ชอบหนังสือที่แถมมากับ BIOSCOPE เล่มใหม่มากๆเลยค่ะ
เมื่อกี้เพิ่งไปซื้อ BIOSCOPE มาจากสยามสแควร์ค่ะ ประทับใจกับหนังสือที่แถมมากับเล่มนี้มาก ที่เกี่ยวกับภาพยนตร์สมานฉันท์ เป็นหนังสือที่ถูกใจมากๆเลยค่ะ ยอดเยี่ยมมากค่ะ
ขอแอบนอกเรื่องนิดนึงค่ะ เนื่องจากหนังสือเล่มนี้พูดถึงภาพยนตร์เกี่ยวกับปาเลสไตน์หลายเรื่องด้วยกัน ก็เลยอยากประชาสัมพันธ์ว่า ตอนนี้ภาพยนตร์เกี่ยวกับชาวปาเลสไตน์เรื่อง CHRONICLE OF A DISAPPEARANCE ที่กำกับโดย ELIA SULEIMAN (DIVINE INTERVENTION) ได้รับการผลิตขายเป็นดีวีดีแล้วค่ะ (แต่ไม่รู้เหมือนกันว่ามีขายในไทยแล้วยัง)
อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับดีวีดี CHRONICLE OF A DISAPPEARANCE ได้ที่
http://www.amazon.com/gp/product/B000A59QIM/102-8502447-9027318?v=glance&n=130
อ่านบทสัมภาษณ์ ELIA SULEIMAN เกี่ยวกับ CHRONICLE OF A DISAPPEARANCE ได้ที่
http://www.indiewire.com/people/int_suleiman_elia_970328.html
อ่านบทวิจารณ์ CHRONICLE OF A DISAPPEARANCE โดย GARY INDIANA จากนิตยสาร ARTFORUM ได้ที่
http://www.findarticles.com/p/articles/mi_m0268/is_n10_v35/ai_19677864
ส่วนภาพยนตร์อิสราเอลที่อยากดูมากในตอนนี้ก็คือเรื่อง CLOSE TO HOME (2005, VIDI BILU + DALIA HAGER) ค่ะ หนังเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับทหารหญิงสองคนชื่อ SMADAR กับ MIRIT ทั้งสองมีหน้าที่เดินลาดตระเวนตามท้องถนนในเยรูซาเลม และคอยจดชื่อ+เช็ค ID ของชาวปาเลสไตน์ทุกคนที่พบเห็น เพื่อที่ว่าเมื่อเกิดเหตุก่อการร้ายขึ้น ทางการจะได้ทราบว่ามีชาวปาเลสไตน์คนใดบ้างที่อยู่ใกล้ละแวกที่เกิดเหตุ
MIRIT ตั้งใจทำงานนี้มาก แต่ SMADAR รู้สึกลำบากใจที่จะทำงานนี้ เธอรู้สึกกระอักกระอ่วนเมื่อต้องทำตามหน้าที่ และชาวปาเลสไตน์เองก็รู้สึกอับอายเมื่อถูกทหารหญิงถามชื่อกลางถนน
นักวิจารณ์ใน FILM COMMENT บอกว่า ฉากที่ทรงพลังที่สุดใน CLOSE TO HOME คือฉากที่ SMADAR ถูกตำหนิติเตียนที่จดชื่อชาวปาเลสไตน์ได้ไม่ถึงเป้าที่ตั้งไว้ และ SMADAR ก็เลยถามผู้บังคับบัญชาของเธอกลับไปว่า “How do I know how is an Arab?”
http://www.transfax.co.il/category.asp?id_category=10
ส่วนภาพยนตร์เกี่ยวกับสงครามที่อยากดูที่สุดในตอนนี้ก็คือ IN THE YEAR OF THE PIG (1968, EMILE DE ANTONIO) ที่พูดถึงสงครามเวียดนามค่ะ ภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ได้รับการผลิตขายเป็นดีวีดีแล้ว
อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับดีวีดี IN THE YEAR OF THE PIG ได้ที่
http://www.amazon.com/gp/product/B000A88ES2/102-8502447-9027318?v=glance&n=130&s=dvd&v=glance
อ่านบทสัมภาษณ์ EMILE DE ANTONIO ได้ที่
http://www.sensesofcinema.com/contents/04/31/emile_de_antonio.html
เทศกาล WORLD FILM FESTIVAL OF BANGKOK ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 15-24 ต.ค.นี้ มีหนังเลสเบียนน่าสนใจมาฉายหลายเรื่องเลยค่ะ ถ้าใครสนใจก็ช่วยกันกระจายข่าวบอกเพื่อนๆทุกคนให้ช่วยกันไปชมภาพยนตร์เลสเบียนในงานนี้ด้วยนะคะ
ดูรายละเอียดเกี่ยวกับเทศกาลภาพยนตร์นี้ได้ที่
http://www.worldfilmbkk.com
(แต่ตอนนี้ดิฉันยังไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าเทศกาลนี้เขาขายตั๋วกันยังไง คิดว่าพอใกล้ถึงวันงานเขาคงแจ้งเรื่องวิธีการขายตั๋วอีกที)
ภาพยนตร์เลสเบียนที่น่าสนใจในงานนี้ก็รวมถึงเรื่อง THE JOURNEY จากอินเดีย และภาพยนตร์ที่กำกับโดย ULRIKE OTTINGER เจ้าแม่ภาพยนตร์เลสเบียนจากเยอรมนีค่ะ โดยข่าวบอกว่า ULRIKE OTTINGER จะบินมาร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์ที่กรุงเทพด้วย ถ้าใครอยากเจอตัวจริงของเธอก็ไปพบเธอได้ที่โรงฉายภาพยนตร์ค่ะ โดยเฉพาะในรอบฉายภาพยนตร์เรื่อง MADAME X – AN ABSOLUTE RULER
ถ้าเข้าใจไม่ผิด ภาพยนตร์เรื่อง THE JOURNEY จะพูดถึงประเด็นเรื่องเลสเบียนโดยตรงค่ะ ส่วนภาพยนตร์ของ ULRIKE OTTINGER อาจจะพูดถึงประเด็นเรื่องเลสเบียนรวมกับประเด็นอื่นๆอีกหลายๆเรื่อง บางเรื่องประเด็นเลสเบียนอาจเป็นเพียงประเด็นรอง และในบางเรื่องก็อาจจะไม่มีประเด็นเลสเบียนเลย อย่างไรก็ดี ภาพยนตร์ของ ULRIKE OTTINGER ก็ยังคงมีความน่าสนใจมากๆอยู่ดีค่ะ โดยเฉพาะในแง่การทำลายภาษาเดิมๆทางภาพยนตร์ และการนำเสนอภาพลักษณ์ของผู้หญิงในภาพยนตร์
ภาพยนตร์เรื่อง THE JOURNEY (2005) กำกับโดย LIGY J. PULLAPPALLY และจะฉายในงานนี้สองรอบ ซึ่งได้แก่
1.วันเสาร์ที่ 15 ต.ค. เวลา 13.00 น.ที่โรง GRAND EGV 3
2.วันจันทร์ที่ 17 ต.ค. เวลา 13.00 น.ที่โรง GRAND EGV 3
อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ที่
http://www.worldfilmbkk.com/films/index.php?cid=01&id=161
ส่วนภาพยนตร์ของ ULRIKE OTTINGER ที่จะฉายในงานนี้มีอยู่ 6 เรื่องด้วยกัน ซึ่งได้แก่
1.MADAME X – AN ABSOLUTE RULER (1977)
หนังเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับกลุ่มโจรสลัดหญิง
http://www.worldfilmbkk.com/films/index.php?cid=08&id=118
ฉายวันเสาร์ที่ 15 ต.ค. เวลา 19.20 น. ที่โรง MAJOR CENTRAL WORLD PLAZA
http://www.ulrikeottinger.com/img/fmx/07-47.jpg
2.DORIAN GRAY IN THE MIRROR OF THE YELLOW PRESS (1981)
หนังเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับเจ้าแม่วงการสื่อที่ต้องการทำลายชายหนุ่มคนหนึ่ง
http://www.worldfilmbkk.com/films/index.php?cid=08&id=115
ฉายวันอาทิตย์ที่ 16 ต.ค. เวลา 17.20 น. ที่โรง MAJOR CENTRAL WORLD PLAZA
http://www.ulrikeottinger.com/img/fdg/00-47.jpg
3.TWELVE CHAIRS (2004) (อ่านจากเรื่องย่อแล้วรู้สึกว่าเรื่องนี้อาจจะไม่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเลสเบียน)
http://www.worldfilmbkk.com/films/index.php?cid=08&id=120
ฉายวันอังคารที่ 18 ต.ค. เวลา 19.30 น. ที่โรง MAJOR CENTRAL WORLD PLAZA หนังมีความยาว 198 นาที
หนังเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับคนที่ตามหา “เก้าอี้ 12 ตัว” ที่กระจัดกระจายไปอยู่ตามที่ต่างๆกัน เพราะมีทรัพย์สมบัติซ่อนอยู่ในเก้าอี้ตัวหนึ่งใน 12 ตัวนี้
ขณะที่หญิงวัยชราผู้สูงศักดิ์คนหนึ่งของรัสเซียกำลังจะตาย เธอได้เปิดเผยความลับของเธอให้ลูกเขยคนหนึ่งฟัง และความลับนั้นก็คือว่าเธอได้ซ่อนเครื่องเพชรทั้งหมดของเธอไว้ในเก้าอี้ 1 ใน 12 ตัวของเธอ แต่หลังการปฏิวัติในรัสเซีย ทางการก็ยึดเก้าอี้ทั้ง 12 ตัวไปจากเธอ
Ippolit Matwejewitch Worobjaninow ซึ่งเป็นลูกเขยของเธอ เคยเป็นขุนนางมาก่อน แต่ปัจจุบันนี้เขาเป็นเพียงข้าราชการระดับล่างที่ดูแลเรื่องการจดทะเบียนสมรส เขาเบื่อหน่ายงานที่ทำอยู่ในตอนนี้มาก ดังนั้นเขาจึงรีบออกตามหาทรัพย์สมบัตินี้ในทันทีอย่างไรก็ดี ในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา เก้าอี้ทั้ง 12 ตัวนี้ได้กระจัดกระจายไปอยู่ตามจุดต่างๆกันทั่วประเทศ และลูกเขยก็ไม่ใช่คนเพียงคนเดียวที่ออกตามล่าเก้าอี้ 12 ตัวนี้ เพราะมีนักต้มตุ๋นชื่อ Ostap Bender ที่ออกตามล่าเก้าอี้ 12 ตัวเหมือนกัน นอกจากนี้ Fther Fjodor ก็ออกตามล่าเก้าอี้กลุ่มนี้เหมือนกันด้วย เพราะหญิงชราเคยสารภาพความลับให้บาทหลวงองค์นี้ฟังเหมือนกันการตามล่าเก้าอี้อย่างบ้าคลั่งได้เริ่มต้นขึ้น พวกเขาเดินทางจากเหนือจรดใต้ จากตะวันตกสู่ตะวันออก พวกเขาเดินทางข้ามน้ำและข้ามแผ่นดิน และเดินทางจากชนบทเข้าสู่เมืองใหญ่ TWELVE CHAIRS ดัดแปลงมาจากนิยายที่เคยสร้างเป็นหนังแล้วหลายครั้ง ซึ่งรวมถึงเวอร์ชันปี 1962 ที่มีความยาว 5 ชม.และกำกับโดย TOMAS GUTIERREZ ALEA ผู้กำกับชื่อดังชาวคิวบา และเวอร์ชันปี 1970 ที่กำกับโดย MEL BROOKS และนำแสดงโดย FRANK LANGELLA
4.TICKET OF NO RETURN (1977)
หนังเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับหญิงคนหนึ่งที่ต้องการดื่มเหล้าให้สะใจ
http://www.worldfilmbkk.com/films/index.php?cid=08&id=119
ฉายวันพฤหัสบดีที่ 20 ต.ค. เวลา 17.40 น. ที่โรง MAJOR CENTRAL WORLD PLAZA
ฉายวันอาทิตย์ที่ 23 ต.ค. เวลา 15.30 น. ที่โรง GRAND EGV
http://www.ulrikeottinger.com/img/fbt/port-01-42.jpg
5.JOAN OF ARC OF MONGOLIA (1989)
หนังเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับหญิงสาวกลุ่มหนึ่งที่นั่งรถไฟข้ามไซบีเรีย แต่ถูกกลุ่มหญิงมองโกเลียลักพาตัวไป
http://www.worldfilmbkk.com/films/index.php?cid=08&id=117
ฉายวันพฤหัสบดีที่ 20 ต.ค. เวลา 19.40 น. ที่ EGV METROPOLIS 8
http://www.ulrikeottinger.com/img/fjoh/xu-30.jpg
6.FREAK ORLANDO (1981)
หนังเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับการกลับชาติมาเกิด 5 ครั้งของออร์แลนโด
http://www.worldfilmbkk.com/films/index.php?cid=08&id=116
ฉายวันศุกร์ที่ 21 ต.ค. เวลา 13.00 น.ที่ EGV METROPOLIS 8
http://www.ulrikeottinger.com/img/ffo/11-47.jpg
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ULRIKE OTTINGER ได้ที่
1.นิตยสาร MOVIE TIME หน้าปกโจดี้ ฟอสเตอร์ บทความเขียนโดยคุณอุทิศ เหมะมูล
2.นิตยสาร FLICKS หน้าปก INTO THE BLUE
3.เว็บไซท์ http://www.ulrikeottinger.com
ดิฉันเคยนำรูปจากหนังเรื่องต่างๆของ OTTINGER มาโพสท์ไว้ในกระทู้ข้างล่างนี้ค่ะ ลองดูรูปจากหนังของเธอแล้วจะพบว่าหนังของเธอเฮี้ยนมากๆhttp://bioscopemagazine.com/webboard/index-in.php?id=4978
นอกจาก ULRIKE OTTINGER แล้ว ผู้กำกับภาพยนตร์ที่เป็นเลสเบียนก็มีอีกหลายคนด้วยกัน แต่บางคนอาจจะไม่ได้ทำหนังเกี่ยวกับเลสเบียนมากนัก
ผู้กำกับภาพยนตร์เลสเบียนที่น่าสนใจรวมถึง
1.CHANTAL AKERMAN
http://www.glbtq.com/arts/akerman_c.html
หนังของ CHANTAL AKERMAN ไม่ต่ำกว่า 5 เรื่องเคยมาฉายที่ห้องสมุดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
นิตยสาร FILM COMMENT เล่มใหม่ลงบทความเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่อง TO WALK NEXT TO ONE’S SHOELACES IN AN EMPTY FRIDGE ของ CHANTAL AKERMAN ด้วยค่ะ โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ทำออกมาในรูปของ INSTALLATION ART
2.SU FRIEDRICH
http://www.sensesofcinema.com/contents/directors/02/friedrich.html
ภาพยนตร์เรื่อง SINK OR SWIM (1990, A) ของเธอเคยมาฉายที่ห้องสมุดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ผลงานการกำกับของ SU FRIEDRICH รวมถึงเรื่อง LESBIAN AVENGERS EAT FIRE (1994)
3.SADIE BENNING
ผู้กำกับหญิงคนนี้ใช้กล้องพิกเซลซึ่งเป็นกล้องของเล่นสำหรับเด็กในการถ่ายทำภาพยนตร์ของตัวเอง
ผลงานของ SADIE BENNING รวมถึง
3.1 ME AND RUBYFRUIT (1989) ซึ่งบันทึกการสนทนาของเธอกับตัวเองในช่วงที่เธอประกาศให้ทุกคนรู้ว่าเธอเป็นเลสเบียน
3.2 WELCOME TO NORMAL (1990) หนังเรื่องนี้มีธีมเกี่ยวกับเลสเบียน
3.3 IF EVERY GIRL HAD A DIARY (1990) หนังเรื่องนี้มีธีมเกี่ยวกับเลสเบียน
3.4 JOLLIES (1990) ซาดี เบนนิงพูดถึงแรงปรารถนาทางเพศที่เธอมีต่อเด็กหญิงคนอื่นๆขณะที่เธอเป็นเด็กอนุบาลในหนังเรื่องนี้
“IT STARTED IN 1978 WHEN I WAS IN KINDERGARTEN
THEY WERE TWINS
AND I WAS A TOMBOY
I ALWAYS THOUGHT OF REAL CLEVER THINGS TO SAY
LIKE I LOVE YOU.”
4.BARBARA HAMMER
http://www.barbarahammerfilms.com/
รู้สึกว่านิตยสาร BIOSCOPE เคยลงบทความเกี่ยวกับผู้กำกับหญิงเลสเบียนคนนี้ไปแล้วในเล่มที่มีบทสัมภาษณ์ผู้หญิงที่เป็น PROGRAMMER ของเทศกาลภาพยนตร์สารคดี YAMAGATA
ผลงานภาพยนตร์ของ BARBARA HAMMER
4.1 A GAY DAY (1973)
4.2 DYKETACTICS (1974)
4.3 WOMEN’S RITES OR TRUTH IS THE DAUGHTER OF TIME (1974)
4.4 SUPERDYKE (1975)
4.5 MULTIPLE ORGASM (1976)
4.6 SAPPHO (1978)
4.7 WOMEN I LOVE (1979)
4.8 NITRATE KISSES (1992)
5.MICHELLE MOHABEER
http://www.wmm.com/Catalog/_makers/fm254.htm
MOHABEER เป็นชาว GUYANA ที่อพยพมาอยู่แคนาดา ทั้งนี้ นอกจากหนังของเธอจะพูดถึงประเด็นเรื่องเลสเบียนแล้ว หนังของเธอยังพูดถึงประเด็นเรื่องความเป็นชาวแคริบเบียนด้วย
MOHABEER บอกว่าผู้กำกับที่มีอิทธิพลต่อเธออย่างมากคือ MARGUERITE DURAS
ผลงานของ MOHABEER รวมถึง
5.1 EXPOSURE (1990)
5.2 COCONUT/CANE & CUTLASS (1994)
5.3 TWO/DOH (1996)
5.4 CHILD-PLAY (1997)
6.CHERYL DUNYE
http://www.cheryldunye.com/
เธอถนัดในการกำกับภาพยนตร์เลสเบียนผิวดำ ผลงานเด่นของเธอรวมถึง THE WATERMELON WOMAN และ STRANGER INSIDE
7.MONIKA TREUT
ไม่รู้เหมือนกันว่าผู้กำกับภาพยนตร์คนนี้เป็นเลสเบียนหรือเปล่า แต่เธอชอบทำหนังเกี่ยวกับเลสเบียนและตัวละครที่แปลงเพศกันจนวุ่นวายไปหมด
อ่านเรื่องของ MONIKA TREUT ได้ที่
http://bioscopemagazine.com/webboard/index-in.php?id=1644
http://www.hyenafilms.com/
Tuesday, October 11, 2005
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
No comments:
Post a Comment