A+++++++++++++++) ที่พูดถึงการตบกันแหลกระหว่างปัญญาชนกลุ่มนิยมจีนกับกลุ่มนิยมโซเวียต หนังเรื่องนี้ให้ความรู้แก่ดิฉันอย่างรุนแรงมาก เพราะก่อนหน้าที่จะดูหนังเรื่องนี้ ดิฉันมักจะนึกแต่ว่าสังคมยุคนั้นมีแต่การตบตีกันระหว่างสหรัฐอเมริกากับคอมมิวนิสต์ แต่หนังเรื่องนี้กลับเน้นแต่การตบกันเองอย่างรุนแรงในฝ่ายซ้ายด้วยกันเอง และหนังยังเต็มไปด้วยฉากฮาแตกหลายๆฉากด้วย อย่างเช่นฉากหญิงสาวไปลอบสังหารทูตโซเวียต
http://images.amazon.com/images/P/B000CCQANW.01._SS500_SCLZZZZZZZ_V51315907_.jpg

ยังมีหนังอีกหลายเรื่องของ GODARD ที่ดิฉันยังไม่ได้ดู แต่เดาว่ามันน่าจะบันทึกเหตุการณ์น่าสนใจในยุคสมัยนั้นเอาไว้แน่ๆ อย่างเช่นเรื่อง

2.3 PALESTINE WILL WIN (1970)
ชอบชื่อหนังเรื่องนี้มากๆ

2.4 PRAVDA (1970)
Pravda was filmed clandestinely in Czechoslovakia on 16mm.

2.5 SEE YOU AT MAO (1970)
The film has six parts, including the famous ten-minute track through an auto assembly line and a four-minute shot of a woman's nude torso; it is also filled with speech, whether it's a text from Engels read aloud or a newscaster talking about the necessities of burning women and children.

2.6 WIND FROM THE EAST (1970)
ผู้ชมบอกว่าหนังเรื่องนี้เหมือนกับ “โจวเอินไหล” มาร่วมงานกับโมสาร์ทในการดัดแปลง THE ABDUCTION FROM THE SERAGLIO


3.การที่เจ้าของบ้านกับแขกพูดคุยกันทั้งๆที่มีความเห็นทางการเมืองแตกต่างกันอย่างมากๆ และยังคงรักษามิตรภาพที่มีต่อกันไว้ได้ ทำให้ดิฉันรู้สึกประทับใจมากๆ และจุดนี้ทำให้เสียดแทงใจมากๆ เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่พารากอน หรือเหตุการณ์รุมกระทืบฝ่ายตรงข้ามที่เกิดขึ้นบ่อยมากในระยะหลัง คิดว่าคุณปราปต์คงไม่ได้คาดการณ์ล่วงหน้าว่าจะเกิดเหตุการณ์รุมกระทืบเช่นนี้ขึ้นขณะที่คุณสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ออกมา แต่ปรากฏว่าภาพยนตร์ของคุณออกฉายอย่าง “ถูกจังหวะ” อย่างมากๆ และมันทำให้ผู้ชมยังคงมี “ความหวัง” หล่อเลี้ยงหัวใจว่า ถึงแม้เราจะมีความเห็นทางการเมืองแตกต่างกันอย่างรุนแรง เราก็หารือกันได้แบบในหนังเรื่องนี้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ความรุนแรงหรือพยายามข่มขู่คุกคามฝ่ายตรงข้าม หรือก่อสงครามกลางเมืองขึ้นมาแต่อย่างใด

มิตรภาพระหว่างคนที่มีทัศนคติไม่ตรงกันในหนังเรื่องนี้เป็นจุดที่ทำให้ดิฉันชอบหนังเรื่องนี้อย่างสุดๆ เพราะมันทำให้นึกถึงชีวิตประจำวันของตัวเองและความรู้สึก “ก้ำกึ่ง” บางอย่างที่ต้องเผชิญอยู่ในชีวิตประจำวัน เพราะในหลายๆครั้ง ดิฉันมักจะพบว่าเพื่อนที่ดีมากๆหรือเพื่อนร่วมงานที่ดีมากๆบางคน เทิดทูนบูชา “นักการเมือง” ที่ดิฉันเกลียดชังอย่างรุนแรงสุดๆ และมันก็เป็นความรู้สึกที่ประหลาดดี เพราะถึงแม้เราจะเกลียดนักการเมืองคนนั้นมากขนาดไหน เราก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า “เพื่อน” ของเราคนนั้นมีความดีงามอย่างอื่นๆอยู่ในตัวเขาเองเยอะมากๆ และการที่เราจะเกลียดเขาเพียงเพราะเขาบูชานักการเมืองคนนั้น มันก็เป็นเรื่องที่ดิฉันไม่สามารถทำได้อย่างแน่นอน

4.ชอบการตัดฉากจาก “แฟนฉัน” มาแทรกในหนัง คิดว่าคุณปราปต์คงมีจุดประสงค์บางอย่างในการนำ “แฟนฉัน” มาแทรกในหนังเรื่องนี้ ดิฉันไม่ค่อยแน่ใจว่าจุดประสงค์นั้นคืออะไร แต่พอนำมาคิดแบบเล่นๆตลกๆฮาๆแล้วก็สนุกดี เพราะถ้านำมาคิดแบบฮาๆแล้ว ก็ทำให้คิดได้ว่าหนังเรื่องนี้อาจจะฉีกออกไปในอีกแนวทางนึงได้อย่างสบายๆ เพราะหนังเรื่องนี้สามารถใช้ประโยชน์จาก “แฟนฉัน” ได้ในอีกแง่นึงด้วยการนำมาใช้ในการส่อเป็นนัยว่าเจ้าของบ้านกับเพื่อนอาจจะเคยมีความสัมพันธ์กันในอดีตแบบในหนังเรื่อง “แฟนฉัน” (ล้อเล่นค่ะ)


--โครงการหนังเรื่องใหม่ๆของคุณปราปต์น่าสนใจมากค่ะ แต่ดิฉันเดาว่าในช่วงหลายเดือนต่อจากนี้ ประเทศไทยอาจจะเผชิญกับเหตุการณ์ที่น่าสนใจมากมาย ดิฉันขอเดาเล่นๆว่า บางทีสถานการณ์ในประเทศไทยในช่วงหลายเดือนข้างหน้า อาจจะเป็นแรงบันดาลใจให้คุณปราปต์ได้โครงการหนังเรื่องใหม่ๆเพิ่มขึ้นก็ได้